ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Ratchakitcha Ratchakan Thi Ha (1).pdf/310

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้ตรวจสอบแล้ว
+๑๒๓๖
เล่ม ๑น่า ๒๙๘
ราชกิจจานุเบกษา

ณหัวเมืองประเทศราชแขกมลายูหลายเมืองหลายครั้ง มีความชอบในราชการ จึ่งโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิศริยยศ ชั้นที่ ๔ ตรามงกุฎสยาม ชื่อภัทราภรณ เปนเกียรติยศ เปนที่รฦกแก่บุตรแลหลานสืบไปสิ้นกาลนาน จงเจริญสรรพศิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลทุกประการเทอญ ๚ะ

ท่านผู้หญิงอ่วมเปนภรรยาท่านเจ้าพระยาสุรวงษไวยวัฒน สมุหพระกระลาโหม ท่านผู้หญิงอ่วมนี้ได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดในแผ่นดินปัตยุบันนี้ชั่งห้าตำลึง ครั้นถึงณวันเดือนสาม ปีมะแมตรีศก ท่านผู้หญิงอ่วมป่วยเปนไข้จับวันหนึ่ง แล้วเว้นไปสี่วันห้าวันกลับจับอีก ให้ไอเปนคราว ๆ รับประทานอาหารได้แต่มื้อละถ้วยฝาขนาดน้อย ได้หาหมอชะเลยศักมาประกอบยาให้รับประทาน อาการทรงอยู่แล้วกลับทรุดไป ครั้นถึงณวันเดือนเก้า ปีจอฉศก อาการทรุดหนักลง ให้ไปอุจารวันละ ๕ ครั้ง ๖ ครั้ง ให้บวมมือบวมเท้า รับประทานอาหารได้แต่เข้าต้มมื้อละช้อนหนึ่งสองช้อน นอนไม่หลับ ให้หิวอ่อนกำลังน้อยถอยลงทุกวันทุกเวลา ป่วยมาได้สองปี กับสิบเอดเดือน กับสิบสามวัน ครั้นถึงณวันจันทร เดือนอ้าย ขึ้นสิบสามค่ำ ปีจอฉศก เวลาบ่านสองโมงเสศ ท่านผู้หญิงอ่วมถึงอนิตยกรรม อายุได้ ๔๘ ปี พระราชทานหีบทองทึบใส่ศพเปนเกียรติยศ ๚ะ

หลวงอัคนารี (นุ่ม) เจ้ากรมไพร่หลวง กองการกุศลซ้าย ป่วยเปนแผลที่หลังเท้าขวาแต่ณวันเดือนสิบ ปีวอกจัตวาศก ได้หาหมอชเลยศักมาดู หมอว่ากลายไปเปนลำลาบเพลิง ได้ประกอบยาให้รับประทาน อาการทรงอยู่ แล้วแผลกลับพังมากไป ปวดแสบปวดร้อนเปนกำลัง รับประทานอาหารไม่ได้ นอนไม่หลับ ครั้นถึงณวันเดือนสิบสอง แรมแปดค่ำ ปีจอฉศก ให้แน่นท้องเหนื่อยหอบ รับประทานได้แต่เข่าต้มมื้อละถ้วยชา ป่วยมาได้สองปีกับสี่เดือน ครั้นถึงณวันจันทร เดือนอ้าย ฃึ้นสิบสามค่ำ เวลาบ่ายสองโมง หลวงอัคนารี นุ่ม ถึงอนิตยกรรม อายุได้ ๕๕ ปี พระราชทานหีบเชิงชายให้ใส่ศพเปนเกียรติยศ ๚ะ

ณวันเสาร เดือนสิบสอง แรมห้าค่ำ ปีจอฉศก ศักราช ๑๒๓๖ เปนปีที่ ๗ ในราชการปัตยุบันนี้ มีใบบอกมาแต่เมืองปทุมธานีฉบับ ๑ ในใบบอกนั้นมีความว่า ณวันอาทิตย เดือนอ้าย แรมห้าค่ำ ปีรกาเบญจศก ศักราช ๑๒๓๕ นายปั้น โจทย์ นายสินตุ กับพวก ๑๐ คน ยอมความกันเรื่อง ๑ เดิมนายปั้น โจทย์ ฟ้องกล่าวโทษนายสินตุ ๑ นายจร ๑ นายเหมือน ๑ นานกล่ำ ๑ นายหลำ ๑ นายรัก ๑ นายพลาย ๑ นายอิน ๑ นายทิม ๑ นายคำ ๑ นายกัน ๑ รวม ๑๑ คน จำเลย ว่าเมื่อเดือนสิบเอจ ขึ้นห้าค่ำ ปีรกาเบญจศก เวลาบ่าย ๓ โมงเสศ นายสินตุ กับภักพวก ๑๐ คน ลักกระบือ ๑๓ กระบือฃองนายปั้นไป ราคากระบือนั้นเปนเงินตรา ๕ ชั่ง ๕ ตำลึง แจ้งอยู่ในคำฟ้องฃองนายปั้น โจทย์ นั้นแล้ว ตระลาการเกาะได้ตัวนายสินตุ กับพักพวกอิก ๑๐ คน มาชำระไถ่ถาม นายสินตุ กับพักพวก ๑๐ คน ให้การรับสมฟ้องนายปั้น โจทย์ นายสินตุ กับพักพวก ๑๐ คน ยอมใช้เงินค่ากระบือแลค่าธรรมเนียมแทนโจทย์เปนเงินตรา ๘ ชั่ง นายปั้น โจทย์ ก็ยอมรับเงินค่ากระบือไว้ ๚ะ

มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเดจพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวดำรัศสั่งให้ประกาศพระราชทานพระราชกุศลแก่ราษฎรชาวกรุงเก่าให้ทราบว่า พระมหาสถูปเจดีย์ณวัดฃุนแสนเปนฃองสูงใหญ่ อยู่ใกล้พระราชวังจันทรเกษม เปนที่ประทับ พระมหาสถูปเจดีย์นั้นชำรุดซุดโซมมานาน ทอดพระเนตรเนือง ๆ ทรงรำคาญพระเนตร แลทรงเสียดายฃองใหญ่ฃองเก่า จึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัศสั่งพระยาราชสงครามจ้างลูกจ้างประฏิสังขรณ์ขึ้นให้ใหม่ให้เขื่องใหญ่กว่าเก่า มั่นคงถาวรสืบไปในภายน่า แลให