แถลงการณ์ฉบับที่ 1/2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แถลงการณ์ฉบับที่ 1/2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง คำเตือนก่อนเกิดกลียุค

นับตั้งแต่วันเกิดเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา เแม้ว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะได้ประกาศไม่เห็นด้วยกับวิธีการรัฐประหารก็ตาม แต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ได้ประกาศยุติบทบาทการชุมนุมอย่างสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ อันเป็นไปตามสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2549 ภายหลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การชุมนุมตามรัฐธรรมนูญของ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” เพื่อต่อต้านระบอบทักษิณในเวลานั้นก็เพื่อแสดงพลังของภาคประชาชนบริสุทธิ์ในยามที่ชาติบ้านเมืองเข้าสู่ทางตันอันป็นวิกฤตที่สุดในโลกและเต็มไปด้วยปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น การทุจริตคอร์รัปชัน การแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้อง การแทรกแซงสื่อสารมวลชน การละเมิดสิทธิมนุษยชน การแทรกแซงองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์เที่ยงธรรม การรวบอำนาจผ่านเผด็จการรัฐสภา และการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้แม้จะยังไม่สามารถได้รับการแก้ไขให้เสร็จสิ้นในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่มาจากการรัฐประหารก็ตาม แต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็มิเคยได้รวมตัวกันเพื่อก่อการชุมนุมใดๆ ขึ้นมาอีก ตราบใดที่กระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรมยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และปราศจากการแทรกแซง พร้อมๆ กับการให้สื่อสารมวลชนยังคงมีสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารได้เป็นปกติ

ภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนทั้งในประเทศและต่างประเทศว่ามีการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตตลอดจนมีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งขยายตัวเป็นวงกว้าง เกิดการกระทำในลักษณะการเป็นหุ่นเชิดของนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ถูกยุบไปตามคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 โดยที่คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะนำผู้ที่กระทำความผิดและพรรคการเมืองที่กระทำความผิดมาลงโทษได้ทันท่วงที และหนำซ้ำกรรมการการเลือกตั้งบางคนกลับมีพฤติกรรมแอบแฝงด้วยวาระซ่อนเร้นในการปกป้องระบอบทักษิณอย่างชัดเจน อันเป็นเหตุทำให้เกิดวิกฤตของบ้านเมืองขึ้นมาอีกครั้งด้วย ตัวแทนนักการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองในระบอบทักษิณเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมาก ก่อกำเนิดทำให้มีคณะรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ที่เต็มไปด้วยบุคคลากรทางการเมืองที่ไร้ความสามารถ มีประวัติด่างพร้อย และแต่งตั้งบุคคลที่ทำงานเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยไม่สนใจความรู้สึกของประชาชนแม้แต่น้อย

แต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ยังไม่กระทำการชุมนุมใดๆ และยังให้โอกาสรัฐบาลนายสมัครเข้ามาทำงานให้กับประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ตราบใดที่รัฐบาลนายสมัครไม่แทรกแซงกระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม ไม่แทรกแซงหรือคุกคามสื่อสารมวลชนทั้งทางตรงหรือทางอ้อม และไม่กระทำความผิดซ้ำซากเหมือนในยุครัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีการทุจริตอย่างกว้างขวาง แทรกแซงองค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม ล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ จนกลายเป็นเงื่อนไขให้ทหารเข้ามายึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญและล้มล้างระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

บัดนี้ได้ปรากฏเห็นเด่นชัดแล้วว่า รัฐบาลได้มีพฤติการณ์เหิมเกริมแทรกแซงและคุกคามสื่อสารมวลชนผ่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ไร้วุฒิภาวะ และยังปล่อยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกระทำการอุกอาจท้าทายประชาชน ด้วยการแทรกแซงและตัดตอนกระบวนการยุติธรรม โดยการย้ายนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่กำลังดำเนินคดีสำคัญต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวให้พ้นตำแหน่งอย่างเร่งด่วน แล้วมีการโยกย้าย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ซึ่งมีความใกล้ชิดกับครอบครัวชินวัตร มารักษาการในตำแหน่งอธิดีกรมสวนสวนคดีพิเศษ ก่อนการประกาศกำหนดการกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพียง 3 วัน อันเป็นการกระทำเพื่อคนคนเดียว เพื่อครอบครัวเดียว หาได้ทำงานเสียสละเพื่อประชาชนคนไทยทั้ง 63 ล้านคนตามพระบรมราโชวาทเมื่อวันถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ไม่ นี่คือสัญญาณการล้างแค้นต่อข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริตตรงไปตรงมาและยังเป็นความพยายามฟื้นฟูระบอบทักษิณให้กลับคืนมาเหมือนช่วงเวลาวิกฤตที่สุดในโลกดังเช่นในอดีตทุกประการ

