แขกพวกเรือเภตราได้เห็นหงษ์ทองสองตัว ซึ่งเนื่องมาแต่ตระกูลหงษ์ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นแล้วในกาลก่อน นั้น ลงมาเล่นน้ำอยู่บนหาดทราย ก็พากันพิศวงเชยชมหงษ์นั้น ครั้นกลับไปถึงเมืองพิทยานคร แขกนายเรือขึ้นไปกราบทูลพระเจ้าบัณฑุราชา ๆ ได้ทราบเหตุมหัศจรรย์ดังนั้นแล้วจึงตรัสถามอาจารย์ผู้หนึ่ง ชื่ออาทิตยภารทวาชะเปนผู้ฉลาดรู้ไตรเพท รู้ฤกษ์ดิถีแลคัมภีร์ต่าง ๆ รู้จด หมายเหตุน้อยใหญ่ก็มาก อาจารย์อาทิตยภารทวาชกราบทูลว่า ในคัม ภีร์จดหมายเหตุมีมาว่า ครั้งพระโคตมพุทธเจ้ายังมีพระชนม์อยู่ เสด็จไปสู่เมืองสุธรรมวดีนั้น ครั้นเสด็จมาถึงประเทศที่หงษ์ทองทั้งสองลงเล่นน้ำนั้น ได้ทรงทำนายไว้ว่า ที่นั้นนานไปภายน่าจะเปนที่ตั้งพระนครขึ้นแห่งหนึ่ง แม้ถึงในตำราไตรเพทก็มีความว่าไว้อย่างนั้นด้วย พระเจ้าบัณฑุราชา จึงตรัสว่าถ้าอย่างนั้นจำเราจะให้ข้ามไปกำหนดจดหมายไว้ให้เปนสำคัญเสียก่อน จึงจะชอบ นานไปภายน่าจะได้เปนอาณาเขตรของเราสืบไป แล้วจึงให้เอาเสาศิลาท่อนหนึ่งยาวเจ็ดศอกใหญ่ห้ากำ ให้จาฤกอักษรศักราชปีเดือนวันคืนขึ้นแรมไว้ว่า ประ เทศที่นี้พระเจ้าบัณฑุราชาผู้ครองเมืองพิทยานครได้มาจองไว้เปนสำคัญ แล้วจึงให้หุ้มเสาศิลาไว้ด้วยแผ่นเหล็กดีทำให้แน่นหนาเสร็จแล้ว ให้อาจารย์อาทิตยภารทวาชะคุมพวกแขกห้าร้อยลงเภตราข้ามมาถึงประเทศที่จะตั้ง เมืองหงษาวดี พอเปนเวลาน้ำขึ้นเข้าทอดสมออยู่ริมฝั่งใกล้ภูเขาตำบลหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ข้างทิศใต้แห่งภูเขาสุทัศนมรังสิต ภูเขานั้นพวกรามัญเรียกว่าภูเขาซอยกะบัง คำไทยว่าเปนที่รั้งเรือทเล อาจารย์
หน้า:Prachum Phongsawadan (01) 2457.djvu/302
หน้าตา