ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓๒

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ประชุมพงศาวดารที่ ๓๒

เรื่องจดหมายเหตุของคณะบาดหลวงฝรั่งเศส

ซึ่งเข้ามาตั้งครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ภาค ๑

พิมพ์ในงารพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงเพ็ชร์พิไชย (ถนอม อมาตยกุล ) ตจ. เมื่อปีฉลู พ.ศ. ๒๔๖๗

พิมพ์ที่โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร


คำนำ[แก้ไข]

ในงารศพคุณหญิงเพ็ชรพิไชย ( ถนอม อมาตยกุล ) ต.จ. บุตรธิดาของคุณหญิงร่วมฉันทะกันทำการสนองคุณผู้มรณภาพ ปรารภจะพิมพ์หนังสือแจกเปนที่ระลึกเมื่อพระราชทานเพลิงสักเรื่อง ๑ มอบฉันทะให้ อำมาตย์เอก พระยาปฏิภาณพิเศษ ( อาเลกซานเดอร อมาตยกุล ) มาแจ้งความยังหอสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร ขอให้กรรมการช่วยเลือกเรื่องหนังสือให้ ข้าพเจ้าคิดว่าเมื่องารพระ ราชานเพลิงศพ มหาเสวกโท พระยาเพ็ชรพิไชย ( เจิม อมาตยกุล ) ผู้เปนสามี กรรมการหอพระสมุด ฯ ได้เลือกหนังสือพงศาวดารเรื่องฝรั่งเศสเปนไมตรีกับไทย ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ให้พิมพ์เปนประชุมพงศาวดารภาคที่ ๒๗ หนังสือเรื่องนั้นมองซิเออร ลันเย รวบรวมจากจดหมายเหตุแลหนังสือซึ่งแต่งว่าด้วยเรื่องที่ฝรั่งเศส เปนไมตรีกับไทยในครั้งพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ มาเรียบเรียงเปนศาวดาร ขึ้น แลนายอรุณ อมาตยกุล ได้มีแก่ใจรับแปลเปนภาษาไทยถวายไว้ในหอพระสมุด ฯ ทราบว่ามีผู้พอใจกันโดยมาก ในงารศพคุณหญิงเพ็ชรพิไชยครั้งนี้จึงเห็นว่าควรจะพิมพ์หนังสือที่เรื่องละม้ายคล้ายคลึงกันให้ตรวจดูในหนังสือจำพวกนี้ พบจดหมายเหตุของคณะบาดหลวงฝรั่งเศสครั้งกรุงศรีอยุธยาชุด ๑ ซึ่งบาดหลวงโลเน รวบรวมพิมพ์ เมื่อ ค.ศ. ๑๙๒๐ ( พ.ศ. ๒๔๖๓ ) แลนายอรุณ อมาตยกุล ได้เปน ผู้แปลเหมือนกัน เห็นเปนการเหมาะด้วยประการทั้งปวง คือเปนตัว


ข จดหมายเหตุพิสดาร ที่มองซิเออรลันเย ได้เลือกคัดไปลงในพงศาวดาร ฉบับนั้นประการ ๑ อีกประการ ๑ เปนหนังสือซึ่งมีขึ้นในภาษาไทยด้วย ความอุตสาหะของสมาชิกอมาตยกุล แลทั้งจะได้เปนเครื่องช่วยการสอบสวนในหนังสือพงศาวดาร ซึ่งพิมพ์ในงารศพพระยาเพ็ชรพิไชยผู้ สามีด้วย แต่จดหมายเหตุนี้อยู่ข้างยาวมากจะพิมพ์ให้จบในสมุดเล่มเดียวก็มากเกินศรัทธาของเจ้าภาพ. จึงได้เลือกตัดเอาตอนต้นซึ่งมีเรื่องราวตั้งแต่คณะบาดหลวงฝรั่งเศสแรกเข้ามาตั้งในกรุงศรีอยุธยา จนพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสทรงแต่งตั้งให้ มองซิเออร เดอ โชมอง เปนราชทูตเข้ามากรุงสยาม จัดเปนภาคที่ ๑ ให้พระยาปฏิภาณพิเศษพิมพ์ในงารศพคุณหญิงถนอม นับเปนประชุมพงศาวดารภาคที่ ๓๒ ภาคอื่นจะได้รวมพิมพ์ในเวลามีโอกาศต่อไป จดหมายเหตุเหล่านี้ เปนจดหมายรายการของคณะบาดหลวง ฝรั่งเศสเล่าเหตุการณ์แห่งสาสนาคริสเตียน ที่ได้มาตั้งในเมืองไทยก็มี เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยก็มี เปนจดหมายที่มีชื่อผู้แต่งบอก เหตุการณ์สาสนาแลการเมืองส่งไปยังประเทศฝรั่งเศสก็มี ที่บันทึกความ เห็นในเรื่องราวเหล่านั้นเก็บไว้ก็มี เปนรายงารที่ตนได้ทำความติดต่อในระหว่างประเทศสยามกับประเทศฝรั่งเศสก็มี ผู้ใดได้เห็นได้รู้ได้ ทำอะไรต่างคนต่างก็จดไว้ เนื้อความในจดหมายเหตุจึงไม่ติดต่อเปนระเบียบอย่างเรื่องพงศาวดาร มีซ้ำกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง แต่เมื่อ อ่านด้วยความพิจารณาแล้วพอจะติดต่อเข้าเปนเรื่องได้ แต่ผู้อ่านควร




คุณหญิงถนอมเพ็ชรพิไชย









ค ทรงความเข้าใจไว้อย่างหนึ่งว่า หนังสือเรื่องนี้พวกบาดหลวงฝรั่งเศสแต่ง ตามความเชื่อความรู้แลความคิดของเขา ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องถือเปนความ จริงในทางพงศาวดาร บางแห่งอาจจะเปนอย่างอื่น ถึงอย่างนั้นก็ย่อม จะเปนประโยชน์ที่ได้ทราบสำนวนแลความรู้ความคิดเห็นกับทั้งเรื่องราวของพวกบาดหลวงฝรั่งเศส ที่เข้ามาอยู่เมืองไทยครั้งแผ่นดินสมเด็จ พระนารายณ์มหาราชว่าเปนอย่างไร ในการพิมพ์หนังสือเล่มนี้ข้าพเจ้า ได้ให้คัดคำอธิบายเรื่องพงศาวดาร ชี้แจงเหตุที่ไทยจะเปนไมตรีกับฝรั่งเศสเมื่อครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งข้าพเจ้าเรียบ เรียงพิมพ์ไว้ในประชุมพงศาวดารภาคที่ ๒๗ มาพิมพ์ไว้ข้างต้นจดหมายเหตุด้วย เพื่อจะให้ผู้อ่านทราบเหตุการณ์ข้างฝ่ายไทยให้ชัดเจนขึ้น อนึ่งในการพิมพ์หนังสือเรื่องนี้เจ้าภาพได้เรียงประวัติสังเขปของผู้มรณส่งมาขอให้พิมพ์ไว้พอเปนเครื่องระลึกด้วย จึงให้พิมพ์ลงไว้ต่อไปนี้


ประวัติสังเขปคุณหญิงเพ็ชรพิไชย (ถนอม อมาตยกุล)[แก้ไข]

คุณหญิงเพ็ชรพิไชย ( ถนอม อมาตยกุล ) เกิดเมื่อวันอังคาร เดือน ๑๑ แรม ๑๑ค่ำ ปีกุญตรีศก จุลศักราช ๑๒๑๓ ตรงกับวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๙๔ เปนบุตรพระยาธรรมสารนิติ ( ตาด อมาตยกุล ) คุณหญิงอิ่ม ธรรมสารนิติ เปนมารดา ได้ทำการวิวาหมงคลกับพระยาเพ็ชรพิไชย ( เจิม อมาตยกุล ) เมื่อวันศุกรเดือน ๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ


ฆ ตรงกับวัน ี่ ๔ สิงหาคม ปีฉลู พ.ศ. ๒๔๐๘ ที่บ้านหน้าวัดราชบุรณะ จังหวัดพระนคร มีบุตรธิดาด้วยกันชาย ๔ หญิง ๓ ถึงแก่กรรมเสีย แต่ยังเยาว์บ้างอยู่บ้าง ยังคงเหลืออยู่ ๓ คน คือ ๑ นายประยูร อมาตยกุล ๒ เยาวเรศ อมาตยกุล ๓ พระยาปฏิภาณพิเศษ ( อาเลกซานเดอร์ อมาตยกุล ) คุณหญิงนอมได้พระราชทานตรา ตติย จุลจอมเกล้าฝ่ายในเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๔ คุณหญิงถนอมป่วยเปนโรคชรา ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๗ เวลา ๔ นาฬิกา ๓๐ นาฑีหลังเที่ยง คำนวณ อายุได้ ๗๓ ปี

สิ้นเรื่องประวัติคุณหญิงเพ็ชรพิไชย ( ถนอม อมาตยกุล ) เท่านี้ ่ กรรมการหอพระสมุดฯ ขออนุโมทนากุศลบุญราศีทักษิณานุปานทาน ซึ่งบุตรธิดาคุณหญิงถนอม เพ็ชรพิไชย ได้บำเพ็ญเปนการกตัญญูกตเวที แลที่ได้พิมพ์หนังสือเรื่องนี้ให้แพร่หลาย สภานายก หอพระสมุดวชิรญาณ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘

สารบารพ์[แก้ไข]

อธิบายเรื่องเบื้องต้นที่ไทยจะเปนไมตรีกับฝรั่งเศส.........................................................................หน้า..๑


ว่าด้วยพวกบาดหลวงได้รับอนุญาตให้สอนสาสนา..........................................................................".....๑


สังฆราชเดอเบรีธทำหนังสือกราบบังคมทูลสมเด็จพระนารายณ์ฯ ขอสร้างโบสถ์คริสเตียน........................."......๑


พวกบาดหลวงได้พระราชทานที่ให้อยู่ที่บ้านพลัด..........................................................................".......๔


พวกบาดหลวงสร้างเรือนอยู่ที่บ้านพลัด........................................................................................".......๔


มองเซนเยอร์ลำแบเดอลาม๊อดบอกไปถึงมองเซนเยอร์ปาลูว่าได้รับพระราชทานที่บ้านแลการสร้างบ้าน..........".......๖


ว่าด้วยการรับข้าราชการไทยกับภรรยาเข้าเปนคริสเตรียน...............................................................".......๗


ว่าด้วยพระราชดำริห์ของพระเจ้าแผ่นดินสยามในเรื่องสาสนาคาธอลิก.................................................".......๘


ว่าด้วยการสาสนาที่เกี่ยวด้วยพระราชอนุชาของพระเจ้าแผ่นดินสยาม.................................................."......๑๐


ว่าด้วยปาฏิหารของพระเปนเจ้า.................................................................................................."......๑๒


ว่าด้วยการเจรจาระหว่างฝรั่งเศสกับพระเจ้าแผ่นดินสยาม แลการถวายราชสาส์นกัยศุภอักษร....................."......๑๕


ว่าด้วยการเจรจาเรื่องธรรมเนียมเฝ้า............................................................................................".......๑๕


ว่าด้วยบาดหลวงเตรียมเข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์น.........................................................................."......๑๗


ว่าด้วยการรับรองบาดหลวงผู้เชิญพระราชสาส์น............................................................................."......๑๘




ว่าด้วยบาดหลวงถวายพระราชสาส์น...........................................................................................หน้า...๒๐


ว่าด้วยพระราชปฏิสัณฐารแลการรับรองในเวลาเฝ้า..........................................................................."......๒๑


พระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยที่ ๑๔............................................................................................."......๒๒


ว่าด้วยการเฝ้าที่เมืองลพบุรีครั้งแรก..............................................................................................."......๒๔


ว่าด้วยพวกบาดหลวงได้เฝ้าแลดูจับช้างที่พะเนียด.............................................................................".......๒๖


ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ฯ รับสั่งถามถึงพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสแลการสาสนา........................................."......๒๘


ว่าด้วยสังฆราชไปเยี่ยมเสนาบดี...................................................................................................".......๓๐


ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ฯพระราชทานของแก่พวกบาดหลวง............................................................"......๓๑


ว่าด้วยผู้บังคับบัญชาการเมืองมสุลีปตันเอื้อเฟื้อเรือค้าขายของไทย........................................................."......๓๑


ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ฯรับสั่งให้สังฆราชไปดูเสือกับช้างชนกัน......................................................"......๓๓


ว่าด้วยสังฆราชเฝ้าที่เมืองลพบุรีครั้งที่ ๒........................................................................................."......๓๓


ว่าด้วยสังฆราชกลับยังพระนครศรีอยุธยา......................................................................................".......๓๔


ว่าด้วยคณะบาดหลวงมีหนังสือทูลพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสเรื่องจะเปนไมตรีกับไทย...................................."......๓๔


ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ฯ โปรดให้สร้างโบสถ็พระราชทานพวกบาดหลวง........................................."......๓๖


ว่าด้วยธรรมเนียมพระเจ้าแผ่นดินสยามเสด็จประพาสทางชลมารค........................................................"......๓๖



ว่าด้วยความคิดที่จะให้คนไทยถือสาสนาคริสเตียน " ๓๘ ว่าด้วยสังฆราชเดอเบรีธอาพาธ " ๓๘ พวกบาดหลวงเขียนแบบวัดคริสเตียนวาย " ๔๐ ข่าวกองอาสาญวนจะยกทัพไปเมืองเขมร " ๔๐ มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศแต่งหนังสือติสาสนาไทย " ๔๑ ว่าด้วยสังฆราชเดอเบริธจะไปเมืองญวน " ๔๒ ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ ฯ มีรับสั่งให้เชิญพวกบาดหลวงไป เฝ้าที่เมืองลพบุรี " ๔๔ ว่าด้วยพวกบาดหลวงขึ้นไปเมืองลพบุรี " ๔๖ ว่าด้วยผู้แทนเสนาบดีพูดกับสังฆราชเรื่องไทยจะทำไมตรี กับฝรั่งเศส " ๔๗ สำเนาจดหมายต่าง ๆที่คณะบาดหลวงบอกไปยังประเทศฝรั่งเศส เรื่องไทยจะไปเจริญทางพระราชไมตรี " ๕๑ ว่าด้วยเรือเลอไวตูร์เข้ามาสยาม " ๕๖ ว่าด้วยผู้อำนวยการเรือเลอโงตูร์ให้นำขอแลจดหมายต่าง ๆ ไปถวายพระเจ้าแผ่นดินสยามในนามของบริษัท " ๕๗ ว่าด้วยข้อปรึกษาที่จะแต่งราชทูตไปประเทศฝรั่งเศส " ๖๑ ว่าด้วยพิธีจารึกพระราชสาสน์แลศุภอักษร " ๖๓ ว่าด้วยจัดเครื่องบรรณาการแลเลือกตัวทูต " ๖๔ ว่าด้วยประทับพระราชลัญจกรในพระราชสาส์น " ๖๖


ช ว่าด้วยการแห่พระราชสาส์นมาลงเรือ หน้า ๖๘ พวกบาดหลวงมีหนังสือไปยังประเทศฝรั่งเศสบอกธรรมเนียม ที่จะรับราชทูตไทย " ๖๘ เจ้าพระยาพระคลังมีหนังสือถึงคณะกรรมการต่างประเ ศฝรั่งเศส แจ้งเรื่องที่ไทยแต่งทูตแลขอความช่วยเหลือ " ๗๑ พระราชสาส์นสมเด็จพระนารายณ์ ฯ ถวายพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ " ๗๔ พระราชสาส์นสมเด็จพระนารายณ์ ถึงสังตปาปา " ๗๖ มองซิเออร์เกมมีจดหมายบอกคณะกรรมการต่างประเทศที่ เมืองบันตำเรื่องให้รับพระราชทูต " ๗๗ ว่าด้วยเรือทูตถึงเมืองบันตำแล้วขึ้นพักคอยเรือที่จะเปลี่ยนต่อไป ยุโรป " ๗๙ ว่าด้วยบาดหลวงทำแปรธาตุโลหะถวายสมเด็จพระนารายณ์ ฯ " ๘๐ ว่าด้วยมองเซนเยอร์เมเตโลโปลิศไปเมืองญวน " ๘๑ ว่าด้วยพวกบาดหลวงทำดินระเบิดถวายสมเด็จพระนารายณ์ " ๘๓ ว่าด้วยมองซิเออร์เดลิโอโปลิศนำของสังตปาปามาวายสมเด็จ พระนารายร์ ฯ แลให้เจ้าพระยาพระคลัง " ๘๓ ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ ฯ พระราชทานที่ปลายแหลม เมืองมลกาให้บริษัทฝรั่งเศส " ๘๖ ว่าด้วยคอนซตันซ์ตินฟอลคอนเปนกำลังอุดหนุนสาสนาคริสเตียน " ๘๖


ซ ว่าด้วยมองซิเออร์เดลันด์หัวหน้าบริษัทฝรั่งเศสเฝ้าสมเด็จ พระนารายณ์ ฯ หน้า ๘๘ ว่าด้วยมองเซนเยอร์ปาลูนำพระราชสาส์นแลเครื่องบรรณาการ ถวายสมเด็จพระนารายณ์ " ๘๙ ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ทรงเอื้อเฟื้อพวกบาดหลวง แลจะ ทรงหาของส่งมาถวายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส " ๙๒ ว่าด้วยความขัดสนของพวกบาดหลวงในสยาม " ๙๓ ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ ฯ ทรงสร้างโบสถ์พระราชทาน พวกบาดหลวงแลทรงเอื้อเฟื้อต่าง ๆ " ๙๔ ว่าด้วยข่าวราชทูตไทยที่ไปครั้งแรกไปสูญหาย " ๙๙ ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ ฯ ทรงพระราชดำริห์จะส่งทูตไปอีก " ๙๙ ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ ฯ พระราชทานสิทธิในการซื้อสินค้า บางอย่างแก่บริษั ฝรั่งเศส " ๑๐๐ ว่าด้วยสังฆราชดาโกลีเฝ้าแลทูลลาไปเมืองจีน " ๑๐๓ ว่าด้วยคอนสตันซ์ตินฟอลคอนขอร้องให้คณะบาดหลวงใช้คำพูด ที่เกี่ยวด้วยพระเจ้าแผ่นดินแลขุนนางให้เรียบร้อย " ๑๐๕ ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ฯสร้างโบสถ์พระราชทาน " ๑๐๖ ว่าด้วยมองเซนเยอร์ลาโนบอกไปยังคณะต่างประเทศเรื่องให้ หาของส่งเข้าไปถวายสมเด็จพระนารายณ์ฯ " ๑๐๘


ฌ ว่าด้วยสมเด็จพระนารายณ์ ฯ สร้างโบสถ์พระราชทานที่เมือง ตะนาวศรีแลที่เมืองละโว้ หน้า ๑๐๙ ว่าด้วยบาดหลวงถวายไม้กางเขนงาแด่สมเด็จพระนารายณ์ฯ " ๑๑๐ ว่าด้วยการติดต่อในระหว่างคณะบาดหลวงกับคอนซตันซ์ ตินฟอลคอน " ๑๑๑ ว่าด้วยเรื่องให้จัดของส่งไปให้คอนซตันซ์ตินฟอลคอน " ๑๑๓ ว่าด้วยเจ้าเมืองจำปาเอื้อเฟื้อต่อสาสนา " ๑๑๕ ว่าด้วยนิสัยใจคอของตอนซตันซ์ตินฟอลคอน " ๑๑๖ ว่าด้วยทูตไทยไปประเทศฝรั่งเศสครั้งที่ ๒ " ๑๑๙ ว่าด้วยมองเซนเยอร์ลาโนบอกไปยังประเทศฝรั่งเศส เรื่องสมเด็จพระนารายณ์ ฯ จะส่งทูตออกมาอีกแลรับสั่งให้ ทำของบางอย่างขอให้ทางฝรั่งเศสจัดการให้เรียบร้อย " ๑๒๑ คำสั่งสำหรับผู้ที่จะไปยังประเทศยุโรป " ๑๒๖ พระราชโองการสมเด็จพระนารายณ์ ฯ " ๑๒๖ คำสั่งสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ " ๑๓๑ ว่าด้วยการเดิรทางของข้าราชการไทย " ๑๓๕ ว่าด้วยทูตไทยออกจากกรุงสยาม " ๑๓๕ ว่าด้วยทูตไทยถึงเมืองอังกฤษ " ๑๓๙ ว่าด้วยมองซิเออร์วาเชยกตำแหน่งหัวหน้าให้ข้าราชการไทย " ๑๔๘


ญ ว่าด้วยการรับรองทูตไทยที่เมืองคาเล หน้า ๑๕๐ ว่าด้วยการรับทูตไทยแต่เมืองคาเลถึงกรุงปารีส " ๑๕๑ ว่าด้วยทูตไทยถึงกรุงปารีส " ๑๕๔ ว่าด้วยมองซิเออร์วาเชสนทนากับเสนาบดีฝรั่งเศส เรื่องไทย จะทำไมตรี " ๑๕๗ ว่าด้วยมองซิเออร์วาเชเฝ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส " ๑๖๔ ว่าด้วยคณะบาดหลวงวิแกต์ปอซโตลิกกับคณะบาดหลวง ในอินเดียแตกสามัคคีกัน " ๑๖๕ ว่าด้วยการรับรองทูตไทยในเมืองปารีส " ๑๖๖ ว่าด้วยทูตไทยไปหาเสนาบดี " ๑๖๙ วาด้วยทูตไทยเฝ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส " ๑๗๔ ว่าด้วยทูตไทยไปดูพระราชวังเวอซาย " ๑๗๖ ว่าด้วยทูตไทยไปดูละคอนมีเหตุขึ้น " ๑๗๗ ว่าด้วยทูตไทยไปดูพระราชวังแลตำบลแซงคลู " ๑๘๐ ว่าด้วยทูตไทยไปฟังสวดที่โบสถ์โนตร์ดาม " ๑๘๖ ว่าด้วยทูตไทยไปเที่ยวเมืองซังตียี " ๑๘๗ ว่าด้วยทูตไทยไปดูสวดมนต์แลเปิดสถานปาลิเมนท ์ " ๑๘๗ ว่าด้วยอุบายที่จะให้ทูตไทยไปดูละคอน " ๑๘๘ ว่าด้วยทูตไทยเวลาอยู่ในโรงละคอน " ๑๙๐ ว่าด้วยทูตไทยทูลลา " ๑๙๒


ฎ ว่าด้วยมองซิเออร์เดอโชมองเปนราชทูตเข้ามากรุงสยาม หน้า ๑๙๒ ว่าด้วยเตียมการในเบื้องต้นที่จะเข้ามากรุงสยาม " ๑๙๒ ว่าด้วยบาดหลวงเยซวิตผู้ชำนาญการเลข " ๑๙๖ ว่าด้วยมองซิเออร์วาเชทูลเรื่องระยะทางที่มาจากเมืองไทย " ๑๙๘ กล่าวโทษทูตไทยในการที่พาไปเยี่ยมเยียนครั้งที่สุด " ๒๐๑ ว่าด้วยความคะเนล่วงหน้าของมองซิเออร์วาเช " ๒๐๖ ว่าด้วยความเห็นในผลที่ฝรั่งเศสจะได้ เพราะเปนไมตรี กับกรุงสยาม " ๒๐๗ ว่าด้วยการเดิรทางของมองซิเออร์เดอโชมอง แต่เมืองเบรสต์ ถึงกรุงสยาม " ๒๑๖ ความเห็นเรื่องตั้งบริษัทที่เมืองสงขลา " ๒๒๐ ว่าด้วยมองซิเออร์เดอโชมองมาถึงปากน้ำเจ้าพระยา " ๒๒๓ สำเนาพระราชสาส์นพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ " ๒๒๘ สำเนาจดหมายมองซิเออร์เดอครัวซีถึงเจ้าพระยาพระคลังฯ " ๒๓๐ คำมองซิเออร์เดอโชมองกราบทูลสมเด็จพระนารายณ์ ฯ " ๒๓๒ ว่าด้วยหัวข้อเจรจาในเรื่องการสาสนา " ๒๓๕ ว่าด้วยการเจรจากับคอนซตันซ์ดินฟอลคอน เรื่องจะเฝ้า พระเจ้ากรุงสยาม " ๒๓๘ ว่าด้วยความฉลาดผันแปรของมองซิเออร์เดอชัวซี " ๒๔๐


ฏ ว่าด้วยพระราชดำริห์ของสมเด็จพระนารายณ์ฯ แลความคิด ของฟอลคอนในเรื่องที่จะเข้ารีด หน้า ๒๔๖ ว่าด้วยการเริ่มจะทำสัญญาที่เกี่ยวด้วยสาสนาแลแผ่นดิน " ๒๔๒ ว่าด้วยสัญญาเกี่ยวกับสาสนา " ๒๕๙ ว่าด้วยความเห็นในสัญญาของมองซิเออร์เดอลิยอน " ๒๖๔ ความเห็นเรื่องสัญญาของมองซิเออร์วาเซ " ๒๗๗ ว่าด้วยมองเซนเยอร์ลาโนบอกไปยังคณะการต่างประเทศ เรื่องผลที่ราชทูตฝรั่งเศสเข้ามาเมืองไทย " ๒๗๘ จดหมายเหตุระยะทางมาเมืองไทยของบาดหลวงเดอชัวซี " ๒๘๑ ว่าด้วยพวกบาดหลวงในเมืองไทยมีการปุจฉาวิสัชนา " ๒๘๗







(๑)

อธิบายเรื่องเบื้องต้นที่ไทยจะเปนไมตรีกับฝรั่งเศส[แก้ไข]

เดิมการไปมาค้าขายในระหว่างนานาประเทศ ที่อยู่ในยุโรปกับประเทศทั้งหลายทางตวันออกนี้ต้องเดิรทางบก พวกฝรั่งโปรตุเกศพยายามหาทางแล่นเรือกำปั่น อ้อมทวีปอาฟริกามาถึงอินเดียได้ก่อนชาติอื่นเมื่อ พ.ศ. ๒๐๔๑ ในสมัยนั้น พวกชาวประเทศทางตวันออกยังไม่สันทัดใช้ปืนไฟเหมือนฝรั่ง พวกโปรตุเกสก็อาศรัยใช้อาวุธปืนไฟเปนกำลัง เที่ยวปราบปรามเมืองน้อยใหญ่ตามชายทเล ได้เมืองขึ้นแต่อินเดีย เปนระยะมาถึงเมืองมะละกาในแหลมมลายู แลตลอดไปจนเหล่าเกาะชวา แลเมืองมาเก๊าแดนจีนเปนที่สุด แต่พวกโปรตุเกศหามาเบียดเบียนได้ถึงเมืองไทยไม่ เปนแต่ให้มาทำทางพระราชไมตรีในครั้งรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ณ กรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. ๒๐๖๐ แต่นั้น ก็มีพวกโปรตุเกศเข้ามาตั้งค้าขายอยู่ในเมืองไทย (สืบเชื้อสายมาจนถึงพวกที่อยู่ตำบลกฏีจีนในบัดนี้) เมื่อพวกโปรตุเกศเข้ามาตั้งค้าขายอยู่ไม่ช้านัก มาอาสาเปนทหารเข้ากองทัพหลวงสมเด็จพระไชยราชาธิราช ไปรบพม่าที่เมืองเชียงกราน (๑) มีบำเหน็จความชอบ สมเด็จพระไชยราชาธิราชจึงพระราชทานที่ตำบลบ้านดิน ที่ริมลำแม่น้ำฝั่งตวันตก


(๑) ในหนังสือพระราชพงศาวดารเรียกชื่อควบกันว่า เชียงไกร เชียงกราน เพราะภาษามอญเรียกว่า เดิงไกรน์
เดี๋ยวนี้อังกฤษเรียกว่าเมืองอัตตะรัน ไปทางด่านพระเจดีย์ ๓ องค์



(๒) : เหนือปากคลองตะเคียน ให้พวกโปรตุเกสตั้งบ้านเรือนเปนภูมิลำเนา แลพระราชทานอนุญาตให้สร้างวัดสาสนาคริสตังในที่นั้น ก็มีตำบลบ้านฝรั่งโปรตุเกศที่กรุงศรีอยุธยาแต่นั้นมา


พวกโปรตุเกศใช้เรือไปมาค้าขายยังประเทศทางตวันออก ได้กำไรร่ำรวยอยู่แต่ชาติเดียวเกือบร้อยปี จนราว พ.ศ.๒๑๓๙ พวกฮลลันดากับ พวกอังกฤษ สืบรู้หนทางที่พวกโปรตุเกศเดิรเรือ จึงพยายามแล่นเรืออ้อมทวีปอาฟริกาออกมาถึงประเทศตวันออกได้บ้าง พวกฮอลันดามาถึงเมืองไทยตอนปลายรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อ พ.ศ. ๒๑๔๑ พวกอังกฤษมาถึงเมืองไทย ในต้นรัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถเมื่อ พ.ศ. ๒๑๕๕ ต่างเชิญพระราชสาส์นขอเปนทางพระราชไมตรีมาจากเจ้านายของตน เพื่อจะได้ไปมาค้าขายยังเมืองไทย ก็โปรดฯ พระราชทานอนุญาตให้ไปมาค้าขาย ได้เหมือนพวกโปรตุเกศ แต่พวกโปรตุเกศเปนอริกับพวกฮอลันดา แลอังกฤษที่ในยุโรป สาเหตุเกิดแต่ถือลัทธิสาสนาคริสตังต่างกัน พวกโปรตุเกศถือลัทธิโรมันคาธอลิก ซึ่งยอมอยู่ในโอวาทของโป๊ป ณ กรุงโรม ฝ่ายพวกฮอลันดา แลอังกฤษนั้น ถือลัทธิโปรเตสตันต์ ของพวกที่เอาใจออกหากจากโป๊ป ไปตั้งเปนลัทธิขึ้นใหม่ เลยวิวาทถึงรบพุ่งกัน เมื่อพวกฮอลันดากับพวกอังกฤษออกมาได้ถึงประเทศทางตวันออก ก็มาร่วมมือกันรบ รานแย่งชิงบ้านเมือง แลสมบัติ ที่โปรตุเกศมาได้ไว้ทางตวันออกนี้ พวกโปตุเกศก็อ่อนกำลังลงเปนอันดับมา อังกฤษตั้งหน้าหาอำนาจทาง



(๓): อินเดีย ส่วนฮอลันดามาตั้งหน้าหาอำนาจทางเหล่าเกาะชวา เกาะชวาอยู่ใกล้เมืองไทยกว่าอินเดีย จึงมีพวกฮอลันดาเข้ามาตั้งค้าขาย อยู่ ณ กรุงศรีอยุธยาก่อนพวกอังกฤษ พวกฮอลันดามาทำความชอบในรัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถ ด้วยอาสาสงคราม เปนต้น ก็ได้พระราชทานที่ให้ตั้งเปนภูมิลำเนา ทางริมฝั่งแม่น้ำฟากตวันออก ใกล้ ปากน้ำแม่เบี้ย ตรงกับบ้านพวกโปรตุเกศข้าม ครั้นต่อมาถึงแผ่นดินพระเจ้าทรงธรรม พวกฮอลันดาทำความชอบยิ่งขึ้น จึงได้พระราชทานที่ที่ปากน้ำเจ้าพระยาทางฝั่งตวันตก ตรงริมคลองบางปลากดข้างเหนือเมืองสมุทปราการ ให้สร้างเปนสถานีที่ไว้สินค้าอีกแห่งหนึ่ง พวกฮอลันดาก็ก่อสร้างสถานที่ต่าง ๆ ขึ้น ณ ที่นั้น เปนทำนองเมืองของพวกฮอลันดา เรียกชื่อว่า เมืองแอมสเตอร์แดมใหม่ (เดี่ยวนี้น้ำเซาะพังลงน้ำไปหมดแล้ว) พวกฮอลันดาก็มีกำลังยิ่งขึ้นในประเทศนี้ ก็แลลักษณการค้าขายของพวกฮอลันดา ในชั้นแรกที่มาตั้งในเมืองไทยนั้น ต้องอาศรัยไทยเปนกำลังอยู่หลายอย่าง เปนต้นว่า เข้าปลาอาหารที่พวกฮอลันดาต้องการใช้เปนเสบียง ณ เมืองบันตัม ซึ่งฮอลันดาตั้งเปนที่มั่นที่เกาะชวา ก็ต้องมาหาซื้อไปจากเมืองไทย อิกประการ ๑ ที่จะค้าขายต่อไปทางเมืองจีน เมืองญี่ปุ่น พวกฮอลันดาจะไปค้าขายโดย ลำพังไม่ได้ เพราะแต่ก่อนมาพวกโปรตุเกศได้เคยไปทำรุกรานไว้ทางนั้น จนจีน แลยี่ปุ่นเกลียดชังคนผมแดง (คือฝรั่ง) ทั่วไปไม่ว่าชาติไหน ๆ ไม่ยอมให้ไปค้าขายในเขตแดนทั้งนั้น แลในสมัยนั้นมีเรือไทยไปมา