นอกจากนั้นยังมีสัญญาณบ่งชัดว่า รัฐบาลชุดนี้ยังมีความพยายามจะโยกย้ายนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้พ้นจากตำแหน่งอีกด้วย

รวมทั้งมีความพยายามในการรื้อฟื้นนโยบายการปราบปรามยาเสพติดด้วยวิธีการฆ่าตัดตอน อันขัดต่อหลักนิติธรรม และละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งมีความพยายามจะฟื้นนโยบายรัฐตำรวจให้กลับมาอีกครั้ง

ดังนั้น จึงเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่า รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช แท้ที่จริงแล้วก็คือรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยประพฤติปฏิบัติตนจนเสมือนเชื้อเชิญการรัฐประหาร มาบัดนี้ก็ได้มีกระบวนการในการปกป้องผู้กระทำความผิด แทรกแซงองค์กรอิสระ กำจัดขวากหนามในกระบวนการตรวจสอบต่างๆ ซื้อกระบวนการยุติธรรมเพื่อฟอกตัวทักษิณ แทรกแซงสื่อสารมวลชน แต่งตั้งนอมินี รับคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในต่างประเทศ และทำงานรับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่เว้นแม้แต่ประธานรัฐสภาและรัฐมนตรีอีกหลายคน จึงย่อมเป็นพฤติกรรมเสมือนการเชื้อเชิญทหารเข้ามารัฐประหารอีกเช่นกัน

จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เห็นว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้บ้านเมืองเข้าสู่กลียุคอย่างแน่นอน จึงได้มาร่วมประชุมและกำหนดจุดยืนต่อสถานการณ์ดังต่อไปนี้

ประการแรก อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ตัดสินใจมีมติฟื้นสภาพโครงสร้างการบริหารงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นมาอีกครั้งเหมือนดังเดิม เพื่อพร้อมดำเนินการต่อสู้กับพฤติการณ์ของรัฐบาลนายสมัครที่จะทำงานรับใช้ระบอบทักษิณในทุกรูปแบบ

ประการที่สอง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ระบอบทักษิณ แสดงความกล้าหาญ ยุติต้นเหตุวิกฤติของชาติด้วยการสะสางลงโทษผู้กระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง และดำเนินการเสนอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคการเมืองที่เป็นนอมินีให้กับพรรคการเมืองที่ถูกยุบด้วยคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญโดยเร็ว

ประการที่สาม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้นายสมัคร สุนทรเวช แสดงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ด้วยการกระทำ อย่าให้คนไม่ดีมาปกครองบ้านเมือง ยุติบทบาทการกระทำอันเป็นหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ ประพฤติปฏิบัติเป็นนายกรัฐมนตรีที่เสียสละเพื่อคน 63 ล้านคนอย่างแท้จริง

ประการที่สี่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้รัฐบาลนายสมัครทบทวนการโยกย้ายข้าราชการเพื่อแก้มลทินให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัวในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ให้ยุติความพยายามในการแทรกแซงคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงการโยกย้ายตำรวจเพื่อช่วยเหลือคดีความใดๆ ในระบอบทักษิณ

ประการที่ห้า ที่ผ่านมา พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่เคยคัดค้านการกลับเข้าประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หากเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมที่ไม่ถูกแทรกแซงและเป็นอิสระ แต่เมื่อระบอบทักษิณได้ใช้กระบวนการแทรกแซงและตัดตอนกระบวนการยุติธรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงยังคงเป็นปัญหาของแผ่นดินต่อไป พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงคัดค้านการกลับประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในทุกรูปแบบ ตราบใดที่ยังมีความพยายามที่จะครอบงำและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ประการที่หก พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้รัฐบาลนายสมัครดำเนินการยุติความกำเริบเสิบสานในการลิดรอน ข่มขู่ คุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชน

ประการที่เจ็ด พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้พี่น้อง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชน ที่รักชาติบ้านเมืองมาร่วมกันลุกขึ้นมาเกาะกลุ่มรวมตัวเพื่อเฝ้าระวังพฤติการณ์ของนักการเมืองและข้าราชการในระบอบทักษิณอย่างใกล้ชิด และจัดตั้งขยายงานเตรียมพร้อมกับการต่อสู้กับความเลวร้ายของระบอบทักษิณในทุกรูปแบบ อันรวมถึงการเตรียมความพร้อมเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบ เพื่อสร้างสังคมธรรมาภิบาล โดยไม่หวั่นเกรงว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลาอันสมควร ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันอีกครั้งหนึ่ง

...............................................
ด้วยจิตคารวะ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์