เรื่องตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร์เปนพระยานครศรีธรรมราช

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

เรื่องตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร์ เปนพระยานครศรีธรรมราช

สารตรา ท่านเจ้าพระยาอรรคมหาเสนาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ สมุหพระกระลาโหม ให้มาแก่หลวงเทพเสนาผู้ว่าที่จ่า ขุนศรีสนมผู้ว่าเทพเสนา แลกรมการ ด้วยเจ้าพระยานครเข้าไปเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท แจ้งข้อราชการณกรุง ให้กราบทูลพระกรุณาว่า เจ้าพระยานครแก่ชราหูหนัก จักขุมืดหลงลืม จะทำราชการสนองพระเดชพระคุณสืบไปมิได้ จะขอพระราชทานกราบถวายบังคมลาออกจากราชการ จึงทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า ฝ่ายปักษ์ใต้เมืองนครเปนเมืองเอก ๔๕ ใหญ่กว่าหัวเมืองทั้งปวง แล้วก็เปนที่พำนักอาไศรยแก่เมืองแขก แลลูกค้าวานิชนา ๆ ประเทศไปมาค้าขายมิได้ขาด เจ้าพระยานครสูงอายุว่าหลงลืมจะทำราชการสืบไปมิได้ ก็ให้เจ้าพระยานครเลื่อนขึ้นเปนเจ้าพระยาสุธรรมมนตรีศรีโศกราชวงษ์ เชษฐพงษ์ฦาไชย อนุไทย ธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ แลพระบริรักษ์ภูเบศร์นั้นเปนผู้ช่วยราชการมาในเจ้าพระยานครช้านาน รู้ขนบธรรมเนียมสัตย์ซื่อมั่นคง แล้วก็ได้คุมกองทัพไปต่อเรือรบเรือไล่ ยกไปตีอ้ายพม่าณเมืองถลางจนเสร็จราชการ จับได้อ้ายพม่าแลปืนส่งเข้าไปเปนอันมาก พระบริรักษ์ภูเบศร์ มีความชอบสมควรที่จะชุบเลี้ยงให้ออกไปรั้งเมืองครองเมือง สำเร็จกิจศุขทุกข์ของอาณาประชาราษฎรต่างพระเนตรพระกรรณได้ ให้เอาพระบริรักษ์ภูเบศร์ผู้ช่วยราชการเปนพระยานครศรี ธรรมราช ออกมาว่าราชการรักษาบ้านเมืองสำเร็จกิจศุขทุกข์ของอาณาประชาราษฎรณเมืองนครสืบไป จึงตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร์ผู้ช่วยราชการ เปนพระยาศรีธรรมาโศกราชชาติเดโชไชยมไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ พระยานครศรีธรรมราช ออกมาว่าราชการรักษาบ้านเมือง สำเร็จกิจศุขทุกข์ของราษฎร ด้วยกรมการเมืองนครตามพระราชกำหนดกฎหมายพิกัดอัตรา อย่างธรรมเนียมสืบมาแต่ก่อน แลให้กรมการฟังบังคับบัญชาพระยานครศรีธรรมราชคนใหม่ แต่ซึ่งชอบด้วยราชการ อย่าให้ถือเปรียบแก่งแย่งเสียราชการไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แลให้พระยานครมีน้ำใจโอบอ้อมเมตตากรุณาแก่สมณะชีพราหมณ์ไพร่บ้านพลเมือง ลูกค้าวานิช ให้อยู่เย็นเปนศุข จะกะเกณฑ์ใช้

