นิราศสุพรรณ

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

นิราศสุพรรณ

 
   ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า
จรูญจรัดรัศมีพราว
ยามดึกนึกหนาวหนาว
เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย
   ดาดาว 
พร่างพร้อย
เขนยแนบ  แอบเอย
เยือกฟ้าพาหนาว ฯ
 
 
   ๏ มหานากฉวากวุ้ง
ชุ่มชื่นรื่นรุกขีสอง
คุกคิดมิศหมายครอง
กล้าตกรกเรื้อซ้ำ
   คุ้งคลอง 
ฝั่งน้ำ
สัจสวาดิ ขาดเอย
โศกทั้งหมางสมร ฯ
บทประพันธ์ในช่วงแรกนี้แสดงให้เห็นว่า
   
สุนทรภู่ออกเดินทางในเวลาค่ำ จากบริเวณ
วัดใดวัดหนึ่งแถบคลองมหานาก

ซึ่งคาดว่าเป็นวัดสระเกศนั่นเอง.
 
   ๏ ขอฝากซากสวาดิสร้อย
ไว้ที่ท่าสาคร
ศาลาน่าวัดภร
ใครที่พี่เป็นผี้
   สุรธร 
เขตนี้
พี่ฝาก มากเอย
พี่ให้อไภยเจริญ ฯ
 
 
   ๏ จำร้างห่างน้องนึก
สองฝ่ายชายหญิงยวน
หวังชายฝ่ายหญิงชวน
กลเช่นเล่นซักเสร้า
   น่าสวน 
ยั่วเย้า
ชื่นเช่น เหนเอย
เสพเผื้อนเฟือนเกษม ฯ
 
 
   ๏ เลี้ยวลัดวัดษเกษก้ม
กุฏศพนบมานดา
เดชะพระกุศลภา
เสวยศุกทุกค่ำเช้า
   คมลา 
เกิดเกล้า
พ้นโลก โอกฆเอย
ช่องชั้นสวรรยางค ฯ
เรือผ่านบริเวณวัดสระเกศ ซึ่งขณะนั้น
ตั้งศพมารดาของท่านสุนทรภู่อยู่ ท่านจึงกระทำคำนับ
 
   ๏ เชิงเลนเปนตลาดสล้าง
โอ่งอ่างบ้างอิดเกลือ
หลีกล่องช่องเล็กเหลือ
ออกแม่น้ำย่ำถุ้ม
   หลักเรือ 
เกลื่อนกลุ้ม
ลำบาก ยากแฮ
ถี่ฆ้องสองยาม ฯ
คาดว่ามารดาของท่านสุนทรภู่เสียชีวิตเนื่องจาก
   
ไข้อหิวาตกโรคระบาด ในราวปี พ.ศ......

ภรรยาของท่านชื่อ นิ่ม ก็เสียชีวิตในคราวนี้ด้วย
 
   ๏ แซ่เสียงเวียงราชก้อง
หง่งหงั่งระฆังขาน
สังแตรแซ่เสียงประสาร
ยามดึกครึกครื้นก้อง
   กังสดาน 
แข่งฆ้อง
สังขีด ดีดเอย
ปี่แก้วแจ้วเสียง ฯ
 
 
   ๏ วัดเลียบเงียบสงัดหน้า
ขุกคิดเคยพญายาม
รวยรินกลิ่นสไบทราม
สูรกลิ่นสริ้นกลอนพร้อง
   อาราม 
แย่งน้อง
สวาดร่วง ทรวงเอย
เพราะเจ้าเบาใจ ฯ
 
 
   ๏ เจริญบุญสุรธรไว้
สืบสวัสสัฐาภร
เชิญทราบกาพกลกลอน
จำขาดชาตินี้แล้ว
   ให้สมร 
ผ่องแผ้ว
กล่าวกลิ่น ถวินเอย
คลาดน้องของสงวน ฯ
 
 
   ๑๐๏ วัดแจ้งแต่งตึกตั้ง
เคยปกนกน้อยคอน
เคยลอบตอบสารสมร
จำจากพรากนุชน้อง
   เตียงนอน 
คู่พร้อง
สมานสมัคร รักเอย
นกน้อยลอยลม ฯ
 
 
   ๑๑๏ สาวแก่แม่ม่ายแม้น
ขอเดชะพระวรุณ
ยามดึกนึกส่งบุญ
วัดช่วยอวยสวัสดิขู้
   มีคุณ 
ราชรู้
แบ่งฝาก มากเอย
คิดพร้องสนองเพลง ฯ
 
 
   ๑๒๏ ยนฉนวนหวนนึกน้ำ
พระธินั่งบันลังทอง
ชำระพระนิพนสนอง
สริ้นแผ่นดินปกเกล้า
   เนตรนอง 
ที่เฝ้า
เสด็จสนิด ชิดเอย
กลับร้างห่างฉนวน ฯ
 
 
   ๑๓๏ แบ่งบุญสุรธรเชื้อ
สืบซ่างทางพุทพง
ถวายพระหริรักทรง
ลุโลกโมฆเมืองแก้ว
   ชิณวง 
ผ่องแผ้ว
สารภิเศศ เสวตรเอย
กิจร้ายหายสูร ฯ
 
 
   ๑๔๏ อีกองมงกุฎิเกล้า
สืบกษัตรขัติยบำรุง
ถวายพระอนิสงพดุง
สิ่งโศกโรคเรื่องแค้น
   เขากรุง 
รอบแคว้น
พเดชเฟื่อง กเดื่องเอย
ขจัดผ้ายวายเขน ฯ
 
 
   ๑๕๏ ท่าช้างหว่างค่ายล้อม
ครั้งพระโกฎโปรฐประทาน
เคยอยู่คู่สำราน
เหนแต่ที่หมีได้
   แหล่งสถาน 
ที่ให้
ร่วมเย่า เจ้าเอย
ภบน้องครองสงวน ฯ
  วรรคสุดท้าย บทที่ ๑๕
"เห็นแต่ที่มิได้ พบน้องครองสงวนฯ"
 
   ๑๖๏ วังหลังครั้งหนุ่มเหน้า
เคยอยู่ชูชื่นเชย
ยามนี้ที่เคยเลย
ต่างชื่นอื่นแอบเคล้า
   เจ้าเอย 
ค่ำเช้า
ลืมภัก พี่แฮ
คลาศแคล้วแล้วหนอ ฯ
 
 
   ๑๗๏ คิดคำลำฦกไว้
เคยรักเคยร่วมเรือน
อย่าเคืองเรื่องเราเยือน
ใครที่มีชู้ชู้
   ใคร่เตือน 
ร่วมรู้
ยามแก่ แม่เอย
ช่วยช้ำคำโคลง ฯ
 
 
   ๑๘๏ เลี้ยวทางบางกอกน้อย
บ้านเก่าเย่าเรือนแพ
เงียบเหงาเปล่าอกแด
ลำฦกนึกรักร้อง
   ลอยแล 
พวกพ้อง
ดูแปลก แรกเอย
เรียกน้องในใจ ฯ
 
 
   นาคบริพันธ์
๑๙๏ สาวเอยเคยอ่อนหนุ้ม
ออมสนิทชิดกลิ่นหอม
ไกลห่างว่างอกตรอม
เลยอื่นขึ้นครองไว้

   อุ้มสนอม 
กล่อมให้
ออมตรึก รฦกเอย
ใคร่หว้าหน้าสวน ฯ
 
 
   ๒๐๏ ยนย่านบ้านบุตั้ง
ขุกคิดเคยชมจรร
ยามยากหากปันกัน
มีคู่ชูชื่นหน้า
   ตีขัน 
แจ่มฟ้า
กินซีก ฉลีกแฮ
นุชปลื้มลืมเดิม ฯ
 
 
   ๒๑๏ เสียดายสายสวาดโอ้
รักพี่มีโทษกร
จำจากพรากพลัดสมร
เสียนุชดุจทรวงต้อง
   อาวร 
กับน้อง
เสมอชีพ เรียมเอย
แตกฟ้าผ่าสลาย ฯ
 
 
   นาคบริพันธ์
๒๒๏ เคราะกำจำห่างน้อง
หวนนึกดึกเคยวอน
คิดไว้ไม่ห่างจร
หากจิตรมิศหลายหน้า

   ห้องนอน 
ค่อนหว้า
ห่อนจาก
ล่าน้องหมองหมาง ฯ
 
 
   ๒๓๏  เดือนตกนกร้องเร่ง
เยี่ยมยอดยุคุนททรง
เดือนดับลับโลกคง
จันพี่นี้ลับหน้า
   สุริยง 
ส่องฟ้า
คืนขึ้น อีกเอย
นับสริ้นดินสวรร ฯ
 
 
   ๒๔๏  วัดปขาวคราวรุ่นรู้
ทำสุรทสอนเสมียน
เดินรวางรวังเวียน
เคยชื่นกลืนกลิ่นสร้อย
   เรียนเขียน 
สมุทน้อย
หว่างวัด ปขาวเอย
สวาดิห้างกลางสวน ฯ
 
 
   ๒๕๏  เห็นเรือนเพื่อนรักร้าง
โอ้อกอาดูรโดย
ดูสวรป่วนจิตรโหย
แลลับกลับชาติม้วย
   แรมโรย 
ทเวดด้วย
หาดอก สร้อยเอย
ไม่ได้ใกล้กลาย ฯ
 
 
   ๒๖๏ บางบำรุบำรุงแก้ว
แก้วเนตรเชษฐาชรา
ถือบวดตรวจน้ำภา
ชาตินี้พี่แคล้ว
   กานดา 
ร่างแล้ว
ภพชาติ อื่นเอย
คลาศค้างห่างสมร ฯ
 
 
   ๒๗๏ บางรมาดมิ่งมิดครั้ง
บอกบทบุญยังพยาน
ประทุนประดิศถาน
แหวนประดับกับผ้า
   คราวงาน 
พยักหน้า
แทนฮ่อง หอเอย
พี่อ้างรางวัน ฯ
 
 
   ๒๘๏ สงสารสายเนตรน้อง
ลเนตรพี่เพียงฝอยฝน
จวนรุ่งร่ำสอื้นจน
คราวเคราะเพราะน้องต้อง
   นองชล 
เฟ่าน้อง
จำจาก แจ่มเอย
พยุกล้าสลาตัน ฯ
 
 
   ๒๙๏ สวรหลวงแลสล่างล้วน
เคยเสด็จวังหลังมา
ข้าหลวงเล่นปิดตา
เห็นแต่พลับกับสร้อย
   พฤกษา 
เมื่อน้อย
ต้องอยู่ โยงเอย
ซ่อนซุ้มคลุมโปง ฯ
 
 
   ๓๐๏ วัดพิกุนกรุ่นกลิ่นเกลี้ยง
แรกรุ่นรวยมาไล
เรียนร้อยค่อยสอดไหม
ร้อยคล่องต้องนั่งเน้น
   กลอยใจ 
ไส่เหล้น
เหมือนแน่ และเอย
นวดฟั้นท่านครู ฯ
 
 
   ๓๑๏ บางขวางข้างเขตแคว้น
สองฟากหมากมพร้าวผล
หอมรื่นชื่นเช่นปน
เคลิ้มจิตคิดว่าใกล้
   แขวงนน 
พรรไม้
แป้งประ ปรางเอย
กลิ่นเนื้อเจือจรร ฯ
 
 
   ๓๒๏ เชิงสวรล้วนรักน้ำ
ลูกดกรกเรื้อไบ
รักร้ายฝ่ายตนไกล
เดจลูกถูกยางนิ้ว
   คล้ำไคล 
บิดพลิ้ว
กลัวรัก นักเอย
หนิดเนื้อเหลือดัน ฯ
 
 
   ๓๓๏ บางกรวยตรวดน้ำแบ่ง
ส่งนิ่มนุชนิพพาน
จำจากพรากพลัดสถาน
เห็นแต่คลองน้องแคล้ว
   บุญทาน 
ผ่องแผ้ว
ทิ้งพี่ หนีเอย
คลาศเลื่อนเดือนปี ฯ
 
 
   ๓๔๏ บางศรีทองคลองบ้านเก่า
สีเพชผัวสีทอง
เลื่องฦาชื่อเสียงสนอง
คลองคดลดเลี้ยวชี้
   เจ้าคลอง 
ถิ่นนี้
สำเหนียก นามเอย
เช่นไสร้ไสทอง ฯ
 
 
   ๓๕๏ ล่วงทางบางบ้านเรียด
สองฝั่งพรั่งพฤกษา
ไม้ปลูกลูกดอกดา
ทรงกลิ่นรินรื่นข้าง
   ริมชลา 
สลับสล้าง
ดกดาษ กลาดเอย
ขอบคุ้งฟุ้งขจรฯ
 
 
   ๓๖๏ รอกแตแลลอดเลี้ยว
นกหกจกจิกโจน
ยางเจ่าเหล่ายางโทน
โฉบฉาบคาบปลาได้
   โลดโผน 
จับไม้
ท่องเที่ยว เหยี่ยวเอย
ด่วนขึ้นกลืนกินฯ
 
 
   ๓๗๏ บางกร่างข้างคุ้งค่าม
บางขนุนขุนกอง
ของสวนส่วนเจ้าของ
สาวแก่แม่ม่ายบ้าง
   เขตคลอง 
ก่อสร้าง
ขายน่า ท่าเอย
บกน้ำลำเรือฯ
 
 
   ๓๘๏ โรงหิบหนิบอ้อยออด
สองข้างรางรองเรียง
อ้อยไส่ไล่ควายเคียง
อกพี่นี้ชอกช้ำ
   แอดเสียง 
รับน้ำ
คู่วิ่ง เวียรเอย
เช่นอ้อยย่อยรยำฯ
 
