เรื่องตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชครั้งกรุงเก่า

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

เรื่องตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชครั้งกรุงเก่า

ที่เมืองนครศรีธรรมราช มีต้นหนังสือแลสำเนาหนังสือเก่า ๆ เก็บรวบรวมสะสมไว้มาก เมื่อพระเจ้าบรมวงษ์เธอกรมพระดำรงราชา นุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเสด็จไปเมืองนครศรีธรรมราชคราวใด เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีได้ค้นหนังสือเก่า ๆ เหล่านี้ถวายมาแทบทุกคราว ในหนังสือพวกนี้มีสำเนาหนังสือเรื่องตั้งผู้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราชแต่ก่อนมา ๔ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ เมื่อปีจอจัตวาศก จุลศักราช ๑๑๐๔ ปี ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐกรุงเก่า ตั้งพระยาไชยาธิเบศร์เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราช

ครั้งที่ ๒ เมื่อปีวอกอัฐศก จุลศักราช ๑๑๓๘ ปี เจ้ากรุงธนบุรีตั้งเจ้านครเปนพระเจ้าประเทศราช

ครั้งที่ ๓ เมื่อปีมโรงฉศก จุลศักราช ๑๑๔๖ ปี ตั้งกรุงรัตนโกสินทรแล้ว ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงตั้งเจ้าพัฒน์เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราช

ครั้งที่ ๔ เมื่อปีมแมตรีศก จุลศักราช ๑๑๗๓ ปี ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร์ (คือเจ้าพระยานครน้อย) เปนพระยานครศรีธรรมราช

๒ เห็นว่าหนังสือเหล่านี้เปนสำเนาอันแท้จริงมิใช่ของปลอม แลเปนเรื่องราวอันสมควรจะลงพิมพ์รักษาไว้ไม่ให้หายสูญ โดยเปนหนังสือที่มีประโยชน์ในทางความรู้พงษาวดาร แลแบบแผนประเพณีเก่า จึงได้นำมาลงพิมพ์ไว้


สำเนากฎ เรื่องตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชครั้งกรุงเก่า

กฎให้แก่นายเทียรฆราษอาลักษณ์ นายสวัสดิ์ภักดีชาววังโกชาอิสหากกรมพระคลัง นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาทซ้ายขวา ด้วยทรงพระกรุณาตรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่าให้พระยาไชยาธิเบศร์เปนเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชยมไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช แลให้นายเทียรฆราษอาลักษณ์ นายสวัสดิ์ภักดีชาววัง โกชาอิสหาก นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาท จำทูลระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร เสด็จไปมอบเมืองนครศรีธรรมราช ให้แก่พระยาไชยาธิเบศร์เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราชตามธรรมเนียม ครั้นพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร เสด็จโดยนายเทียรฆราษ นายสวัสดิ์ภักดี โกชาอิสหาก นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาท จำทูลไปถึงด่านขนอนแลบ้านใดเมืองใดตำบลใดไซ้ ก็ให้ผู้จำทูลว่าแก่ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการนายบ้านนายอำเภอ แลนายพขนอนด่านคอย

