ก็ลงไปในหลุม ทับสัตรีมีครรภ์นั้นตาย โลหิตสัตรีนั้นกระเด็นขึ้นมากลายเปนอสรพิศม์สี่ตัวสองหน อสรพิศม์เจ็ดตัวนั้นตายอยู่ที่ริมปากหลุม อสรพิศม์ตัวหนึ่งเลื้อยไปข้างทิศตวันตกแล้วจึงตาย โหราจารย์แต่ก่อนทำนายไว้ว่าในวงษ์กระษัตริย์พระเจ้าฟ้ารั่ว จนถึงกระษัตริย์ทรงพระนามพระยาอู่เปนแปดองค์ด้วยกัน กระษัตริย์เจ็ดองค์นั้นจะสิ้นพระชนม์ในเมืองเมาะตมะ แต่พระยาอู่กระษัตริย์ที่สุดเปนคำรบแปดนั้น จะไปได้เสวยราชสมบัติในเมืองหงษาวดีแล้วจึงสิ้นพระชนม์ ครั้นสร้างปราสาทสำเร็จแล้ว พระเจ้าฟ้ารั่วก็ได้เสวยราชสมบัติ อยูในปราสาท เปนประถมกระษัตริย์ในเมืองเมาะตมะ
๏ลุศักราช ๖๕๕ ปี พระเจ้าฟ้ารั่วได้ช้างเผือกผู้ช้างหนึ่ง ชาวเมืองทั้งปวงจึงร้องเรียกพระเจ้าฟ้ารั่วนั้นว่า ตะละจิงพะต่าง แปลเปนภาษาไทยว่าพระเจ้าช้างเผือก แลพระเจ้าตะยาพยากับพระเจ้าฟ้ารั่วนั้น ส่งเครื่องราชบรรณาการไปมาถึงกัน ตั้งสัญญากันไว้ว่าถ้าพม่ายกกองทัพลงมาเมื่อใดให้ยกไปช่วยกัน อย่าให้พม่าย่ำยีรามัญทั้งปวงสืบต่อไปได้
๏ครั้นอยู่มาพระเจ้าภุกามให้ยกทัพเรือลงมาตีเมืองหงษาวดี พระ เจ้าตะยาพยากลัวกองทัพพม่า จึงให้ราชสาสนมาถึงพระเจ้าฟ้ารั่วให้ยกกองทัพมาช่วย พระเจ้าฟ้ารั่วจึงยกกองทัพมาเมืองหงษาวดีช่วยตีพม่าแตกไปแล้ว จะยกกองทัพกลับมาเมืองเมาะตมะ พระเจ้าตะยา พยาจึงห้ามไว้ว่า บัดนี้พระองค์ยกกองทัพมาช่วยข้าพเจ้าตีทัพพม่าแตกไปแล้ว ข้าพเจ้ายังไม่ได้ถวายเครื่องราชบรรณาการสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย