สุนันทากุมารีรัตน แลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ สถิตย์บนพานทองลงยาสองชั้นตั้งเหนือโต๊ะกลมณพระที่นั่งเมขลามณี มีพานพระภูษาโยงด้วยตามเคยพร้อมแล้ว ครั้นเวลาเช้า ๓ โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกณพระที่นั่งเมขลามณี โปรดเกล้าฯ ให้นิมนต์พระสงฆ์ ๑๒ รูป มีพระมงคลทิพมุนีเปนประธานสงฆ์ เข้าไปสดับปกรณ์ ครั้นพระสงฆ์เข้าไปพร้อมแล้ว ทรงทอดผ้า แลมีใบวัตถุเปนมูลค่าแก่จตุปัจจัยราคารูปละ ๔ บาท พระสงฆ์สดับปกรณ์ แล้วถวายยถาสัพพี แล้วถวายอติเรก ถวายพระพรลา มารับพระราชทานฉันที่พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ อนึ่งในเวลาพระสงฆ์เข้าไปสดับปกรณ์นั้น โปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการฝ่ายน่าเข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทที่พระที่นั่งเมขลามณีด้วย แล้วโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินแจกทั่วกัน จนเวลาเช้า ๕ โมงเศษ พระบรมวงษานุวงษ์แลข้าราชการจึ่งได้กราบถวายบังคมลากลับออกมา ครั้นเวลาค่ำ พระสงฆ์ซึ่งเข้าไปสดับปกรณ์แลรับพระราชทานฉันเมื่อเวลาเช้านี้ได้จัดการสวดมนต์ที่ศาลาเชิงเขายอดพระจุลจอมเกล้า โปรดเกล้าฯ พระราชทานเทียนออกไปถวายพระสงฆ์ที่สวดมนต์นั้นด้วย เปนเสร็จการพระราชกุศลเท่านี้
ด้วยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษวะโรประการ เสนาบดีว่าการต่างประเทศ กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ตามความในหนังสือสัญญาคอนเวอนชัน ซึ่งได้ทำไว้ในระหว่างกรุงสยามกับกรุงฝรั่งเศส ลงวันที่ ๓ ตุลาคม รัตนโกสินทร์ศ๒ก๖ ๑๑๒ นั้น มีความอยู่ในข้อ ๓ ว่าด้วยจะตั้งศาลอันมีตระลาการฝ่ายไทยแลฝรั่งเศสผสมกันชำระคดีความที่ยังค้างอยู่นั้นให้แล้วสำเร็จเด็ดขาดไป แลได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการให้สำเร็จตามหนังสือสัญญานั้น บัดนี้คอเวอนแมนต์ฝ่ายสยามกับฝ่ายฝรั่งเศสได้ปฤกษาตกลงกันในข้อบังคับสำหรับศาลผสมกันอันเปนศาลพิเศษเฉพาะคดีอันนั้นแล้ว แลได้พร้อมกันตั้งศาลนี้ขึ้น มีตระลาการฝ่ายฝรั่งเศสคือมองซิเออมอนโคต์ อธิบดีผู้พิพากษา ๑ มองซิเออคาร์มัตต์ แลมองซิเออฟุยเนล เปนผู้พิพากษา ๒ นาย ฝ่ายสยามนั้นคือพระยามหาอมาตยาธิบดี กับพระเกษมศุขการี เปนผู้พิพากษา ๒ นาย รวมผู้พิพากษาศาลผสมกันนี้ ๕ นาย แล้วแลมีข้อบังคับสำหรับศาลตามที่ได้ปฤกษาตกลงกันทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วนั้นดังแจ้งอยู่ต่อไปข้างท้ายนี้
แจ้งความมาณวันที่ ๒ พฤษภาคม รัตนโกสินทร์ศ๒ก๗ ๑๑๓