(๔) ค้าขายกับเมืองจีนเมืองยี่ปุ่นอยู่เปนนิจ พวกฮอลันดาได้อาศรัยฝาก สินค้าของตนที่ซื้อขายทางเมืองจีนเมืองยี่ปุ่นไปมาด้วยเรือไทย จึงต้อง พยายามเอาใจดีต่อไทยมาตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถ จน ตลอดรัชกาลพระเจ้าทรงธรรม ครั้นถึงรัชกาลพระเจ้าปราสาททองฮอลันดาได้บ้านเมืองทางเกาะชวามีอำนาจยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน แลได้ไป คิดอ่านว่ากล่าวทางการเมืองยี่ปุ่น ขออนุญาตให้เรือของฮอลันดา ไปค้าขายได้เอง ยังคงต้องอาศรัยเมืองไทยแต่ในการซื้อหาเสบียงอาหารบ้างเล็กน้อย กับที่จะซื้อขายสินค้าหากำไรในเมืองไทย ไม่ต้องพึ่งไทยมากเหมือนแต่ก่อน ครั้นพระเจ้าปราสาททองโปรดฯให้ตั้งคลังสินค้าของหลวงขึ้น รับซื้อสินค้าที่เปนสิ่งสำคัญจากราษฏรในพื้นเมืองขายให้ชาวต่างประเทศ แลเลือกซื้อสินค้าจากต่างประเทศไปจำหน่ายในพื้นเมืองเปนการหลวง พวกฮอลันดาก็ไม่พอใจ ในชั้นแรกดูเหมือนจะตั้งหน้าฝ่าฝืน จนเปนสาเหตุให้พระเจ้าปราสาทองทรงขัดเคืองพวกฮอลันดา ถึงทรงพระราชดำริห์จะให้กองทัพเรือยกไปตีเมืองบันตัม ซึ่งเปนที่มั่นของพวกฮอลันดาณเกาะชวา มีความปรากฏในจดหมายเหตุของพวกฮอลันดาว่าในครั้งนั้น พระเจ้าปราสาททองมี รับสั่งให้เรียกตัวพวกแขกแลจีนที่ชำนาญการเดิรเรือ ไปไต่ถามเอาความรู้แผนที่ทเล สำหรับจะให้กองทัพเรือยกไป ความที่กล่าวนี้ ประหลาดที่มีหลักฐาน ด้วยแผนที่ทเลอันแสดงเค้าเงื่อนว่าได้ทำขึ้น ในราวสมัยนั้น ปรากฏอยู่ในท้ายหนังสือไตรภูมิฉบับที่มีอยู่ในหอพระ


(๕) สมุดฯ บัดนี้ จึงเห็นว่าจะเปนความจริงดังพวกฮอลันดากล่าว แต่เหตุที่ไทยเกิดเปนอริกับพวกฮอลันดาครั้งแผ่นดินพระเจ้าปราสาททองนั้น ลง สุดระงับกลับดีกันไปได้ หาถึงต้องรบพุ่งกันไม่ มาถึงรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อพวกอังกฤษตั้งมั่น ได้ในอินเดียแล้ว ก็เริ่มเข้ามาตั้งค้าขายในเมืองไทย คอนซตันซ์ ตินฟอลคอนที่มาได้เปนเจ้าพระยาวิชเยนทร์ เข้ามาเมืองไทยกับพวกอังกฤษในครั้งนั้น ด้วยเปนลูกจ้างของพ่อค้าอังกฤษออกมาจากยุโรปแต่ส่วนตัวเปนชาติครีกมิได้เปนอังกฤษ ครั้นมาเห็นประโยชน์ที่จะ ค้าขายอยู่ในเมืองไทยโดยลำพังตน จึงเลิกรับจ้างอังกฤษ แล้วสมัค เข้ามารับราชการเปนที่สุด การที่อังกฤษมาตั้งค้าขายในเมืองไทยต้องไปมาติดต่อกับอินเดียซึ่งเปนที่มั่น ทางที่จะไปมาได้ใกล้นั้น มา จอดเรือกำปั่นที่เมืองมฤทอันอยู่ปากน้ำเมืองตนาวศรี ซึ่งในเวลานั้นอยู่ในอาณาเขตกรุงสยาม แล้วลงเรือถ่อพายขึ้นทางลำน้ำตะนาวศรีจนถึงปลายน้ำ แล้วขึ้นเดิรบกข้ามเขาบรรทัดเข้ามาทางด่านสิงขร ลงชาย ทเลอ่าวสยามที่ตรงเกาะหลัก (อันตั้งที่ว่าการจังหวัดประจวบคิรีขันธ์บัดนี้ ) แล้วเดิรเลียบชายทเลขึ้นมาจนึงเมืองเพ็ชบุรี จึงลงเรือเข้ามาพระนครศรีอยุธยา ทางเส้นนี้เปนทางสำคัญในการไปมาค้าขายในระหว่างกรุงสยามกับประเทศต่าง ๆ ทางทิศศตวันตก เช่นอินเดียประเทศเปอร์เซีย ประเทศอาหรับตลอดยุโรปมาแต่โบราณ เพราะการ ที่จะแล่นเรืออ้อมแหลมมลายูมาเข้าอ่าวสยามมาได้แต่บางระดู ตั้งแต่


(๖) อังกฤษเข้ามาตั้งค้าขายในกรุงศรีอยุธยา การไปมาค้าขายทางเมือง ตนาวศรีมีมากขึ้น เมืองตนาวศรีแลเมืองมฤทซึ่งเปนเมืองท่าปลายทางนี้ก็ยิ่งสำคัญขึ้น ทางพระราชไมตรีที่ไทยเคยมีกับฮอลันดาแลอังกฤษ มาเกิด ปัจจัยให้แปลกแปลงเมื่อในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ฯ หลายอย่าง ว่า ฉเพาะส่วนพวกอังกฤษ การที่อังกฤษออกมาค้าขายทางประเทศตวันออก แต่เดิมเปนการที่พวกพ่อค้าเข้าทุนกันเปนบริษัทมาค้าขาย รัฐบาลอังกฤษ เปนแต่อุดหนุน อำนาจอังกฤษที่มาเจริญขึ้นทางตวันออกตกอยู่ในมือ บริษัทนั้น บริษัทไม่ยอมให้คนอังกฤษนอกจากที่ทำการให้บริษัทค้าขายโดยลำภังเพื่อประโยชน์ของตนเอง พวกอังกฤษที่มารับจ้างบริษัท มาเห็น ช่องทางที่จะค้าขายหาผลประโยชน์ได้มากกว่าที่บริษัทให้ค่าจ้าง ก็เกิด ไม่พอใจที่จะอยู่กับบริษัท แต่จะออกไปค้าขายโดยลำภังตนกลัวจะถูก บริษัทรังแกกดขี่ต่าง ๆ เมื่อวิชเยนทร์เข้ามารับราชการของไทย ได้มี ตำแหน่งอยู่ในกรมพระคลังสินค้า ซึ่งมีหน้าที่อำนวยการค้าขายของหลวง วิชเยนทร์รู้วิธีการค้าขายของพวกชาวต่างประเทศ คิดเห็นว่าถ้าได้ฝรั่ง มาเดิรเรือแลทำการค้าขายของหลวง การค้าขายก็จะเจริญได้กำไรเข้าพระคลังยิ่งขึ้นอีกเปนอันมาก จึงเกลี้ยกล่อมพวกอังกฤษที่เอาใจออกหาก จากบริษัทมารับราชการในการเดิรเรือค้าขายของหลวง สัญญายอม อนุญาตให้พวกอังกฤษเหล่านั้นฝากสินค้าของตนเองไปมา ในเรือหลวงได้ก็มีคนอังกฤษสมัคเข้ามารับราชการตั้งร้อย การอนนี้ย่อมไม่เปนที่พอใจ


(๗) ของบริษัทอังกฤษ ส่วนทางพวกฮอลันดานั้น มาในตอนนี้พวกฮอลันดา มีทั้งกำลังเรือรบแลเรือค้าขายเจริญยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ก็คิดจะรวบเอา การค้าขายในระหว่างเมืองไทยเมืองจีนกับเมืองยี่ปุ่น ที่ไปมาทางทเล ไว้ในมือของพวกฮอลันดาให้หมด เมื่อเห็นไทยจัดการค้าขายของหลวงแขงแรงขึ้นก็ไม่พอใจ อังกฤษกับฮอลันดาเคยเข้ามือกันมาแต่ก่อนครั้นมาผิดใจขึ้นกับไทยด้วยกัน ต่างก็คิดตั้งขึงแขงเอาแก่ไทย พอไทย เกิดรบกับพม่าขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๗ ฮอลันดาเห็นไทยติดทำสงครามอยู่ทาง อื่น ก็หาเหตุเอากองทัพเรือปิดปากน้ำ สมเด็จพระนารายณ์ฯ จำต้องยอมสัญญาว่าจะไม่ค้าขายแข่งขันพวกฮอลันดาทางตวันออก ฝ่ายข้าง อังกฤษเห็นพวกฮอลันดาแขงขึงขึ้นแก่ไทยทางนี้ ก็แขงขึงขึ้นแก่ไทย ทางตวันตกบ้าง ได้ความปรากฏมาว่าอังกฤษจะคิดยึดเอาเมืองตนาวศรี แลเมืองมฤท ซึ่งเปนเมืองท่าค้าขายของไทยทางตวันตกเปนของอังกฤษเสีย มิให้ไทยมีช่องทางที่จะค้าขายแข่งอังกฤษด้วยเหมือนกันในขณะนั้นทางยุโรปพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ มีอานุภาพขึ้น พระเจ้าหลุยที่ ๑๔ เปนผู้อุปัมภ์บำรุงสาสนาลัทธิโรมันคาธอลิก เปนข้าศึกกับพวกอังกฤษแลฮอลันดา ซึ่งถือลัทธิโปรเตสตันต์ ให้มาขอเปนทางพระราชไมตรีสมเด็จพระนารายณ์ฯ จึงทรงรับทางไมตรีของพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ หวังจะ เอาเปนสัมพันธมิตรมิให้พวกฮอลันดาแลอังกฤษมารุกรานเมืองไทย ส่วนความมุ่งหมายของฝรั่งเศสที่สมัคมาเปนไมตรีกับไทย ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ นั้น ที่จริงทีเดียวจะเปนอย่างไรก็ทราบ


(๘) ไม่ได้แน่ในเวลานี้ แต่สังเกตตามความที่ปรากฎอยู่ในเรื่องราวที่พิมพ์ไว้ในสมุดเล่มนี้ ดูเหมือนส่วนพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ เองกับพวกบาดหลวงจะมุ่งหมายเพียงจะเกลี้ยกล่อมไทย ตั้งแต่สมเด็จพระนารายณ์ ฯ เปนต้นให้เข้ารีดถือสาสนาคริสตังตามลัทธิโรมันคาธอลิก ให้เปนเกียรติ ยศในการสาสนูปัมภกอย่างหนึ่ง กับจะอาศรัยเมืองไทยหาผลประโยชน์ในการค้าขายของฝรั่งเศสแข่งอังกฤษแลฮอลันดาอย่างหนึ่ง หาได้คิด มุ่งหมายที่จะทำลายอิศรภาพของเมืองไทย เอาไปเปนเมืองขึ้นของฝรั่งเศสไม่ แต่มีฝรั่งเศสอีกพวกหนึ่งคิดมุ่งหมายถึงจะเอาเมืองไทยไปเปนเมืองขึ้น บางทีความข้อที่ว่ามานี้เองจะเปนมูลเหตุให้พวกฝรั่งเศส มาเดิรอุบายแตกกันในประเทศนี้ เพราะฉนั้นขอเชิญท่านทั้งหลายผู้เอาใจใส่ในความรู้โบราณคดี จงอ่านเรื่องราวซึ่งปรากฏอยู่ในสมุดเล่มนี้โดยเอาใจใส่พิจารณาให้รู้เหตุการณ์ ในพงศาวดารที่จริงให้ยิ่งขึ้นไปเทอญ

จดหมายเหตุของคณะบาดหลวงฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามาตั้งครั้งรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช[แก้ไข]

การต่าง ๆ ที่พวกบาดหลวงได้กระทำไปแล้วเกิดเลื่องฦากันแพร่ หลาย มีข้าราชการผู้หนึ่งซึ่งเป็นคนฉลาดเฉลียวแลไหวพริบ ได้ไปหาพวกบาดหลวง ๆ ได้ชี้แจงว่าตนมีความยินดีแลเต็มใจที่จะสั่งสอนพวกเด็ก ๆ แลได้ถวายเรื่องราวต่อพระเจ้าแผ่นดินด้วย พระเจ้าแผ่นดินสยามจึงได้มีพระราชโองการโปรดฯ ให้ส่งคนไทยไปเล่าเรียนที่บ้านบาดหลวง ๑๐ คน แลโปรดพระราชทานพระราชานุญาตให้พวกบาดหลวงเทศนาสั่งสอนได้ตามพอใจ แลจะไปไหนมาไหนได้ทุกแห่ง เว้นแต่ในพระราชวังเท่านั้น เมื่อได้รับพระมหากรุณาเช่นนี้แล้ว พวกบาดหลวงจึงเห็นว่าเปนการสมควร ที่จะกราบบังคมทูลความเปนไปต่าง ๆ ให้ทรงทราบ จึงได้มีจดหมายขึ้นกราบบังคมทูลดังนี้ ข้าพเจ้าสังฆราชเบรีธ ผู้เปนนักพรตของพระเปนเจ้าผู้มีอำนาจสร้างฟ้าแลดิน พร้อมด้วยคณะนักพรตอันมีศีลธรรมพิเศษอีก ๔ รูป เปนชาติฝรั่งเศสด้วยกัน ไม่มีโอกาศที่จะเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทได้ด้วย ตนเองโดยเหตุที่เปนชนชาวต่างประเทศ ขอพระราชทานชวโรกาศเฝ้าด้วยจดหมาย การที่ข้าพเจ้าทั้งหลายเห็นว่าเปนหน้าที่อันสำคัญ ที่จะต้องกราบบังคมทูลเช่นนี้ ก็โดยเหตุที่ได้แลเห็นพระมหากรุณา ๑


๒ ซึ่งได้พระราชทานแก่พวกข้าพเจ้าในเวลาที่ได้มาอยู่ ในแผ่นดินสยาม ใช่แต่เท่านั้น ยังมีข้อสำคัญใหญ่ยิ่งอีกข้อหนึ่ง กล่าวคือ ข้าพเจ้าเห็นว่าพระองค์มีพระรูปโฉมลักษณะเหมือนกับองค์พระเปนเจ้า นอกจากเหตุที่กราบบังคมทูลอันเปนเหตุใหญ่พออยู่แล้วนี้ ข้าพเจ้ายังเห็นว่าการที่ทรงพระกรุณาโปรดให้ส่งเด็กมาศึกษาวิทยาความรู้ แลเล่าเรียนวิชา ของประเทศยุโรป ๑๐ คนนั้น เปนการที่ข้าพเจ้าต้องรลึกถึงพระมหากรุณาอีกชั้น ๑ จึงกระทำให้ข้าพเจ้านึกถึงการที่จะตั้งโรงเรียนขึ้นหลังหนึ่ง สำหรับสอนวิชาต่าง ๆ ซึ่งเปนวิชาที่จำเปนสำหรับประเทศอันใหญ่เพื่อจะได้เปนที่นิยมของประเทศอื่น ๆ ในโลกนี้ ถ้าความที่ข้าพเจ้าดำริห์ข้อนี้เปนที่ชอบด้วยพระราชบริหารแล้ว ข้าพเจ้าขอพระราชทานตั้งโรงเรียนขึ้นในพระนคร หรือในที่ใดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าพเจ้าได้ตั้งขึ้น การที่ข้าพเจ้ากราบบังคมทูลมาเช่นนี้ คงจะไม่เปนข้อที่จะกระทำ ให้ทรงเคลือบแคลงอย่างใด แลคงจะทรงทราบได้ว่าการที่ข้าพเจ้าได้อุสาหะละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ละทิ้งบิดามารดา มิตรสหายแลทำเล ที่ทำมาหาลี้ยงชีพของตนมา ก็เพื่อประสงค์จะได้ทำการตามหน้าที่ แลพระบัญญัติที่ข้าพเจ้านับถือนั้นให้ดียิ่งขึ้น หน้าที่แลพระบัญญัตินี้บังคับ ให้ข้าพเจ้ารักบุคคลทุก ๆ คนเหมือนรักตัวของตัว แม้ที่สุดผู้ที่เปน ศัตรูก็ต้องรักเท่ากันมิได้ยกเว้นอย่างใดเลย โดยเหตุนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่มีทางอื่นที่จะแสดงความรักใคร่ต่อไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของใต้ฝ่าลออง


๓ ธุลีพระบาท ซึ่งดีไปกว่าการชี้หนทางอันสว่างที่ข้าพเจ้าได้รับมาจากพระ เปนเจ้า จึงกราบบังคมทูลต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ขอใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ได้โปรดให้มีบาดหลวงฝรั่งเศสประจำอยู่ในพระราชอาณา เขตเสมอสัก ๒ คน สำหรับที่จะทำการสั่งสอนพลเมืองต่อไป เพื่อให้ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาททรงทราบถึงความมุ่งหมายแห่งสาสนา ทั้งการ ปฏิบัติของพวกข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าจึงขอกราบบังคมทูลให้ทรงทราบว่า ในชีวิตนี้แลในโลกนี้ พวกข้าพเจ้ามิได้มุ่งหมายอย่างอื่นนอกจากจะกระทำความเคารพแลรักในพระเปนเจ้าอย่างเดียว ทั้งมีความรักใคร่ในเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวของตัว อีกประการ ๑ วิญญาณของข้าพเจ้า ไม่รู้จักดับสูญ จึงเชื่อว่าคงจะได้รับความดีหรือความชั่ว ตามความดีแลความชั่วซึ่งได้กระทำมา เพราะเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงถือว่า ผู้ที่รัก พระเปนเจ้ามาก ผู้ที่บริจาคทานแก่เพื่อนมนุษย์ แลผู้ที่ได้กระทำ ความดีมากที่สุด จะเปนผู้ที่จะได้รับความสุขเปนนิจนิรันดร โดยเหตุ ี่ืที่ถือเช่นนี้ ข้าพเจ้าจึงปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด มิได้เกี่ยวข้องอย่างใดแผ่นดินหรือเกี่ยวในการของบุคคล นอกจากจะช่วยเหลือแก่คนจน สั่งสอนนักโทษให้รู้จักความผิดที่ตัวได้กระทำมา แลช่วยรักษาคนเจ็บป่วย นี่แลเปนเหตุที่กระทำให้พวกข้าพเจ้ามาอยู่ในประเทศเหล่านี้ ถ้า แลการที่กราบบังคมทูลมาทั้งนี้ เปนที่พอพระราชหฤทัยแล้ว ข้าพเจ้าจะขอพระราชทานพระมหากรุณาอย่างเดียวเท่านั้น คือ ขอพระราชทาน

๔ โบสถ์สักหลังหนึ่ง เพื่อเปนที่สำหรับทำกิจของสาสนา แลข้าพเจ้าจะได้อ้อนวอนพระเปนเจ้าผู้มีอำนาจ ขอให้คุ้มครองป้องกันใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทให้ทรงพระสำราญเปนนิจ อย่าให้มีพระโรคาพาธอย่างใด ๆ ทั้งขอให้พระเปนเจ้าได้พิทักษ์รักษาพระราชอาณาเขตของพระองค์ให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นด้วย

ผลของจดหมายกราบบังคมทูล

หนัสือกราบบังคมทูลฉบับนี้ ยังไม่ได้รับพระราชดำรัสตอบเพราะเหตุว่าเสนาบดีผู้มีหน้าที่นำทูลเกล้า ฯ ถวายได้ป่วยมาช้านานแล้ว จะต้องรอให้หายป่วยเสียก่อนจึงจะถวายได้ เมื่อเสนาบดีได้หายป่วยแล้ว ก็ยังต้องรออยู่ช้านานจึงได้นำจดหมายของบาทหลวงขึ้น ทูลเกล้า ฯ ถวาย ได้ความว่าทรงโปรดคำที่กราบทูลนั้น จึงได้ พระราชทานที่นาอันกว้างขวางแก่พวกบาดหลวงแห่ง ๑ ที่นานี้เปนที่ดี มากตั้งอยู่ริมน้ำติดกับที่ ๆ พวกญวนอยู่เรียกว่า บ้านพลัด (Banplahet) แลเพื่อจะทรงแสดงว่าโปรดในการที่พวกบาดหลวงจะมาตั้งอยู่ในพระราช อาณาเขต จึงมีพระราชดำรัสสั่งให้แจ้งไปยังบาดหลวง ว่าจะพระราชทานสิ่งของสำหรับสร้างโบสถ์ เมื่อเจ้าพนักงารได้ทราบในพระราช กระแสร์รับสั่งเช่นนี้ จึงได้ไปจัดการไล่คนที่อาศรัยอยู่ในที่ดินที่พระ ราชทานบาดหลวง ให้รื้อถอนเรือนไปจากที่นั้นใน ๘ วัน แล้วได้สร้างเรือนขึ้นในที่นั้น ๒ หลัง ทำด้วยไม้หลังคามุงกระเบื้อง เพื่อ

๕ ป้องกันไฟแลจะได้เปนที่สำหรับเก็บรักษาสมุดแลของต่าง ๆ สำหรับวัด ที่บาดหลวงได้นำมาจากประเทศยุโรป เพราะเรือนธรรมดาในพื้นบ้านเมืองทำด้วยไม้ไผ่ ผนังทำด้วยดินเผาแลหลังคามุงด้วยใบไม้คล้ายกับใบตาล ส่วนในโบสถ์ที่จะก่อด้วยอิฐนั้นได้ตกลงกันให้รอไว้ก่อน สำหรับให้บาดหลวงผู้ที่จะมาอยู่ประจำในเมืองนี้ทำต่อไป พวกบาดหลวงได้ตั้งอยู่เปนหลักฐานที่อยุธยาเมื่อ ค.ศ. ๑๖๖๖ (พ.ศ. ๒๒๐๙) บรรดาบาดหลวงมีความเชื่อถือว่าเปนบัญญัติของพระเปนเจ้า ที่ จะให้พวกบาดหลวงอยู่ในแผ่นดินนี้ จึงได้จัดการให้สร้างบ้านเรือนใหญ่ขึ้นในที่ ๆ พระราชทาน เรือนนั้นได้ทำเปนสองชั้น ๆ ล่างก่อด้วยอิฐ สำหรับ พวกบาดหลวงอยู่ได้หลายคน ชั้นบนทำด้วยไม้ใช้เปนโบสถ์ โดยเหตุที่น้ำท่วมทุกปีจึงจำเปนต้องยกพื้นให้สูงพ้นดิน ๑ วา แลตัวเรือนนั้นกว้าง ๒๐ วาเศษสี่เหลี่ยม ติดกับเรือนมีป่าช้าที่ฝังศพแลมีสวนด้วย ในประเทศนี้บรรดาชาวประเทศต่าง ๆ ได้อาศรัยอยู่กันเปนหมู่ ๆ เรียกกันว่าค่าย เพราะฉนั้นที่อยู่ของพวกบาดหลวงฝรั่งเศสจึงได้ให้ ชื่อว่า "ค่ายเซนต์โยเซฟ" โดยนักบุญผู้นี้ได้ช่วยเหลือแก่พวกบาดหลวงฝรั่งเศสเปนอันมาก (๑)

(๑) วัดเซนต์โยเซฟยังอยู่ที่ปากคลองน้ำยาจนทุกวันนี้



๖ จดหมายมองเซนเยอร์ลำแบเดอลาม๊อต ถึงมองเซนเยอร์ปาลู วันที่ ๑๗ ตุลาคม ค.ศ. ๑๖๖๖ (พ.ศ. ๒๒๐๙) พระเจ้าแผ่นดินได้พระราชทานที่สำหรับให้พวกเราอยู่ แลได้ทรง สัญญาว่าจะพระราชทานสิ่งของสำหรับสร้างวัดด้วย ข้าพเจ้าได้เลือกที่ ตั้งแต่ที่ ๆ พวกญวนอยู่ ตลอดจนเกือบถึงวัดพุทธสาสนาเล็ก ๆ สองวัดซึ่งอยู่ปลายเกาะ การที่คิดจะไปอยู่กับพวกชาวต่างประเทศที่ถือคริส สาสนาเปนอันงดเลิก แลการที่ได้มาตั้งอยู่ในที่นี้ก็โดยพระมหากรุณาพิเศษของพระเจ้าแผ่นดิน ที่นี้งดงามมากแลเราได้ปลูกเรือนขึ้นสองหลังทำด้วยไม้หลังคามุงกระเบื้อง เพื่อจะได้รักษาสมุดแลเครื่องประดับประดาวัด มีคนหลายคนจะขอมาอยู่ในที่นี้ แต่ข้าพเจ้าไม่ใคร่จะยอมเพราะต้องการแต่จะให้คนดี ๆ มาอยู่ จึงได้อนุญาตให้คนไทยมาอยู่สองครัวเรือน ชาวปอตุเกตุครัวเรือนหนึ่ง แลชาวฝรั่งเศสครัวเรือนหนึ่ง นิโกลาพร้อมด้วยบุตรภรรยาก็อยู่ในที่นี้ ถ้าจะมีชาวฝรั่งเศสอื่น ๆ มาอยู่ในเมืองนี้อิก ก็จะมาอยู่ได้ในที่แห่งหนึ่งซึ่งเปนของแผ่นดิน ขอให้ ท่านชี้แจงให้ผู้อำนวยการของบริษัทนี้ทราบ แลให้เชื่อในความช่วยเหลือของพวกบาดหลวงด้วย

จดหมายมองเซนเยอร์ลำแบเดอลาม๊อต ถึงมองเซนเยอร์ปาลู ค.ศ. ๑๖๖๗ (พ.ศ. ๒๒๑๐) โดยความเชื่อถืออันมั่นคงว่าในไม่ช้าคงจะมี บาดหลวงฝรั่งเศสเข้ามา จึงตกลงใจให้สร้างเรือนขึ้นในที่ดินซึ่งพระเจ้าแผ่นดินได้โปรดพระ ๗ ราชทานเรือนที่กำลังสร้างอยู่นี้เปนเรือนสองชั้น ๆ ล่างก่อด้วยอิฐ มี ๖ ห้องกับห้องใหญ่ ๑ ห้องสำหรับให้คนอยู่ ชั้นบนทำด้วยไม้สำหรับเปน โบสถ์ใหญ่แลสำหรับเก็บรักษาเครื่องบูชาแลของใช้ต่าง ๆ ด้วย ที่ทำ เท่านี้พอแก่ความต้องการแล้ว แลจะได้ทำป่าช้าที่ฝังศพด้วย แต่ที่ ฝังศพนี้จะต้องถมดินสูงขึ้นวา ๑ เพื่อกันน้ำท่วม

การรับราชการไทยกับภรรยาเข้าเปนคริสเตียน สาสนาคริสเตียนจะแพร่หลายบ้างแล้ว มีข้าราชการผู้หนึ่งซึ่งเปนเพื่อนของเสนาบดีได้ยินพูดถึงสาสนานี้ จึงให้คนไปหาบาดหลวง บอกว่ามีความยินดีที่จะได้ฟังเทศนาในเรื่องนี้ พวกบาดหลวงได้รีบร้อน ที่จะชี้แจงสั่งสอนถึงสาสนาคริสเตียน แลเมื่อข้าราชการผู้นั้นได้ยินได้ฟังแล้วก็ไม่มีความเบื่อหน่ายที่จะฟังต่อไป แลรู้สึกในคุณความดีของพระเปนเจ้า แลข้าราชการผู้นั้นได้กล่าวเสมอ ๆ ว่าตนเชื่อแล้วว่าสาสนาคาธอลิกเปนสาสนาที่จริงแท้ จึงขอร้องให้รับเข้าสาสนาโดยเร็ว เมื่อบาดหลวงจะให้กระทำการอย่างใด ๆ ข้าราชการผู้นั้นจะยอมทำทุก ประการ เมื่อพวกบาดหลวงได้เห็นความสัตย์จริงเช่นนี้ จึงได้ให้น้ำมนต์รับ เข้าในสาสนาที่บ้านของข้าราชการผู้นั้น เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ค.ศ. ๑๖๖๗ (พ.ศ. ๒๒๑๐) โดยที่ท่านผู้นั้นนอนป่วยมาหลายเดือนแล้ว แลได้ให้นามว่า โยเซฟ เพื่อเป็นเกียรติยศแก่นักบุญผู้ปกครองคณะบาดหลวงในประเทศนี้ เมื่อข้าราชการผู้นี้ได้ถือสาสนาคริสเตียนแล้ว พวก

๘ บาดหลวงได้กระทำพิธีให้สาบาลเข้าถอสาสนาภายใน ๕๐ วัน ซึ่งผู้นั้นยัง มีชีวิตอยู่ ภรรยาของข้าราชการผู้นี้ซึ่งเปนคนอยู่กับพระมเหษี ก็ได้ มารับน้ำมนต์เข้าถือสาสนาในวัดภายหลังสามี ๑๓ วัน ภรรยาได้ขอร้อง ให้เอาศพของสามีมาฝังที่ป่าช้าของบาดหลวง แต่จะขืนสมัยไปไม่ได้ เพราะสามีเปนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งเปนเพื่อนของเสนาบดีด้วย แล เสนาบดีก็มีความประสงค์ที่จะทำศพให้ จึงเปนอันตกลงต้องทำศพตามประเพณีของบ้านเมืองในที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเปนที่สำหรับฝังหรือเผาผู้มีบรรดา ศักดิ์นั้น


พระราชดำริห์ของพระเจ้าแผ่นดินสยาม ในเรื่องสาสนาคาธอลิก จดหมายของมองเซนเยอร์ลำแบเดอลาม๊ต ถึงมองเซนเยอร์ปาลู เดือน ตุลาคม ค.ศ. ๑๖๖๗ (พ.ศ. ๒๒๑๐) ดูเหมือนอภินิหารแลบารมีของพระเปนเจ้า จะได้ดลพระราช หฤทัยของพระเจ้าแผ่นดินสยามแล้ว เพราะเมื่อเร็วๆ นี้เอง พระเจ้าแผ่น ดินมีพระราชประสงค์จะทรงทราบว่าสาสนาคริสเตียนสอนอะไรบ้าง เมื่อ พวกข้าพเจ้าได้ทราบดังนั้น จึงเห็นว่าควรนำรูปภาพต่าง ๆ ที่เกี่ยวด้วยพระเยซูเจ้า แลเกี่ยวด้วยนักบุญทั้งหลายถวายให้ทอดพระเนตร เพราะ รูปภาพเหล่านี้ได้เย็บเปนเล่มมาจากเมืองฝรั่งเศส แลในระหว่างภาพต่าง ๆ แซกกระดาดเปล่าสำหรับเขียนคำอธิบาย โดยเชื่อว่าเมื่อ

๙ ทอดพระเนตรภาพเหล่านี้แล้วคงจะดำรัสามเปนแน่ ตามที่คาดหมายเช่นนี้ก็ไม่ผิด เพราะเมื่อได้ทอดพระเนตรภาพแล้วสัก ๒-๓ วันก็มีรับสั่งให้ถามว่าภาพเหล่านี้หมายความว่ากระไร แลโปรดให้เขียนคำอธิบายในกระดาดเปล่าที่แซกไว้เปนภาษาไทยด้วย การที่เขียนคำอธิบายเปนภาษาไทยนี้ มองซิเออลาโนเปนผู้ชำนาญภาษาไทย ได้เปน ธุระเขียนให้ประมาณสองเดือนจึงได้แล้วเสร็จ มองซิเออลาโนผู้นี้ได้พยายามเรียนภาษาไทยแลศัพท์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวด้วยสาสนาในเวลาที่อยู่กินหลับนอนกับพระสงฆ์ไทย เมื่อภาพต่างๆ ได้แปลแลเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้นำขึ้น ทูลเกล้า ฯ ถวาย เมื่อได้ทรงรับภาพไว้แล้วได้พระราชทานให้โหร (๑) ตรวจดู โหรได้อ่านตรวจแล้วจึงกราบบังคมทูลว่าสาสนาคริสเตียนเปนสาสนาที่ดีแลสอนล้วนแต่สิ่งที่ดีมีคุณประโยชน์ทั้งนั้น แต่ถึงกระนั้นพระพุทธสาสนาด็ดีเหมือนกัน ต่อมาได้ทราบว่าพระเจ้าแผ่นดินสยามได้ดำรัสว่าทรงโปรดสาสนา ของเรา แลข้อนี้ก็มีพยานว่าทรงโปรดจริง เพราะตั้งแต่นั้นมาก็ทรงพระเมตตาแก่พวกเรามากขึ้น เช่นการที่รับสั่งไว้ว่าจะพระราชทานสิ่งของสำหรับสร้างโบสถ์นั้น ภายหลังมาทรงทราบว่าเจ้าพนักงารหาได้

(๑) ที่ว่าโหรตรงนี้ สันนิษฐานว่าพระโหรา ผู้ซึ่งแต่งพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ แลแต่งหนังสือจินดามณี เพราะเปนอาจารย์วรรณคดี

๑๐ จัดการอย่างใดไม่ จึงได้มีรับสั่งกำชับให้จัดการให้เปนผลสำเร็จโดยเร็วเจ้าพนักงารจึงได้ส่งไม้มาให้สำหรับทำโบสถ์ แลสั่งล่ามว่าเมื่อจะ ต้องการอิฐแลของอย่างอื่นเท่าใดก็ให้สั่งเอาเอง ตัวท่านเสนาบดีได้เอาใจใส่ในเรื่องนี้มาก โดยมุ่งหมายจะให้เปนการสำเร็จตามพระราชประสงค์ทั้งมีความรักใคร่นับถือในพวกเราด้วย วันหนึ่งท่านเสนาบดีได้นัดให้พวกบาดหลวงแลชาวปอตุเกต ๒-๓ คนไปพบท่านที่ในวัง ท่าน จึงได้ถามว่าของต่าง ๆ สำหรับสร้างโบสถ์เจ้าพนักงารได้ไปมอบหมาย ให้แก่บาดหลวงฝรั่งเศสแล้วหรือยัง เมื่อท่านได้รับคำตอบว่าของเหล่านี้ได้รับหมดแล้ว จึงได้พูดขึ้นว่า "ดีแล้ว ของพระราชทานส่วน พระเจ้าแผ่นดินเปนอันเสร็จแล้วกันไป แต่ส่วนฉันยังไม่ได้จัดการอย่างใด ขอให้ไปบอกกับท่านสังฆราชว่า ฉันมีความประสงค์จะอุดหนุนในการสร้างโบสถ์เหมือนกัน"

