ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Prawatti Sat Kot Mai Thai (4) 2483.djvu/31

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
25
ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย

ให้เห็นว่าการห้ามเป็นบทที่เป็นหมันเสียแล้ว[1] แต่นั้นมาที่ดินมีราคามากขึ้น และต้องมีกฎหมายมาบัญญัติเรื่องการซื้อขายให้มีระเบียบ บทบัญญัตินี้จะศึกษาในหมวด ๔ เพราะเกี่ยวกับการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ จึงจะต้องบรรยายตำนานแห่งหนังสือสำคัญเสียก่อน.

การห้ามมิให้ซื้อขายที่ดินยังคงมีอยู่จนบัดนี้ แต่ฉะเพาะที่รกร้างว่างเปล่า หากจะมีการซื้อขาย ศาลก็พิพากษาว่าการซื้อขายนั้นไม่มีผล[2]

23.ได้กล่าวมาแล้วว่าตามกฎหมายประเพณีโบราณทั่วโลก สิทธิของเจ้าของผูกพันอยู่กับการครอบครอง เมื่อเจ้าของเลิกทำหรือออกจากที่แล้ว ตนไม่มีสิทธิอันใดเหลืออยู่กับที่นั้น ใคร ๆ จึงมีอำนาจเข้าไปในที่และทำเป็นอาณาประโยชน์ต่อไปได้ ต่อเวลามนุษย์มีความเจริญมากแล้ว จึงสามารถแยกกรรมสิทธิ์ออกได้จากการครอบครอง

ส่วนประเทศไทย ความคิดเห็นโบราณนี้เป็นลักษณะสำคัญของระบอบที่ดินเสมอมา แม้เมื่อประเทศเจริญเป็นใหญ่โตแล้ว ยังถือต่อไปตามเดิม ทั้งนี้เพราะเหตุหลายประการ ประการแรกก็คือการที่อำนาจทางปกครองและกรรมสิทธิ์ยังปะปนซับซ้อนกันอยู่นั้นเอง เมื่อทางนิตินัยถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของที่ดังนี้แล้ว สิทธิของราษฎรเหนือที่ของตนจึงเป็นสิทธิอันเบาบางมาก คล้ายกับสิทธิของผู้ครอบครองในสมัยปัจจุบัน

อีกประการหนึ่งการที่กรรมสิทธิ์เกี่ยวข้องปะปนอยู่กับการครอบครองนั้นเป็นความคิดเห็นอันเหมาะสมกับนโยบายของพระเจ้าแผ่นดิน ในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ทรงพระอุตสาหให้ที่ดินเกิดประโยชน์อยู่เสมอ เมื่อเจ้าของรู้อยู่แล้วว่าตนจะขาดสิทธิทำต่อไปหากเลิกทำแต่ครั้งหนึ่งแล้วนั้น ก็ต้องเพียรขนขวายทำเรื่อยไป ทั้งที่ดินที่เจ้าของเดิมละทิ้งเมื่อผู้ใดผู้หนึ่งใคร่จะทำก็เข้าทำได้ทันทีโดยสะดวก ไม่ต้องมีการโอนกัน โดยเหตุที่ ๆ ดินเป็นโภคทรัพย์สำคัญ ซึ่ง


  1. ↑ ควรสังเกตว่าตามข้อความในสัญญาทางพระราชไมตรีนั้น การซื้อขายจะต้องให้เจ้าพนักงานไทยรู้และเกี่ยวข้อง แต่ที่เป็นดังนี้ก็เพื่อช่วยผู้ซื้อให้ซื้อตามราคาที่สมควร และเพื่อให้เจ้าพนักงานสืบสวนดูให้เห็นว่าผู้ซื้อนั้นมีประสงค์ทำมาหากินจริง อนงควรสังเกตอีกว่าตามหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีทุกฉะบับมีอยู่ข้อหนึ่งว่าถ้าคนต่างด้าวผู้ซื้อที่ดินไม่ทำประโยชน์ภายในกำหนด ๓ ปีนับแต่วันซื้อ เจ้าพนักงานมีอำนาจไถ่ที่นั้นคืน
  2. ↑ ดูฎีกาที่ ๒๒๕/๑๑๙ ในสมัยปัจจุบันการซื้อขายนี้เป็นโมฆะ เพราะมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๑) และ ๑๓๐๕ บัญญัติไว้
ม.ธ.ก.