 
   ๓๙๏ หีบหันนั้นและเหล้
ขู่ข่มเหงหักหาร
เข้าพวกคิดอ่านพาล
กลหีบหนิบนิดเน้น
   กระลาการ 
ห่อนเว้น
เอาผิด พ่อเอย
นึกช้ำน้ำใจฯ
 
 
   ๔๐๏ บางคูเวียงเสียงสงัดล้วน
เวียงชื่อศรีท้าวไท
เวียงราชคลาดแคล้วไกล
ยามยากจากเมืองทั้ง
   สวนไสว 
ท่านตั้ง
กลับรฦก นึกเอย
ถิ่นปลื้มลืมกเษมฯ
 
 
   ๔๑๏ บางม่วงทรวงเศร้าคิด
ม่วงเกบมม่วงสวน
ม่วงอื่นรื่นรันจวน
ม่วงหม่อมหอมห่วนหน้า
   เคยชวน 
ศุกรย้า
จิตไม่ ใคร่แฮ
เสน่เนื้อเจือจรรฯ
 
 
   ๔๒๏ จันต้นผลห่ามให้
แมลงภู่วู่เวียนตอม
เพียงพี่ที่สุดถนอม
พร้องชื่อรื้อเสียวเศร้า
   หวนหอม 
ไต่เคล้า
เสน่ห์แจ่ม จรรเอย
โศกร้างห่างจรรฯ
 
 
   ๔๓๏ ล่วงทางบางใหญ่บ้าน
เลี้ยวล่องคลองเล็กลอย
สองฝั่งพรั่งพฤกษพลอย
แลเหล่าชาวสวนหน้า
   ด่านคอย 
เลื่อนช้า
เพลินชื่น ชมเอย
เสน่ห์น้องคลองสนอมฯ
 
 
   ๔๔๏ คลองคดลดเลี้ยวล้วน
เกะกะรเรือรอ
คดคลองช่องแคบพอ
คนคดลดเลี้ยวล้ำ
   หลักตอ 
ร่องน้ำ
พายถ่อ พ่อเอย
กว่าน้ำลำคลองฯ
 
 
   ๔๕๏ ล่วงย่านบ้านวัดร้าง
ตกทุ่งถึงคลองโยง
วัดใหม่ธงทองโถง
ควายลากฝากเชือกไขว้
   เรือนโรง 
หย่อมไม้
ที่ติด ตื้นแฮ
เคลื่อนคล้อยลอยเลนฯ
 
 
   ๔๖๏ คนขี่ตีต้อนเร่ง
ถอนถีบกีบกอมตกาย
เหนื่อยนักชักเชือกหงาย
คนหวดปวดป่วนโอ้
   รันควาย 
โก่งโก้
แหงนเบิ่ง เบือนแฮ
สอึกเต้นเผ่นโผนฯ
 
 
   ๔๗๏ ทุกข์ใดในโลกล้น
ไม่เท่าควายลากเรือ
หอบฮักจักขุเจือ
มนุษย์ดุจติดค้าง
   ล้ำเหลือ 
รับจ้าง
เจิ่งชุ่ม ชลเอย
เฆี่ยนเร้าเอาเงินฯ
 
 
   ๔๘๏ สังเวชเหตุด้วยทรัพย์
พาสัตว์วัตนสงสาร
ตรวดน้ำร่ำศีลทาน
จงสุขทุกค่ำเช้า
   ศฤงคาร 
โศกเศร้า
ทั่วสัตว์ สวัสดิ์เอย
ชาติพ้นชนมานฯ
 
 
   ๔๙๏ ข้างคลองสองฝั่งเฟื้อย
คาแฝกแซกเซียดแซม
ในพุ่มกุ่มกกแกม
นกหกวกเวียนหว้อน
   เฟือยแขม 
ซับซ้อน
กอย่า รย้าแฮ
วิ่งเต้นเผ่นโผนฯ
 
กอย่า = กอหญ้า
 
   ๕๐๏ นกกกรุมกลุ้มเกลื่อนท้อง
คุ่มคุ่มสุ่มสับปลา
ขยอกขยอกกลอกเหนียงพา
ศีรษะกระกรุมโล้ง
   ทุ่งนา 
ปากโง้ง
เพื่อนเที่ยว เกรียวแฮ
เล่ล้านบ้านเราฯ
 
 
   ๕๑๏ นกกทุงฝูงใหญ่กลุ้ม
ลอยเลื่อนเคลื่อนคลอประคอง
คิดเช่นเล่นลำคลอง
สอนว่ายฝ่ายพี่เฝ้า
   กลางหนอง 
คู่เคล้า
คลอนุช น้อยเอย
ฝึกน้องคล่องใจฯ
 
 
   ๕๒๏ กาน้ำดำแหวกหว้าย
คาบขยอกขแยงกิน
เด็กโห่โผล่พลุนบิน
ยางกรอกดอกบัวแซ่
   วาริน 
เก่งแท้
บ่เปียก ปีกแฮ
สนั่นร้องซ้องเสียงฯ
 
 
   ๕๓๏ กาเหยี่ยวเที่ยวว้าว่อน
ร่อนร่ายหมายมัจฉา
ขุนนางอย่างเฉี่ยวกา
โจมจับปรับไหมใช้
   เวหา 
โฉบได้
กินสัตว์ สูเอย
เช่นข้าด่าตีฯ
 
 
   ๕๔๏ ยางเจ่าเซาจับจ้อง
กินเล่นเป็นภักษา
กระลาการท่านศรัทธา
บนทรัพกลับกลืนกล้ำ
   จิกปลา 
สุขล้ำ
ถือสัตย์ สวัสดิ์แฮ
กล่าวคล้ายฝ่ายยางฯ
 
 
    ๕๕๏ ออกแควแม่น้ำปาก
แตนด่านบ้านเรือนโรง
ชื่อลานตากฟ้าโถง
เย็นย่ำน้ำค้างฟุ้ง
    คลองโยง 
เรียดคุ้ง
ทุ่งรอบ  ขอบแฮ
ฟากฟ้าสากลฯ
 
 
    ๕๖๏ ชาวบ้านร้านเรือกตั้ง
แต่ปากว่าตากฟ้า
กว้างขวางทร่างวัดวา
ริมฝั่งพรั่งผักบุ้ง
    ตากปลา 
เฟื่องฟุ้ง
ไว้ช่อง  คลองแฮ
ยอดแย้มแซมไสวฯ
 
 
    ๕๗๏ รอนรอนอ่อนอกโอ้
เลี้ยวเหลี่ยมพระสุเมรุลง
มืดคลุ้มพุ่มไผ่พง
เสียงพึ่งหึ่งหึ่งหน้า
    อัสดง 
ลับฟ้า
พี่เปลี่ยว  เดียวเอย
นึกคร้ามหวามถวิลฯ
    วรรคสุดท้าย บทที่ ๕๗
พึ่ง = ผึ้ง
 
    ๕๘๏ ทางเปลี่ยวเลี้ยวล่องคุ้ง
ย่อมย่านบ้านกระจันจรร
เงียบเหงาเปล่าทรวงกระสัน
จรรอื่นชื่นแต่หน้า
    เขตคัน 
กจ่างฟ้า
โศกสอื้น  อกเอย
ใช่เนื้อเจือจรรฯ
 
 
    ๕๙๏ ลำภูดูหิ่งห้อย
เหมือนเม็ดเพชรรัตน์ราย
วับวับจับเนตรสาย
วับเช่นเห็นหิ่งห้อย
    พรอยพราย 
รอบก้อย
สวาดิสบ  เนตรเอย
หับหม้านนานเห็นฯ
   วรรคสุดท้าย บทที่ ๕๙
หม้าน = ม่าน
 
    ๖๐๏  ถึงย่านบ้านฝั่งข้าม
หมอเท่าเจ้าเล่ลวง
ใช้เล่นเช่นกับดวง
บ่วงรักดักพี่ต้อง
    โขลงหลวง 
ล่อคล้อง
เนตรนุช  พี่เอย
ติดให้ใช้แรงฯ
วรรคที่สอง บทที่ ๖๐
หมอเท่า = หมอเฒ่า
 
    ๖๑๏ ล่องทางบางบ้านส
แปรชื่อครือจรรจร
เรือนตั้งฝั่งสาคร
บ้านไร่ใครหนอแกล้ง
    ศรีธร 
แจ่มแจ้ง
คนเงียบ  เลียบแฮ
กล่าวอ้างอย่างจรรฯ
สศรีธร = ศศิธร
 
    ๖๒๏ ยามดึกครึกครื้นลั่น
ถึงย่านบ้านขโมยมล
จรเข้เร่คำรน
มุ่งเขม่นเห็นขุ้มขุ้ม
    ลมฝน 
มืดคลุ้ม
ร้องฮุ่ม  ฮูมแฮ
แข่งขู้ฟูลอยฯ
 
 
    ๖๓๏ ราตรีหนีตเข้เค่า
เด็กหนุ่มสุ่มเรือโดย
ฝนปรำพร่ำเปรียะโปรย
ต่างง่าพร้าขวานมุ้ย
    บ้านขโมย 
ด่วนพุ้ย
ปรายสัต  สนัดแฮ
มุ่งทุ่มกุมภาฯ
 
 
    ๖๔๏ น่ากลัวตัวตเค่ขู้
ฮืดฮาดฟาดฟูฟอง
เคียงคู่สู่สมสอง
ยาวใหญ่ไล่โลดเลื้อย
    ฟูขนอง 
ฟ่องเฟื้อย
สังวาด  สวาดแฮ
เล่นน้ำปล้ำขนองฯ
 
 
    ๖๕๏ เด็กน้อยคอยขเหม้นมุ่ง
ว่าตเข้ขบกัน
บูรานท่านว่าสัน-
ปีหนึ่งจึ่งงอกต้อง
    มองมัน 
ปกับท้อง
ดานสัตว์  กำหนัดแฮ
ติดค้างนางเมียฯ
 
 
    ๖๖๏ หนีศึกว่าปะซุ้ม
ได้กับเราแล้วเหลือ
หลบตเข้เค่าจอดเรือ
บกก็เสือเรือซ้ำ
    เซิงเสือ 
หลากล้ำ
ริมเขต  ขโมยแฮ
สัตเข้เฉโกฯ
 
 
    ๖๗๏ รุ่งเช้าเบาอกสริ้น
ลาย่านบ้านขโมยหมาย
น้ำขึ้นรื่นลมชาย
ทางเปลี่ยวเสียวทรวงซ้ำ
    โศรกสบาย 
มุ่งข้าม
เฉื่อยส่ง  ตรงเอย
สัตว์น้ำคล่ำขนองฯ
 
 
    ๖๘๏ บางปลาตาบ้านอยู่
สองฮ่องสองเรือนราย
ชาวป่าน่านอนสบาย
มีคู่อูเข้าด้วย
    หญิงชาย 
ร่ายกล้วย
บ่ครั่น  ตวันเอย
ดั่งนี้ที่สบายฯ
(อูเข้า = รวยข้าว)
 
    ๖๙๏ ซ้ายขวาป่าไผ่ซุ้ม
สองฝั่งรังรำราม
แพงพวยผักบุ้งงาม
บนบกนกกับเนื้อ
    เซิงหนาม 
รกเรื้อ
งอนทอด  ยอดเอย
หว่างไม้ไผ่สลอนฯ
 
 
    ๗๐๏ บางปสีที่ถ่านตั้ง
เผาไผ่ไม้ซากราย
หนุ่มสาวเหล่าหญิงชาย
ดำทมื่นทื่นหน้า
    ตวงซาย 
เรียดถ้า
เช่นพูด  อูดเอย
แนบน้องลองโลมฯ
 
 
    ๗๑๏ นาวาคลาเคลื่อนคล้อย
ล่วงย่านบ้านบางรกำ
สาวหนุ่มสุ่มส้อนทำ
ปลาติดปลิดปลดได้
    ลอยลำ 
รกไม้
แทงพวก  ฉมวกแฮ
ดุกต้องช่อนชโดฯ
 
 
    ๗๒๏ บางยุงคุ้งลาดล้วน
ลงปลักทลักทลาย
ดำผุดฟูดฟาดหงาย
ลูกเล็กเด็กเลี้ยงปล้ำ
    เหล่าควาย 
เล่นน้ำ
แหงนเบิ่ง  เทิ่งแฮ
ปล่อยห้อยอควายฯ
 
 
    ๗๓๏ เขาควายรายร่องนิ้ว
ว่าพญาพาลีทยาน
ศีรษะกระบือกระบาน
นึกเช่นเป็นรอยนิ้ว
    นิทาน  นานเอย 
ยุดพลิ้ว
บั่งบั่ง  ยังแฮ
เหนี่ยวเน้นเห็นรอยฯ
 
 
    ๗๔๏ บ้านไซไซใหญ่ย้อย
คิดเช่นเล่นต้นไซ
ผูกกิ่งชิงช้าไกว
เคยขี่พี่กับน้อง
    สร้อยไสว 
แซ่ซ้อง
แกว่งชัก  เชือดเอย
แนบเนื้อเจือใจฯ
 
 
    ๗๕๏ เลยทางบางบ้านแห่ง
เดิมว่าเตาเผาปูน
อาภัพลับชื่อสูร
อกพี่นี้และได้
    หินมูล 
ป่นไว้
เสียเปล่า  เราเอย
ดุจอ้างอย่างปูนฯ
 
 
    ๗๖๏ ถึงคลองร้องเรียกบ้าน
ลำฦกนึกถึงดวง
เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวทรวง
อุ้มรักหนักอกถ้า
    บางหลวง 
ดอกฟ้า
แสนเทวษ  ทุเรศเอย
เทียบเถ้าเขาหลวงฯ
 
 
    ๗๗๏ บางน้อยพลอยนึกน้อย
น้อยแนบแอบอกเคย
เนื้อน้อยค่อยสนอมเชย
น้อยแต่ชื่อหฤาเจ้า
    น้องเอย 
คู่เคล้า
เชือนชื่น  อื่นแม่
จิตรน้อยลอยลมฯ
 
