ประชุมจดหมายเหตุ สมัยอยุธยา ภาค 1/ทางพระราชไมตรีและการค้าขาย

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สารบัญ
  1. คำจาฤกที่พระเจดีย์ศรีสองรักษ์เมืองด่านซ้าย (จารึกวัดพระธาตุศรีสองรัก) · รูป
  2. เอกสารเกี่ยวกับเดนมาร์ก
    1. หนังสือออกพระจอมเมืองศรีราชโกษา กรมการเมืองตะนาวศรี ลงวันจันทร์ แรม 9 ค่ำ เดือนอ้าย ปีระกา ตรีนิศก จ.ศ. 983 (พ.ศ. 2164) · รูป
    2. หนังสือออกพระจอมเมืองศรีราชโกษา กรมการเมืองตะนาวศรี ลงปีระกา ตรีนิศก จ.ศ. 983 (พ.ศ. 2164) · รูป
    3. หนังสือออกญาไชยาธิบดี ผู้สำเร็จราชการเมืองตะนาวศรี ลงวันศุกร์ แรม 13 ค่ำ เดือนอ้าย ปีระกา ตรีนิศก จ.ศ. 983 (พ.ศ. 2164) · รูป
    4. หนังสือโต้ตอบระหว่างพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ ลงวันที่ 14–21 ธันวาคม ร.ศ. 128 (พ.ศ. 2452)
  3. สัญญาไทย–ฝรั่งเศสครั้งสมเด็จพระนารายณ์ แลหนังสือออกพระวิสูตรสุนทร
    1. หนังสือสัญญาสยามกับฝรั่งเศส ทำที่เมืองลพบุรี ในวันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือนอ้าย ปีเถาะ นพศก จ.ศ. 1049 (พ.ศ. 2231) · รูป
    2. หนังสือออกพระวิสูตรสุนทร ลงวันพุธ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปีเถาะ นพศก จ.ศ. 1049 (พ.ศ. 2231) ฉบับที่ 1 · รูป
    3. หนังสือออกพระวิสูตรสุนทร ลงวันพุธ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปีเถาะ นพศก จ.ศ. 1049 (พ.ศ. 2231) ฉบับที่ 2 · รูป
  4. จดหมายเหตุสมัยกรุงศรีอยุธยา ว่าด้วยทูตสยามออกไปเจริญทางพระราชไมตรีกับกรุงโรม เฝ้าโปปอินโนเซนต์ที่ 11 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม จ.ศ. 1050 (พ.ศ. 2231)

ว่าด้วยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ กับพระไชยเชษฐา พระเจ้า
กรุงศรีสัตนาคนะหุต ทำพิธีปักปันเขตรแดนกันเมื่อปีวอก โทศก
จุลศักราช ๙๒๒ พ.ศ. ๒๑๐๓ สอบกับเรื่องราวในหนังสือพระราช–
พงษาวดารในเวลานั้น พระเจ้าหงษาวดีตะเบงชะเวตี้ได้ยกเข้ามาตี
กรุงศรีอยุธยาแล้วหลายปี เป็นเวลากรุงศรีอยุธยาว่างการสงคราม
เปนเวลากำลังพระเจ้าหงษาวดีบุเรงนองปราบปรามข้าศึกทางเมือง
พม่ารามัญอีก ๓ ปี ต่อปีกุญ เบญจศก จุลศักราช ๙๒๕ พ.ศ. ๒๑๐๖
สมเด็จพระเจ้าหงษาวดีบุเรงนองจึงยกกองทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา
คราวขอช้างเผือก

๏ นมามิ รัตนัต์เตยยํ สัพสิทธิ์สวัสดีจักกล่าวตำนานศิลาเหล็ก พระยาธรรมมิกะราชตั้งแต่ศุภมสันตุ(มหา)ศักราชอติเรกได้ ๑๔๘๒[1] โทศก ปีวอก อตีตะวรพุทธสาสนาตั้งแต่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่นิระพานไปแล้วได้ ๒๑๐๓ ปี จึงมีพระมหากระษัตราธิราชเจ้า ๒ พระองค์ ทรงนามกรชื่อว่า พระยาธรรมมิกราช ๑ ตน เปนอาชญในเมืองจันทบุรีศรีสัตนาคนะหุตมหานครบวรณราชธานี แต่นั้นยังมีพระมหากษัตริย์เอกองค์ ๑ ชื่อว่า มหาจักรวรติตถวรราชาธิราช ตนเปนอาชญในเมืองกรุงศรีอโยธิยามหาดิลกนพรัตนบุรีศรีมหานครบวรณราชธานีบุรีเลิงรม[2] พรหมจารีศรีมหากระษัตริย์เจ้าทั้ง ๒ ก็จริงปองหิตะประโยชน์สบถต่อกัน

ครั้นตั้งคำต่อพระสาสนาพระตถาคตเจ้าเท่า ๕๐๐๐ พระวษา ก็จิงตั้งเมตาไมตรีจิตรคิดให้เปนประโยชน์แก่แผ่นดินทั้ง ๒ คือ คองผารบ[3] ในธรรมหนักหนา ก็จึงใช้ราชาอำมาตย์ไปถึงมหาอุปราชาเจ้าทั้ง ๒ ให้นำคองคระดี[4] ไมตรีทำปรมัถศุขเปนอันยิ่ง จิงพร้อมกันทั้ง ๒ กระษัตริย์ให้ไปนิมนต์เอาพระสงฆ์เจ้าตนทรงศีลอันบริสุทธิตนชื่อว่า พระมหาอุบาลี ตน ๑ แล้วจิงนิมนต์พระอริยะกะสป ตน ๑ แล้วจิงนิมนต์พระมหาธรรมเสนาปัติ ตน ๑ แล้วจิงนิมนต์พระพุทธวิลาศมหาเถร ตน ๑ แล้วจึงนิมนต์พระธรรมรังษีมหาเถร ตน ๑ แล้วจึงนิมนต์พระวิริยาธิกมุนี ตน ๑ พระสงฆ์เจ้าทั้ง ๗[5] ตนนี้มีลูกษิษย์บัวรบัด[6] ๑๐ ตนซูตนแล

พระสงฆ์เจ้าอันอยู่ฝ่ายกรุงศรีอโยธิยาตน ๑ ชื่อว่า พระครูบรมจาริยะ ตน ๑ ชื่อว่า พระอริยะมุนี ตน ๑ มีพระศีลวิสุทธอุตมเปนเค้าเปนประธาน แลมีพระครูสุเมธารุจิวิญญา ตน ๑ มีมหาสธรรมมาตุลย ตน ๑ มีมหาพรหมสาล ตน ๑ มีมหาราชมุนี ตน ๑ แลพระสงฆ์เจ้า ๗ คนนี้มีลูกศิษย์บัวรบัด[6] ๑๐ ตนซูตนแล มหาอำมาตย์ฝ่ายกรุงศรีสัตนาคบุรี คือ องค์จันทประสิทธิราชภักดี หมื่นอุปนารีลูกเมีย พร้อมกันสำฤทธิ์ไมตรีรักแพงกันกับมหาอำมาตย์ฝ่ายกรุงศรีอโยธิยามหาดิลกนพรัตนมหานคร ก็พร้อมกัน ครั้นพระสงฆ์แลอำมาตย์ทั้ง ๒ ก็หมายมาชุมนุมกันในที่จะหล่อน้ำสัจจา พระสงฆ์ผู้ทรงศีลบริสุทธิแลหลวงราชามหาอำมาตย์ก็เอาน้ำสัจะในกระออมแก้วแห่งมหากษัตริย์เจ้าทั้ง ๒ เจือกันเปนกระออมแก้วอันเดียวกัน แล้วจิงเอาน้ำในเมืองหงษาในกระออมทองแห่งพระมหากษัตริย์ทั้ง ๒ เจือกันเปนกระออมทองอันเดียวกัน แล้วจิงเอาน้ำกระพังจาในกระออมแห่งมหาอุปราชเจ้าทั้ง ๒ เจือกันเปนกระออมน้ำอันเดียวกัน แล้วจึงเอาน้ำในกระออมแก้วแล้วเอาน้ำในกระออมเงินแห่งมหาอำมาตย์ทั้ง ๒ เจือกันเปนกระออมเงินอันเดียวกัน แล้วให้อ่านสัตยาธิษฐานว่าดังนี้

สมเด็จพระมหากษัตริย์เจ้ากรุงศรีสัตนาค สมเด็จพระมหากษัตริย์เจ้ากรุงศรีอโยธิยามหาดิลก จิงมีพระราชวงษาสองพระองค์ จิงจา[7] กับนางให้เปนพระราชไมตรีโดยบุพประเวณีเพื่อจะสืบเชื้อ คือ สุริยวงษา และญาติวงษาพันธุมิตอุสารัมมาเพื่อจัดให้เป็นบรมศุขสวัสดี เปนประโยชน์แก่สมณพราหมณาจาริย์เจ้าชาวประชาราษฎรทั้งหลายกราบต่อเท่าถ้วนกัปอันนี้ เปนเค้าเปนประธานสาคดีในมหาปัตถพีคีรัตในห้อมห้วยภูเขาลกลสีลวํถ[8] ขอจงเปนเอกสิมาปริมณฑลอันเดียวกันเกลี้ยงกลมงามมณฑลเท่าพงษ์พันธุ ลูกเต้าหลานเหลนอย่าได้ชิงช่วงด่านแดนแสนหญ้า อย่าได้กระทำโลภเลี้ยวแก่กัน จนเท่าเสี้ยงพระอาทิตย์ พระจันทร์เจ้าตกลงมาอยู่เหนือแผ่นดินอันนี้เทอญ

