แม่แบบ:จดหมายเหตุบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ/๑

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คำนำ


ในการที่จะได้ทรงพระกรุณาโปรดให้เชิญพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กลับเข้ามาประดิษฐานไว้ในพระนครครั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ มีพระราชประสงค์จะได้ทรงพิมพ์หนังสือเป็นที่ระลึกแจกโดยเสด็จงานพระราชพิธี จึ่งมีพระราชเสาวนีย์ดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้เลือกเอาจดหมายเหตุงานพระบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ ๗ สองเรื่อง

หนังสือสองเรื่องที่จะพิมพ์นี้ ข้าพเจ้าได้ไปเฝ้าพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต ขอประทานให้ทรงอธิบายเพื่อเป็นคำนำประกอบกับเรื่องพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต ประทานมา มีข้อความต่อไปนี้ คือ

๑.   ราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษซึ่งพระยาประกาศอักษรกิจ (เสงี่ยม รามนันทน์) เจ้ากรมราชกิจจานุเบกษา เรียบเรียงขึ้น

๒.   หนังสืออธิบายงานราชาภิเษกภาษาอังกฤษซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้ามีพระราชดำรัสให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต แต่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทรงแจกในงานบรมราชาภิเษกครั้ง พ.ศ. ๒๔๖๘

พิธีบรมราชาภิเษกเป็นพิธีสำคัญที่สุดในเมืองไทย มีเค้าว่า ลางส่วนจะได้มาจากเขมรหรือมอญซึ่งเลียนแบบมัธยมประเทศ และมีลักษณะลางอย่างคล้ายคลึงกับพิธีราชสูยะของตำรับพราหมณ์ซึ่งเสกให้พระราชาเป็นราชาธิราช การอภิเษกนั้น รูปศัพท์ก็ระบุอยู่แล้วว่า เป็นการรดน้ำ ซึ่งต่างกับแบบตะวันตกแทบทุกประเทศ เพราะของเขามีเคล็ดอยู่ที่สวมมงกุฎ เฉพาะในเมืองไทยก็มีหลักฐานว่า ได้เคยทำอภิเษกให้ครองราชย์ คือ พ่อขุนผาเมืองอภิเษกพ่อขุนบางกลางท่าวซึ่งเป็นสหายในสงครามกู้อิสรภาพจากเขมรให้เป็นกษัตริย์ครองกรุงสุโขทัย (จารึกวัดศรีชุม สุโขทัย) และในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระราชพงศาวดารก็ได้กล่าวถึงการอภิเษกบ้าง เช่น ในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเมื่อ พ.ศ. ๒๒๗๕ มีรายละเอียดแจ้งอยู่ในโคลงจมื่นไวยวรนาถเรื่องปัญจราชาภิเษก (พิมพ์ไว้ท้ายหนังสือกุลสตรี จุลศักราช ๑๒๓๓) ถ้าร่นลงมาถึงสมัยที่ใกล้ปัจจุบัน จึ่งจะมีรายละเอียดขึ้นว่า อภิเษกกันอย่างไร ท่านผู้รู้ เช่น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เข้าพระทัยว่า พระเจ้ากรุงธนบุรีอาจมิได้ทำพิธีราชาภิเษก หรือมิฉะนั้นก็ทำอย่างลัด มาในรัชกาลที่ ๑ ปรากฏว่า ได้ทรงตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อสอบสวนและตั้งระเบียบพระราชพิธีราชาภิเษก โปรดให้เจ้าพระยาเพชรพิชัยซึ่งเคยเป็นขุนนางมาแต่ครั้งก่อนเสียกรุงเป็นประธานกรรมการ แล้วจึ่งเสด็จเข้าพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มาถึงรัชกาลที่ ๒ ได้ทรงทำพิธีอนุโลมตามแบบที่เคยมาในรัชกาลที่ ๑ ความพิสดารปรากฏอยู่พระราชพงศาวดารรัชกาลที่ ๒ พระนิพนธ์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๕๙) งานในรัชกาลที่ ๒ นี้มีต้นเรื่องเป็นหลักฐานอยู่ในหมายรับสั่งของเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช (บุญรอด) แห่งหนึ่ง กับในโคลงยอพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงพระนิพนธ์ไว้ในอีกแห่งหนึ่ง ในรัชกาลที่ ๓ ปรากฏว่า อนุโลมตามแบบรัชกาลที่ ๑ ดั่งมีรายละเอียดอยู่ในรัชกาลที่ ๒ ที่กล่าวอ้างมาแล้วนั้น แต่ในรัชกาลที่ ๔ เข้าใจว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเพิ่มเติมคาถาบาลีและคำแปลเป็นไทยลงไปในพิธีพราหมณ์ต่าง ๆ ทำให้รูปพระราชพิธีแปลกไปจากเดิมไม่น้อยนัก งานบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๕ บัดนี้ มีหลักฐานอยู่ในจดหมายเหตุที่ชื่อ วารสารศิลปากร เล่ม ๑, ๒, ๓ ของปีที่ ๒ ส่วนรัชกาลที่ ๖ นั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาศรีวรวงศ์ (ม.ร.ว.จิตร สุทัศน์) ผู้ช่วยราชเลขานุการ กับพระยาประกาศอักษรกิจ (เสงี่ยม รามนันทน์) เจ้าหน้าที่ราชกิจจานุเบกษา เรียบเรียงขึ้นไว้ เรียกว่า จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ได้พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖)