 
    ๗๘๏ บางหวายท้ายคุ้งช่อง
แดนนครไชยศรี
เข้าแดนสุพรรณบุรี
ทุ่งท่าป่ายุงริ้น
    คลองมี 
สุดสริ้น
รื้อเปลี่ยว  เดียวเอย
รกเรื้อเบื่อชมฯ
 
 
    ๗๙๏ ชุมนักผักตบซ้อน
บอนสุพรรณหั่นแกง
บอนบางกอกดอกแสลง
บอนปากยากจะแก้
    บอนแซง 
อร่อยแท้
เหลือแหล่  แม่เอย
ไม่สริ้นลิ้นบอนฯ
 
 
    ๘๐๏ บางสามศาลเจ้าทร่าง
อารักศักดิ์สิทธิ์วัง
สุขีที่ข้าหวัง
กำจัดศัตรูแม้น
    ปางหลัง 
แว่นแคว้น
วานช่วย  ด้วยแฮ
มุ่งร้ายตายเองฯ
 
 
    ๘๑๏ ถึงบ้านด่านดักตั้ง
สองพี่น้องคลองแคว
ตลิ่งตลิบโตล่งแล
สริ้นไผ่ในแขวงถุ้ง
    ฝั่งกระแส 
ค่ามคุ้ง
ตานสลับ  สล้างเอย
ถิ่นอ้อกอแขมฯ
 
 
    ๘๒๏ ปลาชุมกลุ้มเกลื่อนท้อง
ลอยเล่นเห็นคนถลา
สลิดสลาดสลับปลา
กระดี่กระดิกกระเดือกดิ้น
    ธารา 
หลบสริ้น
ช่อนดุก  พลุกแฮ
กระโดดเหล้นเห็นตัวฯ
 
 
    ๘๓๏ นานาปลาว่ายเคล้า
สีเสียดซิวกระโสงเสือ
เพลี้ยตภากตะเพียนเหลือ
กริมกระตรับนับร้อย
    คลอเรือ 
ซ่าสร้อย
หลายหลาก  มากเอย
เร่หว้ายรายเรียงฯ
 
 
    ๘๔๏ แก้มช้ำดำที่แก้ม
ดูเคลื่อนเหมือนจนำ
แรกรักปรักปรางประจำ
ช้ำเช่นปลาอย่าต้อง
    แต้มดำ 
แนะน้อง
จุมพิต  นิดเอย
แต่งแต้มแก้มสมรฯ
 
 
    ๘๕๏ เนื้ออ่อนห่อนซู่เนื้อ
อ่อนแอบแนบอกอิง
นวลจันนั่นนวลจริง
นวลที่พี่กลืนกล้ำ
    น้องหญิง 
อุ่นล้ำ
แต่ชื่อ  ฦาเอย
กลิ่นเนื้อเหลือนวลฯ
 
 
    ๘๖๏ ปลาใหญ่ไล่เลี้ยวฮุบ
ฮืดฮาดฟาดโผงผาง
ปลาค้าวเหล่าสวายคาง
กโฮ่โผล่ผุดขล้ำ
    หวดหาง 
พ่นน้ำ
เบือนบิด  เบี้ยวแฮ
เคลื่อนคล้อยลอยแลฯ
 
 
    ๘๗๏ บางซอกอไผ่ล้อม
บ้านบ่มีสีซอ
เรือใกล้ไผ่พุ่มภอ
ไผ่เบียดเอียดออดอ้อย
    หลายกอ 
สักน้อย
พยุโยก  โชกแฮ
เอื่อยอ้อซออินทร์ฯ
 
 
    ๘๘๏ ทุ่งกว้างทางเปลี่ยวโอ้
สองฝั่งฝ่ายวิหกา
เร่ร่อนว่อนเวหา
นกเถื่อนเหมือนจะร้อง
    อาทวา 
กู่ก้อง
หาเหยื่อ
เรียกให้คนชมฯ
 
 
    ๘๙๏ ถึงที่สีสนุกนั้น
สนุกแต่ชาวบ้านเคย
พวกพี่ที่จากเชย
สนุกที่ดูสูเจ้า
    น้องเอย 
ค่ำเช้า
ชวดสนุก  ทุกข์แม่
สนุกเถ้านั้นเองฯ
 
 
    ๙๐๏ ชุมแท้แต่สวะเฟื้อย
ลอยเลื่อนเกลื่อนกลาดกลาง
ซ้อนซับทับถมทาง
เรือขัดตัดฟันค้ำ
    เฟือยตวาง 
กลบน้ำ
ที่แคบ
ค่อยกว้างทางจรฯ
(ตวางหรือกระว้าง เป็นชื่อหญ้าชนิดหมึ่ง)
 
    ๙๑๏ แหลมคุ้งทุ่งเถื่อนไม้
ถึงย่านบ้านตเภาทลาย
เดิมที่นี่เป็นชาย
เรือสัดพลัดมาต้อง
    ไรราย 
ทลุท้อง
ทเลหาด  ลาดแฮ
ติดเข้าตเภาทลายฯ
 
 
    ๙๒๏ แลลิ่วทิวทุ่งต้น
ลิบลิบลมปลิวปลาย
เล่คนคัดปีกฉาย
เรี่ยเรี่ยเตี้ยต่ำแจ
    ตานราย 
ไปล่แปล้
เฉิบเช่น  เห็นแฮ
พิศให้ใจเพลินฯ
 
 
    ๙๓๏ บางปลาร้าปลาคล่ำน้ำ
คนเหล่าเชาปมงมอง
สุ่มซ่อนช้อนฉะนางปอง
เหม็นเน่าคาวปลาร้า
    ลำคลอง 
มุ่งข้า
ปิดเรือก  เฝือกแฮ
เรียดคุ้งคลุ้งโขลงฯ
วรรคที่สอง บทที่ ๙๓
มุ่งข้า = มุ่งฆ่า
 
    ๙๔๏ ริมน้ำทำทีขึ้น
เกล็ดติดตัวตีนตา
คิดคู่สู่เสน่หา
โคลนเช่นเป็นแป้งแต้ม
    ขอดปลา 
ตมูกแก้ม
หอมชื่น  รรื่นเอย
ติดเนื้อเหลือหอมฯ
 
 
    ๙๕๏ บางสแกแลสล่างงิ้ว
เรียงฝั่งดังฉัตรฉาย
งิ้วไม้ใช่งิ้วสาย
งิ้วพี่ที่แน่งน้อย
    ทิวราย 
แช่มช้อย
สวาดิเช่น  เห็นเอย
นึกหน้าอาไลยฯ
 
 
    ๙๖๏ ยามยลต้นงิ้วป่า
นึกบาปวาบวับหวาม
คงจะปะงิ้วทราม
งิ้วกับพี่หมีแคล้ว
    หนาหนาม 
วุ่นแล้ว
สวาดิเมื่อ  ม้วยแฮ
คึ่นงิ้วลิ่วสูงฯ
 
 
    ๙๗๏ ถึงบ้านคันชั่งแท้
เพียงพี่ที่ดำรง
เคยคู่ซู่ซื่อตรง
ยามยากจากพวกพ้อง
    เที่ยงตรง 
รักน้อง
สัจคิด  สนิทเอย
พี่ให้ใจหายฯ
 
 
    ๙๘๏  เหลียวซ้ายฝ่ายฝั่งเฟื้อย
พงไผ่ไม้รำไร
แลขวาป่าแฝกไฟ
ลิบลิ่วทิวท้องถุ้ง
    เฟือยไสว 
รอบคุ้ง
ฟอนเรียน  เกรียนแฮ
ถิ่นกว้างวางเวงฯ
 
 
    ๙๙๏ ถึงย่านบ้านกุ่มข้าม
วัดเก่าเศร้าโทรมแรม
ผู้ใดไม่ซ่อมแซม
เพียงพี่ที่อ้างว้าง
    ตามแหลม 
รกร้าง
สร้างวัด  สวัสดิ์เอย
ทเวทให้ใจหายฯ
 
 
    ๑๐๐๏ ลมตกนกว้าว่อน
โฉบฉาบคาบปลากิน
ค้อนหอยค่อยคุ้ยดิน
ถิบถ่อกรอปีกจ้อง
    ร่อนบิน 
กู่ก้อง
เดินซ่อง  มองแฮ
จ่อมน้ำปล้ำปลาฯ
 
  ๑๐๑๏ ถึงบางนางแม่หม้าย
    เปลี่ยวเปล่าเศร้าหมองมัว
คราวใครใคร่ฝากตัว
พร้อมจิตคิดจะได้
ไร้ผัว 
    หม่นไหม้
ต่อม่าย  หมายเอย
ดับหม้ายกลายมีฯ
 
  ๑๐๒๏ ตวันออจรเข้ฟู่
    ยาวใหญ่ไล่เรือเรียง
เด็กตวาดผาดแผดเสียง
มันบ่หยุดผุดหว้าย
คู่เคียง 
    เราะท้าย
แซ่สุ่ม  ขยุมเอย
วู่คว้างขวางเรือฯ
 
  ๑๐๓๏ เดชะพระพุทธิเจ้า
    เคยชนะพญามาร
รฦกถึงจึ่งบันดาน
จรเค่เหห่างแคล้ว
เข้าฌาน 
    แม่นแล้ว
ดุจเช่น  เห็นแฮ
คลาดคล้อยถอยหนีฯ
 
  ๑๐๔๏ ถึงช่องคลองน้ำชื่อ
    เข้าตอกออกดอกตำรา
คิดสบพบถ้ำมหา
นึกจะปลงคงได้
กฤษณา 
    ว่าไว้
สนุกแน่  แม่เอย
กระดากเจ้าเฝ้าหวงฯ
 
  ๑๐๕๏ บางเลนเป็นที่หลุ้ม
    แปลงปลักคลักคงคา
ไทเจ๊กเดอใหญ่พา
บุญส่งจงหลีกพ้น
แหล่งปลา 
    ขุ่นข้น
พวกซ่อน  ช้อนเอย
ทุกถั้วตัวปลาฯ
 
  ๑๐๖๏ บางบัวบ้านชื่อพร้อง
    นึกเช่นเห็นบัวคำ
เค่าเหนียวเกี่ยวมาทำ
คราวเคราะห์เพราะเกี่ยวข้อง
สนองนำ 
    คู่พร้อง
แทนเค่า  เจ้าเอย
ขัดค้างขวางเชิงฯ
วรรคที่สาม บทที่ ๑๐๖
เค่า = ข้าว
  ๑๐๗๏ ลมเรื่อยเฉื่อยชื่นใช้
    ถึงย่านบ้านดารา
สองเรือนเพื่อนพูดจา
คิดใคร่ได้ชิดเชื้อ
ใบดลา 
    รกเรื้อ
เจ่านั่ง  รวังเอย
ช่วยเฝ้าเหย้าเรือนฯ
 
  ๑๐๘๏ ใบร่มลมเรื่อยแหล้น
    เหล่าหนุ่มชุ่มชื่นพา
อิเหนาเค่ามลกา
ฟังเสนาะเพราะพร้อง
ลีลา 
    เพื่อนร้อง
กลเม็ด  มากแฮ
พรักพร้อมซ้อมเสียงฯ
วรรคที่สาม บทที่ ๑๐๘
เค่า = เข้า
  ๑๐๙๏ ถึงชีปขาวย่านบ้าน
    ชีไม่เห็นกาดำ
เชาบ้านย่านนั้นทำ
ซางแต่คำพร่ำพร้อง
โบรำ 
    ตื่นร้อง
แทงพวก  ฉมวกแฮ
ชื่อนี้ชีปขาวฯ
 
  ๑๑๐๏ ขาวอื่นหมื่นสิ่งล้วน
    แพรพ่าฟ้าดินดาว
ขาวดูครู่เดียวคราว
ขาวบ่เบื่อเนื้อน้อง
นวลขาว 
    ดุจพร้อง
หนึ่งเบื่อ  เหลือแฮ
น่วมนิ้วผิวขาวฯ
วรรคที่สอง บทที่ ๑๑๐
พ่า = ผ้า
  ๑๑๑๏ คุ้งขวางบางบ้านชื่อ
    ทางทิศทุกตำบล
อยู่กลางหว่างมณฑล
คนเปลี่ยนเพี้ยนชื่อแย้ง
ชี้หล 
    บอกแจ้ง
ทางร่วม  รวมแฮ
ย่านนี้ยีหนฯ
ชีหล หรือ ยีหน คือบางยี่หน
ต.ตะค่า อ.บางปลาม้า
  ๑๑๒๏ บางปลาม้าป่าอ้อ
    ไม้ไผ่ใหญ่สลวยลำ
ชาวบ้านย่านนั้นทำ
ปลูกผักฟักแฟงเลื้อย
กอรกำ 
    สล่างเฟื้อย
ที่ไร่  ไว้แฮ
ลูกห้อยย้อยไสวฯ
 
  ๑๑๓๏ ถึงคุ้งโพกระก้ม
    โพอยู่บูรานนาน
ชื่นชุ่มพุ่มพิศดาร
ขออย่าให้ไภยแผ้ว
กราบกราน 
    เนิ่นแล้ว
เดชะ  พระเอย
ผ่องพ้นกลโกงฯ
 
  ๑๑๔๏ โคกครามนามที่บ้าน
    เขียวชุ่มฉอุ่มงาม
เหมือนสีที่นุชทราม
เห็นแต่ครามนามบ้าน
หิว่านคราม 
    กิ่งก้าน
สวาดิฮุ่ม  พุ่มเอย
ไสบเจ้าเศร้าสูนฯ
 
  ๑๑๕๏ สวนหงส์วงวัดพร้อม
    รื่นรอบขอบบริเวณ
เคกเยาเล่ากนเกน
ใช่ที่มีสวนสอ้าน
พระเณร 
    หว่างบ้าน
ก้องที่  กฎีแฮ
ชื่ออ้างปางหลังฯ
 