การสาสนาที่เกี่ยวข้องด้วยพระราชอนุชาของพระเจ้าแผ่นดิน จดหมายมองเซนเยอร์ลำแบเดอลาม๊อต ถึงผู้อำนวยการ คณะการต่างประเทศ ค.ศ. ๑๖๖๘ (พ.ศ. ๒๒๑๑) ในจดหมายฉบับก่อน ๆ ข้าพเจ้าได้บอกไปแล้วว่า พระเจ้าแผ่นดิน สยามอยากจะทรงทราบถึงการสาสนาของเรา ข้าพเจ้าจึงได้ถวายสมุดรูปภาพแสดงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวด้วยสาสนา ทั้งเขียนคำอธิบายไว้เปนภาษาไทยด้วย


๑๑ เมื่อพระเจ้าแผ่นดินได้ทรงแสดงน้ำพระหฤทัยว่า โปรดปรานในสาสนาของเราเช่นนี้ พระราชอนุชาที่สองจึงทอดพระเนตรสมุดภาพเล่มนั้นบ้าง เมื่อได้รับพระราชานุญาตแล้วจึงได้มีพระดำรัสให้บาดหลวงไปเฝ้าที่วัง เมื่อบาดหลวงได้ไปเฝ้าตามรับสั่งแล้ว จึงโปรดให้บาดหลวงนั่งเคียงพระองค์ แลรับสั่งว่าต้องพระประสงค์จะได้รับความสว่างแลความรู้ในสาสนาของเรา แลทรงรับรองว่าการที่จะทรงถือสาสนา คริสเตียนก็จะเปนได้ด้วยเหตุสองประการ ๆ ที่ ๑ เพราะทรงเห็นว่าสาสนา นี้เปนสาสนาที่ดี ประการที่ ๒ เพราะหวังพระทัยว่า ถ้าพระเปนเจ้า เปนผู้ที่มีอำนาจจริงดังบาดหลวงกล่าวยกยอแล้ว พระเปนเจ้าคงจะรักษา พระองค์ให้หายประชวรอัมพาตซึ่งได้ประชวรมาแล้วถึง ๑๒ ปี จนพระบาทแลพระหัตถ์เสียใช้การไม่ได้ บาดหลวงได้ตั้งต้นอธิบายถึงเหตุผลแลการต่าง ๆ ของสาสนาเหมือนกับอธิบายแก่คนที่ยังไม่เข้าใจอะไรเลย ฝ่ายพระราชอนุชาของพระเจ้าแผ่นดินทรงโปรดมากจนถึงกับดำรัสให้บาดหลวงได้เข้าเฝ้าเนือง ๆ บาดหลวงได้พยายามไปเฝ้าสามหรือสี่ครั้งภายในสามอาทิตย์ จนผลที่สุดพระราชอนุชาได้ดำรัสว่า พระเปนเจ้า มีพระองค์เดียวเท่านั้น ต่อไปจะนมัสการแต่พระเปนเจ้าพระองค์นี้เท่านั้น ครั้นมาภายหลังพระเจ้าแผ่นดินเสด็จไปประพาสในที่แห่งหนึ่ง ระยะทาง ห่างพระนครสองวันเพื่อทรงยิงพยัคฆ์ให้เพลินพระราชหฤทัย พระราชอนุชาจึงได้เชิญมองเซนเยอร์เดอบรีธให้ตามขึ้นไปเฝ้า ครั้นเมื่อวัน ที่ ๑ เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๖๗ (พ.ศ. ๒๒๑๐) จึงได้ดำรัสกับมอง


๑๒ เซนเยอร์เดอบรีธ ว่าพระองค์จะไม่ทรงเชื่อถืออย่างอื่น นอกจากจะเชื่อ ถือในพระเปนเจ้าพระองค์เดียว ซึ่งเปนผู้สร้างดินฟ้าอากาศเท่านั้น แลว่าเวลานี้ทรงนมัสการพระเปนเจ้าพระองค์นั้นอยู่วันละหลาย ๆ ครั้ง แลเมื่อวันที่ ๖ เดือนมกราคม ค.ศ. ๑๖๖๗ (พ.ศ. ๒๒๑๑) ก็ได้ดำรัสกับมองเซนเยอร์เดอเบรีธเช่นนี้อีกครั้งหนึ่ง นี่แหละเปนหนทางที่พระเปนเจ้า ได้จัดการเปิดช่องให้แก่พวกบาดหลวงฝรั่งเศส เพื่อจะได้เทศนาสั่งสอนถึงการสาสนาต่อไป แต่การที่จะได้มีช่องสำหรับสอนสาสนาคริสเตียนเช่นนี้ ก็เปนการแล้วแต่พระผู้เปนเจ้าจะบันดาล เพราะฉนั้นการต่อไปจะมีผลเพียงไรก็รู้ได้แต่พระผู้เปนเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้น

ค.ศ. ๑๖๖๘ (พ.ศ. ๒๒๑๑) ด้วยเหตุที่พระเจ้าแผ่นดินทรงทราบถึงสาสนาเจริญขึ้นทุกที ๆ โดยพระราชอนุชาแลหัวหน้าโหราจารย์ ได้มาในพิธีต่าง ๆ ของการสาสนาอยู่เนืองนิตย์ จึงโปรดให้หัวหน้าโหราจารย์มาพูดกับบาดหลวง ขอให้พระเปนเจ้าได้แสดงอภินิหารอย่างมหัศจรรย์สักอย่างหนึ่ง เพื่อให้เห็นประจักษ์ว่าเปนสาสนาที่จริง ถ้าหากว่าพระเปนเจ้าได้แสดงอภินิหารเช่นนั้นได้จริงแล้ว พระเจ้าแผ่นดินจะได้ทรงเลื่อมใสในพระเปนเจ้าของพวกบาดหลวง แลตัวโหราจารย์เองก็จะเชื่อด้วย ฝ่ายพวกบาดหลวงเชื่อถือในคุณความดี แลในอำนาจของพระเปนเจ้า


๑๓ จึงรับรองแก่โหรว่า พระเปนเจ้าจะแสดงอภินิหารอย่างมหัศจรรย์ให้เห็นปรากฎ ขอให้โหรกราบบังคมทูลถาม ว่าจะมีพระราชประสงค์ให้พระเปนเจ้าแสดงอภินิหารอย่างไร พระเจ้าแผ่นดินซึ่งหาพระราชโอรสมิได้ ทั้งเปนผู้ที่โปรดปรานรักใคร่พระราชอนุชาอย่างยิ่ง (๑) จึงดำรัสว่ามีพระราชประสงค์ อยากจะให้พระราชอนุชาหายประชวรพระโรคอัมพาตบรรดาพวกบาดหลวงจึงได้กราบไหว้อ้อนวอนพระเปนเจ้า แต่ฝ่ายพระเปนเจ้าทรงโปรดเลื่อนเวลาที่จะแสดงอภินิหาร เพื่อจะทดลองความเชื่อถือของคนทั่วไป จึงเปนเหตุกระทำให้พวกบาดหลวงได้รับความตักเตือนอยู่เนือง ๆ ว่าพระราชอนุชาของพระเจ้าแผ่นดิน ยังคงประชวรพระโรคอัมพาตอยู่อย่างเดิม แลคนทั้งหลายก็ยังคอยดูอยู่ว่าการที่บาดหลวงได้รับรองไว้จะมีผลอย่างใด เพราะเหตุว่าถ้าได้มีผลจริงอย่างที่รับรองไว้ ก็จะมีคนเข้าถือสาสนาคริสเตียนอีกมาก พวกบาดหลวงจึงได้ตอบว่า การที่พระเปนเจ้าจะแสดงอภินิหารเช่นนี้ พวกบาดหลวงไม่มีความสงสัยอย่างใดเลย สงสัยอยู่แต่ในความสัตย์ของผู้มาถาม ว่าจะต้องการเห็นอภินิหารของพระเปนเจ้าสำหรับดูเล่นสำหรับประโยชน์ส่วนตัวมาก หรือสำหรับจะตั้งใจเลื่อมใสนับถือจริงอย่าง ไร แต่อย่างไรก็ดีเมื่อพระเปนเจ้าโปรดแล้ว ในไม่ช้าก็คงจะได้ทรงแสดงให้เห็นทันตา บังเอิญในไม่ช้านานนัก พระเจ้าแผ่นดินเสด็จประพาสแห่งหนึ่ง ระยะห่างพระนคร ๒ ไมล์ พระเปนเจ้าก็โปรด

(๑) ข้อที่ว่าทรงรักใคร่พระอนุชาเห็นจะเข้าใจเอาเอง

๑๔ บันดาลให้เห็นคุณความดีของพระองค์อย่างมหัศจรรย์ คือเวลานั้นไม่มีใครได้นึกถึงพระโรคของพระราชอนุชาแล้ว ทั้งโดยมากก็เชื่อกันว่าพวกบาดหลวงหมดปัญญา คงจะกระทำตามที่สัญญาไว้ไม่ได้ บังเอิญโลหิตเกิดซึมซาบตามเส้นพระชงฆ์ของพระราชอนุชาที่ประชวรอัมพาต แลพระมังสะก็เกิดงอกขึ้นเห็นปรากฎแก่ตาคนทั่วไป เมื่อบาดหลวงได้ทราบความดังนี้ จึงได้กราบไหว้บูชาพระเปนเจ้า และแสดงว่าการที่บาดหลวงได้รับรองไว้ เปนผลสำเร็จหมดหน้าที่บาดหลวง แล้ว และที่ได้เห็นเท่านี้ ก็พอแสดงให้ปรากฎแน่นอนถึงอำนาจอันใหญ่ยิ่งของพระเปนเจ้าอยู่แล้ว ต่อไปพวกบาดหลวงเชื่อว่า พระอาการก็คงทรงอยู่เท่านี้ จนกว่าพระราชอนุชาของพระเจ้าแผ่นดินจะได้ทรงปฏิบัติตามที่ได้ดำรัสไว้ กล่าวคือ เมื่อได้เห็นเหตุมหัศจรรย์เวลาใดจะได้ทรงถือสาสนาคริสเตียนต่อไป อิกประการหนึ่ง ถ้าจะให้พวกบาดหลวงจัดการจนกว่าจะเปนผลสำเร็จ คือให้พระโรคหายทีเดียวแล้วก็จะต้องให้พระเจ้าแผ่นดินแลพระราชอนุชาทรงปฏิบัติตามที่ได้ประทาน สัญญาไว้ เมื่อได้โต้ตอบกันมาเพียงนี้ จึงได้เกิดรู้สึกกันขึ้นว่าเกี่ยวเปนเรื่องที่จะต้องเปลี่ยนการสาสนาทั่วพระราชอาณาเขต แลเปนเรื่องใหญ่โตมาก เรื่องนี้เปนเหตุกระทำให้การโต้ตอบเรื่องที่เกี่ยวด้วยการสาสนา ในระหว่างพระราชสำนักแลพวกบาดหลวงงดหยุดไป ทันที


๑๕ การเจรจาระหว่างฝรั่งเศสกับพระเจ้าแผ่นดินสยาม แลการถวายพระราชสาส์นกับศุภอักษร

เจรจาชั้นต้น มองเซนเยอร์ปาลูได้มาถึงกรุงสยามเมื่อวันที่ ๒๗ เดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๖๗๓ (พ.ศ.๒๒๑๖) เมื่อมองเซนเยอร์ปาลู กลับมาจากประเทศยุโรปครั้งที่ ๒ ใน ค.ศ. ๑๖๗๐ (พ.ศ. ๒๒๑๓) ได้เชิญอักษรสาส์นแลพระราชสาส์นมาถวายพระเจ้าแผ่นดินสยามด้วยสองฉบับ ฉบับหนึ่งเปนอักษรสาส์นของ ท่านสังตปาปาคเลมังที่ ๙ อีกฉบับหนึ่งเปนพระราชสาส์นของพระเจ้า หลุยที่ ๑๔ ส่งเครื่องราชบรรณาการมาด้วย ทั้งพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสแลท่านสังตปาปา เพื่อเปนการขอบพระมหากรุณาธิคุณพระเจ้าแผ่นดิน สยาม ที่ได้ทรงช่วยอุปัมภ์แลปกครองพวกบาดหลวงฝรั่งเศส แลเพื่อทรงขอร้องให้คง พระราชทานพระราชานุญาตให้พวกบาดหลวงได้กระทำกิจของสาสนาได้โดยสดวกในพระราชธานี เพราะฉนั้นเมื่อมองเซนเยอร์ปาลูได้มาถึงพระนคร มองซิเออร์เดอเบรีธ จึงได้แจ้งต่อเจ้าพนักงาร ว่าท่านบาดหลวงผู้นี้ได้เชิญพระราชสาส์นของพระเจ้าแผ่นดินอันถือสาสนาคริสเตียน แลอักษรสาส์นของท่านสังตปาปามาถวายพระเจ้าแผ่นดินสยาม เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงทราบเช่นนี้ก็ ทรงพระโสมนัสมาก จึงเปนเหตุให้เชื่อแน่ ว่าการต่าง ๆ คงเปน


๑๖ ผลสำเร็จดี แต่การที่จะถวายพระราชสาส์นนี้เกิดเปนการยากลำบากขึ้นเพราะเหตุว่าพระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงอนุญาตให้ชาวต่างประเทศเฝ้าได้เลย แลในเรื่องนี้พวกบาดหลวงเห็นเปนการสำคัญ ควรจะถวายพระราชสาส์นด้วยตนเอง เมื่อพระเจ้าแผ่นดินได้ทรงทราบ ว่าผู้ที่มีสาส์นมานี้มีเกียรติสูงเพียงไร จึงมีรับสั่งให้มาแจ้งแก่พวกบาดหลวงว่าเพื่อจะทรงแสดงว่า พระองค์พอพระราชหฤทัยในเรื่องนี้ จึงโปรดให้รับพระราชสาส์นโดยพิธีพิเศษ แลจะโปรดออกรับแขกเมืองด้วย การที่พระเจ้าแผ่นดินทรงพระราชดำริห์เช่นนี้ กระทำให้เกิดการลำบากขึ้นอีกข้อหนึ่ง โดยเปนปัญหาว่า บาดหลวงจะเข้าเฝ้าได้ด้วยสถานใดเพราะเหตุว่าต่อหน้าที่นั่งแล้ว ไม่มีใครจะนั่งหรือยืนหรือสวมรองเท้า เฝ้าได้ ได้แต่หมอบอย่างเดียวเท่านั้น ธรรมเนียมนี้เปนธรรมเนียม ที่ถือกันเคร่งครัดมาก จนที่สุดอรรคราชทูตก็ไม่ได้รับความยกเว้น ในระหว่างสามสี่เดือนที่ได้เจรจากันในเรื่องนี้ พวกบาดหลวงได้ชี้แจงอธิบายว่า ในพิธีที่จะเข้าเฝ้ามีการหลายอย่างที่บาดหลวงจะกระทำ ไปไม่ได้ เพราะเปนสิ่งที่จะกระทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศของสาสนา เสียเกียรติยศส่วนตัวบาดหลวง แลเสียเกียรติยศของประเทศฝรั่งเศสซึ่งในเวลานั้นพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้ กระทำสงครามมีไชยชนะอย่างสำคัญ จนถึงกับลือตลอดโลกแล้ว พระเจ้าแผ่นดินสยามทรงโปรดให้ผ่อนผันในข้อนี้ ทรงยอมอนุญาต ให้บาดหลวงสวมรองเท้าได้ ทรงยอมอนุญาตให้นั่งบนพรมอันปักร้อย


๑๗ อย่างงดงาม แลได้ทรงอนุญาตให้พวกบาดหลวงกระทำความเคารพอย่างแบบธรรมเนียมของประเทศยุโรปด้วย เพราะฉนั้นความขัดข้อง ทั้งหลายจึงเปนอันหมดไปคั่น ๑ ยังอยู่แต่จะเลือกวันที่จะเข้าเฝ้าให้เหมาะ เท่านั้น แลในระหว่างที่ยังไม่ได้ถวายพระราชสาส์นนี้ ก็ได้คิดจัดการไม่ให้เสียเวลาได้ บาดหลวงสองคนจึงได้ดำริห์ในการที่จะตั้งผู้แทนมองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศ ต่อไป

การถวายพระราชสาส์น ก่อนวันกำหนดที่จะเสด็จออกแขกเมืองวัน ๑ มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศ พร้อมด้วยบาดหลวงแลชาวฝรั่งเศสอีก ๗ คน ได้เชิญพระราชสาส์นที่จะถวายต่อพระเจ้าแผ่นดิน ไปยังสถานที่ซึ่งเคยเชิญพระราชสาส์นของพระเจ้าแผ่นดินต่างประเทศไปพักไว้ อันเปนแบบธรรมเนียมที่เคยกระทำมาในกาลก่อน แลเมื่อได้รอคอยอยู่หลายชั่วโมง จึงได้มีข้าราชการหลายคนมาจากพระราชวังเพื่อมารับพระราชสาส์น ข้าราชการเหล่านั้นจึงอัญเชิญพระราชสาส์นประดิษฐาน ในพานทองคำ แล้วนำพานทองคำกับพระราชสาส์นไปตั้งไว้ในท้องพระโรง มีเสนาบดีแลข้าราชการอยู่ในที่นั้นเปนอันมาก เพื่อจะได้ฟังคำแปลพระราชสาส์น ซึ่งมองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศได้แปลเปนภาษาไทย ในที่นี้ได้มีการเลี้ยงอย่างใหญ่โตมาก เมื่อได้มาพักอยู่ในที่นี้สักครู่หนึ่ง จึงมี


๑๘ ข้าราชการสองคนเชิญพระราชสาส์นขึ้นเสลี่ยง (๑) แลเมื่อแบกเสลี่ยงนั้นขึ้นบ่าแล้ว มีข้าราชการอื่น ๆ อีกหลายคนมาช่วยกุมแลหาม แลมีพลทหารืออาวุธห้อมล้อมด้วย เมื่อได้เชิญพระราชสาส์นขึ้นเสลี่ยงเสร็จแล้ว ยังมีข้าราชการเอาพระกลดมากางกั้นพานทองทั้งสอง เจ้าพนักงารตีกลองเป่าแตรสังข์แห่ห้อมล้อมไปยังพระราชวัง รุ่งเช้าเวลาประมาณ ๑๑ ทุ่ม เจ้าพนักงารได้นำเรือพาย ๕๐ พาย มารับสังฆราชไปยังพระราชวัง ยังมีเรือย่อม ๆ ตามมาอีก ๔ ลำ สำหรับรับบาดหลวงรอง ๆ กับชาวฝรั่งเศส ๙ คนไปด้วย ในเรือสำหรับสังฆราชมีแท่นพระสูงสำหรับนั่ง ตามประเพณีของบ้านเมือง ถ้าเรือผ่านพระราชวัง ผู้ที่นั่งในเรือต้องลงจากแท่นแล้วกราบลงที่พื้นเรือเพื่อแสดงความเคารพ ต่อพระเจ้าแผ่นดิน แต่ฝ่ายสังฆราชเมื่อเรือผ่านพระราชวังหาได้ลงจากแท่นไม่ คงนั่งอยู่ตามเดิม ประมาณ ๑ โมงเช้า ๓๐ นาฑีได้มาถึงหน้าพระลานชั้นนอกซึ่งจะเข้าไปในท้องพระโรง ฝ่ายเสนาบดีแลข้าราชการอื่น ๆ พักอยู่อีกห้องหนึ่งใกล้ ๆ กัน ในที่นี้ได้พักปรึกษาถึงขนบธรรมเนียม ที่จะต้องทำประมาณ ๔๕ นาฑีจึงได้เปนอันตกลงกัน ครั้นเสร็จแล้วเจ้าพนักงารได้เป่าแตรสังข์ตีกลองเปนเครื่องสัญญาสามครั้ง จึงมีข้าราชการชั้นสูง ๒ คนมาบอกสังฆราชทั้งสองให้เข้าเฝ้า พร้อมด้วยมองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศผู้ที่จะเปนล่าม ท่านสังฆราชจึงได้เดิรเข้าไปในท้องพระลานชั้นที่สอง ในหน้าพระลานนี้มีทหารอยู่หลายกองแลมีช้าง

(๑) ภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่าโต๊ะ

๑๙ ทรงเครื่องอยู่ด้วย จากหน้าพระลานที่สองนี้ได้เดิรเข้าไปถึงหน้าพระลานชั้นสาม หน้าพระลานนี้เต็มไปด้วยทหารซึ่งตั้งกองอยู่โดยระเบียบเรียบร้อยมาก แต่ทหารหมอบท้องติดดินมือประสารบนศีร์ษะทุกคน จากหน้าพระลานนี้ได้เดิรเข้าไปอีกถึงหน้าพระลานที่สี่ ในหน้าพระลานนี้ได้เห็น ช้างเผือกที่มีชื่อเสียงล่ำลือไปถึงประเทศยุโรปแลเปนช้างพระที่นั่งซึ่งพระเจ้าแผ่นดินเคยทรงเสมอ ยืนอยู่ในปรำซึ่งได้ตกแต่งประดับประดาอย่างงดงาม แลยังมีม้าที่นั่งแต่งเครื่องอานอย่างงดงามอยู่ในปรำต่าง หากอีก ๔ ม้า ไกลออกไปอีกหน่อยหนึ่งได้เห็นช้างอีกหลายเชือกล้วนแต่เปนช้างขนาดใหญ่หน้าอัศจรรย์ ช้างเหล่านี้มีควานกำกับ ทุกเชือก ที่ตอนกลางชลานี้มีห้องเต็มไปด้วยข้าราชการสองห้อง แลปลาย ท้องพระลานตรงกับประตูแลเห็นพระที่นั่งองค์หนึ่ง ผนังภายนอกปิด ทองคำในพระที่นั่งหลังนี้มีท้องพระโรงใหญ่ ซึ่งเปนที่ห้ามมิให้ชาวต่างประเทศเข้าไปเปนอันขาด แม้แต่ข้าราชการของพระเจ้าแผ่นดินเองที่จะ เข้าไปได้ก็น้อยตัวที่สุด แลเปนพระราชฐานที่อรรคราชทูตต่างประเทศ ไม่เคยได้เข้าไปเฝ้าเลยจนคนเดียว ถึงดังนั้นพระเจ้าแผ่นดินก็จะโปรดออกแขกเมืองรับสังฆราชในที่นี้ ซึ่งเปนเหตุกระทำให้ข้าราชการทุกคน พิศวงมาก ข้าราชการสองคนซึ่งเปนผู้นำสังฆราชมาแต่เดิมได้เชิญให้สังฆราชเข้าไปในท้องพระโรง ซึ่งเต็มไปด้วยข้าราชการผู้ใหญ่หมอบอยู่บนนพรมทุกคน มองซิเออร์เดอเบรีธอยู่ข้างซ้ายมองซิเออร์เดลิโอ


๒๐ โปลิศ ทั้งสองคนเดิรไปในระหว่างทางที่ได้เตรียมไว้ จึงไปถึงที่ประทับ ได้แลเห็นพระเจ้าแผ่นดินประทับอยู่บนราชบัลลังก์สูงแลงดงามมาก ทรงพระมหามงกุฏ แลฉลองพระองค์ประดับประดาไปด้วยเพ็ชรพลอย ทุกชนิด เมื่อได้มาถึงที่นี่เจ้าพนักงารได้เตรียมไว้ ท่านสังฆราชจึงได้นั่งลงแล้วก้มตัวลงถวายคำนับต่อพระเจ้าแผ่นดินสามครั้ง ฝ่ายเสนาบดีแลข้าราชการผู้ใหญ่ซึ่งแต่งตัวสวมลอมพอก บางคนมีเกี้ยวทองคำมีดอกไม้ไหวโตขนาดสองนิ้ว บางคนก็มีแต่ลอมพอกเปล่าไม่มีเครื่องประดับ ได้พร้อมกันคุกเข่าเอามือพนมเหนือศีร์ษะกราบถวายบังคมสามครั้งแล้วก็ลงหมอบอย่างเดิม เว้นแต่ท่านเสนาบดีซึ่งมีหน้าที่นำราชทูตเฝ้าหาได้หมอบอย่างข้าราชการทั้งหลายไม่ ท่านเสนาบดีได้กราบ บังคมทูลสองสามคำจึงได้มีข้าราชการผู้หนึ่งมานั่งหน้าสังฆราช แล้วอ่าน พระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ แลอ่านอักษรสาส์นของสังตปาปา ด้วยเสียงอันดังแลแจ่มใส เมื่ออ่านจบแล้วพระเจ้าแผ่นดินจึงได้มีพระดำรัสกับสังฆราช คือพระดำรัสกับเสนาบดีก่อน เสนาบดีจึงมาพูดกับ มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศตามพระราชโองการ เมื่อสังฆราชตอบว่า อย่างไร มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศก็นำความบอกแก่เสนาบดี ๆ จึงนำความกราบบังคมทูล เมื่อพระเจ้าแผ่นดินดำรัสจบพระราชกระแสคราว ใด เสนาบดีต้องกราบถวายบังคมสามครั้งตามแบบอย่างของบ้านเมือง ทุกคราว แลเมื่อจะนำคำตอบของสังฆราชกราบบังคมทูล ก็ต้องถวาย บังคมทุกครั้งเหมือนกัน

๒๑ ตามข้อความต่าง ๆ ที่ดำรัสถามนั้น มีถามถึงความสุขสำราญของสังตปาปาแลของพระเจ้าแผ่นดินคริสเตียน (ฝรั่งเศส) ถามถึง เกียรติยศของสังตปาปาแลอำนาจของพระเจ้าแผ่นดิน (ฝรั่งเศส) ถาม ถึงการที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสเสด็จไปทำสงคราม ที่เมืองฮอลันดามีไชยชนะอย่างไร ถามถึงขนบธรรมเนียมของราชวงศแลเกียรติยศ เกียรติคุณของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส แล้วจึงได้ทรงชมเชยพระอัธยา ศัยอันดีของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสซึ่งได้พาชื่อเสียงอันดีแลเกียรติยศอันสูงให้ปรากฎทั่วไปทุกแห่ง ท่านสังฆราชจึงได้มีโอกาศกราบทูลอะไรต่ออะไรแล้วแต่สิ่งที่ดีที่เกี่ยวกับพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ตามข่าวคราว ที่ได้รับมาจากเมืองฝรั่งเศสเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง ในขณะนี้มีข้าราชการหลายคนได้นำพานทองซึ่งมีลูกไม้แลใบไม้เรียกกันว่ามากแลพลูมาแจก ซึ่งเปนการแสดงความนับถือต่อแขกผู้มาหา อีกสักครู่หนึ่งมีข้าราชการอีกคนหนึ่งนำหีบซึ่งบัญจุเสื้อสีม่วงทำ ด้วยไหมเมืองจีนสองเสื้อพระราชทานแก่สังฆราชสองคน ๆ ละเสื้อ แลเสื้อแพรสีดำพระราชทานแก่มองซิเออร์ เดอเมเตโลโปลิศ ซึ่งเวลานั้นยังไม่ได้รับตำแหน่งเปนสังฆราช ในเวลาที่สังฆราชกับมองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศรับของพระราชทานนั้น ได้ก้มตัวลงถวายคำนับต่อพระเจ้าแผ่นดินสามครั้ง จึงได้มีพระดำรัสว่า ต่อไปถ้าจะต้องการอะไรก็ให้บอกกับเสนาบดีก็ได้ ในที่สุดพระเจ้าแผ่นดินได้ดำรัสกับมองซิเออร์ เดอเบรีธ ว่าการที่พระเจ้าแผ่นดินสองพระองค์ได้มาปรองดองกันเช่นนี้

๒๒ พระองค์เองเปนผู้ได้ตั้งต้นขึ้นก่อน เพราะฉนั้นจะทรงเปนพระธุระให้การที่ ีปรองดองกันนี้ได้เปนการยืดยาวกันต่อไป พอดำรัสจบลงเท่านี้ก็ได้ยินเสียงแตรสังข์เป่าอยู่ข้างนอกประมาณ ๑๕ นาฑีจึงจบ ในระหว่างนั้นพระเจ้าแผ่นดินก็ประทับอยู่บนพระราชบัลลังก์ แลเสนาบดีข้าราชการก็หมอบเฝ้านิ่งอยู่ จึงมีเจ้าพนักงารรูดพระวิสูตรพอบังพระองค์แลรูดพระวิสูตรใหญ่บังพระราชบัลลังก์ทั้งหมดเปนอันสิ้นการออกแขกเมืองแต่เท่านี้ แลเจ้าพนักงานก็นำพานทองคำซึ่งใส่พระราชสาส์นวางบนเสลี่ยง (๑) เชิญกลับเข้าไปในพระราชวัง พอเสด็จขึ้นแล้ว บรรดาข้าราชการก็ลุกขึ้นนั่งบนพรม ข้าราชการ ผู้ใหญ่บางคนซึ่งรู้จักกับมองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศ ได้มาพูดจาทักทาย ปราไสยพอสมควรแล้ว ท่านสังฆราชจึงได้ลุกขึ้นแล้วเดิรกลับไปตาม ทางเดิม ก้มศีร์ษะคำนับข้าราชการผู้ใหญ่ทั้งซ้ายแลขวาตลอดทาง การที่สังตปาปาแลพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ มีพระราชสาส์นมายังพระเจ้า แผ่นดินสยาม จะมีเนื้อความอย่างไร คงจะมีคนต้องการทราบเปนอันมาก จึงได้คัดสำเนาลงต่อไปนี้

พระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ทูลพระองค์ผู้เปนกษัตริย์ที่มีเกียรติยศสูง เปนกษัตริย์ที่ดียิ่งแลมีอำนาจมาก พระสหายอัยสนิธของหม่อมฉัน

(๑) ภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่าโต๊ะกลม

๒๓ ด้วยได้ทราบว่าพระองค์ได้ทรงรับรองข้าแผ่นดินของหม่อมฉัน ซึ่ง มีศรัทธาในสาสนาของเราอย่างยิ่ง จนถึงกับตั้งใจที่จะไปเปิดความสว่างของสาสนาให้แพร่หลายในพระราชอาณาเขตของพระองค์ หม่อมฉันจึงได้หาโอกาศในคราวที่ท่านสังฆราช เดลิโอโปลิศ จะกลับมาเมืองไทย ี่จะทูลขอบพระมหากรุณาธิคุณในการที่ได้ทรงรับรองอย่างดี ทั้งได้โปรดพระราชทานไม่ฉเพาะแต่ที่ดินอย่างเดียว ได้พระราชทานทั้งของสำหรับสร้างโบสถ์แลสร้างบ้านให้ท่านสังฆราช เดลิโอโปลิศ แลท่านสังฆราชเดอเบรีธด้วย แลโดยเหตุที่ท่านสังฆราชมีกิจที่จะต้องขอรับความร่มเย็นแลความยุติธรรมจากพระองค์อยู่เนือง ๆ หม่อมฉันจึงคิดเห็นว่า พระองค์คงจะไม่ทรงรังเกียจ ในการที่หม่อมฉันจะขอร้องให้ พระองค์ ได้มีพระเมตตากรุณาแก่ท่านสังฆราช ในระหว่างที่ต้องกระทำกิจ อันมีประโยชน์เช่นนี้ ทั้งขอให้พระองค์ทรงพระกรุณาแก่ข้าแผ่นดินอื่น ๆ ของหม่อมฉันด้วย ขอให้พระองค์ทรงมั่นพระทัยเถิดว่าการที่พระองค์ได้ทรงกรุณาแก่คนเหล่านี้ จะเปนการที่หม่อมฉันพอใจอย่างยิ่ง ทั้งหม่อมฉันจะมีความยินดีแลคอยหาโอกาศแสดงความกตัญญูกตเวที ีต่อพระองค์ ในที่สุดหม่อมฉันจะได้ขอร้องให้พระเปนเจ้าได้ประทานพระพรเพิ่มพระเกียรติยศแลพระบารมีของพระองค์ให้สูงยิ่งขึ้น เขียนที่พระมหานครปารีส ณวันที่ ๓๑ เดือนมกราคม ค.ศ. ๑๖๗๐ (พ.ศ. ๒๒๑๓) (เซ็น) พระสหายที่รักของพระองค์ หลุย เซ็น คอลแบ