๔๖ ราชการสิ่งใดให้ทั่วหน้าเสมอกัน จะพิพากษาตัดสินคดีถ้อยความกิจศุขทุกข์ของราษฎรประการใดให้เปนยุกดิ์เปนธรรม อย่าให้เห็นแก่อามิศสินจ้างสินบนลำเอียงเข้าด้วยฝ่ายโจทย์ฝ่ายจำเลย กลับเท็จเปนจริง กลับจริงเปนเท็จ กลบเกลื่อนข้อความให้ฟั่นเฟือน ให้ผู้มีชื่อได้ความยากแค้นเดือนร้อนแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่งพระราชกำหนดกฎหมายแลพระไอยการข้อใดกะทงใดเคลือบแฝงแคลงอยู่ จะเอาไว้พิจารณามิได้ ก็ให้ส่งเข้าไปณกรุง แล้วให้แต่งเสมียนทนายเข้าไปจำลองคัดเอาพระราชกำหนดกฎหมายพระไอยการ ซึ่งชำระณกรุงออกมาไว้พิจารณาว่ากล่าวตัดสินคดีถ้อยความของราษฎรสืบไป อนึ่งเรือรบเรือไล่ค่ายคูประตูเมืองพ่วงรอหอรบ ศาลากลางจวนทำเนียบคุกตรางสำหรับใส่ผู้ร้าย โรงปืนใหญ่น้อยสำหรับเมือง สิ่งใดไม่มีแลชำรุดปรักหักพังอยู่ ก็ให้พระยานครว่ากล่าวตักเตือนกรมการเจ้าพนักงาน ให้ตกแต่งซ่อมแปลงขึ้นไว้ให้มั่นคงจงดี อย่าให้ชำรุดปรักหักพังอยู่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่งเมืองตรังเปนเมืองล่อแหลมอยู่ฝ่ายทเลตวันตกจะไว้ใจมิได้ ให้พระยานครปฤกษาด้วยกรมการ กะเกณฑ์หลวงขุนหมื่นแลชาวด่าน คุมเรือรบเรือไล่สรรพไปด้วยปืนใหญ่น้อยกระสุนดินประสิวเครื่องสาตราวุธ ออกไปอยู่พิทักษ์รักษาประจำ ฅอด่านทั้งกลางวันกลางคืน ลาดตระเวนฟังข่าวราชการน่าด่านต่อแดนจงเนือง ๆ อย่าให้อ้ายสลัดเหล่าร้ายแลพม่ารามัญเล็ดลอดจู่โจม เข้ามาจับเอาผู้คนไปได้เปนอันขาดทีเดียว ถ้ามีราชการมาประการใดให้ช่วยกันรบพุ่งต้านทานเอาไชยชำนะไว้ให้จงได้ แล้วให้เร่งรีบบอก

๔๗ หนังสือเข้าไปณกรุงแลหัวเมืองต่อกันโดยเร็ว อนึ่งปืนใหญ่น้อยกระสุนดิวประสิวเปนกะทู้ราชการให้ พระยานครจัดแจงหาปืนใหญ่น้อยกระสุนดิวประสิวขึ้นไว้สำหรับเมืองให้ได้จงมาก ขุกมีราชการมาประการใดจะได้เอาจ่ายราชการทันท่วงทีไม่ขัดสน แล้วให้ว่ากล่าวตักเตือนกรม การเจ้าพนักงาน ให้เอาปืนใหญ่น้อยออกขัดสีโซมน้ำมันเอาดินประสิวออกตากแดดจงเนือง ๆ อย่าให้ปืนเปนสนิมคร่ำคร่าแลดินอับราเสียไปได้ ปืนใหญ่นั้นให้มีรางล้อรางเกวียนใส่ แลปืนน้อยนั้นให้มี บันไดแก้ววางจงทุกบอก อนึ่งเข้าเปนกะทู้ราชการข้อใหญ่ ถึงเทศกาลจะได้เรียกหางเข้าค่านาแล้ว ให้พระยานครว่ากล่าวตักเตือนกรม การเจ้าพนักงานกำกับกันรังวัดนา เรียกหางเข้าค่านาขึ้นใส่ยุ้งฉางไว้จงทุกปี ได้เปนจำนวนเข้าค่านาปีละมากน้อยเท่าใดให้บอกเข้าไปให้แจ้ง อนึ่งส่วยสาอากรซึ่งขึ้นท้องพระคลังหลวง บรรดามีอยู่ณเมืองนครแขวงเมืองนครมากน้อยเท่าใด ถึงงวดปีแล้วก็ให้ว่ากล่าวตักเตือนเร่งรัดนายอากรแลนายกองนายหมวดผู้คุมเลขค่าส่วย ให้คุมเอาส่วยสาอากรเข้าไปส่งแก่ชาวพระคลังณกรุงให้ครบจงทุกงวดทุกปี อย่าให้ส่วยสาอากรของหลวงขาดค้างล่วงงวดล่วงปีไปแต่จำนวนหนึ่งได้ อนึ่งถึงเทศกาลพระราชพิธีตรุศสารท ก็ให้พระยานครศรีธรรมราชพร้อมด้วยกรมการพระหลวงขุนหมื่น ส่วยซ่องกองช้างตราภูมคุ้มห้ามกราบถวายบังคมรับพระราชทานถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจาทุกปีอย่าให้ขาด ถ้าผู้ใดขาดมิได้ถือน้ำ ให้บอกส่งตัวผู้นั้นเข้าไปยังลูกขุนณศาลา จะเอาตัวเปนโทษตามบทพระไอยการ อนึ่งเมืองนครเปนเมืองเอก ถึง