  ๑๑๖๏ ตลาดแก้วแถวถิ่นตเข้
    ตลิ่งตลาดแต่ล้วนหนาม
แก้วอื่นหมื่นแสนทราม
รักแต่แก้วแววฟ้า
ตนขาม 
    สนับหญ้า
สู้สละ  ปละเอย
จะเฝ้าเคล้าสนอมฯ
 
  ๑๑๗๏ ถึงวังตาเพชอ้าง
    ไผ่พุ่มซุ้มเซิงรัง
ตาเพชเหตุใดวัง
ฤาว่าตาเพชเชื้อ
ปางหลัง 
    รกเรื้อ
มีเล่า  เจ้าเอย
ชาติท้าวเจ้าเมืองฯ
 
  ๑๑๘๏ สวนขิงตลิ่งแต่ล้วน
    พริกเทศเม็ดอร่ามเหลือ
กล้วยปลูกสุกห่ามเครือ
คิดคู่อยู่สวนได้
สวนมเขือ 
    เรื่อไหร้
ครบซ่ม  มยมเอย
แต่งต้มซ่มตำฯ
บทที่ ๑๑๘
ไหร้ = ไร่
ซ่ม = ส้ม
  ๑๑๙๏ บ้านยอดยอดไม้สะพรั่ง
    ยอดยื่นชื่อช่อผกา
ยอดอื่นหมื่นแสนดา
ยอดรักจักหาบ้าง
ฝั่งชลา 
    กิ่งคว้าง
ดาษทอด  ยอดแฮ
บ่ได้ใจหายฯ
 
  ๑๒๐๏ ลุดลชนบทบ้าน
    โรงเจ๊กตั้งริมตีน
นั่งนับทรัพย์สิ่งสิน
เมียช่างสางสลวยล้ำ
ขนมจีน 
    ท่าน้ำ
สยายเพ่า  เล่าแฮ
สลับผู้หูหนางฯ
บทที่ ๑๒๐
เพ่า = เผ้า = ผม
ผู้หูหนาง = พู่หางหนู
  ๑๒๑๏ โพคอยโพขึ้นอยู่
    ปากช่องคลองชลาเฉลียง
บ้านตั้งฝั่งน้ำเรียง
แลรอบขอบแหลมคุ้ง
คู่เคียง 
    ลัดถุ้ง
รายอยู่  หมู่แฮ
เขตบ้านตาลรายฯ
 
  ๑๒๒๏ ถึงหน้าท่าน้ำวัด
    ฦาเลื่องเบื้องบูราน
หวานอื่นคลื่นไส้นาน
หวานแต่น้ำคำน้อง
มนาวหวาน 
    ร่ำพร้อง
นักเบื่อ  เหลือแม่
เสนาะน้ำคำหวานฯ
 
  ๑๒๓
     ทับขี้เหล็กเด็กว่าต้ม
ครั้นแต่งแกงต้มเกลือ
พริกขิงสิ่งใส่เจือ
ขมขื่นคลื่นไส้นั้น
ขมเหลือ 
    กลบคั้น
จิบอร่อย  น้อยฤา
แต่น้ำคำขมฯ
 
  ๑๒๔๏ วัดฝางอ้างชื่อไว้
    ฝางย่อมย้อมแพรยาง
แดงสุกถูกแดดหมาง
อกพี่ที่แค้นขั้ง
ใช่ฝาง 
    ยิ่งขรั้ง
หมองคร่ำ  ดำแฮ
ขู่คร้ำน้ำฝางฯ
วรรคที่สอง บทที่ ๑๒๔
ขรั้ง = ครั่ง
  ๑๒๕๏ ท่าระหัดพัดน้ำท่วม
    หันกลับขับคงคา
ใคร่จ้างช่างรหัดหา
อกพี่ที่ร้อนให้
ท้องนา 
    คึ่นได้
ห่อนพบ  หลบเอย
รหัดน้ำพร่ำพรมฯ
 
  ๑๒๖๏ ถึงบางนางสุกน้อง
    สุขพี่ที่ร่วมเรือน
ยามสุขทุกปีเดือน
ยามทุกสุขกาหล้อน
นามเหมือน 
    เพื่อนร้อน
ได้อยู่  คู่เอย
หล่นเหน้าเปล่าดายฯ
 
  ๑๒๗๏ ถึงย่านยายท้าวที่
    ฦาข่าวเจ้าสิงทรง
คิดใคร่ไถ่ถามองค์
แม่ม่ายหมายเคียงขู้
ผีลง 
    สอดรู้
อารักษ์  ประจักษ์เอย
คบเผื้อนเชือนไฉนฯ
 
  ๑๒๘๏ ท่าโขลงโขลงช้างค่าม
    พลอยถูกผูกกูบโยง
ลืมเถื่อนเพื่อนร่วมโรง
พี่เที่ยวเดียวโดดคล้าย
ตามโขลง 
    แย่ท้าย
รักยศ  หมดแฮ
คชร้างห่างโขลงฯ
 
  ๑๒๙๏ บ้านตั้งฝั่งน้ำที่
    ลาวอยู่รู้เสียงสนอง
ปลูกผักหักฟืนตอง
หูเจาะเหมาะแต่หน้า
กฎีทอง 
    เหน่อช้า
ตามเถื่อน  เพื่อนแฮ
แน่งน้อยกลอยใจฯ
 
  ๑๓๐๏ โคกม่อก่ออิฐตั้ง
    เผาม่อก่อไฟเริง
ม่อมีที่พะเพิง
อกพี่ที่ร้อนเถ้า
เตาเพลิง 
    เร่งเร้า
เพื่อนเหล่า  เผาแฮ
ถ่านกลุ้มรุมแรงฯ
 
  ๑๓๑๏ ถึงรยะสระโปยชหญ้าน
    ผ้านุ่งถุงทบยาว
กลีบกลับวับแวมวาว
เด็กว่าฟ้าแลบชม้าย
บ้านลาว 
    ย่างย้าย
แวบแวบ  แทบแฮ
มุ่งค้อนงอนงามฯ
 
  ๑๓๒๏ ถึงท้ายชายน้ำตก
    ที่ลุ่มขุมรางรอง
หน้าแล้งแฮ่งนาหนอง
ชลเนตรเชษฐาผร้ำ
รกคลอง 
    รับน้ำ
น้ำตก  ซกแฮ
เช่นน้ำตกบางฯ
 
  ๑๓๓๏ ควันเย็นเห็นหาดหน้า
    เมืองสุพรรณบุรี
ศาลตั้งฝั่งนที
โรงเล่าเขาต้มค้าง
ท่ามี 
    รกร้าง
ที่หาด  ลาดแฮ
ขอบคุ้งหุงสุราฯ
 
  ๑๓๔๏ ผู้รั้งตั้งรั้วรอบ
    เป็นหมู่ดูงัวควาย
สาวสาวเหล่านุ่งลาย
จ้ำม่ำลำสันสอ้าน
ขอบราย 
    ไขว่บ้าน
แล้วหม่อม  มอมเอย
อาบน้ำปล้ำปลาฯ
 
  ๑๓๕๏ กรมการบ้านตั้งตลอด
    ต่างต่อล้อเลื่อนเกียร
เรือริมหาดดาษเดียร
ของเหล่าเชาสวนใต้
ตลิ่งเตียน 
    เก็บไว้
รดะปัก  หลักแฮ
แต่งตั้งนั่งขายฯ
บทที่ ๑๓๕
เกียร = เกวียน
  ๑๓๖๏ ฝั่งซ้ายฝ่ายฟากโพ้น
    มีวัดพระรูปบูราณ
ที่ถัดวัดประตูสาร
หย่อมย่านบ้านขุนช้าง
พิศดาร 
    ท่านสร้าง
สงฆ์สู่  อยู่เอย
ชิดข้างสวนบันลังฯ
    ในช่วงนี้  สุนทรภู่ได้แวะขึ้นที่อำเภอเมือง 
จังหวัดสุพรรณบุรี  สังเกตว่า ชื่อวัด
และสถานที่ต่างๆ คุ้นหู  เช่น บ้านศรีประจัน
ทองประศรี พิมพิลาไลย และวัดต่างๆ
ที่บุคคลเหล่านี้สร้างขึ้น
  ๑๓๗๏วัดกระไกรใกล้บ้านที่
    ถามเหล่าชาวสุพรรณ
ทองประศรีที่สำคัญ
เดิมสนุกทุกวันนี้
ศรีประจัน 
    เพื่อนชี้
ข้างวัด  แคแฮ
รกเรื้อเสือคนองฯ
    ซึ่งสถานที่เหล่านี้
คงเป็นที่รู้จักของชาวสุพรรณมานานแล้ว

สุนทรภู่พักค้างคืนที่คุ้งข้างวัดตะไกร
เช้ารุ่งขึ้นยังได้ไปนมัสการวัดป่าเลไลยก์ด้วย

  ๑๓๘๏ ประทับหน้าท่าสิบเบี้ย
    หว่างวัดฝาโถสถาน
มหาโพทโบสถ์วิหาร
พิมพิลาไลยสร้าง
บูราณ 
    ถิ่นร้าง
หักทับ  ยับเอย
สืบขู้สูพรรณฯ
 
  ๑๓๙๏ สงสารบ้านวัดร้าง
    เสียงแต่นกหกโหย
อกพี่ทีเดียวโดย
เข้าเรื่องเมืองร้างเศร้า
แรมโรย 
    ค่ำเช้า
ด้วยแก่  แม่เอย
โศกซ้ำรำจวนฯ
 
  ๑๔๐๏ นอนค้างข้างคุ้งถัด
    ครั้นรุ่งมุ่งเดินไพร
ไหว้พระป่าเรไร
ริมรอบขอบเขื่อนล้อม
วัดกระไกร 
    พรั่งพร้อม
ร่มรรื่น  ชื่นเอย
สะล่างไม้ไพรพนมฯ
 
  ๑๔๑๏ น้อยน้อยพลอยชื่นชี้
    ครึมครึกพฤกษาไสว
ผลิดอกออกผลใบ
รอกกระแตแลแหล้น
ชมไพร 
    แว่นแคว้น
รบัดชื่น  รื่นเอย
โลดเต้นเผ่นผยองฯ
 
  สระล้วน
    ๑๔๒๏ แจ้วแจ้วจักกระจั่นจ้า
หริ่งหริ่งเรื่อยเรไร
แซงแซวส่งเสียงใส
แหนงนิ่งนึกนุชน้อง

    จับใจ 
ร่ำร้อง
ทราบโสต
นิ่มเนื้อนวลนางฯ
 
  ๑๔๓๏ พิกุนบุนนากแก้ว
    หอมชื่นรื่นลำดวนดง
สาวหยุดพุทธิชาดทรง
หนุ่มหนุ่มรุมเก็บหน้า
กาหลง 
    ดอกรย้า
เสาวรส  สดเอย
สนุกโน้มโถมชิงฯ
 
  ๑๔๔๏ เด็กได้ไส้ห่อผ้า
    เห็นไก่ไล่ลัดเฉลียง
ล้มลุกสนุกสำเนียง
หน้าผากฝากบวมเบี้ยว
พับเฉียง 
    ลดเลี้ยว
สนั่นโห่  โร่เอย
บ่เว้นเผ่นผยองฯ
 
  ๑๔๕๏ นกร้องก้องกิ่งไม้
    แลลับกรับเสียงวัง
ค้อนทองป่องเป๋งดัง
กอไผ่ไก่ขันแจ้ว
ใบบัง 
    เวกแหว้ว
ดุจเคาะ  ฆ้อนแฮ
แจ่มเจื้อยเฉื่อยเสียงฯ
 
  ๑๔๖๏ ขึ้นโขดโบสถ์เก่าก้ม
    พระป่าเรไรยล
ยอกรหย่อนบาทบน
ปลั่งเปล่งเพ่งพิศพริ้ม
กราบยุคล 
    อย่างยิ้ม
บงกช  แก้วเอย
พระหนั้งดังองค์ฯ
 
  ๑๔๗๏ เทียนธูปบุพชาติบ้าง
    นึกพระเสด็จมา
ลิงเผือกเลือกสมอพวา
ช้างเผือกเลือกผึ้งทั้ง
บูชา 
    ยับยั้ง
ถวายไว่  ใกล้แฮ
กิ่งไม้ไหว้ถวายฯ
 
  ๑๔๘๏ ขอเดชะพระพุทธิเจ้า
    อตส่าห์มาเช้าเย็น
ปรารถนาว่าจะเป็น
บุญช่วยด้วยให้ได้
จงเห็น 
    ยากไร้
ปเจกพุท ธะภูมิเอย
ดุจข้าอาวรณ์ฯ
 
  ๑๔๙๏ ยังไปไม่พ้นภพ
    ขอปะพระศรีอาร
กราบถึงซึ่งพระนิพาน
ขอสุขทุกข์โศกเศร้า
สงสาร 
    อีกเหล้า
ผ่ายภาก  หน้าเอย
สิ่งร้ายหายสูญฯ
 
  ๑๕๐๏ อนึ่งเจ้าเหล่าเล็กล้วน
    หมายมั่งดังพิศถาน
ขอให้ใส่นามขนาน
กลั่นชุบอุประถำล้วน
ลูกหลาน 
    ถี่ถ้วน
ตาบพัด  สวัดิเอย
ลูกเลี้ยงเที่ยงธรรม์ฯ
 
  ๑๕๑๏ เย็นรอนอ่อนเกศก้ม
    จากวัดตัดตรงมา
ค้างคืนตื่นเช้าคลา
ติดแก่งแข็งข้อค้ำ
กราบลา 
    แม่น้ำ
คลาดเคลื่อน  เรือเอย
ขัดข้องต้องเข็นฯ
 
