สอดส่องดู ผู้ไม่รู้พระวินัยของภิกษุก็ดูหมิ่นว่างมงายเป็นเถรส่องบาตร เช่นเดียวกับการวันทาสีมา ผู้ไม่ทราบซึ้งก็ตำหนิโดยไร้เหตุผล อย่าเข้าใจว่าคำกล่าววันทาสีมาเป็นคำกล่าวขอขมากับก้อนหินอิฐปูน
ผู้นำนาคหรือผู้มีหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงต้องคอยช่วยเหลือแนะนำนาค ในระยะนี้ควรนำนาคตรงไปที่สีมาหน้าโบสถ์ก่อน ปูเสื่อใส่เรียบร้อย แล้วให้นาคยืนบนเสื่อนั้น จุดธูปเทียนวางดอกไม้บูชาแล้วกราบ ๓ หนยืนขึ้นว่า
อุกาสะ วันทามิ ภันเต; สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต; มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง; สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง; สาธุ, สาธุ, อะนุโมทามิ.
แล้วคุกเข่าลงว่า
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต; อุกาสะ ท๎วาระตะเยนะ กะตัง; สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต.
กราบลงหนหนึ่งแล้วว่า
อุกาสะ ขะมามิ ภันเต. แล้วกราบลง ๓ หน แล้วนำนาคเข้าโบสถ์ต่อไป (โบราณนิยมโปรยทานก่อนเข้าโบสถ์ แต่เดี๋ยวนี้การแย่งทานทำกันจนน่ารังเกียจ บางแห่งจึงงดไป)
เมื่อเข้าโบสถ์ ผู้นำนาคนำไปหน้าพระประธานหรือที่ใกล้องค์พระ ดูให้เหมาะสม จุดธูปเทียน วางดอกไม้บูชา แล้วนั่งคุกเข่ากล่าวคำบูชาดังนี้:-