เมืองปะกันกับเมียนวุ่นคุมพลไปตั้งค่ายอยู่ฟากตวันตกตรงเมืองปะ กันข้ามตัวมังมหาราชากับปลัดเมืองปะกันนั้น เข้าตั้งมั่นรักษาเมืองปะกันฟาก ตวันออกอยู่ แล้วจึงมีหนังสือบอกข้อราชการขึ้นไปเมืองอังวะ
๏ฝ่ายกองทัพรามัญ ครั้นได้เมืองปรอนแล้ว ก็แยกกันทั้งทัพบกทัพเรือตีหัวเมืองพม่าฟากตวันออกแม่น้ำเอรวดีขึ้นมา แลกองทัพเรือนั้นพระมหาอุปราชาเมืองหงษาวดีเปนแม่ทัพคอยกั้นหัวเมืองฟากตวัน ตกไว้ไม่ให้ข้ามมาช่วยเมืองฟากตวันออกได้ ขณะนั้นพวกรามัญตีหัวเมืองฟากตวันออกขึ้นไปได้สิบหัวเมือง คือ เมืองเมยแกะหนึ่ง เมืองตองดวนหนึ่ง เมืองปะตะนะคูหนึ่ง เมืองมีนกูนหนึ่ง เมืองมะกวยหนึ่ง เมืองแวกมะจะสอหนึ่ง เมืองเวนันฉ่องหนึ่ง เมืองเปมะหนึ่ง เมือง ปกันแงหนึ่ง เมืองจาเลหนึ่ง เปนสิบหัวเมืองด้วยกัน แลกองทัพเรือนั้น ก็คอยป้องกันทัพเรือพม่าฟากตวันตกไม่ให้ตามมาช่วยกันได้ จึงถึงเมืองจาเลฟากตวันออก แล้วทัพบก ทัพเรือ พวกรามัญ ก็ตั้งพักพวกพลอยู่ณเมืองจาเล ทางแต่เมืองจาเลถึงเมืองปะกัน ซึ่งมังมหาราชาถอยขึ้นไปตั้งอยู่นั้นประมาณสามวันถึงกัน
๏ฝ่ายพระมหาอุปราชาจึงสั่งพระยาทะละ พระยาตะละปั้น ทั้งสองให้อยู่รักษาเมืองจาเลไว้ แล้วก็ยกทัพเรือข้ามไปตีค่ายฟากตวันตกตรงเมืองปะกันข้าม ซึ่งเจ้าเมืองปะกันข้ามไปรักษาอยู่นั้น เจ้าเมืองปะกันต้านทานไม่อยู่ เห็นเหลือกำลังก็พากันแตกข้ามมาเมืองปะกันสิ้น พระมหาอุปราชาจึงจัดให้สมิงพระรามอยู่รักษากองทัพเรือ แล้วก็ยกขึ้นไปตั้งอยู่ในค่ายบกฟากตวันตกนั้นแล้ว มีหนังสือลงไปถึงพระยาทละ