  ๑๕๒๏ เลี้ยวหนึ่งถึงบ้านชื่อ
    โพใหญ่ไม้บูราณ
สองฝั่งพรั่งพฤกษตาล
ท่าลาดหาดทรายตื้น
โพคลาน 
    ร่มชื้น
โตนดพุ่ง  สูงเอย
ตลิ่งล้วนสวนมเขือฯ
 
  ๑๕๓๏ ศีรษะเวียงเสียงแซ่ล้วน
    แก่หนุ่มสุ่มปลาฉาว
ผ้าบ่นุ่งพุงขาว
เด็กด่วนชวนเพื่อนค้ำ
พวนลาว 
    แช่น้ำ
ขวยจิต  รอิดเอย
ค่ามให้ไกลลาวฯ
คำว่า ศีรษะเวียง  ชาวสุพรรณเรียกหัวเวียง
สันนิษฐานฉบับเดิมก็น่าจะเป็นหัวเวียง

วรรคสุดท้าย : ค่าม = ข้าม
  ๑๕๔๏ โพหลวงห้วงน้ำฦก
    ปะแต่ลาวเปล่าเปลือย
อาบน้ำคล่ำริมเฟือย
เด็กเกลียดเบียดเบือนหน้า
ไหลเนือย 
    ปลอดผ้า
ฝูงหนุ่ม  กลุ้มแฮ
นิ่วร้องสยองแสยงฯ
 
  ๑๕๕๏ สำประทิวงิ้วง้าวสล่าง
    ถิ่นท่าป่ารำไร
เจ๊กอยู่หมู่มอญไทย
ปลูกผักฟักกล้วยกล้าย
กร่างไกร 
    ไร่ฝ้าย
ทำถั่ว  รั้วเอย
เกลื่อนข้างทางจรฯ
 
  ๑๕๖๏ ถึงย่านบ้านรัดช้าง
    ข้างถูกผูกรึงรัง
พลัดพรากจากฝูงพัง
เพียงพี่ที่ทุเรศไร้
ปางหลัง 
    รัดไว้
พวกเพื่อน  เถื่อนเอย
นิราศร้างห่างสมรฯ
 
  ๑๕๗๏ บ้านตั้งฝั่งฟากน้ำ
    วัดทร่างปางก่อนสูญ
ขอบเขื่อนเกลื่อนอิฐปูน
โบสถ์ยับทับพระเจ้า
ธรรมกูล 
    สงัดเศร้า
เปื่อยเปล่า  เจ้าเอย
เจิ่งน้ำกรำฝนฯ
 
  ๑๕๘๏ ยลย่านบ้านหนึ่งนั้น
    วัดสว่างอารมอาราม
สว่างแต่ที่พี่ยาม
ห่อนสว่างอย่างไว้
แนะนาม 
    รื่นไม้
มืดมิด  จิตรเอย
ชื่ออ้างสว่างอารมฯ
 
  ๑๕๙๏ โพพระระยะหญ้าน
    โพชื่นรื่นร่มใบ
โปรดด้วยช่วยคุ้มไภย
โพพระอนุเคราะห์ข้า
หญ่อมไพร 
    โบกรย้า
พยัฆพยศ  คดเอย
พระเจ้าคราวเข็นฯ
 
  ๑๖๐๏ โพพญาท่าตลิ่งล้วน
    โพไผ่ไม้เต็งตเคียน
ซิกซากกระบากกระเบียน
เสลาสลอดสลับสล้าง
ฬ้อเกวียร 
    ตขบบ้าง
กระเบากระแบก  กระบกแฮ
เหล่าไม้ใกล้กระสินฯ
บทที่ ๑๖๐ หมายถึงบ้านโพธิ์พระยา
  ๑๖๑๏ บ้านซ่องช่องชวากเวิ้ง
    เหล่าที่หนีมุนนาย
ซ่องสุมซุ่มเรือนราย
ใครจับกลับรุมข้า
เซิงหวาย 
    เนิ่นช้า
ริมกับ  เกรี่ยงแฮ
ขัดข้องซ่องหลวงฯ
บทที่ ๑๖๑
วรรคที่สาม   เกรี่ยง = กะเหรี่ยง
วรรคที่สี่   ข้า = ฆ่า
  ๑๖๒๏ บางมดแดงแขวงเขตคุ้ง
    ถิ่นเถื่อนเรือนรำไร
นึกมดอดสูใจ
เพียงพี่หมีมอดม้วย
ทุ่งไพร 
    ไร่กล้วย
จงมม่วง  หวงแฮ
ไม่สริ้นถวิลหวังฯ
 
  ๑๖๓๏ วังยางค่างคุ้งสะล่าง
    โตล่งตลิ่งยิ่งยูงสูง
นกแลแต่ลฝูงลฝูง
ร่มรื่นชื่นชายน้ำ
ยางยูง 
    ฉโงกง้ำ
ฟุบสพั่ง  รังเอย
นั่งเหล้นเย็นสบายฯ
 
  ๑๖๔๏ ถึงบ้านตาลเสี้ยนร่ำ
    ไต่ผโองโหญ่งโย่ทยาน
หน้าหัวเราะเพราะรักหวาน
เพียงพี่นี้แฝงเฝ้า
ทำตาล 
    ย่างเก้า
หวังใคร่  ได้ฤา
ใฝ่น้ำคำหวานฯ
ผโอง หรือ ผะอง เป็นไม้ตรงๆ ยาวๆ ท่อนหนึ่ง


ขัดด้วยไม้เล็กๆ หลายๆ ชิ้น ดูคล้ายบันได

ใช้ไต่ต้นตาลหรือต้นมะพร้าว
  ๑๖๕๏ ว่างบ้านย่านน้ำเปลี่ยว
    ตลิ่งสูงฝูงรอกแต
กรวยกร่างค่างเคียมแค
ลมป่วนหวนหอมให้
เหลียวแล 
    ไต่ไม้
ข่อยกทุ่ม  กุ่มเอย
ลเหี่ยลห้อยหงอยเหงาฯ
 
  ๑๖๖๏ จวบจนชนบทบ้าน
    ท่าลาดหาดเกิดกัน
เรือนตั้งฝั่งเรียงรัน
คนภู่ดูครึกครื้น
ศรีจัน 
    แก่งตื้น
โรงเหล็ก  เจ๊กเอย
ค่ามช้างต่างเกวียนฯ
 
  ๑๖๗๏ จวนเย็นเห็นแห่งบ้าน
    หาดใหญ่ไทยเจ๊กมอญ
จอดเรือเมื่อเย็นรอน
ร้องว่าอาศัยร้าน
ด่านขนอน 
    มี่บ้าน
ริมหาด  สอาดเอย
ร่มไม้ใกล้เรือฯ
 
  ๑๖๘๏ เจ้าของร้องรับให้
    หนุ่มหนุ่มชุ่มชื่นบาน
ขึ้นฝั่งนั่งสำราญ
สาวรุ่นวุ่นเวียนเฝ้า
ได้การ 
    บ่เศร้า
ร้านใต้  ไทรเอย
ฝั่งน้ำชำเลืองฯ
 
  ๑๖๙๏ ลูกเอยเฉยเช่นปั้น
    สาวเพ่งเล็งหลบสาว
ปะเป็นเช่นพ่อคราว
ตายราบลาภไม่แคล้ว
ปูนขาว 
    สิ้นแล้ว
ครั้งหนุ่ม  ชุ่มฤา
คลาดช้านาทีฯ
 
  ๑๗๐๏ ลูกลาวสาวรุ่นน้อง
    เรือพี่มีสิ่งขาย
ลูกเราเหล่าหนุ่มอาย
สอนกระสาบตาบให้
ทักทาย 
    ค่อยไหว้
แอบเด็ก  เล็กแฮ
ว่าซื้อหรือจำฯ
บทที่ ๑๗๐
ค่อย = ข้อย
กระสาบ = กระซิบกระซาบ
  ๑๗๑๏ หนูพัดพลัดพลอดล้อ
    มีหมากอยากสู่สาว
ป่านเจ้าเค่าเหนียวขาว
ตาบฮ่ามถามหาแห้ว
เลียนสาว 
    ซิ่นแล้ว
ขายมั่ง  กระมังแม่
แห่งนี้มีฤาฯ
บทที่ ๑๗๑
ฮ่าม = ห้าม
  ๑๗๒๏ ลาวไปไทยพี่น้อง
    มืดค่ำทำร่ายเรียง
กลั่นชุบอุบอิบเอียง
ขอหมากปากสั่นสท้าน
มองเมียง 
    เราะร้าน
กแอมแอบ  แยบเอย
ทดท้อย่อหญิงฯ
 
  ๑๗๓๏ ราตรีพี่น้องอ่อน
    ขันใหญ่ใส่หมากพลู
แห้วเลือกเผือกถั่วภู
จสั่งมั่งไม่ได้
เอนดู 
    นาบให้
พัดรับ กลับแฮ
เดือดหน้าด่าตีฯ
 
  ๑๗๔๏ ดึกลาวสาวรุ่นกล้า
    ให้กระเช้าเข้าเหนียว
ถอยหลีกอีกบ่อเหลียว
กลั่นรับกลับจุดไต้
มาเดียว 
    นั่งใกล้
เลยลูก กูเอย
ตอบโต้โมทนาฯ
 
  ๑๗๕๏ บูราณท่านว่าเลี้ยง
    มันมักหักรั้วฉาว
หนุ่มชายฝ่ายรุ่นราว
ลูกโง่โซแสบท้อง
ลูกสาว 
    เช่นพร้อง
รักขะยั่น พรั่นแฮ
บ่อรู้สู่สาวฯ
 
  ๑๗๖๏ ครั้นช้าวสาวสบหน้า
    จากขนอนอ่อนหนาว
คราวได้ไม่โลมลาว
ครั้นลับกลับรฤกเหล้า
ลาสาว 
    หนุ่มเศร้า
ลองซู่ ดูแฮ
ลูกโหง้โซสาวฯ
 
  ๑๗๗๏ เอนดูหนูพี่น้อง
    คิดใคร่ได้เลี้ยงลาว
แต่ลูกผูกรักชาว
จเจ็บเล็บเขาไว้
สองสาว 
    ลูกสไภ้
วังเล่า เจ้าเอย
ข่วนร้ายคล้ายเสือฯ
 
  ๑๗๘๏ บางกระพุ้งคุ้งน้ำเปลี่ยว
    บนบกนกซอแซ
เห็นนกกกคู่แด
เหมือนอยู่คู่เคียงน้อง
เหลียวแล 
    แซ่ซ้อง
ดานลฦก นึกเอย
แนบเนื้อเหลือสนอมฯ
 
  ๑๗๙๏ บ้านใหม่ไร่ฝ่ายสพรั่ง
    ฟ่ายออกดอกขาวดา
เนื้อนุชสุดโสภา
ชมฟ่ายคล้ายผิวสร้อย
ฝั่งชลา 
    เด่นช้อย
เพียงฟ่าย ไร่เอย
สวาดิเนื้อเหลือนวลฯ
 
  ๑๘๐๏ ถึงย่านบ้านกร่างเวิ้ง
    เกิดแก่งแหล่งเหวหิน
ปล่องน้ำท่ำกุมภิน
ยามเปลี่ยวเสียวทรวงสดุ้ง
วาริน 
    ฮ่วงคุ้ง
พวกเงือก เลือกแฮ
ด่วนพ้นวลวังฯ
 
  ๑๘๑๏ บ้านไร่ไทเจ๊กตั้ง
    กล้วยไข่ไร่เรียงราย
ตกเครือเรื่อเรืองปลาย
เฟื้องหนึ่งถึงสี่มื้อ
ทั้งทวาย 
    เรียกซื้อ
ปลีสลับ ปกับแฮ
หมดรื้อซื้อเสมอฯ
 
  ๑๘๒๏ วังปรานบ้านเว้นว่าง
    สองฝั่งวังเสือเกรง
นายรอดทอดท้ายเพลง
ป่าใหญ่ไม้ชื่นช้อย
วางเวง 
    เกรียบฉม้อย
พลอยหนุ่ม ชุ่มเอย
ชุ่มฉ้อออรชรฯ
 
  ๑๘๓๏ บางม่วงห้วงหาดตื้น
    ทรายเกลี่ยเรี่ยรอยเสือ
ซึ้งซึกพฤกษครุมเครือ
โปรยแต่ใบไม้หว้อน
ติดเรือ 
    ซับซ้อน
ค่างโครก โฮกแฮ
วิ่งร้องพองขนฯ
 
  ๑๘๔๏ ลูกค่างอย่างย้อมชาติ
    เหลืองอ่อนโอ้เอนดู
แม่อุ้มชุ่มชื่นชู
กอดแอบแนบอกห้อย
ชมภู 
    เด็กน้อย
ชมลูบ จูบเอย
หกโน้มโถมทยานฯ
 
  ๑๘๕๏ ย่านซื่อชื่อว่าบ้าน
    เหนแต่ชุมนุมลาว
ลากอวนส่วนหนุ่มสาว
เท่าแก่แลโล้งโต้ง
ย่านยาว 
    ล่อนโล้ง
เสียงแซ่ แม่เอย
ต่างหล้อนห่อนอายฯ
 
  ๑๘๖๏ อ้างว้างกลางน้ำร่ม
    ลิงค่างครางครวนโหย
กระเบาออกดอกร่วงโรย
หึ่งหึ่งพึ่งเพียงฆ้อง
ลมโชย 
    โห่ร้อง
รศรื่น ชื่นเอย
ย่ำเถี้ยงเสียงกระหึมฯ
 
  ๑๘๗๏ ยนย่านศารปู่เจ้า
    ปลาคล่ำน้ำซึ้งใส
งูเหลือมเลื่อมเลือกไคล
โตเท่าเสาเรือนกว้าน
จอมไพร 
    สอาดสอ้าน
คลานกลิ่ง ตลิ่งแฮ
กวาดน้ำดำปลาฯ
บทที่ ๑๘๗
ศารปู่เจ้า คือศาลปู่เจ้า
ตำบลบ้านกร่าง อำเภอศรีประจันต์
 