๔๘ งวดปีแล้วให้จัดแจงแต่งดอกไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณาการ ส่งเข้าไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปีละ ๒ งวด ตามบุราณราชประเพณีสืบมาแต่ก่อนจงทุกปีอย่าให้ขาด อนึ่งพระพุทธรูป พระสถูป พระเจดีย์ พระวิหารการเปรียญ วัดวาอารามณเมืองนครแขวงเมืองนครแห่งใดตำบลใดชำรุดปรักหักพังเศร้าหมองอยู่ ก็ให้พระยานคร ศรีธรรมราชมีน้ำใจเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธสาสนา ชักชวนกรม การแลอาณาประชาราษฎรปฏิสังขรณ์ขึ้นให้รุ่งเรืองสุกใส ถวายพระราชกุศลเข้าไปณกรุง อนึ่งดีบุกนอระมาดงาช้าง เปนสินค้าหลวงสำหรับจะได้ตอบแทนสลุบกำปั่นลูกค้านา ๆ ประเทศ ให้พระยานครศรีธรรมราชขวนขวายจัดแจงหาดีบุกนอระมาดงาช้าง ส่งเข้าไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายจงเนือง ๆ จะได้เปนความชอบสืบไป แลให้พระยานครศรีธรรมราชว่ากล่าวกำชับห้ามปรามแก่เสมียนทนาย สมัคสมาอาไศรยพรรคพวกสมกำลังข้าทาษ อย่าให้คบหากันสูบฝิ่นกินฝิ่นซื้อฝิ่นขายฝิ่น เปนโจรผู้ร้ายปล้นสดมฉกลักช้างม้าโคกระบือ แลกระทำข่มเหง ตัดพกฉกชิงฉ้อกระบัดเอาพัสดุทองเงินเครื่องอัญมณีของสมณะชีพราหมณ์อาณาประชาราษฎร ไพร่บ้านพลเมืองลูกค้าวานิชณทางบกทางเรือ ให้ผู้มีชื่อได้ความยากแค้นเดือนร้อน แลอย่าให้คบหากันทำลายพระพุทธรูป พระสถูป พระเจดีย์ พระศรีมหาโพธิ พระอุโบสถ พระวิหารการเปรียญ วัดวาอาราม ฆ่าช้างเอางาแลขนาย ฆ่าสัตว์อันมีคุณ ตัดต้นไม้อันมีผล ลอบลักซื้อขายสิ่งของต้องห้าม แลกระทำให้ ผิดด้วยพระราชกำหนดกฎหมาย

