เอนไซโคลปิเดีย กาแลคติกา

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

เนื้อหา

ว่าด้วย วิทยาการ[แก้ไข]

คณิตศาสตร์[แก้ไข]

คณิตศาสตร์ หลักการคำนวณของเซลดอน คือการผสมผสานระหว่างวิชาแคลคูลัสแห่งตัวแปรเอ็นค่ากับเรขาคณิตเอ็น-มิติ ซึ่งเซลดอนเคยเรียกว่า 'พีชคณิตน้อยๆ แห่งมนุษยชาติของข้าพเจ้า'... <3>

อนาคตประวัติศาสตร์[แก้ไข]

อนาคตประวัติศาสตร์ ...กาอัล ดอร์นิค นิยามคำว่า "อนาคตประวัติศาสตร์" โดยใช้แนวความคิดที่ไม่ได้ใช้คณิตศาสตร์ว่า เป็นแขนงหนึ่งของวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งว่าด้วยปฎิกิริยาของมวลชนเมื่อได้รับแรงกระตุ้นจากสภาพสังคม และสภาพเศรษฐกิจ ...นัยยะแห่งความหมายของนิยามนี้ ก็คือ มวลชนที่เกี่ยวข้องด้วยต้องมีจำนวนมากเพียงพอแก่การที่จะทำสถิติอันแน่นอนได้ ขนาดของมวลชนที่จำเป็นจะกำหนดได้โดยถือหลักทฤษฎีข้อแรกของเซลดอน ซึ่ง...อีกประการหนึ่งที่สำคัญมาก คือ ชุมชนนั้น ต้องไม่ตระหนักถึงการวิเคราะห์อนาคตประวัติศาสตร์ เพื่อที่ว่าปฎิกิริยาของมวลชนนั้นจะได้เป็นไปโดยปกติวิสัยอย่างแท้จริง...

หลักของอนาคตประวัติศาสตร์อันแน่นอนนั้น ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามแผนการของเซลดอน ซึ่งสอดคล้องไปกับพลังของสังคม และเศรษฐกิจนั้นๆ เช่น...<1>

ว่าด้วย เหตุการณ์สำคัญ[แก้ไข]

การรบที่คลอริสตัน[แก้ไข]

คลอริสตัน, การรบที่ ...ศึกครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อ 9, 17 ปีสถาปนศักราช 377 ระหว่างกองทัพของสถาบันสถาปนากับกองทัพของ ลอร์ดสเต็ตติน แห่งคาลกัน นับเป็นสงครามครั้งสุดท้ายในยุคช่องว่างของอารยธรรม... <3>

เรื่องจับขาอ่อน[แก้ไข]

เรื่องจับขาอ่อน …สภาพการณ์ที่ ฮาริ เซลดอน อ้างถึงว่าเป็นจุดผกผันในการเสาะหาวิธีการเพื่อพัฒนาอนาคตประวัติศาสตร์ น่าเสียดายว่าบทความที่ตีพิมพ์ของเขานั้นไม่ได้ระบุว่า “เรื่องราว” นั้นเป็นเรื่องอะไร มีการคาดเดาเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกับหลายอย่างเกี่ยวกับตัวเขา แต่ไม่เกิดผลอะไร มันกลายเป็นหนึ่งในบรรดาความลี้ลับที่น่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตของเซลดอน

ว่าด้วย บุคคลที่สำคัญ[แก้ไข]

คลีออนที่หนึ่ง[แก้ไข]

คลีออนที่หนึ่ง… จักรพรรดิของสากลจักรวาลองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์อองตุน พระองค์ประสูติในปี 11,988 แห่งจักรวรรดิศักราช ปีเดียวกับที่ ฮาริ เซลดอน เกิด (วันเกิดของเซลดอนนั้นอาจถูกเลื่อนให้สอดคล้องกับของคลีออน แม้บ้างยังไม่ปักใจนัก เมื่อเซลดอนมาถึงทรานทอร์ไม่นาน เขาก็ได้เข้าเฝ้าพระองค์)

ขึ้นครองราชย์ในปี 12,010 เมื่อพระชนมายุได้ยี่สิบสองพรรษา ยุคของคลีออนที่หนึ่งนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองสงบเรียบร้อยอย่างน่าประหลาด ทั้งที่เป็นช่วงเวลาอันคับขันของจักรวรรดิ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะความสามารถของเสนาธิการของพระองค์คือ อีโท เดมเมอร์เซล อย่างไม่ต้องสงสัย แม้อีโทผู้นี้ได้พยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่ให้มีการบันทึกเรื่องราวของตน ทำให้ความเป็นมาของเขาไม่เป็นที่ทราบกัน

คลีออนเองนั้น....<6>

คลีออนที่สอง[แก้ไข]

