อรรถกถา ญาณวัตถุสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อรรถกถาญาณวัตถุสูตรที่ ๓
พึงทราบวินิจฉัยในญาณวัตถุสูตรที่ ๓ ต่อไป. ข้อว่า "ตํ สุณาถ

พวกเธอจงฟังญาณวัตถุนั้น" ได้แก่พวกเธอจงฟังการแสดงญาณวัตถุนั้น.

ญาณนั่นเอง พื้งทราบว่า ญาณวัตถุ ในคำนี้ว่า ญาณวตฺถูนิ นี้. ใน

ญาณ ๔ มี ชรามรณญาณ เป็นอาทิ ญาณที่ ๑ มี ๔ อย่างคือ สวนมยญาณ

(ความรู้อันสำเร็จด้วยการฟัง ) สัมมสนญาณ (ความรู้อันเกิดจากการ

พิจารณา) ปฏิเวธญาณ ( ความรู้อันเกิดจากการรู้แจ้งแทงตลอด)

ปัจจเวกขณญาณ (ความรู้อันเกิดจากการพิจารณา ). ญาณที่ ๒ ก็เหมือน

กัน. ส่วนญาณที่ ๓ เว้นสัมมสนญาณเสีย จึงมีเพียง ๓ อย่างเท่านั้น.

ญาณที่ ๔ ก็เหมือนกัน เพราะว่า โนโลกุตรธรรม ย่อมไม่มีสัมม-

สนญาณ. แม้ในคำว่า "ชาติยา ญาณํ ความรู้ในชาติ" เป็นต้น

ก็มีนัยนี้แหละ. ข้อว่า "อิมินา ธมฺเมน ด้วยธรรมนี้" คือ ด้วย

สัจธรรม ๔ นี้ หรือด้วยมรรคญาณธรรม.

ในบทว่า ทิฏฺเฐน เป็นต้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า ทิฏฺเฐน

ได้แก่อันตนเห็นแล้วด้วยญาณจักษุ ( ดวงตาคือปัญญา). บทว่า วิทิเตน

ได้แก่รู้แล้วด้วยปัญญา. บทว่า "อกาลิเกน ให้ผลไม่มีกำหนดกาล"

ได้แก่ให้ผลในลำดับแห่งการรู้แจ้งแทงตลอดไม่ละเลยกาลไรๆ เลย. บทว่า

" ปตฺเตน ถึงแล้ว" แปลว่า บรรลุแล้ว. บทว่า "ปริโยคาฬฺเหน

หยั่งรู้แล้ว คืออันตนหยั่งรู้แล้ว ได้แก่เข้าถึงด้วยปัญญา. บทว่า "อตี-

ตานาคเต นยํ เนติ นำนัยในอดีตและอนาคตไป" ได้แก่นำนัยในอดีต

และอนาคตไปโดยนัยมีอาทิว่า "สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง."

ก็ในคำนี้ พระสารีบุตรเถระอาจนำนัยในอดีตและอนาคตไปด้วยสัจธรรม

๔ บ้าง ด้วยมรรคญาณธรรมบ้าง. ก็เมื่ออริยสัจ ๔ ก็ดี มรรคญาณก็ดี

อันตนแทงตลอดแล้ว หลังจากนั้น ปัจจเวกขณญาณย่อมมี. พึงทราบ

อธิบายว่า นำนัยไปด้วยปัจจเวกขณญาณนั้น. บทว่า อพฺภญฺญึสุ แปลว่า

ได้รู้แล้ว. คือ ทราบแล้ว. ข้อว่า "เสยฺยถาปิหํ เอตรหิ เหมือนอย่าง

ที่เรารู้ในบัดนี้ " คือเหมือนอย่างเรารู้ด้วยยอำนาจอริยสัจ ๔ ในบัดนี้.

บทว่า อนฺวเย ญาณํ ได้แก่ความรู้ในธรรมอันเหมาะสม คือ ความรู้

ในอันติดตามญาณในธรรม. คำว่า อนวยญาณ นี้ เป็นชื่อของปัจจ-

เวกขณญาณ. ข้อว่า "ธมฺเม ญาณํ ได้แก่มรรคญาณ." เสขภูมิของ

พระขีณาสพ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วในพระสูตรนี้ ด้วยประการ

ฉะนี้.

จบอรรถกถาปฐมญาณวัตถุสูตรที่ ๓

ดูเพิ่ม[แก้ไข]