ประกาศพระราชบัญญัติแลพระราชกำหนดต่าง ๆ รัชกาลที่ 5/เล่ม 6/เรื่อง 4
ทาษไม่มีเงินมาให้แก่เจ้าทาษครบค่าแล้ว ก็ไม่มีเวลาที่จะพ้นยากจากทุกข์เปนไทยได้ ฝ่ายลูกทาษซึ่งเกิดแต่ทาษสินไถ่นั้น ถ้าเกิดในเรือนเบี้ย พอเกิดมาก็นับว่าเปนทาษมีค่าตัวไปดังนี้ จึงทรงพระราชดำริห์เห็นว่า ทาษชะเลยซึ่งได้มาในการศึกสงครามชั้นปู่ย่าบิดามารดาของคนทาษชะเลยปัจจุบันี้ ได้เปนทาษรับการงานใช้สอยของปู่ย่าบิดามารดาของนายเงินแลตัวนายเงินอยู่จนทุกวันนี้แล้ว แลลูกหลานเหลนของทาษชะเลยเหล่านี้ ตามประเพณีเมืองยังต้องจะเปนทาษสืบไปไม่มีที่สุดสิ้น ทรงพระราชดำริห์เห็นว่า เปนการเดือดร้อนแก่อาณาประชาราษฎร ด้วยลูกหลานของทาษชะเลยสืบไปยังต้องรับโทษทุกข์ของปู่ย่าบิดามารดาอยู่ อนึ่ง การที่ว่าเปนทาษเช่นนี้ ก็ไม่มีหลักถานสิ่งใด มักนำให้บุตรหลานของนายเงินผู้รับมรฎกทาษต่อมาแย่งชิงเกิดเปนคดีวิวาทพาให้ยุ่งยากแก่โรงศาลบ้านเมือง แลส่วนลูกหลานของทาษสินไถ่นั้น เมื่อไม่มีเงินค่าไถ่ค่าตัวตามอัตราตัวเกษียณอายุเดิม ก็ต้องเปนทาษสืบไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้
มาตรา๑พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติลักษณทาษมณฑลตวันตกเฉียงเหนือ ร,ศ, ๑๑๙
มาตรา๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ เปนต้นไป
มาตรา๓คำซึ่งว่าทาษชะเลย หมายความว่า ทาษซึ่งเรียกว่าค่าปลายหอกงาช้าง หรือค่าหอคนโฮ่ง ซึ่งเปนคนในพื้นเมือง
คำซึ่งว่าทาษสินไถ่นั้น หมายความว่า ทาษซึ่งนายเงินได้ออกช่วยไถ่ค่าตัวมาตามพระราชกำหนดกฎหมาย
มาตรา๔ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ เปนต้นแลสืบไป ในมณฑลตวันตกเฉียงเหนือ ให้ลดค่าตัวทาษชะเลยทั้งปวง ชายให้คงมีค่าตัวแต่ ๒๕ บาท หญิงแต่ ๓๒ บาท
มาตรา๕ทาษชะเลยก็ดี ทาษสินไถ่ก็ดี ทั้งชายหญิง ถ้าอายุถึง ๖๐ ปีแล้ว พ้นค่าตัวเปนไทย
มาตรา๖ทาษชะเลยมีเงินจะมาขอไถ่ค่าตัวตามอัตราค่าตัวที่ลดตามมาตรา ๔ นายเงินต้องรับเงินจากตัวทาษ จะกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ไม่ยอมให้ไถ่ค่าตัวไม่ได้
มาตรา๗บรรดาลูกทาษชายหญิงทั้งปวง ซึ่งเปนลูกทาษชะเลยก็ดี หรือลูกทาษสินไถ่ก็ดี ซึ่งเกิดในวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ หรือภายหลังวันที่ ๑๖ ธันวาคม ศก ๑๑๖ ซึ่งเปนวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐเสด็จพระราชดำเนินกลับจากประเทศยุโรปคืนสู่พระนครโดยสวัสดิภาพนั้น สืบไปให้พ้นค่าตัวเปนไทย
มาตรา๘บรรดาลูกทาษชะเลยชายหญิงซึ่งเกิดก่อนวันที่ ๑๖ ธันวาคม ศก ๑๑๖ นั้น ให้คิดค่าตัวตามรายปีจนอายุ ๑๐ ปี จึงให้เปนทาษเต็มค่าตัว เปนต้นว่า ลูกทาษชาย ให้คิดค่าตัวขึ้นตามอายุลูกทาษ ปีละ ๒ บาท ๓๒ อัฐ เพิ่มขึ้นเปนรายปีไปจนอายุ ๓๐ ปี เต็มค่าตัวชาย ๒๕ บาท
มาตรา๙คนซึ่งเกิดในมณฑลตวันตกเฉียงเหนือในวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ หรือภายหลังนั้นต่อมา ห้ามมิให้เปนทาษอย่างใด ๆ ต่อไปเปนอันขาด
