กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา
นายสนิท พลอยน้อย ได้ปรารภกับข้าพเจ้าว่า จะจัดการฌาปนกิจศพมารดา ใคร่จะพิมพ์หนังสือแจกแก่บรรดาท่านผู้ที่เคารพนับถือซึ่งมาในงานฌาปนกิจนี้สักเรื่องหนึ่ง และมอบให้ข้าพเจ้าช่วยจัดการ ข้าพเจ้าได้รับ และพิจารณาทบไปทวนมาอยู่หลายครั้งถึงหนังสือที่จะพิมพ์กับอุปนิสสัยของผู้ตายและท่านผู้ที่จะได้รับแจก ผลที่สุด ตกลงใจว่า จะพิมพ์หนังสือเรื่อง “พระไชยสุริยา” ซึ่งเป็นหนังสือคำกลอนของสุนทรภู่ เห็นว่า เป็นประโยชน์ทั้งทางคดีโลกและคดีธรรมเจือปนกันอยู่ ส่วนเนื้อความจะเป็นประการใดนั้น หวังว่า ท่านผู้ที่ได้รับแจกคงจะทราบได้ดีจากหนังสือนี้ เมื่อข้าพเจ้าเก็นดีเห็นชอบในเรื่องหนังสือนี้แน่แล้ว จึงได้ขอความกรุณาจากนายทองสืบ ศุภะมาร์ค ผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ติดต่อกับหอสมุดแห่งชาติขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือเรื่องนี้สนองไวยาวัจจมัยของนายสนิท พลอยน้อย
ขออำนาจแห่งกุศลบรรรทานนี้จงเป็นผลสำเร็จแก่วิญญาณของแม่ทรัพย์ พลอยน้อย ในสถานที่วิญญาณสถิตนั้น ๆ และขออนุโมทนาอุปัฏฐานธรรมของนายสนิท พลอยน้อย มาในที่นี้ด้วย.
๒๒ มีนาคม ๒๔๙๕
| ยานี ๑๑ | ||
| สะธุสะจะขอไหว้ | พระศรีไตรสะระณา | |
| พ่อแม่แลครูบา | เทวะตาในราศี | |
| ข้าเจ้าเอา ก ข | เข้ามาต่อ ก กา มี | |
| แก้ไขในเท่านี้ | ดีมิดีอย่าตรีชา | |
| ระร่ำคำต่อไป | พอฬ่อใจกุมารา | |
| ธระณีมีราชา | เจ้าพาราสาวะลี | |
| ชื่อพระไชยสุริยา | มีสุดามะเหษี | |
| ชื่อว่าสุมาลี | อยู่บูรีไม่มีไภย | |
| ข้าเฝ้าเหล่าเสนา | มีกิริยาอะฌาไศรย | |
| พ่อค้ามาแต่ไกล | ได้อาไศรยในพารา | |
| ไพร่ฟ้าประชาชี | เชาบูรีก็ปรีดา | |
| ทำไร่เขาไถนา | ได้เข้าปลาแลสาลี | |
| อยู่มาหมู่ข้าเฝ้า | ก็หาเยาวะนารี | |
| ที่หน้าตาดีดี | ทำมะโหรีที่เคหา | |
| ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ | เข้าแต่หอฬ่อกามา | |
| หาได้ให้ภริยา | โลโภพาให้บ้าใจ | |
| ไม่จำคำพระเจ้า | เหไปเข้าภาษาไสย | |
| ถือดีมีข้าไทย | ฉ้อแต่ไพร่ใส่ขื่อคา | |
| คะดีที่มีคู่ | คือไก่หมูเจ้าสุภา | |
| ใครเอาเข้าปลามา | ให้สุภาก็ว่าดี | |
| ที่แพ้แก้ชะนะ | ไม่ถือพระประเวณี | |
| ขี้ฉ้อก็ได้ดี | ไล่ด่าตีมีอาญา | |
| ที่ซื่อถือพระเจ้า | ว่าโง่เง่าเต่าปูปลา | |
| ผู้เฒ่าเหล่าเมธา | ว่าใบ้บ้าสาระยำ | |
| ภิษุสะมะณะ | เล่าก็ละพระสะธำม์ | |
| คาถาว่าลำนำ | ไปเร่ร่ำทำเฉโก | |
| ไม่จำคำผู้ใหญ่ | ศีร์ษะไม้ใจโยโส | |
| ที่ดีมีอะโข | ข้าขอโมทนาไป | |