๒๔ เรื่องพวกบาดหลวงเข้าเฝ้าที่เมืองละโว้ (ลพบุรี) (Louvo) พวกบาดหลวงได้บูชาพระเจ้าในการที่กิจต่าง ๆ ได้เปนผลสำเร็จอย่างดี ทั้งได้รับเกียรติยศอย่างสูงสุด ซึ่งแลเห็นได้ว่าเปนด้วยบารมีของพระเยซูเจ้าโดยแท้ บาดหลวงจึงได้ขอร้องต่อพระเยซูเจ้าให้โปรดจัดการให้ถึงผลที่สุด แลขออย่าละทิ้งให้การนี้ค้างได้ เพราะ ที่ได้ตั้งต้นอย่างดีเช่นนี้ ก็โดยอำนาจของพระเยซูเจ้านั้นเอง เมื่อพวกบาดหลวงได้ตั้งพิธีอ้อนวอนพระเยซูเจ้าได้ไม่ช้าวันนัก ก็ ได้ทราบข่าวว่าพระเจ้าแผ่นดินสยามทรงพระราชดำริห์จะจัดส่งอัคราชทูต ไปยังประเทศยุโรป เพื่อทรงตอบอักษรสาส์นพระราชสาส์นทั้งสองฉบับ ข่าวอันนี้กระทำให้พวกบาดหลวงมีความยินดีอย่างที่สุด แลคิดจะบอกข่าวนี้ไปยังประเทศอิตาลี แลประเทศฝรั่งเศสให้ทราบด้วย แต่เพราะเหตุว่าบาดหลวงไม่อยากจะส่งข่าวที่ยังไม่แน่ใจโดยแท้ จึงได้ถามไปยังเสนาบดีว่าข่าวอันนี้จะเปนจริงหรือประการใด แลจะบอกข่าวทูล ท่านสังตปาปาแลกราบทูลพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้หรือไม่ ท่านเสนาบดีได้ตอบมาว่าเรื่องนี้ต้องกราบบังคมทูลเสียก่อน แต่พเอิญเปนเวลาที่พระเจ้าแผ่นดินกำลังเตรียมพระองค์ที่จะเสด็จไปยังเมืองละโว้ (๑)

(๑) เมืองละโว้นี้เปนเมืองตั้งอยู่บนเนินสูงไกลจากพระนครระยะ ทางสองวันอยู่ใกล้ภูเขา บ้านเรือนที่ก่อด้วยอิฐมีน้อย เวลาที่เสด็จ ประทับอยู่เมืองนี้ ข้าราชการผู้ใหญ่ที่ตามเสด็จมักจะปลูกเรือนทำด้วย ไม้ไผ่ แลข้าราชการอื่น ๆ ก็พักอยู่ในเรือซึ่งยาวประมาณวา ๑ ถึง

๒๕ ซึ่งเปนเมืองที่โปรดประทับมากกว่าเมืองอื่น ๆ อยู่ห่างพระนครระยะทาง สองวัน ที่เมืองนี้เคยเสด็จประทับทุก ๆ ปี คราวละสี่หรือห้าเดือนเพื่อทรงไล่เสือคล้องช้าง เพราะฉนั้นการที่จะทรงกราบบังคมทูลถามตามความต้องการของพวกบาดหลวงจึงได้ช้าไปถึง ๘ วัน แล้วพวกบาดหลวงจึงได้รับจดหมายแจ้งความให้ทราบ ว่าพระเจ้าแผ่นดินได้ ตกลงจะจัดอัคราชทูต เชิญพระราชสาส์น ตอบไปยังพระเจ้าแผ่นดิน ฝรั่งเศส ในปีหน้า เจ้าพนักงารผู้ที่ถือจดหมายมายังสังฆราช ได้รับคำสั่งให้บอกสังฆราชว่า มีพระราชโองการโปรดให้สังฆราชขึ้นไปยังเมืองละโว้แลจะเสด็จออกให้เฝ้าเปนการพิเศษ พวกบาดหลวงหมดความสงสัย

๘ วา กว้างวา ๑ หรือวาศอก ในเรือนั้นเอาไม้กระดานกั้นห้องแลมีหลังคาด้วย ที่จริงการอยู่ในเรือเหล่านี้สบายกว่าอยู่บนเรือน แต่ มักจะจอดไกลกับที่ประทับ เรือชนิดนี้มีมากอย่างที่สุด เพราะฉนั้นในเวลาที่น้ำมีในลำน้ำ (ลำน้ำนี้แห้งทุกปี) จึงเห็นเรือพวกนี้จอดอยู่ ทั้งสองฟาก ซ้อนกันตั้งสองสามลำเปนแถวยืดไปตั้ง ๓๐ เส้น พระเจ้าแผ่นดินโปรดประทับในเมืองนี้มากกว่าในเมืองหลวง เพราะในเมืองนี้ ทรงพระสำราญมาก แลเสด็จพระราชดำเนิรประพาสได้ตามพอพระทัย ถ้าเวลาเดือนหงายน้อยคืนที่จะไม่ประพาสตามทุ่งนาแลป่าจนถึง ๒ ยาม โดยมากเสด็จทรงช้างพระที่นั่งซึ่งเปนช้างขนาดใหญ่แลงดงามมาก ๔

๒๖ ทีเดียว ว่าพระเปนเจ้าได้โปรดดลบันดาลช่วยเปนแน่นอนแล้ว แลครั้งนี้คงจะเปนโอกาศอันดีที่จะกราบทูลถึงเรื่องสาสนาโรมันคาธอลิก ในคราวเดียวกันนี้ ผู้รักษากรุงฯ ก็ได้รับคำสั่งจากท่านเสนาบดี ให้ จัดเรือเพื่อจะรับสังฆราชขึ้นไปยังเมืองละโว้ แลการต่าง ๆ ได้ดำเนิรโดยรวดเร็ว เพราะอีกสักครู่หนึ่งที่สังฆราชได้รับจดหมายแล้ว ผู้รักษากรุง ฯ ก็ให้คนมาถามว่าท่านสังฆราชมีความประสงค์จะขึ้นไปเฝ้าเมื่อไร ครั้นณวันที่ ๑๙ เดือนพฤศจิกายน สังฆราชทั้งสองพร้อมด้วยมองซิเออร์ เดอ เมเตโลโปลิศ กับ มองซิเออร์ เดอ คูโตแลง ได้ลงเรือ ๒๖ พาย รุ่งขึ้นกลางคืนประมาณทุ่ม ๑ ได้ขึ้นไปถึงเมืองละโว้ แลรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง ท่านสังฆราช จึงได้ให้ไปบอกท่านเสนาบ ดีว่าได้มา ถึงแล้ว ขุนนางซึ่งมีอัธยาศัยอย่างดีคนนนี้ได้ให้จัดบ้านไว้ให้พักใกล้กับพระราชวัง ณวันที่ ๒๒ เวลาเช้าสังฆราชจึงได้ขึ้นไปพักบนบ้าน พอขึ้นบ้านเสร็จก็มีเจ้าพนักงารนำช้างมาสองเชือก ซึ่งเปนช้างพระราชทานมาสำหรับท่านสังฆราชแลบาดหลวงไปเฝ้า มองซิเออร์เดลิโอโปลิศ กับ มองซิเออร์ เดอเบรีธ ได้ขึ้นช้างเชือกหนึ่ง ซึ่งมีที่นั่ง มีลูกกรงสูงครึ่งฟุตล้อมรอบ (สัปคับ) ท่านทั้งสองนี้แต่งตัวใส่เสื้อสีม่วงนั่งอยู่ข้างหน้า แลมองสิเออร์ เดอ เมเตโลโปลิศ แต่งตัวใส่เสื้อยาวขึ้นนั่งช้างอีกเชือกหนึ่ง เจ้าพนักงารจึงได้พาไปจนถึงพเนียด (๑) ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินประทับอยู่แล้ว ได้เดิรช้างผ่านพเนียดซึ่งมีประตูใหญ่

(๑) ภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่าสวน

๒๗ สองประตู ในพเนียดนี้ได้เอาช้างเข้าขังไว้ เพราะเหตุว่ามีช้างใหม่มาเชือก ๑ ซึ่งมาถึงเมื่อวันก่อนนี้เอง พระเจ้าแผ่นดินจึงได้เสด็จ ขึ้นไปประทับบนเนินใกล้กับพเนียด เพื่อจะทอดพระเนตรการคล้องช้างตัวนี้ วันนี้พระเจ้าแผ่นดินทรงพระมาลามีเกี้ยวทองคำประดับเพ็ชรรอบ ๆ ทรงช้างพระที่นั่งสีดำผูกเครื่องงดงามอย่างที่สุด มีข้าราชการเจ้าพนักงาร แห่นำตามเสด็จหลายคน ข้าราชการเหล่านี้เดิรด้วยเท้าทุกคน แล ทุกคนได้แสดงกิริยานบนอบเคารพต่อพระเจ้าแผ่นดิน แต่ท่านเสนาบดีกับขุนนางแขกคนหนึ่งได้ขี่ช้างแต่หามีสัปคับไม่ ยังมีทหารถือธงหลายชนิดแลเชิญเครื่องยศต่าง ๆ ซึ่งเปนแบบธรรมเนียมที่ต้องเชิญไปในเวลาเสด็จพระราชดำเนิร ข้างหลังที่สุดมีคนจูงช้างแลม้าหลายตัว พอท่านสังฆราชไปถึง ท่านเสนาบดีก็ออกมารับแล้วนำเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน เมื่อถึงหน้าที่นั่งแล้ว สังฆราชได้ก้มตัวถวายคำนับสามครั้ง พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงแสดงปฏิสัณฐารต่อสังฆราชเปนอย่างดี แลมีรับสั่งให้สังฆราชเข้าไปใกล้พระองค์ จนงวงช้างเกือบ ถูกพระองค์ การที่ทรงรับรองสังฆราชอย่างนี้กระทำให้ข้าราชการทั้งหลายพิศวงมาก แลกระทำให้ขุนนางชาติแขกซึ่งเปนผู้มีอำนาจมากบ่นว่าการที่พระเจ้าแผ่นดินทรงรับรองชาวต่างประเทศเช่นนี้ เปนเกียรติยศซึ่งชาวสยามเองไม่เคยได้รับเลย ท่านสังฆราชได้เฝ้าพระเจ้าแผ่นดินอยู่ประมาณสามชั่วโมง ในระหว่างตลอดเวลาที่เฝ้าอยู่นี้ จ้าพนักงารได้จัดการคล้องช้างตัวใหม่ ๒๘ นั้นอันเปนช้างดุร้ายมาก ในครั้งนี้พระเจ้าแผ่นดินได้ตรัสถามถึงความ ทรงพระสำราญของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส แลของบรรดาพระบรมวงศานุวงศใหญ่น้อย ทั้งถึงกองทัพแลถึงการที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้ทำสงครามมีไชยชนะ โดยยืดยาวแลเลอียดลออว่าเมื่อเสด็จออกแขกเมืองครั้งแรก การที่ตรัสถามเช่นนี้ทรงเปิดโอกาสให้ทูลตอบได้ล้วนแต่สิ่งที่ดีทั้งสิ้น แลเปนโอกาศที่จะได้อธิบายึงความดีความงามของพระเจ้าแผ่นดินของเรา ซึ่งจะหาพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดมาเปรียบ ปานได้ยาก เพื่อให้ทรงเห็นรับรองว่าไม่มีสิ่งใดที่จะน่าชมเชยแล นับถือยิ่งกว่านี้ พระเจ้าแผ่นดินสยามได้ทรงชมเชยราโชบายอันเฉียบ แหลมแลสุขุมที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสทรงปกครองแผ่นดิน ได้ทรง ชมเชยความกล้าหาญที่ได้กระทำให้พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสมีไชยชนะ ในการพระราชสงคราม จนพระเกียรติยศปรากฎทั่วไปในทิศานุทิศ แลพอพระทัยในการที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้เปนพระราชธุระในกิจการ ทั้งปวง โดยต้องพระประสงค์จะทรงทราบถึงกิจการนั้น ๆ ให้เท่าถึงด้วยพระองค์เอง การที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสทรงไว้ซึ่งพระคุณธรรม หลายอย่างดังกล่าวมา พระเจ้าแผ่นดินทรงยกย่องชมเชยมาก แลในระหว่างที่ทรงสดับอยู่นี้ ทรงแสดงพระอิริยาบถเหมือนจะให้สังฆราช ทูลตอบให้ยืดยาวยาวออกไปอีก แต่การที่ตรัสถามเพียงเท่านี้ ยังไม่ดีเท่ากับ ที่ได้ตรัสถามต่อไป คือ ตรัสถามว่า การที่สังฆราชได้อุสาหะข้ามน้ำข้ามทเลมาเช่นนี้มีความ


๒๙ ประสงค์อะไร แลเหตุใดพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส จึงทรงยอมส่งข้าแผ่นดินมาในทางไกลเช่นนี้ จึงเปนโอกาศให้สังฆราชกราบทูลอธิบายว่า ความพยายามแลตั้งใจที่จะช่วยวิญญาณของมนุษย์เปนเหตุที่กระทำให้สังฆราชอุส่าห์ข้ามน้ำข้ามทเล แลฝ่ายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสก็ทรงตั้งพระทัยที่จะแผ่อาณาเขตของพระเปนเจ้าให้กว้างขวางออกไป การที่ได้กราบทูลเช่นนี้ กระทำให้ทรงชมเชยพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสยิ่งนัก จึงตรัสกับท่านสังฆราชว่าทรงยินดี แลเต็มพระทัยจะช่วยอุดหนุนในการดีเช่นนี้ แลเพื่อจะแสดงให้เห็นว่าทรงนับถือในพระคุณความดีของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส จะได้โปรดพระราชทานเมือง แห่งหนึ่งซึ่งจะเปนทำเลดีสำหรับสร้างบ้านสร้างเมืองขึ้นให้นามว่า เมือง หลุยมหาราช (Louis le Grand) แลต่อไป (ถ้าเปนที่พอพระราช หฤทัยของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ท่านสังฆราชจึงให้มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศกราบทูลตอบว่า การที่ทรงแสดงพระทัยอันดีเช่นนี้เปนพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ แลเมื่อได้นำความอันนี้กราบทูลพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส สังฆราชเชื่อว่าคงจะเปนเรื่องจับพระหฤทัยแลคงจะทรงยินดีอย่างที่สุด เมื่อพระเจ้าแผ่นดินได้ดำรัสถามถึงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวด้วยประเทศ ฝรั่งเศสหมดแล้ว ได้ดำรัสถามถึงการที่เกี่ยวด้วยสังตปาปาหลายข้อคือดำรัสถามว่าท่านสังตปาปาเปนคนชาติใด ปกครองประเทศใดบ้าง


๓๐ แลเมืองใดอยู่ในอำนาจของสังตปาปาบ้าง การที่ดำรัสามเช่นนี้เปน ที่ยินดีของสังฆราชเปนอันมาก เพราะเปนโอกาสดีที่จะให้กราบทูลเล่า ถึงการที่พระเจ้าคอนซตังตีน ได้นับือสาสนาคริศเตียน แลการเปนไปต่าง ๆ อันน่าประหลาดในเวลาที่ให้น้ำมนต์รับท่านคอนซตังตีนเข้าใน สาสนา แลผลดีต่าง ๆ ที่กษัตริย์องค์นี้แลองค์ต่อ ๆ มาได้ทำ ให้แก่สาสนา การต่าง ๆ ที่ได้กราบทูลในครั้งนี้ พระเจ้าแผ่นดินตั้งพระราชหฤทัยฟังจริง ๆ และก่อนหน้าที่สังฆราชจะทูลลากลับก็ได้รับสั่งว่า ในเรื่องนี้อยากจะทรงสดับบ่อย ๆ รุ่งขึ้นท่านสังฆราชได้ไปเยี่ยมเยือนท่านเสนาบดี เพื่อขอบใจในการที่ได้จัดที่พักให้อยู่แลที่ได้เอื้อเฟื้อต่าง ๆ ท่านเสนาบดีได้ถามว่ามี สิ่งใดที่ขาดเหลือบ้าง แลจะช่วยเหลืออย่างไรอีกได้บ้างหรือไม่ แล้ว ท่านเสนาบดีจึงได้พูดถึงเหตุที่เกิดขึ้นในเมือง ออมู (Ormus) ประเทศ เปอเซีย คือ มีเรือลำหนึ่งเปนเรือของพระเจ้าแผ่นดินสยามชักธงฮอลันดา ได้ถูกเรือฝรั่งเศสยิงจนเสากระโดงหักพังทำลายหมด การที่ จะอธิบายถึงเหตุผลที่เปนเช่นนี้ไม่เปนการยากอย่างใด แลที่เรือ ฝรั่งเศสได้กระทำเช่นนี้ ก็คงทำตามกฎหมายของการสงคราม ท่านเสนาบดีได้ขอให้สังฆราชมีหนังสือถึงผู้บังคับการเรือฝรั่งเศส ให้ยกเว้นอย่าทำอันตรายต่อเรือของไทย ซึ่งเปนการที่สังฆราชมีความยินดี รับรองจะทำให้


๓๑ แล้วท่านเสนาบดีได้ถามถึงการสาสนาหลายข้อ เช่นว่าพระเยซู ได้เกิดในตำบลใด แลที่ว่าพระเยซูตายนั้นตายจริงหรือ หรือเปน แต่เปลี่ยนรูปในเวลาที่เขาจะให้ตายอย่างที่พวกแขก มัว (Mores) อธิบาย แล้วท่านเสนาบดีต้องการทราบถึงการที่พระเยซูฟื้นขึ้นจากความตายตลอดถึงการที่พระเยซูขึ้นสวรรค์ ในข้อถามต่าง ๆ เหล่านี้มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศได้ตอบทุกข้ออย่างนิ่มนวล ผู้ฟังก็เปนที่พอใจ การที่ได้มีโอกาศสั่งสอนข้าราชการชั้นสูงในที่เปิดเผย ถึงข้อสำคัญของสาสนาแลถึงความลับต่าง ๆ ของลูกพระเปนเจ้า ซึ่งได้ปฏิบัติ ตนอย่างน่านับถือสำหรับช่วยมนุษย์เช่นนี้ จะเปนผลอันดีสำหรับสาสนา สักเพียงไรก็ตาม แต่ก็ยังเปนข้อน่าสงสัยว่าจะเปนผลดีต่อท่านเสนาบดีเองหรือไม่ เพราะเหตุว่าท่านผู้นี้ได้แสดงตัวนับถือพระพุทธสาสนาอย่างยิ่ง ต่อนี้ไปอีกหลายวันมีขุนนางมาหาอยู่เนือง ๆ แลฝ่ายมองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศก็ไปหาเพื่อนฝูง แลได้รับรองเปนอย่างดี ครั้นณวันที่ ๒๗ เดือนพฤศจิกายน พระเจ้าแผ่นดินได้ส่งของมา พระราชทานท่านสังฆราชหลายอย่าง มีผลไม้แลของกวนมาจากเมืองยี่ปุ่นเมืองจีนแลของเมืองไทยเปนต้น ของเหล่านี้ใส่ถาดเงิน ๔๐ ถาด แลได้พะราชทานแพะมาด้วยอีก ๒ ตัว ฝ่ายท่านเสนาบดีก็ได้กระทำ ตามพระราชดำรัสสั่งของพระเจ้าแผ่นดินทุกประการ แลได้ส่งของส่วนตัว มาให้สังฆราชด้วยเหมือนกัน ในขณะนี้มีนักการมาจากเมืองตะนาวศรี ถือหนังสือมาส่งให้เสนา บดีหลายฉบับ แลมีฉบับหนึ่งของมองซิเออร์เดอชันเดอบัวชาวฝรั่งเศส ๓๒ ซึ่งเปนผู้สอนสาสนาอยู่ในเมืองนั้นมาถึงสังฆราช ท่านเสนาบดีจึงได้ให้เลขานุการนำจดหมายมาส่งให้แก่สังฆราช แลบอกแก่สังฆราชว่าถ้า ได้รับข่าวอย่างไรอันจะเปนที่พอพระราชหฤทัยของพระเจ้าแผ่นดิน ก็ขอบอก ให้ท่านเสนาบดีทราบบ้าง บังเอิญมีข่าวดีอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งเปนที่พอพระราชหฤทัยแลพอใจข้าราชการเจ้านายทั่วไป คือเปนเรื่องดีที่มอง ซิเออร์เดอลาเฮได้ให้มองซิเออร์เดอชันเดอบัว กระทำต่อผู้ว่าราชการเมืองตะนาวศรี กล่าวคือในเวลานั้นมีเรือของพระเจ้าแผ่นดินสยามลำหนึ่งได้ถูกจับที่ท่าเรือเมืองมสุลีปตน (Masulipatan) โดย เจ้าพนักงารเข้าใจผิดว่าเปนเรือของพวกแขกมัว ครั้นได้ทราบว่าเปนเรือของพระเจ้าแผ่นดินสยาม มองซิเออร์เดอลาเฮก็ได้ปล่อยโดยเร็วแลเพราะเหตุว่ามองซิเออร์เดอลาเฮ ไม่ต้องการให้พระเจ้าแผ่นดินสยามกริ้วชาวฝรั่งเศส จึงได้ขอร้องให้เจ้าเมืองตะนาวศรีนำความกราบทูลพระเจ้าแผ่นดินสยามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แลให้กราบทูลว่าในเรือของฝรั่งเศสไม่มีผู้ใดเลยที่จะไม่อยากทำการถวายพระเจ้าแผ่นดินสยาม ข่าวนี้ยิ่งทำให้เปนที่พอพระราชหฤทัยมากขึ้น เพราะทรงรู้จักชื่อมองซิเออร์เดอลาเฮอยู่แล้ว แลวิธีที่มองซิเออร์เดอลาเฮได้กระทำไปแล้ว เปนวิธีอันซื่อตรง จึงมีรับสั่งว่าการที่ได้กระทำไปนั้นเปนที่พอพระทัยมาก รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง พระเจ้าแผ่นดินสยามมีพระราชประสงค์ จะแสดง ให้เห็นปรากฎทั่วไปว่าทรงโปรดปรานสังฆราช จึงมีรับสั่งให้มาเชิญสังฆราชไปดูเสือกับช้างชนกัน ซึ่งเปนการรับสั่งให้มีฉเพาะสำหรับ


๓๓ ให้สังฆราชดู แต่เพราะเหตุว่าสังฆราชไม่ได้หาความเพลิดเพลินชนิดนี้ แลเปนโอกาศอันดีที่จะระงับการชนสัตว์เสียบ้าง เพราะอย่างไร ๆ ก็ตามการชนสัตว์ก็ต้องเปนการทรมานสัตว์ จึงขอให้นำความกราบบังคมทูล อย่างอ่อนน้อม ให้ทรงพระกรุณาอย่าให้สังฆราชไปดูการเช่นนี้เลย แลให้กราบทูลต่อไปว่า การที่สังฆราชได้ไปดูจับช้างในเวลาที่ประทับอยู่นั้น ก็เพื่อประสงค์อย่างเดียวแต่จะต้องการเฝ้าพระองค์เท่านั้น พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงทราบ คำแก้ตัวของสังฆราชอย่างดีหาได้ กริ้วไม่ แลรุ่งขึ้นเวลาประมาณโมงเช้า ได้โปรดพระราชทาน ช้าง ๓ เชือกให้มารับสังฆราชไปเฝ้าที่พระราชวัง เมื่อสังฆราชได้ลงจากหลังช้างแล้ว มีข้าราชการมารับรองแลนำไปยังท้องพระโรงคอยกราบทูลให้ทรงทราบเสียก่อนว่า สังฆราชได้มาถึงแล้ว ในท้องพระโรงนี้ มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อยู่คนหนึ่งกับข้าราชการผู้น้อยคอยปฏิบัติ อยู่หลายคน สังฆราชได้รอคอยอยู่ในที่นี้ประมาณครึ่งชั่วโมง จึงมีเจ้าพนักงารมาบอกว่า พระเจ้าแผ่นดินขึ้นประทับบนพระแท่นแล้ว สังฆราชจึงได้เดิรเข้าไปในชลาที่สอง ซึ่งเต็มไปด้วยข้าราชการแล ทหารถืออาวุธ ทุกคนเฝ้าแหนตามลำดับ หมอบแลถวายบังคม เหมือนเมื่อครั้งเฝ้าออกแขกเมือง แต่คราวนี้มีข้าราชการเฝ้าอยู่น้อยกว่าครั้งก่อนมาก คราวนี้สังฆราชได้เฝ้าอยู่ประมาณชั่วโมงครึ่ง ด้วยพระเจ้าเผ่นดิน อยากจะทรงทราบถึงการต่าง ๆ ทุกอย่าง เช่นดำรัสถามว่า พระเจ้า

๓๔ แผ่นดินที่ถือสาสนาคริสเตียนมีกี่พระองค์ ประเทศที่ถือสาสนาคริสเตียน มีกี่ประเทศชื่ออะไรบ้าง ในระหว่างประเทศเหล่านี้ไม่มีข้อแตกต่างกัน ถึงการสาสนาหรืออย่างไร แลยังดำรัสถามข้ออื่น ๆ คล้าย ๆ กัน อีกหลายข้อ มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศได้กราบทูลตอบถูกต้อง ทุก ๆ ข้อ พระเจ้าแผ่นดินจึงดำรัสถามว่าสังฆราชยังอยากอยู่ที่เมือง ละโว้ต่อไปหรืออย่างไร เมื่อสังฆราชได้กราบทูลว่าไม่อยากอยู่ก็มิ ได้กริ้วกราดอย่างใด แล้วก็เสด็จขึ้น ท่านสังฆราชจึงจัดการที่จะกลับลงไปยังพระนคร (ศรีอยุธยา) แต่ก่อนที่จะกลับก็ได้ไปลาท่านเสนาบดี แลข้าราชการผู้ใหญ่อีกหลายคน ครั้นเวลากลางคืน (วันที่ ๑ เดือนธันวาคม) สังฆราชได้ลงเรือเพื่อกลับลงไปยังพระนคร พอรุ่งเช้าก็ถึง แต่ฝ่ายมองซิเออร์ เดเมเตโลโปลิศคงอยู่ที่เมืองละโว้ต่อไปอีก ๕ วัน เพื่อจะได้เจรจา ถึงการสาสนา แล้วจึงจะกลับไป เพื่อเข้าพิธีตั้งเปนสังฆราช ซึ่งได้กำหนดไว้ในวันที่ ๒๗ ธันวาคม อันเปนวันตรงกับวันทำบุญให้แก่นักบุญ เซนต์ ยัง เลวันเยอลิศต์ (Saint Jean l' Evangelsite)

ว่าด้วยเหตุการณ์ที่ได้เปนมาแล้ว ใบบอกมองเซนเยอร์ปาลู มองเซนเยอร์ลำแบเดอลาม๊อต มองเซนเยอย์ลาโน กราบบังคมทูลพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ วันที่ ๘ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๗๓ (พ.ศ. ๒๒๑๖)


๓๕ ขอเดชะฝ่าลออองธุลีพระบาท ด้วยท่านสังฆราชเดลิโอโปลิศได้เชิญพระราชสาส์น ซึ่งท่านสังตปาปากับพระองค์ได้มีมายังพระเจ้าแผ่นดินสยาม ข้าพเจ้าจึงถือว่าเปนหน้าที่จะต้องนำถวายพระเจ้าแผ่นดินสยามด้วยตัวเอง เพื่อจะได้ เปนหนทางสำหรับการสาสนา ข้าพเจ้าขอกราบทูลให้ทรงทราบ ว่าพระเจ้าแผ่นดินสยามได้ทรงรับพระราชสาส์นด้วยความนับถืออย่างสูง ที่สุด แลทรงพระราชดำริห์ที่จะแสดงความพอพระราชหฤทัยเปนพิเศษ โดย จะทรงตอบพระราชสาส์น แลจะทรงจัดอัคราชทูตลงเรือสยาม เชิญพระราชสาส์นไปยังพระองค์ในปีหน้า ข้าพเจ้าได้แต่งรายงารถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ได้เปนไปตามหน้าที่ควรจะทำ ทั้งเพื่อจะแสดงการ เคารพนับถืออย่างสูงสุดที่ข้าพเจ้ามีต่อพระองค์ ข้าพเจ้าผู้เปนข้าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทของพระองค์ (เซ็น) ปรังซัว สังฆราชเดลิโอโปลิศ แลบาดหลวงเมือง ตังเกี๋ย (เซ็น) ปิแย (Pieere) สังฆราชเดอเบรีธ แลบาดหลวงประเทศ โกชินไชนา (เซ็น) หลุย สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ แลบาดหลวงเมือง นันกิน



๓๖ เรื่องพระราชทานพระราชานุญาตให้สร้างโบสถ์ แลพระราชทานที่ดิน ค.ศ. ๑๖๗๓ - ๑๖๗๔ (พ.ศ. ๒๒๑๖ - ๒๒๑๗) เมื่อพระเจ้าแผ่นดินสยามได้เสด็จกลับจากเมืองละโว้ มีรับสั่งให้ หามองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศไปเฝ้า เพื่อมีพระราชดำรัสสั่งให้ทราบว่า จะทรงโปรดให้ลงมือก่อโบสถ์พระราชทานโดยเร็วที่สุด แลได้รับสั่งให้เขียนแบบอย่างดงามที่สุด โดยไม่ทรงคิดถึงทุนที่จะก่อสร้าง

จดหมายมองเซนเยอร์ลำแบถึงผู้อำนวยการคณะต่างประเทศ วันที่ ๓ ธันวาคม ค.ศ. ๑๖๗๓ (พ.ศ. ๒๒๑๖) ตั้งแต่ได้เฝ้าครั้งแรกถวายอักษรสาส์นของสังตปาปา แลถวายพระ ราชสาส์นพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสนั้น พระเจ้าแผ่นดินสยามได้พระราชทาน ที่ที่ตรงค่ายญวนสำหรับให้พวกข้าพเจ้าอยู่ ที่ดินรายนี้ได้ทรงกะเองในเวลาที่เสด็จพระราชดำเนิรตามลำน้ำ ยังไม่ใช่แต่เท่านี้ทั้งได้ทรงพระเมตตาอีก โดยรับสั่งให้สร้างบ้านใหญ่ก่อด้วยอิฐแลให้สร้างวัดด้วย ได้ทราบกันอยู่แล้วว่าบรรดาพระเจ้าแผ่นดินฝ่ายทิศตวันออก โดย มากไม่ใคร่จะเสด็จออกให้มหาชนเห็นเลย การที่เปนเช่นนี้จะเปนได้ด้วยเหตุสองประการ ๆ หนึ่ง คงจะทรงดำเนิรตามแบบอย่างประเพณีที่เคย มีมาโดยไม่ต้องตรวจตราหรือวินิจฉัยถึงเหตุผลอย่างใด ประการที่สองบางทีจะทรงเชื่อเอาจริง ๆ ว่าถ้าเสด็จออกให้มหาชนเห็นบ่อย ๆ จะเ สื่อม


๓๗ เสียพระเกียรติยศ แต่เพราะเหตุว่าการที่จะไม่ให้ข้าแผ่นดินได้เห็นพระพักตรของพระเจ้าแผ่นดินเสียเลยเปนการไม่สมควรจึงทรงเลือกหาวันใดวันหนึ่งในปีหนึ่งที่จะเสด็จออกให้คนเห็น โดยแต่งพระองค์แลประดับเครื่องราชอิศริยาภรณ์อย่างเต็มที่ ฝ่ายพระเจ้าแผ่นดินสยามนั้นในปีหนึ่งคงมีวันเสด็จออกเช่นนี้วันเดียว เท่านั้น แลเปนการง่ายที่จะคำนวณได้ว่าพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้มีพระเกียรติยศสูงเพียงไร โดยคะเนในพระราชทรัพย์ที่ทรงมีมากมายก่ายกอง การที่เสด็จออกโดยเต็มที่อย่างนี้ก็เสด็จตามลำแม่น้ำอันงดงาม ของประเทศสยาม ในพิธีนี้มีเรือแห่นำตามเสด็จกว่าสองร้อยลำ ล้วนแต่แต่งประดับประดาอย่างงดงามและอย่างวิจิตรทุกลำ คือเรือสำหรับขุนนางแลเจ้านาย ในระหว่างเรือเหล่านี้ยังมีเรืออีกลำหนึ่งซึ่งวิจิตรงดงามยิ่งไปกว่าเรือทั้งปวง ด้วยเปนเรือปิดด้วยทองคำทุกด้าน จนแลเห็นเหมือนกับเรือลำนี้ทำด้วยทองคำทั้งลำ ฝ่ายองค์พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงประดับด้วยเพ็ชรพลอยต่าง ๆ อันนับ จำนวนไม่้ถ้วน เสด็จออกมาให้คนทุก ๆ ชาติซึ่งอยู่ในประเทศสยามเห็นเหมือนกับพระองค์เปนดวงพระอาทิตย์ แลในงารนี้คราวนี้บรรดาประชาราษฎรทุกชาติทุกภาษาก็มาชมพระบารมีเต็มตามลำน้ำ แลตามบ้านตามสวนที่อยู่ริมแม่น้ำนั้น ในวันสำคัญนี้เปนวันที่พระองค์มีรับสั่งให้ ฝีพายนำเรือพระที่นั่งไป ทางอื่นซึ่งผิดจากทางที่เคยเสด็จทุก ๆ ปี คือให้พายเรือพระที่นั่งขึ้นไป