คลีออนที่สอง เรียกกันทั่วไปว่า ‘มหาราช’ เป็นจักรพรรดิที่เข้มแข็งองค์สุดท้ายของจักรวรรดิที่หนึ่ง พระองค์ทรงมีความสำคัญในทางเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการเมือง และด้านศิลปะในระหว่างรัชสมัยอันยาวนานของพระองค์ เรื่องราวของพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับ เบล ริโอเซ นับว่าโลดโผนน่าสนุก คนทั่วไปมักจะให้สมญาพระองค์ว่า ‘พระจักรพรรดิของริโอเซ’ ข้อสำคัญก็คือไม่บังควรจะให้เหตุการณ์ในปีสุดท้ายแห่งรัชสมัยของพระองค์บดบังเวลาสี่สิบปีแห่ง...<2>

ฮาริ เซลดอน[แก้ไข]

เซลดอน, ฮาริ ...ชาตะในปี 11,988 แห่งจักรวาลศักราช มรณะในปี 12,069 ซึ่งตามสถาปนศักราชเราเรียกว่าปี -79 ถึงปีที่ 1 แห่งสถาปนศักราช ท่านผู้นี้ถือกำเนิดในตระกูลของชนชั้นกลาง บน พิภพเฮลิคอน เขตอาร์คตูรุส (ซึ่งตามประวัติอันไม่แน่นอนนัก กล่าวว่าเป็นดวงดาวที่บิดาของท่านทำไร่ยาสูบอยู่) ท่านผู้นี้มีแววเป็นนักคณิตศาสตร์อย่างน่าพิศวงมาตั้งแต่ยังอายุน้อย มีเรื่องราวกล่าวถึงสมรรถภาพของท่านมากมายนับไม่ถ้วน บางเรื่องก็ขัดแย้งกันเอง กล่าวกันว่า เมื่อมีอายุเพียงสองขวบ ท่านสามารถ...
...ที่แน่ๆ ก็คืองานสำคัญยอดยิ่งของท่านได้แก่ อนาคตประวัติศาสตร์ เซลดอนได้พบว่าวิทยาการแนวนี้เป็นเรื่องเที่ยงแท้แน่นอนที่แม้จะมีความเลือนลางก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อนาคตประวัติศาสตร์จึงเป็นผลงานที่เขาสร้างสรรไว้ในฐานะวิทยาการอันลึกซึ้ง ให้แก่จักรวาล...
...ผู้ประพันธ์ชีวประวัติที่ดีที่สุดเกี่ยวกับ ฮาริ เซลดอน ก็คือ กาอัล ดอร์นิค ผู้ซึ่งได้พบกับเซลดอน เมื่อสองปีก่อนที่เซลดอนจะถึงแก่กรรม ขณะที่กาอัลผู้ประพันธ์ยังเป็นหนุ่มอยู่ เป็นประวัติชีวิตของเซลดอนตอนที่ได้พบกับเขา...<1>

…เป็นปกติที่จะสัมพันธ์ฮาริ เซลดอนเฉพาะกับที่เกี่ยวข้องกับอนาคตประวัติศาสตร์ เห็นเขาในฐานะที่เป็นนักคณิตศาสตร์ และเป็นผู้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เป็นที่แน่ชัดว่าเขาพยายามส่งเสริมแนวคิดนี้ เพราะในหลักฐานการตีพิมพ์งานของเขานั้น เขาไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะพาดพิงไปถึงว่าเขาสามารถแก้ปัญหาหลายประการของอนาคตประวัติศาสตร์ได้อย่างไร การเข้าถึงแนวคิดต่างๆของเขาอาจเสมือนกับคว้ามาจากอากาศอันว่างเปล่า หากถือตามที่เขากล่าวไว้ และเขาไม่ได้กล่าวถึงทางตัน หรือการหลงทางใดๆ ในงานของเขาเลย
...ในส่วนที่เป็นชีวิตส่วนตัวของเขา ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับบิดามารดา และพี่น้อง เรารู้เพียงผิวเผินเท่านั้น ลูกคนเดียวของเขา เรซ เซลดอน เพียงทราบว่าเป็นลูกบุญธรรม แต่เนื่องในสภาพใดไม่มีใครทราบ สำหรับภรรยาของเขา เราทราบเพียงว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง เห็นได้ชัดว่าเซลดอนต้องการเป็นปริศนาในทุกด้านยกเว้นเรื่องอนาคตประวัติศาสตร์ มันราวกับว่าเขารู้สึก—หรืออยากให้เรารู้สึก—ว่าเขามีชีวิตเพียงเพื่ออนาคตประวัติศาสตร์เท่านั้น <6>

ดอร์ส วีนาบิลิ[แก้ไข]

