เรื่องทรงตั้งเจ้าประเทศราชกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 1/เรื่องที่ 5
◎ ตั้งเจ้าองคเองเปนพระเจ้ากรุงกำภูชาธิบดีฯ ได้เงินค่าทำเนียม ๕|๕|
◎ วัน ๖ ๑๐ฯ ๖ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๕๖ ปีขาลฉ้อศก เพลา ๒ โมงเช้า สมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวเสด็จออกขุนนางณชาลาฝ่ายประจิมทิศริมพระธินั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงขนานพระนามพระองเองพระราชทานให้ออกไปครองราษฎรณกรุงกำภูชาธิบดี พระญาพระคลังได้ทูลอองฯ ด้วยลักษณพระนามในแผ่นพระสุพรรณบัตรว่า ๚ ด้วยสมเด็จพระพุทธิเจ้าอยู่หัวณกรุงเทพพระมหานครบวรทวาราวะดีศรีอยุทธยามหาดิหลกภพนพรัตนราชธานีบุรีรมย์อุดมพระราชมหาสถานมีพระราชโองการมานะพระบันทูลสูระสิงหะนาทดำหรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตั้งให้พระองเองออกมาครองราษฎรกรุงกำภูชาธิบดี พระราชทานพระนามพระนารายน์ราชาธิราชรามาธิบดีศริสุริโยพรรณบรมสุรินทรามหาจักรพรรดิราชบรมนารถบรมบพิตรสถิตยเปนอิศรกำภูละรัตนราชโอภาษชาติวงษดำรงค์กำภูชามหาอินทะปัฐนครบวรวิวัฒวิเวกเอกะราชาขัติยามหาธิบดินทรนะรินทรวิสุทธอุดมบรมบพิตรสำฤทธิทฤฆายุศมะศิริสวัสดิ เศกมาณะวันสุกร เดือนหก แรม ๑๐ ค่ำ จุลศักราชพันร้อยห้าสิบหก ปีขาลนักสัตวฉ้อศก ๛
| ครั้นเพลาบ่าย | เจ้าพระญารัตนาพิพิท | นังพร้อมกันณหอพระมณเฑียรธรรม | |
| เจ้าพระญามหาเสนา | |||
| เจ้าพระญายมราช | |||
| พระญาพระคลัง | |||
| พระองเอง | |||
| พระองแก้ว | |||
| พระญามหาอำมาต | |||
| พระญาสูระเสนา | |||
| พระญากระลาโหมเขมน | |||
| พระศรีสะหะเทพ | |||
| พระโหราธิบดี | |||
| พระรองเมือง | |||
| พระอาลักษณ | |||
| ขุนสรประเสริฐ | |||
| ขุนมหาสิทธ |
พระคลังมหาสมบัติได้เอากล่องเงิน สูง
ใหญ่รอบ ๖
๗ นิ้ว
นิ้ว หนัก ๒|๒| แผ่นพระสุพรรณบัตร ยาว
กว้าง ๑๓
๖ นิ้วกับกระเบียด
นิ้ว ทองเนื้อ ๘ น้ำหนัก ๑|๑๑|๑ ๑ มาส่งให้อาลักษณ ๆ เอาเตียงไปตั้งคู่หนึ่งเหลกจาน วิเสศได้เอาไบศรี ทองสำรับ
เงินสำรับ ๑
๑ แป้งหอม น้ำมันหอม เทียนคู่ ๑ ศีศะสุกรคู่ ๑ มาต้งง เจ้าพนักงานสนมพละเรือนเบิกผ้าขาว รองจาฤกท่อน
นุ่งผืน
ห่มผืน ๑
๑