    ๑๘๘๏ ติดตื้นขืนถ่อค้ำ
บนบกรกรังเสือ
นำงูฟู่เลื้อยเหลือ
ศักครู่ดูควันกลุ้ม
    เขนเรือ 
ซอกซุ้ม
หลีกยาก หลากแฮ
กลบข้างทางจรฯ
 
 
    ๑๘๙๏ เดกเหนเช่นมนุษหนั้ง
แวววับคลับคลายฟู
รู้ชัดจัดหมากพลู
งูกระเพื่อมเลื่อมเลื้อย
    หลังงู 
ฟ่องเฟื้อย
พลีปู่ เจ้าเอย
หลีกคล้ายหายสูรฯ
 
 
    ๑๙๐๏ เรือคล่องล่องเลี้ยวเลื่อน
ถึงย่านบ้านกลวยเวลา
กล้วยไข่ไร่รื่นรดา
หล่างแห่งแปลงปลูกอ้อย
เคลื่อนคลา 
    บ่ายคล้อย
ดกเรื่อ เครือเอย
แอบกล้วยสลวยลำฯ
 
 
    ๑๙๑๏ ถึงช่องคลองน้ำซับ
เกิดแร่แง่งอกครื
ผู้เท่าเล่าเลื่องฦา
ครึคระระเรือต้อง
ซ้ายมือ 
    ครืดท้อง
เหล็กที่ ดีเอย
ติดตื้นขืนเขนฯ
 
 
    ๑๙๒๏ บ้านว่าขวาซ้ายค่าง
หินแร่แลสลับสลอน
เรือนตั้งฝั่งสาคร
ปลาคล่ำน้ำไหลอึ้ง
ทางจร 
    ฦกซึ้ง
คนเงียบ เสียบเอย
แอบคุ้งมุ่งทางฯ
 
 
    ๑๙๓๏ วังหินถิ่นเถื่อนกว้าง
สมอแสมสารสูง
หว่างไผ่ไก่เถื่อนฝูง
เด็กใคร่ได้ไก่อุ้ม
ยางยูง 
    สดฉุ้ม
ฟุบเขี่ย เรี่ยเอย
แอบขึ้นครึนรายฯ
 
 
    ๑๙๔๏ ไก่เถื่อนเหมือนจฬ้อ
เด็กย่องด่องดีดมือ
เข้าใกล้ไก่เปรียวปรื๋
เด็กโดดโลดไล่คว้า
ก้อกพือ 
    มุ่งหน้า
ปร๋อร่อน ว่อนแฮ
ไคว่ขว้ำขะมำมอมฯ
 
 
    ๑๙๕๏ ลงเรือเหื่ออาบหน้า
อย่าไล่ไก่เลยเชย
ดอกดวงร่วงรื่นรเหย
เก็บศักห่อพ่อได้
หนูเอย 
    ช่อไม้
หอมกลิ่น รรินแฮ
เด็จร้อยสร้อยสนฯ
 
 
    ๑๙๖๏ ย่านยาวลาวตั้งกลาด
แล่ผ่าปลาฉแวงสวาย
ย่างไฟใส่ซ่าราย
พวกหนุ่มสุ่มเรือร้อง
หาดทราย 
    แหวะท้อง
เรียงนั่ง สพรั่งเอย
เจียรน้อฬ้อลาวฯ
 
 
    ๑๙๗๏ ถึงวนก้นหวดห้วง
แร่เกลื่อนเหมือนซิงแขง
ตำราว่าทองแดง
พรายพร่างอย่างศรีรุ้ง
หินแลง 
    ค่างคุ้ง
เดกต่อย ย่อยแฮ
รอดชี้ที่แถลงฯ
บทที่ ๑๙๗
รอด หมายถึงนายรอด คนนำทาง
 
    ๑๙๘๏ ตวันเยนเหนพยัฆด้อม
โห่ขับกลับโฮกคน
ขึ้นตลิ่งวิ่งคำรน
ทังขู่ภู่เมียโขร้ง
ดื่มชล 
    เคี่ยวโง้ง
เราะไล่ ใกล้แฮ
คร่างร้องก้องกระหึมฯ
บทที่ ๑๙๘
ทังขู่ภู่เมีย หมายถึงทั้งคู่ตัวผู้และตัวเมีย
 
    ๑๙๙๏ นายรอดสอดรู้เท่า
มักกัดสัตกินเหลือ
มันหวงล่วงไล่เรือ
หนูหนุ่มกุมมีดไม้
เหล่าเสือ 
    ละไว้
รอดแนะ แวะแฮ
มุ่งแย้งแทงเสือฯ
 
 
    ๒๐๐๏ โห่ร้องซ้องแส้ป่า
เสือวิ่งยิ่งทเยอทยาน
ตามทางห่างฝั่งประมาณ
ได้แต่เนื้อเหลือทั้ง
กล้าหาน 
    หยักรั้ง
สองเซ่น เหนแฮ
ท่อนท้ายชายโครงฯ
 
  ๒๐๑๏ รอดรัดมัดเชือกกลุ้ม
    ถึงที่เรือเสือตาม
จากท่าป่าเปลี่ยวขาม
ถ่อถี่หนีเสือพ้น
    หนุ่มหาม 
ติดก้น
ขยาดพยัฆ นักพ่อ
พี่ให้ใจหายฯ
 
  ๒๐๒๏ บูรานท่านว่าล้วง
    เหล่าลูกถูกตำราเหลือ
เช่นพ่อก็กลืนเกลือ
ชิงเหยื่อเสือต่อหน้า
    คอเสือ 
เหล็กกล้า
กลั้วเค่า เจ้าเอย
นึกคร้ามขามแขยงฯ
 
  ๒๐๓๏ วังฉลามยามสูริยเยื้อง
    เสียงสุนัขไนหอน
ลิงค่างต่างโหวยวอน
เผาะเผาะเราะรกเรื้อ
    เย็นรอน 
เห่าเนื้อ
วิเวกวาบ สาบเอย
เรียดข้างทางจรฯ
 
  ๒๐๔๏ มืดค่ำจำจอดค้าง
    หนุ่มหนุ่มสุมฟืนไฟ
เนื้อย่างค่างเครื่องใน
เนื้อสดรสอร่อยล้ำ
    หว่างไพร 
ฝั่งน้ำ
หมูแบ่ง แกงแฮ
กระหลบฟุ้งคุ้งแหลมฯ
 
  ๒๐๕๏ นอนค้างกลางหาดตื้น
    นิ่งนั่งฟั่งฟานฝูง
เงาไม้ใหญ่ยางยูง
เผาะเผาะเราะป่าต้อง
    ตลิ่งสูง 
มฤคฆร้อง
เยนเยียบ เงียบเอย
ตวาดซ้ำร่ำไปฯ
 
  ๒๐๖๏ เกือบหลับกรับเกรียบไม้
    คุ่มคุ่มดุ่มตามเรือ
ปลุกหนุ่มรุมโห่เสือ
เด็กด่าคว้าฟืนขว้าง
    ไต้เหนือ 
รอบข้าง
สวบโขยด โดดแฮ
ก่อให้ไฟโพลงฯ
 
  ๒๐๗๏ เสือชุมหนุ่มแน่นหนั้ง
    ดึกยิ่งวิ่งเวียรไว
จำเปนเซนพระไพร
ตัดตับกับเนื้อพร้อม
    รวังไฟ 
แวดล้อม
เพราะเหญื่อ เสือแฮ
พร่ำตั้งสังเวยฯ
 
  ๒๐๘๏ เยนเยียบเงียบสงัดเงื้อม
    อารักศักสิทพึม
ทิ้งทูตพูดงึมงึม
จังหรีดกรีดกริ่งให้
    เงาครึม 
พุ่มไม้
เงี่ยง่วง ทรวงเอย
ลเหี่ยเศร้าหาวนอนฯ
 
  ๒๐๙๏ ดึกดื่นฝืนเนตรหนั้ง
    แม่ม่ายลองไนเรียง
รฦกแต่แม่ม่ายเวียง
เปนม่ายร้ายนักน้อง
    ฟังเสียง 
แหร่ร้อง
สวาดิว่าง ค้างเอย
จต้องลองไนฯ
 
  ๒๑๐๏ หนุ่มหลับคลับคล้ายเลื่อม
    เจ้าป่าหน้าปากเปน
ขี่แรดแผดเสียงเยน
ร้องว่าลาแล้วคล้าย
    แลเหน 
พยัฆร้าย
ขยอกเหยื่อ เนื้อเอย
เคลือบเข้าเงาหายฯ
 
  ๒๑๑๏ ยามสามยามสงัดไม้
    พร่ำพร่ำน้ำค้างพรม
เยนเยียบเงียบสงัดลม
ไม่นิ่งกิ่งก้านช้อย
    ไพรพนม 
พร่างพร้อย
แลตล่ง ดงเอย
ชื่นฉุ้มพุ่มพกาฯ
 
  ๒๑๒๏ ค่อนรุ่งฝุงไก่แจ้
    เอ๊กเอื่อยเฉื่อยสำเนียง
เรไรร่ายร้องเรียง
เพียงรนาดพาดฆ้อง
    แจ้วเสียง 
เนื่องซ้อง
รับแซ่ แม่เอย
แข่งเจ้งเพลงจีนฯ
 
  ๒๑๓๏ เกือบรุ่งฟุ้งกลิ่นเกลี้ยง
    หึ่งหึ่งพึ่งเวียรวล
มาลีคลี่กลีบบน
ยิ่งรุ่งฟุ้งหอมเร้า
    เพียงสุคน 
ว่อนเคล้า
บานกลิ่น รรินเอย
เร่งให้ใจเจริญฯ
 
  ๒๑๔๏ รื่นรื่นชื่นเช่นน้ำ
    หวนจิตคิดเคยสนอม
เจือจรรกลั่นกลิ่นรอม
เคยชื่นรื่นรศต้อง
    อบหอม 
แนบน้อง
รวยรรื่น ชื่นเอย
ตกไร้ไกลสมรฯ
 
  ๒๑๕๏ เรืองรุ่งฝูงนกร้อง
    เรียกเร่งรถสูริยง
ล่าป่าท่าน้ำจง
จากฝั่งพรั่งพร้อมหน้า
    ก้องดง 
เยี่ยมฟ้า
เจริญศุข รุกขเอย
หนุ่มน้อยพลอยเพลินฯ
 
  ๒๑๖๏ ล่วงทางบางขวากคุ้ง
    เหนแต่แร่รกไคล
ซ้ายขวาป่าสูงไสว
เด็กใคร่ไปปลายน้ำ
    เขดไพร 
เคลือบคล้ำ
ว่างย่าน บ้านเอย
สนุกแท้แควเหนือฯ
วรรคที่สอง
รก = ระกะ
  ๒๑๗๏ นึกนามสามชุกถ้า
    เกรี่ยงไร่ได้ฟ่ายลง
เรือค้าท่านั้นคง
รายจอดทอดท่าน้ำ
    ป่าดง 
แลกล้ำ
คอยเกรี่ยง เรียงเอย
นับฝ้ายขายของฯ
 
  ๒๑๘๏ นางเกรี่ยงเสียงเพราะพร้อง
    สาวผูกลูกปัดแดง
คิ้วตาน่านวลแตง
แค่งทู่หูยานย้อย
    กหนองกแหนง 
ประดับพร้อย
ตลหม่อม จอมเอย
อย่างลว้าพาคลายฯ
บทที่ ๒๑๘
ตล = ตละ - เหมือน, คล้าย
แค่ง = แข้ง
  ๒๑๙๏ สามเพงเลงสะล่างไม้
    ป่าใหญ่ใช่เขดคน
ร่มรื่นชื่นชมชล
ปลาว่ายสายสินสอ้าน
    ไพรสน 
ขาดบ้าน
ซุ่มแต่ แร่เอย
สอาดตื้นพื้นทรายฯ
 
  ๒๒๐๏ ปลาชนางคว้างแคว้งว่าย
    เลื่อมเลื่อมเล่ตุกแก
ไข่ฉะนางอย่างฝักแค
สร้อยซ่ากากดเพลี้ย
    ลายแล 
กดิบกเดี้ย
เขียวฉอุ่ม ชุ่มเอย
พล่านน้ำคล่ำทางฯ
 
  ๒๒๑๏ ไอ้บ้าอ้าปากกว้าง
    ซิวสูบสีเสียดแซง
กรีมกรายว่ายเวียรรแวง
ฝักดาบปลาบเปลือยหล้อน
    หางแดง 
แซกซ้อน
รวังม่าย หมายเอย
แฉลบหว้ายสายสินธุ์ฯ
 
  ๒๒๒๏ ปลาตเพียนเวียรว่ายเคล้า
    เกล็จเคลือบเหลือบเหลืองเหลือ
ปลาเสือมุ่งเหมือนเสือ
หางไก่ใช่หางช้อย
    คลอเรือ 
เลื่อมพร้อย
ส่ายโบก กโชกแฮ
ชแล่มหว้ายร่ายเรียงฯ
 
  ๒๒๓๏ นานาปลาน้ำถิ่น
    ชมเล่นเหนปลาดหลาย
ทางเปลี่ยวเที่ยวถึงปลาย
บนบกนกกระเตนกระต้อย
    หินทราย 
เล็กน้อย
น้ำเล่า เจ้าเอย
ต้องร้องซ้องเสียงฯ
 
  ๒๒๔๏ ถึงรวางว่างบ้านชื่อ
    หอนประดู่ปรูพยอม
ดอกกระดึงพึ่งแตนตอม
นกพริกจิกจับห้อย
    ชัดหอม 
ยื่นย้อย
ต่อร่อน ว่อนแฮ
หกหิ้วพลิ้วแพลงฯ
 