วีนาบิลิ, ดอร์ส… นักประวัติศาสตร์ผู้ถือกำเนิดที่ พิภพซินนา|ซินนา... ชีวิตของเธอคงดำเนินต่อไปอย่างเรียบง่าย หากไม่ใช่เพราะหลังจากที่ทำงานเป็นคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยสตรีลลิ่งได้สองปี เธอได้เข้าไปเกี่ยวพันกับ ฮาริ เซลดอน วัยหนุ่มขณะที่เขากำลังหลบหนี... <6>

ยูโก อมาริล[แก้ไข]

อมาริล, ยูโก ... นักคณิตศาสตร์ซึ่งถือได้ว่าเป็นที่สองรองจาก ฮาริ เซลดอน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการคิดค้นรายละเอียดของอนาคตประวัติศาสตร์ เขาผู้นี้...
…กระนั้น ระยะแรกของชีวิตของเขานั้นยิ่งมีสีสันมากกว่าความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเขาเสียอีก เขาเกิดในชนชั้นล่างที่ยกาจนค่นแค้นของ ดาลห์ หนึ่งในเขตแค้วนเก่าแก่ของทรานทอร์ เขาอาจใช้ชีวิตไปอย่างไม่มีใครรู้จัก หากไม่เป็นเพราะเซลดอนนั้นพบเขาเข้าโดยบังเอิญในขณะที่... <6>

เรซ[แก้ไข]

เรซ ... ตามคำบอกเล่าของเซลดอน การได้พบเรซในครั้งแรกนั้นเป็นไปโดยบังเอิญ เขาเป็นเด็กเหลือขอจากแหล่งน้ำครำที่เซลดอนเพียงถามทางเท่านั้น แต่ชีวิตของเขานับแต่บัดนั้นมาได้ผูกพันกับนักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่จนกระทั่ง... <6>

เบล ริโอเซ[แก้ไข]

เบล ริโอเซ ...ริโอเซ แม้จะอยู่ในตำแหน่งเพียงชั่วเวลาอันสั้น เขายังได้ชื่อว่าเป็น "ผู้ยิ่งใหญ่คนสุดท้ายของจักรวรรดิ" และทำหน้าที่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี จากการศึกษากุศโลบายของเขา ก็ปรากฏว่าเขาทัดเทียมกับพิวริฟอยในทางยุทธวิธี และซ้ำยังเหนือกว่าในด้านการคุมคน เพียงแต่โชคไม่ดีที่เขาเพิ่งถือกำเนิดในกาลที่จักรวรรดิกำลังเสื่อมโทรม เขาจึงไม่มีโอกาสได้ชื่อว่าเป็น 'ผู้พิชิต' เฉกเช่น พิวริฟอย แต่โอกาสก็ยังเปิดให้เขาสร้างเกียรติคุณ เมื่อเขากล้าเข้าเผชิญกับสถาบันสถาปนาอย่างซึ่งๆ หน้าในฐานะที่เป็นนายพลคนแรกของจักรวรรดิ ที่หาญกระทำเช่นนั้น...<2>

มโนมัย[แก้ไข]

มโนมัย ในประวัติศาสตร์ของจักรวาล มโนมัย เป็นบุคคลหนึ่งที่มีเบื้องหลังเป็นที่รู้จักกันน้อยที่สุด ชื่อจริงก็ไม่มีใครรู้จัก ชีวิตในวัยเด็กก็คลุมเครือ แม้แต่ในสมัยที่เขาโด่งดังที่สุด เราก็รู้เพียงจากความสังเกตของศัตรูของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รู้จากเจ้าสาวอายุเยาว์ผู้หนึ่งเท่านั้น <2>

หลังจากที่สถาบันสถาปนาแห่งแรกล่มสลายลงแล้ว มโนมัยก็เริ่มดำเนินการปกครองอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เขาเป็นผู้เริ่มรวบรวมพิภพต่างๆ ที่แตกกระจัดพลัดพราย หลังจากจักรวรรดิสากลจักรวาลถึงวาระสุดท้าย ให้กลับเข้ารวมเป็นอาณาจักรขึ้นมาใหม่ อาณาจักรพ่อค้าของสถาบันสถาปนาที่ล้มไปนั้น ตั้งแต่ต้นมาก็แตกต่างกัน และมีความสัมพันธ์กันเพียงผิวเผิน แม้ว่าจะมีแผนของอนาคตประวัติศาสตร์อันยากจะเข้าใจได้พยากรณ์ไว้เรื่องหนุนหลัง แต่อาณาจักรพ่อค้าว่านั้นก็เทียบอะไรไม่ได้กับ ‘สหพันธ์แห่งพิภพ’ ของมโนมัย ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างกระชับชิด ประกอบขึ้นด้วยมวลพิภพ ประมาณหนึ่งในสิบของดวงดาวทั้งหมดในทางช้างเผือก และมีพลเมืองประมาณหนึ่งในสิบห้าของพลเมืองแห่งสากลจักรวาลนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เรียกว่า ยุคแห่งการค้นหา <3>