ครั้นอ่านสัจอธิษฐานทั้งสองฝ่ายแล้ว พระสงฆ์แลอำมาตย์ทั้ง ๒ ฝ่ายก็หลั่งน้ำสัจในมหาปัตถพี แม้นสงฆ์ทั้ง ๒ ฝ่ายกระษัตริย์ก็มีใจภิรมย์ชมชื่นยินดี มีเสน่หาไมตรีรักแพง[9] กัน เท่าเสี้ยงมหาปัตถพีพุทธันดรกัป ๑ แล้วบ่มิให้กระทำโลภเลี้ยวแก่กันเลย ตั้งแต่วันกระทำสร้างแปลงอุทิศเจดีย์ศรีมหาธาตุ ให้เปนเอกสิมาอันเดียวกันไว้ให้เปนหลักด่านตั้งแต่หลักด่านนี้ไปน้ำของ[10] แลไปน้ำน่าน[11] กึ่งกันนี้แล น้ำของแลน้ำน่านก็ปันแดนกัน โคกไม้ติดกันนี้แล แรกกระทำสร้างแปลงอุทิศเจดีย์ศรีสองรักษ์เจ้า สร้างปีวอก โทศก เถิงปีกุญ เบญศก[12] เดือน ๖ ขึ้น ๑๔ ค่ำ พ่ำว่า ได้จิตฤกษ์ราษี พระอาทิตย์สถิตย์สิงหริราช[13]มีพระมหาอุปราชเจ้าทั้ง ๒ พระยาพันหัวเมืองมันทมุขแสนหมื่นชุมนุมกันในอนาสันทสิมาสองรักษ ถึงเดือน ๖ เพ็ญวันพฤหัศบดี ก็เสี้ยงแล้วบรบวร พระพฤหัศบดีสถิตย์รื้อมังกรราษี พระอาทิตย์สถิตย์สิงหราษี[13] พระจันทร์สถิตย์ดุลราษี พระอังคารสถิตย์กุมภราษี พระพุฒสถิตย์เมษราษี พระพฤหัศบดี พระเสาร์ สถิตย์เมถุนราษี พระศุกร์สถิตย์มินราษี พระราหูสถิตย์มังกรราษี พระลักขณาสถิตย์เมถุนราษี พอเมื่อแล้ว จดนาฬิกาบาทสัญญา ๔ เล่ม[14] มีคณะสงฆ์มหานาคแลสงฆ์ฝ่ายกรุงศรีสัตนาค คือ สมเด็จพระสังฆราชาเปนเค้าเปนประธาน คือ พญาวัตตมหาสุวรรณคูหา ตน ๑ มหันตญาณวชิณะราษีสากยสงฆ์ทั้งหลาย แลพระมหาอุปราชราชศรีวิภักดี พระเวียงอรหัตตระญาน พญาพลเทศนายก เจ้าทิพมณฑา เจ้าศรียศสเถียร อันพญามหานามหมื่น ๓ แสน ๓ หมื่นเจ้าขุนหมื่นขุนแสนทั้งหลาย พระสงฆ์ฝ่ายกรุงศรีอโยธิยา คือ สมเด็จพระสังฆราชาธิปัติ พระสังฆ์นายก คือ พระอริยะกะสป คือ พระธรรมโคตมมุนี คือ พระอริยวงษา คือ พระมหานพภะมภาหุ คือ พระครูบรมจริยะ แลพระมหากระษัตริย์เจ้าทั้ง ๒ พระองค์ จิงปราถนาเปนพระยาพันธุมิต สมเด็จบพิตพระเจ้ากรุงพระนครศรีอโยธิยามหาดิลกกล่าวแต่อรรคชายาแก่พระรัตนบุตถธิราชเจ้า กรุงพระมหานคร คือ กรุงนาคนะหุต สืบสุริยพันธุพงษาวรรณวงษาธิราช สมเด็จพระกระษัตริย์ลี้ลาจากอันสันทสิมาในวันศุกร์ เดือน ๖ แรมค่ำ ๑ ก็แล้วนาฬิกา ๓ บาท เสด็จไปยังพระนครจันทบุรี คือ กรุงนาคนะหุตมหานครปฐมจธรรมสมันตา[15]

เจดีย์ศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

อนุญาตให้พ่อค้าเดนมาร์คเข้ามาค้าขายยังประเทศไทย
วัน ระกา ตรีศก จ.ศ. ๙๘๓

  1. หนังสือออกพระจอมเมืองศรีราชโกษา ออกหลวงจีนดาราชยุะกบัตร[16]
  2. มาเถิงเรฎ่ดีล่มาส[17] ดว้ยกาปีดตนักราเปรา[18] ดีลมาศ นำเอาส่เพา
  3. ลำนืงเข้ามาซือขายยังท่าเมืองตร่เน่าวศรีม่หาณ่คร แลพ่ณ่
  4. หัวเจ้าท่าน ออกญาไชยาทีบดีศริร่นรงค่ฤไชยอ่ภยพิริยบ่รากรํมภา
  5. หุะ ท่านออกญาตรเนาวศรีมหาณ่คร ก่ให้เลี้ยงดูกาปีดตนัก่รา
  6. เปราดีล่มาศ แลฝารงัผู้มาทงัปวง แลให้กาปีดตนักราเปราดีลมาศ
  7. ซือขายเปนสุดวก[19] ซืงจงักอบ[20] แลริดชา[21] บันดาไดแก่พ่ณ่หัวเจ้า
  8. ท่าน แลริดชาบันดาไดแก่พระหลวงหัวเมืองแลกรํมการยตามทำเนียม
  9. นนั พ่ณ่หัวเจ้าท่านกให้ยกไว้แก่กาปิดตนักราเปราดีลมาศ แลพ่ณ่
  10. หัวเจ้าท่านกให้แตงเส่เบียงการอาหารกนักีนให้แก่การปิตตัน
  11. ก่ราเปราดีลมาศแลฝารังท่หารผู้ทังปวงเลา อ่นืง กีดจ[22] ศุกทุกก่า
  12. ปิดตนักราเปราดีลมาศซืงจปราถ่หน้านนั พ่ณ่หัวเจ้าท่านกให้พระหลวง
  13. หัวเมืองสำเมรศ[23] การซืงกาปิดตันก่ราเปราดีลมาศปราถ่หน้านนัเส่รด[24]
  14. ทุกปร่การ อ่นืง แผนดินเมืองตร่เน่าวศริม่หาณ่คร แลแผนดินเมืองดีล
  15. มาศไส้ เปนแผนดีนเดียวแลว แลฃอเรฎ่ดีลมาศให้กาปิดตนักราเปรา
  16. ดีลมาศแลลูกคาทงัปวงให้ไปมาซือขายอยาไดขาด(มอลสุม แลขอ)
  17. บอกมาให้ชราบ[25] ในวันจันทร เดือนอาย แรมเก้าคำ ร่กา ตรีนิศก[26]

หนังสือออกพระจอมเมืองศรีราชโกษา กรมการเมืองตะนาวศรี ลงวันจันทร์ แรม 9 ค่ำ เดือนอ้าย ปีระกา จ.ศ. 983 (พ.ศ. 2164)

อนุญาตให้พ่อค้าเดนมาร์คเข้ามาค้าขายยังประเทศไทย
(ต้นฉบับขาด)


๑.
หนังสือออกพระจอมเมืองศิรราชโกษา[27]
....................................................................................................................................................................................................................................................
๒.
ดีลรามาศ ด้วยกาปิดตนักราเปราดี(ลรามาศ)
....................................................................................................................................................................................................................................................
๓.
เมืองตร่เน่าวศริม่หาน่ครซืงมีพ่ณ่(หัว)
....................................................................................................................................................................................................................................................
๔.
อ่ภยพิริยบ่รากร่มภาหุะท่านออก(ญา)
....................................................................................................................................................................................................................................................
๕.
ตนัการาเปราดีลมาศแลท่หาร
....................................................................................................................................................................................................................................................
๖.
(ดีล)รามาศซือขายเปนอันสุดวกซืง
....................................................................................................................................................................................................................................................
๗.
หลวงหวัเมืองแลกรมการตามทำ(เนียม)
....................................................................................................................................................................................................................................................
๘.
ปิดตันกราเปราดีลรามาศแลพ่(ณ่)
....................................................................................................................................................................................................................................................
๙.
กนักีนให้แก่กาปิดตนัการา(เปรา)
....................................................................................................................................................................................................................................................
๑๐.
นนัเลาอ่นืงกีดจศุกทุกกา(ปิดตัน)
....................................................................................................................................................................................................................................................
๑๑.
นนัพ่ณ่หัวเจ้าท่านกให้(พระ)
....................................................................................................................................................................................................................................................
๑๒.
การาเปราดีลรามาศปร(า)ถ่หน้านนั
....................................................................................................................................................................................................................................................