| พาราสาวะถี | ใครไม่มีปราณีใคร | |
| ดุดื้อถือแต่ใจ | ที่ใครได้ใส่เอาพอ | |
| ผู้ที่มีฝีมือ | ทำดุดื้อไม่ซื้อขอ | |
| ไล่คว้าผ้าที่คอ | อะไรฬ่อก็เอาไป | |
| ข้าเฝ้าเหล่าเสนา | มิได้ว่าหมู่ข้าไทย | |
| ถือน้ำร่ำเข้าไป | แต่น้ำใจไม่นำพา | |
| หาได้ใครหาเอา | ไพร่ฟ้าเศร้าเปล่าอุรา | |
| ผู้ที่มีอาญา | ไล่ตีด่าไม่ปราณี | |
| ผีป่ามากระทำ | มะระณะกำม์เชาบูรี | |
| น้ำป่าเข้าธานี | ก็ไม่มีที่อาไศรย | |
| ข้าเฝ้าเหล่าเสนา | หนีไปหาพาราไกล | |
| ชีบาล่าลี้ไป | ไม่มีใครในธานี | |
| ฉะบัง ๑๖ | ||
| พระไชยสุริยาภูมี | พาพระมะเหษี | |
| มาที่ในลำสำเภา | ||
| เข้าปลาหาไปไม่เบา | นารีที่เยาว์ | |
| ก็เอาไปในเภตรา | ||
| เถ้าแก่เชาแม่แซ่มา | เสนีเสนา | |
| ก็มาในลำสำเภา | ||
| ตีม้าฬ่อช่อใบใส่เสา | วายุพยุเพลา | |
| สำเภาก็ใช้ใบไป | ||
| เภตรามาในน้ำไหล | ค่ำเช้าเปล่าใจ | |
| ที่ในมหาวารี | ||
| พะสุธาอาไศรยไม่มี | ราชานารี | |
| อยู่ที่พระแกลแลดู | ||
| ปลากะโห้โลมาราหู | เหราปลาทู | |
| มีอยู่ในน้ำคล่ำไป | ||
| ราชาว้าเหว่หฤไทย | วายุพาคลาไคล | |
| มาในทะเลเอกา | ||
| แลไปไม่ปะพะสุธา | เปล่าใจไนยนา | |
| โพล้เพล้เวลาราตรี | ||
| ราชาว่าแก่เสนี | ใครรู้คะดี | |
| วารีนี้เท่าใดนา | ||
| ข้าเฝ้าเล่าแก่ราชา | ว่าพระมหา | |
| วารีนี้ไซร้ใหญ่โต | ||
| ไหลมาแต่ในคอโค | แผ่ไปใหญ่โต | |
| มะโหฬาล้ำน้ำไหล | ||
| บาฬีมิได้แก้ไข | ข้าพเจ้าเข้าใจ | |
| ผู้ใหญ่ผู้เฒ่าเล่ามา | ||
| ว่ามีพระยาสกุณา | ใหญ่โตมะโหฬา | |
| กายาเท่าเขาคีรี | ||
| ชื่อว่าพระยาสำภาที | ใคร่รู้คะดี | |
| วารีนี้โตเท่าใด | ||
| โยโสโผผาถาไป | พอพระสุริไสย | |
| จะใกล้โพล้เพล้เวลา | ||
| แลไปไม่ปะพะสุธา | ย่อท้อรอรา | |
| ชีวาก็จะประไลย | ||
| พอปลามาในน้ำไหล | สกุณาถาไป | |
| อาไศรยที่ศีร์ษะปลา | ||
| ฉะแง้แลไปไกลตา | จำของ้อปลา | |
| ว่าขอษะมาอะไภย | ||
| วารีที่เราจะไป | ใกล้หรือว่าไกล | |
| ข้าไหว้จะขอมรคา | ||
| ปลาว่าข้าเจ้าเยาวะภา | มิได้ไปมา | |
| อาไศรยอยู่ต่อธรณี | ||
| สกุณาอาไลยชีวี | ลาปลาจรลี | |
| สู่ที่ภูผาอาไศรย | ||
| ข้าเฝ้าเล่าแก่ภูวไนย | พระเจ้าเข้าใจ | |
| ฤไทยว้าเหว่เอกา | ||
| จำไปในทะเลเวรา | พยุใหญ่มา | |
| เภตราก็เหเซไป | ||
| สมอก็เกาเสาใบ | ทะลุปรุไป | |
| น้ำไหลเข้าลำสำเภา | ||
| ผีน้ำซ้ำไต่ใบเสา | เจ้ากำม์ซ้ำเอา | |
| สำเภาระยำคว่ำไป | ||
| ราชาคว้ามืออรไทย | เอาผ้าสะไบ | |
| ต่อไว้ไม่ไกลกายา | ||