อาร์คะดี ดาเรลล์[แก้ไข]

ดาเรลล์, อาร์คะดี นักประพันธ์ ชาตะ 11,5 สถาปนศักราช 362 มรณะ 1,7 สถาปนศักราช 443 แม้ดั้งเดิมจะเป็นนักเขียนนวนิยาย อาร์คะดี ดาเรลล์ กลับมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เขียนประวัติชีวิตของคุณย่าของเธอ เบย์ตา ดาเรลล์ โดยที่หนังสือเล่มนั้น เขียนขึ้นจากข้อมูลต้นตอของผู้ใกล้ชิดที่สุด จึงกลายเป็นหลักฐานอ้างอิงตลอดเวลาหลายร้อยปีเกี่ยวกับมโนมัยและยุคของมัน... เช่นเดียวกับเรื่อง 'เปลือยความจำ' นวนิยายของเธอ เรื่อง 'กาล เวลา และความสิ้นสุด' ซึ่งว่ากันว่า เธอเขียนขึ้นจากประสบการณ์ในการเดินทางไปยังพิภพคาลกันเมื่ออายุยังอยู่ในวัยเยาว์ เป็นนวนิยายที่ฉายให้เห็นภาพของสังคมของคาลกันในระยะแรก หลังจากจักรวรรดิล่มอย่างแจ่มชัดยิ่ง... <3>

จีนาร์ เลกเจน[แก้ไข]

เลกเจน, จีนาร์... แม้สิ่งที่เขาได้พัฒนาให้กับศาสตร์ทางอุตุนิยมวิทยามีไม่น้อย แต่เทียบไม่ได้เลยกับการที่เขามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่เรียกว่าเรื่องอื้อฉาวแห่งเลกเจน การกระทำของเขาที่มีส่วนทำให้เซลดอนตกอยู่ในอันตรายนั้นเป็นเรื่องยืนยันได้แน่นอน แต่ยังมีข้อถกเถียงกันโดยตลอดว่า การกระทำเหล่านั้นเป็นเพราะไม่ได้ตั้งใจ หรือเป็นเพราะผลพวงของการก่อการร้ายที่แยบยล ทั้งสองฝ่ายต่างถกเถียงกันด้วยอารมณ์แรง และแม้แต่การค้นคว้าอย่างละเอียดยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้แต่ประการใด อย่างไรก็ตาม ความแคลงใจที่เกิดขึ้นมีผลต่อหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัวของเขาเป็นเวลาหลายปีจากนั้น... <6>

เจ้าสุริยันที่สิบสี่[แก้ไข]

เจ้าสุริยันที่สิบสี่… ผู้นำแห่งเขตแคว้นไมโคเจนของทรานทอร์โบราณ... เช่นเดียวกับบรรดาผู้นำของเขตที่ปิดกั้นตัวเอง ไม่มีใครทราบอะไรเกี่ยวกับเขามากนัก บทบาทที่เขามีต่อประวัติศาสตร์นั้นเนื่องมาจากความสัมพันธ์ของเขากับฮาริ เซลดอน ในระหว่างการหลบหนี... <6>

ดาวาน[แก้ไข]

ดาวาน...ในช่วงแห่งความวุ่นวายของศตวรรษท้ายๆ ของจักรวรรดิแห่งแรกของสากลจักวาล แหล่งกำเนิดของความไม่สงบมาจากการที่ผู้นำทางการเมือง และทหารต่างแย่งชิงกันเป็นใหญ่ ทั้งที่ความเป็นใหญ่นั้นลดค่าลงไปทุกทีตามทศวรรษที่ผ่านไป น้อยครั้งที่มีขบวนการซึ่งเป็นที่นิยมก่อนยุคของอนาคตประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในบรรดาขบวนการเหล่านี้คือที่เกี่ยวพันกับ'ดาวาน'ซึ่งเป็นที่รู้จักกันน้อยมาก แต่เขาอาจได้พบ ฮาริ เซลดอน ครั้งหนึ่งเมื่อ... <6>

เอมเมอร์ ทาลัส[แก้ไข]

ทาลัส, เอมเมอร์ …จ่าในกองกำลังรักษาความสงบติดอาวุธของเขตแคว้นไวย์อันเก่าแก่ของทรานทอร์...
...นอกจากประวัติส่วนตัวที่จืดชืดของเขาแล้ว ไม่มีใครทราบอะไรเกี่ยวกับชายผู้นี้เลย นอกจากว่าในโอกาสหนึ่งเขาได้กุมชะตากรรมของสากลจักรวาลไว้ในมือ

ว่าด้วย กลุ่มบุคคล และองค์กรที่สำคัญ[แก้ไข]

มหาวิทยาลัยสตรีลลิ่ง[แก้ไข]