หนังสือออกพระจอมเมืองศรีราชโกษา กรมการเมืองตะนาวศรี ลงปีระกา จ.ศ. 983 (พ.ศ. 2164)

อนุญาตให้พ่อค้าเดนมาร์คเข้ามาค้าขายยังประเทศไทย


  1. อักษรบ่วอรวรคาถาออกญาไชยาทีบดีศรีรณรงคฦๅไชยอ่ภยพีรียบ่รากรํม
  2. ภาหุะ ออกญาตรเนาวศรีมหาณคอร มาเถืงเรธอธีลมาศ ดว้ยมีพระ
  3. ราชกำหนดออกมาไว้ในเมืองตรเนาวศรืมหาณคอร ในลักษพระราชกำ
  4. หนดน่นัว่า ถ้าลูกค้าตางประเทศเข้ามาซื้อขายยงัท่าเมีองตรเนาวศรีม่
  5. หาณคอร ซี้อขายแล้วแลจ่คืนออกไปเล่ากตาม ถ้าแลจะเข้าไปซือขาย
  6. เถืงกรุงพระม่หาณคอรทวาราวดีศรีอ่ยุทยากตาม เวลาแลให้ซื
  7. ขายจงส่ดวก ญ่าให้แค้นเคืองใด้ เมียงอ่ธีลมาศแลเมีองตรเน่าว
  8. ศรืมหาณคอรปูรานราชปรเวณี้แต่ก่อน แลลูกค้าในเมีองอ่ธีลมาศ
  9. จใด้ไปเถืงแว้นแคว้นขันธ่เสมาแห่งเมีองตรเน่าวศรืมหานคอร
  10. ไส้ ก่ย่งัไปเถืง ครังนี้ เรธอ่ธีลมาศคืคค่วามสหนิดเสณหาจเปนไม
  11. ตรีด้วยเร่า แลให้กปีตตันก่ร่เบศอ่ธีลมาศนำก่ปนัลำนีงเข้ามา
  12. ยังท่าเมีองตรเนาวศรืมหานคอร แลก่ปิตันกรเบศอธีลมาศเรียน
  13. แก่เร่าว่า เรธอลธึลมาศอยู่สุกขสวัศดีะด้วยมุขยมนตีเสนาบดี
  14. ทังหลาย แลเมีองอ่ธีลมาศสุกขเสมเปรมปรชาน่น เร่ากญืนดีเถืง
  15. นักนา จืงเร่าก่ให้รับสู่เลี้ยงดูกปิดตันกรเบศอธีลมาศแลท่หารทัง
  16. ปวง แลเร่ากให้ซือขายตามปราถนาทุกประการ แลซืงเปนจังกอบใด้
  17. แก่เรา แลรีดบนัดาใด้แก่มุขยมนตรืตามทำเนียมใว้แตบูรานราชน่นั
  18. ก่ให้ลดแก่กปีดตันก่ร่เบศอธีมาศ เพราะจ่ไคร่เปนพันธ่มีตรส
  19. ห่นีดเสณหาดว้ยเรธอ่ธีลมาศสิ่งใด แลเมีองตรเนาวศรีม่หาณ่
  20. คอรแลเมีองอธีลมาศจเปนอนันืงอนัเดียว แลลูกค้าในเมืองอ่ธีล
  21. มาศจไปมาค้าขายในเมืองตรเนาวศรืม่หาณคอรมีขาด ใส้ไว้แล้วณ่
  22. บนัญาเรธอธีลมาศ อักษรมาวันศุกร เดีอนอาย้ แรมสีบสามค่ำ รกา ตรีนิศก[28]

หนังสือออกญาไชยาธิบดี ผู้สำเร็จราชการเมืองตะนาวศรี ลงวันศุกร์ แรม 13 ค่ำ เดือนอ้าย ปีระกา จ.ศ. 983 (พ.ศ. 2164)

วันที่ ๑๔ ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๘
ขอเดชะฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าฯ

ด้วยเรื่องที่ว่า ไทยได้ทำหนังสือสัญญากับเดนมารคแต่ครั้งกรุงเก่านั้น ได้สืบหาต้นหนังสือสัญญาที่ว่า มีอยู่ที่เมืองโคเปนเฮเคน มิสเตอร์แฮนเดอร์ซัน กุงสุลสยามที่เมืองโคเปนเฮเคน ได้เอาใจใส่ช่วยเปนธุระค้นต้นหนังสือนี้ได้ และได้ถ่ายรูปจำลองส่งมาเป็นหนังสือ ๓ ฉบับ คือ

ฉบับที่ ๑ ศุภอักษรออกยาไชยาธิบดีศรีณรงคฤๅไชยอภัยพิริยบรากรมพาหุ ออกยาตนาวศรีมหานคร ถึงเรธอธิลมาศ ฉบับที่ ๒ หนังสือออกพระจอมเมืองศรีราชโกษา ออกหลวงจินดาราช ยกกระบัตร ถึงเรธอธิลมาศ ฉบับที่ ๓ หนังสือออกพระจอมเมืองศรีราชโกษาถึงเรธอธิลมาศ

หนังสือทั้ง ๓ ฉบับนี้เขียนปีระกา ตรีนิศก ไม่มีศักราช แต่จุลศักราชคงเป็นปี ๙๘๓ ในแผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง

ใจความในหนังสือเรื่องนี้ว่า กัปตันกรเบศ เมืองอธิลมาศ นำกำปั่นมายังเมืองตะนาวศรี พระยาตะนาวศรีได้รับรองเลี้ยงดูและลดหย่อนจังกรอบฤๅชาให้ และบอกว่า ได้มีพระราชกำหนดยอมให้เรือลูกค้าต่างประเทศไปมาค้าขายได้

ศัพท์ภาษาฝรั่งที่ใช้ในหนังสือเรื่องนี้ ที่จะต้องสันนิษฐานมีอยู่ ๓ ศัพท์ คือ

๑. เรธ จะแปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน จากคำแลติน Rix คือจะแปลว่า ประเทศ จากคำเดนมารค Rig

๒. อธิลมาศ คำนี้จะต้องเป็น เดนมารค แต่จะเรียกอย่างสำเนียงใด หมอแฟรงค์[29] ก็ลา[30]

๓. กัปตันกรเบศ นี้ ได้ชื่อตามจดหมายเหตุเดนมารค คือ กัปตัน Roland Grappe

ข้าพระพุทธเจ้าได้ส่งใบจำลองหนังสือไทยทูลเกล้าฯ ถวายมาสำรับหนึ่ง ยังมีที่หอพระสมุดอีกหลายสำรับ

  • ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
  • ข้าพระพุทธเจ้า Signature of Prince Damrong (2).svg
  • ขอเดชะ
ที่ ๕/๑๓๙๐
วันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทร์ ๑๒๘
ถึง กรมหลวงดำรงราชานุภาพ

จดหมายลงวันที่ ๑๔ ส่งสำเนาหนังสือพระยาตะนาวศรีมีไปมากับพวกเดนมารค ซึ่งมิสเตอร์แฮนเดอซัน กงสุลสยามเมืองโคเปนเฮเกน จำลองส่งมานั้น ฉันมีความเห็นต่างแตกอยู่บางข้อ

หนังสือ ๓ ฉบับนั้น ฉบับหนึ่งเรียกว่า ศุภอักษร เห็นจะถูก หนังสือฉบับนี้เขียนออกไปจากในกรุง เป็นฝีมือเดียวกันกับที่เขียนวัดป่าโมกข์ อาลักษณ์เขียนที่ใช้ว่า อธิลมาศ จะเป็นการดัดถ้อยคำให้ครึคระขึ้นอย่างไรได้ฤๅไม่ เพราะเหตุด้วย

หนังสือพระจอมเมืองซึ่งเขียนลายมือธรรมดาแผ่นใหญ่นั้นเต็มฉบับ แผ่นเล็กเหลืออยู่เซี่ยวเดียว หายไปเสียสามเซี่ยว เนื้อความก็จะอย่างเดียวกัน ในหนังสือ ๒ ฉบับนี้เขียน ดิลมาค ทุกแห่ง เห็นว่า ในเรื่อง เดนมารค จะเรียก เดนมารค นั้นเอง เป็นแต่ในกรุงจะอวดดีครึคระไปเปล่า ๆ