๔๙ ห้ามปรามเก่าใหม่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปนอันขาดทีเดียว ถ้าผู้ใดมิฟังมีผู้ร้องฟ้องว่ากล่าวพิจารณาเปนสัตย์ จะเอาตัวผู้กระทำผิดเปนโทษตามโทษานุโทษ แลกฎหมายสำหรับที่จะบังคับบัญชาว่าราชการบ้านเมืองนั้น ได้ปิดตราพระคชสีห์ส่งให้พระยานครใหม่ออกมาด้วยแล้ว ครั้นลุสารตรานี้ไซ้ ก็ให้กรมการผู้อยู่ว่าราชการเมืองจัดแจงตราจำนำแลกฎหมายสารบาญชีกระทงความเก่าใหม่ บโทนคนใช้ไร่นาส่วยสาอากรบรรดามีตามตำรา ๑๒ เดือน สำหรับผู้ครองเมืองนครสืบมาแต่ก่อน ส่งให้แก่พระบริรักษ์ภูเบศร์ผู้เปนพระยานครใหม่ตามอย่างธรรมเนียม ให้พระยานครรับราชการตามตำแหน่งพนักงาน พระราชกำหนดกฎหมายขนบธรรมเนียมพิกัดอัตราสืบมาแต่ก่อน ให้ชอบด้วยราชการจงทุกประการ อย่าให้เสียราชการแผ่นดินไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แลให้กรมการผู้อยู่ว่าราชการเมืองกระทำตามท้องตรารับสั่งมานี้จงทุกประการ สารตรามาณวัดพุฒเดือน ๙ แรม ๑๐ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๗๓ ปีมแมตรีศก

วันอาทิตย์เดือน ๙ แรม ๗ ค่ำปีมแมตรีศก เสด็จออกณพระชาลาพลับพลาน้อยริมท้องพระโรง พระยาเทพวรชุณกราบทูลถวายร่างตรา หมื่นเทพเสนีอ่านจนสิ้นข้อความแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ สั่งว่าให้เอาตามร่างนี้เถิด เมื่อทรงพระกรุณาสั่งนั้น พระยามหาอำมาตย์ พระยาราชนิกูล พระยาพระราม พระยาราชสงคราม เฝ้าอยู่ด้วย

๕๐ สำเนากฎ เรื่องตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร์เปนพระยานครศรีธรรมราช

กฎให้แก่พระบริรักษ์ภูเบศร์ ผู้เปนพระยาศรีธรรมาโศกราชชาติเดโชไชยมไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ พระยานคร ศรีธรรมราช ด้วยทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า พระบริรักษ์ภูเบศร์ได้ทำราชการสนองพระเดชพระคุณมาช้านานมีความชอบ ทรงพระมหากรุณาชุบเกล้า ฯ ให้เปนพระยานครศรีธรรมราชออกมาครองเมือง รับกิจราชการโดยกฎหมายอย่างขนบธรรมเนียมแผ่นดินเมืองนครมาแต่ก่อน แลลักขณทุกวันนี้ เมืองข้าขอบขัณฑสิมาปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือตวันตกตวันออก โดยปริมณฑลรอบคอบไม่สงบราบคาบ กอบไปด้วยจลาจลทำการณรงค์สงครามเกิดการรบพุ่งกันทุกแห่งทุกตำบลอยู่ ถ้าพระยานครศรีธรรมราชออกมาถึงเมืองนครแล้ว ให้ตรวจตราดูกำแพงแลค่ายคูประตูเมือง พ่วงรอหอรบเชิงเทิน การสิ่งใดซึ่งชำรุดปรักหักพังอยู่นั้น ให้พระยานครศรีธรรมราชว่ากล่าวตักเตือนเร่งรัดแก่กรมการเจ้าพนักงาน ให้เร่งทำแลตกแต่งซ่อมแปลงขึ้นไว้ให้แน่นหนามั่นคงจงทุกน่าที่พนักงาน อย่าให้ชำรุดปรักหักพังอยู่แต่น่าที่หนึ่งได้ ประการหนึ่งให้ตรวจดูสารบาญชีเลขคงสักจำนวน ปีเถาะเบญจศก ปีมโรงฉศก เปนเลขหมวดใดกองใด แลเลขหัวเมืองนายที่บรรดาแว่นแคว้นแขวงจังหวัดขึ้นแก่เมืองนครเปนจำนวนเลข มากน้อยเท่าใด ให้คัดบาญชีมาอ่านจงเนือง ๆ ให้จะเจนจำนวนเลข


