อรรถกถา ปิยังกรสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อรรถกถาปิยังกรสูตร
พึงทราบวินิจฉัยในปิยังกรสูตรที่ ๖ ต่อไปนี้ :-
บทว่า เชตวเน ความว่า พระอนุรุทธะ อยู่ในวิหารชื่อโกสัมพกุฏี

ท้ายพระเชตวัน. ธรรม ๒๖ วรรคท่านยกขึ้นรวบรวมไว้แผนกหนึ่ง ประสงค์ว่า

ตํ ในบทนี้ว่า ธมฺมปทานิ. สมัยนั้น พระเถระ นั่งภายในวิหาร ณ ที่นั้น สวด

อัปปมาทวรรคเป็นสรภัญญะ ด้วยเสียงไพเราะ. บทว่า เอวํ โตเสส ความว่า

ได้ยินว่า นางยักษิณีนั้น อุ้มบุตรชื่อปิยังกระ แสวงหาอาหารอยู่ ตั้งแต่

ข้างหลังพระเชตวัน มุ่งตรงต่อพระนคร โดยลำดับ แสวงหาอยู่ซึ่งของกินที่เสีย

คือ อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำลาย น้ำมูก ถึงสถานที่อยู่ของพระเถระ ได้ฟังเสียง

อันไพเราะ. เสียงนั้น ตัดผิวหนังเป็นไปจดเยื่อในกระดูก เข้าไปถึงหัวใจของ

นางหยุดอยู่. ครั้งนั้น นางยักษิณีนั้น ไม่คิดในการแสวงหาอาหาร นางยืน

เงี่ยโสตลงฟังธรรม. ส่วนยกขทารก ไม่มีจิตในการฟังธรรมเพราะเป็นหนุ่ม.

เขาถูกความหิวเบียดเบียนแล้ว จึงเดือนมารดาแล้ว ๆ เล่า ๆ ว่า เพราะเหตุไร

แม่จึงยืนไม่ไหวติงเหมือนตอ ในที่แม่มาแล้ว ไม่แสวงหาของเคี้ยว หรือของ

บริโภคสำหรับลูก. นางคิดว่า บุตรจะทำอันตรายแก่การฟังธรรมของเรา จึง

ปลอบบุตรน้อยอย่างนี้ว่า ปิยังกระ อย่าส่งเสียงดัง. ในบทนั้น บทว่า มา

สทฺทมกริ ได้แก่ อย่าได้ส่งเสียงดัง. นางแสดงศีล ๕ ที่สมาทานแล้ว ตาม

ธรรมดาของคนด้วยคาถาว่า ปาเณสุ จ ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า

สญฺยมามเส ได้แก่เราสำรวม คือเป็นผู้สำรวมแล้ว. นางงดเว้นจากปาณาติบาต

ด้วยบทนี้. งดเว้นจากมุสาวาทด้วยบทที่สอง. การงดเว้นสามอย่างที่เหลือด้วย

บทที่สาม. บทว่า อปิ มุจฺเจม ปิสาจโยนิยา นางยักษิณีกล่าวว่า ลูก

เราละเวร ๕ เหล่านี้ ที่เกิดขึ้นในยักขโลกเสียแล้ว ปฏิบัติโดยอุบายอันแยบคาย

แล้ว จึงจะพ้นจากกำเนิดยักษ์ปีศาจซึ่งมีภิกษาหายาก ทั้งจะพากันอดตาย.

จบอรรถกถาปิยังกรสูตรที่ ๖

ดูเพิ่ม[แก้ไข]