๓ ณตำบลนั้นแต่งพานขันหมากเข้าตอกดอกไม้ธูปเทียน มากราบถวายบังคมพระราชโองการจงทุกหัวเมือง แล้วให้ผู้จำทูลเรียกเอาค่าตำแหน่งศักดิ์แก่ผู้มากราบถวายบังคมจงทุกหัวเมือง ระยะทางพระราชโองการเสด็จไปนั้น แล้วให้เลี้ยงดูข้าหลวงผู้จำทูลแลไพร่จงสมควร ถ้าแลจะเชิญพระราชโองการเสด็จจากที่นั้นตำบลนั้นไป ก็ให้กรมการนาย พขนอนด่านคอยแลนายบ้านนายอำเภอ แต่งเรือแห่แหนป้องกันพิทักษ์รักษาส่งสืบกันไป ตามธรรมเนียมพระราชโองการเสด็จไปมอบเมืองแต่ก่อนนั้นจงทุกหัวเมือง กว่าจะถึงเมืองนครศรีธรรมราช อย่าให้เปนเหตุการประการใดได้ แล้วอย่าให้หยุดอยู่ช้าถึงสองวันสามวัน แลให้เร่งรีบไปจงฉับพลัน อนึ่งเมื่อเรือทรงพระราชโองการเสด็จโดยทางชลมารคนั้น ให้ห้ามปรามผู้คนไปมาอย่าให้กั้นร่มโพกศีศะมาใกล้กรายแลผ่านไปมาน่าเรือทรงพระราชโองการแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ถ้าแลเรือทรงพระราชโองการจะประทับอยู่ร้อนแรมณที่ใดตำบลใดนั้น ก็ให้ผู้จำทูลทั้งปวงดูที่ฐานให้ชอบแลสมควร จึงให้หยุดอยู่ณที่นั้นตำบลนั้น แลให้ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการ นายด่าน นายพขนอน นายบ้าน นายอำเภอ ตำบลนั้น กะเกณฑ์ผู้คนให้สรรพด้วยเครื่องสาตราวุธ ให้ตรวจตระเวนแลตั้งร้านเพลิงแลกองเพลิง นั่งยามพิทักษ์รักษาพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร อย่าให้เปนเหตุการประการใดณกลางทางแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ครั้นพระราชโองการเสด็จจากที่ร้อนแรมตำบลนั้นไป ก็ให้ผู้รักษาเมืองแลกรมการนายด่านนายพขนอนนายบ้านนายอำเภอแห่แหนป้องกันพิทักษ์รักษา ส่งเสด็จพระราชโองการ

๔ สืบ ๆ กันไปตามแดนตามอำเภอกว่าจะถึงเมืองนคร อนึ่งถ้าจะเชิญเสด็จพระราชโองการ แลตราพระครุธ พ่าห์ พระสุพรรณบัตร เสด็จไปประทับเมืองเพ็ชรบุรีไปสถลมารคไซ้ ก็ให้ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการรับเสด็จพระราชโองการขึ้นไว้ ณหอพระราชโองการเมืองเพ็ชรบุรีแลให้ล้อมระเนียดแลรั้วไก่แลร้านเพลิงแลทิมดาบซ้ายขวา แล้วให้กะเกณฑ์ขุนหมื่นไพร่สรรพด้วยเครื่องสาตราวุธ มานั่งยามกองเพลิงพิทักษ์รักษาอย่าให้เปนเหตุการประการใดได้ ครั้นพระราชโองการเสด็จไปโดยสถลมารคไซ้ ก็ให้ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการแต่งช้างพังพลายอันราบคาบดีนั้น ผูกกระโจมทรงพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร แลช้างดั้งช้างกันแลโคเกวียน แลกะเกณฑ์ขุนหมื่นแลไพร่พลสรรพด้วยเครื่องสาตราวุธ แห่แหนป้องกันสืบ ๆ กันไปจงทุกหัวเมือง กว่าจะถึงเมืองนคร อย่าให้เปนเหตุการประการใดได้ ครั้นพระราชโองการเสด็จไปยังทางประมาณวันหนึ่งสองวันจะถึงเมืองนครไซ้ ก็ให้ผู้จำทูลว่ากล่าวแก่ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการณเมืองนั้นตำบลนั้น ให้ปลูกหอพระราชโองการเปนมณฑป ตั้งระเนียดรั้วไก่ร้านไฟแลทิมดาบซ้ายขวาแล้ว เชิญพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตรขึ้นไว้แล้ว ให้สรรพด้วยเครื่องสาตราวุธนั่งยามกองเพลิงเปนกองซุ่มกองรายพิทักษ์รักษาทั้งกลางวันกลางคืน อย่าให้เปนเหตุการประ การใดได้ แลให้ประโคมฆ้องกลองแตรสังข์ตามธรรมเนียน แลให้ตรวจจัดสารวัดห้ามปรามผู้คนอย่าให้ขี่ช้างม้า ใส่หมวก กั้นร่มโพกศีศะ แลถือเครื่องสาตราวุธผ่านไปมาได้ กว่าพระราชโองการจะเสด็จไป

