ประชุมจดหมายเหตุ สมัยอยุธยา ภาค 1/การปกครอง

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สารบัญ
  1. พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้นายพรหมฯ เมื่อปีมะแม พ.ศ. 2031 ในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (จารึกลานทอง ม.ศ. 1410)
  2. พระราชทานบรรดาศักดิ์ฝ่ายในให้แม่นางเกื้อฯ เมื่อปีขาล พ.ศ. 2037 ในรัชสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (จารึกลานทองในพระมหาสถูปองค์กลาง วัดพระศรีสรรเพชญ์)
  3. ตำราหน้าที่มหาดเล็ก · รูป
  4. ตำราหน้าที่ชาวที่
  5. กะบวรแผนที่แห่เสด็จพรราชตำเนิรพยุหบาตราทรงช้างขึ้นพระพุทธิบาทณวันศุกร์ แรม 13 ค่ำ เดือน 5 จุลศักราช 1038 ปีมะโรง อัฐศก (พ.ศ. 2219)
  6. กบวนแผนที่แห่เสดจพระราชดำเนิรทรงม้าลงมาแต่พระพุทธบาทณวันศุกร์ แรม 13 ค่ำ เดือน 5 จุลศักราช 1038 ปีมโรง อัษฐศก (พ.ศ. 2219)
  7. ตำราหน้าที่ตำรวจ · รูป 1, 2, 3
  8. ตำราหน้าที่กรมวัง

ให้นายพรหมเป็นที่ขุนอินทากรเมื่อปีมะแม
พ.ศ. ๒๐๓๑ ในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ


ศุภมัสดุ ๑๔๑๐ ศก มมีนักสัตร ปัญจมีเกดศราวณ จันทวาร ศุภมหุดดี มานบันทูลพระราชโองการ.........พระพรประสิทธิ ขุนอินทากร นามกรอวย นายพรหม นาม[1]

คำแปล – ศุภมัสดุ มหาศักราช ๑๔๑๐ ศก มะแมนักษัตร์[2] ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๙ วันจันทร์ มีบัณฑูรพระราชโองการ.........พระพรประสิทธินามกรให้เป็นที่ขุนอินทากร นามเดิม นายพรหม

ให้แม่นางเกื้อเลื่อนขึ้นเป็นแม่นางมงคลเทวีศรีพระแก้ว
เมื่อปีขาล พ.ศ. ๒๐๓๗ ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒


ศุภมัศดุ ๑๔๑๖ ศก ขาลนักษัตร ทวาทศีเกิดไวสาขยพุธวาร ศุภมุหูรต มานบัณฑูรวฺระราชโองการ สมเดจบวิตร วระ[3] วรประสิทธิ แม่นางมงคลเทวีศรีวฺระแก้ว นามกรโอย แม่นางเกื้อ นาม[4]

คำแปล – ศุภมัศดุ มหาศักราช ๑๔๑๖ ศก ขาลนักษัตร ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๖ วันพุธ ศุภมหุรดิฤกษ์ มีบัณฑูรพระราชโองการสมเด็จบพิตรพระพรประสิทธิ์ให้นามกรแก่แม่นางมงคลเทวีศรีพระแก้ว นามเดิม แม่นางเกื้อ

ตำราหน้าที่มหาดเล็ก

 ๏ วัน + ๑๐ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๒ ปีชวด โทศก พญาตรมาส่งแผนที่หย่างกบวรแห่เสดจพระราชดำเนิรธรงม้ามาให้อาลักษณจำลอง ข้าพระพุทธิเจ้า นายสน
นายถี
อาลักษณ ชุบรง นายบุญคง
นายเชด
อาลักษณ ทานตามฉบับแล้ว ฯ+๛
กระบวนม้าเสด็จกลับจากพระพุทธบาท จ.ศ. 1038

๏ ม้าพระหลวงขุนหมื่น แลม้าใช้ ม้านำ แห่หน้า ๑๙ ม้าพญาพระหลวงขุน แลม้าหัวพันมหาดไทย แลม้าใช้หลัง ๓๓ ม้าศริย ม้าแห่หน้าหลัง ๕๒ ม้า ม้าแขกทหาร ๑๐ ม้า ถ้าเอาตามหย่างพยู่หบาตตรา ม้าแซงตำรวจในขวา ๒๒ ม้า ม้าแซงตำรวจในซ้าย ๒๒ ม้า ม้าแซงตำวจนอกขวา ๒๒ ม้า ม้าแซงตำรวจนอกซ้าย ๒๒ ม้า ะ

ม้าเกราะทอง ม้าอาษา แลม้าทิศฝ่ายขวา ๑๕๐ ม้า ม้าเกราะทอง ม้าอาษา แลม้าทิศฝ่ายซ้าย ๑๕๐ ม้า ศริยม้าแหหน้าหลังแซงซ้ายขวา ถ้าเตมจำนวน ๔๕๐ ม้า

