ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Song Tang Chao Prathetsarat 2514.djvu/4

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้ตรวจสอบแล้ว

กระบวนจีน ปิดตรา เชิญพระสุพรรณบัตรไว้บนพานทอง ๒ ชั้น นำไปฝากไว้แก่หลวงธรรมะเสนาข้าพระ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามก่อน ต่อจากนั้นขุนนางกรมพระอาลักษณ์มาเชิญพานพระสุพรรณบัตรไปไว้ ณ ศาลาลูกขุน แล้วโปรดเกล้าฯ ให้พระยาแห่งเมืองพระประเทศราชนั้น ๆ แต่งดอกไม้ธูปเทียนมาถวายบังคมรับพระราชทานพระสุพรรณบัตรเชิญพานพระสุพรรณบัตรแห่ไปยังที่ประทับของพระยาเมืองประเทศราชบรรดาที่ได้เข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อแห่ไปเมืองประเทศราชอีกต่อหนึ่ง ในการนี้ลางคราวยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมช้างคุมกองช้างเป็นขบวนไปส่งเป็นการพระราชทานพระเกียรติยศแก่เจ้าประเทศราชนั้น ๆ อีกด้วย

ที่กล่าวมานี้เป็นการพรรณนาตามเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุเก่า ๆ ถ้าจะพิจารณาถึงเหตุผลที่เป็นสาระสำคัญกันแล้ว กล่าวได้ว่า เป็นเรื่องที่พระมหากษัตริยาธิราชทรงบำเพ็ญตามจักรวรรดิวัตรเพื่อยังพระบารมีให้เพิ่มพูนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะการที่มีพระราชโองการสถาปนาให้ท้าวพระยานาหมื่นขึ้นเป็นเจ้าประเทศราชครองบ้านครองเมือง และการพระราชทานเครื่องราชูปโภค พระราชทานทรัพย์เงินทองนั้น เป็นราชวัตรปฏิปทาของพระมหากษัตริยาธิราชของชาติไทยทรงบำเพ็ญสืบต่อกันมาแต่โบราณกาล ปรากฎเรื่องดั่งกล่าวนี้มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ที่พ่อขุนรามคำแหงได้ทรงปฏิบัติอยู่ เมื่อ “คนใดขี่ช้างมาหา พาเมืองมาสู่ ช่วยเหลือเกื้อกูล มันบ่มีช้าง บ่มีม้า บ่มีปั่ว บ่มีนาง บ่มีเงิน บ่มีทอง ให้แก่มัน ช่วยมันตวงเป็นบ้านเป็นเมือง” แม้ทรงชนะศึกสงคราม “ได้ข้าเสอกข้าเสือหัวพุ่งหัวรบก็ดี บ่ฆ่าบ่ตี” สิ่งเหล่านี้นอกจากจะเป็นการผูกจิตตใจของบรรดาเจ้าประเทศราชให้จงรัก