มหาวิทยาลัยสตรีลลิ่ง… สถาบันอุดมศึกษาในเขตเขตแคว้นสตรีลลิ่งอันเก่าแก่ของทรานทอร์ ...แม้อ้างว่ามีชื่อเสียงในศาสตร์ด้านมนุษยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แต่มหาวิทยาลัยนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปไม่เพราะศาสตร์เหล่านั้น นักวิชาการหลายชั่วอายุคนที่มีส่วนในมหาวิทยาลัยนี้อาจประหลาดใจมากหากทราบว่าในยุคสมัยต่อมา มหาวิทยาลัยสตรีลลิ่งจะเป็นที่รู้จักที่สุดเพราะชายที่ชื่อ ฮาริ เซลดอน ได้มาพำนักที่นั่นชั่วระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงของการหลบหนี <6>

หุ่นยนต์[แก้ไข]

หุ่นยนต์ …คำที่ใช้ในตำนานโบราณในหลายโลกสำหรับสิ่งที่รู้จักกันในนามของ “เครื่องกลอัตโนมัติ” หุ่นยนต์นั้นได้รับการบันทึกไว้ว่ามีรูปร่างคล้ายมนุษย์ และทำด้วยโลหะ แม้ว่าบางตัวอาจเป็นแบบกึ่งชีวภาพ ฮาริ เซลดอน ในขณะที่ หลบหนี นั้นได้รับการกล่าวขานว่าได้เห็นหุ่นยนต์จริงๆ แต่เรื่องนั้นมีที่มาไม่น่าเชื่อถือนัก บันทึกอันมหาศาลของเซลดอนไม่ได้กล่าวถึงหุ่นยนต์แต่อย่างใด แม้ว่า...

พ่อค้า[แก้ไข]

พ่อค้า ...โดยวิถีทางอันเลี่ยงไม่ได้แห่งอนาคตประวัติศาสตร์ การควบคุมทางเศรษฐกิจของสถาบันสถาปนาได้เจริญรุดหน้ายิ่งขึ้น พวกพ่อค้าร่ำรวยขึ้น และยิ่งร่ำรวยก็ยิ่งมีอำนาจ...

บางทีก็มีผู้ลืมไปว่า โฮเบอร์ มัลโลว์ เริ่มชีวิตด้วยการเป็นพ่อค้าสามัญ แต่ไม่มีใครลืมว่าบั้นปลายแห่งชีวิตของเขา เขาคือจ้าวชายคนแรกแห่งกลุ่มพ่อค้า...<1>

กลุ่มพ่อค้า[แก้ไข]

กลุ่มพ่อค้า… และพวกที่นำล้ำหน้าการเรืองอำนาจทางการเมืองของสถาบันสถาปนาตลอดมา ก็คือกลุ่มพ่อค้าซึ่งมีกิจการกว้างไกลในบริเวณขอบจักรวาล ยานของพวกเขาเดินทางคราวหนึ่งหลายเดือน หรืออาจถึงหลายปีกว่าจะกลับมาเทอร์มินัสสักครั้งหนึ่ง ยานพาณิชย์ของพวกเขาส่วนมากเก่าแก่ ปุปะ ซ่อมกันพอใช้ไปตามมีตามเกิด ความซื่อสัตย์สุจริตไม่สู้จะสูงส่งนัก ความกล้าบ้าบิ่น.....

กลุ่มพ่อค้า ได้ฟันฝ่าอุปสรรคในจักรวาลอย่างทรหดอนทน นานกว่าที่สี่อาณาจักรตกอยู่ใต้อำนาจของศาสนาเสียอีก.....

มีเรื่องราวเล่าขานกันมากมายไม่รู้จักสิ้น เกี่ยวกับกลุ่มชนที่โดดเดี่ยวกลุ่มใหญ่นี้ ซึ่งถือมติกึ่งจริงกึ่งเล่น โดยยึดคำของซาลวอร์ ฮาร์ดิน ที่ว่า “ไม่พึงให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เป็นอุปสรรคต่อการที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง” มาถึงตอนนี้ เป็นการยากเสียแล้ว ที่จะบอกให้ถูกว่านิยายเรื่องไหนจริง และเรื่องไหนถูกบิดเบือน บางทีอาจจะไม่มีเรื่องใดเลยที่ไม่ต่อเติม.....<1>

คณะกรรมการป้องกันสาธารณภัย[แก้ไข]

คณะกรรมการป้องกันสาธารณภัย… คณะบุคคลชั้นสูง มีอำนาจรุ่งเรืองขึ้น หลังจากคดีลอบสังหาร คลีออนที่หนึ่ง จักรพรรดิองค์สุดท้ายในราชวงศ์อองตุน บุคคลคณะนี้เป็นผู้ครองอำนาจอย่างสำคัญทางการปกครอง เป็นเวลาหลายศตวรรษ ระหว่างที่จักรวรรดิเริ่มอ่อนแอลง โดยปกติอำนาจจะอยู่ในกำมือของสองตระกูลใหญ่ คือ ตระกูลเซนส์ และตระกูลดีวารทส์ ซึ่งพยายามยึดครองอำนาจอยู่ในกำมืออย่างเหนียวแน่นไม่ยอมปล่อย....เป็นอยู่เช่นนี้ จนหมดสิ้นอำนาจลง เมื่อจักรพรรดิผู้แข็งแกร่งคลีออนที่สอง ขึ้นครองบัลลังก์หัวหน้าที่หนึ่งของคณะกรรมการ......

