เหตุแห่งธรรมเครื่องขัดเกลา เหตุแห่งการหลีกเลี่ยงคนชั่ว เหตุแห่งความดับสนิท

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

เหตุแห่งธรรมเครื่องขัดเกลา เหตุแห่งการหลีกเลี่ยงคนชั่ว เหตุแห่งความดับสนิท

  • ความไม่เบียดเบียน
  • การงดเว้นจากปาณาติบาต
  • การงดเว้นจากอทินนาทาน
  • การประพฤติพรหมจรรย์
  • การงดเว้นจากมุสาวาท
  • การงดเว้นจากปิสุณาวาจา
  • การงดเว้นจากผรุสวาจา
  • การงดเว้นจากสัมผัปปลาปะ
  • ความเป็นผู้ไม่เพ่งเล็ง
  • ความไม่พยาบาท
  • ความเห็นชอบ
  • ความดำริชอบ
  • การกล่าววาจาชอบ
  • การงานชอบ
  • การเลี้ยงชีวิตชอบ
  • ความเพียรชอบ
  • ความระลึกชอบ(สติชอบ)
  • ความตั้งใจชอบ(สมาธิชอบ)
  • ความรู้ชอบ(ญาณชอบ)
  • ความพ้นชอบ(วิมุติชอบ)
  • ความเป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะ
  • ความเป็นผู้มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน
  • ความเป็นผู้ข้ามพ้นความสงสัย
  • ความไม่โกรธ
  • ความไม่ผูกโกรธ
  • ความไม่ลบหลู่คุณท่าน
  • ความไม่ยกตนเทียมท่าน
  • ความไม่ริษยา
  • ความไม่ตระหนี่
  • ความไม่โอ้อวด
  • ความไม่มีมารยา
  • ความเป็นคนไม่ดื้อด้าน
  • ความไม่ดูหมิ่นท่าน
  • ความเป็นผู้ว่าง่าย
  • ความเป็นผู้มีมิตรดี(มีกัลยาณมิตร)
  • ความไม่ประมาท
  • ความเชื่อ(มีศรัทธา)
  • ความละอายต่อบาป(มีหิริในใจ)
  • ความสะดุ้งกลัวต่อบาป(มีโอตตัปปะ)
  • ความเป็นพหูสูต(มีสุตะมาก)
  • การปรารภความเพียร
  • ความเป็นผู้มีสติดำรงมั่น
  • ความถึงพร้อมด้วยปัญญา
  • ความเป็นผู้ไม่ลูบคลำทิฏฐิของตน ไม่ยึดถือมั่นคง และสละคืนได้โดยง่าย

ธรรมเครื่องขัดเกลา[แก้ไข]

พึงทำความขัดเกลากิเลสในข้อเหล่านี้แล คือ

  • พึงทำความขัดเกลาว่า ชนเหล่าอื่นจักเป็นผู้เบียดเบียนกัน
    ในข้อนี้เราทั้งหลายจักเป็นผู้ไม่เบียดเบียนกัน

...(โดยนัยคล้ายๆกันนี้กับ ๔๔ ประการข้างต้น)

จิตตุปบาทมีอุปการะมากในกุศลธรรมทั้งหลาย ก็จะต้องกล่าวไปไยในการจัดทำให้สำเร็จ ด้วยกาย ด้วยวาจาเล่า
เพราะเหตุนั้นแหละ

  • เธอทั้งหลายพึงให้จิตเกิดขึ้นว่า ชนเหล่าอื่นจักเป็นผู้เบียดเบียนกัน
    ในข้อนี้ เราทั้งหลายจักเป็นผู้ไม่เบียดเบียนกัน

...(โดยนัยคล้ายๆกันนี้กับ ๔๔ ประการข้างต้น)

ทางแห่งการหลีกเลี่ยงคนชั่ว[แก้ไข]

เปรียบเหมือนทางที่ไม่เรียบ ก็พึงมีทางเส้นอื่นที่เรียบ สำหรับหลีกทางที่ไม่ราบเรียบนั้น
อนึ่ง เปรียบเหมือนท่าที่ไม่ราบเรียบ ก็พึงมีท่าอื่นที่ราบเรียบ สำหรับหลีกท่าที่ไม่ราบเรียบนั้น

  • ความไม่เบียดเบียนก็ฉันนั้นแล เป็นทางสำหรับหลีกเลี่ยงบุคคลผู้เบียดเบียน

...(โดยนัยคล้ายๆกันนี้กับ ๔๔ ประการข้างต้น)

เปรียบเหมือนอกุศลธรรมทั้งมวล เป็นเหตุให้ถึงความเป็นเบื้องล่าง
กุศลธรรมทั้งมวล เป็นเหตุให้ถึงความเป็นเบื้องบน ฉันใด

  • ความไม่เบียดเบียนก็ฉันนั้นแล ย่อมเป็นธรรมสำหรับความเป็นเบื้องบนของบุคคลผู้เบียดเบียน

...(โดยนัยคล้ายๆกันนี้กับ ๔๔ ประการข้างต้น)

ทางสำหรับดับสนิท[แก้ไข]

ผู้ที่ตนเองจมอยู่ในเปือกตมอันลึกแล้ว จักยกขึ้นซึ่งบุคคลอื่น ที่จมอยู่ในเปือกตมอันลึก ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีไม่ได้
ผู้ที่ตนเองไม่จมอยู่ในเปือกตมอันลึก จักยกขึ้นซึ่งบุคคลอื่น ที่จมอยู่ในเปลือกตมอันลึก ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้

ผู้ที่ไม่ฝึกตน ไม่แนะนำตน ไม่ดับสนิทด้วยตนเอง จักฝึกสอน จักแนะนำผู้อื่น จักให้ ผู้อื่นดับสนิท ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีไม่ได้
ผู้ที่ฝึกตน แนะนำตน ดับสนิทด้วยตนเอง จักฝึกสอน จักแนะนำผู้อื่น จักให้ผู้อื่นดับสนิท ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ ฉันใด

  • ความไม่เบียดเบียนก็ฉันนั้นแล ย่อมเป็นทางสำหรับดับสนิทของบุคคลผู้เบียดเบียน

...(โดยนัยคล้ายๆกันนี้กับ ๔๔ ประการข้างต้น)

อ้างอิง[แก้ไข]

งานนี้ประกอบด้วยงานย่อยหลายส่วนซึ่งอยู่ในบังคับแห่งลิขสิทธิ์หลายเรื่องต่างกัน เช่น งานอันลิขสิทธิ์หมดอายุ และงานที่ไม่มีลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ดี งานนี้ทุกส่วนล้วนเป็นสาธารณสมบัติแล้ว
ส่วนบทประพันธ์:

งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า

ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  2. ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
    1. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
    2. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณานั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  2. แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก
ส่วนอื่น ๆ:

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะมีลักษณะตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น"