ในรัชกาลที่ ๗ ก่อนที่จะทำงานบรมราชาภิเษก ทรงพระราชปรารภว่า พวกชาวต่างประเทศที่เข้ามานั่งงานในระหว่างพิธียืดยาวนั้นน่ากลัวจะพากันระอาเพราะไม่เข้าใจ จึ่งโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าธานีนิวัตเขียนคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษทำนองหนังสือคู่มือเล่มหนึ่งซึ่งพิมพ์ไว้ท้ายสมุดเล่มนี้ แล้วเมื่อเสร็จงานพระราชพิธี ถึงคราสที่จะออกหนังสือราชกิจจานุเบกษา พระยาประกาศอักษรกิจซึ่งยังคงเป็นเจ้าหน้าที่ราชกิจจาฯ ได้เขียนจดหมายเหตุงานนี้ขึ้น สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงทักท้วงว่า มีผิดหลายแห่งที่สำคัญ หากทิ้งไว้จะเสียหลักราชประเพณีและประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจึ่งโปรดให้พิมพ์ข้อทักท้วงแก้ไขเป็นราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษเพิ่มเติม ด้วยความมุ่งหมายว่า หากต่อไปภายหน้า ผู้ใดจะพิมพ์หนังสือเรื่องนี้อีกจะได้แก้เสียให้ถูกต้อง บัดนี้ เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ มีพระราชประสงค์ให้พิมพ์ จึ่งได้จัดการแก้ไขให้ต้องตามพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้วโดยตลอด

อนึ่ง ควรจะบันทึกไว้ให้ผู้ใฝ่ใจค้นคว้าทราบไว้ด้วยว่า หลักฐานงานบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๗ นอกจากหนังสือสองเรื่องที่กล่าวมาแล้วนี้ ยังมี ๑. โคลงลิลิตสุภาพงานพระบรมราชาภิเษกสัปตมหาราชจักรีวงศ์ (พ.ศ. ๒๔๖๙) สองเล่มจบ พระนิพนธ์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ซึ่งเป็นหนังสือแบบฉบับสมควรยึดถือเป็นหลักงานพิธีได้ เรื่องหนึ่ง และ ๒. เรื่อง Siamese State Ceremonies ของ ดร.ควอริตซ์ เวลส์ แต่งเป็นหลักทางประวัติศาสตร์กับสังคมศาสตร์นั้น อีกเรื่องหนึ่ง กับ ๓. La Cérémonie du Couronnement au Siam นายเรอเน นิโคลาส์ แปลจากเรื่องของพระองค์เจ้าธานีนิวัตลงพิมพ์ในวารสารชื่อ Extrême Asia (เล่ม ๑๓)

พิธีราชาภิเษกนี้นับว่าเป็นมฤดกของชาติตกทอดมาแต่ครั้งโบราณ ถือกันว่า ทำประโยชน์แก่บ้านเมืองและสวัสดิภาพของประชาชน อีกเหตุหนึ่งที่จัดว่าเป็นเหตุทางการเมืองอันสำคัญนั้นก็คือ เป็นการยืนยันพระมหากษัตริย์ ปัดเป่าความทะเยอทะยานของบุคคลบางจำพวกที่จะแย่งชิงเอาราชบัลลังก์ ซึ่งแท้จริงก็เป็นเหตุสำคัญอันหนึ่ง เพราะว่า ถ้ามีการแก่งแย่งกันก็จะต้องมีผลให้บ้านเมืองยับเยินเป็นแน่แท้ โดยเฉพาะบรรดาประชาชนเรานี่เองซึ่งเป็นหญ้าแพรกสำหรับแต่จะแหลกลาญลงไปในเมื่อผู้มีอำนาจแก่งแย่งกัน มาในสมัยปัจจุบัน เพียงแต่การทำพิธีย่อมไม่คุ้มความแก่งแย่ง แต่พิธีนี้เป็นมฤดกตกทอดมาช้านานแล้ว เป็นเครื่องแสดงว่า ชาติเรามิใช่ป่าเถื่อน มีขนบธรรมเนียมประเพณีสืบต่อกันมาหลายชั่วคน ย่อมมีประโยชน์ทางสังคมศาสตร์ที่จะเร่งเร้าให้ประชาชนรักษาไว้ซึ่งความภาคภูมิใจในชาติบ้านเกิดเมืองนอนของตนฉะนี้

โดยที่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต ได้ทรงอธิบายประกอบไว้กว้างขวางแล้ว จึงไม่มีข้อความอื่นใดจะต้องเพิ่มเติมอีกนอกจากคำอธิบายที่มาของหนังสือทั้งสองเรื่องนั้นแล้ว พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต ยังได้ทรงเขียนพระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้ในหนังสือนี้ด้วย นับเป็นพระกรุณาของท่านอย่างยิ่ง

สำหรับพระบรมรูปถ่ายขณะพระราชทานรัฐธรรมนูญที่ปรากฏในหนังสือนี้ คุณหญิงพิชัยญาติได้กรุณาเอื้อเฟื้อให้ยืมมาจำลอง จึงขอขอบคุณไว้ในที่นี้ด้วย

ข้าพเจ้าได้รับพระราชเสาวนีย์จากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ให้ทูลขอบพระทัยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงอนุโมทนาในพระราชกุศลบุญราศีในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดให้มีขึ้น ขออำนาจพระราชกุศลที่ได้ทรงบำเพ็ญในวาระนี้จงบันดาลอิฐคุณมนุญผลขงสัมฤทธิแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสมดังพระราชปณิธานทุกประการเทอญ



Wisitsawatdirak Sawatdiwat.jpg
(หม่อมเจ้าวิศิษฎ์สวัสดิรักษ์ สวัสดิวัตน์)
ในฐานะผู้แทนพระองค์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