อรรถกถา สมนุปัสสนาสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อรรถกถาสมนุปัสสนาสูตรที่ ๕
ในสูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ สมนุปสฺสนฺติ เอเตสํ วา อญฺญตรํ

ความว่า สมณะหรือพราหมณ์พิจารณาเห็นเบญจขันธ์ด้วยอำนาจยึดถือ

ขันธ์ที่บริบูรณ์ พิจารณาเห็นบรรดาขันธ์เหล่านั้นด้วยอำนาจยึดถือขันธ์

ที่ไม่บริบูรณ์ขันธ์ได้ขันธ์หนึ่ง. บทว่า อิติ อยญฺเจว สมนุปสฺสนา

ความว่า ก็อนุปัสสนานี้ ชื่อว่าทิฏฐิสมนุปัสสนา ด้วยประการฉะนี้. บทว่า

อสฺมีติ จสฺส อธิคตํ โหติ ความว่า ธรรมเป็นเครื่องเนิ่นช้า ๓ อย่าง คือ

ตัณหา มานะ และทิฏฐิว่า เราได้เป็นแล้วในธรรมเป็นเครื่องเนิ่นช้า

๓ อย่างนั้น ซึ่งมีตัวสมนุปัสสนาอยู่ เป็นอันเราบรรลุแล้ว. บทว่า ปญฺจนฺนํ

อินฺทฺริยานํ อวกฺกนฺติ โหติ ความว่า เมื่อกิเลสชาตนั้นมีอยู่ อินทรีย์ ๕ ซึ่ง

เป็นปัจจัยแห่งกรรมกิเลส ย่อมบังเกิด.

คำว่า อตฺถิ ภิกฺขเว มโน นี้ ท่านกล่าวหมายเอาใจซึ่งมีธรรมเป็น

อารมณ์. บทว่า ธมฺมา ได้แก่ อารมณ์. บทว่า อวิชฺชาธาตุ ได้แก่ อวิชชา

ในขณะแห่งชวนจิต. บทว่า อวิชฺชาสมฺผสฺสเชน ได้แก่ เกิดจากผัสสะ

อันสัมปยุตด้วยอวิชชา. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า มโน ได้แก่ ใจที่มีวิบาก

เป็นอารมณ์ในขณะแห่งภวังคจิต มโนธาตุฝ่ายกิริยาในขณะแห่งอาวัชชนจิต

และธรรมเป็นต้น ซึ่งมีประการดังกล่าวแล้ว. บทว่า อสฺมีติปิสฺส โหติ

ความว่า เขาได้ยึดมั่นอย่างนี้ว่า เราได้เป็นแล้วด้วยอำนาจตัณหามานะ

ทิฏฐิ. นอกจากนี้ คำว่า อยมหมสฺมิ ท่านยึดถือธรรมในอารมณ์มีรูป

เป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง กล่าวด้วยอำนาจอัตตทิฏฐิ ถือว่าเป็นตน ว่า

เราเป็นนี้. คำว่า ภวิสฺสํ ท่านกล่าวด้วยอำนาจสัสสตทิฏฐิ ถือว่าทุกสิ่ง

เที่ยง คำว่า น ภวิสฺสํ ท่านกล่าวด้วยอำนาจอุจเฉททิฏฐิ ถือว่าทุกสิ่ง

ขาดสูญ. คำทั้งหมดมี รูปี ภวิสฺสํ เป็นต้น หมายเอาสัสสตทิฏฐิเท่านั้น.

บทว่า อเถตฺถ ความว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น คือเมื่ออินทรีย์เหล่านั้นดำรงอยู่

โดยประการนั้นนั่นแล. บทว่า อวิชฺชา ปหียติ ความว่า เราละอวิชชา

อันเป็นตัวไม่รู้ในสัจจะ ๔. บทว่า วิชฺชา อุปฺปชฺชติ ความว่า วิชชาใน

อรหัตตมรรคย่อมเกิดขึ้น.

ในที่นี้พึงทราบวินิจฉัยอย่างนี้ บทว่า อสฺมิ ได้แก่ตัณหามานะและ

ทิฏฐิ. อธิบายว่า ระหว่างกรรมกับอินทรีย์ ๕ เป็นสนธิหนึ่ง ระหว่าง

อินทรีย์ ๕ นับใจที่มีวิบากเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นฝ่ายอินทรีย์ ๕ กับใจที่มี

กรรมเป็นอารมณ์เป็นสนธิหนึ่ง. ธรรมเครื่องเนิ่นช้า ๓ อย่าง จัดเป็น

อดีตอัทธา อินทรีย์เป็นต้น จัดเป็นปัจจุบันอัทธา ในอัทธา ๒ อย่างนั้น

ท่านแสดงปัจจัยแห่งอนาคตอัทธา เริ่มต้นแต่ใจที่มีกรรมเป็นอารมณ์

ด้วยประการฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาสมนุปัสสนาสูตรที่ ๕

ดูเพิ่ม[แก้ไข]