เหมือนอย่างแต่ก่อนสืบต่อไป เมืองสงขลาจึ่งได้กลับไปขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราชอิก
๏ครั้นณปีมโรงฉศก ศักราช ๑๑๔๖ หลวงสุวรรณคิรีสมบัติ (เหยี่ยง) ป่วยเปนไข้ หมอพยาบาลอาการหาคลายไม่ ครั้นณวัน ๕ ๒ฯ ๑๑ ค่ำ หลวงสุวรรณคิรีสมบัติ (เหยี่ยง) ถึงแก่กรรม เปนหลวงอินทคิรีสมบัติคุมเลขทำอากรรังนกอยู่ ๖ ปี เลื่อนเปนหลวงสุวรรณคิรีสมบัติผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ๙ ปี เมื่อถึงแก่กรรมอายุได้ ๖๘ ปี บุตรแลหลานได้ฝังศพไว้ริมเขาแหลมสน จาฤกอักษรจีนไว้ในป้ายศิลาตามอย่างธรรมเนียมจีนแล้ว
๏ในปีมโรงฉศกนั้น นายบุญหุ้ยบุตรที่หนึ่งหลวงสุวรรณคิรีสมบัติเข้าไปเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ณกรุงเทพฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายบุญหุ้ยเปนที่หลวงสุวรรณคิรีสมบัติผู้ว่าราชการเมืองสงขลา หลวงสุวรรณคิรีสมบัติ (บุญหุ้ย) กราบถวายบังคมลาออกมาเมืองสงขลา
๏เมื่อปีมเสงสัปตศก ศักราช ๑๑๔๗ โปรดเกล้าฯ ให้ข้าหลวงเปนแม่กองออกไปสักเลขเมืองสงขลา สักแขนขวา ได้เลข ๗๖๗๒ คน เมื่อปีมเสงสัปตศกมีตราโปรดเกล้าฯ ออกมาเมืองสงขลาให้ต่อเรือหูช้าง ๓๐ ลำ ปากกว้างแปดศอก ยาวเก้าวา สำหรับรักษาพระนคร หลวงสุวรรณคิรีสมบัติ (บุญหุ้ย) เกณฑ์ไพร่ตัดไม้ต่อเรือยังไม่เสร็จ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงจักรเจษฎา เสด็จออกมาเร่งให้ต่อเรือ ตั้งพลับพลาประทับอยู่ณบ้านบ่อเตย