๓๘ ตามลำน้ำหาได้ลงตามลำน้ำอย่างเคยไม่ ครั้นเรือพระที่นั่งได้มาใกล้ที่ พวกฝรั่งเศสตั้งบ้านเรือนอยู่ จึงมีรับสั่งให้หยุดเรือพระที่นั่ง ทรงทอดพระเนตรที่บ้านแลค่ายอยู่ช้านาน ซึ่งแลเห็นได้ว่าทรงพระมหากรุณาแล ทรงพระเมตตาจริง ๆ ครั้นทรงเห็นว่าที่ดินยังไม่เพียงพอก็พระราชทาน ที่ค่ายอีกแห่งหนึ่งใกล้กับที่เดิม แลรับสั่งว่ามีพระราชประสงค์จะสร้างโบสถ์ให้งดงาม ซึ่งในวันหน้าต่อไปจะเปนโบสถ์หนึ่งในพระราชอาณาจักรสยาม แต่ที่ดินพระราชทานใหม่นี้เปนค่ายของพวกญวน จึงจำเปนต้องให้พวกญวนย้ายไปอยู่ที่อื่น เมื่อพวกญวนไดย้ายไปแล้วก็ได้ลงมือขนเครื่องของต่าง ๆ สำหรับสร้างวัดใหม่นี้ (แลใน เรื่องนี้) ได้มีพระราชโองการโปรดให้สร้างวัดให้ใหญ่แลงดงามทั้งให้ทำอย่างแข็งแรง แลให้มีลวดลายอย่างวิจิตรบรรจงโดยไม่ต้องคิดเสียดายทุนที่ก่อสร้างแต่อย่างใด วัดนี้ได้มีรับสั่งให้ส่งแบบไปถวายให้ทรงทอดพระเนตร พวกบาดหลวงจึงได้เขียนแบบด้วยดินสอตามแบบที่ตนต้องการส่งไปถวาย ทั้งส่งให้ไปพิมพ์ที่กรุงปารีส เพื่อให้มหาชนเห็นทั่ว ๆ กันด้วย ความคิดที่จะให้คนไทยถือสาสนาคริสเตียน เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๗๓ (พ.ศ. ๒๒๑๖) ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๖๗๔ (พ.ศ. ๒๒๑๖) เมื่อปลายเดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๗๓ (พ.ศ. ๒๒๑๖) ท่านสังฆราชเดอเบรีธได้ป่วยหนักลง ล่ามของบาดหลวงจึงได้ไปแจ้งความ

๓๙ ยังท้องพระโรงซึ่งเปนสถานที่ที่ข้าราชการไปประชุมปรึกษาการงารต่าง ๆ ทุกวัน เจ้าพนักงารจึงได้จัดให้คนเร็วนำใบบอกไปกราบทูลพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งในเวลานั้นประทับอยู่ที่เมืองละโว้ ซึ่งเปนเมืองอยู่ห่างราชธานีระยะทางหลายสิบเส้น เมื่อทรงทราบว่าสังฆราชเดอเบรีธซึ่งเปนคนโปรดป่วย จึงมีลายพระหัตถ์สั่งให้แพทย์หลวงสองคน ไปพยาบาลรักษา แลมีรับสั่งให้ขุนนางผู้ใหญ่หลายคนไปเยี่ยมแทนพระองค์ แพทย์คนหนึ่งซึ่งเปนคนชำนาญแลมีความรู้มากกว่าอีกคนหนึ่ง เปนชาวเมืองกวางตุ้ง ได้รับรองว่าจะรักษาท่านสังฆราชให้หายจึงเปนโอกาศของบาดหลวงที่จะสอนสาสนาคริศเตียนแก่แพทย์คนนี้ เพราะ ท่านผู้นี้ ก็มีความปราถนาที่จะได้รับคำสั่งสอนพร้อมด้วยศิษย์ของหมออีก คนหนึ่งซึ่งไปไหนไปด้วยกันเสมอ เมื่อได้สั่งสอนชี้แจงการสาสนาได้สักสองเดือน ท่านหมอกับลูกศิษย์ได้แสดงตัวว่าเปนอันตกลงใจที่จะ นับถือสาสนาโรมันคาธอลิกทั้งสองคน แต่ขอร้องให้ได้รับคำอธิบายสั่งสอนให้กว้างขวางแจ่มแจ้งออกไปอีก (๑)

(๑) พวกบาดหลวงมีความหวังใจว่าแพทย์หลวงคนหนึ่ง ซึ่งเปน ผู้ได้มารักษามองซิเออร์เดอเบรีธเมื่อเจ็บคราวหลังนี้นั้น คงจะได้เข้าถือ สาสนาคริสเตียนเปนแน่ เพราะเขาได้พูดกับสังฆราชว่าอยากจะเปน สานุศิษย์ของสังฆราช ความประพฤติของหมอคนนี้ก็กระทำให้เชื่อว่า พูดจริงใจ ทั้งเขาได้แสดงตัวว่าเขาไม่ได้นับถือสาสนาอย่างใดของ ประเทศจีน แลไม่ได้ปฏิบัติตามสาสนาหนึ่งสาสนาใด โดยแลไม่เห็น

๔๐ วันที่ ๑๓ เดือนมกราคม ในเดือนนี้พระเจ้าแผ่นดินได้รับสั่งให้ นำแบบวัดอย่างงดงามไปถวายให้ทอดพระเนตร ตามซึ่งได้ทรงสัญญาไว้ ว่าจะทรงสร้างพระราชทาน มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศได้นำไป ถวายให้ทอดพระเนตรแลได้พักอยู่ที่เมืองละโว้ เพื่อกราบทูลขอให้ได้สร้างโบสถ์ตามแบบนี้ ทั้งเพื่อประสงค์จะดำเนิรการของสาสนาโรมันคาธอลิกให้เจริญขึ้นโดยเร็วด้วย วันที่ ๒ เดือนกุมภาพันธ์ ท่านสังฆราชเดอเบรีธได้มีหนังสือถวายพระเจ้าแผ่นดินสยาม ขอบพระเดชพระคุณในพระมหากรุณาธิคุณในระหว่างที่ป่วยอยู่ หนังสือฉบับนี้ได้ส่งไปยังมองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศในวันนี้เองเพื่อให้แปลเปนภาษาไทย แลให้ถวายหรือส่งเข้าไปถวายพระเจ้าแผ่นดิน วันที่ ๔ เดือนกุมภาพันธ์ พวกญวนจะได้ลงเรือของพระเจ้าแผ่นดิน สองลำเพื่อไปราชการสงคราม แต่ก่อนที่จะลงเรือพวกญวนได้รับพระราชโองการให้ย้ายจากภูมิ์ลำเนาเดิม แลให้พาครอบครัวไปอยู่ในเมืองใกล้กับพวกบาดหลวง เพื่อจะเอาที่ดินตรงนั้นสร้างโบสถ์พระราชทาน แก่สังฆราช พวกญวนเหล่านี้ได้พากันมาร้องต่อสังฆราชเดอเบรีธ ๆ จึง

ความจำเปนที่จะต้องนับถือสาสนาโน้นหรือสาสนานี้ ถ้าหากว่าหมอคนนี้ ได้โอนเข้าสาสนาคริสเตียนจริงแล้วคงจะทำให้มีผลดีต่อไป เพราะหมอคนนี้เปนคนฉลาดมีความรู้แลเปนผู้ที่มีคนนับหน้าถือตามาก


๔๑ ได้บอกให้พวกญวนอยู่ในที่นั้นต่อไปอีกจนกว่าจะได้พระราชทานที่อันเหมาะ แลที่ใกล้กับบาดหลวง แลในเรื่องนี้สังฆราชเดอเบรีธจะได้มีหนังสือกราบทลูให้ทรงทราบด้วย เรื่องเจรจาด้วยการสาสนา วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ถึงวันที่ ๑๔ มีนาคม ค.ศ. ๑๖๗๔ (พ.ศ. ๒๒๑๖) วันที่ ๘ เดือนกุมภาพันธ์ มองซิเออร์คอนซตันซ์ (๑) ได้กลับมาจาก เมืองละโว้แล้ว มารายงารว่า หนังสือที่สังฆราชเดอเบรีธได้ถวายขอบพระมหากรุณาธิคุณ พระเจ้าแผ่นดินนั้น ได้ทรงรับไว้เปนที่พอพระหฤทัยแล้ว แลว่ามองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ กำลังเจรจาแลจัดการในเรื่องสาสนา เป็นที่เรียบร้อยมีผลดี มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศได้แต่งหนังสือขึ้นเล่มหนึ่งกล่าวถึงข้อผิดต่าง ๆ ซึ่งได้พบปะในสาสนาของไทย ท่าน เสนาบดีผู้มีความรักใคร่นับถือมองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ จะได้นำถวาย ต่อพระเจ้าแผ่นดินก่อนที่จะยกกองทัพไปยังเขตแดนเมืองเขมรเพราะพวกญวนได้ยกกองทัพเข้าไปยึดลำน้ำแลเมืองหลวงไว้แล้วโดยมุ่ง หมายจะกำจัดพระเจ้าแผ่นดินซึ่งพวกเขมรได้ตั้งขึ้นไว้ แลจะยกพระอนุชา ของพระเจ้าแผ่นดินผู้ถูกปลงพระชนมชีพขึ้นเปน กษัตริย์สืบสันติวงศ์ ต่อไป

(๑) คอนซตันซ์ฟอลกอน ๖


๔๒ วันที่ ๙ เดือนกุมภาพันธ์ ได้ปรึกษากันว่าจะทำประการใดที่จะให้การ สาสนาเจริญขึ้น แลจะทำอย่างไรจึงจะได้รับผลพระมหากรุณาของพระเจ้าแผ่นดิน จึงเห็นกันว่าทางง่ายที่สุด ก็ควรจะขอพระราชทานคนใช้ สำหรับพวกบาดหลวงประมาณสัก ๕๐ ครัว แลเพื่อจะทดลองว่าพระเจ้า แผ่นดินจะทรงนับถือพวกบาดหลวงเพียงไร ก็ควรจะขอพระราช ทานทาส อย่างที่เคยพระราชทานให้แก่ขุนนางผู้ใหญ่ ไม่มีใครเลยที่จะสงสัยว่าพระเจ้าแผ่นดินจะไม่พระราชทานตามที่จะทูลขอนี้ แลเชื่อแน่ว่าคนเหล่านี้เมื่อได้มาเปนคนของพวกบาดหลวงแล้ว คงจะเข้าถือสาสนา คริสเตียนทั้งหมดเปนแน่ ตามที่ได้มีความเห็นกันเปนอยู่เช่นนี้ จึงเปนอันตกลงจะเลือกหาฉเพาะคนที่สมควรจะถือสาสนาคริสเตียนได้ แลเปนคนที่ไม่นับถือพระสงฆ์หรือพระเจดีย์ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศได้มีจดหมายมายังสังฆราชเดอเบรีธ ว่าข่าวที่ได้รับมาจากเมืองญวนได้กระทำให้ มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศมีความยินดีเท่าใด ก็เปนข่าวที่กระทำให้พระเจ้าแผ่นดินเสียพระทัยเท่านั้น โดยทรงเกรงว่าท่านสังฆราชจะตกลง ไปยังเมืองญวน พระเจ้าแผ่นดินได้มีรับสั่งมายังมองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศให้ถามดูว่า มองเซนเยอร์เดอเบรีธได้ตกลงอย่างไรแน่ มองเซนเยอร์เดอเบรีธได้ตอบว่ายังรอคอยคำสั่งของพระเจ้าแผ่นดินญวนอยู่ ถ้า หากว่าได้รับคำสั่งตรงกับข่าวที่ได้ทราบมา ก็จำเปนจะต้องไปเฝ้าขอบพระเดชพระคุณที่ได้พระราชทานพระราชานุญาต ให้อยู่ในพระราชอาณา


๔๓ เขตญวน แลที่ได้พระราชทานโอกาศให้ประชาราษฎรถือสาสนาโรมันคาธอลิกได้โดยเปิดเผย ถ้าแม้ว่าพระเจ้าแผ่นดินสยาม มีพระราชประสงค์จะให้สังฆราชเดอเบรีธคงอยู่ในแผ่นดินสยามต่อไป โดยทรงพระ เมตตากรุณาอย่างเดิมแล้ว ความคิดถึงพระเดชพระคุณทั้งการพอใจของสังฆราชเอง ก็จะกระทำให้สังฆราชเดอเบรีธอยู่รับใช้พระเปนเจ้าแลฉลองพระเดชพระคุณพระเจ้าแผ่นดินสยามจนกว่าชีวิตจะหาไม่ วันที่ ๓ เดือนมีนาคม มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศได้กลับมาจากเมืองละโว้แล้ว แลได้มารายงารถึงการต่าง ๆ ที่ได้กระทำไป ซึ่งมีข้อสำคัญอยู่ว่า พระเปนเจ้าได้โปรดรับรองในสาสนาโรมันคาธอลิกโดยบาดหลวงได้มีข้อชี้แจงสั่งสอนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายคน บางคนก็มีความประสงค์อยากจะได้รับคาวมสว่างขึ้นอีก แต่กว่าท่านเหล่านี้จะนับ ถือสาสนาคริสเตียนคงยังกินเวลาอีกนานมาก มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศได้ ถือคำสั่งลงมาสำหรับให้ส่งของเครื่องสร้างวัด การที่จะส่งอัคราชทูตไปยังประเทศฝรั่งเศสนั้นดูมีคนเอาใจใส่มาก แลถึงกับสืบ ถามว่าที่ประเทศฝรั่งเศสชอบอะไรบ้าง เพื่อจะได้จัดส่งไปเปนเครื่องราชบรรณาการถวายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส วันที่ ๗ มีนาคม ท่านสังฆราชทั้งสามได้ประชุมปรึกษากันถึงการ ต่าง ๆ เกี่ยวด้วยสาสนาอีกครั้งหนึ่ง ได้ตกลงกันว่า ถ้าพระเจ้าแผ่นดินสยามยังคงมีพระราชประสงค์จะให้สังฆราชเดอเบรีธ อยู่ในพระราชอาณา เขตต่อไปแล้ว แลท่านสังฆราชจะอยู่ได้ก็โดยพระราชทานหนังสือ


๔๔ สำคัญ ซึ่งพระราชทานพระราชานุญาตให้ชาวสยามนับถือสาสนาโรมัน คาธอลิกได้ แลพระราชทานพระราชานุญาตให้พวกบาดหลวงได้เทศนา สั่งสอนการสาสนาได้ทุกแห่งโดยไม่ต้องมีขีดขั้น พวกบาดหลวงเชื่อกันว่าพระเจ้าแผ่นดินคงจะโปรดพระราชทานตามที่จะขอร้องนี้ เพราะตรงกับความเห็นของคนสนิธของพระเจ้าแผ่นดินคนหนึ่ง เปนอันตกลงกันว่า ในเรื่องนี้จะต้องบอกกล่าวให้พระเยซูเจ้าทราบ เพราะเปนเรื่องสำคัญที่สุด วันที่ ๒๗ เมษายน ค.ศ. ๑๖๗๔ (พ.ศ. ๒๒๑๗) พระเจ้าแผ่นดิน ได้ให้เจ้าพนักงารสองคนลงมาเชิญ มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศให้ขึ้นไปเฝ้าซึ่งเปนการที่จะขัดไม่ได้ เพราะฉนั้นสังฆราชจึงได้จัดเรือให้ คนถือหนังสือขึ้นไปเรียกมองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศให้กลับลงมา วันที่ ๒ พฤษภาคม ได้ตกลงกันให้สังฆราชเดอเบรีธขึ้นไปยังเมืองละโว้ เพื่อจะได้ไปเจรจาการสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวด้วยคณะบาดหลวง แลเพื่อจะไปกราบทูลให้พระเจ้าแผ่นดินทรงทราบ ว่าสังฆราชเดอเบรีธได้ตกลงใจจะไปยังเมืองญวนเปนแน่ เพราะเหตุว่าพระเจ้าแผ่นดินญวนได้จัดให้ข้าราชการมาพบกับสังฆราช แลได้บอกเหตุผลต่าง ๆ หลายอย่างซึ่งควรให้สังฆราชหรือบาดหลวงคนใดไปยังเมืองญวน เมื่อได้ทราบกันว่าสังฆราชจะไปเมืองญวนแน่ จึงเปนโอกาศให้ ท่านเสนาบดีกราบทูล ว่าถ้าจะโปรดพระราชทานโอกาศเปิดช่องให้สาสนาคริสเตียนได้เจริญเหมือนอย่างพระเจ้าแผ่นดินญวนแล้ว ท่านสังฆ ราชก็คงจะยอมอยู่ในพระราชอาณาเขตต่อไป เมื่อได้ทรงทราบเช่นนี้


๔๕ ดูพระอัธยาศัยยังทรงตรึกตรองอยู่ ยังไม่ได้รับสั่งหรือทรงจัดการอย่างใด โดยทรงเชื่อว่าอีกวันหนึ่งหรือสองวันจึงพูดกันจะดีกว่า ครั้นเวลาตอนบ่าย มีขุนนางมาหาอีกสองคน บอกว่าการที่ท่านสังฆราชคิดจะไปจากเมืองไทย ในเวลาที่เมืองไทยยังต้องจัดการต่าง ๆ ที่จำเปนแลสำคัญสำหรับส่งราชทูตไปยังประเทศฝรั่งเศส เพื่อรักษาความสัมพันธ แลพระราชไมตรี ซึ่งได้มีติดต่อกันในระหว่างพระเจ้าแผ่นดินทั้งสองแลเปนเรื่องที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้ตั้งต้นมาก่อนนั้น เปนการที่ ี่พระเจ้าแผ่นดินทรงประหลาดพระทัยมาก ท่านสังฆราชหจึงได้ตอบว่า เมื่อเจ้าแผ่นดินญวนได้เปิดช่องโอกาศอย่างดีเปนประโยชน์ต่อสาสนาเช่น นี้แล้ว ท่านสังฆราชจะอยู่ในประเทศสยามต่อไปไม่ได้อยู่เอง เว้นไว้แต่พระเจ้าแผ่นดินสยาม จะโปรดกรุณาพระราชทานโอกาศให้เหมือนกับเจ้า แผ่นดินญวนจึงจะอยู่ต่อไปได้ แลท่านขุนนางสองคนได้ลาไปเพื่อจะได้นำ ความไปกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ พวกบาดหลวงได้กราบไหว้อ้อนวอน พระเยซูเจ้าขอให้เปนผลสำเร็จ เพราะเปนการที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ เกียรติยศเกียรติคุณของพระเปนเจ้า แลสำหรับการช่วยมนุษย์ด้วย วันที่ ๔ เดือนพฤษภาคม ได้จัดคนเร็วให้ขึ้นไปยังเมืองละโว้เพื่อแจ้งให้ทราบว่า สังฆราชเดอเบรีธแลสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศจะขึ้นไปยังเมืองละโว้ในวันรุ่งขึ้น พวกบาดหลวงจึงได้เตรียมการทุกอย่างสำหรับขึ้นไปเมืองละโว้ในคราวนี้ เพราะรู้สึกว่าเปนเรื่องสำคัญที่สุด สำหรับประโยชน์ของการสาสนาในภายภาคหน้า เพราะฉนั้นจึงเปนอัน


๔๖ ตกลงกันว่าจะต้องอ้อนวอนกราบไหว้พระเยซูเจ้าให้มากขึ้น เพื่อจะได้โปรดประสาทพรให้ วันที่ ๕ เดือนพฤษภาคม การที่จะยกขึ้นไปเมืองละโว้ได้นัดเลื่อน ไปในวันพรุ่งนี้ เพราะเกรงว่าเมื่อไปถึงแล้วจะต้องรอคอยช้าง พวกสังฆราชได้ตกลงกันมอบการนี้ให้พระเยซูเจ้าผู้ซึ่งถือกุญแจของหัวใจ มนุษย์ เพื่อพระเยซูเจ้าจะได้โปรดเปิดหัวใจของพระเจ้าแผ่นดิน ให้พระราชทาน หนังสือสำคัญให้เปนประโยชน์ต่อสาสนา แลพวกบาดหลวงสัญญาว่าโบสถ์หลังแรกที่จะได้สร้างขึ้นจะได้อุทิศให้เปนเกียรติยศแก่พระเยซูเจ้า วันที่ ๖ เดือนพฤษภาคม สังฆราชเดอเบรีธกับสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศได้ขึ้นไปยังเมืองละโว้แล้ว ท่านทั้งสองได้ปรึกษากันว่าจะทำ ประการใดดีจึงจะทำให้เปนผลสำเร็จในคราวที่ไปนี้ คือจะต้องการ หนังสือสำคัญพระราชทานอำนาจ ให้พวกบาดหลวง เที่ยวสอนสาสนาได้ทุก แห่งเพื่อเปนประโยชน์ต่อสาสนา เมื่อได้ปรึกษากันหลายครั้งหลายหนจึงเปนอันตกลงกันว่าในเรื่องนี้ต้อง สุดแล้วแต่พระเปนเจ้าจะโปรดจึง จำเปนต้องกราบไหว้อ้อนวอนอย่างพิเศษ ท่านสังฆราชมีความเศร้าสลดใจที่ได้เห็นราษฎรของประเทศสยามซึ่งเปนประเทศใหญ่กว้างขวางมาก มาตกอยู่ในทางอันเสื่อมเสียเช่นนี้ สังฆราชจึงอ้อนวอนขอให้พระเยซูเจ้าได้ประทานความรู้ แลมีความรักใคร่ต่อราษฎรเหล่านี้ วันที่ ๗ ดือนพฤษภาคม ได้มาถึงที่จอดเรือแต่เช้า แต่ช้างที่ จะมารับสังฆราชยังมาไม่ถึง พวกสังฆราชจึงได้จัดเข้าของให้เปนที่

๔๗ เรียบร้อย แลจัดการแปลข่าวต่าง ๆ ที่ได้รับมาจากเมืองมสุลีปตัน (Masulipatan) เปนภาษาไทย วันที่ ๘ เดือนพฤษภาคม ช้างยังไม่มาจึงได้จัดคนให้ไปเร่ง มอง ซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศได้แสดง การสาสนาให้ชาวบ้านกับพระสงฆ์ฟัง จนพวกชาวบ้านแลพระสงฆ์มีความเชื่อถือขึ้น การที่พระสังฆราชเดอ เบรีธได้เห็นวิญญาณของคนในประเทศนี้ตกอยู่ในทางอัน ไม่ดีฉิบหายเช่น นี้ก็มีความสลดใจมาก เพราะคนเหล่านี้ล้วนเปนคนที่สมควรจะรักแลนับถือบือพระเปนเจ้าทั้งนั้น ครั้นบ่ายประมาณ ๔ โมง พระเจ้าแผ่นดินได้พระราชทานช้างมา ๘ เชือก สำหรับสังฆราชทั้งสองแลบ่าวไพร่เข้าของด้วย วันที่ ๙ เดือนพฤษภาคม เวลาประมาณย่ำค่ำ หรือทุ่ม ๑ ได้มาถึง เมืองละโว้ แลได้ไปพักอยู่ในบ้านหลังหนึ่งซึ่งเจ้าพนักงารได้จัดไว้รับสังฆราช พอมาถึงบ้านแล้วท่านสังฆราชได้จัดให้คนไปแจ้งความแก่ ข้าราชการผู้ซึ่งมีหน้าที่ทำการแทนเสนาบดีในเวลาไม่อยู่ ว่าสังฆราชได้มาถึงแล้ว เพราะเวลานั้นท่านเสนาบดียังหาได้กลับมาจากราชการทัพญวนไม่ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม เจ้าพนักงารผู้ทำการแทนเสนาบดี ได้มาหา สังฆราช ถามว่าการที่สังฆราชได้ขึ้นมาคราวนี้มีกิจธุระอย่างใดสังฆราชเดอเบรีธจึงได้ตอบว่า มาเพื่อจะทูลลาพระเจ้าแผ่นดินแลมาขอบพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงพระเมตตาต่าง ๆ ทั้งจะขอรับพระ


๔๘ ราชทานหนังสือเดิรทางไปยังเมืองญวนด้วย ท่านข้าราชการผู้นี้เปนคนมีอัธยาศัยดี จึงได้พูดจาเกลี้ยกล่อมขอให้สังฆราชกลับความคิดเสียใหม่ โดยอธิบายว่า การที่จะให้พระราชไมตรีในระหว่างพระเจ้าแผ่นดินทั้งสองเปนที่แน่นหนามั่นคงขึ้น เปนการจำเปนที่สังฆราชเดอเบรีธจะต้องอยู่ในพระราชอาณาเขตต่อไป เพราะการที่ได้มีพระราชไมตรีกันในครั้งนี้สังฆราชเดอเบรีธก็เปนผู้ก่อต้นขึ้นเอง สังฆราชเดอเบรีธได้ไปหาขุนนางผู้หนึ่ง ซึ่งเปนเพื่อนรักชอบกันเปนการลับหาได้เปิดเผยไม่ เพื่อขอให้ขุนนางผู้นี้กราบทูลพระเจ้าแผ่นดิน ว่าถ้าไม่โปรดพระราชทานหนังสือสำคัญ ซึ่งพระราชทานพระราชานุญาตให้ สังฆราชแลพวกบาดหลวง เที่ยวสอนสาสนาได้ทั่วทุกแห่งในพระราชอาณาเขต แลพระราชทานพระราชานุญาตให้ข้าขอบขัณฑสีมานับถือสาสนาคริสเตียนแล้ว ท่านสังฆราชเดอเบรีธก็จะไม่อยู่ในเมืองไทย ข้าราชการผู้นี้แต่ก่อน ๆ มาไม่เคยคัดค้านความเห็นของสังฆราชเดอเบรีธ เลย แต่คราวนี้ได้คัดค้านในความเห็นอันนี้เปนอันมาก โดยชี้เแจงว่า สังฆราชเดอเบรีธขอมากนัก แลชี้แจงต่อไปว่า การที่พระเจ้าแผ่นดินได้ ทรงพระกรุณาเมตตาในการต่าง ๆ ซึ่งผิดด้วยประเพณีบ้านเมืองมาแล้วเช่นนี้ ควรจะเปนที่พอใจของสังฆราชอยู่แล้ว ตามความเห็นของขุนนางคนนี้เห็นว่า การที่ชนชาติต่าง ๆ อันเปนข้าขอบขัณฑสีมาได้เข้าถือสาสนาคริสเตียนนั้น เปนการที่ทให้เสียพระทัยมากอยู่แล้ว แม้จะได้ดำรัสประการใดก็จริง แต่เปนเรื่องที่ทรงทราบได้ดีทุกอย่าง

๔๙ แลการที่โปรดสร้างวัดพระราชทานให้แก่สังฆราชนี้ ก็เปนการแลเห็นได้โดยไม่ต้องสงสัยว่า ทรงเห็นชอบในสาสนาโรมันคาธอลิกอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ดีเมื่อได้ฟังเหตุผลตามคำชี้แจงของสังฆราชแล้ว ท่านขุนนางผู้นี้รับรองว่าจะนำความกราบทูลให้ในวันนี้หรือพรุ่งนี้ ท่านสังฆ ราชทั้งสองได้อ้อนวอนพระเปนเจ้าหนักขึ้นยิ่งกว่าเก่า เพื่อขอให้การเรองนี้เปนผลสำเร็จ เพราะเห็นว่าเปนเรื่องที่เกี่ยวถึงการช่วยวิญญาณมนุษย์มากนัก ในระหว่างสองวันได้มีฟ้าร้องคนองอย่างน่าประหลาท ซึ่งกระทำให้เห็นว่าพวกปิศาจ มีความโกรธว่าการเรื่องนี้ดำเนิรไปไม่สดวก วันที่ ๑๒ พฤษภาคม มีคน ๆ หนึ่งทำการบ่อแร่ของพระเจ้าแผ่นดิน มาหาสังฆราช บอกว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงพระราชดำริห์จะเสด็จออกให้ สังฆราชเฝ้า แลได้ทราบต่อไปว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงพระราชดำริห์จะ จัดให้ราชทูตไปยังประเทศยุโรปในปีนี้ แลมีพระราชประสงค์จะให้สังฆราชคนใดคนหนึ่งไปกับราชทูต แต่ยังหวังพระทัยอยู่ว่าสังฆราชเดอเบรีธคงจะอยู่ในเมืองไทยต่อไป เพราะเปนคนที่ทรงโปรดปรานทั้งทรงเชื่อว่าการที่สังราชเดอเบรีธจะอยู่ในเมืองไทย เปนการจำเปน สำหรับให้การพระราชไมตรี ซึ่งได้มีติดต่อกับพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ จะได้คงอยู่ชั่วกาลนาน ได้ทราบกันว่าในคืนวันนี้จะมีผู้กราบทูลถึงหนังสือสำคัญที่สังฆราชเดอเบรีธขอให้พระราชทาน จึงได้ตกลงกันกราบไหว้อ้อนวอนพระเปนเจ้าให้มากขึ้น ๗


๕๐ ค.ศ. ๑๖๗๗ (พ.ศ. ๒๒๒๐) ถึงแม้ว่าการของสาสนาได้ดำเนิรขึ้นอย่างดีกว่าในปีก่อนก็จริง แต่ มาในปีนี้ยังดียิ่งขึ้นไปกว่าปีก่อนอีก การที่พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงพระกรุณา ต่าง ๆ นั้นก็ยังคงอยู่ ที่แลเห็นได้ก็โดยทรงเปนพระราชธุระ ให้เร่ง ทำบ้านใหญ่ก่อด้วยอิฐทำเปนตึกสองชั้น ซึ่งในเวลานี้ยังเหลือแต่เพียงปูนเท่านั้น ตึกนี้เปนของจำเปนอย่างที่สุด เพราะเหตุว่าจำนวนนักพรตก็มากขึ้น ยังพวกที่เข้าถือสาสนาแลพวกนักเรียนก็มากขึ้นทุกที ีจนอยู่กันเต็มแน่นไปหมด แต่เท่าที่ได้ทรงพระเมตตานี้ ยังไม่เท่าที่ ได้ทรงพระกรุณาต่อไป กล่าวคือได้มีรับสั่งให้ข้าราชการผู้ใหญ่คนหนึ่งนำธรรมาสน์เทศน์ปิดทองทั้งตัวมาพระราชทานสังฆราช แลมีพระราชโองการให้ข้าราชการผู้นั้นคอยฟังพวกบาดหลวง เทศน์แลสวดมนตร์ แลให้นำความไปกราบทูลให้ทรงทราบ แลได้มีรับสั่งต่อหน้าข้าราชการหลายคน ว่าถ้าข้าขอบขัณฑเสมาคนใดจะเข้าถือสาสนาคริสเตียน ก็จะไม่ทรงห้ามปรามอย่างใด ตั้งแต่ปีกลายมาในเวลาที่น้ำในลำน้ำท่วมฝั่ง ซึ่งเปนเวลาทวยราษฎรเคยไปไหว้พระตามวัดต่าง ๆ พระเจ้าแผ่นดินได้มีรับสั่งให้ปิด พระทวารทั้งหมด แลห้ามขาดมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าไป ถ้าใครขืนเข้าไปจะลงพระราชอาญาจงหนัก บรรดาคนทั้งปวงมีความสงสัยแลประหลาทใจมากที่ทรงกระทำเช่นนี้ แลตั้งแต่นั้นมาไม่ได้เสด็จไปยังวัดเลย คนทั้งหลายจึงเห็นพร้อมกันหมดว่า พระเจ้าแผ่นดินได้ทรง ถือสาสนาของชาวต่างประเทศแล้ว

๕๑ เรื่องมองเซนเยอร์ลาโน (ต่อ) ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๗๖๙ ถึง ค.ศ. ๑๖๙๖ (พ.ศ. ๒๒๒๒ ถึง พ.ศ. ๒๒๓๙)

ว่าด้วยเรื่องราชทูตเจริญทางพระราชไมตรี ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๖๖๗ ถึง ค.ศ. ๑๖๘๔ (พ.ศ. ๒๒๐๑ ถึง พ.ศ. ๒๒๒๗) การเบื้องต้นที่จะส่งราชทูต จดหมายมองเซนเยอร์ลำเบเดอลาม๊อด ถึงมองเซนเยอร์ปาลู วันที่ ๑๙ ตุลาคม ค.ศ. ๑๖๖๗ (พ.ศ. ๒๒๑๐) โดยได้แลเห็นในชั้นต้นแล้วว่า พระทัยของพระเจ้าแผ่นดินสยาม พระองค์นี้มีพระเมตตา ข้าพเจ้าเห็นว่าเปนการจำเปนที่จะต้องแสดงความ คิดของข้าพเจ้าซึ่งเกิดขึ้นให้ท่านทราบ ความคิดเห็นอันนี้ท่านจะจัดการ ต่อไปอย่างไรหรือไม่ก็แล้วแต่ท่านจะเห็นชอบ คือ ข้าพเจ้าได้ทาบว่าพระเจ้าแผ่นดินของเรา (ฝรั่งเศส) ได้ทรงพระราชดำริห์การใหญ่โต ที่จะคิดดำเนิรการค้าขายกับชมพูทวีป (อาเซีย) ข้าพเจ้าจึงมาเห็นว่าประเทศสยาม เปนแห่งที่เหมาะสำหรับจัดการค้าขายต่อไป ควรจะ จะกราบทูลพระเจ้าแผ่นดิน (ฝรั่งเศส) ให้ส่งราชทูตมายังเมืองนี้ เหมือนอย่างพวกฮอลันดาได้ทำมาแล้วซึ่งเปนผลสำเร็จดี เพื่อให้ราชทูตมาเจรจาถึงการค้าขายที่จะมีติดต่อกับเมืองนี้ต่อไป แลทั้งเปนโอกาศอันดี ให้พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสเชื้อเชิญพระเจ้าแผ่นดินสยาม ให้นับถือสาสนาของเรา (คริสเตียน) ซึ่งเปนสาสนาอันบริสุทธิ์ สมควรแก่พระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงปกครองบ้านเมืองโดยอำนาจเด็จขาด เช่นประเทศ