เรธ ยังแลไม่เห็น เพราะเหตุที่ในหนังสือ ๒ ฉบับไม่มี

ข้อซึ่งสอบศักราชว่า เขียนปีระกา ตรีนิศก เดาว่า เปนศักราช ๙๘๓ ในแผ่นดินพระเจ้าปราสาททองนั้น ถ้าสอบด้วยพงศาวดารไทย ไม่มี ปีนั้นยังเป็นแผ่นดินพระเจ้าทรงธรรมอยู่ เว้นไว้แต่จะเอาศักราชฝรั่งสอบด้วยเรื่องที่ฝรั่งแต่ง เช่นนั้นอาจถูก แต่ฉันอยากจะเห็นอย่างหนึ่ง อยากจะเดาว่า ปีระกา ตรีนิศก จุลศักราช ๑๐๔๓ ปลายแผ่นดินพระนารายน์

การที่เดาเช่นนี้ เดาตามรูปลักษ์ณ์ของหนังสือ แต่ในการที่จะรู้แน่ ก็ไม่อยากอะไร เพราะหนังสือข้างเดนมารดเขาก็กล่าวว่า หนังสือทั้งนี้ได้มีไปเมื่อใด ศักราชฝรั่งเท่าใด จะสอบได้โดยง่าย

(พระปรมาภิไธย) Chulalongkorn signature (1).svg
หอสมุดวชิรญาณ
วันที่ ๑๘ ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๘
ขอเดชะฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าฯ

เรื่องศุภอักษรออกยาตะนาวศรีมีถึงเดนมารคนั้น เรื่องศักราช สอบในหนังสือเดนมารค ได้ความว่า คฤศต์ศักราช ๑๖๒๒ ตกเป็นจุลศักราช ๙๘๓ ปีระกา ตรีนิศก[31] ตรงกับที่ลงในศุภอักษร แต่ที่กราบทูลแต่ก่อนว่า แผ่นดินพระเจ้าปราสาททองนั้น เกิดพลาดไป ควรจะเป็นแผ่นดินพระเจ้าทรงธรรม สอบใหม่ได้ความดังนี้

  • ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
  • ข้าพระพุทธเจ้า Signature of Prince Damrong (2).svg
  • ขอเดชะ
ที่ ๖/๑๔๓๓
วันที่ ๒๑ ธันวาคม รัตนโกสินทร์ ๑๒๘
ถึง กรมหลวงดำรงราชานุภาพ

หนังสือเธอมีมาลงวันที่ ๑๘ เดือนนี้ เรื่องศักราชในศุภอักษรออกยาตะนาวศรีถึงเดนมารค ว่า ได้สอบหนังสือเดนมารคได้ความว่า คฤสต์ศักราช ๑๖๒๒ ตกเป็นจุลศักราช ๙๘๓ ปีระกา ตรีนิศก ตรงกับที่ลงในศุภอักษร ที่แต่ก่อนเธอว่า เป็นแผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง เพราะคิดพลาดไป ควรจะเป็นแผ่นดินพระเจ้าทรงธรรมนั้น ได้รับทราบแล้ว ถ้าเช่นนั้นก็เป็นถูกแล้ว การค้าขายรุ่งเรืองมาตั้งแต่ปลายแผ่นดินพระนเรศวรต่อเอกาทศรถ แผ่นดินพระเจ้าทรงธรรมนี้ไม่สู้แน่นัก น่ากลัวจะลงปีล่วงเข้าไปมาก การค้าขายกลับเศร้าเสียไปในปลายแผ่นดินพระเจ้าทรงธรรมแลปราสาททอง มากลับเฟื่องฟูในแผ่นดินพระนารายน์ จึงเป็นเหตุให้เป็นที่สรรเสริญเยินยอมาก.

(พระปรมาภิไธย) Chulalongkorn signature (1).svg



พระยาประสิทธิ์ศัลการ[32] เมื่อยังเป็นนายร้อยโท สะอาด ผู้ช่วย
ราชการทาหรราชทูตสยามในกรุงปารีส ได้คัดสำเนาหนังสือนี้จาก
หอสมุดของทหารเรือกรุงปารีสในคฤศตศักราช ๑๘๘๔ ตรงกับ
รัตนโกสินทรศก ๑๐๓ (พ.ศ. ๒๔๒๗ จ.ศ. ๑๒๔๖)
 ๑) สำเนาหนังสือสัญญาสยามกับฝรั่งเศส ทำที่เมืองลพบุรี
ในวันพุธ เดือนอ้าย ขึ้นแปดค่ำ พุทธศักราช ๒๒๓๑ ปีเถาะ นพศก
 ๒) สำเนาหนังสือออกพระวิสูตร์สุนทร ราชทูต ถึงท่านมูสู-
สิงแฬร เสนาบดี ลงวันพุธ เดือนแปด แรมสองค่ำ เถาะ นพศก
ศักราช ๒๒๓๑
 ๓) สำเนาหนังสือออกพระวิสูตร์สุนทร ถึงมูสูลายิ แลหนัง
สือนี้เขียนที่เมืองดาบในวันพุธ เดือนแปด แรมสองค่ำ ปีเถาะ นพศก
ศักราช ๒๒๓๑

สำเนา ออกญาพระเสด็จสุเรนทราธิบดีศรีศุบราชพิริยพาหุ ผู้ว่าราชการ ณ ที่โกษาธิบดี แลออกพระศรีพิพัทรัตนราชโกษา ฝ่ายสมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่ แลมูสูลาลูเบ แลมูสูสุปเรศ อิงวิยาโดรเอกโตรวิยาริ ฝ่ายสมเด็จพระมหากษัตราธิราชเจ้ากรุงฝรั่งษผู้ใหญ่ ทำหนังสือสัญญาแก่กันด้วยกิจของกุมบันหญีฝรั่งเษด ในนี้

๑. ข้อหนึ่ง สมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่พระราชทานแก่กุมบันหญีฝรั่งเษดที่แห่งหนึ่งใกล้ตึกซึ่งอยู่ทุกวันนี้ ฝ่าย ๑ ก่อตึกอยู่สำหรับซื้อขาย

 ข้อหนึ่ง สมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่พระราชทานให้กุมบันหญีซื้อขาย ณ จังหวักรุงศรีอยุธยา แลห้ามจำกอบขนอรแลริดชาทั้งปวงในนี้ ประการหนึ่ง ถ้าแลกุมบันหญีเอาสินค้าบรรทุกในกปั่นของกุมบันหญีเองก็ดี แลในกปั่นซึ่งเช่าระวางเข้ามาก็ดี ก็ให้ซื้อขายด้วยผู้ใด ๆ ตามภาษีของกุมบันหญี จะแนะนำให้ อย่าให้ผู้ใดห้ามปรามแลเอาข้อประการใดมาขัดขวาง ประการหนึ่ง ถ้าแลลูกค้าชาติใด ๆ เอาสินค้าเข้ามา แลกุมบันหญีจะต้องการ ก็ให้ซื้อขายตามใจเถิด แต่ว่าถ้าแลชาวคลังจะต้องการซื้อสินค้านั้นสำหรับราชการ ซึ่งลูกค้าทั้งปวงนอกกุมบันหญีเอาเข้ามานั้น แลกุมบันหญีต้องการสินค้านั้นอยู่ ก็ให้พนักงานข้างกุมบันหญีมาฟ้องเเก่เสนาบดีผู้เจ้าพนักงาน เมื่อแรกลูกค้านั้นเข้ามาถึง เสนาบดีก็จะสั่งแก่ชาวคลังให้แบ่งส่วนให้สมควรด้วยกิจของกุมบันหญี แลราคานั้นก็ให้เอาแต่เท่าทุนซึ่งซื้อแก่ลูกค้านั้น

ประการหนึ่ง ถ้าแลกุมบันหญีต้องการซื้อดีบุก ณ เมืองถลาง บางคลี แลงาช้าง แลช้าง แลดินประสิวขาว ดีบุกดำ หมากกรอก ฝาง ก็ให้ชาวคลังขายให้แต่ตามราคาซื้อขายแก่ลูกค้าทั้งปวง แลอย่าให้กุมบันหญีซื้อขายสินค้ามีชื่อทั้งนี้แก่ลูกค้าซึ่งมิได้ซื้อต่อชาวคลังนั้นเลย ด้วยสินค้านั้นเปนส่วยสาอากรของหลวง แลห้ามมิให้ผู้ใดขายนอกชาวคลังนั้นเลย

ประการหนึ่ง สินค้าซึ่งต้องห้ามนั้นในนี้ ดินประสิวขาว ดินประสิวดำ สุพรรนถัน แลปืน แลเครื่องสาตราอาวุธ ถ้าแลสมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่พระราชทานให้ซื้อไปมา จึงให้ซื้อไปมา ถ้าแลมิได้พระราชทานให้ซื้อไปมา ก็อย่าให้ซื้อไปมา ถ้าแลกุมบันหญีเอาเครื่องมีชื่อเข้ามา ก็ให้พนักงานข้างกุมบันหญียื่นสารบาญชีแก่เสนาบดี ถ้าแลจะต้องการสำหรับราชการ ก็ให้ข้าหลวงซื้อเอาไว้ก่อนคนทั้งปวง