  ๒๒๕๏ ถึงแก่งแห่งท้ายย่าน
    หินแร่แก่เก่าตรึง
ลงเข็นเล่นน้ำอึง
เยนสบายหายร้อน
    บ้านทึง 
กรวดก้อน
อาบชุ่ม หนุ่มเอย
เรื่อยร้องลองลำฯ
 
  ๒๒๖๏ เอนหลังฟังดอกสร้อย
    ร้องรับขับเสภา
ลำนำคร่ำครวนหา
ผอยหลับรับเสียงซ้อม
    สักระวา 
เพื่อนพร้อม
หวนเอก วิเวกเอย
เสนาะน้ำคำครวนฯ
 
  ๒๒๗๏ หยุดเรือเหนือวัดเงื้อม
    รื่นร่มรมยศุกโข
วัดมีที่พระอุโบ
เหนพระศรทาหมุ้ง
    เงาโพ 
ค่างคุ้ง
สดที่ กุดีแฮ
มั่นสร้างทางบุญฯ
บทที่ ๒๒๗
ค่าง = ข้าง
ศรทาหมุ้ง = ศรัทธามุ่ง
  ๒๒๘๏ จัดแจงแต่งตบะเหลื้อม
    เทียรทูบท่วยแก้วรอง
ลูกพลับกับกระเทียมดอง
ย่ามร่มสมภารได้
    ลายทอง 
ดอกไม้
ถวายคนะ พระเอย
รับพร้อมน้อมถวายฯ
เทียรทูบท่วย = เทียน ธูป ถ้วย
เข้าใจว่าท่านต้องการเล่นอักษร "ท"
  ๒๒๙๏ ตวันเยนเหบพระพร้อม
    ตีปะเตะตะกร้อตรง
สมภารท่านก็ลง
เข่าค่างต่างอวดโอ้
    ล้อมวง 
คู่โต้
เล่นสนุก ขลุกแฮ
อกให้ใจหายฯ
 
  ๒๓๐๏ อยุดกระกร้อฬ่อไก่ตั้ง
    ผ้าพาดบาดเหล็กพนัน
ไก่แพ้แร่ขบฟัน
เจ้าวัดตัดเรือตั้ง
    ตีอัน 
เหน็บรั้ง
ฟัดอุบ ทุบเอย
แต่งเหล้นเยนใจฯ
 
  ๒๓๑๏ เสียเทียรเสียทูบซ้ำ
    เสียที่มีกระมลมา
เสียดายฝ่ายศาสนา
เสียน่าตาหูพร้อม
    เสียสัทา 
โนศน้อม
สัมนะ พระเอย
เพราะรู้ดูเหน
 
  ๒๓๒๏ จวนค่ำจำค้างย่าน
    ถอยหนีที่วัดอึง
ตรวดน้ำร่ำรำพึง
ให้เหล่าเจ้าป่าถุ้ง
    บ้านทึง 
แอบคุ้ง
แผ่ทั่ว ตัวเอย
เทพสริ้นดินสวรรฯ
 
  ๒๓๓๏ เหมือนรู้ผู่เถ้าท่าน
    เมียนากนามผัวทอง
มาหาพ่าขาวของ
ท่านช่วยอวยภรแล้ว
    ทังสอง 
ผ่องแผ้ว
คำนับ รับเอย
เล่ารู้บูราณ
 
  ๒๓๔๏ ฝ่ายตาอายุร้อย
    ยายสิบแปดปีแกม
ตามองช่องเขมแหลม
ฟันปากหมากเฆี้ยวจ้อย
    ญี่สิบแถม 
กับร้อย
ตลอดแน่ แม่เอย
แจ่มอ้วนนวลขาวฯ
 
  ๒๓๕๏ ผู้เถ้าเล่าเรื่องอย้าน
    ท้าวอู่ทองมาถึง
แวะขอเชือกหนังขึง
สาปย่านบ้านเขดคุ้ง
    บ้านทึง 
ถิ่นถุ้ง
เขาไม่ ให้แฮ
คี่ทึ้งทึงแปลงฯ
 
  ๒๓๖๏ วัดทร่างข้างคุ้งย่าน
    ชื่อชัดวัดคี่ทึ้ง
ผู่เถ้าเล่าเรื่องจึง
ท่านนั่งสั่งสอนพร้อง
    บ้านทึง 
ถูกต้อง
จะแจ้ง แสดงเอย
พร่ำไว้ไม้ตรีฯ
บทที่ ๒๓๖
ไม้ตรี = ไมตรี
  ๒๓๗๏ ได้ครูผู่เท่าทั้ง
    สมมุติดุจะเทวดา
ทายทักลักขณะรา
จอดน่าท่าผู่เถ้า
    ยายตา 
บอกเหล้า
ศรีทั่ว ตัวเอย
ท่วนห้าราตรีฯ
 
  ๒๓๘๏ ตวันเที่ยงเสียงวิ่งแหร้
    เสือตบขบภิขุสอง
ต่อไก่ไล่นกคนอง
เสือฟัดกัดกินด้วย
    แซ่สนอง 
รูปม้วย
นามเทศ เกดแฮ
บาปซ้ำกรรมหนาฯ
 
  ๒๓๙๏ ต่อนกยกพเนียดตั้ง
    เสือฉีกซีกโครงทลาย
กินตับกับตโพกหาย
ภิขุทุศีลต้อง
    บังกาย 
ทลักท้อง
เหนน่า ขาเอย
โทษนั้นทันตาฯ
 
  ๒๔๐๏ ต่อไก่ไม่สู้ฟาด
    ที่อยู่ปู่เจ้าไป
เสือกินซิ่นตับไต
สังเวทเหตุผู่เถ้า
    ขาดใจ 
หลับเหล้า
ตีนน่อง ท้องแฮ
ทักแท้แน่จริงฯ
 
  ๒๔๑๏ สำเรจรู้ผู่เถ้าช่วย
    สิบประการประกอบกลอน
ขอสวัดสัฐาวอร
สองเท่าเฝ้าร้องไห้
    อวยภร 
กล่าวไว้
ไว้ว่า ลาเอย
ลเหี่ยลห้อยหงอยเหงาฯ
 
  ๒๔๒๏ สงสารท่านสอื้นโอ้
    พลั่งพลั่งหลั่งน้ำตา
หนูหนุ่มชุ่มชลนา
ร่ำว่าท่าไม่ม้วย
    โศกา 
ตกด้วย
นั่งเจ่า เหงาเอย
ไม่สริ้นถวินหวังฯ
 
  ๒๔๓๏เรือออกนอกท่าบ้าน
    ย่อไว่ไห้สอื้นฟาย
เชาบ้านท่านทังหลาย
ไห้มั่งทังใหญ่น้อย
    ท่านยาย 
มูกย้อย
แลสลด หมดเอย
นั่งผร้ำน้ำตาฯ
 
  ๒๔๔๏ แลลับกลับกลั้นโศก
    หนุ่มน่อยพลอยรำคาร
ทังหลายฝ่ายบูราณ
เราพรากจากผู่เถ้า
    สงสาร 
คิดเศร้า
รักขู่ ชู้เอย
ทุกร้อนห่อนเสบยฯ
 
  ๒๔๕๏ ถึงย่านบ้านกระตั้วเหล่า
    โกนจุกลูกสาวทรง
เชิญด้วยช่วยแต่งมง
โกนจุกลูกเชาบ้าน
    เชาดง 
สอาดสอ้าน
คนเกริก ฤกษเอย
อยู่ค้างกลางคืนฯ
 
  ๒๔๖๏ ฟังติปี่พาดฆ้อง
    เพลงไทยใส่กลองโยน
เด็กโดดโลดเล่นโขน
ร้องขับรับอ้อแอ้
    กลองตโภน 
ยุ่งแท้
แขนคอก ออกเอย
อุบเหล้าเมามายฯ
 
  ๒๔๗๏ เสียงซออออ่ออ้อ
    จับปี่เตร๋งเต้งเตง
คลุยตรุ๋ยตรุ่ยตรุ้ยเหนง
ฆ้องหน่องหนองน่องหน้อง
    เอื่อยเพลง 
เต่งต้อง
เหน่งเน่ง รนาดแฮ
ผรึ่งพรึ้งพรึ่งตโภนฯ
 
  ๒๔๘๏ สาวสาวเหล่าเลี้ยงเล่น
    ซองหมากฝากหนุ่มนำ
โกนจุกลูกเล็กทำ
เนตรซู่หนูหนุ่มน้อย
    เต้นรำ 
เนตรชม้อย
ขวันเล่า เจ้าเอย
นั่งปลื้มลืมนอนฯ
 
  ๒๔๙๏ บ่วงรักดักเด็กต้อง
    เปิดปากฝากคำลา
ลงเรือเมื่อจะคลา
แก่เท่าสาวส่งซ้อง
    สองตา 
เหล่าน้อง
คลอเนตร ทเวทเอย
แซ่หน้าอาไลยฯ
 
  ๒๕๐๏ บ่วงผูกลูกรักแล้ว
    ดักพ่อท้อที่กาย
ห่อนอยู่ซู่สมรหมาย
แต่เหล่าเจ้าลูกแก้ว
    แร้วราย 
แก่แล้ว
มัติโมฆ โอขเอย
ก่อร้อนสอนแสลงฯ
 
  ๒๕๑๏ หมากพลูบูหรี่ส้ม
    สาวหนุ่มรุมการุญ
ผูกมิตรคิดขอบคุณ
ทุกโศกโรคอย่าได้
    ขนมขนุน 
รักให้
คนเท่า สาวเอย
เดือดร้อนนอนสบายฯ
 
  ๒๕๒๏ จากย่านบ้านกระตั้วแต่
    ศรรักปักทรวงหนู
รักป่าน่าชื่นชู
ดูถูกลูกปลายน้ำ
    แลดู 
เหน็บช้ำ
ชมเล่า เจ้าเอย
หนุ่มต้องหมองหมางฯ
 
  ๒๕๓๏ น้อยน้อยพลอยว่าน้ำ
    สาวแก่แลคมสัน
ดูมากว่าสิบวัน
ไรจุกทุกทุกบ้าน
    ลำสุพรรณ 
สะคร้าน
ตลอดแว่น แคว้นเอย
บ่อเว้นเห็นสาวฯ
 
  ๒๕๔๏ บูราณท่านว่าน้ำ
    ป่าต้นคนสุพรรณ
แดนดินถิ่นที่สูพรรณ
ผิวจึ่งเกลี้ยงเสียงแจ้ว
    สำคัน 
ผ่องแผ้ว
ธรรมชาด มาศเอย
แจ่มน้ำคำสนองฯ
 
มีคำพังเพยว่า "ช้างป่าต้น คนสุพรรณ"
ในต้นฉบับสมุดไทยมีคำว่า
"ช้าง" หน้า "ป่าต้น" แต่มีรอยลบ
  ๒๕๕๏ ถึงถิ่นสริ้นบ้านป่า
    เรือติดคิดขยาดแสยง
สวบสวบยวบไม้แฝง
สองฝั่งทั้งขวาซ้าย
    โป่งแดง 
พยัฆร้าย
ฟุ้งสาบ วาบแฮ
สัตร้องซ้องเสียงฯ
 
  ๒๕๖๏ คลองกระเสียวเปลี่ยวป่ากว้าง
    เคยถิ่นกินโป่งโทง
ขามช้างต่างจัดโจง
เก็บกรวดอวดกันเหล้น
    ทางโขลง 
เที่ยวเร้น
กระเบนกระบิด ตี๊ดแฮ
ตลอดน้ำลำทางฯ
 
  ๒๕๗๏ คุ้งขวางบางแวกตื้น
    กรวดกระจ่างพร่างพรายลาย
เหมือนเม็จเพชรัตราย
ฉุนว่าแววแก้วก้อย
    พื้นทราย 
เลื่อมพร้อย
แอร่มอร่าม งามเอย
นพเก้าวาวแหวนฯ
 
  ๒๕๘๏ กระเบาออกดอกรยับย้อย
    พึ่งหมู่แมงภู่ตอม
ว่าสุกลูกงามงอน
กระทุ่มกระถินกลิ่นเร้า
    ห้อยหอม 
ไต่เคล้า
เงาะป่า พวาเอย
รื่นข้างทางจรฯ
 
  ๒๕๙๏ รินรินกลิ่นเฟื่องฟุ้ง
    ป่านอกดอกสำโรง
เหล่าลูกผูกเรือฉโลง
เหมนเช่นเหมนชื่ออ้าง
    คลุ้งโขลง 
ร่วงค้าง
ลากวิ่ง จริงแฮ
อีกล้ำสำโรงฯ
 
  ๒๖๐๏ ถึงหว่างยางพี่น้อง
    เก่าแก่แต่ก่อนปาง
เกิดแร่แง่งอกขวาง
ถูกปวดรวดเร้าล้น
    สองยาง 
ป่าต้น
ขวากระ รกะแฮ
สะล่างแหร้แง่สลอนฯ
 
 
สะล่างแหร้ = สล้างแร่
  ๒๖๑๏ ปลายน้ำลำคุ้งแขบ
    ขดค่องต้องติดพเอิญ
จอดสองพี่น้องเพลิน
ชื่นชุ่มพุ่มพฤกษครื้น
    โขดเขิน 
แอ่งตื้น
พลองสะล่าง ยางเอย
คร่อมน้ำลำลหาลฯ
 
  ๒๖๒๏ ปลาดเหลือเรือหนุ่มน้อย
    ถึงหว่างต้นยางตาย
ช่วยฉุดสุดชีพทลาย
เมียแม่แซ่มาปล้ำ
    ลอยพาย 
ตกน้ำ
ทลักเลือด เฝือดแฮ
ปลุกร้องซ้องเสียงฯ
 
