อรรถกถา เขมกสูตร

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อรรถกถาเขมกสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในเขมกสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อตฺตนิยํ ได้แก่ ที่เป็นบริขารของตน.
บทว่า อสฺมีติ อธิคตํ ความว่า เราประสบกับตัณหาและมานะ

ที่เป็นไปอย่างนี้ว่า เรามีเราเป็น.

บทว่า สนฺธาวนิกาย ได้แก่ ด้วยการไปการมาบ่อย ๆ.
บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า พระเขมกะเดินทางจากวัดพทริการาม

ไปยังวัดโฆสิตาราม (ซึ่งอยู่ห่างกัน) ประมาณ ๑ คาวุต ฝ่ายพระทาสกเถระ

วันนั้นเดินทางไกลถึง ๒ โยชน์ ด้วยการไปมาถึง ๔ ครั้ง.

ถามว่า ก็เพราะเหตุไร พระเถระทั้งหลายจึงส่งพระทาสกะนั้นไป

(ยังสำนักพระเขมกะ) ด้วยหวังว่า เราทั้งหลายจัก (คอย) ฟังธรรมจาก

สำนักพระธรรมกถึกผู้มีชื่อเสียง ? เพระเหตุไร ท่านจึงไม่ไปกันเอง ?

ตอบว่า ป่าอันเป็นสถานที่อยู่ของพระเถระคับแคบ ในป่านั้น

พระเถระจำนวนตั้ง ๖๐ รูป ไม่มีที่ว่าง (พอ) ยืนหรือนั่งได้ เพราะฉะนั้น

ท่านเหล่านั้นจึงไม่ไปเอง (แต่ส่งพระทาสกะไปด้วยหวังว่า) ขอท่าน

เขมกะจงมากล่าวธรรมแก่เราทั้งหลายในที่นี้.

อนึ่ง ถามว่า เพราะเหตุไร พระเถระทั้งหลายจึงส่งพระทาสกะนั้น

ไป (ยังสำนักพระเขมกะ) เล่า ?

ตอบว่า เพราะพระ (เขมก) เถระอาพาธ.
ถามว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไรจึงส่งไปบ่อย.
ตอบว่า ส่งไปก็ด้วยหวังว่า พระเขมกะทราบแล้วจักมากล่าว

ธรรมแก่เราทั้งหลายด้วยตนเองทีเดียว.

ฝ่ายพระ (เขมก) เถระทราบอัธยาศัยของพระเถระเหล่านั้น

แล้วจึงได้เดินไป (เอง).

บทว่า น ขุวาหํ อาวุโส รูปํ ความว่า ก็ภิกษุใดกล่าวเฉพาะ

รูปว่า เป็นเรา ขันธ์ ๔ นอกนี้ก็เป็นอันภิกษุนั้นกล่าวปฏิเสธแล้ว.

ภิกษุใดกล่าวนอกไปจากรูป รูปก็เป็นอันภิกษุนั้นกล่าวปฏิเสธแล้ว.

ในเวทนาทั้งหลายก็มีนัย (ความหมายอย่างเดียวกัน) นี้.

ฝ่ายพระเขมกเถระได้ประสบกับตัณหาและมานะว่า เรามี ในขันธ์ทั้ง ๕

โดยประมวล เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวอย่างนั้น.

บทว่า อนุสหคโต แปลว่า สุขุม (ละเอียด).
บทว่า อูเส คือ น้ำด่างทื่เกิดจากเถ้า.
บทว่า ขาเร คือ น้ำด่างที่เกิดจากดินเค็ม
บทว่า สมฺมทฺทิตฺวา คือ ให้เปียก ได้แก่ ให้ชุ่ม
ในบทว่า เอวเมว โข นี้ มีข้ออุปมาเปรียบเทียบดังต่อไปนี้ :-
ก็วาระจิตของปุถุชน เปรียบเหมือนผ้าสกปรก
อนุปัสสนา ๓ เปรียบเหมือนน้ำด่าง ๓ ชนิด
วาระจิตของพระอนาคามี เปรียบเหมือนผ้าที่ซักด้วยน้ำด่าง

๓ ชนิด

กิเลสที่อรหัตตมรรคฆ่า เปรียบเหมือนกลิ่นดินเค็มเป็นต้นที่ละเอียด.
อรหัตตมรรคญาณ เปรียบเหมือนผอบของหอม ความสิ้นไปแห่ง

กิเลสทั้งหมดด้วยอรหัตตมรรค เปรียบเหมือนกลิ่นดินเค็มเป็นต้นที่

ละเอียดหมดไปเพราะอาศัยผอบของหอม.

การที่พระขีณาสพผู้ฟุ้งตลบไปทั้ง ๑๐ ทิศ ด้วยกลิ่นหอมทั้งหลาย

มีกลิ่นศีลเป็นต้น. ท่องเที่ยว (จาริก) ไปตามใจปรารถนา เปรียบเหมือน

การที่คนมีกลิ่นตัวหอม นุ่งห่มผ้าที่อบด้วยกลิ่นหอมแล้วท่องเที่ยวไป

ตามท้องถนนในวันมีมหรสพ.

ปุถุชนสอนปุถุชนบรรลุมรรคผล
บทว่า อาจิกฺขิตุํ แปลว่า เพื่อบอก. บทว่า ทสฺเสตุํ แปลว่า เพื่อ

ประกาศ. บทว่า ปญฺญเปตุํ แปลว่า เพื่อให้คนอื่นทราบ. บทว่า ปฏฺฐเปตุํ

แปลว่า เพื่อให้ (คำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า) ดำรงมั่น. บทว่า

วิวริตุํ แปลว่า เพื่อทำ (คำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า) ให้เปิดเผย.

บทว่า วิภชิตุํ แปลว่า เพื่อทำ (คำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า) ให้เป็น

อันจำแนกไว้ดีแล้ว. บทว่า อุตฺตานีกาตุํ แปลว่า เพื่อทำ (คำสอนของ

พระผู้มีพระภาคเจ้า) ให้มีความหมายง่ายขึ้น.

บทว่า สฏฺฐีมตฺตานํ เถรานํ ความว่า ได้ยินว่า พระเถระ

ประมาณ ๖๐ รูปนั้น เริ่มเจริญวิปัสสนาในที่ที่พระเถระกล่าว

(ธรรมแก่พวกตน) แล้วพิจารณาสูงขึ้น ๆ เวลาจบเทศนาก็ได้สำเร็จ

เป็นพระอรหันต์. ฝ่ายพระ (เขมก) เถระไม่กล่าวโดยทำนองอื่นแต่

กล่าวด้วยจิตสหรคตด้วยวิปัสสนานั่นเอง เพราะฉะนั้นท่านจึงสำเร็จเป็น

พระอรหันต์ด้วย ด้วยเหตุนั้น พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวว่า

จิตของภิกษุเถระประมาณ ๖๐ รูป และของท่านพระเขมกะหลุดพ้น

จากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ยึดมั่น.

จบ อรรถกถาเขมกสูตรที่ ๗

ดูเพิ่ม[แก้ไข]