อรรถกถา อัญญติตถิยสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อรรถกถาอัญญติตถิยสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในอัญญติตถิยสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้.
บทว่า ปาวิสิ แปลว่า เข้าไปแล้ว. ก็ท่านพระสารีบุตรนั้นเข้า

ไปแล้วก่อน. แต่ท่านกล่าวอย่างนี้ ก็เพราะท่านพระสารีบุตรออกไปแล้ว

ด้วยคิดว่า จักเข้าไป. ถามว่า เหมือนอะไร. เหมือนบุรุษผู้ออกไปแล้ว ด้วย

คิดว่าจักไปบ้าน แม้ยังไม่ถึงบ้าน เมื่อเขาถามว่า ผู้มีชื่อนี้ไปไหน ก็ตอบว่า

ไปบ้าน ฉันใด ข้อนี้ก็ฉันนั้น. บทว่า อติปฺปโค ความว่า ได้ยินว่า ใน

ครั้งนั้น วันที่ออกไปยังเช้านักสำหรับพระเถระ. เหล่าภิกษุที่ออกไปเวลา

เช้าตรู่ ย่อมจะชักช้าอยู่จนถึงเวลาภิกขาจาร ในสถานที่เหล่านี้คือ ที่ลาน

ต้นโพธิ์ ที่ลานพระเจดีย์ ที่ครองผ้าเป็นประจำ. แต่พระเถระคิดว่า

เราจักทำการพูดจาคำสองคำกับพวกปริพาชก จนกว่าจะถึงเวลาภิกขาจาร

จึงได้ดำริว่า ยนฺนูนาหํ ถ้ากระไรเรา เป็นต้น. บทว่า ปริพฺพาชกานํ

อาราโม ความว่า เขาว่า อารามนั้น อยู่ระหว่างประตูด้านใต้ กับ

พระเวฬุวัน. บทว่า อิธ ได้แก่ในฐานะ ๔ เหล่านี้. บทว่า กึวาที

กิมกฺขายี ได้แก่ [พระสมณโคดม] ห้ามอะไร บอกอะไร. พระ-

เถระถามว่า พวกปริพาชกจักให้อะไรในข้อนี้แก่พระสมณโคดม. บทว่า

ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากเรยฺยาม ความว่า ท่านพระโคดมตรัสเหตุ

อันใด พวกเราพึงกล่าวเหตุตามสมควรแก่เหตุอันนั้น. บทว่า สหธมฺมิโก

วาทานุปาโต ความว่า สหธรรมิกผู้ร่วมประพฤติธรรมไร ๆ แม้มี

จำนวนน้อย เป็นผู้เป็นไปกับเหตุ ด้วยเหตุแห่งคำอันชนเหล่าอื่นกล่าว

แล้ว ชื่อว่าตกไปตามวาทะ เข้าถึงวาทะของพระสมณโคดม ไม่พึงมาถึงเหตุ

ที่เหล่าผู้รู้ควรติเตียนอย่างไร. ท่านอธิบายไว้อย่างนั้นว่า เหตุที่น่าติเตียน

ในวาทะของพระสมณโคดม ด้วยอาการที่เป็นจริง จะไม่พึงมีได้อย่างไร.

บทว่า อิติ วทํ ความว่า บุคคลเมื่อกล่าวอย่างนี้ว่า ทุกข์มีเพราะผัสสะ

เป็นปัจจัย. บทว่า ตตฺร ได้แก่ ในวาทะ ๔ เหล่านั้น. คำว่า เต

วต อญฺญตร ผสฺสา นี้ เป็นคำสาธกปฏิญญาว่า แม้ข้อนั้นมีเพราะ

ผัสสะเป็นปัจจัย. อธิบายในข้อนั้น มีดังนี้ว่า ก็เพราะเหตุที่เว้นผัสสะเสีย

การเสวยทุกข์ก็ไม่มี ฉะนั้น ข้อนั้น ก็พึงทราบเหมือนคำว่า แม้ข้อนั้น

มีเพราะผัสสะเป็นปัจจัย. สาธุการนี้ว่า สาธุ สาธุ อานนฺท พระผู้มี

พระภาคเจ้า ก็ประทานแก่พระสารีบุตรเถระ แต่ [ นั่น ] พระผู้มีพระ

ภาคเจ้าทรงปรึกษากับพระอานนทเถระ. คำว่า อิท ในคำว่า เอก-

มิทาหํ นี้ เป็นเพียงนิบาต. ความว่า สมัยหนึ่ง. คำนี้ท่านกล่าวเพื่อ

แสดงว่า มิใช่พระสารีบุตรเท่านั้นเข้าไปกรุงราชคฤห์อย่างเดียว ถึงเราก็

เข้าไป. มิใช่วิตกนี้เกิดแก่พระสารีบุตรอย่างเดียวเท่านั้น ก็เกิดขึ้นแม้แก่

เรา. การกล่าวกับพวกเดียรถีย์นี้ มิใช่เกิดแก่สารีบุตรนั้นอย่างเดียวเท่า

นั้น การกล่าวนั้น ก็เคยเกิดแม้แก่เรา. คำ ๒ คำนี้ว่า อจฺฉริยํ อพฺภูตํ

เป็นคำแสดงความพิศวง [ อัศจรรย์ ] อย่างเดียว. ก็ความของคำในคำ

ทั้ง ๒ นั้นว่า ที่ชื่อว่าอัจฉริยะ เพราะควรแก่การดีดนิ้ว [ปรบมือ].

ชื่อว่า อัพภูตะ เพราะไม่เคยมี ก็มีขึ้น. บทว่า เอเกน ปเทน ได้แก่

ด้วยบทบทเดียวนี้ว่า ทุกข์มีเพราะผัสสะเป็นปัจจัย. ตรัสความคัดค้านบท

ทั้งหลาย ทุกแห่ง ด้วยบทเหล่านั้น. บทว่า เอเสวตฺโถ ความว่า นั้น

นั่นแล เป็นความแห่งปฏิจจสมุปบทาที่ว่า ทุกข์มีเพราะผัสสะเป็นปัจจัย.

บทว่า ตญฺเญเวตฺถ ปฏิภาตุ แปลว่า ในข้อนั้นญาณจงปรากฏในพระผู้มี

พระภาคเจ้านั้น.

บัดนี้ พระเถระเมื่อจะทำความข้อนั้นให้ลึกซึ้งและมีโอภาสลึกซึ้ง

ด้วยยปฏิจจสมุปบาทกถามีชรามรณะเป็นต้น จึงกล่าวว่า สเจ มํ ภนฺเต

เป็นต้น ถ้อยคำมีบทใดเป็นมูลเกิดขึ้น ก็ยึดถือบทนั้นแล้วแสดงวิวัฏฏะ

จึงกล่าวว่า ฉนฺนํ เตฺวว เป็นต้น. คำที่เหลือ ความง่ายทั้งนั้นแล.

จบอรรถกถาอัญญติตถิยสูตรที่ ๔

ดูเพิ่ม[แก้ไข]