ประการหนึ่ง หนัง ณ จังหวัดกรุงศรีอยุธยาฝ่ายเหนือฝ่ายใต้จนปากน้ำบางเจ้าพระยา สมเด็จพระมหากษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุทธาผู้ใหญ่พระราชทานให้กุมบันหญีวิลันดาซื้อ แลอย่าให้กุมบันหญีฝรั่งเษดซื้อขายในสินค้าอันนั้น ถ้าแลฝรั่งเษดไปอยู่ ณ เมืองใดนอกฝ่ายเหนือฝ่ายใต้จนปากน้ำบางเจ้าพระยา แลมีหนังจะซื้อขาย แลมิได้เอาเข้ามาในกรุงเทพฯ ก็ให้ซื้อขายเถิด

ประการหนึ่ง สมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่พระราชทานจำกอบขนอรแลริดชาทั้งปวงแก่กุมบันหญีฝรั่งเษดให้เข้าออกจงสะดวก อย่าให้ผู้ใดลงตรวจ แลให้แต่ยื่นหางว่าวสินค้าซึ่งบรรทุกมานั้นแก่เจ้าพนักงานในเมืองธนบุรี เเลเมื่อบรรทุกสินค้าจะออกไปนั้น ก็ให้ยื่นหางว่าวสินค้าซึ่งบรรทุกแก่เจ้าพนักงาน ณ กรุงเทพพระมหานคร แลเอาตราเบิกด่านสำหรับเข้าออกวางทุกครั้ง

๓. ข้อหนึ่ง ถ้าแลกุมบันหญีขายสินค้าแก่ลูกค้าผู้ใด ๆ ให้ไปจำหน่ายต่างเมือง เสียหายเป็นของกุมบันหญีเอง แลจำกอบสินค้าทั้งปวงนั้น สมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่พระราชทานให้ทั้งเข้าออก อย่าให้เจ้าเรียกเอาพนักงาน

๔. ข้อหนึ่ง ถ้ากุมบันหญีหากปั่นจะบรรทุกสินไปมาค้าขายต่างเมืองมิได้ แลเช่าระวางกปั่นของลูกค้าทั้งปวงไป สมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่พระราชทานดุจในข้อ ๒ ข้อ ๓ นั้น

๕. ข้อหนึ่ง ถ้าแลผู้ใดชื่อเป็นฝรั่งเษดแลชาติใด ๆ ชื่ออยู่ในบังคับกุมบันหญีเป็นความแก่กัน ก็ให้ผู้เป็นนายกุมบันหญีในเมืองนั้นแลมีกฎสมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงฝรั่งเษดสำหรับตัวนั้น ก็ให้ผู้นั้นบังคับความตามชอบธรรม ถ้าแลฝรั่งเษดผู้ใดซึ่งอยู่ในบังคับกุมบันหญีฟันแทงกันตาย แลข้อสิ่งใดซึ่งต้องอาญา ก็ให้ผู้เป็นนายกุมบันหญีจำตัวผู้ร้ายไว้ แลกฎหมายเอาเนื้อความแล้ว แลส่งกฎหมายแลตัวผู้ร้ายไปเมืองฝรั่งเษดให้ลงอาญาตามโทษนั้น

ประการหนึ่ง ถ้าแลฝรั่งเษดแลชาติใดซึ่งอยู่ในบังคับกุมบันหญีเป็นความต้องกระทรวงอาญาก็ดี แพ่งก็ดี ต่อฝรั่งเษดแลชาติใด ๆ ซึ่งมิได้อยู่ในบังคับกุมบันหญีก็ดี ถ้าแลฝรั่งเษดแลชาติใด ๆ ซึ่งมิได้อยู่ในบังคับกุมบันหญีเป็นความต้องการกระทรวงอาญาก็ดี แพ่งก็ดี ด้วยฝรั่งเษดแลชาติใด ๆ ซึ่งอยู่ในบังคับกุมบันหญีนั้น ตระลาการข้างกรุงเทพพระมหานครเป็นพนักงานจะพิจารณา แต่ว่ากิจนั้นต้องฝรั่งเษดอยู่ จึงสมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่พระราชทานให้ผู้เป็นนายกุมบันหญี แลถือกฏหมายสมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงฝรั่งษผู้ใหญ่สำหรับตัวในตำบลนั้น นั่งด้วยกระลาการพิจารณาความให้เป็นถ่องแท้ แต่ให้ผู้นั้นสบถต่อพระเจ้าว่า จะพิจารณาด้วยกระลาการให้จงชอบธรรม

๖. ข้อหนึ่ง สมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่พระราชทานให้กุมบันหญีฝรั่งเษดไปตั้งซื้อขายในเมืองถลาง บางคลี ก็ดี แลในจังหวัดที่นั้น แลห้ามจำกอบขนอรแลริดชาดุจในข้อ ๒ ข้อ ๓ แลพระราชทานให้ซื้อดีบุกในเมืองถลาง บางคลี ทั้งปวง แลห้ามมิให้ผู้อื่นผู้ใด ๆ ซื้อดีบุกนอกกุมบันหญีฝรั่งเษดนั้นได้ ถ้าแลผู้ใดลอบลักซื้อขายนอกกุมบันหญีฝรั่งเษดไซร้ ให้ริบเอาแลให้ทำเป็นสี่ส่วน ให้สองส่วนให้แก่ชาวคลังเป็นของหลวง ส่วนหนึ่งให้แก่ผู้โจทก์ ส่วนหนึ่งพระราชทานแก่กุมบันหญีฝรั่งเษด แลให้กุมบันหญีฝรั่งเษดเอาสินค้าตามต้องการ ณ เมืองนั้นไปขายจงอุดม อย่าให้ราษฎรชาวเมืองนั้นขาดสินค้าซึ่งต้องการนั้นได้ แลราคาสินค้าซึ่งกุมบันหญีจะซื้อก็ดี ราคาดีบุกซึ่งกุมบันหญีจะซื้อก็ดี ให้เจ้าเมือง แลกรมการ ผู้เฒ่าผู้แก่ แลกุมบันหญี นั่งด้วยกันว่าราคาสินค้าซึ่งกุมบันหญีจะขาย แลราคาดีบุกซึ่งกุมบันหญีจะซื้อนั้น ให้ว่าให้ขาดทีเดียว แลอย่าให้กุมบันหญีขึ้นลงราคาให้เป็นแค้นเคืองแก่ราษฎร ถ้าแลราคานั้นมิลงกัน ก็ให้บอกข้อซึ่งขัดสนนั้นเข้ามา แลสมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุทธยาผู้ใหญ่โปรดประการใด ก็ให้ทำตาม

ประการหนึ่ง ดีบุกส่วยษาอากร ณ เมืองถลางแลจังหวัดนั้น ก็ให้ชาวคลังเรียกเอาตามทำเนียม แลแต่ในเดือนสิบ ปีมะโรง สำฤทธิศก[33] ไปเมื่อหน้า อย่าให้ชาวคลังปลงดีบุกแก่ราษฎร ด้วยดีบุกนั้นมีพอกุมบันหญีฝรั่งเษดจะซื้อขาย

ประการหนึ่ง ถ้าแลกุมบันหญีฝรั่งเษดมิได้เอาสินค้าไปซื้อขายตามสัญญา แลราษฎรขาดสินค้า แลเอาดีบุกซื้อขายแก่ลูกค้าอื่น ก็อย่าให้เจ้าพนักงานริบเอาแก่ลูกค้าซึ่งซื้อขายดีบุกแก่กันนั้นเลย

๗. ข้อหนึ่งว่า ถ้าแลกุมบันหญีฝรั่งเษดจะต้องการไปตั้งตึกอยู่ซื้อขาย ณ หัวเมือง จังหวัด แลเมืองขึ้นณกรุงศรีอยุธยาไซร้ ก็ให้ฟ้อง[34] แก่เสนาบดีออกไปตั้งอยู่ซื้อขายเถิดดุจหนึ่งในข้อสอง ข้อสาม ข้อสี่ ข้อห้า นั้น ถ้าแลไปตั้งซื้อขาย ณ เมืองนครไซร้ ก็อย่าให้ซื้อขายดีบุก ด้วยพระราชทานให้กุมบันหญีวิลันดาซื้อดีบุก ณ เมืองนครดุจหนึ่งพระราชทานให้กุมบันหญีฝรั่งเษดซื้อขายพริกนั้น

๘. ข้อหนึ่งว่า ถ้ากปั่นของกุมบันหญีใหญ่ก็ดี น้อยก็ดี เสียในแว่นแคว้นซึ่งขึ้นกรุงศรีอยุธยา ก็ให้กุมบันหญีรับเอาเครื่องกปั่นแลสินค้าทั้งปวงนั้นไว้ แลอย่าให้เจ้าเมืองแลกรมการแลผู้ใด ๆ เก็บเอาไว้ แลให้กุมบันหญีฝรั่งเษดรักษาไว้เอง