| เถ้าแก่เชาแม่เสนา | น้ำเข้าหูตา | |
| จระเข้เหราคร่าไป | ||
| ราชานารีร่ำไร | มีกำม์จำใจ | |
| จำไปพอปะพะสุธา | ||
| มีไม้ไทรใหญ่ใบหนา | เข้าไปไสยา | |
| เวลาพอค่ำรำไร | ||
| สุรางคะนางค์ ๒๘ |
| ขึ้นใหม่ใน กน ก กา ว่าปน ระคนกันไป เอ็นดูภูธร มานอนในไพร มณฑลต้นไทร แทนไพชยนต์สถาน |
| ส่วนสุมาลี วันทาสามี เทวีอยู่งาน เฝ้าอยู่ดูแล เหมือนแต่ก่อนกาล ให้พระภูบาล สำราญวิญญาณ์ |
| พระชวนนวลนอน เข็ญใจไม้ขอน เหมือนหมอนแม่นา ภูธรสอนมนต์ ให้บ่นภาวนา เย็นค่ำร่ำว่า กันป่าไภยพาล |
| วันนั้นจันทร มีดารากร เป็นบริวาร เห็นสิ้นดินฟ้า ในป่าท่าธาร มาลีคลี่บาน ใบก้านอรชร |
| เย็นฉ่ำน้ำฟ้า ชื่นชะผะกา วายุพาขจร สาระพันจันทน์อิน รื่นกลิ่นเกสร แตนต่อคล้อร่อน ว้าว่อนเวียนระวัน |
| จันทราคลาเคลื่อน กระเวนไพรไก่เถื่อน เตือนเพื่อนขานขัน ปู่เจ้าเขาเขิน กู่เกริ่นหากัน สินธุพุลั่น ครื้นครั่นหวั่นไหว |
| พระฟื้นตื่นนอน ไกลพระนคร สะท้อนถอนฤไทย เช้าตรู่สุริยน ขึ้นพ้นเมรุไกร มีกำม์จำไป ในป่าอารัญ |
| ฉะบัง ๑๖ | ||
| ขึ้นกงจงจำสำคัญ | ทั้งกนปนกัน | |
| รำพรรณมิ่งไม้ในดง | ||
| ไกรกร่างยางยูงสูงระหง | ตลิงปลิงปริงประยง | |
| คันทรงส่งกลิ่นฝิ่นฝาง | ||
| มะม่วงพวงพลองช้องนาง | หล่นเกลื่อนเถื่อนทาง | |
| กินพลางเดินพลางหว่างเนิน | ||
| เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน | เหมือนอย่างนางเชิญ | |
| พระแสงสำอางข้างเคียง | ||
| เขาสูงฝูงหงษ์ลงเรียง | เริงร้องก้องเสียง | |
| สำเนียงน่าฟังวังเวง | ||
| กลางไพลไก่ขันบันเลง | ฟังเสียงเพียงเพลง | |
| ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง | ||
| ยูงทองร้องกะโต้งโห่งดัง | เพียงฆ้องกลองระฆัง | |
| แตรสังข์กังสะดาลขานเสียง | ||
| กะลิงกะลางนางนวนนอนเรียง | พระยาลอคลอเคียง | |
| แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง | ||
| ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง | เพลินฟังวังเวง | |
| อีเก้งเริงร้องลองเชิง | ||
| ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง | คางแข็งแรงเริง | |
| ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง | ||
| ป่าสูงยูงยางช้างโขลง | อึงคะนึงผึงโผง | |
| โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป | ||
| ยานี ๑๑ | ||
| ขึ้นกกตกทุกข์ยาก | แสนลำบากจากเวียงไชย | |
| มันเผือกเลือกเผาไฟ | กินผลไม้ได้เป็นแรง | |
| รอน ๆ อ่อนอัษดงค์ | พระสุริยงเย็นยอแสง | |
| ช่วงดังน้ำครั่งแดง | แฝงเมฆเขาเงาเมรุธร | |