๕๑ ไว้จงมั่นคง มีราชการจะได้กะเกณฑ์สดวก แลเลขหมวดใดกองใดซึ่งเกียจคร้านหลบหลีกหนีละมุลนายเสีย ออกไปซุ่มซ่อนอยู่ณซอกห้วยธารเขา มิได้เข้ามารับพระราชทานสักครั้งก่อนแลครั้งนี้ ขาดมิได้จับจ่ายราชการแผ่นดิน ให้พระยานครศรีธรรมราช แต่งพระหลวงขุนหมื่นซึ่งสัตย์ซื่อมั่นคงดีนั้น ออกไปว่ากล่าวชักชวนเกลี้ยกล่อมโดยเมตตาจิตร ให้ผู้มีชื่อเข้ามาตั้งบ้านเรือนทำมาหากินอยู่ตามถิ่นฐานที่ภูมิลำเนาในบริบูรณ์มั่งคั่ง ได้มากน้อยเท่าใดให้บอกบาญชีเข้าไปยังกรุงให้แจ้ง อนึ่งให้ตรวจดูปืนใหญ่น้อยกระสุนดินประสิวเครื่องสาตราวุธ ให้รู้ว่าดีแลชำรุดมีอยู่มากน้อยเท่าใด ซึ่งชำรุดนั้นพอจะตกแต่งซ่อมแปลงขึ้นเปนราชการได้ ก็ให้ตกแต่งซ่อมแปลงขึ้นให้ดีไว้สำหรับเมืองสืบไป ปืนใหญ่น้อยซึ่งดีอยู่มิได้ชำรุดแลดินประสิวนั้น ก็ให้ว่าแก่หมู่พนักงานให้เอาปืนโซมน้ำมันแลเอาดินออกตากแดดจงเนือง เนือง อย่าให้ดินอับราปืนเปนสนิมคร่ำคร่าอยู่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่งให้ตรวจดูเรือรบเรือไล่ในอัตรานอกอัตราสำหรับเมือง มีจำนวนอยู่มากน้อยเท่าใด ดีแลชำรุดประการใด ซึ่งชำรุดอยู่นั้นก็ให้ว่ากล่าวเร่งรัดแก่แจ้าหมู่พนักงาน เร่งตกแต่งซ่อมแปลงลิ่มยาลาพอนขึ้นไว้ให้ดีจงทุกลำทุกหมู่พนักงาน อย่าให้เรือรบเรือไล่ชำรุดซุดโซมอยู่แต่ลำหนึ่งได้ แล้วให้ทำร่มเงาเอาขึ้นแทงคานน้ำไว้จงทุกลำ อย่าให้เรือรบเรือไล่ตากแดดกรำฝนผุเปื่อยเสียราชการไปแต่ลำหนึ่งได้ ถ้าถึงเทศกาลอ้ายสลัดศัตรูแลญวนเหล่าร้าย จะเข้ามากระทำเบียดเบียนจับกุมผู้คนลูกค้าวานิช ข้าขอบขัณฑสิมาซึ่งสัญจรไปมาค้าขายประการใด

