ถ้าได้มาขอสมารับผิดแล้ว ข้างบิดามารดาหญิงรับสมาก็ดี ไม่รับก็ดี ไม่มีเบี้ยลเมิด แต่สิ่งของ ๆ ฝ่ายบิดามารดาหญิงหายไปเมื่อเวลาลักพากันเท่าใด ให้เจ้าทรัพย์สาบาลตราสินไว้ โดยไม่ได้ตราสินด้วยเข้าใจว่ามิใช่ผู้ร้ายอื่น เมื่อมาให้การกำหนดของแม่นยำว่าฉเพาะหายในวันนั้นเวลานั้นเท่าใดสาบาลได้ เมื่อจะยอมให้แก่บุตรหญิงเท่าใดก็ยอม เหลือนั้นให้ชายผู้ลักพาต้องใช้จงทั้งสิ้น แต่ผู้ชักสื่อแลพวกเพื่อนที่มากับชายแลเจ้าสำนักที่ต่าง ๆ ถ้าแม้นลักพากันสูญหายไปไม่ได้ตัวหญิง ไม่ได้ตัวชาย ฤๅไม่ได้ทั้งสองคน จึงควรต้องฟ้องต้องเกาะครองเร่งรัดให้ส่งให้นำ ถ้าได้ตัดหญิงตัวชายมาแล้ว โทษผู้ชักสื่อแลผู้มาเปนเพื่อนผู้ลักพาแลเจ้าสำนักให้ยกเสีย แต่การข้างผู้มีบรรดาศักดิ์ยังมีในที่จะว่าไปหลายอย่างอยู่ ถ้าที่อยู่ของบิดามารดาเปนวังเจ้าบ้านขุนนางผู้ใหญ่มีข้างน่าข้างในกำหนดกฎชามั่นคง คนผู้ล่วงเกินเข้าไปก็จะต้องให้มีโทษสมควรแก่วังใหญ่วังน้อยตามบรรดาศักดิ์ใหญ่น้อยของท่านเจ้าของวังเจ้าของบ้าน อนึ่งผู้มีบรรดาศักดิ์สูงต่ำจะว่าตามศักดินาเปนแม่นยำก็ไม่ได้ เพราะผู้มีศักดินาสูงลางจำพวกก็เปนแต่ผู้ดีชั้นเดียว เมื่อมาข้องมาเกี่ยวกับผู้มีบรรดาศักดิ์สืบตระกูลมาหลายชั่วแผ่นดินก็จะต้องรู้ว่าผู้มีบรรดาศักดิ์ชั้นเดียวเหมือนกับไพร่ แต่การในเรื่องอย่างนี้ก็ไม่เปนวิสัยที่ลูกขุนจะตัดสินได้ ต้องเรียนท่านเสนาบดีให้ตัดสินฤๅกราบทูลพระกรุณาให้ทรงทราบตัดสิน เพราะในการในทิศในทางที่ไม่เคย ถ้าตัดสินไม่ชอบกลก็จะเปนเยี่ยงเปน
หน้า:Ratchakan Thi Si (7) 2466.djvu/174
หน้าตา