อรรถกถา อานันทสูตร ที่ ๑

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อรรถกถาอานันทสูตรที่ ๑
ในอานันทสูตรที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ ความว่า เมื่อรูปยังดำรงอยู่

คือเป็นอยู่ ชราย่อมปรากฏ. ก็คำว่า ฐิติ เป็นชื่อของการหล่อเลี้ยง

กล่าวคือ ชีวิตินทรีย์. คำว่า อญฺญถตฺตํ เป็นชื่อของชรา. ด้วยเหตุนั้น

โบราณาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวว่า

อุปฺปาโท ชาติ อกฺขาโต ภงฺโค วุตฺโต วโยติ จ
อญฺญถตฺตํ ชรา วุตฺตา ฐิติ จ อนุปาลนา.
ความเกิดขึ้นเรียกว่าชาติ
ความดับเรียกว่าวยะ
ความแปรปรวน เรียกว่าชรา
ความหล่อเลี้ยง เรียกว่าฐิติ
ขันธ์แต่ละขันธ์มีลักษณะ ๓ อย่าง คือ อุปปาทะ ชรา และ

ภังคะ ด้วยประการฉะนี้ ที่พระองค์หมายถึงตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ

ทั้งหลาย สังขตลักษณะแห่งสังขตะเหล่านี้มี ๓ อย่าง ดังนี้. ในคำนั้น

ที่ชื่อว่าสังขตะ ได้แก่สังขารชนิดใดชนิดหนึ่งที่เกิดแต่ปัจจัย. แต่สังขาร

ไม่ชื่อว่าลักษณะ และไม่ชื่อว่าสังขาร ด้วยว่าเว้นลักษณะเสีย ใครๆ

ไม่อาจจะบัญญัติสังขารได้ ทั้งเว้นลักษณะเสีย ก็ชื่อว่าสังขารไม่ได้.

แต่สังขารก็ย่อมปรากฏด้วยลักษณะ.

เหมือนอย่างว่า แม่โคนั่นแหละไม่จัดเป็นลักษณะ. ลักษณะ

นั่นแหละเป็นแม่โค. แม้ละลักษณะเสีย ก็ไม่อาจบัญญัติแม่โคได้ แม้ละ

แม่โคเสีย ก็ไม่อาจบัญญัติลักษณะได้ แต่แม่โดย่อมปรากฏด้วย

ลักษณะฉันใด ข้ออุปไมยนี้ก็พึงทราบฉันนั้น.

บรรดาขณะทั้ง ๓ นั้น ในอุปาทขณะแห่งสังขารทั้งหลาย สังขาร

ก็ดี อุปาทลักษณะก็ดี ขณะแห่งสังขารนั้น กล่าวคือกาละก็ดี ย่อม

ปรากฏ. เมื่อกล่าวว่าอุปฺปาเทติ ย่อมเกิดขึ้น สังขารก็ดี ชราลักษณะก็ดี

ขณะแห่งสังขารนั้นกล่าวคือกาสะก็ดี ย่อมปรากฏ. ในภังคขณะ

สังขารก็ดี สังขารลักษณะก็ดี ขณะแห่งสังขารนั้นกล่าวคือกาละก็ดี

ย่อมปรากฏ. แต่อาจารย์อีกพวกหนึ่งกล่าวว่า ขึ้นชื่อว่าชราขณะแห่ง

อรูปธรรมทั้งหลาย ใครๆไม่อาจบัญญัติได้ และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เมื่อตรัสว่า ความเกิดขึ้นแห่งเวทนาย่อมปรากฏ ความเสื่อมแห่งเวทนา

ย่อมปรากฏ เมื่อเวทนาตั้งอยู่ ความแปรปรวนย่อมปรากฏ ทรงบัญญัติ

ลักษณะ ๓ แม้แห่งอรูปธรรม ย่อมได้ลักษณะ ๓ เหล่านั้น เพราะอาศัย

ขณะปัจจุบัน ครั้นกล่าวดังนี้แล้วสำเร็จความนั้นตามอาจริยคาถานี้ว่า

อตฺถิตา สพฺพธมฺมานํ ฐิติ นาม ปวุจฺจติ
ตสฺเสว เภโท มรณํ สพฺพทา สพฺพปาณินํ
ความที่ธรรมทั้งปวงเป็นปัจจุบัน ท่าน
เรียกว่าฐิติขณะ ความแตกดับแห่งรูปนั้นแล
ของสรรพสัตว์ในกาลทุกเมื่อ เรียกว่า มรณะ ดังนี้
อนึ่ง ท่านยังกล่าวว่า พึงทราบว่าปาณะปราณด้วยอำนาจ

สันตติ. ก็เพราะเหตุที่ในพระสูตรไม่มีความแปลกกัน ฉะนั้น ตามมติของ

อาจารย์ก็ไม่พึงเพิกถอนพระสูตร พึงกระทำพระสูตรเท่านั้นเป็นสำคัญ.

จบ อรรถกถาอานันทสูตรที่ ๑

ดูเพิ่ม[แก้ไข]