ยอดเขาไกล้เชิงกำแพงเมือง แล้วให้ล้อมด้วยราชวัตรฉัตรธง จึงให้ประดับพระยาช้างเผือกด้วยเครื่องคชาอาภรณ์อันอลงการ แล้วเชิญเข้าสถิตย์ในโรง ยืนเหนือแผ่นศิลาบ่ายหน้าไปต่อราชสัตรู แล้วให้เอาอ่างทองคำมาใส่น้ำพระพุทธมนต์ตั้งไว้ตรงหน้าพระยาช้างเผือก ปะโรหิตจึงอธิษฐานว่า ขอให้พวกอรินทร์ราชไพรีพ่ายแพ้หนีไป ด้วยอำนาจพระเดชานุภาพของพระเจ้าแผ่นดินและะอำนาจพระยาช้างเผือก
ฝ่ายพระยาช้างเผือกก็เอางวงสูบในอ่างทอง พ่นน้ำออกไปโดยทิศข้าศึกตั้งนั้น ฝ่ายรี้พลช้างม้ากองทัพเมืองเชียงใหม่ซึ่งประชิดเมืองเมาตะมะนั้น ก็ตกใจตื่นเหยียบผู้คนอลหม่านไป ครั้นพระเจ้าอู่แจ้งเหตุดังนั้นแล้ว จึงให้ยกกองทัพออกโจมตีกองทัพเมืองเชียงใหม่ ๆ ก็แตกพ่ายไป ทิ้งเครื่องสาตราวุธเครื่องอุปโภคบริโภคเสียสิ้น ทหารและอาณาประชาราษฎรในเมืองออกเก็บเอาของที่กองทัพทิ้งเสียนั้นได้เป็นอันมาก
ขณะนั้นเมืองเมาะตะมะ มีชัยแก่ข้าศึกเพราะพระยาช้างเผือกครั้งนั้น จึงทรงพระนามชื่อว่าพระยาอู่พระเจ้าช้างเผือก ครั้งอยู่มาพระเจ้าช้างเผือก ทรงพระราชศรัทธาจะใคร่ทำนุบำรุงพระพุทธสาสนาให้ถาวรสืบไป จึงให้แต่งทูตานุทูตจำทูลพระราชสาส์นและเครื่องราชบรรณาการบรรทุกสำเภาออกไป ขอพระบรมสารีริกธาตุณเมืองลังกาทวีป พระเจ้าลังกาครั้นแจ้งแล้ว ก็ทรงพระโสมนัศยินดีมีศัทธาด้วยพระเจ้าช้างเผือก ก็สั่งให้จัดแจงเชิญเสด็จพระบรมสารีริกธาตุให้ราชทูตมาเป็นอันมาก พระเจ้าช้างเผือกจึงให้สร้างพระสถูปกลอมปอน แปลเป็นภาษาไทยว่าพระเจดีย์ใหญ่ร้อยอ้อม จึง