๕๒ ก็ให้แต่งเรือรบเรือไล่นายเรือปลัดเรือไพร่พลรบพลกรรเชียง สรรพไปด้วยปืนใหญ่น้อยกระสุนดินประสิวเครื่องสาตราวุธครบตามเกณฑ์ ออก ลาดตระเวนจงทุกอ่าวทุ่ง บรรจบถึงด่านแดนหัวเมืองต่อกันจงกวดขันทั้งกลางวันกลางคืน ถ้าได้ข่าวว่าอ้ายสลัดศัตรูแลญวนเหล่าร้ายเล็ดลอดเข้ามาจับผู้คนประการใด ก็ให้ออกก้าวสกัดติดตามรบพุ่ง แล้วให้บอกราวข่าวถึงหัวเมืองต่อกัน ให้แต่งเรือรบเรือไล่ออกช่วยกันก้าวสกัดติดตามรบพุ่งจับกุมเอาอ้ายสลัดแลญวนเหล่าร้ายให้เข็ดขามย่อท้ออย่าให้อ้ายสลัดศัตรู แลญวนเหล่าร้ายเล็ดลอดเข้ามาจับผู้คนข้าขอบขัณฑสิมาไปแต่คนหนึ่งได้เปนอันขาดทีเดียว ถ้าแลพระยานครศรีธรรมราชกรมการพนักงานประมาทละเมินเสีย มิได้แต่งเรือรบเรือไล่ออกลาดตระเวนโดยพระราชกำหนดนี้ แลอ้ายสลัดศัตรูญวนเหล่าร้ายเล็ดลอดเข้ามาจับผู้คนไปได้ประการใดพระยานครศรีธรรมราชกรมการพนักงานก็คงจะมีโทษโดยพระราชกำหนด ประการหนึ่งเมืองแขกทั้งปวงยังไม่ราบคาบ ให้แต่งหลวงขุนหมื่นทแกล้วทหารโดยควร กอบไปด้วยปืนกระสุนดินประสิวเครื่องสาตราวุธครบมือ ออกไปตรวจการตระเวนด่านปลายด่านแดนหัวเมือง สอดแนมเอาข่าวราชการให้รู้จงได้ ถ้าได้ข่าวว่าเมืองแขกมิได้ตั้งอยู่ในสุจริต คบคิดกันจะยกเข้ามากระทำประ ทุษฐร้ายประการใด พอกำลังข้าหลวงกองตระเวนจะรบพุ่งจับกุมเอาตัวได้ก็ให้รบพุ่งจับกุมเอาตัวจงได้ ถ้าแขกเหลือกำลัง ให้บอกหนังสือไปยังหัวเมืองให้แต่งกองออกช่วยรบพุ่งเอาไชยชำนะจงได้ อนึ่งทุกวันนี้การณรงค์สงครามยังไม่สงบ ให้พระยานครศรีธรรมราชกรมการคิดอ่าน

๕๓ ปฤกษาหารือจัดแจงบำรุงซ่องสุมหมู่โยธาทวยหาญให้ชำนิชำนาญในการ ยุทธไว้จงสรรพ ถ้าเห็นพรรคพวกสมกำลังของผู้ใดองอาจสามารถแกล้วหาญ ก็ให้จัดบำรุงตั้งแต่งเปนหลวงขุนหมื่นนายกองนายหมวดควบคุมเลขอาทมาตไว้เปนหมวดเปนเหล่าจงพร้อมมูล มีการณรงค์สงครามขุกค่ำคืนประการใด จะได้กะเกณฑ์ เอาทันท่วงทีราชการโดยสดวก อนึ่งให้พระยานครศรีธรรมราชปฤกษาหารือด้วยกรมการทั้งปวงจัดแจงชำระ ดูพระไอยการ แลพระราชกำหนดกฎหมายเก่าใหม่บทใดข้อใดต้องด้วยขนบธรรมเนียมแผ่นดิน ควรคงเคยพิจารณาว่ากล่าวประการใด ก็ให้คงไว้บังคับบัญชาว่ากล่าวโดยพระราชกำหนดสำหรับแผ่นดินสืบไป ถ้าพระไอยการแลพระราชกำหนดกฎหมายบทใดข้อใดเคลือบแคลงอยู่ จะเอาไว้พิจารณาชำระว่ากล่าวมิได้ ก็ให้จัดแจงบอกส่งเข้ามาขอลอกจำลองออกไปใหม่ ไว้บังคับบัญชาสำหรับการแผ่นดินสืบไป ประการหนึ่งให้พระยานครศรีธรรมราชว่าราชการบ้านเมืองพร้อมด้วยปลัดยกรบัตรกรมการจงเปนยุกดิ์เปนธรรม ให้เปนเอกจิตรเอกฉันท์น้ำหนึ่งใจเดียว อย่าให้มีความฉันทาโทสาฤษยาถือเปรียบแก่งแย่งกันให้เสียราชการแผ่นดินไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่งจะพิจารณาพิพากษาอัดถคดีเนื้อความของทวยราษฎรทั้งปวง โดยมูลคดีประการใด ให้ควรตั้งอยู่ในคติทั้ง ๔ คือ ฉันทาคติ โทสาคติ ภยา คติ โมหาคติ อย่าให้กอบไปด้วยความอิจฉาฤษยา ความโกรธความจองเวรด้วยไภยต่าง ๆ ความหลง ให้พิจารณาจงเปนยุกดิ์เปนธรรมด้วยอุเบกขาญาณอันประเสริฐ อย่าให้อาสัจอาธรรม์เห็นแก่หน้า