๕๒ สยามนี้ ด้วยว่าคำสั่งสอนของสาสนาคริสเตียน บังคับให้ผู้ถือสาสนามีความซื่อสัตย์กตัญญู อยู่ในโอวาทหถ้อยคำของผู้ปกครอง มิฉนั้นก็จะต้องตกนรก แลอีกประการหนึ่งจะได้ชี้แจงกราบทูลว่า การที่บ้านเมืองได้วัฒนาเจริญรุ่งเรืองมาก แลพระองค์กับพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อน ๆ ได้ปกครองบ้านเมืองมาช้านานหลายร้อยปีเช่นนี้ได้นั้น ก็โดยบารมีของสาสนาโรมันคาธอลิกช่วยอยู่ จดหมายมองเซนเยอร์ลำแบเดอลาม๊อด ถึงผู้อำนวยการคณะการต่างประเทศ วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๗๔ (พ.ศ. ๒๒๑๗) การที่จะส่งราชทูตไปยังประเทศยุโรปนั้นยังดำริห์กันอยู่เสมอ ฝ่าย พระเจ้าแผ่นดินสยามหวังพระราชหฤทัยว่า ข้าพเจ้าจะไปด้วยกับราชทูต ข้าพเจ้าจะคิดอ่านจัดการทุกอย่างที่จะไม่ไปด้วย จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ถึง คอลแบ วันที่ ๒๕ ธันวาคม ค.ศ. ๑๖๗๕ (พ.ศ. ๒๒๑๘) ข้าพเจ้าเชื่อว่าคงจะเปนการพอใจของท่านยิ่งนักที่จะทราบว่า ใน ทิศตวันออกของโลกเรานี้ ซึ่งแต่ก่อน ๆ เกือบจะไม่มีใครรู้จักกันว่ามีประเทศฝรั่งเศส แลเมื่อก่อนพวกเราได้มาถึงแลได้มากระทำให้ ให้รู้ถึงชื่อเสียงอันโด่งดังของพระเจ้าแผ่นดินของเรา (ฝรั่งเศส) ซึ่งไม่มีใครรู้จักประเทศฝรั่งเศสเลยนั้น บัดนี้ชื่อเสียงของพระมหากษัตริย์ของเราเปนที่โด่งดังมาก จนบรรดาประเทศต่าง ๆ เล่าลือกัน ถึง


๕๓ ชัยชนะศึกแลถึงอำนาจอันใหญ่ของพระองค์ด้วยความประหลาทใจ ซึ่งเปนเหตุกระทำให้พระเจ้าแผ่นดินแถบนี้แลราษฎรทั่วไป อยากให้บริษัท มาตั้งอยู่ในแถบเหล่านี้ แลถ้าได้มาตั้งอยู่แล้วก็คงจะเปนการสมควร แลเพื่อจะกระทำให้ชื่อเสียงอันโด่งดังแผ่ไพศาลออกไปทุกที

จดหมายมองเซนเยอร์ลำแบถึงสังฆราช(Archbishop)ที่กรุงปารีส ค.ศ. ๑๖๗๖ (พ.ศ. ๒๒๑๙) ข้าพเจ้าไม่หมดหวังที่จะได้พบกับท่านอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าพระเจ้า แผ่นดินสยามได้ตกลงจะส่งราชทูตไปยังประเทศฝรั่งเศส แลข้าพเจ้าก็ไม่มีทางที่จะเลี่ยงหลีกหรือแก้ตัว ในการที่ถูกขอร้องให้ไปกับราชทูตคราวนี้ได้ทรงพระราชดำริห์ในข้อนี้สำเร็จภายในปีนี้แล้ว แต่มาติดขัดที่พวกฮอลันดาไม่ยอมออกหนังสือเดิรทางให้ ความประสงค์ในการส่งราชทูตคราวนี้ ก็คือพระเจ้าแผ่นดินสยามจะทรงตอบพระราชสาส์น ที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้มีมาฝากฝังพวกข้าพเจ้า ใจความในพระราชสาส์นนั้นมีว่า ต้องพระราชประสงค์จะเปนไมตรีกับพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสแต่ข้อสำคัญมีอยู่ว่า ถ้าเปนที่พอพระหฤทัยของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศลแล้ว พระเจ้าแผ่นดินสยามจะยกท่าเรือในพระราชอาณาเขตให้แห่งหนึ่ง สำหรับใช้ชาวฝรั่งเศสสร้างบ้านเมืองขึ้น เพื่อเปนการ

๑ มองเซนเยอร์ ฮาเล เดอ ชังวาลอง (Fr. de Harlai de champvallon)

๕๔ สดวกแก่การค้าขาย ข้าพเจ้าหวังใจว่าหนังสือที่บอกข่าวกราบทูลไปยังพระเจ้าแผ่นดินแลแจ้งไปยังมองซิเออร์คอลแบในเรื่องนี้ คงจะได้ไปถึงประเทศฝรั่งเศสแล้ว แต่้ถ้าหากว่าหนังสือฉบับนั้นจะหายด้วยเหตุประการใด ก็ขอท่านได้นำจดหมายนี้ขึ้นทูลเกล้าถวายแทน ข้าพเจ้าขอร้องต่อท่านเพียงเท่านี้ แลขอท่านได้รับความนับถือจากข้าพเจ้าด้วย ฯ ล ฯ

จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ถึงบาดหลวงเดอเซนยักเดอลาบูเชรี (Cure' de Saint Jacgues de la Boucherie) วันที่ ๙ ตุลาคม ค.ศ. ๑๖๗๗ (พ.ศ. ๒๒๒๐) พระเจ้าแผ่นดินสยามยังทรงพระราชดำริห์ จะแต่งราชทูตไปยังกรุงฝรั่งเศสแลกรุงโรมอยู่เสมอ ของต่าง ๆ ที่จะส่งไปเปนเครื่องราชบรรณาการนั้นก็ได้เตรียมไว้พร้อมแล้ว ถ้าหากว่าพวกฮอลันดาไม่ได้ ทำสงคราม ราชทูตก็คงจะได้ออกจากเมืองไทยแล้ว แลพระเจ้าแผ่นดินสยามก็ยังหวังพระทัยอยู่เสมอว่า สังฆราชฝรั่งเศสคนใดคนหนึ่งคงจะได้ไปพร้อมกับราชทูต แลเพราะเหตุว่าพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้โปรดปรานพวกเรามาก ทั้งทรงเปิดช่องทางให้แก่สาสนา โรมันคาธอลิก โดยพระราชทานพระราชานุญาตให้บาดหลวงทำการ โดยเปิดเผย เท่ากับพระเจ้าแผ่นดินที่นับถือสาสนาคริสเตียนพระองค์หนึ่ง แลยังโปรดให้สร้างโบสถ์พระราชทานอีก ทั้งพระราชทาน


๕๕ สิ่งของสำหรับเลี้ยงชีพพวกเรา เพราะเหตุว่าถ้าเกิดขัดขวางขึ้นเมื่อใดก็ต้องขอพระมหากรุณาอยู่เสมอ พูดสั้น ๆ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้เท่า กับเปนบิดาของพวกเรา เมื่อการเปนเช่นนี้ก็ยากที่จะขัดขวางในพระราชดำริห์ที่โปรดให้สังฆราชไปด้วยกับราชทูต แต่อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าจะทำทุกอย่างที่จะทำได้ ซึ่งจะไม่ให้ทรงเลือกตัวข้าพเจ้า เพราะที่นี่มีสิ่งที่พอใจข้าพเจ้ามาก ซึ่งจะหาในที่อื่นไม่ได้ แต่ข้อนี้ไม่ได้เปนเหตุที่กระทำให้ข้าพเจ้าอยู่แต่อย่างเดียว เปนด้วยพระบารมีของพระ เปนเจ้า ซึ่งได้พาข้าพเจ้าให้มาอยู่ในที่นี้ แลดูเหมือนเปนความประสงค์ของพระเปนเจ้า ที่จะให้ข้าพเจ้าอยู่ในที่นี้ต่อไปอีก ในเวลาที่ข้าพเจ้ายังจะทำประโยชน์ต่อไปได้อีกเปนอันมาก จดหมายมองเซนเยอร์ลำแบเดอลาม๊อต กับมองเซนเยอร์ลาโน ถึงมองเซนเยอร์ปาลู วันที่ ๔ กันยายน ค.ศ. ๑๖๗๘ (พ.ศ. ๒๒๒๑) เมื่อสองสามวันมานี้ พระเจ้าแผ่นดินสยามได้รับสั่งให้ขุนนางไป ประชุมที่ท้องพระโรง แลมีรับสั่งให้จัดเลือกผู้ที่จะได้แต่งให้เปน ราชทูตไปยังประเทศฝรั่งเศส พวกข้าราชการเลือกได้สองคน จึงนำความกราบบังคมทูลตามที่ได้เลือกไว้ พระเจ้าแผ่นดินทรงกริ้วมากเพราะเหตุว่า ข้าราชการสองคนที่ถูกเลือกเปนข้าราชการชั้นผู้น้อยเกียรติยศไม่พอ จึงมีรับสั่งให้เลือกหาใหม่ ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าพระเจ้าแผ่นดินจะทรงพระราชดำริห์จัดให้ราชทูตไปในปีนี้หรืออย่างไร การที่


๕๖ จะส่งราชทูตไปเจริญทางพระราชไมตรีในคราวนี้ ดูเปนการยากมากเพราะเหตุด้วยพวกฮอลันดา ข่าวอันนี้ข้าพเจ้าได้ทราบมาจากออกพระไกร (Opra Krai) ว่าด้วยราชทูตสยามไปเจริญทางพระราชไมตรี ครั้งที่ ๑ รายงารของ บูโรเดลันด์ (Boureau Deslandes) ค.ศ. ๑๖๘๐ (พ.ศ. ๒๒๒๓) การที่พระเจ้าแผ่นดินสยามจะส่งราชทูตๆไปยังประเทศฝรั่งเศสนั้น มีข้อติดขัดอยู่อย่างเดียว คือไม่มีผู้ใดที่สามารถจะนำเรือไปถึงประเทศ ฝรั่งเศสได้ เพราะคนเหล่านี้เคยแต่เดิรเรือเลียบตามฝั่งเท่านั้น ซึ่ง ไม่จำเปนจะต้องมีวิชาในการเดิรเรือเท่าไรนัก เมื่องมองซิเออร์บารองผู้อำนวยการใหญ่ของรอแยลกำปนี ได้ทราบโดยชัดเจนในพระราช ดำริห์ของพระเจ้าแผ่นดิน จึงรับรองว่าจะให้เรือสำหรับราชทูตไปยัง ประเทศฝรั่งเศส โดยประสงค์จะให้เพิ่มบารมีของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ในเหตุที่มีราชทูตของพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรง พระบรมเดชานุภาพที่สุดในฝ่าย ตวันออกไปเจริญทางพระราชไมตรี เช่นนี้ ครั้นเมื่อณวันที่ ๓ เดือนกันยายน ค.ศ. ๑๖๘๐ (พ.ศ. ๒๒๒๓) ปีกลายนี้ เรือชื่อ เลอโวตูร์ ได้มาถึงสันดอนเมืองสยาม ซึ่งเปนการกระทำให้เจ้านายแลข้าราชการทั้งหลายมีความตื่นเต้นยินดีเปนอนมากก่อนที่เรือได้เข้ามาในลำแม่น้ำ ได้ให้นำความกราบทูลถามว่า เมื่อเรือ

๕๗ จะผ่านป้อมที่บางกอก จะโปรดให้เรือยิงสลุตตามประเพณีของชาวยุโรป อันผิดกับธรรมเนียมของไทยหรือไม่ จึงได้มีรับสั่งไปยังเจ้าเมืองซึ่งเปนคนชาติแขกเติกโดยทันที ว่าถ้าเรือยิงสลุตแล้วก็ให้เจ้าเมืองยิง สลุตรับ ประการ ๑ เปนธรรมเนียมช้านานมาแล้วที่เรือต่าง ๆ ของเมืองนี้มักจะชักธงฮอลันดา เพราะเหตุว่าเปนธงที่คนรู้จักกันมาก ว่าเปนเรือค้าขาย แลฝ่ายพระเจ้าแผ่นดินสยามจนทุกวันนี้หาได้มีธงอย่างใดเปนเครื่องหมายไม่ เจ้าเมืองบางกอกไม่รู้จะชักธงอะไร จึงได้ชักธงออลันดาขึ้น ฝ่ายมองซิเออร์ คอนูเอล กับตันเรือได้ให้คนมาบอกแก่เจ้าเมืองว่า ถ้ามีความประสงค์จะให้สลุตป้อมแล้วก็ขอให้เอาธงฮอลันดาลงเสีย แลถ้าไม่มีธงของชาติอื่นจะชักแล้วก็ขอให้ชักธงอย่างใด อย่างหนึ่งก็ได้แล้วแต่จะพอใจ เจ้าเมืองบางกอกจึงได้ให้เอาธงฮอลันดาลงเสีย แล้วชักธงสีแดงขึ้นแทน เมื่อยิงสลุตรับนั้นก็ได้ยิงปืน ๕๐ นัดเศษ โดยไม่ต้องนับอย่างใด ซึ่งเปนการที่ประเทศทั้งหลายเหลือจะเชื่อ แต่บังเอิญเวลานั้นมีชาวปอตุเกตแลชาวเมืองอื่น ๆ อยู่ที่นั้น ได้รู้แลได้เห็นเปนพยาน มองซิเออร์บารอง ผู้อำนวยการใหญ่ จึงได้ให้มองซิเออร์ บูโรเดลันด์ นำจดหมายแลของต่าง ๆ ไปถวายพระเจ้าแผ่นดินในนามของ บริษัท ฝ่ายท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ ซึ่งเคยเปนธุระในการเจรจาแลจัดการต่าง ๆ ทุกคราว ได้เห็นเปนโอกาศอันดีที่จะจัดการ ๘


๕๘ ให้ได้รับผลพิเศษ ซึ่งผิดด้วยกฎหมายแลประเพณีของบ้านเมืองจึงได้ขอร้องให้มองซิเออร์เดลันด์ นำจดหมายแลของต่าง ๆ เข้าไปทูล เกล้า ฯ ถวายพระเจ้าแผ่นดินด้วยตนเอง ในเรื่องนี้ได้พยายามจะให้เปนผลสำเร็จอยู่สัก ๒๐ วันเศษ แต่ก็หาได้รับคำตอบอย่างใดไม่ เพราะ เหตุว่าท่านอัคมหาเสนาบดี ได้ยอมนำคำขอร้องของท่านสังฆราชขึ้นกราบ บังคมทูลให้ทรงทราบ โดยถือเอาธรรมเนียมแลประเพณีของบ้านเมืองเปนใหญ่กว่าอื่น ทั้งมีพวกอิจฉาฤษยาซึ่งพวกบาดหลวงไม่ได้คิดที่จะสืบเอาตัว ไม่ยอมให้ชาติฝรั่งเศสได้รับเกียรติยศเล็กน้อยเช่นนี้ด้วย ถ้าแม้ว่ามองซิเออร์บารองไม่ได้สั่งไว้ว่าให้เรือรีบกลับโดยเร็วแล้ว ก็คงจะต้องพยายามให้เปนไปตามคำขอร้อง ใช่แต่เท่านั้นอีกสามวันพระเจ้าแผ่นดินก็เสด็จขึ้นไปเมืองละโว้ ซึ่งเปนเมืองไกลหนทางสองวัน แลเคยประทับในเมืองนั้นปีหนึ่งราว ๘ เดือน จึงเปนเหตุจำเปนที่มองซิเออร์เดลันด์ต้องยอมกระทำตาม เมื่อถึงวันกำหนดที่จะส่งหนังสือแลของต่างๆ ไปถวายแล้ว ก็มีขุนนางผู้ใหญ่ ๓ คนนำเรือหลวงเรือนำแลเรือตามมายังบ้านท่านสังฆราช ซึ่งเปนที่พักของมองซิเออร์เดลันด์ ขุนนาง ๓ คนได้รับหนังสือแลของ ถวายลงเรือใหญ่สองลำ แลได้พาไปยังห้องใหญ่ ในที่นี้อัคมหาเสนาบดีพร้อมด้วยขุนนางจีน แขกมัว ไทย แลปอตุเกต คอยรับมองซิเออร์เดลันด์ซึ่งไปพร้อมกับมองซิเออร์คอนูเอล แลทหารฝรั่งเศสถืออาวุธ ๒๐ คน มองซิเออร์เดลันด์กับมองซิเออร์คอนูเอลได้นั่งกลางห้อง

๕๙ ตรงกับอัคมหาเสนาบดี หนังสือถวายนั้นวางอยู่ในพานทองคำตรงหน้าเสนาบดี ได้อ่านแลแปลเปนภาษาไทยในห้องนั้นเอง คนที่แปลนั้น เปนบาดหลวงฝรั่งเศสซึ่งเจ้าพนักงารได้จัด ให้นั่งเฉพาะคนเดียวในที่ที่ ี่พระสงฆ์เคยนั่ง มองซิเออร์เดลันด์กับมองซิเออร์คอนูเอล ได้สนทนากับท่านเสนาบดีประมาณชั่วโมง ๑ ท่านเสนาบดีได้ถามถึงพระราชสำนักฝรั่งเสศแลถามถึงเกียรติคุณของประเทศยุโรป คำถามเหล่านี้มองซิเออร์เดลันด์ได้ตอบให้เปนที่พอใจ ซึ่งกระทำให้คนทั้งหลายชมเชย ว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้เปนคนมีอัธยาศัยอันดี แลสติปัญญาไวยิ่งนัก เมื่อได้เสร็จการสนทนาแล้ว ท่านเสนาบดีได้นำหนังสือกับคำแปลแลของต่าง ๆ ไปถวาย ได้ทราบจากรายงารของข้าราชการบางคนว่าของต่าง ๆ ที่ ทูลเกล้า ฯ ถวายคราวนี้ พระเจ้าแผ่นดินโปรดมากกว่าทุกคราวที่ ี่คนอื่น ๆ เคยถวายมาแล้ว ของที่โปรดยิ่งกว่าอย่างอื่นนั้น คือ โคมระย้า (unmorgen ?) กับเชิงเทียนกิ่งคู่ ๑ ซึ่งทำด้วยแก้วเจียรนัยทั้ง สิ้น ของเหล่านี้โปรดให้เอาขึ้นไปเมืองละโว้เพื่อจะได้ทรงใช้ แก้ว เจียรนัยอย่างดีเปนของที่ชอบกันมากยิ่งกว่าเงินทอง แลเปนของที่ต้องการกันนัก เครื่องเคลือบต่าง ๆ ก็เปนของที่หากันนักเหมือนกัน (ในสมัยนั้น) ฝ่ายพระเจ้าแผ่นดินมีพระประสงค์จะทรง แสดงว่าโปรดปรานมอง ซิเออร์เดลันด์มากกว่าชาวประเทศอื่น จึงได้ยอมเสด็จออกให้เฝ้าตามคำขอ ร้องของท่านสังฆราช ครั้นถึงกำหนด ได้เสด็จออกพระราชวังโดย


๖๐ ฉเพาะพร้อมด้วยทหารแห่นำตามเสด็จกว่า ๖๐๐ คน มาประทับยังท้อง พระโรงใหญ่ ซึ่งเปนที่มองซิเออร์เดลันด์ กับมองซิเออร์คอดูเอลนั่งอยู่บนพรมคอยเฝ้าอยู่แล้ว แลเมื่อได้มีรับสั่งด้วยมองซิเออร์คอนูเอลเล็กน้อยพอสมควรแล้วก็เสด็จขึ้น แลได้พระราชทานเสื้อปักด้วยไหม ทองมาจากเมืองเปอเซียให้คนละตัว(๑) ในวันที่พระเจ้าแผ่นดินได้เสด็จไปถึงเมืองละโว้ ได้ทรงใช้ให้คนเร็วมาแจ้งให้ท่านสังฆราชกับบาดหลวงเพื่องของสังฆราชอีกคนหนึ่งไป เฝ้าที่เมืองละโว้เพื่อจะได้เจรจากันถึงการส่งราชทูต

(๑) ในรายงารของบูโรเดลันด์ ซึ่งข้าพเจ้ายกมาอ้างแต่ตอน เดียว มีกล่าวถึงพระลักษณะสมเด็จพระนารายณ์ดังนี้ พระเจ้าแผ่นดินมีพระองค์ ไม่สูง ไม่ต่ำ ไม่ขาว ไม่ดำ พระชนม พรรษา ๔๐ พระพักตรใหญ่ทรงพระสรวลเสมอ พระนลาตใหญ่ พระมัสสุไม่มี พระนาสิกแบนแลกว้างซึ่งไม่ค่อยกระดิกเวลาที่รับสั่ง ริมพระโอษฐ์หนามาก ฉลองพระองค์ทำด้วยแพรแดงมาจากเมืองเปอเซียมีดอกทองประปราย รูปคล้ายเสื้อแยกเก๊ต แขนเหมือนแขนเสื้อยาว ที่บาดหลวงใส่แต่ไม่มีลูกกระดุม แลยังทรงฉลองพระองค์ชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง ทำด้วยผ้ามาจากเมืองเบงกอลเปนผ้าบางโปร่ง มีลายคล้ายลูกไม้ตามตะเข็บ ข้างซ้ายทรงเหน็บกฤชด้ามทองคำฝังพลอย แลมีพระแสงดาบยี่ปุ่นฝังพลอยวางลงบนพระเพลา พระองคุลีสวมพระธำมรงค์ประดับพลอยเมล็ดใหญ่ ๆ หลายสีหลายชนิด

๖๑ ท่านสังฆราชเฝ้าครั้งนี้ไม่มีล่าม แลได้เฝ้าอยู่ ๔๕ นาที ได้ ดำรัสถามถึงการต่าง ๆ หลายอย่าง เช่นเรื่องวิชาเลข วิชาดาราศาสตร์ แลตรัสถามถึงภูมิศาสตร์ ถึงรัฐบาลต่าง ๆ แลอำนาจของพระเจ้าแผ่นดินแลเจ้านายในประเทศยุโรป แลในประเทศฝรั่งเศสเอง แลตรัสถามถึงชื่อเสียงอันโด่งดังของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ซึ่งมีไชยชนะในการสงครามทุกครั้ง เพราะเหตุว่าในบรรดาเจ้าแผ่นดินในประเทศยุโรป ไม่มีพระองค์ใดออกพระนามล่ำลือเหมือนพระนามของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสแลชัยชนะศึกของพระองค์ ในระหว่างที่ดำรัสอยู่กับท่านสังฆราชนั้น เปนที่เห็นได้ว่าพระเจ้า แผ่นดินได้ทรงหนังสือที่ได้แปลถวายเปนภาษาไทย แลดูคุ้นกับภูมิ ศาสตร์มากกว่าอย่างอื่น การที่จะเล่าโดยเลอียด ถึงการเฝ้าคราวนี้จะยืดยาวเกินไป แต่มีข้อหนึ่งซึ่งควรกล่าวถึงคือ ในขณะที่เฝ้านั้น มีขุนนาง ๓ คนคอยจดข้อที่รับสั่งแลกราบทูล แต่ขุนนางทั้ง ๓ นี้เกือบ ต้องรับพระราชอาญาเพราะจดไม่ทัน แลเมื่อนำข้อความที่จดไว้ถวาย ทอดพระเนตร ก็ดำรัสว่าเอาปลายเปนต้นเอาต้นเปนปลายสับสนกันยุ่งหมด แต่ใน คราวนี้การที่ปรึกษาหารือกันในเรื่องจะแต่งราชทูตไปยังประเทศฝรั่งเศสนั้นก็ยังไม่เปนผลสำเร็จอย่างใด จึงจำเป็นต้องคิดถึงการที่จะให้เรือกลับไป การที่ทรงพระราชดำริห์ไว้ไม่เปนผลสำเร็จนั้นก็โดยเหตุที่พวกแขกมัวคอยขัดขวางคัดค้านไว้ เพราะพวกแขกมัว


๖๒ เหล่านี้ต้องการขับไล่ให้พวกบาดหลวงฝรั่งเศสออกจาก ประเทศสยาม แลยังมีคนจำพวกอื่นอีกซึ่งมีความอิจฉาริษยาด้วย ข้อนี้ได้ทราบเปนการแน่ โดยเหตุที่พระเจ้าแผ่นดินต้องรับสั่งแก่พวกที่คอยคัดค้าน ว่า ทำอย่างไร ๆ ก็จำเปนที่จะต้องแต่งราชทูตไปจะงดเสียมิได้ แลจะไม่ทรงยอมให้ผู้ใดมาขัดขวางได้ ฝ่ายท่านสังฆราชกับคนสอนสาสนา (มิชชันนารี) ของท่านคนหนึ่ง(๑) ก็ไม่ชักช้าเสียเวลาอย่างใด แต่ได้พยายามที่จะแก้ข้อกีดขวางทุกอย่าง แต่ในที่นี้จะต้องสารภาพว่า ข้อความต่าง ๆ ที่ได้กราบทูลพระเจ้าแผ่นดินไว้ ถึงเกียรติยศเกียรติคุณของประเทศฝรั่งเศสแลพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสนั้น เปนเรื่องที่ช่วย กระทำให้พระเจ้าแผ่นดินสยามมีพระราชประสงค์ จะให้ราชทูตของพระองค์

(๑) คือมองซิเออร์เกม (Gayme) ในเรื่องที่จะเลือกเอามิซชันนารีคนนี้ไปนั้น มองซิเออร์ วาเชต์ (Vachet) เล่าว่าดังนี้ ใน ระหว่างที่มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ เฝ้าพระเจ้าแผ่นดินนั้นได้มีรับ สั่งว่า ท่านอย่ากลัวเลยว่าฉันจะเลือกเอาท่าน ฉันจะบอกได้ว่าใครจะ เปนราชทูตที่หนึ่ง แต่การที่จะให้ท่านไปอยู่ในการบังคับของราชทูตนั้นฉันไม่ ได้นึกเลย คนที่ฉันจะขอก็คือมองซิเออร์เกมซึ่งนั่งอยู่ข้างตัวท่านแล้ว ถ้าท่านไม่ให้ฉันขัดเคืองก็อย่าได้ขัดขวางเลย มองเซนเยอร์ลาโนได้ ยอมโดยทันที ในเวลานั้นมองซิเออร์เกมได้รับตำแหน่งเปนทนายแผ่นดิน แลแต่ก่อนก็ได้เคยเปนทนายความที่เมืองบันตำ ( Bantam ) มาแล้ว


๖๓ ไปดูสิ่งต่าง ๆ ซึ่งได้ทรงทราบแต่เฉพาะตามคนบอกเล่า ให้เห็นประจักษ์ด้วยตนเอง เพราะได้มีคนกราบทูลยืนยันเสมอว่า ทวีปยุโรปเปนทวีปที่งามกว่า ที่บริบูรณ์กว่า แลมีอำนาจกว่าทวีปทั้งปวง แล ว่าประเทศฝรั่งเศสเปนประเทศที่เจริญยิ่งกว่า ประเทศอื่นในทวีปยุโรป เพราะเหตุฉนี้จึงได้ทรงเลือกคนหนึ่ง อายุ ๖๒ สำหรับเปนราชทูตที่หนึ่งเพราะท่านผู้นี้ได้เคยเปนราชทูตไป เจริญทางราชไมตรีกับกรุงปักกิ่งในประเทศจีนมาสามครั้งแล้ว เพื่อจะได้เทียบความเจริญแลวิธีปกครอง เมืองโน้นกับเมืองนี้ด้วย ในเมืองนี้เชื่อกันว่าท่านราชทูตจำเปนจะต้องพูดอย่างพระนางซาบาว่า " ข้าพเจ้าได้เห็นของที่ใหญ่โตยิ่งกว่าที่ได้ ยินพูดถึงซอลอมอน" พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงแต่งพระราชสาส์นที่ จะมีไปยังสังตปาปาแล มีไปถวายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ในพระราชสาส์นนี้ยังใช้สำนวนโบราณ ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินฝ่ายตวันออกเคยใช้มาแต่ก่อน ๆ พระราชสาส์นนี้ได้ส่งมายังท่านสังฆราชเพื่อให้แปล และเปนสำนวนที่ไพเราะตามภาษา ของไทย ทั้งมีคำบาลีแซกมาก คำแปลนั้นได้แปลอย่างถูกต้องที่สุดที่แปลได้ คือคำแปลคำต่อคำไม่ได้เพิ่มเติมหรือตัดทอนอย่างใด เมื่อได้แปลเสร็จแล้วเจ้าพนักงารได้จารึก พระราชสาส์นภาษาไทยลงในแผ่น ทองคำหนาเท่าเงินเหรียญ ยาวฟุตกว่า กว้างประมาณ ๘ นิ้ว ทั้งกล่องสำหรับบัญจุพระราชสาส์นก็ทำด้วยทองคำ พระราชสาส์นที่มีไปพระราชทานสังตปาปานั้นก็จารึกลงในแผ่นทองคำเหมือนกัน แต่ส่วน


๖๔ กล่องนั้นครั้นจะทำด้วยทองคำก็เกิดการขัดข้องขึ้น กล่าวคือ ท่านสังตปาปาเปนนักพรต ซึ่งมีหน้าที่ทำการให้พระเปนเจ้าอย่างเดียว ถ้าส่งกล่องทองคำไปให้บางทีจะไม่เหมาะสมกับฐานะ เพราะจะทำให้เห็นไปว่า สังตปาปาเปนคนที่ชอบทองคำแลทรัพย์ ซึ่งเชื่อกันว่าของเหล่านี้เปนสิ่งที่สังตปาปาไม่ต้องประสงค์เลย เมื่อเปนเช่นนี้เจ้าพนักงารจึงได้ปรึกษาท่านสังฆราชแลมิซชันนารีซึ่งรู้สึกในข้อขัดข้องอยู่แล้ว เมื่อท่านสังฆราชได้อธิบายถึงอำนาจของสังตปาปา ที่เกี่ยวข้องด้วยวิญญาณ แลการ บ้านเมือง แล้วจึงให้เลือกว่าจะเอาทองคำ หรือจะเอาไม้กะลำพัก (Calamba) ซึ่งมราคาแพงเท่าทองคำ หรือจะเอาไม้จันทน์ก็ได้ แต่ ไม้กะลำพักจะหาท่อนโตพอที่จะทำกล่องไม่ได้ จึงตกลงทำด้วยไม้จันทน์ ก่อนที่พระราชสาส์นได้เขียนแลจารึกเสร็จ มิซชันนารีผู้ที่จะไปด้วยกับราชทูตได้เลือกของเครื่องราชบรรณาการไว้เสร็จแล้ว ในชั้นแรกเจ้าพนักงารจะให้เลือกเครื่องเงินทำมาจาก เมืองญี่ปุ่นแลเมืองจีนมิซชันนารีคัดค้านว่า การที่จะเอาเครื่องเงินเครื่องทองคำไปยังประเทศ ฝรั่งเศสนั้นไม่สมควร เพราะจะหาสิ่งใดที่จะงามยิ่งกว่าที่เขาทำกันใน เมืองฝรั่งเศสไม่ได้ แลในเมืองนั้นมีของเครื่องเงินเครื่องทองมากมายก่ายกอง แลทำอย่างประณีตงดงามยิ่งกว่าฝีมือฝ่ายตวันออกมากนัก พระเจ้าแผ่นดินจึงรับสั่งให้ไปถามพวกชาวอังกฤษ แลชาวฮอลันดา ว่าจะเอาของอะไรดีที่จะสมควรเปน เครื่องราชบรรณาการส่งไปยังประเทศ


๖๕ ฝรั่งเศสแลกรุงโรมได้ พวกอังกฤษแลฮอลันดาก็ตอบอย่างเดียวกับ ที่มิซชันนารีบอกไว้ ฉนั้นจึงเปนอันตกลงให้เลือกเอาของญี่ปุ่นซึ่งทา น้ำมันเงาอย่างดีที่สุดที่จะหาได้ ไปเปนเครื่องราชบรรณาการพอสมควร ข้าราชการทั้งหลายมีความประหลาทใจมาก ว่าเหตุใดมิซชันนารีจึงได้เลือกเอาของน้อยนัก แลได้บอกให้มิซชันนารีเลือกเอาไปมาก ๆ มิซชันนารีจึงได้ตอบว่า ของอย่างนี้ที่ประเทศฝรั่งเสศมีมากมายแล งาม ๆ ยิ่งกว่านี้อิก ฉนั้นเอาไปแต่พอสมควรก็พอแล้ว เจ้านายแลข้าราชการพากันประหลาทใจ ที่ได้ทราบว่าราชทูต จะต้องไปกระทำความเคารพต่อพระมเหษี ต่อมกุฎราชกุมาร แลต่อพระเชษฐาของพระเจ้าแผ่นดิน จึงเกิดจำเปนที่จะต้องเลือกหาของเพิ่มเติมสำหรับถวายท่านทั้งสามนี้ แลได้ทำบาญชีติดไปกับพระราชสาส์น ที่จะพระราชทานไปยังสังตปาปาแลถวายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ใน เมืองนี้การที่ราชทูตจะต้องทำความเคารพหรือเฝ้าพระมเหษีนั้น เปนสิ่งที่ไม่เคยได้ยินเลย ในการที่จะแต่งราชทูตไปคราวนี้ พระเจ้าแผ่นดินยังทรงรลึกถึงกำปนี จึงให้สืบถามว่าใครเปนหัวหน้าของกำปนีบ้าง เมื่อได้ทราบแล้วเจ้าพนักงารจึงได้เลือกของบางอย่างสำหรับพระราชทาน มิงซิเออร์คอลแบ กับ มองซิเออร์เบเนีย ชื่อของราชทูตที่จะไปในคราวนี้มีดังนี้ ราชทูตที่ ๑ ออกพระพิพัฒนราชไมตรี (Opra Pipatracha maytri) ราชทูตที่ ๒ หลวงศิริวิศาลสุนทร ( Louang Se'ri Vison Senton) ราชทูตที่ ๓ ขุนนครวิชัย (Cun Nacolla Vichay)