อย่างไรก็ตาม การเสื่อมอำนาจของคณะกรรมการฯ เริ่มมีร่องรอยมาตั้งแต่การพิจารณาสอบสวน ฮาริ เซลดอน เมื่อสองปีก่อนสถาปนศักราช บันทึกการพิจารณาสอบสวนครั้งกระนั้น ปรากฎอยู่ในชีวประวัติของฮาริ เซลดอน ซึ่งกาอัล ดอร์นิคเขียนไว้<1>

สถาบันสถาปนา[แก้ไข]

สถาบันสถาปนา ...หลังจากมีการขยายตัวมาได้สี่สิบปี สถาบันสถาปนาก็ได้รับการคุกคามจาก ริโอเซ สมัยของคนเก่งเฉกเช่นฮาร์ดิน และมัลโลว์ ได้ผ่านไปแล้ว พร้อมกับความกล้าหาญ และการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว...<2>

ว่าด้วย บรรณพิภพ และเขตปกครอง[แก้ไข]

พิภพทรานทอร์|ทรานทอร์[แก้ไข]

ทรานทอร์ …นับตั้งแต่ต้นของสหัสวรรษที่สิบสาม พิภพทรานทอร์ได้บรรลุถึงจุดเจริญสุดยอด เนื่องจากได้เป็นที่ตั้งของศูนย์การปกครองแห่งจักรวรรดิติดต่อกันมาหลายร้อยชั่วอายุคน และเป็นพิภพที่อยู่กลางกลุ่มดาวทั้งหลายในท่ามกลางหมู่พิภพที่มีพลโลกหนาแน่นที่สุด และเจริญก้าวหน้าที่สุดในทางอุตสาหกรรม จึงย่อมเป็นสิ่งหนีไม่พ้นที่พิภพจำจะต้องมีพลโลกหนาแน่นที่สุดและมั่งคั่งที่สุด เท่าที่ประชาชาติของจักรวรรดิได้เคยมีมา

การปรับปรุงเขตชานเมืองได้ก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งในที่สุดก็ถึงจุดสุดยอด ดังนั้นผิวพื้นทั้งหมดของพิภพทรานทอร์ซึ่งมีเนื้อที่ 75,000,000 ตารางไมล์ จึงเป็นนครเดียวเท่านั้นที่มีพลโลกสูงสุดมากกว่าสี่หมื่นล้านคน และแทบทั้งหมดจำนวนนี้ มีหน้าที่อยู่ในวงงานบริหารจักรวรรดิ หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่าเป็นข้ารัฐการแทบทั้งหมด แต่แม้กระนั้นก็ยังไม่เพียงพอแก่งานอันสลับซับซ้อน (ต้องไม่ลืมว่าความบกพร่องในงานบริหารการปกครองจักรวรรดิของพิภพอันประกอบด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วนนั้น เริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยของจักรพรรดิองค์หลังๆ ผู้ซึ่งขาดสมรรถภาพ จนในที่สุดเป็นเหตุให้ถึงยุค ‘ล่มจม’) แต่ละวันกองทัพยานหลายหมื่นลำต้องลำเลียงผลผลิตจากพิภพกสิกรรม ยี่สิบดวง มาเป็นเสบียงเลี้ยงพลโลกของ ทรานทอร์......

สภาวะที่ทรานทอร์จำเป็นต้องพึ่งพิงโลกภายนอก ในเรื่องข้าวปลาอาหารตลอดจนสิ่งจำเป็นในการอุปโภคทุกสิ่งทุกอย่าง ยิ่งวันก็ยิ่งทำให้ทรานทอร์มีจุดอ่อนซึ่งอาจจะถูกปฎิวัติโค่นอำนาจลงมากขึ้นทุกที ในรอบพันปีหลังแห่งจักรวรรดิ ควันปฏิวัติได้คุกรุ่นอยู่ตลอดมา ซึ่งจักรพรรดิทุกองค์ตระหนักเป็นอย่างดี แนวนโยบายของจักรพรรดิจึงเพิ่มความเข้มแข็งขึ้น นอกเหนือไปจากการป้องกันลูกกระเดือกอันอ่อนแอของทรานทอร์....<1>