มาตรา๑๐ผู้ใดเปนเจ้าเงิน มีทาษมากน้อยเท่าใด จะเปนทาษชะเลยก็ดี หรือทาษสินไถ่ก็ดี ให้เจ้าเงินมาทำหนังสือสารกรมทาษต่อนายแขวงเสียให้เสร็จภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ สืบไป ถ้าผู้ใดจะร้องฟ้องว่ากล่าวว่าผู้ใดเปนทาษก็ดี ถ้าไม่มีหนังสือสารกรมธรรม์ซึ่งมีศุภมาสวันคืนทำที่แขวงแลนายแขวงได้ลงชื่อประทับตราเปนหลักทรัพย์ตามพระราชกำหนดกฎหมายแล้ว ห้ามมิให้โรงศาลรับไว้พิจารณา
มาตรา๑๑ถ้าผู้ใดมีอาสน จะขอทำหนังสือสารกรมธรรม์ขายตัวเปนทาษสินไถ่ท่านต่อหน้านายแขวง ให้นายแขวงพิจารณาดูไต่สวนดูจนกระหนักว่าเปนคนเกิดก่อนหรือภายหลังวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ ถ้านายแขวงมีเหตุผลควรสงไสยว่าเปนคนเกิดภายหลังวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ แล้ว ให้บังคับให้ผู้จะขายตัวนั้นนำพยานผู้ซึ่งรู้เห็นว่าผู้นั้นเกิดก่อนวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ มาสาบาลตัวไม่น้อยกว่า ๒ คนรับรองว่าผู้จะเปนทาษนั้นเปนคนเกิดก่อนวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ แล้วจึงให้นายแขวงทำสารกรมธรรม์ให้ ถ้ามิฉนั้น ห้ามมิให้นายแขวงทำสารกรมธรรม์ให้ขายตัวกันเปนทาษ
มาตรา๑๒ถ้าบิดามารดาญาติผู้ใหญ่จะนำบุตรหลานเอาไปขายเปนทาษสินไถ่ใส่ชื่อในสารกรมธรรม์ ต้องให้มันเรือนตัวเบี้ยรู้เห็นลงกำแหงแก่งใดเขียนชื่อไว้ในสารกรมธรรม์เปนสำคัญ จึงเปนสิทธิ์ได้แก่เจ้าเงิน ถ้าตัวเบี้ยมิรู้เห็นไม่ได้ลงกำแหงแก่งใดหรือไม่ได้เขียนชื่อด้วยลายมือเองเปนสำคัญ อย่าให้นับว่าเปนทาษ
มาตรา๑๓ถ้าผู้มีทรัพย์รับช่วยไถ่คนซึ่งเกิดภายหลังวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ นั้นมาเปนทาษ มิได้เปนสิทธิ์แก่เจ้าสินโดยพระราชบัญญัติ ถึงกรมธรรม์มีศุภมาศวันคืน ชื่อตัวเบี้ย จำนวนเงิน ประการใด ตัวเบี้ยจะไปจากเจ้าเบี้ยนายเงินได้ตามลำพังใจ เจ้าเบี้ยนายเงินจะตามกุมเกาะมาว่ากล่าวไม่ได้ เงินค่าตัวเปนพับแก่เจ้าเบี้ยนายเงินโดยโทษล่วงพระราชกฤษฎีกา
มาตรา๑๔บรรดาพระราชกำหนดกฎหมายเก่าทั้งปวงว่าด้วยเรื่องทาษซึ่งไม่ขัดด้วยพระราชบัญญัตินี้ใช้อยู่เท่าใด ก็ให้นำมาใช้พร้อมกันวันที่ได้ใช้พระราชบัญญัตินี้ทั้งนั้น
มาตรา๑๕ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยออกข้อบังคับแลแบบแผนสำหรับใช้ในการทำสารกรมธรรม์ทาษแลทำบาญชีทาษตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าได้ออกข้อบังคับแลแบบแผนอย่างใด เมื่อได้ประกาศโฆษณาการให้มหาชนทราบทั่วกันในหนังสือพิมพ์ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ถือแลใช้เปนส่วนของพระราชบัญญัตินี้
มาตรา๑๖ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเปนเจ้าน่าที่จัดการรักษาให้เปนไปตามพระราชบัญญัตินี้จงทุกประการ
ประกาศมาณวันที่ ๒๑ มิถุนายน รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ ฤๅเปนวันที่ ๑๑๕๔๕ ในรัชกาลปัตยุบันนี้มาตรา๙คนซึ่งเกิดในมณฑลตวันตกเฉียงเหนือในวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ หรือภายหลังนั้นต่อมา ห้ามมิให้เปนทาษอย่างใด ๆ ต่อไปเปนอันขาด