๖๖ เมื่อได้เตรียมการเสร็จแล้ว ก็ไม่มีอะไรอีกนอกจากจะให้โหรหาฤกษ์ที่จะประทับพระราชลัญจกร แลเชิญพระราชสาส์นเข้าผนึกแล้วเชิญลงเรือ ก่อนหน้าที่ผนึกพระราชสาส์นสองวันท่านอัคมหาเสนาบดีได้อธิบายให้มิซชันนารีผู้ที่จะนำพระราชทูตไปยังประเทศฝรั่งเศส ทราบถึง อำนาจแลบารมีของพระเจ้าแผ่นดินสยาม แลได้สอนราชทูตถึงข้อตอบต่าง ๆ ที่จะต้องตอบในเวลามีคนถามถึงอำนาจแลเกียรติยศของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งพอจะประมาณได้โดยจำนวนช้างแลจำนวนเรือรบวันที่ ๑ เดือนธันวาคม เปนวันฤกษ์สำหรับผนึกพระราชสาส์นแลเชิญลงเรือ ท่านอัคมหาเสนาบดีจึงได้ให้คนไปเชิญมิซชันนารีให้ไปยังวัดใหญ่ในเวลาเช้า ๓ โมง เพื่อจะได้ดูปิดผนึกพระราชสาส์น การ ปิดผนึกพระราชสาส์นนี้ เปนพิธีฝ่ายพลเรือนมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อยู่ณะที่นั้นหลายคน เมื่อมิซชันนารีได้ลงนั่งเคียงกับท่านอัคมหาเสนาบดีแล้ว เจ้าพนักงารได้เป่าแตรสังข์ ท่านอัคมหาเสนาบดีพร้อมด้วยขุนนางข้าราชการจึงได้ลงกราบพระราชสาส์นสามครั้ง ฝ่าย มิซชันนารีได้สังเกตุเห็นว่า เจ้าพนักงารหาได้ประทับพระราชลัญจกรหรือตราอย่างใดไม่ จึงได้ถามว่าเหตุใดจึงทำเช่นนี้ เสนาบดีจึงตอบว่าเปนการผิดธรรมเนียม แลถึงแม้ว่าจะประทับตราจริง ตราก็จะไม่ติดกับทองคำ มิซชันนารีจึงได้บอกว่าถ้าไม่ได้ประทับตราไปแล้วจะเปนการไม่พอใจในเมืองฝรั่งเศส แลตรานี้จะประทับบนคำแปลซึ่งเขียนในกระดาษ แล้วจึงพับกระดาษม้วนไปกับพระราชสาส์นที่จารึกบนแผ่น


๖๗ ทองคำก็ได้ ท่านอัคมหาเสนาบดีหาได้มีความรังเกียจอย่างใดไม่ จึงได้กระทำตามคำแนะนำของมิซชันนารี แล้วจึงได้เอาคำแปลพับม้วนไปกับพระราชสาส์นที่จารึกบนแผ่นทองคำ เชิญพระราชสาส์นบัญจุในกล่องทองคำพระราชสาส์นถึงสังตปาปาก็บัญจุในกล่องไม้จันทน์ แล้วจึงเอาพระราชสาส์นถวายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ลงบัญจุหีบญี่ปุ่นหุ้มด้วยผ้าเยียรบับมาจากเมืองจีนสีแดงสำหรับนักรบ แลฉบับถึงสังตปาปาบัญจุหีบญี่ปุ่นอีกหีบหนึ่งแต่หุ้มด้วยผ้าเยียรสีบับสีม่วง ในระหว่างที่เอาพระราชสาส์นลงบัญจุหีบนั้น ท่านราชทูตทั้งสามก็อยู่ในที่นั้นด้วย เมื่อ เสร็จเเล้วจึงได้พร้อมกันเชิญพระราชสาส์นลงเรือพระที่นั่ง ท่านอัคมหาเสนาบดีได้เดิรตามพระราชสาส์นจนถึงริมลำเเม่น้ำ แล้วจึงได้ลงเรือกระบวรมีผีพาย ๑๐๐ คนตามพระราชสาส์นไป มีขุนนางตามส่งพระราชสาส์นถึงเรือหลายคน เเต่งไปได้ครึ่งทางก็ ต้องกลับเพราะจะไปไกลจากพระราชวังไม่ได้ ท่านสังฆราชก็ได้ไปเหมือนกัน วันรุ่งขึ้นมีข้าราชการไปยังเรือเพื่อเปนเกียรติยศต่อพระราชสาส์นเปนอันมาก เจ้าพนักงานได้ยิงปืนใหญ่แล้วจึงเชิญพระราชสาส์นวางลงบนพรมซึ่งมาจากเมืองเปอเซียอย่างงาม แล้วเอาพรม วางบนโต๊ะอยู่ใต้เพดานดาดผ้าใบ ตั้งแต่ราชธานีมาจนถึงสันดอน มีข้าราชการมาคอยถวายบังคมพระราชสาส์น เปนระยะเหมือนเช่นพระเจ้า แผ่นดินประทับอยู่ในเรือนั้นเหมือนกัน


๖๘ จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ถึง อาซบิชอบที่กรุงปารีส วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ค.ศ.๑๖๘๐ (พ.ศ. ๒๒๒๓) ด้วยข้าพเจ้าได้ทราบจากจดหมายของมองซิเออร์แฟมาเนล์ ตาม ที่ท่านได้บอกไปว่า ว่าพระเจ้าแผ่นดิน (ฝรั่งเศส) ทรงยินดีที่จะรับรองราชทูตของพระเจ้ากรุงสยามนั้นแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้หาโอกาศที่จะบอกให้ท่านทราบว่า กำหนดราชทูตจะออกจากเมืองไทยนั้นในราวต้นเดือน ธันวาคม ขอท่านได้โปรดกราบทูลให้ทรงทราบด้วย ถ้าพระเจ้าแผ่นดิน (ฝรั่งเศส) ได้ทรงรับรองราชทูตให้เปนการแขงแรงใหญ่โตดังพระเจ้าแผ่นดินสยามหวังพระทัยแล้ว การนี้ก็คงจะทราบแพร่หลายไปตามเมืองต่าง ๆ ทุกเมือง เพราะที่เมืองไทยนี้เปนเมืองที่ชาวฝ่ายตวันออกมามากกว่าที่อื่น แลมาตั้งบ้านสร้างเรือนอยู่โดยสุขสบาย ถ้าแม้ว่ามองซิเออร์เดอเบรีธยังมีชีวิตอยู่แล้ว มองซิเออร์เดอเดอเบรีธ หรือข้าพเจ้า คงจะได้ไปกับราชทูต แต่เพราะเหตุว่าเวลานี้ข้าพเจ้าอยู่ตัวคนเดียวท่านคงเห็นได้ว่าข้าพเจ้าจะทิ้งคณะไปไม่ได้ ข้าพเจ้าจึงได้ให้มิซชันนารีคนหนึ่งซึ่งเปนคนรุ่นเก่า แลเคยเปนทนายความมาหลายปีแล้วอาจ ทราบถึงการต่าง ๆ ตามเมืองเหล่านี้โดยชัดเจน พอที่จะอธิบายชี้แจงการได้ทุกอย่าง ข้าพเจ้าหวังในความกรุณาของท่านโดยฉเพาะที่จะ ให้พระเจ้าแผ่นดิน (ฝรั่งเศส) ได้พระราชทานความเอื้อเฟื้อเมตตาแก่พวกราชทูต ให้ยิ่งกว่าที่พวกราชทูตได้คาดหมายไว้ ทั้งในเวลาที่ ี่ราชทูตอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสแลอยู่ที่กรุงโรม ซึ่งจะเปนผลกระทำให้


๖๙ พระเจ้าแผ่นดินสยามโปรดปรานรักใคร่พวกทำการ ฝ่ายสาสนาให้มากขึ้น ทั้งจะได้ทรงเอื้อเฟื้อแก่การสอนสาสนา ในพระราชอาณาเขตสยามด้วยข้าพเจ้าไม่มีสิ่งอันใดที่จะแสดงการ ขอบพระเดชพระคุณที่ท่านได้เปนผู้ปก ครองดูแลคณะมิซชันนารี ทั้งให้แต่ผลดีแก่คณะนี้ทุกเมื่อด้วย แลเพราะเหตุว่า ข้าพเจ้ามีความเชื่อแล้วในความกรุณาเมตตาของท่าน ข้าพเจ้าจึงเชื่อว่าคงจะได้รับความเอื้อเฟื้อต่อไป แลขอท่านได้รับความนับถือของข้าพเจ้า ฯ ลฯ

จดหมายมองซิเออร์ ถึงผู้อำนวยการคณะต่างประเทศ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๐ ( พ.ศ. ๒๒๒๓ ) เพราะเหตุว่าคนเหล่านี้เปนคนต่างภาษา ท่านคงจะไม่มีความ ลำบากอย่างไร ที่จะกราบทูลขอให้พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสทรงออกค่าเดิรทางให้ ค่าใช้จ่ายก็ไม่มากมายเท่าใดนัก แลไม่ใช่เปนคนชนิดจะต้องเลี้ยงดูเกินไป ในเรื่องนี้ควรท่านจะกราบทูลให้ทรงทราบไว้ อีกประการหนึ่ง เมื่อมาถึงท่าเรือแล้ว พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสควรจะพระราชทานพาหนะรับไปยังพระราชวัง ถ้าหากว่าการรับรองพวกราชทูต เปนที่เรียบร้อยแล้ว แม้พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสจะขอให้พระเจ้าแผ่นดิน สยามถือสาสนาคริสเตียน พระเจ้าแผ่นดินสยามก็คงจะมีพระทัย รวนเรเปนอันมาก แลความจริงพระเจ้าแผ่นดินสยามทรงนับถือพระ เจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสมากยิ่งกว่าเจ้าแผ่นดินอื่น ๆ บางทีพระเปนเจ้า


๗๐ จะทรงบันดาลการเจริญทางพระราชไมตรีครั้งนี้ ให้เปนหนทางสำหรับทำ ประเทศที่เปนมิจฉาทิฎฐิให้กลับนับถือศาสนาคริสเตียนก็ได้ ในเวลาที่พวกราชทูตจะไปยังกรุงโรมพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสควร จะทรงพระเมตตาช่วยเหลือให้การเดิรทางง่ายขึ้น โดยพระราชทานเรือ ให้ไป ไม่เช่นนั้นน่าจะกลัวจะไปกรุงโรมไม่ได้ เพราะจะกลับไม่ทันตาม ที่กำหนดไว้ ในเวลาที่จะเข้าเฝ้าพวกราชทูตจะได้ประพฤติตามประเพณีของเขาที่ได้เคยกระทำมา แลแต่งกายอย่างที่ราชทูตสยามเคยแต่งในเวลาที่ไปเจริญทางพระราชไมตรีกับเมืองจีน ทางที่จะไปตั้งแต่ท่าเรือ ถึงพระราชวัง ควรจะเลือกหาทางที่ผ่านบ้านเมืองที่งามที่สุด เพื่อจะ ได้เปนที่พอใจของราชทูต ซึ่งอยากจะเห็นบ้านเมืองต่าง ๆ ถ้าจะพูด เปนคำเดียวแล้วก็คือพระเจ้าแผ่นดินสยาม ทรงหวังในพระกรุณาทุก อย่างของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสมาก ข่าวที่ไทยจะส่งราชทูตมาเจริญทางพระราชไมตรีคราวนี้ คงจะลือเซงแซ่ทั่วโลก แลในฝ่ายตวันออกนี้ เพราะเหตุว่าในประเทศ สยามนี้ ทำการค้าขายติดต่อกับอินเดีย ติดต่อกับเมืองเปอเซีย เมืองญี่ปุ่น เมืองจีน แลเมืองอื่น แลฝ่ายทางทวีปยุโรป บรรดาหนังสือพิมพ์ก็คงจะลงข่าวเซงแซ่ทั่วไป ทางเมืองไทยก็มีความหวังกันว่าพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสคงจะทรงแต่งราชทูตไปบ้างเหมือนกัน แต่ในข้อนี้พวกข้าพเจ้าไม่ได้รับรองไว้อย่างไร


๗๑ จดหมายเจ้าพระยาพระคลัง ถึงผู้อำนวยการบริษัทการค้าขายฝ่ายอินเดียตวันออก ค.ศ. ๑๖๘๐ ( พ.ศ. ๒๒๒๓ ) หนังสือเจ้าพระยาศิริธรรมราชาชาติอำมาตย์นุชิต พิพิธรัตนราชโกษาธิบดี อภัยพิริยบรากรมพาหุ (Chao Peya, Sery Terrama, Racha Chady, Ammatraga, Nuchitra, Pipitra, Rattana, Ratconsta, Tibody Apay Pery Bora Croumma Pahoua) เจริญ ทางพระราชไมตรี มายังท่านผู้อำนวยการราชบริษัทของประเทศฝรั่งเศส โดยเหตุที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส แลพระเจ้าแผ่นดินสยามเจ้านายของข้าพเจ้า มีพระราชประสงค์จะให้ประเทศทั้งสองได้เปนพระราชไมตรีแก่กันแลกัน พระเจ้าแผ่นดินสยามเจ้านายของข้าพเจ้าได้ทรงแต่งราชทูต ให้จำทูล พระราชสาส์น แลเครื่องราชบรรณาการไปถวายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสเพื่อจะให้พระราชไมตรีในระหว่างประเทศทั้งสองนี้สนิธสนม เปนอันหนึ่งอัน เดียวกันไปชั่วกาลนาน อันจะเปนประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่เพราะเหตุว่า อัคราชทูต อุปทูต แลข้าแผ่นดินของพระเจ้าแผ่นดินสยามเจ้านายข้าพเจ้าจะต้องเดิรทางอันไกลมาก ถ้าแลอัคราชทูต อุปทูต แลข้าแผ่นดินของพระเจ้าแผ่นดินสยามเจ้านายข้าพเจ้า หรือมอง ซิเออร์เกม แลเอมมานูเอล์ ปิกาเรโด(๑) จะมาขอร้องต่อราชบริษัท

(๑) คือล่าม

๗๒ อย่างไร ข้าพเจ้าขอให้ราชบริษัทจงเปนธุระช่วยเหลืออัคราชทูต อุปทูต แลข้าแผ่นดินของพระเจ้าแผ่นดินสยามเจ้านายข้าพเจ้า ซึ่งรับพระราชโองการมาในคราวนี้ แลถ้าแม้อัคราชทูต อุปทูต แลข้าแผ่นดินของพระเจ้าแผ่นดินสยามเจ้านายข้าพเจ้า ได้รับของอย่างใด ๆ ไปจากราช บริษัทแล้ว ขอให้บริษัททำบาญชีไว้ให้เลอียดโดยชัดเจน แลให้ส่งบาญชีมายังข้าพเจ้า เพื่อจะได้จ่ายเงินให้ตามจำนวนของที่จะได้รับไป จากบริษัท อีกประการหนึ่งถ้าบริษัทจะต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใดในประเทศ นี้ ขอให้บอกให้ข้าพเจ้าทราบโดยชัดเจนเถิด อย่าได้ปิดบังอย่างใดเลย ข้าพเจ้ายินดีที่จะหาส่งมาให้ท่านให้จงได้ จดหมายเจ้าพระยาพระคลังถึงมองซิเออร์บารอง ค.ศ. ๑๖๘๐ ( พ.ศ. ๒๒๒๓ ) ท่านผู้อำนวยการมีความเอื้อเฟื้อให้มองซิเออร์เดลันด์ นำจดหมายแล ของต่าง ๆ เพื่อให้นำถวายพระเจ้าแผ่นดินสยามเจ้านายของข้าพเจ้า แล ขอร้องให้ข้าพเจ้าช่วยในการที่จะถวายหนังสือแลของต่าง ๆ กับได้มีจดหมายและส่งของต่าง ๆ มายังข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าได้รับไว้แล้วด้วยความขอบใจยิ่ง หนังสือเหล่านั้นเจ้าพนักงารได้แปลให้ข้าพเจ้าทราบตามธรรมเนียมแล้ว ข้าพเจ้าได้ทราบความตามจดหมายแลตามที่มองซิเออร์เดลันด์ได้มาบอก ว่าท่านผู้อำนวยการได้ทราบว่าจะแต่งราชทูตจำทูลพระราชสาส์นไปถวายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส แลพระราชทานไปยังสังตปาปา ท่านผู้อำนวยการมีความยินดีเปนอันมาก


๗๓ จึงได้ให้จัดเรือลำหนึ่งพร้อมด้วยคนแลอาวุธ ให้มองซิเออร์คอนูเอล์เปนกัปตันเรือเพื่อจะมารับราชทูต กับท่านผู้อำนวยการได้สั่งให้มองซิเออร์ คอนูเอล์ปฎิบัติตามแต่ข้าพเจ้าจะสั่ง แลถ้าการที่จะส่งราชทูตจะเปนการล่าช้าไป ก็ขอให้ข้าพเจ้าส่งเรือกลับให้ทันมรสุม อีกประการหนึ่ง ท่านผู้อำนวยการได้ขอให้ข้าพเจ้าช่วยเหลือมองซิเออร์เดลันด์ เพื่อสิ่งใดจะ ขาดเหลือนั้นดังนี้ เมื่อข้าพเจ้าทราบความต่าง ๆ ตามจดหมายนั้นแล้วข้าพเจ้ามีความยินดีเปนอันมาก จึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อพระเจ้าแผ่นดินสยามผู้เปนเจ้านายของข้าพเจ้า ให้ทรงทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทแล้ว เปนที่พอพระราชหฤทัยแลโปรดในการที่ท่านผู้อำนวยการได้จัดไปนั้น แลเพราะเหตุว่าได้ตั้งพระราชหฤทัยมาช้านานแล้ว ที่จะให้ประเทศทั้งสองเปนไมตรีสนิธสนมเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน การที่ท่านผู้อำนวยการได้จัดเรือมารับราชทูตไปเช่นนี้ เปนการพอพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง จึงมีพระราชโองการเหนือเกล้า ฯ สั่งให้ข้าพเจ้าเลือกจัดราชทูตที่จะเชิญพระราชสาส์น แลเครื่องราชบรรณา การ มาถวายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส เพื่อพระราชไมตรีอันดีนี้จะได้มั่นคง ยืนนานต่อไป ข้าพเจ้าเชื่อว่ามองซิเออร์เดลันด์ คงจะได้รายงารให้ท่านทราบแล้วว่าข้าพเจ้าได้ช่วยเหลือประการใดบ้าง พระเจ้าแผ่นดินสยามนายของข้าพเจ้าได้โปรดพระราชทานของมา ยังท่าน


๗๔ (ตอนนี้เนื้อความขาด) แลส่วนตัวข้าพเจ้า ขอส่งหีบญี่ปุ่น ห่อด้วยผ้าสีเขียว พื้นดำปิด ทองคำเปลวหีบ ๑ หีบจีนพื้นดำฝังลายอำพันกับลายทองหีบ ๑ ต้นไม้ ทำด้วยอำพัน ๒ ต้น อำพันโถ ๑ ฝามีลวดทองแลเงิน ชามเข้า ๒ ชาม ชามกับเข้า ๘ ชาม(๑) ผ้าดำกับผ้าดอกสองพับ กับฉากยี่ปุ่นคู่ ๑ ขอให้ท่านรับของเหล่านี้ไว้เหมือนหนึ่ง เปนของที่ข้าพเจ้าให้ท่านด้วยความ รักใคร่ในท่าน การต่อไปที่ท่านกับข้าพเจ้าจะได้รักใคร่กันแลเปนไมตรีสนิธสนมจะเปนได้ด้วยประการใด ข้าพเจ้าขอมอบให้เปนธุระของท่าน ผู้อำนวยการที่จะคิดหาหนทางต่อไป พระราชสาส์นสมเด็จพระนารายณ์วายพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ค.ศ. ๑๖๘๐ ( พ.ศ. ๒๒๒๓ ) พระราชสาส์นของพระเจ้าแผ่นดินอันใหญ่ยิ่งแห่งกรุงศรีอยุธยา มา ยังพระองค์ผู้เปนเจ้าแผ่นดิน ทรงไว้ซึ่งอิศรภาพแห่งกรุงฝรั่งเศสแล กรุงนาวา มีพระเกียรติยศอันใหญ่ยิ่งปรากฎรัศมีดังแสงพระอาทิตย์ เปนธรรมิกราชอันมหาประเสริฐ โดยเหตุที่พระองค์ได้ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมแลทรงรักษากฏหมาย จึงกระทำให้พระองค์มีไชยชนะแก่ศัตรูหมู่ปัจจามิตรทั่วไป จนชื่อเสียงปรากฏแผ่ไปตามประเทศน้อยใหญ่ทั่วโลก

(๑) ภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่า Chao แล Choanns ซึ่งไม่เคยพบ จึง สันนิษฐานว่าคงเปนคำที่ชาวต่างประเทศใช้เปนศัพท์แขกว่า Chow Chow กินเข้า จึงแปลว่าเปนชามเข้าและชามกับเข้า

๗๕ ด้วยพระราชสาส์นที่พระองค์ได้พระราชทานมากับ ดอมฟรังซัว(๑) สังฆราช ซึ่งได้เข้ามถึงกรุง ฯ นี้ หม่อนฉันได้รับแล้ว แลเมื่อได้ทราบข้อความอันไพเราะในพระราชสาส์นนั้นแล้ว กระทำให้ใจของหม่อมฉันเต็มไปด้วยความปิติยินดี หม่อมฉันจึงได้คิดหาทางที่จะได้เปนเพระราช ไมตรีอันสนิธในภายภาคหน้า แลเมื่อหม่อมฉันได้ทราบว่าพระองค์ได้ ทรงโปรดให้ เยเนรัลเมืองสุหรัต ( General de Surat ) ส่งเรือมารับ พระราชสาส์น แลราชทูตของหม่อมฉัน จึงเปนการสมที่ใจหม่อมฉันได้นึกถึงได้ว่าจะเปนผลอันสำเร็จ หม่อมฉันจึงได้จัดให้ผู้มีชื่อเชิญพระราช สาส์น ทั้งนำเครื่องราชบรรณาการ ซึ่งหม่อมฉันขอส่งมาถวายพระองค์ เพื่อเปนทางตกลงพร้อมเพรียงกัน ทั้งจะได้เปนไมตรีอันบริสุทธิ์ในระหว่างเราทั้งสอง แลเพื่อจะให้ไมตรีอันนี้เปนที่มั่นคงแลยืนยาวต่อไป ถ้าแม้พระองค์ผู้เปนเจ้าเปนใหญ่มีอำนาจมาก มีพระราชประสงค์สิ่งใดในบ้านเมืองของหม่อมฉันแล้ว ขอให้พระองค์รับสั่งให้ราชทูตของหม่อมฉันทราบ เมื่อราชทูตเหล่านี้ได้ถวายพระราชสาส์นเปนการเสร็จแล้ว ขอพระ องค์ได้ประทานพระราชานุญาตให้ราชทูตได้กลับมา เพื่อหม่อมฉันจะได้ทราบข่าวถึงความสุขสำราญของพระองค์ อีกประการ ๑ หม่อมฉัน ขอให้พระองค์โปรดแต่งราชทูตมายังหม่อมฉัน แลประทานพระราชู ปถัมภ์ให้ราชทูตทั้งสองฝ่ายได้ไปมาโดยสดวกปราศจากอันตราย แล

(๑) คือมองเซนเยอร์ปาลู

๗๖ ขอให้ราชไมตรีของเรามั่นคงแลแน่นหนาเสมอไป หม่อมฉันขออำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเปนเจ้า จงพิทักษ์รักษาพระองค์ให้คงเจริญวัฒนาทุก ประการ แลให้คงเจริญยิ่งขึ้นทุก ๆ วัน เพื่อพระองค์จะได้ปกครองกรุงฝรั่งเศสแลนาวาให้ร่มเย็นเปนสุข แลขอให้พระเปนเจ้าได้บันดาลให้พระองค์มีชื่อเสียงแลเกียรติยศให้มากขึ้น ให้ทรงมีไชยชนะแก่ศัตรูหมู่ปัจจามิตรทั้งปวง แลขอให้พระองค์มีพระชนมายุยืนนานเปนสุขเจริญยิ่งขึ้นเทอญ พระราชสาส์นสมเด็จพระนารายณ์ถึงสังตปาปา ค.ศ. ๑๖๘๐ ( พ.ศ. ๒๒๒๓ ) พระราชสาส์นของพระเจ้าแผ่นดินอันใหญ่ยิ่งแห่งกรุงสยาม มายัง ท่านสังตปาปา ผู้เปนยอดแลเปนบิดาของบรรดาคริศตสาสนิกชน แลเปนผู้บำรุงสาสนาให้รุ่งเรืองแผ่ไพศาล ทั้งเปนผู้ปกครองบังคับบัญชาให้บรรดาคริศตสาสนิกชนให้ถาวร แลปฎิบัติตามสาสนาแลคลองยุติธรรม ทั้งเปนผู้ที่พระเจ้าแผ่นดินแลเจ้านายทั่วไปเคารพนับถือไปหามาสู่อยู่เนือง ๆ พระเจ้าแผ่นดินแลเจ้านายเหล่านั้นล้วนแล้วแต่มีวาสนาแลกำลังมาก แลเปนเจ้านายที่มีความปราถนาแลพยายามจะแผ่ไมตรีไปตามประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้ให้ทั่วถ้วน เพื่อจะได้ทราบเหตุการต่าง ๆ ี่เกิดขึ้นมีในบ้านเมืองเหล่านั้น เพราะเหตุฉนี้ เมื่อท่านสังตปาปาได้จัดให้ดอมฟรังซัวสังฆราชถือสาส์นมายังเรา เราจึงมีความยินดียิ่งนัก แล แลเมื่อได้ทราบข้อความตามสาส์น ซึ่งเต็มไปด้วยข้อความอันไพเราะนั้น


๗๗ แล้ว ใจของเราจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี เพราะฉนั้นเราจึงได้ตกลงให้ผู้มีชื่อเชิญพระราชสาส์น ของเรามายังท่านสังตปาปากับทั้งสิ่งของบรรณาการ เพื่อเปนเครื่องสมานความรักใคร่ในระหว่างตัวเรากับท่าน สังตปาปา แลจะได้เปนไมตรีอันหนึ่งอันเดียวกันชั่วกัลปาวสาน เมื่อราชทูตของเราได้กระทำการต่าง ๆ ตามที่เราสั่งไว้เปนการเสร็จแล้ว ขอให้ท่านสั่งให้กลับมา เพื่อราชทูตจะได้นำข่าวของสังตปาปามารายงารต่อเรา ซึ่งจะเปนข่าวที่เรายินดีเปนอันมาก กับ ข้าพเจ้าขอให้ท่านสังตปาปาได้ส่งทูตมายังข้าพเจ้าด้วย แลขอให้ราชทูตของเราทั้งสองฝ่ายไปมามิได้ขาด เพื่อไมตรีอันดีอันมีค่าจะได้ติดต่อกันชั่วกาลนาน ในที่สุดข้าพเจ้าหวังใจว่าท่านสังตปาปาจะได้รับความดีความงามจากพระบัญญัติของสาสนาคริสเตียน แลขอให้ท่านสังตปาปา มีอายุยืนยาวไปหลายปีแลประกอบไปด้วยบุญกุศล แลความสุขทุกประการ จดหมายมองซิเออร์เกม ถึง ผู้อำนวยการคณะการต่างประเทศ เมืองบันตำ (Bantam) วันที่ ๑๘ เดือนมกราคม ค.ศ. ๑๖๘๑ ( พ.ศ. ๒๒๒๓) การที่จะจัดราชทูตเปนการตกลงแลได้เตรียมไว้พร้อมแล้ว ข้า พเจ้าจึงได้ออกจากเมืองละโว้พร้อมด้วยมองเซนเยอร์ เพราะได้มีรับสั่งของพระเจ้าแผ่นดินให้ข้าพเจ้ากับมองเซนเยอร์ขึ้นไปยัง เมืองละโว้เพื่อเจรจา


๗๘ แลจัดการในเรื่องแต่งราชทูตนี้ ซึ่งกระทำให้มีการงารมากแลกระทำให้ตัวข้าพเจ้าป่วยจนวันนี้ก็ยังรู้สึกไม่สู้ปรกติดี ข้าพเจ้าแลราชทูตได้ออกจากเมืองไทยเมื่อวันก่อนคริศมาสวัน ๑ คือ (วันที่ ๒๔ ธันวาคม) โดย บารมีพระเปนเจ้าช่วยอย่าง ๑ ลมดีอย่าง ๑ แลความระวังระไวของกัปตันเรืออีกอย่าง ๑ จึงได้มาถึงท่าเรือเมืองบันตำ (Bantam) ในวันที่ ๑๗ นับตั้งแต่วันออกเรือ (วันที่ ๑๑ มกราคม) ซึ่งเปนการเร็วไม่มีเรือลำใดได้เคยเดิรเช่นนี้เลย ราชทูตมีอยู่สามคน ทั้งสามคนมียศต่างกัน ยศของราชทูตที่ ๑ เท่ากับยศมาควิศในเมืองฝรั่งเศส แลอีกสองคนมียศต่ำลงมาตามลำดับ ราชทูตที่หนึ่งเปนคนชราอายุ ๖๐ ปี ได้เคยเปนราชทูตเจริญ ทางพระราชไมตรีกับเมืองจีนมา ๓ คราวแล้ว จึงเปนเหตุให้เลือกคนนี้เปนราชทูตมาในคราวนี้ เพื่อจะได้เทียบว่าเมืองจีนกับเมืองฝรั่งเศสต่างกันอย่างไร ท่านราชทูตคุยว่าได้เดิรทางในระหว่างเมืองกวางตุ้งกับกรุงปักกิ่งได้ผ่านเมืองใหญ่ถึง ๖๖ เมือง แลเพราะเหตุว่าชื่อเสียงอันโด่งดังของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส แลชื่อเสียงอันดีของประเทศ ฝรั่งเศส เปนสิ่งที่กระทำให้พระเจ้าแผ่นดินสยามพิศวงในการที่จะ แต่งทูตคราวนี้ ข้าพเจ้าจึงต้องขอความเอื้อเฟื้อต่อท่านให้ทำความ ตกลงกับเจ้าพนักงารให้กะระยะทางที่จะเห็นบ้านเมืองงาม ๆ ให้มาก ที่สุดจนกว่าจะถึงกรุงปารีส แลจากกรุงปารีสไปกรุงโรม ก็ให้กะระยะ ทางเช่นเดียวกัน เพราะราชทูตจะต้องไปกรุงโรมด้วย ราชทูตเหล่านี้


๗๙ มีเงินติดตัวไปสำหรับการใช้จ่ายต่าง ๆ ประมาณ ๓๐๐๐ เหรียญ แลฝ่าย คณะบาดหลวงยังเปนหนี้อยู่อีก ๒๓๐๐ เหรียญ ซึ่งมองเซนเยอร์รับรองว่าจะได้รับเงินที่เมืองฝรั่งเศส แลท่านอัคมหาเสนาบดีก็ได้รับพระราชโองการให้มีจดหมายไปยังผู้อำนวยการบริษัทด้วยแล้ว เมื่อถึงท่าเรือในประเทศฝรั่งเศส ข้าพเจ้าจะได้ส่งข่าวให้ท่าน ทราบเสมอ แต่อย่างไรก็ดีขอท่านได้โปรดถามท่านผู้อำนวยการของ บริษัท ว่าหนังสือสำคัญสำหรับรับเงิน ผู้อำนวยการจะรับรองหรือไม่เพื่อจะได้จัดการใช้หนี้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้เสร็จไป เมื่อเรือได้มถึงแล้วสามวัน หัวหน้าเมืองบันตำ (Bantam) ได้จัดบ้านอย่างดีที่จะทำได้ คือให้เอาผ้าบุดอกบุแลเอาพรมใหญ่ ๆ ปูพื้น ได้มาด้วยตนเองพร้อมด้วยชาวฝรั่งเศสหลายคนเท่าที่ชักชวนมาได้ มารับราชทูตขึ้นจากเรือ พวกราชทูตได้เชิญพระราชสาส์นขึ้นมาจากเรือชาวฝรั่งเศสแลอังกฤษได้ยิงปืนใหญ่เสียงสนั่นหวั่นไหว แลมีร่ม กางกั้นพระราชสาส์นหลายคันด้วยกัน ในวันนั้นเจ้าเมืองบันตำได้มีการเลี้ยงราชทูตอย่างดีที่จะทำได้ เพราะมีความประสงค์ที่จะนบนอบแลรับรองพวกราชทูต เพื่อเปนเกียรติยศต่อเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสแลเจ้าแผ่นดินสยาม เวลานี้ยังคอยเรือที่จะมาจากเมืองสุหรัต (Surat) ซึ่งได้มีผู้รับรองไว้ว่าจะส่งมารับราชทูตไปยังประเทศฝรั่งเศส ถึงอย่างนั้นก็ดีในระหว่างที่คอยเรืออยู่ จะได้จัดการซ่อมแซมเรือลำที่มาจากประเทศสยาม


๘๐ ซึ่งเปนเรือใหญ่พอสมควรแลไม่มีสิ่งใด ที่จะต้องซ่อมแซมแก้ไขเท่าไร นัก เพื่อเตรียมการให้ทันออกเรืออย่างช้าที่สุดภายในวันที่ ๑๕ เดือนกุมภาพันธ์ เมืองบันตำ (Bantam) วันที่ ๒๕ เดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๖๘๑ ( พ.ศ. ๒๒๒๔ ) เรือชื่อ เลอโซเลย์ดอริยัง (Le soleil d' Orient) ได้มาถึงที่นี่จากเมืองสุหรัต (Surat) ในวัน เซนยัง (Saint Jean) จะไปยังประเทศฝรั่งเศส พวกเราจะได้ออกจากเมืองนี้ในปลายเดือนสิงหาคมเพื่อไปยังเมือง มัศกาเรน (Mascaregne) เพราะที่นั่นบริษัทจะส่งคนมาช่วย แลเราคงจะถึงประเทศฝรั่งเศสในปลายเดือนมีนาคม ท่านราชทูตที่สามป่วยมาก จับจะเปนอัมพาต ข้าพเจ้าได้พยายามที่จะรักษาอย่างที่สุด

