มาตรา๑๑ให้ศาลแพ่งมีอำนาจพิจารณาแลพิพากษาคดีแพ่งทั่วไปตลอดพระราชอาณาเขตร์ตามข้อความที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาซึ่งเกี่ยวด้วยศาลแพ่งทุกประการ
มาตรา๑๒ให้ศาลต่างประเทศมีอำนาจพิจารณาแลพิพากษาคดีทั้งปวง เมื่อคนในบังคับต่างประเทศซึ่งมีสัญญาทางพระราชไมตรีพิเศษเปนคู่ความ ตามข้อกำหนดที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาสำหรับศาลแพ่งแลศาลอาญาทุกประการ แลตามที่เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมจะกำหนดให้เปนครั้งคราวเฉภาะคดีนั้น ๆ ด้วย
มาตรา๑๓ผู้พิพากษาซึ่งจะพิจารณาคดีทั้งปวงในศาลพระราชอาญา ศาลแพ่ง ศาลต่างประเทศ ทั้งสามศาล ตามมาตรา ๑๐, ๑๑, มาตรา ๑๒, ให้มีจำนวนตั้งแต่สองคนขึ้นไป จึงจะเปนองค์คณะ แต่ถ้านั่งพิจารณาคนเดียวแล้ว ให้มีอำนาจพิพากษาได้ตามพระธรรมนูญศาลหัวเมืองซึ่งได้ลำดับชั้นผู้พิพากษาไว้ในการพิพากษาคดีทั้งปวง
มาตรา๑๔ให้ศาลโปริสภามีอำนาจพิจารณาพิพากษาความในจังหวัดกรุงเทพฯ ตามที่กล่าวไว้ในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาซึ่งเปนความมะโนสาเร่ทุกประการ แลมีอำนาจไต่สวนความอาญาที่ศาลทั้งหลายในพระธรรมนูญนี้ชำระได้
มาตรา๑๕ศาลโปริสภาจะควรมีกี่ศาลแลกำหนดเขตร์อย่างไร ให้แล้วแต่เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมจะกำหนดเปนครั้งคราว แลผู้พิพากษาประจำศาลโปริสภานั้น ให้มีตั้งแต่คนหนึ่งขึ้นไปในศาลหนึ่งก็เปนองค์คณะได้
มาตรา๑๖พระธรรมนูญศาลหัวเมืองนี้ ให้ใช้ได้ในหัวเมืองมณฑลกรุงเทพฯ แลในมณฑลกรุงเก่า มณฑลจันทบุรี มณฑลชุมพร มณฑลนครไชยศรี มณฑลนครราชสีมา มณฑลนครสวรรค์ มณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลปาจิณบุรี มณฑลพายัพ มณฑลพิศณุโลก มณฑลภูเก็ต มณฑลราชบุรี แลในมณฑลหรือเมืองอื่นเมื่อเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมจะได้รับพระบรมราชานุญาตประกาศให้ใช้