เรื่องพงษาวดารที่พิมพ์ในสมุดเล่มนี้ ข้างตอนต้นที่จริงเปนพงษาวดารกรุงศรีสัตนาคนหุตฤๅลานช้างรวมกันลงมาจนน่า ๓๕ จึงแยกไปเปนพงษาวดารเมืองหลวงพระบาง เพราะเหตุที่มีเจ้าเวียงจันท์ขึ้นต่างหากอิกก๊ก ๑ อาณาเขตรแยกกันดังกล่าวมาแล้ว
ส่วนเรื่องประวัติของพระยาอุตรกิจพิจารณ์ฯ นั้น มีความสำคัญอันเปนข้อควรสังเกตอยู่ ๓ ข้อ คือข้อ ๑ พระยาอุตรกิจพิจารณ์ฯ อยู่ในผู้ซึ่งได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษในเมืองไทยในชั้นแรกที่เล่าเรียนกันเมื่อในรัชกาลที่ ๔ นักเรียนชุดนี้ไม่มีกี่คนนัก ที่ปรากฎชื่อเสียงได้มารับราชการในรัชกาลที่ ๕ แต่ ๖ คน คือพระยาสารสินสวามิภักดิ์ (เทียนฮี้) คน ๑ พระยาสมุทบุรานุรักษ์ (สิน) คน ๑ พระยาชนินทรภักดี (เปลี่ยน) คน ๑ พระยาธรณีนฤเบศร์ (ปุ่น) คน ๑ หลวงสกลโลหะการ (อยู่) คน ๑ เปน ๖ คนทั้งพระยาอุตรกิจพิจารณ์ฯ ข้อ ๒ พระยาอุตรกิจพิจารณ์ฯ ตั้งแต่เข้ารับราชการจนกระทั่งออกจากราชการเมื่อแก่ชรา ได้สละถิ่นฐานบ้านเรือนไปรับราชการอยู่ตามหัวเมืองตลอดเวลา ๓๘ ปี เกือบจะมิได้มีเวลาอยู่บ้านเดิมของตนเลยก็ว่าได้ ข้อ ๓ พระยาอุตรกิจพิจารณ์ฯ ได้เคยไปรับราชการตามท้องที่ต่าง ๆ ในพระราชอาณาจักรสยามนี้เกือบจะทั่วทั้งหมด แลได้เคยเปนผู้ว่าราชการจังหวัดถึง ๙ จังหวัด ดูเหมือนจะมากจังหวัดยิ่งกว่าใคร ๆ ในสมัยอันเดียวกัน แต่มิได้เคยที่จะถูกย้ายถอนเพราะความเสียหายในส่วนตัวเลยสักครั้งเดียว ที่ออกจากตำแหน่งราชการก็เพราะทุพลภาพจนทนไม่ไหวแล้ว จึงได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง ออกไม่กี่ปีก็ถึงอนิจกรรม เรื่องประวัติของพระยา