๕๔ บุคคลแลอามิศสินจ้างสินบน เข้าด้วยฝ่ายโจทย์ฝ่ายจำเลยกลับเท็จเปนจริง กลับจริงเปนเท็จ ทำกลบเกลื่อนเนื้อความให้ฟั่นเฟือน ให้ทวยราษฎรทั้งปวงมีความยากแค้นเดือนร้อนผิดด้วยพระราชกำหนดกฎหมาย เก่าใหม่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ประการหนึ่งให้พระยานครศรีธรรมราชมีน้ำใจโอบอ้อมอารีแก่สมณะชีพราหมณาจารย์อาณาประชาราษฎรไพร่ พลเมืองลูกค้าวานิช ให้ชักชวนกันทำบุญให้ทาน จำเริญเมตตาภา วนา สดับตรับฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีลห้าเปนนิจศีล ศีลแปดเปนอติเรกศีลจงเนือง ๆ แลควรให้ตั้งอยู่ในทศกุศลกรรมบถ โดยพระราชกำหนดซึ่งโปรดพระราชทานออกไปไว้ ก็จะได้พาตัวไปสู่สุคติภูมอันประเสริฐ อนึ่งเมืองนครเปนเมืองใหญ่ ราชการพนักงานมีเปนอันมาก ถ้ากรมการที่ใดว่างอยู่ยังไม่มีตัว ก็ให้พระยานคร ศรีธรรมราชปฤกษาด้วยหลวงปลัดกรมการ จัดแจงเอาผู้มีชื่อซึ่งมีสติปัญญาสัตย์ซื่อมั่นคงดีนั้น มาตั้งแต่งขึ้นเปนกรมการให้ครบตำแหน่งถ้าจัดแจงได้ผู้ใดเปนกรมการที่ใด ให้บอกส่งตัวผู้นั้นเข้าไปให้รับเอาตราตั้งต่อเจ้าพนักงานณกรุง ประการหนึ่ง พึงให้บำรุงพระสงฆ์ เถรเณรผู้เล่าเรียนฝ่ายคันถธุระวิปัสนาธุระจงทุกวัดวาอาราม จะได้เปนการกุศลสืบไป อิกประการหนึ่งให้ตรวจดูพระพุทธรูป พระสถูป พระเจดีย์ พระศรีมหาโพธิ พระวิหารการเปรียญ วัดวาอารามแห่งใดตำบลใดซึ่งชำรุดปรักหักพังเศร้าหมองอยู่นั้น ให้ชักชวนพระหลวงขุนหมื่นกรมการแลอาณาประชาราษฎรผู้มีศรัทธาบุรณปฎิสังขรณ์วัดพระขึ้นให้สุกใสรุ่งเรือง ถวายพระราชกุศลสืบไป อย่าให้วัดพระ