| ลิงค่างครางโครกครอก | ฝูงจิ้งจอกออกเห่าหอน | |
| ชะนีวิเวกวอน | นกหกร่อนนอนรังเรียง | |
| ลูกนกยกปีกป้อง | อ้าปากร้องซ้องแซ่เสียง | |
| แม่นกปกปีกเคียง | เลี้ยงลูกอ่อนป้อนอาหาร | |
| ภูธรนอนเนินเขา | เคียงคลึงเคล้าเยาวมาลย์ | |
| ตกยากจากศฤงคาร | สงสารน้องหมองภักตรา | |
| ยากเย็นเห็นหน้าเจ้า | สร่างโศกเศร้าเจ้าพี่อา | |
| อยู่วังดังจันทรา | มาหม่นหมองลอองนวล | |
| เพื่อนทุกข์ศุขโศกเศร้า | จะรักเจ้าเฝ้าสงวน | |
| มิ่งขวัญอย่ารันจวน | นวลภักตร์น้องจะหมองศรี | |
| ชวนชื่นกลืนกล้ำกลิ่น | มิรู้สิ้นกลิ่นมาลี | |
| คลึงเคล้าเย้ายวนยี | ที่ทุกข์ร้อนหย่อนเย็นทรวง | |
| ยานี ๑๑ | ||
| ขึ้นกดบทอัศจรรย์ | เสียงครื้นครั่นชั้นเขาหลวง | |
| นกหกตกรังรวง | สัตว์ทั้งปวงง่วงงุนโงง | |
| แดนดินถิ่นมนุษย์ | เสียงดังดุจพระเพลิงโพลง | |
| ตึกกว้านบ้านเรือนโรง | โคลงคลอนเคลื่อนเขยื้อนโยน | |
| บ้านช่องคลองเล็กใหญ่ | บ้างตื่นไฟตกใจโจน | |
| ปลุกเพื่อนเตือนตะโกน | ลุกโลดโผนโดนกันเอง | |
| พิณพาทย์ระนาดฆ้อง | ตะโพนกลองร้องเป็นเพลง | |
| ระฆังดังวังเวง | โหง่งหง่างเหง่งเก่งก่างดัง | |
| ขุนนางต่างลุกวิ่ง | ท่านผู้หญิงวิ่งยุดหลัง | |
| พันละวันดันตึงตัง | พลั้งพลัดตกหกคะเมน | |
| พระสงฆ์ลงจากกุฏิ์ | วิ่งอุดตลุตฉุดมือเณร | |
| หลวงชีหนีหลวงเถร | ลงโคลนเลนเผ่นผาดโผน | |
| พวกวัดพลัดเข้าบ้าน | ล้านต่อล้านซานเซโดน | |
| ต้นไม้ไกวเอนโอน | ลิงค่างโจนโผนหกหัน | |
| พวกผีที่ปั้นลูก | ติดจมูกลูกตาพลัน | |
| ขิกขิกระริกกัน | ปั้นไม่ทันมันเดือดใจ | |
| สององค์ทรงสังวาส | โลกธาตุหวาดหวั่นไหว | |
| ตื่นนอนอ่อนอกใจ | เดินไม่ได้ให้อาดูร | |
| ยานี ๑๑ | ||
| ขึ้นกบจบแม่กด | พระดาบศบูชากูณฑ์ | |
| ผาศุขรุกขมูล | ภูลสวัสดิ์สัตถาวร | |
| ระงับหลับเนตรนิ่ง | เององค์อิงพิงสิงขร | |
| เหมือนกับหลับสนิทนอน | สังวรศีลอภิญญาณ | |
| บำเพ็งเล็งเห็นจบ | พื้นพิภพจบจักระวาฬ | |
| สวรรค์ชั้นวิมาน | ท่านเห็นแจ้งแหล่งโลกา | |
| เข้าฌานนานนับเดือน | ไม่เขยื้อนเคลื่อนกายา | |
| จำศีลกินวาตา | เป็นผาศุกทุกเดือนปี | |
| วันนั้นครั้นดินไหว | เกิดเหตุใหญ่ในปะถะพี | |
| เล็งดูรู้คะดี | กาลกิณีสี่ประการ | |
| ประกอบชอบเป็นผิด | กลับจริตผิดโบราณ | |
| สามัญอันธพาล | ผลาญคนซื่อถือสัตย์ธรรม์ | |
| ลูกศิษย์คิดล้างครู | ลูกไม่รู้คุณพ่อมัน | |
| ส่อเสียดเบียดเบียฬกัน | ลอบฆ่าฟันคือตัณหา | |
| โลภลาภบาปบคิด | โจทย์จับผิดฤษยา | |
| อุระพะสุธา | ป่วนเป็นบ้าฟ้าบดบัง | |