๕ เมืองนคร แลให้กรมการแต่งขุนหมื่นถือหนังสือเปนราวข่าวไป ถึงหลวงศรีราชสงครามภักดีปลัด แลหลวงภักดีราชยกรบัตร แลกรมการทั้งหลายณเมืองนครให้ปลูกหอเปนนณฑป แลตั้งระเนียดรั้วไก่ร้านไฟแลทิมดาบแลเกยซ้ายขวา แลฉนวนแลเกยช้างสำหรับพระราชโองการ แลตราพรครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตรตามธรรมเนียม แล้วให้เกณฑ์พระหลวงขุนหมื่นณเมืองนคร ให้สรรพด้วยธงเทียวฆ้องกลองแตรสังข์มาแห่รับพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร ไปประทับฉนวนขึ้นบนเกย จึงเอาคานหามเข้ารับพระราชโองการถึงพระมณฑปแล้ว ให้แต่งขุนหมื่นกรมการคุมไพร่มีเครื่องสาตราวุธสำหรับมืออยู่นั่งยามตามเพลิงตระเวนจงสมควร ให้แต่งเปนกองซุ่มกองรายพิทักษ์รักษาอย่าให้เปนเหตุการประการใดได้ แลให้ประโคมฆ้องกลองแตรสังข์ณทิมดาบซ้ายขวาจงทุกเวลาตามธรรมเนียม แล้วให้เจ้าพนักงานไปกวาดแผ้วพระวิหารวัดมหาธาตุ แลตั้งเบญจาสามชั้นหุ้มผ้าขาวมีเสาเพดานแล้วกั้นม่านรอบ แลม่านน่านั้นเปนม่านสองไขแลปูเสื่อพรมตั้งเตียงทองสำหรับรองพระราชโองการ ในเบญจาในพระวิหารวัดมหาธาตุจงสรรพไว้ ครั้นได้ฤกษ์จึงให้กรมการนิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะ ๕ รูป อันดับ ๑๕ รูป มาพร้อมกันในพระวิหารนั้นแล้ว ให้พระหลวงขุนหมื่นกรมการ แลหลวงขุนหมื่นณเมืองนครแลผู้รั้งกรมการหัวเมืองซึ่งขึ้นแก่เมืองนครนั้น นุ่งสมปักขาวห่มเสื้อขาวแต่งพานหมากถวายบังคมพร้อมกันแล้ว แลให้ตั้งแห่น่าหลังเปนคู่แห่เรียงกันไปจนถึงพระวิหาร แล้วให้ประโคมแตรสังข์ฆ้องกลองขึ้น แล

