อรรถกถา นทีสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อรรถกถานทีสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัย ในนทีสุตรที่ ๑ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ปพฺพเตยฺยา แปลว่า เป็นไปในภูเขา. บทว่า โอหาริณี

ความว่า พัดพาหญ้า ใบไม้ และท่อนไม้ เป็นต้น ที่หล่นลงไป ๆ

ในกระแสน้ำลงมาข้างล่าง. บทว่า ทูรงฺคมา ความว่า มีปกติ

ไหลไปได้ (ไกล) ถึง ๔๐๐ โยชน์ ๕๐๐. โยชน์ นับตั้งแต่ที่ (เริ่ม)

ไหลออก. บทว่า สีฆโสตา แปลว่า มีกระแสเชี่ยวกราก. บทว่า กาสา

เป็นต้น หมายถึง ติณชาติทั้งหมด. บทว่า รุกฺขา ได้แก่ ต้นไม้ล้มลุก

มีต้นละหุ่งเป็นต้น. บทว่า เต นํ อชฺโฌลมฺเพยฺยุํ ความว่า ต้นไม้เหล่านั้น

แม้เกิดอยู่ริมฝั่งน้ำ เอนลงไป มียอดระน้ำ ห้อยย้อยอยู่ อธิบายว่า

ห้อยย้อยอยู่เบื้องบนน้ำ.

บทว่า ปลุชฺเชยฺยุํ ความว่า พึงหล่นลงไปบนศีรษะ พร้อมกับ

ดินติดราก บุรุษนั้นถูกหญ้าเลาเหล่านั้น (ล้ม) ทับแล้ว มีน้ำปนทราย

ปนดินไหลเข้าปาก (เขา) ก็จะพึงประสบกับความพินาศอย่างหนัก.

ในบทว่า เอวเมว โข นี้ มีอธิบายว่า :-
พาลปุถุชนที่อาศัยวัฏฏะ พึงเห็นเหมือนบุรุษที่ตกลงไปใน

กระแสน้ำ.

เบญจขันธ์ที่ทุรพลพึงเห็นเหมือนต้นเลาเป็นต้นที่เกิดอยู่ตาม

ริมฝั่งทั้งสองข้าง.

การที่พาลปุถุชนไม่รู้ (ตามความเป็นจริง) ว่า ขันธ์เหล่านี้ไม่ใช่

สหายของเรา แล้วยึดถือไว้ด้วยการยึดถือ ๔ อย่าง พึงเห็นเหมือนการที่

บุรุษนั้นยึด (ต้นไม้) เพราะไม่รู้ว่า ต้นไม้เหล่านี้แม้ยึดไว้แล้วก็จัก

ไม่สามารถรับน้ำหนักเราไว้ได้.

การเกิดขึ้นแห่งความพินาศมีโสกะเป็นต้น แก่พาลปุถุชนใน

เพราะขันธ์ที่ยึดไว้ด้วยความยึดถือ ๔ อย่างแปรปรวนไป พึงทราบว่า

เหมือนการที่บุรุษ (นั้น) เกิดความพินาศ เพราะต้นไม้ที่ยึดไว้ๆ หลุดไป.

จบ อรรถกถานทีสูตรที่ ๑

ดูเพิ่ม[แก้ไข]