๙. ข้อหนึ่งว่า สมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่พระราชทานให้เป็นอันขาดแล้วให้กุมบันหญีฝรั่งเษดไปตั้งอยู่ ณ เกาะแห่งใดซึ่งอยู่ใกล้เมืองมฤทิออกไปสิบโยชน์ แลให้ก่อตึก แลป้อม แลกำแพง พิทักษ์รักษาตกแต่งซึ่งชอบการของกุมบันหญีฝรั่งเษด แลกุมบันหญีฝรั่งเษดสัญญาต่อหน้าพระเป็นเจ้ามิถือตำบลนั้นให้เป็นเหตุแก่ราชการสมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่ประการใดได้ แลมิรับผู้เป็นสัตรูแผ่นดินเข้าออกในตำบลนั้น แลมิช่วยผู้เป็นสัตรูด้วยสิ่งใด ๆ เลย แลสมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่พระราชทานให้กุมบันหญีบังคับความแลเป็นเจ้าในเกาะนั้นเป็นอันขาดทีเดียว แลครั้นเขียนอย่าง[35] เกาะแลกว้างยาวเท่าใดเข้ามาแล้ว จะพระราชทานพระราชกำหนดสำหรับเกาะนั้นเป็นอันขาดทีเดียว

๑๐. ข้อหนึ่งว่า ถ้าฝรั่งเษดผู้ใด ๆ มีลูกเมียในจังหวัดกรุงศรีอยุธยาแลเมืองขึ้น แลฟ้องจะขอออกไปจากแผ่นดิน แลเงินทองของผู้ใด ๆ มิได้อยู่ แลมิได้เป็นถ้อยความด้วยผู้ใด ๆ ไซร้ สมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่พระราชทานให้ออกไปทั้งลูก แลเมีย แลทาส แลทรัพย์สิ่งของ ตามใจนั้นเถิด

๑๑. ข้อหนึ่งว่า ถ้าแลฝรั่งเษดซึ่งมาด้วยกปั่นของสมเด็จพระมหากระษัตรากรุงฝรั่งเษดผู้ใหญ่ก็ดี มาด้วยกปั่นของกุมบันหญีก็ดี มา ณ กรุงศรีอยุธยาก็ดี ณ เมืองขึ้นก็ดี อย่าให้เจ้าพนักงานชักชวนว่ากล่าวให้ละกปั่นนั้นเสีย ถ้าแลฝรั่งเษดซึ่งอยู่ ณ กปั่นสมพระมหากระษัตรกรุงฝรั่งเษตผู้ใหญ่ก็ดี ณ กปั่นกุมบันหญีก็ดี หนี ให้เจ้าพนักงานเสาะสางหามาส่งให้แก่นายกปั่น

๑๒. ข้อหนึ่งว่า หนังสือขุนพิพัทโกษาราชปหลัด แลมุงสูอูรเดลัน กับปิตันฝรั่งเษด สัญญาต่อกันด้วยพริกนั้นในเดือนสิบสอง ขึ้นเก้าค่ำ ศักราชพันสี่สิบห้า[36] คือ พุทศักราชสองพันสองร้อยยี่สิบเจ็ด สมเด็จพระมหากระษัตราธิราชเจ้ากรุงศรีอยุธยาผู้ใหญ่สั่งว่า ชอบแล้ว แลทรงพระกรุณาโปรดแก่กุมบันหญี ก็มีพระราชโองการดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งว่า ซึ่งจะริบเอาพริกแลไหมเอาแก่ผู้ลักลอบซื้อขายพริกนั้น ก็ให้ทำเป็นสี่ส่วน ในนี้ สองส่วนให้แก่เจ้าพนักงานเอาเป็นของหลวง แลส่วนหนึ่งให้แก่ผู้ส่อ แลส่วนหนึ่งพระราชทานแก่กุมบันหญีฝรั่งเษด

ประการหนึ่ง เพื่อจะให้ห้ามที่ซึ่งจะเป็นวิวาททุ่มเถียงในระหว่างชาวคลังแลกุมบันหญี ก็ให้เอาพริกทั้งปวงนั้นไว้ในคลังอันหนึ่ง ใส่กุญแจของชาวคลังอันหนึ่ง ใส่กุญแจของกุมบันหญีฝรั่งเษดอันหนึ่ง แลจะเปิดประตูออกให้ทั้งสองฝ่ายนั่งพร้อมกัน ให้แบ่งปันออกเป็นส่วนตามอยู่ในความสัญญา แลข้อสัญญาทั้งนี้เขียนเป็นสามฉบันทุกภาษา ในนี้ ภาษาไทยสามฉบับ ภาษาฝรั่งเษดสามฉบับ ภาษาโปตุกกรรสามฉบับ แลผู้มีชื่อทั้งสองฝ่ายนั้นขีดแกงใดปิดตราเป็นสำคัญทุกฉบับ เขียนในเมืองลพบุรีย์ในวันพระหัด เดือนอ้าย ขึ้นแปดค่ำ พุทศักราชสองพันสองร้อยสามสิบเอ็ด ปีเถาะ นพศก

Laloubère (เซ็น) Cébéret
ประทับตรา ฝรั่ง ด้วยแหวน ดวง
" ไทย ตามตำแหน่ง ดวง
ตราบัวแก้ว ตราเทวดาถือจักร
ตรา..........

หนังสือสัญญาสยามกับฝรั่งเศส ทำที่เมืองลพบุรี ในวันพุธ ขึ้น 8 ค่ำ เดือนอ้าย ปีเถาะ พ.ศ. 2231



หนังสือออกพระวิสุทสุนทร ราชทูต ออกหลวงกัลยาราชไมตรี อุปทูต ออกขุนศรีวีสารวาจา ตรีทูต มาถึงท่านมูสูสิงแฬร์[37] ผู้เปนเสนาบดีผู้ใหญ่แห่งพระมหากระษัตราธิราชเจ้าลุยเลกรัง ด้วยอัตโนทั้งปวงมาเถีงฐานที่นี้ แลได้รับคำนับ แลนับถือ แลเอาใจใส่พิทักษ์รักษาแห่งชาวฝรั่งเษดทั้งปวงซึ่งเขาไปส่งอัตโนถึงกรุงศรีอยุธยานั้น จึงในท่าทางอันมาไกลนั้นมิได้มีความทุกข์ แลมีความสนุกสบายอยู่มิได้ขาด บัดนี้ อัตโนได้มีน้ำใจชื่นชมยินดี ด้วยได้พบท่าทางซึ่งจะสำแดงแก่ท่านขอบใจแห่งอัตโน ด้วยบุญคุณของท่านมีแก่อัตโนเมื่ออยู่ ณ กรุงฝรั่งเษด แลอัตโนยังรับคุณของท่านอยู่จนเท่าทุกวันนี้ ถึงว่าท่าทางนั้นมิสะดวกก็ดี อัตโนก็จะมิได้รู้เป็นทุกข์เลย แลความสุขนั้นก็มิรู้หายเลย ด้วยอัตโนมีอันจะคิดถึงสรรพอันวิเศษซึ่งได้พบได้เห็น ณ กรุงฝรั่งเษด แลเมื่อยังอยู่ณกรุงฝรั่งเษด แลสรรพอันวิเศษนั้นก็กลุ้มอยู่ แลละสิ่งละสิ่งนั้นก็ชักชวนน้ำใจให้ไปข้างโน้นบ้างข้างนี้บ้าง ให้รำคาญใจอยู่หน่อยหนึ่ง แลบัดนี้ มีวันมีคืนอันเปล่าอยู่ สรรพอันตระการทั้งปวงนั้น อัตโนก็เรียกมาในความคิดพิจารณาเห็นละสิ่งละสิ่งด้วยยินดีให้สบายใจย แลอัตโนจำเป็นจะว่าแก่ท่านตามจริง มิคิดเห็นความสนุกสบายในแผ่นดินนี้จะสนุกสบายเท่าหนึ่งคิดถึงยศศักดิ์แห่งพระมหากระษัตรเจ้าผู้ใหญ่อันหาผู้ใดจะแปลบุญสมภารให้สิ้นมิได้ ดุจหนึ่งพระมหากระษัตราธิราชผู้เป็นเจ้าแห่งอัตโนได้ตรัสแต่ได้สองปีสามปีแล้วว่า พระมหากระษัตรเจ้ากรุงฝรั่งเษดนี้เห็นสมควรจะเปนพระมหากระษัตรแก่พระมหากษัตรทั้งปวงทั้งแขวงเอรอบ แลความคิดทั้งปวงนี้มิได้ออกจากปัญญาอัตโนจนเท่าบัดนี้ เหตุฉนี้ ถึงว่าใกล้ไปทุกวันทุกวันจะถึงเมืองอัตโน แลเห็นมิช้ามินานจะถึงทั้งนั้นก็ดี อัตโนยังคิดถึงบ้านเมืองแต่หน่อยหนึ่ง ประการหนึ่ง แม้นมิคิดเกรงกลัวว่า จะขาดความนบนอบแลความนับถือแห่งพระมหากระษัตรเจ้าผู้ใหญ่ จะขอแก่ท่านให้เข้าทูลแก่พระมหากระษัตรเจ้าผู้ใหญ่ว่า อันความนับถือแลนบนอบต่อพระมหากระษัตรผู้ใหญ่กว่าอัตโนจะสิ้นชีวิต อัตโนจะรักษาไว้ในหัวใจให้มั่นคง มิให้แพ้แก่ความนับถือแลนบนอบยินดีแห่งชาวฝรั่งเษดทั้งปวง แลจะอดษาทำให้ชนะทุกคนในความนบนอบนั้น อนึ่ง อัตโนขอแก่ท่านอันท่านมีน้ำใจยยินดีปรารถนาบำรุงพระราชไมตรีพระมหากระษัตราธิราชเจ้าทั้งสองกรุงนี้ให้มั่นคงจำเริญสืบไปในอนาคตกาล อนึ่ง ท่านมีน้ำใจยินดีต่ออัตโนแต่เมื่อยังอยู่ในกรุงฝรั่งเษดนั้นประการใด ขอให้ท่านมีน้ำใจยินดีต่ออัตโนสืบไป แลอัตโนขอพรแก่พระเป็นเจ้าสร้างฟ้าสร้างแผ่นดินขอให้ช่วยบำรุงโปรดท่านให้ท่านได้สำเร็จตามความปรารถนาท่านจงทุกประการ