๖ ข้าหลวงผู้จำทูลพระราชโองการนั้นจึงเชิญพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ พระสุพรรณบัตร เสด็จเข้าในพระวิหาร นั่งเหนือเตียงทองลาดผ้าขาวตั้งเบญจานั้น แล้วชักม่านสองไขปิดไว้ จึงให้ผู้จำทูลนั้นประนมมืออยู่ณที่นั้น แลน่าเบญจานั้นให้ปูพรมลาดผ้าแต่ตราหนึ่งสำหรับผู้จะยืนอ่านพระราชโองการ แลอ่านพระสุพรรณบัตร แล้วให้เจ้าพระยานครนุ่งผ้าสมปักขาวชายกรวย ห่มเสื้อขาวใส่พอกเกี้ยวดอกไม้ไหวขึ้นคานหาม ให้หลวงขุนหมื่นตามพนักงานแห่เข้ามาถึงประตูพระวิหาร ให้นั่งน่าเบญจาออกมาประมาณ ๔ ศอก ให้มีพานขันหมากถวายบังคม แลให้พระหลวงขุนหมื่นกรมการ แลเมืองขึ้นทั้งปวงนั่งโดยอันดับเปน ๒ แถว ให้ปูเช็ดหน้าเรียงเข้าตอกดอกไม้หมากพลูธูปเทียน แล้วจึงให้ประโคมแตรสังข์ฆ้องกลอง แล้วนายแวงผู้จำทูลพระราชโองการนั้นจึงชักม่าน แลชาววังกรมพระคลังผู้จำทูลนั้นนั่งถัดแวงออกมาตามซ้ายขวาแลให้เจ้าพระยานครแลพระหลวงขุนหมื่นกรมการทั้งปวงกราบถวายบังคมสามลาแล้วสงบอยู่ก่อน ครั้นสุดเสียงกลองแลแตรสังข์แล้ว จึงให้เจ้าพระยานครพระหลวงขุนหมื่นกรม การทั้งปวงถวายบังคมให้พร้อมกันแล้ว ผู้จำทูลพระราชโองการแลอาลักษณ์ซึ่งนุ่งขาวนั้นกราบถวายบังคมสามลาแล้ว จึงให้นายแวงผู้จำทูลนั้นไขย่นพานย่นเจียดถุงกล่องออกแล้ว เชิญพระราชโองการส่งให้อาลักษณ์ยืนบนผ้าแดงแลพรมนั้น อ่านพระราชโองการมอบเมืองนครให้แก่พระยาไชยาธิเบศร์เปนเจ้าพระยานครครั้นจบพระราชโองการแล้ว ให้หลวงศรีราชสงครามรามภักดีปลัด แลกรมการทั้งปวง

๗ ประนมมือเหนือศีศะรับสั่งตราพระราชโองการ ว่าข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงขอรับพระราชโองการมานพระบัณฑรูด้วยเกล้า ฯ ครั้นรับสั่งแล้วให้กราบถวายบังคมสามลา จึงให้อ่านพระสุพรรณบัตรพระราชทานชื่อแก่เจ้าพระยานคร ครั้นจบพระสุพรรณบัตรแล้ว ให้เจ้าพระยานครนั้นรับสั่งว่า ข้าพระพุทธเจ้าขอรับพระราชโองการมานพระบัณฑรูด้วยเกล้า ฯ จึงส่งพระสุพรรณบัตรให้แก่พระยาไชยาธิเบศร์เปนเจ้าพระยานครรับพระราชทานชื่อ จึงให้เจ้าพระยานครแต่งพานมุกรองเหมทองรับพระสุพรรณบัตรไว้ตามธรรมเนียม แลจึงให้อาลักษณ์เชิญตราพระครุธพ่าห์ชูขึ้นเหนือศีศะ แล้วจึงให้ร้องประกาศว่าคงตราพระครุธพ่าห์แล้ว ๓ ที แล้วจึงให้หลวงปลัด แลกรมการทั้งปวงกราบถวายบังคมแล้วรับสั่งตราพระครุธพ่าห์ว่า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงขอรับพระราชโองการมานพระบัณฑรูด้วยเกล้า ฯ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงขอโดยพระราชโองการมานพระบัณฑรู ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ มานี้จงทุกประการ แล้วจึงให้ประโคมฆ้องกลองแตรสังข์สามลา แล้วเชิญพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์เสด็จขึ้นแล้ว ให้เจ้าพระยานครแลกรมการทั้งปวงกราบถวายบังคมสามลาอิกครั้งหนึ่งเล่า แล้วให้ชักม่านไขเข้า ครั้นเสร็จแล้วจึงให้เผดียงพระสงฆ์ราชาคณะแลพระสงฆ์อันดับนั้นสวดถวายพระพรพระพุทธเจ้า จนสัพพพุทธาแลภวตุสัพพมังคลังแลสวดพระพุทธมนต์ ต่อจบแล้วจึงให้ประโคมฆ้องกลองแตรสังข์ แลให้พระหลวงขุนหมื่นทั้งปวงตั้งแห่แหน เชิญพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ เสด็จมาณมณฑปนั้นตามธรรมเนียม ครั้นเสร็จการ