| บรรดาสามัญสัตว์ | เกิดวิบัติปัตติปาปัง | |
| ไตรยุคทุกขะตะรัง | สังวัจฉะระอะวะสาน | |
| ฉะบัง ๑๖ | ||
| ขึ้นกมสมเด็จจอมอารย์ | เอ็นดูภูบาล | |
| ผู้ผ่านพาราสาวะถี | ||
| ซื่อตรงหลงเล่ห์เสนี | กลอกกลับอัปรี | |
| บูรีจึงล่มจมไป | ||
| ประโยชน์จะโปรดภูวไนย | นิ่งนั่งตั้งใจ | |
| เลื่อมใสสำเร็จเมตตา | ||
| เปล่งเสียงเพียงพิณอินทรา | บอกข้ามรณา | |
| คงมาวันหนึ่งถึงตน | ||
| เบียฬเบียดเสียดส่อฉ้อฉน | บาปกำม์นำตน | |
| ไปทนทุกข์นับกัปกัลป์ | ||
| เมตตากรุณาสามัญ | จะได้ไปสวรรค์ | |
| เป็นศุขทุกวันหรรษา | ||
| สมบัติสัตว์มนุษย์ครุธา | กลอกกลับอัปรา | |
| เทวาสมบัติชัชวาล | ||
| ศุขเกษมเปรมปรีวิมาน | อิ่มหนำสำราญ | |
| ศฤงคารห้อมล้อมพร้อมเพรียง | ||
| กระจับปี่สีซอท่อเสียง | ขับรำจำเรียง | |
| สำเนียงนางฟ้าน่าฟัง | ||
| เดชะพระกุศลหนหลัง | สิ่งใดใจหวัง | |
| ได้ดังมุ่งมาดปรารถนา | ||
| จริงนะประสกสีกา | สวดมนต์ภาวนา | |
| เบื้องน่าจะได้ไปสวรรค์ | ||
| จบเทศน์เสร็จคำรำพัน | พระองค์ทรงธรรม์ | |
| ดันดั้นเมฆาคลาไคล | ||
| ฉะบัง ๑๖ | ||
| ขึ้นเกยเลยกล่าวท้าวไทย | ฟังธรรมน้ำใจ | |
| เลื่อมใสศรัทธากล้าหาญ | ||
| เห็นไภยในขันธสันดาน | ตัดห่วงบ่วงมาร | |
| สำราญสำเร็จเมตตา | ||
| สององค์ทรงหนังพยัคฆา | จัดจีบกลีบชะฎา | |
| รักษาศีลถือฤๅษี | ||
| เช้าค่ำทำกิจพิธี | กองกูณฑ์อัคคี | |
| เป็นที่บูชาถาวร | ||
| ปะถะพีเป็นที่บรรจ์ฐรณ์ | เอนองค์ลงนอน | |
| เหนือขอนเขนยเกยเศียร | ||
| ค่ำเช้าเอากราดกวาดเตียน | เหนื่อยยากพากเพียร | |
| เรียนธรรมบำเพ็ญเคร่งครัน | ||
| สำเร็จเสร็จได้ไปสวรรค์ | เสวยศุขทุกวัน | |
| นานนับกัปกัลป์พุทธันดร | ||
| กุมราการุญสุนทร | ไว้หวังสั่งสอน | |
| เด็กอ่อนอันเยาว์เล่าเรียน | ||
| ก ข ก กา ว่าเวียน | หนูน้อยค่อยเพียร | |
| อ่านเขียนผสมกมเกย | ||
| ระวังตัวกลัวครูหนูเอ๋ย | ไม้เรียวเจียวเหวย | |
| กูเคยเข็ดหลาบขวาบเขวียว | ||
| หันหวดปวดแสบแปลบเสียว | หยิกซ้ำช้ำเขียว | |
| อย่าเที่ยวเล่นหลงจงจำ | ||
| บอกไว้ให้ทราบบาปกำม์ | เรียงเรียบเทียบทำ | |
| แนะนำให้เจ้าเอาบุญ | ||
| เดชะพระมหาการุญ | ใครเห็นเป็นคุณ | |
| แบ่งบุญให้เราเจ้าเอย ฯ |
งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
- ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณางานนั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
- แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก
Public domainPublic domainfalsefalse