หนังสือมาวันพุฒ เดือนแปด แรมสองค่ำ เถาะ นพศก ศักราช ๒๒๓๑[38]

หนังสือออกพระวิสูตรสุนทร ลงวันพุธ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปีเถาะ พ.ศ. 2231 (ฉบับที่ 1)



หนังสือออกพระวิสุทสุทร ราชทูต ออกหลวงกัลยาราชไมตรี อุปทูต แลออกขุนศรีวิสารวาจา ตรีทูต มาถึงมูสูลายิ[39] ซึ่งได้บังคับกุมปันหญีทั้งปวง

ด้วยท่านสำแดงความยินดีแลนับถือได้ให้สำเร็จการทั้งปวงตามพระราชหฤทัยพระมหากระษัตราธิราชผู้เป็นเจ้าอัตโน แลบัดนี้ ได้พบท่าทางอันจะเขียนมาให้ท่าน แจ้งว่า มีน้ำใจอันยินดีต่อท่าน เห็นว่า ท่านจะมิโกรธ เมื่อแลท่านรู้ว่าอัตโนทั้งปวงมาถึงสถานที่นี้เปนสุขสนุกสบายอยู่ แลอันมานี้เสมอใจนึก แลเห็นว่า ยังสามเดือนจะได้ไปถึงพระมหากษัตราธิราชผู้เป็นเจ้า แลจะได้เข้าแจ้งให้ละเอียดว่า ท่านเอาใจใส่ช่วยในราชการแห่งพระมหากระษัตราธิราช แลเชื่ออยู่ว่า ท่านมีน้ำใจร้อนรนช่วยทำการทั้งปวง แลเห็นปีหน้าท่านจะส่งบรรณาการอันเหลืออยู่นั้นเข้าไปตามพระมหากระษัตราเจ้าต้องประสงค์นั้น แลอัตโนขอให้ท่านช่วยเร่งรัดครูอันสั่งสอนเด็กซึ่งอยู่เรียนนั้นให้รู้สันทัด จะได้กลับเข้าไปยังกรุงศรีอยุธยา อันพระมหากระษัตราธิราชเจ้าพระราชประสงค์นั้น แลอัตโนขอแก่พระเป็นเจ้าให้บำรุงช่วยท่านให้มีบุญให้จำเริญสืบไป

แลหนังสือนี้เขียนณเมืองกาบในวันพุธ เดือนแปด แรมสองค่ำ ปีเถาะ นพศก สักราช ๒๒๓๑

(ประทับตราเหมือนฉบับก่อน)

หนังสือออกพระวิสูตรสุนทร ลงวันพุธ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปีเถาะ พ.ศ. 2231 (ฉบับที่ 2)

ว่าด้วยทูตสยามไปเจริญทางพระราชไมตรีกับกรุงโรม
เฝ้าโปปอินโนเซนต์ที่ ๑๑
เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม จุลศักราช ๑๐๕๐ (พ.ศ. ๒๒๓๑)


เรื่องต่างประเทศ

เรื่องทูตานุทูตสยามครั้งกรุงทวาราวดีศรีอยุธยาโบราณได้ไปเฝ้าโปปเป็นครั้งแรกนี้ ข้างต้นได้แปลออกจากจดหมายเหตุของบาดหลวงตาชารด์ แต่ในตอนปลายนั้นได้แปลออกจากจดหมายเหตุภาษาอิตาลีอันได้ตีพิมพ์ ณ กรุงโรมในปีคริสต์ศักราช ๑๖๘๙ เป็นเนื้อความเพียง ๘ หน้าเท่านั้น เป็นเรื่องหายากที่สุด ครั้งนี้ นับว่า เป็นการแปลเรื่องนี้เป็นครั้งแรก แต่ก่อนยังหามีผู้แปลหรือเรียบเรียงเรื่องราชทูตสำรับนี้ไม่

อนึ่ง รูปราชทูตเฝ้าที่กำกับเรื่องนี้เป็นรูปชักจากรูปแกะอันตีพิมพ์ ณ กรุงโรมในกาลสมัยนั้น บัดนี้ รูปแกะนั้นมีเหลืออยู่แต่ฉบับเดียวเท่านั้น เป็นของปรินศโอเดศกัลกี ณ กรุงโรม อันเป็นเชื้อพระวงศ์ต่อ ๆ มา สืบเชื้อสายของโปปอินโนเซนซ์ที่ ๑๑ อันประสูตรในตระกูลเดิมของปรินศโอเดศกัลกีนั้น รูปชักนี้ ข้าพเจ้าได้มาจากปรินโอเดศกัลกี ได้ทรงชักออกเองแล้วโปรดส่งมาให้ข้าพเจ้า รูปเช่นนี้หามีปรากฏในที่อื่นไม่แล้ว

จ่าหน้ารูปนี้ ข้างบนเขียนเป็นภาษาอิตาลีว่า

Vdicnra data da N,S, Innocenro XI al P Gu' do Tachard della Comp di Gesu' edalli Tre Sig ri Maudarini imrati a $ $ dal Re di Siam efc

แปลว่า "การที่เฝ้าโปปอินโนเซนต์ที่ ๑๑ ของบาดหลวงตาชารด์ กับทูตานุทูตของพระเจ้ากรุงสยาม อันมี ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม คริสต์ศักราช ๑๖๘๘" จ่าหน้ากลาง แปลว่า "บาดหลวงตาชารด์ได้คลี่แสดงพระราชสาสน์ของพระเจ้ากรุงสยามต่อโปปทรงทอดพระเนตร"

จ่าหน้าถัดลงมา แปลว่า "ราชทูตสยามได้นำพระราชสาสน์ออกมาแล้วจึงคุกเข่าลง" หนังสือที่มุมข้าล่างขวามือ แปลว่า "ข้าพเจ้า อารโนลด์เวศเตร์หุด ช่างแกะฮอลันดา ได้แกะรูปนี้มาตีพิมพ์ ณ กรุงโรม สำหรับขาย แต่ปีคริสต์ศักราช ๑๖๘๙"

(เซน) เยรีนี
ว่าด้วยทูตานุทูตสยามออกไปเจริญทาง
พระราชไมตรี ณ กรุงฝรั่งเศส ครั้งที่ ๔

ฝ่ายทูตานุทูตฝรั่งเศสที่มาเจริญทางพระราชไมตรีกรุงสยาม กับราชทูตสยาม มีคุณปานเป็นต้นนั้น คือ ราชทูตฝรั่งเศส ชื่อ มองสิเออลาลูแบร์ ๑ อุปทูต ชื่อ มองสิเออร์เสเบเร ๑ ครั้นสิ้นราชการแล้ว อุปทูตฝรั่งเศสจึงทูลลากลับไปทางเมืองกุยบุรีโดยทางบกจนถึงเมืองมะริด แล้วลงกำปั่นรบฝรั่งเศสที่นั่นกลับไปกรุงฝรั่งเศส แต่ราชทูตฝรั่งเศสนั้นยังรอคอยทูตานุทูตสยามสำรับใหม่ซึ่งซึ่งจะออกไปกรุงฝรั่งเศสด้วย จึงช้าอยู่หลายเวลา เพราะฉนั้น ราชทูตฝรั่งเศสจึงป่วยไม่สู้สบาย จึงได้ไปขอลาต่อท่านเสนาบดีสยามว่า ขอให้กราบบังคมทูลพระกรุณาด้วยจะรีบกลับไปกรุงฝรั่งเศสโดยเร็ว เสนาบดีสยามได้ขึ้นไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระนารายน์ที่ทเลชุบศร กรุงลพบุรี ขณะนั้น สมเด็จพระนารายน์ก็ไม่สู้จะทรงสบายพระองค์ แต่ทรงทราบว่า ราชทูตฝรั่งเศสจะทูลลา จึงเสด็จเข้ามาทรงรับลาราชทูตฝรั่งเศสที่ในพระราชวังกรุงลพบุรี แล้วทรงฝากทูตานุทูตสยามสำรับใหม่ให้เชิญพระราชสาส์น ๒ ฉบับ กับเครื่องมงคลราชบรรณาการ ๒ สำรับ แลบาดหลวงล่ามผู้หนึ่ง ออกไปกับราชทูตฝรั่งเศสครั้งนี้ด้วย เครื่องราชบรรณาการที่ส่งไปกรุงฝรั่งเศสครั้งนี้เปนของวิเศษต่าง ๆ มีลูกช้างอย่างย่อม ๓ ช้าง พระราชทานไปเปนพาหนะพระที่นั่งสำหรับพระราชโอรสพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทั้ง ๓ พระองค์ กับแรด ๒ แรด เปนต้น พระราชสาส์นถวายพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนั้นดำเนินความต้นว่า พระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้ากรุงเทพทวาราวดีมหานครมหิศราธิปตัยในสยามประเทศเจริญทางพระราชไมตรีมาถึงสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งกาแลเนาวะรามหาราชาธิราชในประเทศฝรั่งเศส ความในสุดท้ายมีว่า "เราผู้เปนมิตรสหายอันสุจริตแลเปนที่รักที่สุดของพระองค์ท่าน" แล้วทรงประทับพระราชลัญจกรสำหรับราชการแผ่นดินเปนรูปพระมหาอุณาโลมสถิตย์อยู่ในบุษบกมีฉัตรตั้งเคียงข้างละ ๒ คัน พระราชสาส์นส่งไปแต่พระราชวังกรุงลพบุรีลงณวันเดือนอ้าย ขึ้นสามค่ำ ปีเถาะ นพศก พุทธศักราช ๑๒๓๑ ตรงกับจุลศักราช ๑๐๔๙ ปี ในที่สุดท้ายในพระราชสาส์นนั้นลงชื่อว่า "โฟกอง" คือ (เจ้าพระยาวิชาเยนทร์)

