ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/23

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
17
ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย

เพราะมีชุมนุมชนหลายแห่งที่เคยถือหรือยังถืออยู่ว่าที่ดินในอาณาเขตต์เป็นของประมุขเช่นเดียวกัน ในประเทศจีนแต่โบราณกาลมาจนสมัยเร็ว ๆ นี้ถือว่าพระเจ้าปักกิ่งเป็นเจ้าของที่ดินในอาณาจักร โดยคัมภีร์ซีกิงของขงจื๊อว่า “ที่ดินใต้ท้องฟ้าเป็นของผู้เป็นประมุข และบรรดาผู้อาศัยที่ดินนั้นเป็นข้าของประมุข” ตามกฎหมายอิสลามก็เช่นเดียวกัน ที่กินเป็นของอิหม่ำผู้เป็นประมุขแห่งศาสนา ไม่ใช่เป็นของราษฎร แม้ในทวีปยุโรปเมื่อสมัยมัธยมนับถือกันว่าอาณาเขตต์เป็นของมหากษัตริย์ และเมื่อมหากษัตริย์ถึงแก่ความตาย ก็แบ่งปันกันระหว่างทายาทเช่นอย่างมฤดกของบุคคล ในบางแห่งผู้เป็นประมุขแผ่อำนาจได้โดยรบชะนะ อาณาเขตต์จึงตกเป็นของเขาทางชัยชะนะเหมือนอย่างสิ่งของเชลย ทำนองนี้พระเจ้าวิลเลียมที่ ๑ เมื่อตีประเทศอังกฤษได้แล้ว ถือเอาอาณาเขตต์ที่ ๆ ได้นั้นว่าเป็นทรัพย์สมบัติของตน และแบ่งปันในระหว่างขุนนางที่เป็นพรรคพวก ในสมัยเก่ากรรมสิทธิ์ยังไม่แยกออกจากอำนาจทางปกครอง ถือกันว่าสามีเป็นเจ้าของภริยา บิดาเป็นเจ้าของบุตร ประมุขจึงถือกันว่าเป็นเจ้าของที่ในอาณาเขตต์ดุจเดียวกัน เพราะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศ ต้องกินเวลานาน ๆ มาจนจวนสมัยปัจจุบัน มนุษย์จึงสามารถแยกอำนาจของสามี บิดา และประมุขออกได้ และเพิ่งพิเคราะห์เห็นว่าเป็นสิทธิคนละประเภท และใช้ได้ไปคนละขอบเขตต์[1] ในครั้งก่อนใครเป็นอิสสระต้องเป็นเจ้าของ การที่ประมุขว่าเป็นเจ้าอาณาเขตต์ จึงแสดงความสมบูรณ์แห่งอธิปตัย[2] แต่ทั้งนี้ก็เป็นทฤษฎีหรือนิตินัยมากกว่าอื่น เพราะอาณาเขตต์กว้างขวาง ผู้เป็นประมุขย่อมไม่สามารถครอบครองเหมือนเจ้าของที่ดินอันแท้จริง ทางพฤตินัยมีแต่จะปกครองอาณาเขตต์ คือบริบาลการเมืองภายในอาณาเขตต์ ทำนองคล้ายกันกับวิธีปกครองปัจจุบัน ในประเทศเหล่านั้นการที่ประมุขอ้างอิงว่าเป็นเจ้าของที่ดินจึงไม่ค่อยเป็นอุปสรรคต่อสิทธิของราษฎรในที่ดิน เป็นแต่เหตุให้มีข้อจำกัดต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว


  1. ↑ กรรมสิทธิ์มุ่งไปในทางกฎหมายเอกชนเกี่ยวกับผลประโยชน์ในทางเงิน โดยฉะเพาะในระหว่างบุคคล ทำให้เจ้าของมีสิทธิห้ามมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์ของตนเท่านั้น ส่วนอำนาจนั้นมุ่งไปในทางกฎหมายมหาชน ประมาณราคาเป็นเงินไม่ได้ในระหว่างบุคคล ทำให้ผู้มีอำนาจมีสิทธิบังคับให้ผู้อื่นทำตาม ฉะนั้นอาจมีกรรมสิทธิ์แต่ไม่มีอำนาจ หรือมีอำนาจแต่ไม่มีกรรมสิทธิ์
  2. ↑ ภาษาไทยคำว่า “เจ้า” มุ่งไปทางกฎหมายเอกชนและมหาชนทั้งสองนัย คือหมายถึงผู้มีอำนาจปกครองและผู้มีกรรมสิทธิ์ คำว่ากรรมสิทธิ์เพิ่งประดิษฐใช้ขึ้นในรัชชกาลที่ ๕ เพื่อหมายความถึงสิทธิทางกฎหมายเอกชนโดยฉะเพาะตามความคิดเห็นในปัจจุบัน
ม.ธ.ก.