พระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบผิดพลาด: มีการลบช่องที่ไม่ได้ใช้ออก โปรดเติมกลับเข้าไป (โปรดดูเอกสารกำกับแม่แบบ)


พระราชบัญญัติ
คนเข้าเมือง (ฉบับที่๒)
พ.ศ. ๒๕๒๓




ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๓
เป็นปีที่ ๓๔ ในรัชกาลปัจจุบัน


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้


มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๓”

มาตรา ๒[1] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามใน (๑) ของมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ “การตรวจลงตราตาม (๑) ให้เสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกค่าธรรมเนียมในบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าทำการและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ท้ายพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


“ค่าธรรมเนียม




                  (๑)    การตรวจลงตราตามมาตรา ๑๒ (๑)
                         ครั้งละไม่เกิน                              ๕๐๐ บาท
                  (๒)    อุทธรณ์ตามมาตรา ๒๒
                         คนละไม่เกิน                               ๕๐๐ บาท
                  (๓)    คำขออนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
                         ต่อไปตามมาตรา ๓๕ คนหนึ่ง ครั้งละไม่เกิน         ๕๐๐ บาท
                  (๔)    อุทธรณ์ตามมาตรา ๓๖
                         คนละไม่เกิน                               ๕๐๐ บาท
                  (๕)    คำขออนุญาตเพื่อกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก
                         สำหรับการกลับครั้งหนึ่งตามมาตรา ๓๙ คนหนึ่ง
                         ครั้งละไม่เกิน                               ๕๐๐ บาท
                   (๖)    คำขออนุญาตเพื่อมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
                          ตามมาตรา ๔๕ คนละไม่เกิน                   ๒,๐๐๐ บาท
                   (๗)    ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ตามมาตรา ๔๗ หรือมาตรา ๕๑
                           ฉบับละไม่เกิน                            ๕๐,๐๐๐ บาท
                           ในกรณีที่ผู้ขอใบสำคัญถิ่นที่อยู่ เป็นคู่สมรส
                           หรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของคนต่างด้าว
                           ที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือของบุคคล
                           ซึ่งมีสัญชาติไทย
                           ฉบับละไม่เกิน                             ๒๕,๐๐๐ บาท
                   (๘)    หลักฐานการแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักร
                          เพื่อกลับเข้ามาอีกตามมาตรา ๕๐ (๑)
                          คนละไม่เกิน                               ๕๐๐ บาท
                   (๙)    ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ตามมาตรา ๕๐ (๒)
                          ฉบับละไม่เกิน                              ๕,๐๐๐ บาท
                   (๑๐)  เอกสารที่ออกให้ตามมาตรา ๕๒
                         ฉบับละไม่เกิน                               ๕๐๐ บาท
                   (๑๑)  คำขอเพื่อขอพิสูจน์สัญชาติต่อพนักงาน
                         เจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๕๗
                         คนละไม่เกิน                                 ๒๐๐ บาท”


                   ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
                      พลเอก ป.  ติณสูลานนท์
                         นายกรัฐมนตรี


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ กำหนดให้มีการตรวจลงตราหนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง แต่ยังไม่ได้กำหนดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการตรวจลงตราในหนังสือเดินทาง ฯลฯ ให้สอดคล้องกับทางปฏิบัติอันเป็นหลักสากลที่ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเสียใหม่ให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น




เชิงอรรถ[แก้ไข]

  1. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๑๓๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๓



ขึ้น

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะมีลักษณะตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น"