มาเปนหลวงก็ไม่ได้ซีกได้เสี้ยวของเงินที่ค้าง เพราะเจ้าภาษีได้เงินมาแล้วเอาไปทำการค้าขายต่าง ๆ เงินหลวงก็ไม่ส่ง ถ้าเร่งเงินหลวงหนักเข้า การค้าขายก็ร่วงโรยไป เพราะฉนั้นการค้าขายที่กรุงเทพนี้จึ่งไม่เจริญ ที่ในหลวงก็ไม่เปนประโยชน์ ที่ลูกค้าก็ไม่ตั้งอยู่ได้ บ้านเมืองก็ไม่มีความเจริญ จึ่งทรงพระราชดำริห์ให้ตั้งพระราชบัญญัติให้เจ้าพนักงานแลเจ้าภาษีนายอากรจัดธรรมเนียมให้เรียบร้อยขึ้น จะได้เปนความเจริญแก่บ้านเมืองต่อไป ให้เจ้าพนักงานแลเจ้าภาษีประพฤติการตามพระราชบัญญัตินี้จงทุกประการ ๚ะ
๏ข้อ๑ผู้ใดจะทำภาษีอากร ก็ให้ยื่นเรื่องราวประมูลต่อเจ้าพนักงานที่ออฟิตหลวง อย่าให้ไปยื่นที่อื่น ถ้าได้ทำภาษีอากรสิ่งไรเปนเงินหลวงมากน้อยเท่าใด เจ้าพนักงานจะแบ่งเงินนั้นออกเปน ๑๒ งวด ให้เจ้าภาษีส่งเงินล่วงน่าไว้ ๓ งวด แล้วให้คิดตั้งแต่วันเจ้าภาษีได้รับตราตั้งภาษีไปแล้วได้เดือนหนึ่ง ให้เจ้าภาษีส่งเงินอีกงวดหนึ่งตามที่ในพิกัดท้องตราได้แบ่งไว้เสมอจงทุกเดือน ถ้าเจ้าภาษีส่งเงินงวดถึงเดือนที่ ๙ แล้ว เดือนที่ ๑๐ ที่ ๑๑ ที่ ๑๒ ครบจำนวนปีนั้น อย่าให้เจ้าภาษีต้องส่งเงินอีกเลยในจำนวนปีนั้น เพราะเจ้าภาษีได้ส่งเงินล่วงน่าไว้สามงวดแล้ว ถ้าเปนหัวเมืองใกล กำหนดเดือนครึ่งให้ส่งเสมอจงทุกงวด ๚ะ
๏ข้อ๒ถ้าภาษีนั้นครบปี ขึ้นปีใหม่ ไม่มีผู้ใดยื่นเรื่องราวประมูลเงินภาษีรายนั้น เจ้าภาษีคนเก่าจะรับทำต่อไป ก็ให้เจ้าภาษีส่งเงินล่วงน่าในจำนวนปีใหม่ไว้ต่อเจ้าพนักงานอีกสามงวดตามเดิม แล้วให้เจ้าภาษีส่งเงินงวดเสมอทุกเดือนไป ถ้าถึงกำหนดเดือน เจ้าภาษีไม่ส่งเงินงวดได้ตามพิกัดท้องตรา พ้นกำหนดเดือนงวด ๗ วันแล้ว เจ้าพนักงานบาญชีกลางจะหักเงินที่เจ้าภาษีได้ส่งล่วงน่าไว้ ๓ เดือนนั้นเสียเดือนหนึ่ง ยังคงเงินที่ได้ส่งล่วงน่าไว้อีก ๒ เดือน ถ้าถึงกำหนดงวดเดือน เจ้าภาษีไม่ส่งเงินอีก ค้างเปน ๒ งวด เจ้าพนักงานบาญชีกลางจะหักเงินล่วงน่าที่ยังเหลืออยู่ ๒ เดือนนั้นส่งพระคลังมหาสมบัติอีกเดือนหนึ่ง แล้วเจ้าพนักงานบาญชีกลางจะออกหมายประกาศกำหนดวัดประชุมเปลี่ยนภาษีรายนั้นในวันขึ้นค่ำหนึ่ง