วันที่ ๓๐ ตุลาคม รัตนโกสินทร์ศ๒ก๖ ๑๑๒ คดีในระหว่างจีนหลี่วผัว อำแดงชวนภรรยา โจทย์ เจ้าหนี้ ๑๓ รายจำเลย
พระยาธรรมสารวิทย์วิสิฐภักดี อธิบดีผู้พิพากษา
พระยาจุฬาราชมนตรี ผู้พิพากษา
ขุนประสาทรงับกิจ ผู้ช่วยพิพากษา
นั่งณศาลคดีต่างประเทศ ได้ตรวจดูฟ้องล้มละลายจีนหลิ่ว อำแดงชวน ตลอดแล้ว ได้ความตามฟ้องว่า จีนหลิ่ว อำแดงชวน เปนหนี้อยู่ ๑๒ ราย เปนเงิน ๒๕ ชั่ง ๖ บาท จึ่งให้เจ้าพนักงานขายทรัพย์สิ่งของ ๆ จีนหลิ่ว อำแดงชวน ทอดตลาดได้เปนเงิน ๑ ชั่ง ๒๑ บาท ๓๘ อัฐนั้น หักไว้เปนค่าธรรมเนียมเสีย ๒๒ บาท ๔๐ อัฐ ยังคงเหลืออยู่ ๗๘ บาท ๖๒ อัฐ จึ่งให้เอาเงินตรา ๗๘ บาท ๖๒ อัฐนั้นเฉลี่ยให้แก่เจ้าหนี้ ๑๒ ราย คงได้รับเงินส่วนเฉลี่ยจากศาลเพียงร้อยละ ๓ บาท ๓ สลึงเฟื้อง ๓๓๙ เบี้ย ถ้าจีนหลิ่ว อำแดงชวน กอบการทำมาหากินมีทรัพย์สมบัติขึ้นในกาลภายน่า ก็ให้จีนหลิ่ว อำแดงชวน ไช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ๑๒ รายนี้ให้เต็มตามจำนวนที่ติดค้างกันมากแลน้อย ถ้าจีนหลิ่ว อำแดงชวน มั่งมีขึ้น ไม่ใช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ๑๒ รายแล้ว เจ้าหนี้ ๑๒ ราย ๆ หนึ่งรายใดจะฟ้องร้องอิกก็ได้ตามพระราชบัญญัติ มาตรา ๗ นั้น ให้ตระลาการกระทำตามคำตัดสินนี้เทอญ
วันที่ ๒๗ มกราคม รัตนโกสินทร์ศ๒ก๖ ๑๑๒ คดีในระหว่างอำแดงผิว ลูกหนี้ล้ม โจทย์ เจ้าหนี้ ๑ รายจำเลย
พระยาธรรมสารวิทยวิสิฐภักดี อธิบดีผู้พิพากษา
พระยาจุฬาราชมนตรี ผู้พิพากษา
ขุนประสาทรงับกิจ ผู้ช่วยพิพากษา
ได้ตรวจดูฟ้องล้มละลายอำแดงผิวตลอดแล้ว ได้ความตามฟ้องว่า อำแดงผิวเปนหนี้ มีเจ้าหนี้ ๑ ราย เปนเงิน ๔ ชั่ง ๖๐ บาท เจ้าพนักงานจึ่งได้มีหนังสือไปยังกงสุลอังกฤษ ลงวันที่ ๒ มกราคม ร,ศ, ๑๑๒ ให้จีนฮงเฮง อำแดงเหลง ณภายใน ๑๕ วัน ฝ่ายจีนฮงเฮง อำแดงเหลง เจ้าหนี้ รับหมายไว้แล้วก็หามาศาลตามกำหนดหมายณภายใน ๑๕ วันไม่ ก็อยู่ในจีนฮงเฮง อำแดงเหลง เจ้าหนี้ ไม่มีความสงไสยอำแดงผิวว่าปิดบังฤๅยักยอกประการใด จึ่งมิได้มาศาลตามกำหนดหมาย เหตุนี้ศาลคงฟังได้ว่า อำแดงผิวฟ้องล้มละลายทั้งนี้โดยสุจริตภาพ ควรได้อำแดงผิวล้มละลาย ปล่อยตัวอำแดงผิวไปได้คราวหนึ่ง ถ้าอำแดงผิวกอบการทำมาหากินมีทรัพย์สมบัติขึ้นในกาลภายน่า ก็ให้อำแดงผิวใช้หนี้ให้แก่จีนฮงเฮง อำแดงเหลง เจ้าหนี้ ตามพระราชบัญญัติ มาตรา ๗
ในประกาศแจ้งความ เรื่อง ชำระความพระยอด ซึ่งออกในแผ่นที่ ๑๑ น่า ๘๖ แถวหลัง บันทัดที่ ๒๘ คำว่า พฤษภาคม แก้เปน มิถุนายน จึ่งถูก