ทรานทอร์ …เป็นโลกที่เกือบไม่เคยมีภาพที่เห็นจากอวกาศ เป็นโลกที่เมื่อนานมาแล้วฝังอยู่ในความนึกคิดของมนุษยชาติว่าเป็นโลกภายใน และภาพที่ผู้คนนึกถึงคือเป็นรวงมนุษย์ที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้หลังคาครอบ กระนั้นยังมีส่วนที่อยู่ภายนอกครอบหลังคาด้วย มีภาพถ่ายสามมิติที่ถ่ายจากอวกาศ สามารถเห็นรายละเอียดในระยะต่างๆ ได้ (ดูภาพประกอบที่ 14 และ 15) สังเกตว่าตามผิวของครอบหลังคาอันเป็นสิ่งที่ต่อเชื่อมระหว่างนครอันไพศาล และบรรยากาศที่คลุมอยู่โดยรอบ เป็นพื้นผิวที่รู้จักกันในยุคนั้นในนามของ “เหนือครอบ” และ ... <6>

ทรานทอร์ ในระยะกลางของช่วงว่างระหว่างยุค ทรานทอร์เหลือเงาของพิภพเดิมท่ามกลางซากปรักหักพังอันมโหฬารพันลึกนั้น มีหมู่บ้านเล็กๆ ของพวกชาวนาอยู่หมู่หนึ่ง...<3>

ไมโครเจน[แก้ไข]

ไมโครเจน ...เขตแคว้นหนึ่งของทรานทอร์โบราณ ...หมกมุ่นอยู่กับอดีตที่เป็นตำนานของตน ไมโครเจนมีผลน้อยมากต่อดาวเคราะห์นี้ พอใจความเป็นอยู่และแยกตัวเป็นเอกเทศถึงระดับที่ว่า...

…ไร่จุลชีพของไมโครเจนนั้นดั่งราวกับตำนาน แม้ในปัจจุบันคงเหลือแต่คำพังเพยเช่นว่า “หลากหลายราวกับไร่จุลชีพของไมโครเจน” หรือ “รสชาติเยี่ยมราวกับยีสต์ของไมโครเจน” ความชื่นชมนั้นมีแนวโน้มจะเพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลา แต่ฮาริ เซลดอน ในขณะที่กำลังหลบหนีนั้น ได้เยี่ยมชมไร่จุลชีพเหล่านี้ และมีรายละเอียดบันทึกไว้ในอัตชีวประวัติของเขาซึ่งสนับสนุนความเยี่ยมยอดเหล่านี้... <6>

ดาลห์[แก้ไข]

ดาลห์ ...เขตแคว้นหนึ่งของทรานทอร์โบราณ …น่าแปลกที่ส่วนที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดของเขตนี้คือบิลลี่บอตตัน เป็นดินแดนกึ่งตำนานที่เป็นต้นกำเนิดของเรื่องเล่าขานมากหลาย ถึงกับมีวรรณกรรมสาขาย่อยเกี่ยวกับวีรบุรุษ และนักเผชิญโชค รวมถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งหลายที่ต้องอาจหาญฟันฝ่าผ่านบิลลี่บอตตันไป เรื่องราวเหล่านี้อาจถูกแต่งเติมจนเสียเรื่องจริงเกี่ยวกับการผจญภัยของ ฮาริ เซลดอน กับ ดอร์ส วนาบิลิ ที่ผ่านดินแดนแห่งนี้กลายเป็นเรื่องจืดชืดไป... <6>

ไวย์[แก้ไข]

ไวย์ ...เขตแคว้นหนึ่งของทรานทอร์โบราณ ...ในศตวรรษหลังของจักรวรรดิแห่งสากลจักรวาล ไวย์เป็นส่วนที่เข้มแข็ง และมีเสถียรภาพมากที่สุดในพิภพแห่งนี้ ผู้ปกครองของเขตนี้ต่างมุ่งหวังจะครองราชบัลลังก์มาช้านาน เนื่องด้วยพวกเขาสืบเชื้อสายจาก จักรพรรดิองค์แรกๆ และภายใต้การปกครองของแมนนิกซ์ที่สี่ ไวย์กลายเป็นเขตการปกครองภายใต้ระบบเผด็จการ และทางการของจักรวรรดิในเวลาต่อมาได้สืบทราบว่าพวกเขาได้วางแผนเพื่อก่อนการปฏิวัติทั่วพิภพ... <6>

พิภพนีโอทรานทอร์|นีโอทรานทอร์[แก้ไข]

นีโอทรานทอร์ ดาวนพเคราะห์เล็กๆ เดิมชื่อดีลิแคสส์ ได้ชื่อใหม่ภายหลัง ‘การทำลายล้างครั้งยิ่งใหญ่’ ได้เป็นที่ประทับของราชวงศ์สุดท้ายของจักรวรรดิที่หนึ่ง พิภพนี้เป็นเพียงเศษของพิภพ และเป็นเพียงเศษของจักรวรรดิ มันมีอยู่ก็เพื่อความสำคัญทางกฎหมายเท่านั้น อยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์แรกแห่งนีโอทรานทอร์ <2>