๕๕ ชำรุดปรักหักพังเศร้าหมองอยู่ได้ อนึ่งเข้าเปนกะทู้ราชการ ถ้าถึงเทศกาลทำนาให้ตักเตือนว่ากล่าวแก่อาณาประชาราษฎร ให้ชักชวนกันทำไร่นาจงเต็มภูมให้ได้ผลเมล็ดเข้าจงมาก จะได้เปนกำลังราชการแลทำบุญให้ทานเปนการกุศลสืบไป อนึ่งถ้าแลพระยานครศรีธรรมราชจะมีใจประดิพัทธยินดีในสัตรีภาพผู้ใด อันมีบิดามารดาญาติวงษ์พงษาปกครองอยู่โดยปรกติก็ให้ตกแต่งผู้ไปว่ากล่าวสู่ขอตามธรรมเนียม ถ้าบิดามารดาญาติวงษ์พงษายอมยกให้ปันโดยปรกติสุจริต จึงให้รับมาเลี้ยงดูตามประเพณีคดีโลกย์ อย่าให้ทำข่มเหงฉุดคร่าลากเอาลูกสาวหลานสาวของอาณาประชาราษฎรผู้หวงแหนโดยพลการของอาตมาตามอิฏฐารมณ์ ให้ราษฎรมีความวิบัติเดือดร้อน ผิดด้วยพระราชบัญญัติ แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ อนึ่งส่วยสาอากรซึ่งขึ้นในท้องพระคลังหลวงณกรุงบรรดามีอยู่ณเมืองนครแขวงหัวเมืองขึ้นแก่เมืองนครเปนจำนวนมากน้อยเท่าใด ถ้าถึงงวดถึงจำนวนจะได้ส่ง ก็ให้พระยานครศรีธรรมราช ว่าแก่กรมการพนักงาน ให้ว่ากล่าวเร่งรัดแก่นายที่นายอากรให้เร่งคุมส่วยของหลวงเข้าไปส่งยังเจ้าจำนวนณกรุงจงทุกงวดทุกจำนวน อย่าให้ส่วยของหลวงค้างเกินล่วงงวดล่วงจำนวนไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แลจำนวนเงินทอดเงินปลงของหลวงซึ่งค้างอยู่เก่ามากน้อยเท่าใด ก็ให้พระยานครศรีธรรมราช ว่ากล่าวเร่งรัดส่งเข้ามาให้ครบจงเสร็จสิ้นเชิงอย่าให้พระราชทรัพย์ของหลวงค้างเกินอยู่แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ซึ่งว่ากล่าวมาทั้งนี้ตามกฎหมายอย่างธรรมเนียมโดยประมาณ ให้พระยานคร


๕๖ ศรีธรรมราชพึงอ่านพระราชกำหนดโดยพระราชโอวาทนี้จงเนือง ๆ ให้เจนปากเจนใจไว้จงทุกข้อทุกกระทง จะได้บังคับบัญชากิจราชการสดวกสืบไป ถ้าแลราชการผันแปรโดยปรกติเหตุ แลประจุบันเหตุประการใด ก็ให้คิดอ่านผ่อนปรนผันแปรโดยข้อราชการให้ชอบจงทุกประการ สุดแต่อย่าให้เสียราชการแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวไปแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ กฎให้ไว้ณวันพุฒเดือน ๙ แรม ๑๐ ค่ำจุลศักราช ๑๑๗๓ ปีมแมตรีศก

พระยานครศรีธรรมราชน้อยนี้ ได้เลื่อนขึ้นเปนเจ้าพระยาเห็นจะในราวต้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงอาสัญกรรมเมื่อจุลศักราช ๑๒๐๑ ปีกุนเอกศก แจ้งอยู่ในจดหมายหลวงอุดมสมบัติที่ได้พิมพ์ต่างหากจากหนังสือนี้