๑ พระคลังวิเศสได้เอากล่องงาสูง ๑๕ นิ้วใหญ่รอบ ๑๒ นิ้ว ๑ ถุง แพรกระบวนจีนระไบเขียวหูรูดไหมแดง ๑ ภานสองชั้นลายกำมะลอ มีถุงแพรกระบวนจีนระไบเขียวหูไหมแดง ๑ ไหมแดงฟั่นสำหรับผูกพระสุพรรณบัตร ๑ มาเตรียมพร้อม ชาวนาลิกาเอานาลิกาไปต้งง โหรคอยประจำนาลิกาบอกฤกษ ครั้นเพลาบ่ายแล้ว ๒ โมง ๖ บาท ได้ศุภฤกษมงคล ให้ประโคมกลองแขกแตรสังขมะโหรีปี่พาทฆ้องไชย หมื่นทิพไม้ตรีอาลักษณ นุ่งขาว
ห่มขาว กราบถวายบังคมสามลา แล้วจาฤกพระสุพัณบัตรเปนอักษร ๙ บันทัด ครั้นจาฤกแล้วพร้อมกันม้วนพระสุพรรณบัตรเชิญใส่ในกล่องเงิน แล้วใส่ในกล่องงา แล้วใส่ถุง แลอาลักษณได้เบิก ชาด
สีผึ้ง ต่อพระคลังในซ้ายมาปิดตรา พระศรีภูริปรีชาธิราชเสนาธิบดีศรีสาลักษณะประจำปากถุงเปนรูปเทวดาถือ จักร
พระขรรค แล้วเอาถุงใส่ในพาน ๒ ชั้น ปิดตราประจำปากถุงกานอีก แล้วมอบไว้หลวงธรรมะเสนาข้าพระณพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนสาษฎาราม ครั้นณวัน ๕ ๑ฯ ๗ ค่ำ ปีขาลฉ้อศก เพลาเชา อาลักษณเชิญพานพระสุพรรณบัตรมาไว้ศาลาลูกขุน ครั้นเพลาบ่ายในวันนั้น พญาพระเขมนแต่งดอกไม้ทูปเทียนมาถวายบังคม แล้วเชิญพานพระสุพรรณบัตรแห่ไปณตำหนักเจ้าพระองคเอง อนึ่งสมเดจบรมนารถบรมบพิตรพระเจ้ายุหัวบรมธรรมมฤกมหาราชาธิราชเจ้า พระราชทานพระสาริกะบรมธาตุหย่าง กลาง
น้อย ๑๐ พระองค์ใส่พระโกฏนาคชั้นนอก พระโกฏทองคำชั้นใน ไว้สำหรับได้นมัศการบูชาเปนมหาสวัสดิมงคลอันประเสริฐ แล้วนิมนตรพระสงฆเขมนซึ่งเข้ามาอยู่กรุงเทพมหานคร ได้เรียนพระไตรปิฎกธรรมชำนาญ ออกไปชำระพระพุทธสาศนาณกรุงกำภูชาธิบดี ๒๑ รูป มีมหาเอกเปนปรทาน อนึ่งพระราชทานเรือพระธินั่งทรงศรีสักหลาดผูกเครื่องครบให้เจ้าพระองคเองผู้เปนสมเด็จพระเจ้ารามาธิบดี ทรงพระราชทานเรือดั้งชักสามคู่ อนึ่งพระราชทานปืนคาบศิลา ๓๐๐ บอก ปากนกกสุน
ดินปสิว พร้อมไปไว้สำหรับเมือง ครั้นณวัน ๖ ๒ฯ ๗ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๕๖ ปีขาลฉ้อศก เพลาเชา ๒ โมงกับบาทหนึ่ง เจ้าพระองคเองผู้เปนสมเดจพระเจ้ารามาธิบดีทรงเรือพระที่นั่งศรีสักหลาด พลพายเขมนบันจุพร้อม ทั้งเรือดั้ง ๓ คู่ก็พร้อมแล้ว แลเรือตามเสดจเปนอันมาก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตรัสสั่งให้เจ้าพญารัตนาพิพิทผู้ว่าที่สมุหนายกไปส่งเสดจขึ้นไปถวายนมัศการลาพระพุทธบาทณเขาสุวรรณบรรพต แล้วเจ้าพญารัตนาพิพิทกลับลงมา แต่พระเจ้ากำภูชาธิบดีกับพญาพระเขมนทั้งปวงแลไพร่พล ๕๐๐ เสศยกไปกรุงกำภูชาธิบดี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมช้างคุมกองช้าง ๓๐ ช้างไปส่งจนถึงกรุงกำภูชา ๛[1]
- ↑ คัดจากจดหมายเหตุ ร. ๑ จ.ศ. ๑๑๕๖ เลขที่ ๒ สมุดไทยดำ


