แถลงการณ์สำนักคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 11 กันยายน 2499
เล่ม ๗๓ตอนที่ ๗๖
๒๕ กันยายน ๒๔๙๙
ราชกิจจานุเบกษา
๑.ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั้น ญี่ปุ่นได้มีกองทัพตั้งอยู่ในประเทศไทย และโดยที่จำเป็นต้องใช้จ่ายต่าง ๆ ญี่ปุ่นจึงได้ทำความตกลงขอแลกเปลี่ยนเงินบาทกับเงินเยนเป็นครั้งคราวเมื่อจำเป็นต้องใช้จ่าย
๒.พิธีการปฏิบัติในกรณีดังกล่าวเป็นดังนี้ คือธนาคารแห่งประเทศไทยจ่ายเงินบาทให้ธนาคารโยโกฮามาสเปซี่ของญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ตามวงเงินที่ทำความตกลงกันแต่ละคราว แล้วธนาคารโยโกฮาม่าสเปซี่ก็จ่ายเงินเยนส่งเข้าบัญชีเงินฝากของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (ธนาคารชาติของญี่ปุ่น) ณ กรุงโตเกียว ในการนี้ได้ตกลงกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนไว้ ๑ บาทต่อ ๑ เยน เงินเยนที่ธนาคารโยโกฮามาสเปซี่ได้ส่งเงินเข้าบัญชีเงินฝากของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ณ กรุงโตเกียวนั้นเรียกกันว่า “เงินเยนพิเศษ” ซึ่งในหลักการญี่ปุ่นได้ยินยอมให้ซื้อทองคำจากญี่ปุ่นได้เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยต้องการ ตามจำนวนซึ่งจะได้มีการเจรจาทำความตกลงกันอีกชั้นหนึ่งต่อไปเป็นคราว ๆ
๓.โดยนัยดั่งกล่าวมาข้างต้นนี้ จึงได้มีการตกลงกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับญี่ปุ่นเป็นคราว ๆ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้จ่ายเงินบาทให้แก่ธนาคารโยโกฮามาสเปซี่ทางกรุงเทพฯ และธนาคารโยโกฮาม่าสเปซี่ได้จ่ายเงินเยนส่งเข้าบัญชีเงินฝากของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ณ กรุงโตเกียวในจำนวนเท่ากันตามอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้ข้างต้นนั้น และนับตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดสงคราม ได้มีการตกลงจ่ายเงินบาทแลกเปลี่ยนกับเงินเยนรวมทั้งสิ้น ๑๒ ครั้ง ดังรายการต่อไปนี้
ครั้งที่๑ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๔๘๔ วงเงินที่จะแลกเปลี่ยนกันเป็นจำนวน ๕๐,๒๓๕,๔๗๘ บาท ๘๐ สตางค์ และได้จ่ายเงินบาทให้ญี่ปุ่นรับไปจริงเพียง ๑๕,๐๐๑,๐๘๓ บาท ๗๑ สตางค์
ครั้งที่๒ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๔๘๕ วงเงินที่จะแลกเปลี่ยนกันไม่ได้กำหนด เพียงแต่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าที่จำเป็นแก่การค้าเท่านั้น ซึ่งได้จ่ายเงินบาทให้ญี่ปุ่นรับไปจริงเป็นจำนวน ๕๖,๐๒๘,๐๙๓ บาท ๗๐ สตางค์
ครั้งที่๓ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๔๘๕ วงเงินที่จะแลกเปลี่ยนกันเป็นจำนวน ๔๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้จ่ายให้ญี่ปุ่นรับไปเต็มวงเงิน
ครั้งที่๔ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๔๘๖ วงเงินที่จะแลกเปลี่ยนกันเป็นจำนวน ๑๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้จ่ายให้ญี่ปุ่นรับไปเต็มวงเงิน
ครั้งที่๕ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๔๘๖ วงเงินที่ได้แลกเปลี่ยนกันเป็นจำนวน ๖๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้จ่ายให้ญี่ปุ่นรับไปเต็มวงเงิน
ครั้งที่๖ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๔๘๖ วงเงินที่จะแลกเปลี่ยนกันเป็นจำนวน ๘๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้จ่ายให้ญี่ปุ่นรับไปเต็มวงเงิน
ครั้งที่๗ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๔๘๗ วงเงินที่จะแลกเปลี่ยนกันเป็นจำนวน ๒๗๕,๐๐๐,๐๐๐ ซึ่งได้จ่ายให้ญี่ปุ่นรับไปเต็มวงเงิน
สำหรับการตกลงแลกเปลี่ยนเงินบาทกับเงินเยน ๗ ครั้งข้างต้นนี้ ได้กระทำกันในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี
ครั้งที่๘ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๔๘๗ วงเงินที่จะแลกเปลี่ยนกันเป็นจำนวน ๑๘๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้จ่ายให้ญี่ปุ่นรับไปเต็มวงเงิน
ครั้งที่๙ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๔๘๗ วงเงินที่จะแลกเปลี่ยนกันเป็นจำนวน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้จ่ายให้ญี่ปุ่นรับไปเต็มวงเงิน
ครั้งที่๑๐ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๔๘๘ วงเงินที่จะแลกเปลี่ยนกันเป็นจำนวน ๔๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้จ่ายให้ญี่ปุ่นรับไปเต็มวงเงิน