 ๏ วัน ๑๓ คำ มโรง อัษฐศก เสดจพระราชดำเนิรอยู่ณพระตำหนักธารเกษม ธรงพระกรรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าหมื่นศรีศวรรักษเขียนหย่างกระบวรตั้งม้านี้ แลให้ถายลงสมุดนี้ให้ทันในวันเถลิงศกแต่ในกลางคืนนั้นแลรุ่งในวัน ๑๔ ค่ำ เจ้าหมื่นศรีศวรรักษเอาอย่างนี้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย แลธรงพระกรุณาฯ สั่งว่า ให้ยกแต่ม้าสมุหนายกแลสมุหพระกระลาโหมออกเสียแลกว่านั้นให้เอาตามหย่างนี้ แลระยะเดินนั้นให้ไกลกันแต่ ๖ ศอก ๗ ศอก แลให้ชาวม้า ขวา
ซ้าย
ทั้งปวงมาลอกเอาหย่างกบวรแผนที่ตั้งม้านี้จงทุกกอง แลออกหลวงมหามนตรี ออกหลวงอีนทเดชะ ลอกแล้ว แลเสมิยรม้าต้น ขวา
ซ้าย
พญาวิไชยมนตรี ขุนรามอัศดอร ขุนภาชีชาติ ขุนอาชาไนย ขุนไกรพลแมน หมื่นราชนนทแสน มาลอกเอาหย่างนี้ณษาลาลูกขุนธารกระเษม ขุนโจม ขุนสท้าน ขุนราชศักดี ขุนนครไชย มาดูหย่าง ๚ ๚ จบกบวรม้าพยูหบาตตราเท่านี้ ๚ ๚๛

๏ วัน + ค่ำ มแม สับตศก เสดจพระราชดำเนิรขึ้นไปนมัสการพระพุทธบาท นักเสดจขึ้นไปตามเสดจด้วย แลม้าต้นพระที่นั่งฝ่ายขวาเกนขึ้นไปตามเสดจพรราชดำเนิร ๑๓ ม้า แลครั้นถึงพระตำหนักท่าเจ้าสนุก แลมีรับสั่งให้ล่วงม้าต้นพระที่นั่งซ้ายขวาขึ้นมาผูกรับเสดจพระราชดำเนิรณทุ่งบ้านใหม่ ม้าต้นพระที่นั่งฝ่ายซ้ายขวาผูกเครื่องพระที่นั่งรับเสดจพระราชดำเนิร ๒ ม้า ในนี้ ม้าต้นผูกแซม ๓๐๒ ผูกอานต้นพระที่นั่งถมราชาวดีกันชิบพานหน้าซองหางเครื่องแก้วกุดั่นทองม้า ๑ ม้าต้นผู้แซม ๒๑๘ ผูกหมอนต้นพระที่นั่งพระมหาเนาวะรัตนสีตวัหมอน แลมีกหมอนพื้นกำมหยี่แดงปักเทศม้า ๑ ๚๛

๏ ผู้คุมม้าแลคุมเครื่องขึ้นมาผูกรับเสดจ ๚๛

ตำราหน้าที่ตำรวจ

ตำราหน้าที่ตำรวจ

ตำราหน้าที่ตำรวจ



อย่างธรรมเนียมแต่ก่อน ราชการกรมวัง เจ้ากรมปลัดกรมตัวสีราชมันตำรวจให้ผลัดเปลี่ยนกันเข้าเวรประจำซองรับราชการข้อรับสั่ง ถ้ามีการสงครามแลข้าศึกยกเข้ามาในขอบขัณฑสีมา เสด็จไปประทับแรมดุจหนึ่งพระพุทธบาทเมืองลพบุรีนั้น เพลาค่ำ ให้นอนระดมประจำซองทั้งเวร ๔ ถ้าเสด็จอยู่กรุงก็ดี มีที่เสด็จไปประทับร้อนแรมอยู่แห่งใดก็ดี ถ้าเสด็จทรงพระราชยาน ทรงพระเสลี่ยง ทรงวอ ทรงรถ ไปข้างหน้าข้างใน เป็นพนักงานชาววังได้เคียง ถ้าทรงตรัสประการใดมิได้จำเพาะชื่อในพระราชวัง เป็นพนักงาน...(หมดฉบับที่มีในหอสมุดแต่เท่านี้)


  1. สำเนาจารึกลานทอง เก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
  2. พุทธศักราช ๒๐๓๑ ควรเป็นปีวอก แต่ตามนี้เป็นปีมะแมเป็นการนับปีตามชาวลังกาสิงหล
  3. หมายเหตุ – จารึกนี้ยังนิยมใช้ ว แทน พ ตามแบบจารึกภาษาไทย หลักที่ ๒๒ ถ้ำฤษีเขางู ราชบุรี
  4. สำเนาจารึกลานทองในพระมหาสถุปองค์กลาง วัดพระศรีสรรเพชญ พระนครศรีอยุธยา