๘ มอบเมืองแล้ว ให้นายเทียรฆราษ นายสวัสดิ์ภักดี โกชาอิสหาก นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาท ว่าแก่เจ้า พระยานครให้แต่งหนังสือทูลเกล้า ฯ ถวายสนองราชโองการนั้น ปิดตราเข้าพนมปากบอกด้วยกระดาษแลครั่งตามธรรมเนียม แลหนังสือปฏิบัติ ฯ พณ ฯ โกษาธิบดี แล้วให้แต่งของบรรณาการสำหรับสนองพระราชโองการ แลสิ่งของสนองหนังสือ ฯ พณ ฯ โกษาธิบดี แลค่าธรรมเนียมมอบเมือง แลค่าธรรมเนียมแต่งตราพระราชโองการแลตราพระครุธพาห์ แลพระสุพรรณบัตร แลค่าผู้เชิญตราพระราชโองการ แลค่ารับสั่งนายเวรชาววังมหาดไทยแก่เจ้าพระยานครแต่ตามธรรมเนียม แล้วให้เรียกเอาค่าตำแหน่งผู้กราบถวายบังคมพระราชโองการตามบันดาศักดิ์จงทุกคน ให้เจ้าพระยานครแลกรมการแต่งพระหลวงขุนหมื่นอันมั่นคง คุมไพร่สรรพ ด้วยเครื่องสาตราวุธ สำหรับมือให้ครบ แลเรือแห่แหนป้องกันพิทักษ์รักษาเชิญเสด็จพระราชโองการ แลตราพระครุธพ่าห์ แลเครื่องบรรณาการกลับเข้าไปยังกรุง อย่าให้เปนเหตุการประการใดได้ อนึ่งเมื่อพระราชโองการเสด็จไปณกลางทางจนถึงเมืองนครนั้น ให้นายเทียรฆราษ นายสวัสดิ์ภักดี โกชาอิสหาก นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ กำชับว่ากล่าวห้ามปรามแก่นายเรือ แลใบพันหัวพันท้ายแลไพร่พลรบพลกรรเชียงแลบ่าวไพร่ข้าไทยสมัคสมาอาไศรยซึ่งไปด้วยนั้น อย่าให้เอากิจราชการณกรุงไปเจรจาว่ากล่าวบอกเล่าแก่ชาวเมืองใต้ทั้งปวง แลเพื่อนฝูงสมัคสมาอาไศรย แห่งใดตำบลใดแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แลอย่าให้วิวาทตีด่าฆ่าฟัน

๙ ฉกชิงฉ้อกระบัด ทำข่มเหงเอาพัสดุทองเงินแลทรัพย์อัญมณีแก่สมณะ พราหมณาจารย์อาณาประชาราษฎรลูกค้าวานิช แต่ประการใดประการหนึ่งได้ ถ้าแลรู้เห็นเปนประการใด แลผู้มีชื่อมาว่ากล่าวแลพิจารณาเปนสัจไซ้ ก็จะเอานายเทียรฆราษ นายสวัสดิ์ภักดี โกชาอิสหาก นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาท ซึ่งมิได้ทำตามกฎหมายให้นี้ ลงพระราชอาญาตามโทษานุโทษ แลให้ทำตามกฎหมายนี้จงทุกประการ กฎให้ไว้ณวันศุกร์เดือนยี่ขึ้น ๑๐ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๐๔ ปีจอจัตวาศก อนึ่งผู้เปนเจ้าพระยานครศรีธรรมราช เสียค่าธรรมเนียมในนี้อาลักษณ์จารึกชื่อตามบันดาศักดิเสมอนาร้อยละสลึง กรมอาลักษณ์ ผู้แต่งตราพระราชโองการได้ค่าธรรมเนียม ๑๒๐ บาท กรมแสงในได้ค่าธรรมเนียมรักษาตรา พระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ ๑๒๐ บาท สนมผู้เชิญตราพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ ๔๐ บาท คนหามเสลี่ยงแลแตรสังข์แลเทียวแห่มาแต่โรงแสงเสมอคนละ ๑ บาท อนึ่งค่าตำแหน่งศักดิผู้รักษาเมืองผู้รั้ง แลข้าหลวงกรมการนายระวางนาย พขนอนด่านคอยสิบร้อยอายัดแลแขวงนายบ้านนายอำเภอ แลพระหลวงขุนหมื่นวิเศษข้าส่วย แลส่วยซ่องกองช้างทั้งปวง กราบถวายบังคม เสียค่าชักม่านค่าปี่กลองเปนค่าตำแหน่งศักดิขุนขนอน ๖ บาท ค่าชักม่านหนึ่งเฟื้อง ปี่กลองหนึ่งเฟื้อง แตรหนึ่งเฟื้อง ช่องขนอน ๓ บาท ชักม่านหนึ่งเฟื้อง แตรหนึ่งเฟื้อง แลพระหลวงขุนหมื่นกรมการ แลนายระวางนายบ้านนายอำเภอ แลข้าหลวงขุนหมื่น

