พระยาราชเดชะกับองทุงโงนยกไพร่พล ๒๐๐๐ ออกจากเมืองบันแงแห่นำน่ามา ลุถึงณวันพฤหัศบดีเดือนห้าแรมสิบสี่ค่ำ องทินเฮากับองลูทูเปนเจ้าเมืองทั้ง ๔ กับญวนไพร่พล ๒๐๐๐๐ ขี่สำเภากับเรือแง่ลาย แง่ทราย แง่อ่อ ออกจากเมืองบันแง ลุถึงณวันจันทร์เดือนหกขึ้นสี่ค่ำองตากุนเปนใหญ่ กับพระบาทผู้เปนเจ้า สมเด็จพระท้าว สมเด็จพระราชมารดา นำบรรดาครอบครัวมุขมนตรี ออกจากเมืองบรรแงแห่พระบาทผู้เปนเจ้าเสด็จลีลายาตราขึ้นมาถึงค่ายกะพงโพธิ์โตก (ว่าท่าโพธิ์น้อย) ณวันพุฒขึ้นสิบสี่ค่ำเดือนหกปีรกา พระยาพิพัฒโกษาพระยาพิไชยอินทรา พระยายมราชควน พระยาจักรีเชด พระวิเศษสุนทร กับบรรดาขุนนางเขมร ที่ค้างอยู่เท่าใดก็ไม่ดื้อดึงพากันมากราบถวายบังคมพระบาทผู้เปนเจ้าพร้อม กัน จึงตรัสให้ไปไหว้องตากุนผู้เปนใหญ่แล้ว มอบถวายปืนกับเครื่องสาตราวุธลูกกระสุนดินดำกับเข้าเปลือกเข้าสาร พระราชทรัพย์ที่ตกค้างอยู่เท่าใด ๆ นั้น ไม่ได้เหลือเลย จึงเสด็จทรงพระเมตตาพระยาเดโชเมน ให้คงที่เปนเจ้าเมืองสันธุกเหมือนแต่ก่อน
๏ฝ่ายบรรดาขุนนางใหญ่น้อยเท่าใดที่ค้างอยู่ค่ายบันทาย มิได้ไปแห่พระบาทผู้เปนเจ้านั้น พระองค์ทรงพระเมตตายกโทษไว้ให้คงที่ทำราชการเข้าเฝ้าเหมือนแต่ก่อน
๏ฝ่ายบรรดาภรรยาขุนนางที่แห่สมเด็จพระอนุชาทั้งสามพระองค์เข้าไปกรุงศรีอยุทธ ยานั้น ก็ทรงพระเมตตาเลี้ยงไว้ ส่วนทาษชายหญิงทรัพย์สิ่งของก็ให้คงอยู่กับเจ้าของ พระองค์หาเอาโทษไม่ แล้ว