ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Prachum Phongsawadan (01) 2457.djvu/459

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
429
xxx

กูไต่ขัวนี้ไปจงให้ขัวนี้หักเทอญ คั้นว่าบุญกูบ่มีอย่าให้หัก อธิฐานดังนี้แล้วจึ่งไต่ไปสามบาทตีน ขัวค่ามน้ำเหลือกไม้แปนหมอนหักไปแล จึ่งไปหาหัวคูเมืองเหลือกคูณฤกษคูณเกณฑ์ ว่าให้บวชไปจึ่งดีแล แต่นั้นเจ้าก็บวชเปนสงฆ์แต่นั้นไปแล จึ่งไปอยู่วัดช้างเผือกในเชียงใหม่

ส่วนดังเจ้าเชียงใหม่ก็ถึงแก่อนิจกรรมเสียแลยังลูกสองชายม่าน จึงลงมาอ้อมเชียงใหม่ มีม่านแสนเจ็ดหมื่นแล ชาวเชียงใหม่ฟันบ่แพ้ฆ่าบ่ตาย ก็ง่อมเหงาทั้งเมืองนั้นแล

ยังมีอำมาตยผู้หนึ่งเปนมิตรกับพระยาจ่าบ้าน มันจึงรู้ว่าอาชญาลาวมาอยู่ที่นี้ควรเสี่ยงดูแล จึงชุมนุมทั้งหลายจึงมีโอคำ ๓ หน่วย แล้วมาเสี่ยงน้ำแม่ปิง อธิฐานส่าย ๓ ที องค์ใดยังจักแพ้ข้าศึกหมู่นี้ บ้านเมืองจักสระสว่างผาบไภยให้อยู่เย็นเปนศุขย้อนโพธิสมภารองค์ใดให้โอไหล เมือเหนือว่าดังนี้ เอาเทียนติดโอแล้วเอาของลูกเจ้าเชียงใหม่ผู้พี่วางใส่น้ำไหลไปใต้เสีย พักส้วย ๓ ทีดังเก่า วางโอเจ้าผู้น้องใส่เซาอยู่น้อยหนึ่งก็ไหลไปใต้พักสว่าย ๓ ทีวางโอเจ้าองค์นกใส่อยู่คาวหนึ่งไหลเมื้อเหนือ หากบังเกิดด้วยลมตี ชาวเชียงใหม่ตบมือพือผ้าจิบ่เสียบ้านเมืองลูกเมียเราแล ชาวลานนาสมาคมนิยมปางวันนั้นมากนัก ชาวเชียงใหม่ก็นิมนต์มอบอลังการทั้งมวญจึงสึกมานั่งหอคำ ๗ วัน เสพตามบุพพาจารีตแล้วออกไปรบม่าน ๆ ก็แตก น้ำแม่ปิงเปนดังใส่เลือดก็มีนั้นแล

เจ้าก็เสวยศิริสมบัติในเมืองลานนา ศุขเกษมมากนัก ก็เล่ามีลูกกับนางยวนผู้หนึ่งชื่อเจ้าต้น ผู้หนึ่งชื่อเจ้าวงษ ผู้หนึ่งชื่อเจ้าทิศ