พิภพเทอร์มินัส|เทอร์มินัส[แก้ไข]

เทอร์มินัส... ที่ตั้งของพิภพนี้ (ดูตามแผนที่) เป็นที่ค่อนข้างแปลกสำหรับการที่ถูกเลือกให้เข้ามามีส่วนในประวัติศาสตร์ของจักรวาล แต่นักประพันธ์โดยมากก็มิอาจละเลยไม่กล่าวถึงพิภพนี้อยู่บ่อยๆ พิภพนี้อยู่ขอบนอกสุดของจักรวาล มีพระอาทิตย์ดวงเดียว และเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในกลุ่มดาวชุดนี้ มีแหล่งพืช สัตว์ แหล่งแร่ ไม่สมบูรณ์แทบจะหาค่ามิได้ในทางเศรษฐกิจ ไม่เคยมีผู้คนไปอาศัยตลอดเวลาห้าปีที่ค้นพบ จนกระทั่งคณะผู้สร้างเอนไซโคลปิเดียอพยพเข้าไป...

เป็นการแน่นอนที่สุดว่า ในชั่วอายุคนชั้นหลังๆ เทอร์มินัสจะเจริญก้าวหน้าเกินกว่าที่จะเป็นเพียงแดนเนรเทศของนักอนาคตประวัติศาสตร์แห่งทรานทอร์ ประกอบกับการปฎิวัติของชาวพิภพอนาครีออน และการขึ้นครองอำนาจของ ซาลวอร์ ฮาร์ดิน ปฐมวงศ์แห่ง...<1>

สี่อาณาจักร[แก้ไข]

สี่อาณาจักร เป็นนามที่ใช้อ้างถึงสี่พิภพแห่งอาณาจักรอนาครีออน ซึ่งแยกตัวเองออกจากจักรวรรดิที่หนึ่ง ตั้งแต่ยุคแรกๆ ของสถาปนศักราช และตั้งตัวเป็นอาณาจักรอิสระอยู่ได้เพียงชั่วระยะเวลาอันสั้น อาณาจักรที่ใหญ่และมีอิทธิพลมากที่สุดในบรรดาอาณาจักรทั้งสี่ก็คือ อนาครีออน ซึ่งมีเนื้อที่...

...ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เรื่องราวที่แปลกและน่าสนใจที่สุดในประวัติศาสตร์ของสี่อาณาจักรก็คือตอนที่มีสมาคมประหลาดขึ้นมาสมาคมหนึ่ง ซึ่งถูกเหตุการณ์บีบบังคับให้มีขึ้นระหว่างที่ ซาลวอร์ ฮาร์ดิน กุมอำนาจบริหาร...<1>

พิภพโคเรล|โคเรล[แก้ไข]

โคเรล ...ดังนั้น ภายหลังการสงครามซึ่งกินเวลาสามปี อันนับว่าเป็นสงครามที่มีการปะทะกันน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ โคเรลก็ยอมจำนนโดยปราศจากเงื่อนไข และ โฮเบอร์ มัลโลว์ ก็ได้รับความยกย่องอย่างสูงสุดสืบต่อจาก ฮาริ เซลดอน และ ซาลวอร์ ฮาร์ดิน ได้รับความนิยมชมชื่น เทิดทูนบูชา ของประชาชนแห่งสถาบันสถาปนาตลอดมา <1>

พิภพออโรร่า|ออโรร่า[แก้ไข]

ออโรร่า …โลกในตำนานซึ่งเชื่อกันว่าถูกบุกเบิกในยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยเริ่มแรกของการเดินทางในอวกาศ บ้างก็ว่าเป็น “โลกต้นกำเนิด” ของมนุษยชาติ และเป็นชื่อเรียกขานอีกชื่อหนึ่งของ “โลกราหู” ผู้คนแห่งเขตแคว้นไมโครเจนของทรานทอร์โบราณอ้างว่า พวกเขาสืบเชื้อสายมาจากชาวโลกออโรร่า และยึดถือความเชื่อนี้เป็นแก่นแห่งระบบศรัทธาของพวกเขาซึ่งน้อยคนนักที่จะทราบในรายละเอียด... <6>


อ้างอิง[แก้ไข]

คัดลอกมาจาก เอนไซโคลปิเดีย กาแลคติกา อันเป็นต้นฉบับที่จัดพิมพ์ครั้งที่ 116 ในปีสถาปนศักราชที่ 1020, โดยบริษัทการพิมพ์เอนไซโคลปิเดีย กาแลคติกา แห่งพิภพเทอร์มินัส.