อรรถกถา กลิงครสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อรรถกถากลิงครสูตรที่ ๘
ในกลิงครสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า กลิงฺครูปธานา ได้แก่ กระทำท่อนไม้ คือท่อนไม่ตะเคียน

เป็นหมอนหนุนศีรษะและหนุนเท้า. บทว่า อปฺปมตฺตา ได้แก่ ไม่

ประมาทในการเรียนศิลปะ. บทว่า อาตาปิโน ได้แก่ เริ่มประกอบความ

เพียรคือความหมั่นอันเป็นเหตุทำกิเลสให้เร่าร้อน. บทว่า อุปาสนสฺมึ

ได้แก่ ในการเริ่มประกอบศิลปะและในการเข้าไปนั่งใกล้อาจารย์. ได้ยินว่า

ในกาลนั้น พวกเขาลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ไปโรงศิลปะ เรียนศิลปะในโรงศิลปะ

นั้นแล้ว กระทำการประกอบความเพียรด้วยการเรียนและการสาธยาย

เป็นต้น ล้างหน้าแล้ว ไปดื่มข้าวยาคู ดื่มข้าวยาคูแล้วไปสู่โรงศิลปะอีก

กระทำการสาธยาย ไปกินอาหารเช้า กินอาหารเช้าเสร็จแล้ว คิดว่า ขอ

พวกเราอย่าได้หลับนานด้วยความประมาทเลย แล้วหนุนศีรษะและเท้าที่

ท่อนไม้ตะเคียน หลับไปหน่อยหนึ่งแล้วไปโรงศิลปะอีก เรียนสาธยายศิลปะ

และเวลาเย็นกระทำการสาธยายศิลปะ กลับไปเรือนบริโภคอาหารเย็น ปฐม-

ยามกระทำการสาธยาย เวลาเย็นนอนหนุนท่อนไม้เหมือนอย่างนั้นนั่นแล

เขาเหล่านั้น ไม่รู้ขณะ และมีปัญญาอ่อน ซึ่งท่านหมายเอากล่าวไว้ดังนี้.

บทว่า โอตารํ แปลว่า ช่อง. บทว่า อารมฺมณํ ได้แก่ ปัจจัย.

บทว่า ปธานสฺมึ ได้แก่ กระทำความเพียรในสถานที่สำหรับทำความเพียร.

ได้ยินว่า ในครั้งปฐมโพธิกาล ภิกษุทั้งหลาย กระทำภัตกิจเสร็จ

แล้วมนสิการพระกรรมฐาน เมื่อภิกษุเหล่านั้นกำลังมนสิการอยู่นั้นแล

พระอาทิตย์ก็อัสดงคต. ภิกษุเหล่านั้น อาบน้ำแล้ว ลงจงกรมอีก จง-

กรมตลอดปฐมยาม. แต่นั้นคิดว่า พวกเราอย่านอนหลับนาน นอนเพื่อ

บรรเทาความลำบากทางร่างกาย จึงนอนหนุนท่อนไม้. ก็ภิกษุเหล่านั้น

ลุกขึ้นในปัจฉิมยาม แล้วลงจงกรม. ท่านหมายเอาภิกษุเหล่านั้น จึง

กล่าวไว้ดังนี้ . ในรัชกาลแห่งพระเจ้าแผ่นดินถึง ๓ รัชกาล เกาะแม้นี้ก็

เป็นที่มีเสียงระฆังเป็นอันเดียวกัน ได้เป็นพื้นที่สำหรับบำเพ็ญเพียรอัน

เดียวกัน ระฆังที่เขาตีที่วิหารต่าง ๆ ก็ดังประสมไปที่ปิลิจฉิโกฏินคร๑

ระฆังที่เขาตีที่กัลยาณีวิหาร ก็ดังประสมไปที่นาคทวีป ภิกษุนี้จะถูกเขา

เหยียดนิ้วชี้ว่า ผู้นี้เป็นปุถุชน. ภิกษุทั้งหมดได้เป็นพระอรหันต์ในวัน

เดียวกัน. บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะเหตุที่มารไม่ได้เครื่องหนุนคือ

ท่อนไม้เป็นอารมณ์.

จบอรรถกถากลิงครสูตรที่ ๘

ดูเพิ่ม[แก้ไข]