ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Rachathirat 2496.djvu/44

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๔๑

พระราชทานนามลงพระสุพรรณบัตร์ ชื่อพระเจ้าแสนเมืองมิง และพระราชธิดาสมเด็จพระร่วงเจ้า ซึ่งเป็นมเหษีพระเจ้าฟ้ารั่วนั้น สมิงมังละคิดก็เอามาเป็นภรรยา สมิงมังละคิดให้ปลูกตำหนักใหญ่อันหนึ่งบนยอดเขาฟังปู แล้วให้เขียนเป็นรูปต่าง ๆ อยู่มาวันหนึ่งสมิงมังละคิดออกไปเล่นน้ำในสระ ฝ่ายข้าสาวซึ่งอยู่ในตำหนักนั้นนอนกลางวันมิได้ปิดหน้าต่าง เมื่อจะเกิดเหตุนั้น กาคาบเอาเนื้อย่าง ซึ่งไฟติดอยู่นั้นมาจับกินที่หน้าต่างไฟตกลงติดเชื้อเข้าก็ไหม้ตำหนักขึ้น นางห้ามทั้งหลายซึ่งอยู่ในตำหนักนั้น หนีไม่ทันก็ตายในไฟ

ฝ่ายสมิงมังละคิดกลับเข้ามา เห็นนางห้ามทั้งปวงถึงแก่ความตายดังนั้น จึงให้เอาศพนั้นมากองมั่วสุมไว้ เอาไม้ซึ่งเหลือไฟไหม้นั้นมาเผาศพนั้นเสีย

ฝ่ายพระเจ้าแสนเมืองมิง กับแม่นางตะปีนั้นอยู่ด้วยกัน มีพระราชบุตรองค์หนึ่งชื่ออายกำกอง ครั้นอยู่มามีพระราชบุตรอีกองค์หนึ่งชื่อว่านางโอกัลยา พระเจ้าแสนเมืองมิงมีราชบุตรสององค์

ฝ่ายสมิงมังละคิด และนางอุ่นเรือนซึ่งเป็นบิดามารดา ก็ถึงแก่กาลกิริยาไปสู่ปรโลกในปีนั้น ในศักราช ๖๘๐ ปี พระยาแสนเมืองมิงยกไปตีเมืองลำภูลประการ ได้เมืองลำภูลประการแล้ว ยกไปตีเมืองทวายก็ได้เมืองทวาย จึงให้ขุนลังกาไปตีเมืองตะนาวศรีก็ได้เมืองตะนาวศรี แต่พระยาแสนเมืองมิงได้เสวยราชสมบัติอยู่สิบสี่ปีจะได้มีข้าศึกมาย่ำยีหามิได้