หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
๒๙
|
ปริภาวิตํ จิตฺตํ สมฺมเทว อาสเวหิ วิมุจฺจติ; |
ในศีล สมาธิ ปัญญานั้น สมาธิอันศีลอบรมแล้วมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่, สมาธิอันปัญญาอบรมแล้วมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่, จิตอันปัญญาอบรมแล้วย่อมพ้นจากอาสวะโดยชอบ. |
| เสยฺยถีทํ, กามาสวา ภวาสวา อวิชฺชาสวา; | คือจากอาสวะ คือความอยากได้ จากอาสวะ คือความอยากเป็น จากอาสวะ คือความไม่รู้. |
| ตสฺมาติห เต[1] อิมสฺมึ ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย; สกฺกจฺจํ อธิสีลสิกฺขา สิกฺขิตพฺพา; อธิจิตฺตสิกฺขา สิกฺขิตพฺพา; อธิจิตฺตสิกฺขา สิกฺขิตพฺพา; อธิปญฺญาสิกฺขา สิกฺขิตพฺพา; ตตฺถ อปฺปมาเทน สมฺปาเทตพฺพํ | เพราะเหตุนั้นแล เธอพึงศึกษาสิกขา คือศีลยิ่ง อย่างเคารพ พึงศึกษาสิกขา คือจิตยิ่ง อย่างเคารพ พึงศึกษาสิกขา คือปัญญายิ่ง อย่างเคารพ ในพระธรรมวินัยอันพระตถาคตตรัสประกาศนี้, พึงให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทในศีล, สมาธิ, ปัญญานั้นเทอญ. |
เมื่อบอกอนุศาสน์จบแล้ว พระนวกะทราบ ๑ หน แล้วยืนขึ้นกล่าวคำว่า
วันทามิ ภันเต; สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต; มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง; สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง; สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ แล้วนั่งลงกราบ ๓ หน
- ↑ บทว่า “เต” ในคำว่า “ตสฺมาติห เต” ในเวลาบอกพร้อมกันตั้งแต่สองรูปขึ้นไป พึงเปลี่ยนใช้บทว่า “โว” แทนดังนี้ “ตสฺมาติห โว”
อนึ่งการบวชแบบเดิมจะไม่ว่า อเนกปริยาเยน โข ถึง ตฺตถ อปฺปมาเทน สมฺปาเทตพฺพํ ก็ได้