หลวงอร่ามเรืองฤทธิรับตำแหน่งผู้ช่วยราชการ (อัตตัชเช) ในราชทูตสยามกรุงฝรั่งเศษ
เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๑๐๘ เปนสมัยสัตตวารที่ ๒ ตั้งแต่พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี สิ้นพระชนม์ล่วงมา ได้มีการพระราชกุศลอย่างสัตตวารที่ ๑ ไม่แปลกเปลี่ยนกว่ากันนัก จะต้องกล่าวไว้ตามการที่เปนไปพอสมควร คือ
เวลา ๒ ทุ่มเศษโปรดให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จออกหอธรรมสังเวช พระสงฆ์ราชาคณะถานานุกรมปเรียญ ๑๕ รูป มีสมเด็จพระพุฒาจาริย์เปนประธาน สวดพระพุทธมนต์อาทิตตปริยายสูตรสติปัฏฐานปาฐจบแล้ว ทรงทอดผ้าไตรสดัปกรณ์แล้ว พระสงฆ์ถวายอติเรก ถวายพระพรลากลับไป มีเทศนา ๒ กัณฑ์ พระราชมุนีถวายเทศนากัณฑ์หลวงว่าด้วยปัณฑิตตธัมมอปมาทะกะถา หม่อมเจ้าพระพร้อมปเรียญ ๔ ประโยคถวายเทศนาบัพพโตปมสูตรเปนกัณฑ์ข้างใน มีเครื่องกัณฑ์ตามสมควร เวลา ๔ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น
วันที่ ๑๔ เวลาเช้า ๔ โมงกว่าโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร เสด็จออก ทรงประเคนอาหารบิณฑ์บาตรพระสงฆ์ที่สวดมนต์รับพระราชทานฉัน พระสงฆ์ฉันแล้วถวายอติเรกอนุโมทนา ถวายพระพรลากลับไป เสด็จกลับเวลาเที่ยง
เวลา ๒ ทุ่มเศษมีสดับกรณ์รายร้อย ๒๐๐ รูป พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร เสด็จออกบำเพญพระราชกุศล
วันที่ ๒๐ กันยายน คำรบสมัยสัตตวารที่ ๓ ได้มีการสวดมนต์แลมีเทศน์สดัปกรณ์เหมือนสัตตวารที่ ๒ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ พระเจ้าอยู่หัวไม่ได้เสด็จ โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร ทรงบำเพญพระราชกุศลสมัยสัตตวารที่ ๓ นี้ทั้ง ๒ วัน
แลตั้งอธิบดีศาลฎีกา
คอมมิตติตรวจความฎีกาซึ่งมีมาแต่เดิมนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลิกเสียตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน ๑๐๘ โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นศิริธัชสังกาศ เปนอธิบดีศาลฎีกาต่อไป
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สั่งว่า พระพิมลธรรม วัดพระเชตุพน เจ้าคณะรองฝ่ายเหนือ ถึงแก่มรณะภาพ ยังไม่ได้พระราชทานเพลิงศพ ตำแหน่งที่เจ้าคณะรองฝ่ายเหนือว่างอยู่ ให้พระธรรมติโลกาจาริย์