เดือนที่ ๓ ถึงจะเปนต้นปีฤๅกลางปี ก็จะต้องนัดวันประชุมว่าเปลี่ยนภาษีรายนั้นจงได้ แลในวันขึ้นค่ำหนึ่ง เดือนที่ ๓ นั้น เจ้าพนักงานจะเกาะตัวเจ้าภาษีไว้กว่าจะว่าภาษีตกลงกันเปลี่ยนเจ้าภาษีใหม่ได้จนตลอดเดือนที่ ๓ ถ้าหมดจำนวนเดือนที่ ๓ แล้ว เจ้าพนักงานก็จะหักเงินงวดของเจ้าภาษีคนเก่าที่ส่งไว้ยังเหลืออีกงวดหนึ่งนั้นส่งพระคลังมหาสมบัติ หมดจำนวนเจ้าภาษีคนเก่า ภาษีนั้นตกเปนของเจ้าภาษีคนใหม่รับทำต่อไป แลเจ้าภาษีคนใหม่ที่จะรับทำภาษีนั้นต่อไปกลางงวดกลางปีนั้น เจ้าพนักงานจะต้องลดเงินหลวงให้กับผู้ที่รับเปนเจ้าภาษีใหม่ภอสมควรกับเดือนที่ได้รับไปทำ แลเงินหลวงในจำนวนปีนั้นยังขาดอยู่อีกมากน้อยเท่าใด จะต้องเร่งเอากับเจ้าภาษีคนเก่าจนเตมตามพระราชกำหนดกฎหมายสำรับการภาษีนี้ ถ้าเจ้าภาษีทำภาษีส่งเงินงวดเดือนเสมอไปจนครบปี ไม่มีผู้ใดว่าประมูลเงิน ก็จะให้เจ้าภาษีผู้นั้นทำต่อไป ถ้าทำภาษีครบปี มีผู้ยื่นเรื่องราวประมูลเงิน ก็จะให้ว่ากล่าวกันตามแต่เงินหลวงจะขึ้นได้มากแลน้อย ถ้าแลมีผู้ประมูลขึ้น เจ้าภาษีคนเก่ายังรักภาษีของตัวอยู่ เหนว่ามีกำไร รับทำได้อีกต่อไป ก็ให้เจ้าภาษีคนเก่าว่าประมูลกับคนใหม่ สู้ประมูลกันตามแต่ใจที่จะรับทำต่อไปได้ ๚ะ
๏ข้อ๓ผู้ที่จะรับทำภาษีอากรจะต้องเสียเงินค่าตราตั้งตามธรรมเนียม เงินค่าตราเจ้าจำนวนรูปนกวายุภักษ ๑ เงินค่าตรานำเมือง ๑ แลเงินค่าเผาค่าฎีกาค่าอื่น ๆ บ้างตามพิกัด ถ้าเจ้าภาษีทำภาษีไป ส่งเงินงวดไม่ได้ตามพิกัดท้องตราแล้ว จะต้องออกจากที่เจ้าภาษีในต้นปีฤๅกลางปี แต่เงินค่าตราตั้งแลค่าอื่น ๆ ที่ได้เสียไว้นั้นต้องเปนภับกับเจ้าภาษี เพราะเจ้าภาษีส่งเงินไม่ได้ตามพิกัดท้องตรา ๚ะ
๏ข้อ๔เจ้าภาษีนายอากรที่ได้รับตราตั้งไปแล้วไปตัดตอนขายให้ลูกช่วงไปเก็บภาษีนั้นให้ เจ้าภาษีใหญ่ซึ่งเปนผู้ตัดตอนขายช่วงไปนั้นคิดเงินที่ลูกช่วงผูกไปเปนเงินมากน้อยเท่าใด ก็ให้กะแบ่งออกเปน ๑๒ ส่วน ให้ลูกช่วงส่งต่อเจ้าภาษีเดือนละส่วนเสมอจงทุกเดือน ห้ามมิให้เจ้าภาษีใหญ่เรียกเงินล่วงน่าต่อลูกช่วงเกินกำหนด ๓ เดือน ถ้าเจ้าภาษีขาดส่งเงินงวดหลวง