๑๐ วิเศษ ข้าส่วยซ่องกองช้างทั้งปวง เสียค่าถวายบังคมแลค่าชักม่าน ค่าปี่กลอง เปนค่าตำแหน่งศักดิตามบันดาศักดิแต่นา ๑๐๐ ขึ้นไป เสียค่าตำแหน่งศักดิ ๑๐๐ ละ ๒ สลึง แลนา ๑๐๐ ขึ้นไปถึงนา ๑๐๐๐ เสมอ ๑๐๐ ละ ๒ สลึง แลเสียค่าชักม่านแลปี่กลองแลแตรเหมือนกันทุกคน ในลักษณพระราชโองการนั้นว่า พระราชโองการพระบาทพระศรีสรรเพช สมเด็จเอกาทศรฐอิศวรบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว คือองค์สมเด็จพระนารายน์เปนเจ้า พระเจ้าปราสาททอง พระเจ้าช้างเนียม พระเจ้าช้างเผือก ทรงทศพิธราชธรรม์ ราชอนันตสมภาราดิเรก เอกอุดมบรมจักรพรรดิสุนทรธรรมมิกราชบรมนารถ บรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาตรัสเอาพระยาไชยาธิเบศร์ เปนเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราชชาติเดโชไชยมไหสุริยธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ครั้นพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์เสด็จโดยสวัสดิภักดีชาววัง แลโกชาอิสหากกรมคลัง นายพิทักษ์ราชา นายชาญอาวุธ แวงจัตุลังคบาทจำทูลมานี้ไซ้ ให้หลวงศรีราชสงครามรามภักดีปลัด หลวงภักดีราชยกรบัตร แลกรมการทั้งหลาย ตรวจจัดช้างม้ารี้พลไร่นาอากรสำหรับเมืองมอบโดยขนาด ในลักษณพระสุพรรณบัตรนั้นว่า ศุภมัสดุ สุวดิการยดิเรก ๑๖๖๔ ศกโสณสังวัจฉรมฤคสิรมาศสุกรปักษ์ เทวดิถีพุฒวารศุภมหุรดิ พระบาทพระศรีสรรเพชสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงพระ

๑๑ กรุณาพระราชทานนามกรพระยาไชยธิเบศร์ เปนเจ้าพระยาศรีธรรมมาโศกราชชาติเดโชไชยมไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ในลักษณหนังสือซึ่งสนองพระราชโองการนั้นว่า ข้าพระพุทธเจ้า เจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชยมไหสุริยาธิบดี อภัย พิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ขอกราบถวายบังคมทูลพระกรุณา พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ด้วยข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อ) แลแวงจัตุลังคบาทซ้ายขวา จำทูลพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์ แลพระสุพรรณบัตรเสด็จไปมอบข้าพระพุทธเจ้าแล้วแลข้าพระพุทธเจ้าเชิญพระราชโองการแลตราพระครุธพ่าห์เสด็จกลับโดย (ชื่อ) แลนายแวงจัตุลังคบาท เข้ามากราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบถวายบังคมทูลพระกรุณาพระบาทพระพุทธเจ้าอยู่หัว