  ๒๖๓๏ ถามเขาเล่าว่าอ้าย
    ตีแม่แร่ลงเรือน
เจ้าสองพี่น้องเหมือน
โพล่งผลักหักคออ้าย
    ฟักเฟือน 
ร่านร้าย
มุ่งปราบ บาปแฮ
ฝักม้วยด้วยกรรมฯ
 
 
บาทที่สี่ ต้นฉบับเป็น ฝัก แต่น่าจะเป็น ฟัก
  ๒๖๔๏ ชาวป่าภาศภเศร้า
    เราเปลี่ยวเหลียวเหนศาล
อารักศักสิทชาน
โป่งป่าอย่าแผ้วพ้อง
    สู่สถาน 
สองพี่น้อง
เชี่ยวช่วย ด้วยเอย
พวกข้าอาไศรยฯ
 
 
ศักสิทชาน = ศักดิ์สิทธิ์ชาญ
  ๒๖๕๏ สรวงจ้าวพร้าวอ่อนกล้วย
    เชิญพี่น้องสองเสวย
แรกมาอย่าถือเลย
ขอแร่แม่เก็จก้อน
    ด้วยเอย 
สว่างร้อน
ลุกระโทษ โปรดพ่อ
กับเต้าเจ้ายางฯ
 
  ๒๖๖๏ หนูน้อยพลอยร้องบ่วง
    เสียงฉ่ำน้ำนมหวาน
เบิกป่าท่าเทวถาน
หนุ่มรับสรัพเสียงซ้อง
    สรวงศาร 
แววก้อง
ถูกท่วน ขบวนเอย
เสนาะซ้อนกลอนในฯ
 
  ๒๖๗๏ เทียรจุดขุดแร่หลั้น
    พลุ่งพลุ่งมุ่งดูประเดียว
หนุ่มเหนเช่นลิงเหลียว
ฟุ้งพิศฤทธิแร่ร้าย
    ควันเขียว 
ดุ่มคล้าย
เลื่อนกลับ ลับแฮ
รู้เถ้าเจ้าหวงฯ
 
  ๒๖๘๏ เหมือนครูผู่เท่าแจ้ง
    รอขุดจุดเทียรไชย
ดับพิศฤทธิพระไพร
เดี๋ยวหนึ่งอึ่งอู้อู้
    แหนงใจ 
เช่นรู้
พรมสมุท อยุดแฮ
อ่อนไม้ใหญ่รเนนฯ
 
  ๒๖๙๏ ลมลั่นครั่นครึกฟ้า
    ซู่ซู่หนูวิ่งวน
เทียรดับกลับมืดมน
จวนค่ำจำอยุดค้าง
    หนาฝน 
ว่าช้าง
เหมนเบื่อ เสือเอย
คิดแก้แร่โพรงฯ
 
  ๒๗๐๏ ขอนเรือเหนือน้ำนึก
    คราวเคราะเพราะพระไพร
ขัดพระจเชิญไฟ
ทุ่งท่าป่าจะต้อง
    น้อยใจ 
พี่น้อง
ฟอนซู่ รู้ฤๅ
โตล่งสริ้นถิ่นสถานฯ
 
  ๒๗๑๏ เราถือซื่อสัจสร้าง
    แล่งล่าฟ้าดินพญาน
หวังแร่แต่บูราณ
จ้าวคิดปิดของขู้
    ศีลทาน 
ย่อมรู้
ระงับโศก โลกเอย
มนุษนั้นฉันใดฯ
 
 
แล่งล่า = แหล่งหล้า
  ๒๗๒๏ ดึกสงัดสัตสงบคลุ้ม
    เยนรย่อบริเวณวง
เคลิ้มหลับคลับคล้ายองค์
เหนสพรั่งนั่งไหว้
    พุ่มพง 
หว่างไว้
อารัก ทักแฮ
ว่าฬ้อขอสะมาฯ
 
  ๒๗๓๏ รูปจ้าวสาวหนุ่มล้วน
    สองพี่มีเป็นสาม
เรียกสองพี่น้องนาม
สามแน่แต่คำพร้อง
    นวลงาม 
ทั่งน้อง
น้องพี่ มีเอย
พี่น้องสองชายฯ
 
  ๒๗๔๏ เล่าความตามเรื่องแหร้
    ใช่คิดบิดเบือนบัง
ขัดเคราะเพราะยุกยัง
กายสิทพิศกล้าแกล้ง
    แต่หลัง 
บอกแจ้ง
อยู่อย่า มาเลย
กลบกลุ้มคลุ้มควันฯ
 
  ๒๗๕๏ รู้ศึกนึกเรื่องเจ้า
    ทราบหมดจดหมายตาม
โออกตกอับยาม
บุญบวดกรวดกระสินให้
    เล่าความ 
แต่งไว้
ยุกยาก มากเอย
แห่งเจ้าเล่าความฯ
 
  ๒๗๖๏ เหมือนรู้ผู่เถ้าเล่า
    สามอย่างต่างลายแทง
ใคร่เหนเช่นชี้แจง
ค้างย่านศารพี่น้อง
    จ้าวแถลง 
ถูกต้อง
เจ้าบอก ดอกแฮ
พนัศร้ายหายสูรฯ
 
  ๒๗๗๏ รุ่งเช้าเข้าป่ากว้าง
    คลองเก่าเท่าลำกระโดง
ซ้ายขวาป่าสมอโมง
กระแบกกระเบาเสลาสล้าง
    ทางโขลง 
โป่งช้าง
ไม้อุโลก โมกเอย
สลับต้นคนทาฯ
 
  ๒๗๘๏ ตามร่องคลองที่เจ้า
    เด็ดดอดลอดลัดตาม
เลี้ยวลดปลดปลิดหนาม
เสียงแต่เนื้อเสือร้าย
    เล่าความ 
ติดท้าย
หน่อคลอก ออกแฮ
ร่านร้องก้องกระหึมฯ
 
  ๒๗๙๏ สุดคลองหนองหนึ่งกว้าง
    ที่ถิ่นดินดาดแดง
สังเกตเขดขอบแขวง
ขึ้นค่างทางขวาท้อง
    อย่างแถลง 
ดุจพร้อง
ความที่ ชี้เอย
ทุ่งช้างวางเวงฯ
 
  ๒๘๐๏ ภบถ่อบ่อแร่น้ำ
    เหมือนหมึกปึกปะดิน
ปะแต่แร่ปรอดกิน
เนื้อมั่งยังขยี้หยุ้ย
    ดำนิล 
เดกคุ้ย
แก่นเท่า เจ้าเอย
ยกไว้ไปแสวงฯ
 
  ๒๘๑๏ ตัดทางหว่างต้นโตนด
    เนื้อแยกแตกตื่นฝูง
แฝงดูหมู่นกยูง
พรายพร่างอย่างศรีรุ้ง
    โขดสูง 
ฝุ่นฟุ้ง
ยอบย่อง มองเอย
อร่ามเพี้ยนเขียนซนฯ
 
  ๒๘๒๏ รำแพนแอ่นอกฉะแง้
    หันร่ายฝ่ายฝูงนาง
ตัวผู่อยู่กลางกาง
ก้อกรีดขีดเขี่ยเท้า
    แผ่หาง 
นกเคล้า
กลมปีก หลีกเอย
ท่าฟ้อนอ่อนเอียงฯ
 
  ๒๘๓๏ ด้อมดูหมู่มยุรย้าย
    เยี่ยงย่างนางรบำทำ
เคยดูคู่เคียงรบำ
เหนแต่ฝูงยูงคล้าย
    ร่ายรำ 
ท่าฉะม้าย
รเบงกลับ ลับเอย
นุชฟ้อนงอนงามฯ
 
  ๒๘๔๏ ฝ่ายฝูงยูงบ่อรู้
    สังวาดชาติเช่นพรม
ตัวภู่ฟู่ฟองกลม
เกิดไข่ได้พวกพ้อง
    สู่สม 
พระพร้อง
เมียชื่น กลืนแฮ
เพื่อส้องฟองกสินฯ
 
  ๒๘๕๏ หนุ่มหนูพรูไล่พร้อม
    ปีกกระพือฮือฝูง
ตานโดดโขดทรายสูง
เหนรอบขอบเขดหน้า
    ล้อมยูง 
ฟ่องฟ้า
สมเล่า เจ้าเอย
สนุกแท้แลเพลินฯ
 
 
   สรล้วน
๒๘๖๏ เขาเขียวโขดคุ่มขึ้น
ร่มรื่นรุกขรังเรียง
โหมหัดหิ่งหายเหียง
ย่างใหญ่ยอดยื่นย้อย
 
    เคียงเคียง 
เรียบร้อย
หัดหาด แฮ่วแฮ
โยกโย้โยนเยนฯ
 
  ๒๘๗๏ เลี้ยวทางหว่างช่องไม้
    ปะแต่แร่กรัดเรือง
ย่องเหยียบเลียบลำเหมือง
หอมกระถินกลิ่นฟุ้ง
    ไผ่เหลือง 
ร่วงรุ้ง
ไม้ชื่น รรื่นเอย
เฟื่องฟื้นชื่นใจฯ
 
  ๒๘๘๏ สุดเหมืองเยืองขึ้นค่าง
    ล้วนแร่แก่เก่าเกิน
พลวงเหล็กเด็กสดุดเดิน
ชมเล่นเหนเกลื่อนกลิ้ง
    หว่างเนิน 
เก็บทิ้ง
กระโดดค่าม ตามแฮ
กลาดสล้างอย่างฝันฯ
 
  ๒๘๙๏ ลงเนินเดินป่ากว้าง
    ลมลั่นครั่นครืนเครง
ควายเถื่อนเกลื่อนกลุ้มเกรง
ป่าใหญ่ไม้ร่มชื้น
    วังเวง 
ครึกครื้น
เกรียวโห่ โร่แฮ
ช่อช้อยย้อยไสวฯ
 
  ๒๙๐๏ พิศพวงดวงดอกไม้
    รยับรย้าน่าชม
ม่วงโมกโศกสุกกรม
ดอกดกนกน้อยน้อย
    ไพรพนม 
แช่มช้อย
กรวยกร่าง สล้างเอย
เหนี่ยวไซ้ไส้เพกาฯ
 
  ๒๙๑๏ ดูเดียวเปลี่ยวอกอ้าง
    คิดใคร่ได้คนเคย
คลอเคล้าเฟ่าชื่นเชย
ถามไถ่ได้กระจู้กระจี้
    ว้างเอย 
คู่ชี้
ชมนก หกแฮ
กระแจะแต้มแก้มหอมฯ
 
 
    ราชสีห์เทียมรถ
๒๙๒๏ ยนโศกยามเศร้ายิ่ง
คิดสุดขัดแสนเขน
หวนหนาวหากนึกเหน
ดวงจิตเด็จจากได้
 
    ทรวงเยน 
โศกไข้
หน้าแห่ง น้องแฮ
จึ่งดิ้นจำโดยฯ
 
  ๒๙๓๏ เสลาสลอดสลับสล้าง
    สอึกสอะสอมสไอ
มแฝ่มฟาบมเฟืองมไฟ
ตขบตขาบตเคียนตคร้าน
    สลัดได 
สอาดสอ้าน
มแฟบมฝ่อ พ่อเอย
ตคร้อตไคร้ตเคราตครองฯ
 
  ๒๙๔๏ ถึงธารบ้านเกรี่ยงร้าง
    ไร่ฟ่ายหมายมั่นคง
รอนรอนอ่อนอัศดง
ภักผ่อนนอนเรือนห้าง
    กลางดง 
คิดค้าง
แดดพยับ ลับเอย
ก่อให้ไฟโพลงฯ
 
  ๒๙๕๏ เหล่าลูกถูกส้มทับ
    หักฮ่างต่างหัดปีน
เหนื่อยนอนอ่อนมือตีน
ดึกดื่นฟื้นฟังแหว้ว
    พลับจีน 
คล่องแขล้ว
ต่างรงับ หลับเอย
วิเวกวิ้วหวีวโหวยฯ
 
 
    สกัดแคร่
๒๙๖๏ หนาวลมห่มผ้าห่อน
ฟ้าพร่ำน้ำค้างพราว
เด่นเดือนเกลื่อนกลาศดาว
ใจเปล่าเศร้าซบหน้า
 
    หายหนาว 
พร่างฟ้า
ดวงเด่น
นึกน้องหมองใจฯ
 
  ๒๙๗๏ ไร่เกรี่ยงเสียงหลอดโหร้
    โหว่งโหว่งโรงรายเรียง
หว่างไม้ไก่ขันเคียง
ยามดึกนึกนุชน้อง
    โหร่เสียง 
รับพร้อง
เสียงเอ่ก อี๋เอ้กเอย
นิ่งเศร้าเปล่าทรวงฯ
 
  ๒๙๘๏ จังหรีดกรีดกริ่งร้อง
    แหร่แหร่แม่ม่ายเรียง
จักกจั่นสนั่นสำเนียง
ผี่ผิวหวิ่วโหวกร้อง
    ซ้องเสียง 
รับซ้อง
เสนาะเรื่อย เฉื่อยเอย
รอบข้างวางเวงฯ
 
  ๒๙๙๏ ค่อนคืนดืนดึกแท้
    เกรี่ยงไร่กระไรเลย
ด่องด่องย่องเหยาะเงย
ปลุกหนุ่มกุมขวานเงื้อ
    แม่เอย 
ล่าเนื้อ
ฉโงกฉะงัก ทักแฮ
ผงะร้องซ้องเสียงฯ
 
  ๓๐๐๏ ถามไถ่ใช่เหล่าร้าย
    พูดเล่นเป็นคนชรา
ถามชี้ที่ว่านยา
ชื่อกวั่งสั่งซ้ำให้
    กรายมา 
รักใขร้
รยะย่าน บ้านเอย
แวะเข้าเย่าเรือนฯ
 

(ยังไม่จบ)