ครั้งที่๑๑ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๘๘ วงเงินที่จะแลกเปลี่ยนกันเป็นจำนวน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งได้จ่ายให้ญี่ปุ่นรับไปเต็มวงเงิน
ครั้งที่๑๒ข้อตกลงเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๔๘๘ วงเงินที่จะแลกเปลี่ยนกันเป็นจำนวน ๗๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ได้จ่ายให้ญี่ปุ่นรับไปจริงเพียง ๓๒๙,๔๐๐,๐๐๐ บาท
สำหรับการตกลงแลกเปลี่ยนเงินบาทกับเงินเยนรวม ๕ ครั้งหลังนี้ ได้กระทำกันในสมัยนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
๔.เป็นอันว่าการจ่ายเงินบาทแลกเปลี่ยนกับเงินเยนในสมัยสงครามตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงที่สุดรวม ๑๒ ครั้งดังกล่าวมาข้างต้นนี้ รวมเป็นเงินบาทที่ได้จ่ายให้ญี่ปุ่นรับไปจริงเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑,๕๘๖,๑๒๙,๑๗๗ บาท ๔๑ สตางค์ ในจำนวนนี้แยกได้เป็น ๒ ส่วน กล่าวคือจ่ายแลกเปลี่ยนในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี โดยความตกลง ๗ ครั้ง เป็นเงิน ๕๔๗,๗๒๙,๑๗๗ บาท ๔๑ สตางค์ส่วนหนึ่ง กับในสมัยที่นายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยความตกลง ๕ ครั้ง เป็นเงิน ๑,๐๓๘,๔๐๐,๐๐๐ บาท อีกส่วนหนึ่ง
๕.สำหรับเรื่องการเจรจาซื้อทองทำจากญี่ปุ่นตามหลักการที่ได้ตกลงกันไว้ดังกล่าวในข้อ ๒ ข้างต้นนั้น ได้มีการเจรจาซื้อทองคำจากญี่ปุ่นได้เป็นคราว ๆ รวมเป็นปริมาณทั้งสิ้น ๒๖,๗๐๓,๔๘๕.๗๐ กรัมบริสุทธิ์ คิดเป็นราคาในสมัยที่ได้ทองคำมานั้นเป็นเงิน ๑๒๙,๐๐๑,๐๙๕ บาท ๐๖ สตางค์ ทองคำจำนวนนี้ ส่วนหนึ่งได้ขนจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเก็บรักษาไว้ทางกรุงเทพฯ และส่วนหนึ่งได้ฝากไว้ ณ ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น เพราะในระยะปลายสงครามนั้น การขนส่งกระทำกันได้ด้วยความยากลำบากและเสี่ยงอันตรายมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเสร็จสงครามแล้ว จึงได้มีการเจรจาผ่านกองบัญชาการทหารสูงสุงของพันธมิตรซึ่งยึดครองประเทศญี่ปุ่น และได้รับคืนทองคำดังกล่าวนี้ไปฝากไว้ ณ ธนาคารเฟเดอราสรีเซอร์ฟในสหรัฐอเมริกา
๖.เมื่อได้หักราคาทองคำดั่งกล่าวในข้อ ๕ ออกจากยอดเงินบาทที่จ่ายแลกเปลี่ยนกับเงินเยนตามข้อ ๔ แล้ว เป็นอันว่ายังเหลือเงินเยนซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าหนี้อยู่ในบัญชีเงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นอีกเป็นจำนวนเท่ากับ ๑,๔๕๗,๑๒๘,๐๘๒ บาท ๓๕ สตางค์ หนี้ดั่งกล่าวนี้ได้มีการเจรจาทำความตกลงระงับปัญหาเงินเยนพิเศษระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๔๙๘ แล้ว โดยความตกลงนี้ ญี่ปุ่นตกลงชำระส่วนหนึ่งเป็นเงินปอนด์สเตอร์ลิง มีค่าเท่ากับ ๔,๕๐๐ ล้านเยน ผ่อนชำระเป็น ๕ งวด ๆ ละปี ใช้อัตราแลกเปลี่ยนคืออัตราขายปอนด์สเตอร์ลิงของธนาคารแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ใช้อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ณ เวลาที่ชำระเงินแต่ละงวด ซึ่งญี่ปุ่นได้ชำระเสร็จไปแล้ว ๒ งวด คืองวดที่หนึ่ง ชำระเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๔๙๘ เป็นเงินจำนวน ๙๙๔,๗๔๗ ปอนด์ ๑๔ ชิลลิง ๗ เพนนี งวดที่สอง ชำระเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๙ เป็นจำนวนเงิน ๑,๐๘๖,๖๗๗ ปอนด์ ๖ ชิลลิง ๘ เพนนี เป็นอันค้างอยู่อีก ๓ งวด ซึ่งญี่ปุ่นจะต้องชำระต่อไปตามกำหนดเวลาแห่งข้อตกลงดั่งกล่าว สำหรับเงินที่ได้รับชำระมาแล้ว ๒ งวดนั้น ได้นำฝากไว้ ณ ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษที่กรุงลอนดอนในบัญชีของธนาคารแห่งประเทศไทย อีกส่วนหนึ่งญี่ปุ่นจะให้เป็นสิ่งของและบริการในรูปการลงทุนและเครดิตเป็นจำนวน ๙,๖๐๐ ล้านเยน ความตกลงทั้งนี้ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทรงเป็นผู้ดำเนินการตามที่รัฐบาลนี้ได้มอบหมาย
๑๑ กันยายน ๒๔๙๙
งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (3) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า
- "มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
- (1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
- (2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
- (3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
- (4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
- (5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"
Public domainPublic domainfalsefalse