มาตรา๑๐ผู้ใดเปนเจ้าเงิน มีทาษมากน้อยเท่าใด จะเปนทาษชะเลยก็ดี หรือทาษสินไถ่ก็ดี ให้เจ้าเงินมาทำหนังสือสารกรมทาษต่อนายแขวงเสียให้เสร็จภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ สืบไป ถ้าผู้ใดจะร้องฟ้องว่ากล่าวว่าผู้ใดเปนทาษก็ดี ถ้าไม่มีหนังสือสารกรมธรรม์ซึ่งมีศุภมาสวันคืนทำที่แขวงแลนายแขวงได้ลงชื่อประทับตราเปนหลักทรัพย์ตามพระราชกำหนดกฎหมายแล้ว ห้ามมิให้โรงศาลรับไว้พิจารณา
มาตรา๑๑ถ้าผู้ใดมีอาสน จะขอทำหนังสือสารกรมธรรม์ขายตัวเปนทาษสินไถ่ท่านต่อหน้านายแขวง ให้นายแขวงพิจารณาดูไต่สวนดูจนกระหนักว่าเปนคนเกิดก่อนหรือภายหลังวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ ถ้านายแขวงมีเหตุผลควรสงไสยว่าเปนคนเกิดภายหลังวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ แล้ว ให้บังคับให้ผู้จะขายตัวนั้นนำพยานผู้ซึ่งรู้เห็นว่าผู้นั้นเกิดก่อนวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ มาสาบาลตัวไม่น้อยกว่า ๒ คนรับรองว่าผู้จะเปนทาษนั้นเปนคนเกิดก่อนวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ แล้วจึงให้นายแขวงทำสารกรมธรรม์ให้ ถ้ามิฉนั้น ห้ามมิให้นายแขวงทำสารกรมธรรม์ให้ขายตัวกันเปนทาษ
มาตรา๑๒ถ้าบิดามารดาญาติผู้ใหญ่จะนำบุตรหลานเอาไปขายเปนทาษสินไถ่ใส่ชื่อในสารกรมธรรม์ ต้องให้มันเรือนตัวเบี้ยรู้เห็นลงกำแหงแก่งใดเขียนชื่อไว้ในสารกรมธรรม์เปนสำคัญ จึงเปนสิทธิ์ได้แก่เจ้าเงิน ถ้าตัวเบี้ยมิรู้เห็นไม่ได้ลงกำแหงแก่งใดหรือไม่ได้เขียนชื่อด้วยลายมือเองเปนสำคัญ อย่าให้นับว่าเปนทาษ
มาตรา๑๓ถ้าผู้มีทรัพย์รับช่วยไถ่คนซึ่งเกิดภายหลังวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ นั้นมาเปนทาษ มิได้เปนสิทธิ์แก่เจ้าสินโดยพระราชบัญญัติ ถึงกรมธรรม์มีศุภมาศวันคืน ชื่อตัวเบี้ย จำนวนเงิน ประการใด ตัวเบี้ยจะไปจากเจ้าเบี้ยนายเงินได้ตามลำพังใจ เจ้าเบี้ยนายเงินจะตามกุมเกาะมาว่ากล่าวไม่ได้ เงินค่าตัวเปนพับแก่เจ้าเบี้ยนายเงินโดยโทษล่วงพระราชกฤษฎีกา
มาตรา๑๔บรรดาพระราชกำหนดกฎหมายเก่าทั้งปวงว่าด้วยเรื่องทาษซึ่งไม่ขัดด้วยพระราชบัญญัตินี้ใช้อยู่เท่าใด ก็ให้นำมาใช้พร้อมกันวันที่ได้ใช้พระราชบัญญัตินี้ทั้งนั้น
มาตรา๑๕ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยออกข้อบังคับแลแบบแผนสำหรับใช้ในการทำสารกรมธรรม์ทาษแลทำบาญชีทาษตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าได้ออกข้อบังคับแลแบบแผนอย่างใด เมื่อได้ประกาศโฆษณาการให้มหาชนทราบทั่วกันในหนังสือพิมพ์ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ถือแลใช้เปนส่วนของพระราชบัญญัตินี้
มาตรา๑๖ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเปนเจ้าน่าที่จัดการรักษาให้เปนไปตามพระราชบัญญัตินี้จงทุกประการ
ประกาศมาณวันที่ ๒๑ มิถุนายน รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ ฤๅเปนวันที่ ๑๑๕๔๕ ในรัชกาลปัตยุบันนี้