พระราชสาส์นอิกฉบับหนึ่งส่งไปถวายโปป ณกรุงโรม ดำเนินความต้นแลลงท้ายคล้าย ๆ กันกับฉบับถวายพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส

สำเนาพระราชสาส์นทั้ง ๒ ฉบับนั้น เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ได้แปลเปนภาษาโปรตุเกศ แลประทับพระราชลัญจกรลงชื่อเจ้าพระยาวิชาเยนทร์เหมือนต้นพระราชสาส์น

ครั้นณวันเดือนอ้าย ขึ้น ๑๕ ค่ำ จุลศักราช ๑๐๔๙ ปีเถาะ นพศกนั้น ทูตานุทูตสยาม พร้อมด้วยราชทูตฝรั่งเศสที่รออยู่ ลงกำปั่นรบฝรั่งเศสที่คุณปานกลับมานั้นใช้ใบออกไปจากปากอ่าวสยาม ทูตานุทูตสยามสำรับใหม่นี้สามนาย มีออกขุนชำนาญเปนต้น มีบาดหลวงล่ามคน ๑ ชื่อ ตาชาต มีบุตรขุนนาง ๕ นายซึ่งพระเจ้ากรุงสยามทรงฝากออกไปเรียนหนังสือฝรั่งแลวิชาต่าง ๆ ในโรงเรียนหลวงสำหรับบุตรขุนนางแลบุตรผู้มีตระกูลสูงซึ่งตั้งอยู่ในกรุงฝรั่งเศส ชื่อ โรงเรียนพระเจ้าลูอิสมหาราช นั้น เดิมพระเจ้ากรุงสยามทรงพระราชดำริห์ไว้ว่า จะส่งบุตรขุนนางออกไปเปนนักเรียนณกรุงฝรั่งเศส ๑๒ นาย แต่เลือกคัดจัดส่งไปไม่ทัน ๗ นาย คงส่งไปแต่ ๕ นาย ผลัดเปลี่ยนเวียนกันส่งไปแลกลับเข้ามาเสมอทุกคราวที่ควรจะไปมาได้ ทั้งหวังพระราชหฤไทยว่า ถ้านักเรียนครั้งแรกกลับเข้ามาเล่าการดีให้บิดามารดาหน้า:ประชุมจดหมายเหตุ สมัยอยุธยา (ภาค ๑) - ๒๕๑๐.pdf/34หน้า:ประชุมจดหมายเหตุ สมัยอยุธยา (ภาค ๑) - ๒๕๑๐.pdf/35หน้า:ประชุมจดหมายเหตุ สมัยอยุธยา (ภาค ๑) - ๒๕๑๐.pdf/36หน้า:ประชุมจดหมายเหตุ สมัยอยุธยา (ภาค ๑) - ๒๕๑๐.pdf/37หน้า:ประชุมจดหมายเหตุ สมัยอยุธยา (ภาค ๑) - ๒๕๑๐.pdf/38


  1. จุลศักราช ๙๒๒
  2. ตามจารึกเขียนเป็น เลิงรม
  3. ข้อปรารภ
  4. ข้อคดี
  5. ในที่นี้มีรายนามพระเถระเพียง ๖ รูป
  6. 6.0 6.1 ปรนนิบัติ
  7. จึงพูด หรือ จึงตรัส
  8. เอกสีมํว
  9. รักใคร่
  10. แม่น้ำโขง
  11. แม่น้ำน่าน
  12. จุลศักราช ๙๒๕
  13. 13.0 13.1 "พระอาทิตย์สิงหราษี" นี้น่าจะไม่ถูกต้อง เดือน ๖ ขึ้น ๑๔ ค่ำ พระอาทิตย์สถิตย์ราษีพฤษภ จึงจะถูกต้องตามคัมภีร์สุริยยาตร์ และทางดาราศาสตร์ พระอาทิตย์จะอยู่ห่างจากดาวพระพุธ ดาวพระศุกร์ ถึง ๕ ราษีไม่ได้เป็นอันขาด
  14. ๔ เงาเท้า
  15. คัดจาก เทศาภิบาล เล่มที่ ๒๐ แผ่นที่ ๑๑๔ หน้า ๘–๑๑ ฉบับพิมพ์ปี ๒๔๕๘ พระยาอนุมานราชธนเสนอเพิ่มเติม
  16. ยุะกบัตร ยุกกระบัตร ยกกระบัตร เป็นคำเดียวกัน แต่เขียนอักขรวิธีผิดกัน
  17. เรฎ่ดีล่มาศ คำนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงสันนิษฐานว่า โดยที่ภาษาฝรั่งซึ่งใช้ในสมัยนั้นเป็นภาโปรตุเกส มีความมุ่งหมายที่จะเขียน Rei de Dinamarca ซึ่งแปลว่า พระมหากระษัตริย์แห่งเดนมารค (ดู หนังสือประวัติการทูตของไทย) อนึ่ง คำว่า เรฎ่ดีล่มาศ นี้ บางฉบับเขียนว่า (เรฎ่)ดีลรามาศ หรือ เรธอธีลมาศ ก็มี
  18. กาปิดตัน "กราเปรา" หรือบางฉบับเขียนว่า กาปิดตัน "กรเบศ" นั้น ที่ถูกเป็น กัปตัน "ครัปเป" (ดู หนังสือการทูตของไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ของ นายสมใจ อนุมานราชธน) และคำว่า "กราเปรา" นี้ บางท่านอ่านว่า กรเบ็ก ก็มี
  19. สุดวก = สะดวก
  20. จังกอบ = ภาษีผ่านด่าน หรือภาษีปากเรือ
  21. ริดชา = ฤๅชา คือ ค่าธรรมเนียม
  22. กิดจ = กิจ
  23. สำเมรศ = สำเร็จ
  24. เส่รด = เสร็จ
  25. ชราบ = ทราบ
  26. ร่กา ตรีนิศก = จ.ศ. ๙๘๓ (พ.ศ. ๒๑๖๔)
  27. ออกพระจอมเมืองศรีราชโกษาเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ในกรมท่า
  28. วัน ๑๓ ระกา ตริศก จ.ศ. ๙๒๓ (พ.ศ. ๒๑๖๔)
  29. บรรณารักษ์หอพระสมุดสำหรับพระนคร
  30. ลา ในที่นี้หมายถึง หมดทางรู้ หรือแปลไม่ออก เป็นสำนวนที่พูดกันในสมัยรัชกาลที่ ๕
  31. พ.ศ. ๒๑๖๔
  32. ต่อมา ได้เลื่อนยศบรรดาศักดิ์เป็น พลตรี พระยาสิงหเสนี (สะอาด สิงหเสนี)
  33. ปีมะโรง จุลศักราช ๑๐๕๐ พ.ศ. ๒๒๓๑
  34. ฟ้อง; บอก
  35. เขียนอย่าง: เขียนแผนที่
  36. พุทธศักราชในที่แห่งนี้ใช้พุทธศักราชแบบลังกาสึหล
  37. เมอสิเออร เดอ เซนเนอเลย์ อัครมหาเสนาบดีของพระเจ้าหลุยส์
  38. (คัดมาจากที่สำหรับเก็บหนังสือทหารเรือฝรั่งเศส)
  39. เมอสิเออร เดอ ลันยี ผู้อำนวยการบริษัทอีสต์อินเดียฝรั่งเศส