ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Ratchakitcha Ratchakan Thi Ha (1).pdf/222

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้ตรวจสอบแล้ว
+ ๑๑๑๒๓๖
เล่ม ๑น่า ๒๒๐
ราชกิจจานุเบกษา

คงได้ช่วยไถ่เอามาเปนทาษใช้สอยอยู่นาน แลทาษที่เปนพ่อแม่พี่ป้าน้าอาเก่า ๆ เหล่านั้นก็ยังมีถมไป คงช่วยไถ่ใช้กันอยู่อีกนาน กลัวจะเกินอายุท่านผู้ที่มีความวิตกนั้นเสียอีก ด้วยคนที่เกีดในปีขานปีเถาะนั้น กว่าอายุจะถึง ๗๐ ปีบอกหักชราได้นั้น ก็ยังนานนัก ถ้าจะติดตั้งแต่ปีจอนี้ไป ก็ยังอีก ๖๑ ปี ๖๒ ปี เพราะฉนี้ จึ่งทรงพระราชดำริห์เปนปานกลางภอจะได้ให้เปนทางเข้าใจรู้ศึกตัวไว้บ้างที่จะได้เลือกจ้างคนที่เกิดปีมโรงเปนต้นไว้ใช้ภอเข้าใจเสียก่อน จึ่งมิได้ทรงพระราชดำริห์เลิกถอนโดยเรวแฃงแรงเหมือนเมื่อครั้งคิดกันมาแต่แรกบรมราชาภิเศกว่า จะให้นายเงินลดค่าตัวให้แก่ทาษเดือนละกึ่งตำลึงนั้น ถ้าคิดดู ที่จะดังนี้ปีหนึ่งเปนเงิน ๖ ตำลึง ทาษค่าตัวถัวธรรมดาคนละ ๒ ชั่ง คิดดู ๗ ปีเสศ ทาษก็จะต้องเลิกหมดไปโดยเร็ว ผู้ที่ช่วยไถ่มีทาษไว้แต่เดิมก็จะได้ความลำบากยากแค้นเปนอันมาก เหมือนผู้อยู่ที่อันสบายกลับกลายมาถูกร้อนโดยเรว ก็คงจะไม่สบายไปต่าง ๆ แล้วก็เปนทางที่ขาดทุนเสียทรัพย์ฃองผู้ที่ช่วยไถ่ไว้แต่เดิมนั้น จึ่งทรงผ่อนผันแต่เรื่องลูกทาษที่ไม่เปนการขาดทุนสิ่งใด เพราะทรงหวังตั้งพระราชหฤไทยแต่ให้เปนคุณเปนประโยชน์ ไม่ทรงอยากให้เปนโทษได้ความเดือดร้อนรำคาญต่าง ๆ จึ่งได้ทรงไว้เปนปานกลางภอให้เปนหนทางที่จะได้ใช้ลูกจ้างบ้างใช้ทาษบ้างรคนปนกันภอเคยใจไว้ เพราะไม่ทรงอยากให้เจ้าของทรัพย์ขาดทุนเดิมสิ่งใดให้เปนที่ร้อนใจรำคานในการซึ่งทรงพระราชดำริห์นี้ กับอนึ่งทาษไพร่ใจพาลสันดานค่าก็ยังไม่รู้จักที่จะทำมาหากินสิ่งไร จึ่งต้องผ่อนหย่อนไปให้ภอให้อาไศรยนายเงินได้กินอยู่นุ่งห่มไปพลาง ๆ ก่อนกว่าบุตรหลานจะได้หลุดถอนพ้นค่าตัวไปได้วิชาสิ่งไรภอรับจ้างหากินมีทรัพย์สินมาช่วยรับใช้แบ่งไถ่ให้บิดามารดาพ้นค่าหลุดเปนไทยไปได้บ้าง เปรียบเหมือนหย่างบิดาคนหนึ่ง มารดาคนหนึ่ง บุตร ๓ คน ถ้าบุตรหลุดพ้นไปได้ คงคิดเบี่ยงบ่ายรับจ้างหาเงินมาช่วยไถ่บิดามารดาไปให้เปนไทยได้ ก็คงช่วยกันซื้อขายทำมาหากินต่อไป บิดามารดาคงไม่กลับใจไปในการที่ชั่วตามที่เคยตัวมาแต่แรก เพราะบุตรได้ร่ำเรียนวิชา คงชักภาให้ดีมีแต่ที่ชอบทุกประการ จึ่งได้ทรงพระสันนิฐานเปนพระราชบัญญัติจัดไว้เปนอย่างกลางตามทางดั่งนี้ อนึ่งฝ่ายคนอีกจำพวกหนึ่งที่มีสันดานดี อยากจะไม่ให้มีธรรมเนียมใช้ทาษนั้น พึงทราบพระราชดำริห์พระราชประสงค์เถิดว่า ซึ่งทรงโปรดมีพระราชบัญญัติครั้งนี้ เพื่อจะแบ่งหนักให้เปนเบาไว้ก่อน เพราะจะผ่อนลูกทาษลูกไทยซึ่งเกิษในปีมโรงเปนต้นนั้น อายุได้ ๒๑ ปี พ้นนี่หลุดค่าตัวเปนไทย แลไม่ให้ขายกันได้ต่อไปนั้น เพราะจะให้หัดทำการหาวิชาเปนที่ทำมาหากินรู้ในศิลปสาตรต่าง ๆ จะได้เปนลูกจ้างหากินต่อไป เมื่อธรรมเนียมจ้างกันหนาแน่นชุกชุมขึ้นแล้ว ก็เหนว่า ธรรมเนียมใช้ทาษก็คงจะน้อยลงทุกครั้งทุกที การดีก็จะมากขึ้นร่ำไป จึ่งได้ทรงตั้งพระราชบัญญัติให้คนเข้าใจเคยหูเคยตาด้วยกันมาก แล้วภายน่าต่อไป ถึงจะไม่มีใครใช้ทาษ ก็คงจะไม่เปนไรนัก เพราะเหมือนชวนชักให้คนที่มีสันดานอันหนาตามธรรมดาอยากจะใช้ทาษนั้นให้เคยหูเคยใจเคยตาเสียก่อน ก็คงจะมีความผ่อนหาสิ่งสว่างเสื่อมส่างการที่ชั่วได้ จึ่งยักย้ายพระราชบัญญัติตัดต่อเพิ่มเติมขึ้นตามกาลตามเวลาที่จะเปนไปได้ทุกสิ่งทุกอย่างจนถึงหนทางที่จะตรงนั้น กับอนึ่งการเล่นเบี้ยพนันเอาเงินกันเปนที่ก่อต้นรากให้เกิดเปนทาษขึ้นนั้น การอันนี้มีพระราชหฤไทยรำพึงถึงอยู่เสมอที่จะเลิกถอนผ่อนให้หมดไปนั้นเปนแน่ แต่เปนเงินถึง ๑๑๐๐๐ ชั่งเสศได้สำรับจ่ายใช้ราชการแผ่นดินอยู่เสมอ ถ้าจะเลิกถอนเสียโดยเรวนี้ เงินซึ่งสำรับจะใช้จ่ายราชการก็ยังไม่มีภอที่จะทำการงานโยธาต่าง ๆ แทนเงินซึ่งจะเลิกได้นั้น แต่การอันนี้ก็ได้ทรงพระราชดำริห์ปฤกษาอยู่ในเคาน์ซิลแล้ว เมื่อตกลงอย่างไร ท่านทั้งปวงคงได้ทราบต่อไปเมื่อภายน่า แจ้งความมาณวันอาทิตย เดือนสิบเอด ขึ้นแปดค่ำ ปีจอฉศก ศักราช ๑๒๓๖ เปนปีที่ ๗ ในรัชกาลปัตยุบันนี้ ๚ะ

ขุนหลวงพระไกรสีห์ เคลีกออฟเคาน์ซิล

วันจันทร เดือนสิบเอด ขึ้นสองค่ำ ปีจอฉศก โปรดเกล้าฯ ตั้งกอมมิตตีไปชำระตรวจสอบบาญชีเงินค่านาซึ่งพระยาอาหารบริรักษทำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายว่าได้ส่งเงินคลังตั้งแต่