ว่าด้วยความเปนไปในระหว่างพวกบาดหลวง แลพวกมิซชันนารีกับพระเจ้าแผ่นดินสยาม ในระหว่าง ค.ศ. ๑๖๘๒ ถึง ๑๖๘๔ ( พ.ศ. ๒๒๒๕ ถึง ๒๒๒๗ ) ว่าด้วยบาดหลวงทำแปรธาตุถวาย แลทูลลาไปเมืองญวน ค.ศ. ๑๖๘๑ - ๑๖๘๒ ( พ.ศ. ๒๒๒๔ - ๒๒๒๕ ) เมื่อต้นเดือนธันวาคม พระเจ้าแผ่นดินสยาม ได้เสด็จพระราชดำเนิรไปยังเมืองละโว้ เพื่อทรงเปลี่ยนอากาศแลทรงพระราชสำราญในการคล้องช้าง ตามธรรมดาในปีหนึ่งเคยประทับอยู่ในเมืองนี้แปดเดือน

๘๑ ก่อนที่จะเสด็จขนไปนั้น ได้มีรับสั่งให้หมอหลวงมาหามองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศถามว่า จะทำทองคำอย่างน้ำได้หรือไม่ มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศจึงตอบว่าทำได้ เพราะมีหมอผสมยาเปนชาติ สวิช ซึ่งรู้จักการแปรธาตุมาได้ประมาณสองปีแล้ว พระเจ้าแผ่นดินจึงมีพระราชโองการให้ปลูกตึกสำหรับเปนที่แปรธาตุ แลให้ก่อเตาให้พร้อมในสถานที่ของบาดหลวง แลได้พระราชทานทองคำพร้อมด้วยคนใช้แลฟืนด้วย ครั้นเดือนกุมภาพันธ์ ท่านสังฆราชจึงได้มอบทองคำละลายเปนน้ำบัญจุขวด ๆ ๑ ให้แก่หมอหลวงเพื่อนำถวาย เมื่อได้ ทอดพระเนตรแล้วเปนที่พอพระทัยมาก เพราะในเมืองนี้ไม่เคยมีเลยและเปนสิ่งที่ต้องพระราชประสงค์มาช้านานแล้ว เพราะทองคำน้ำนี้มี ชื่อมานาน แต่ความจริงถ้าจะเชื่อคำของแพทย์แล้ว น้ำทองนี้ไม่มีสรรพคุณอย่างใดเลย เปนแต่คำเล่าลือกันเท่านั้น เมื่อต้นเดือนมิถุนายน มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศได้คิดที่ ี่จะไปยังเมืองญวน เพื่อจะได้นำของต่าง ๆ ที่มองเซนเยอร์เดอเบรีธได้รับรองไว้ก่อนถึงแก่กรรม ไปถวายพระเจ้าแผ่นดินญวน ทั้งไม่ได้ข่าวเลยว่ามองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ จะได้ออกจากประเทศฝรั่งเศส แลได้มถึงเมืองสุหรัต (Surat) หรือยัง จึงได้ให้นำความกราบทูลขอถวายบังคมลา พระเจ้าแผ่นดินโปรดพระราชทานพระบรมราชานุญาต แลโปรดให้มาบอกว่า ก่อนที่มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศจะไปเมือง ๑๑


๘๒ ญวนจะโปรดให้เข้าเฝ้า ครั้นวันที่ ๘ เดือนมิถุนายน มีพระราชโองการให้ท่านสังฆราชขึ้นไปยังเมืองละโว้ และได้เข้าเฝ้าตามที่เคยมา พระเจ้าแผ่นดินดำรัสถามว่า สังฆราชจะไปยังเมืองญวนทำไม ที่เมืองญวน มีคนถือสาสนาคริสเตียนแลมีวัดโรมันคาธอลิกมากน้อย เท่าไร แลวัดนั้นก่อด้วยศิลาหรืออย่างไร แล้วจึงดำรัสถามถึงไม้กางเขน แลขอให้สังฆราชอธิบายว่าไม้กางเขนนั้นหมายความอย่างไรกับทั้งทรงโปรดให้มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ แสดงเทศนาอย่างแสดง แก่คนถือสาสนาคริสเตียนด้วย มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศได้กราบทูลตอบอธิบายข้อที่รับสั่งถามเปนที่พอพระทัยทุกข้อ แต่ราชเลขานุการของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งมีหน้าที่จดข้อรับสั่งแลคำกราบทูล ได้จดคำอธิบายของมองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ ซึ่งกราบทูลอธิบายเรื่องไม้กางเขนไม่เลอียดเพียงพอ จึงโปรดให้ราชเลขาไปณที่พักของท่านสังฆราช เพื่อจดคำอธิบายของสังฆราชมาให้ถี่ถ้วน ในการที่เฝ้าครั้งนี้พระเจ้าแผ่นดินได้โปรดพระราชทานไม้กางเขนหล่อด้วยแร่ต่าง ๆ ผสมกันหลายอย่างซึ่งมีราคามากกว่าทองคำ ให้แก่มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ กับพระราชทานเสื้อสีม่วงเสื้อ ๑ ซึ่งเปนครั้งแรกที่ได้พระราชทานของให้แก่ท่านสังฆราช แลพระเจ้าแผ่นดินทรงโปรดให้เจ้าพระยาพระคลังมีจดหมายไปถวายพระเจ้าแผ่นดินญวน เพื่อฝากฝังมองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ แลได้โปรดพระราชทานเข้าสารสำหรับเปนเสบียงตามทางเปนอันมาก เข้าสารที่พระราชทานมานี้เปน


๘๓ ประโยชน์สำหรับบริโภคในบ้านนี้เอง เพราะปีนี้เข้าแพงอย่างที่สุดแลไม่ใช่แต่เพียงอย่างเดียว จะหาซื้อยากด้วย (๑)

จดหมายมองซิเออร์ดูเชน ถึงผู้อำนวยการคณะการต่างประเทศ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๒ ( พ.ศ. ๒๒๒๕ ) เมื่อต้นเดือนเมษายน พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงทราบถึงเกลือทองคำ ชนิดหนึ่ง ซงระเบิดมีกำลังแรงแลเสียงดังมาก จนเปนสิ่งที่เทียบ กับดินปืนแลให้ชื่อว่าดินปืนนั้น จึงรับสั่งให้มาถามมองเซนเยอร์ ว่าผู้ ทำน้ำทองจะทำดินระเบิดด้วยทองคำได้หรือไม่ ฝ่ายมองเซนเยอร์ซึ่ง

(๑) ก่อนที่จะออกจากเมือง ไทยมองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ มีความประสงค์จะทำตัวอย่างในการถ่อมตัวให้พวกเยซวิตเห็น ทั้งต้อง การให้รวมเอาพวกนี้เปนพวกเดียวกันด้วย จึงได้พร้อมด้วยมองเซน เยอร์ดอรัง ( d' Auren ) ไปหาหัวหน้าของพวกเยซวิต ท่านหัวหน้า เยซวิตมีความตกใจประหม่าเพียงไรก็อธิบายไม่ถูก จนมิได้จัดการ รับรองสังฆราชอย่างใด ส่วนพวกโดมีนิแกงกลับตรงกันข้าม ได้ จัดการรับรองจนเกินไป ตั้งแต่นั้นมาพวกโดมีนิแกงกับพวกเยซวิตได้ ตกลงร่วมกันเปนคณะเดียว แลได้เดิรสายกลางระหว่างความมาก ไปของพวกโดมีนิแกงแลความน้อยไปของพวกเยซวิต ซึ่งเห็นได้ว่า เปนความจริง เมื่อครั้งมองเซนเยอร์เดลิโอโปลิศ ได้ไปหาพวกนี้ในครั้งหลัง


๘๔ ไม่ละเว้นการอย่างใดเลย ที่จะทำให้เปนที่พอพระราชหฤทัยของพระเจ้า แผ่นดิน ถึงจะขาดเครื่องยาบางอย่างสำหรับทำดินระเบิดชนิดนี้ ก็ได้คิดอ่านให้หมอของเราซึ่งเปนคนเข้าใจในการแปรธาตุ จัดหายาอย่างอื่น แทนได้ จึงได้กราบทูลรับรองว่าจะทำถวาย ซึ่งเปนผลสำเร็จดีเพราะเมื่อเดือนก่อนเมื่อได้ทดลองต่อหน้าหมอหลวง ให้เห็นฤทธิ์ อันน่าประหลาทของเกลือทองนี้หลายครั้ง จึงได้มอบเกลือทองให้หมอหลวงนำถวายที่เมืองละโว้ซึ่งเปนที่ประทับอยู่ในเวลานี้ พระเจ้าแผ่นดินจะได้รับสั่งว่าอย่างไรยังหาทราบไม่ แต่คงเปนการกระทำให้พระเจ้าแผ่นดินโปรดพวกเรามากขึ้นทุกที แลเปนช่องโอกาศที่จะได้เฝ้าแลจะได้ชิดสนิธกับพระองค์มากขึ้น จะได้เปนหนทางของพระกรุณาสำหรับ การสาสนาในประเทศนี้ให้สดวกขึ้น ครั้นเมื่อวันที่ ๔ เดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๖๘๒ ( พ.ศ. ๒๒๒๕ ) มองเซนเยอร์เดอลิโอโปลิศมาถึง เมื่อสวดมนต์เวลาเย็นแล้ว แต่ได้ให้มองซิเออร์แปงล่วงหน้ามาบอกแล้ว แต่เพราะเหตุว่าท่านสังฆราช ได้มาถึงในเวลากลางคืน จึงไม่ได้จัดการรับรองตามที่ควรแลต้องการ เพียงแต่สวดบท เตเดียม (Te deum) แลบทอาเวมาริศสเตลลา (Ave maris stella) ในโบสถ์ แล้วจึงได้พาเข้าไปพักในห้อง ท่านสังฆราชได้จูบพวกเราโดยอย่างรักใคร่สนิธสนม พวกเราจึงอดกลั้นความยินดีไว้ไม่ได้ แลได้บูชาพระเปนเจ้าที่ได้โปรดส่งสังฆราชคืนมาในเวลาที่ต้องการเช่นนี้


๘๕ มองเซนเยอร์เดลิโอโปลิศได้รับรูปแผ่นใหญ่ ๆ มาจากสังตปาปปา ๔ รูป กรอบปิดทองดงามมาก รูปเหล่านี้เปนรูปบรรดาพระเจ้าแผ่นดิน ทั้งหลายบูชาพระเยซูเจ้ารูป ๑ รูปพระเยซูเจ้าขึ้นสวรรค์รูป ๑ รูปไม้กางเขนลอยมาให้พระเจ้าคอนซตังตินเห็นรูป ๑ แลพระเจ้าอาติลาหนีจากกรุงโรมรูป ๑ ของอื่น ๆ ที่เอามานั้นเปนของส่วนในนามของท่านสังฆราชเอง แต่ท่านสังฆราชได้บอกว่า พระเจ้าแผ่นดิน ( ฝรั่งเศส ) ได้ทรงช่วยออกพระราชทรัพย์ซื้อของเหล่านี้ ของเหล่านี้คือ กระจกเงาแผ่นใหญ่กรอบทองแดงปิดทอง ๒ บาน กระจกเงาย่อมหน่อยอีก ๒ บาน เขียนภาพสีบนกระจกงดงามมาก กรอบไม้สลักปิดทอง ผ้าแพรดอกอย่างดี ๒ พับ นาฬิกาใหญ่มีระฆังตีได้งามมากเรือน ๑ นาฬิกาพก ฝาลงยาแลมีรูปภาพเรือน ๑ ต้นไม้ทองลงยาต้นเล็ก ๆ ๒ ต้น บัญจุในกล่องทองแดงทาทอง พรมใหญ่ ๒ ผืน ได้แต่สำหรับดูจะให้ใครไม่ได้ เพราะมาตามทางในเรือเสียหมด แต่ท่านสังฆราชรับรองว่า ้ถ้าลายแลพรมชนิดนี้ พระเจ้าแผ่นดินโปรดเปนที่พอพระทัยแล้ว ท่านสังฆราชจะสั่งเข้ามาอีกให้เหมือนก็ได้ กับสมุดมีภาพดุนเรื่องพระเยซู เจ้า ตั้งแต่เกิดจนตายเล่ม ๑ แลท่านสังฆราชได้นำของมาให้เจ้าพระยาพระคลังเหมือนกัน คือ กระจกเงาบานใหญ่บาน ๑ ผ้าแดงเนื้ออย่างเดียว ๒๐ หลาผืน ๑ กับผ้าอีก ๒ ผืนกว้างยาวเท่ากัน ผืน ๑ เปนผ้าแดงแต่เนื้อไม่ดีเท่ากับผืนก่อน อิกผืน ๑ เปนผ้าสักหลาดอังกฤษ


๘๖ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ท่านเจ้าพระยาพระคลังได้ให้คนมาตาม ท่านสังฆราชบอกว่า พระเจ้าแผ่นดินสยามเปนที่พอพระทัยในพระราชสาส์นของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส เพราะฉนั้นจะทรงตอบแทนในการที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้แสดงไมตรีรักใคร่ ทั้งได้ทรงฝากฝังพวก พ่อค้าฝรั่งเศสด้วย เพราะฉนั้นจะโปรดพระราชทานที่แห่งหนึ่ง เปนที่ใหญ่ชื่อยอ (Jor) ซึ่งอยู่ปลายแหลมเมืองมลกา (Malague) ให้แก่กำปนีฝรั่งเศส แลจะหาของต่าง ๆ ที่แปลก ๆ จากเมืองจีน แลยี่ปุ่นส่งไปถวายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสด้วยทุก ๆ ปี เมื่อวันที่ ๒๐ เดือนกันยายน ท่านสังฆราชได้มีการเลี้ยงให้แก่มองซิเออร์คอนซตันซ์ ซึ่งเปนขุนนางคนหนึ่งที่ไปเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน ทุก ๆ วัน มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้เล่าว่าเมื่อสองสามวันที่ล่วงมาแล้วนี้ มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้เฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน ได้มีรับสั่งถึงความคิดแลความประสงค์ของท่านสังฆราชที่จะให้สาสนาคริสเตียนแผ่เข้ามา ใน พระราชอาณาเขตนี้ แลรับสั่งถึงการที่พวกยี่ปุ่นกดขี่ข่มเหงพวกที่ถือสาสนาคริสเตียน แลพระเจ้าแผ่นดินได้รับสั่งต่อไปว่า ส่วนพระองค์แล้ว จะทรงยอมให้คนทั่วไปกระทำตามพอใจในข้อนี้ เพราะเปนเรื่องของ พระเปนเจ้าแลเกี่ยวด้วยหัวใจของมนุษย์ ตามที่ได้ทราบข่าวดังมอง ซิเออร์คอนซตันซ์เล่านี้ กระทำให้เปนที่อิ่มใจท่านสังฆราชมากภายหลังมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้มาเล่าให้ท่านสังฆราชฟังอีก ว่าเมื่อได้เฝ้าพระเจ้าแผ่นดินอีกคราวหนึ่ง ได้กราบทูลถึงเหตุที่เกิดแผ่นดินไหว

๘๗ แลได้กราบทูลตามเหตุผลที่ทราบกันอยู่แล้ว จึงมีรับสั่งถามว่า "ในเรื่องแผ่นดินไหวนี้สาสนาอธิบายว่าอย่างไร เพราะพระเยซูเจ้าเปนผู้ที่รอบรู้การทั้งสิ้น คงจะต้องกล่าวไว้ในเรื่องแผ่นดินไหวเหมือนกัน" มอง ซิเออร์คอนซตันซ์จึงได้กราบทูลว่า ยังไม่ได้เคยพบกล่าวในคัมภีร์เลย จึงมีรับสั่งว่า ถ้าเช่นนั้นคงจะไม่มีใครถามถึง เพราะพระเยซูรู้การทั่วไป ที่ไหนจะนิ่งไม่อธิบายในเรื่องนี้ แล้วจึงมีรับสั่งถามว่าพระเยซูสั่งสอนด้วยวิธีอย่างไร มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงกราบทูลว่า พระเยซูสอนด้วยวิธีเล่านิทานเทียบเคียง แลยกตัวอย่างที่คนทั้งหลายจะรู้สึกแลเข้าใจได้ง่าย แล้วมองซิเออร์คอนซตันซ์จึงกราบทูลเล่าเรื่องเงินของพระเจ้าซีซาเปนตัวอย่าง การที่ขุนนางคนนี้ได้เฝ้าพระเจ้าแผ่นดินแลกราบทูล การต่าง ๆ ได้อย่างสนิธเช่นนี้ กระทำให้ท่านสังฆราชหวังใจว่าการเรื่องสาสนาคงจะเปนผลสำเร็จดี อีกคราวหนึ่ง พระเจ้าแผ่นดินทรงตัดสินให้ประหารชีวิตผู้ร้าย ๒๘ คน มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้กล้าเข้าไปกราบทูลขอพระราชทานโทษให้พวกผู้ร้าย ก็โปรดพระราชทานยกโทษให้ แต่ดำรัสถามว่าในประเทศยุโรปมีผู้ร้ายมากอย่างนี้หรืออย่างไร มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงกราบทูลว่า ในประเทศยุโรปก็มีมากเหมือนกัน แต่พระเยซูเจ้าได้มีบัญญัติไว้ในสาสนา ซึ่งกระทำ ให้จำนวนผู้ร้ายลดน้อยลงไปมาก จึงดำรัสถามว่า บัญญัตไว้อย่างไรมองซิเออร์คอนซตันซ์กราบทูล คือให้สารภาพในการบาป แลบังคับให้ผู้ร้ายคืนของที่ลักมา สังฆราชแลนักพรตจึงจะล้างบาปให้ เพราะ

๘๘ พวกนักพรตเท่ากับเปนผู้แทนของพระเยซูเจ้าในโลกนี้ หรือถ้าพวกนักพรตจะไม่ล้างบาปให้ เพราะนิสัยของคนไม่ดีก็ได้ แลพระเยซูเจ้า สถิตอยู่บนสวรรค์ก็รับรองเห็นชอบตามที่พวกนักพรตได้ปฏิบัติไว้ พระเจ้าแผ่นดินจึงทรงหันพระองค์ไปหาพวกขุนนางอื่น ๆ ที่เฝ้าอยู่ และดำรัส ว่า "พวกเจ้ฟังดูซิ ข้าจะส่งพวกเจ้าไปให้ท่านสังฆราชล้างบาปเสีย สักที" แล้วจึงกลับมาดำรัสถามมองซิเออร์คอนซตันซ์ว่า การที่ผู้กระทำผิดมาสารภาพความผิด แลคืนของที่ลักมานั้น จะเปนเช่นนั้นได้ทุกคนทีเดียวหรือ มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงกราบทูลว่า "ความจริงพวกปิศาจร้ายได้ยึดหัวใจของคนไว้บางคน พวกนี้ก็ไม่ไปสารภาพความบาป แต่โดยมากก็ยอมไปล้างบาปจริง" จึงดำรัสว่า "ถ้าเช่นนั้น ข้าเชื่อว่าพวกขุนนางของคงอยู่ในจำพวกปิศาจร้ายยึดหัวใจไว้" มองซิเออร์คอนซตันซ์คนนี้มีความปรานาดีต่อสาสนามาก แลอยากจะเอื้อเฟื้อต่อท่านสังฆราช การที่พระเจ้าแผ่นดินได้โปรดจะสร้างโบสถ์ พระราชทนให้แก่สังฆราช ก็โดยมองซิเออร์คอนซตันซ์เปนผู้จัดการ แลการที่โบสถ์จะได้สร้างแล้วเปนการสำเร็จก็หวังกันว่า มอง ซิเออร์คอนซตันซ์คงจะช่วยจนกว่าจะเปนผลสำเร็จ เมื่อเดือนตุลาคม ราชทูตของเจ้าแผ่นดินเมืองยำบี (Gamby) ในเกาะสุมาตราได้เข้าเฝ้าแลมองซิเออร์เดลันด์หัวหน้าของบริษัท ฝรั่งเศสก็ได้เข้าเฝ้า พร้อมกัน เจ้าพนักงารได้จัดที่นั่งให้มองซิเออร์เดลันด์ ใกล้ที่ประทับมากกว่าพวกราชทูต ๑๒ ก้าว


๘๙ พระเจ้าแผ่นดิน ได้มีพระราชโองการแก่มองซิเออร์เดลันด์ก่อนที่จะ ดำรัสกับพวกราชทูต ได้ดำรัสถามว่า เหตุใดในปีนี้มองซิเออร์เดลันด์จึงไม่ได้มาพร้อมกับเรือของกำปนี เมื่อมองซิเออร์เดลันด์ได้กราบทูลเปนที่พอพระทัยแล้ว จึงโปรดพระราชทานเสื้อเยียรบับเสื้อ ๑ เสื้อตัวนี้ ทำด้วยผ้าเยียรบับ ซึ่งบริษัทได้ให้มองซิเออร์เดลันด์นำมาถวายนั้นเอง แลได้พระราชทานผ้าแพรสำหรับไปตัดกางเกงผืน ๑ กับพระราชทาน กระบี่ฝักหุ้มทองคำกระบี่ ๑ การที่พระราชทานกระบี่เช่นนี้เปนเกียรติยศ ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินยังไม่เคยได้พระราชทานให้แก่พ่อค้าคนใดเลย ได้เคยมีครั้งเดียวเปนการพิเศษที่ ได้พระราชทานให้แก่กัปตันเรืออังกฤษมา จากเมืองมาเก๊า ได้พระราชทานเมื่อกัปตันเรือจะออกจากกรุงสยามในข้อนี้มองซิเออร์เดลันด์ก็ได้รับพระมหากรุณาเท่ากัน แลไม่ใช่แต่เท่านั้น ได้เสด็จออกให้เฝ้าในที่แห่งเดียวแลได้พระราช ทานของอย่างเดียวกับกัปตันเรืออังกฤษ พระเจ้าแผ่นดินได้ให้มาบอกมองซิเออร์เดลันด์ ให้ส่งแบบบ้านไปถวาย เพราะมีพระราชประสงค์จะสร้างบ้านสำหรับให้ พวกราชทูตของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสพัก

จดหมายมองเซนเยอร์ปาลูถึงมองซิเออร์คอลแบ วันที่ ๑๕ เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๒ (พ.ศ. ๒๒๒๕) ข้าพเจ้าได้มาถึงเมืองนี้เมื่อวันที่ ๔ เดือนกรฎาคมโดยสุขสบายดี ข้าพเจ้าจะไม่เล่าถึงระยะทางที่มาด้วยเกรงจะเปนเครื่องรำคาญต่อท่าน ๑๒

๙๐ จะเล่าฉเพาะแต่เรื่องพระราชสาส์นของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ซึ่งมีไปถวายพระเจ้าแผ่นดินสยาม แลของเครื่องราชบรรณาการซึ่งได้ทรงมอบให้ข้าพเจ้าไปถวาย พอข้าพเจ้าไปถึงก็ได้ให้นำความกราบทูล ว่า ข้าพเจ้าได้เชิญพระราชสาส์นมาจากพระเจ้าแผ่นดินนฝรั่งเศส(๑) พระเจ้า แผ่นดินสยามทรงประหลาทพระทัย ที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้มีพระราชสาส์นแลให้เกียรติยศไปเปนครั้งที่สอง ก่อนที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้รับพระราชสาส์นที่ได้ทรงตอบไป เพราะทรงทราบได้ดีว่าราชทูตที่ได้ทรงแต่งมายังประเทศฝรั่งเศสคงจะมาถึงก่อนที่ข้าพเจ้าออกจากเมืองฝรั่งเศสไม่ได้ จึงได้มีพระราชโองการให้จัดรับพระราชสาส์นโดยวิธีแลเกียรติยศอย่างเดียวกับครั้งก่อน ซึ่งยากที่จะทำสิ่งใด เพิ่มเติมให้ยิ่งกว่าก่อนได้ พระเจ้าแผ่นดินสยามมีข้าราชการอยู่ใกล้ชิด พระองค์คนหนึ่งเปน ชาติกริกแลเปนคนมีความรู้รอบตัว ข้าราชการคนนี้ชอบพวกเรามาก ข้าพเจ้าได้เอาพระราชสาส์นให้ข้าราชการคนนี้ดู เขาจึงได้บอกให้นิ่งเสียอย่าให้ข้าพเจ้าพูดไป แลได้บอกข้าพเจ้าว่าเขาจะปิดความไม่ได้ว่า ของเครื่องราชบรรณาการเหล่านี้ ไม่สมกับพระเกียรติยศของพระเจ้า แผ่นดินทั้งสองพระองค์ แลถ้าจะขืนนำถวายจะเปนที่ไม่พอพระราช

(๑) สำเนาพระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยที่ ๔ ที่ให้ให้สังฆราช ปาลูเชิญมานั้นไม่มี แลเหตุผลที่เปนไปไม่จำเปนที่จะต้องค้นในหอสมุด ของแผ่นดิน

๙๑ หฤทัยแลไม่พอใจข้าราชการทั่วไป เขาจึงเห็นว่าถ้าไม่นำถวายเสีย ทีเดียวจะดีกว่า เพราะพระเจ้าแผ่นดินทรงทราบอยู่แล้วตามที่ข้าพเจ้าได้กราบทูลเมื่อถวายพระราชสาส์นครั้งก่อน ซึ่งไม่มีเครื่องราชบรรณาการเหมือนกัน ว่าไม่ใช่ราชประเพณีของพระเจ้าแผ่นดินในประเทศยุโรป ่จะส่งเครื่องราชบรรณาการไปพร้อมกับ พระราชสาส์นเหมือนอย่างที่ปฏิบัติ กันทางประเทศตวันออก ข้าราชการผู้นั้นได้แนะนำต่อไปว่า ถ้าข้าพเจ้าจะต้องการถวายของเหล่านั้นแล้วให้เปนของถวายส่วนตัวข้าพเจ้าดีกว่า เพื่อเปนการขอบพระเดชพระคุณที่ได้ทรงพระกรุณาเอื้อเฟื้อ แก่พวกเราอยู่ ทุก ๆ วัน แลในเวลาที่ถวายของให้กราบทูลเสียให้ทรงทราบว่าของเหล่านี้ข้าพเจ้าได้รับพระราชทานมาจากพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ข้าพเจ้า เห็นว่าเปนการจำเปนที่จะต้องกระทำตามคำแนะนำ ของเพื่อนคนนี้ทุกข้อ เพราะเชื่อแน่ว่าเขาคงจะรู้จัก พระทัยของพระเจ้าแผ่นดินสยามอย่างดี การที่ได้ทำตามคำแนะนำนี้เปนผลสำเร็จดี ด้วยพระเจ้าแผ่นดินได้โปรด ให้เสนาบดีมาบอกข้าเจ้าว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ทรงเคยรับของถวายจากบุคคลชนิดข้าพเจ้า ซึ่งไม่ใช่เปนคนพ่อค้าได้ประโยชน์จากแผ่นดินแต่กลับทำความดีให้แก่บ้านเมืองก็จริงอยู่ แต่โดยเหตุที่ข้าพเจ้าได้ถวาย โดยเต็มอกเต็มใจแลเพื่อจะไม่ให้ข้าพเจ้าเสียใจ จึงทรงยอมรับของถวายเหล่านี้ไว้ ตั้งแต่นั้นมาได้รับสั่งให้มาสืบหลายครั้งว่า ข้าพเจ้าจะต้องการอะไรบ้าง ข้าพเจ้าก็ได้ตอบเสมอว่าข้าพเจ้าไม่ต้องประสงค์อะไร

๙๒ นอกจากขอให้พระองค์ทรงพระกรุณาเมตตาข้าพเจ้าอยู่เสมอ แต่ก็ได้ ทรงทราบจากเพื่อนผู้ที่กล่าวมาแล้วนั้น ว่าไม่มีสิ่งใดที่จะพอใจข้าพเจ้ามากยิ่งกว่าที่จะสร้างโบสถ์พระราชทาน จึงมีรับสั่งโดยทันทีให้มาบอกข้าพเจ้าว่าจะโปรดพระราชทานให้สร้างโบสถ์ ตามความพอใจของข้าพเจ้า คือจะให้ใหญ่โตเท่าไร แลจะให้สร้างเปนรูปอย่างไรแล้วแต่ข้าพเจ้าจะ ต้องการ ข้าพเจ้าได้กะรูปโบสถ์เปนสามตอนยาว ๒๐ วา กว้างแลสูงตามส่วน มีมุขขวางสองมุข แลมียอดแหลมสองยอดอยู่ข้าง ๆ พระเจ้าแผ่นดินได้ทอดพระเนตรเห็นแบบแล้ว แลได้มีรับสั่งให้สร้างตาม แบบนี้ ถ้าเสนาบดีของพระเจ้าแผ่นดินมีความรักใคร่พวกเราเท่ากับพระองค์แล้ว การสร้างโบสถ์นี้คงจะแล้วสำเร็จโดยเร็ว นี่แลเปนการที่พระเจ้าแผ่นดินทรงแสดงความที่จะทรงโปรดปรานสาสนา ของเราซึ่งจะเปนผลดี สำหรับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทั่วไป เพราะโดยมากพวกเหล่านี้ไม่ถือสาสนาคริสเตียนก็เพราะเกรงว่า จะไม่เปนการพอพระราชหฤทัยของพระเจ้าแผ่นดิน ถ้าแม้ว่าพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสทรงทราบจริงว่า พระเจ้าแผ่นดิน สยามทรงนับถือแลรักใคร่พระองค์เพียงใด ข้าพเจ้าเชื่อว่าคงจะทรงพอพระทัยมาก พระเจ้าแผ่นดินสยามรับสั่งถึงพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสบ่อย ๆ แลบางทีก็ทอดพระเนตรพระรูปของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสวันหนึ่งตั้งสามสี่ครั้ง พระรูปนี้ข้าพเจ้าเปนผู้ถวายเอง แลได้รับสั่งให้เสนาบดีมาบอกข้าพเจ้าว่าจะได้ทรงจัดหาของแปลก ๆ จากเมืองจีน


๙๓ แลเมืองยี่ปุ่นส่งไปถวายทุก ๆ ปี แลถ้าไม่มีเรือมาก็จะให้ส่งไปยังเมืองสุหรัต (Surat) เพื่อจะส่งไปทางเรือของบริษัทต่อไป เมื่อท่านมีโอกาศนำความต่าง ๆ เหล่านี้กราบทูลต่อพระเจ้าแผ่นดิน ( ฝรั่งเศส ) ขอท่านได้โปรดกราบทูล ถึงความพยายามของพวกสอนสาสนาด้วยว่า ไม่ว่าอยู่ณที่ใดได้พยายามที่จะทำให้พระเกียรติยศของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส แลชื่อเสียงของประเทศฝรั่งเศสแผ่ไพศาลทั่วไปเสมอ ถ้าข้าพเจ้าไม่เกรงว่าจะเปนการส่วนตัวแล้ว ข้าพเจ้าจะขอ จะขอให้ท่านกราบทูลด้วยถึงความขัดสนของพวกข้าพเจ้า แลถึงความวิตก ว่าข้าพเจ้าจะรับภาระอันหนักนี้ไปไม่ได้นานเท่าไร นอกจากคณะบาดหลวง ที่จะส่งไปเมืองจีนนั้น ข้าพเจ้ายังต้องบำรุงอุดหนุนคณะบาดหลวงอีกหลายแห่งที่มีอยู่ตามเมืองตังเกี๋ย เมืองญวน เมืองจำปา เมืองเขมร แลที่สำคัญที่สุดในประเ ศสยามนี้ ซึ่งมีที่บาดหลวงอยู่ถึง ๖ แห่ง บางแห่งก็ห่างไกลจากเมืองนี้ระยะทางตั้ง ๘๐ ถึง ๑๐๐ ไมล์ เพราะเมืองนี้อยู่ในท่ามกลางของคณะทั่วไป แลที่ในเมืองนี้ข้าพเจ้ายังต้องหาเลี้ยงคนวันหนึ่งกว่า ๘๐ คน รวมทั้งโรงเรียนพวกสามเณรแลโรงพยาบาล ทั้งมีสถานที่ซึ่งเปิดให้คนเจ็บป่วยทั่วไปสำหรับแจกยาตามแต่จะมีคนมาขอ เพราะฉนั้นข้าพเจ้าจึงจำเปนจะต้องขอร้อง ให้ทรงโปรด จัดการให้ได้รับผลประโยชน์จากคณะบาดหลวงที่ปารีส หรือมิฉนั้นก็ให้พวกบาดหลวงได้รับเงินเดือนอันแน่นอนเพื่อจะได้บำรุงเลี้ยงพวกนี้ต่อไป


๙๔ ว่าด้วยไทยเอื้อเฟื้อแก่พวกบาดหลวง แลข่าวราชทูตไปฝรั่งเศสครั้งแรก ค.ศ. ๑๖๘๒ ถึง ๑๖๘๓ ( พ.ศ. ๒๒๒๕ ถึง ๒๒๒๖ ) เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๒ (พ.ศ. ๒๒๒๕) ท่านสังฆราช เดลิโอโปลิศได้จัดให้มองซิเออเลอบลัง (Le Blane) ชาวฝรั่งเศสสอนสาสนาไปยังเมืองละโว้ เพื่อไปปลูกเรือนด้วยไม้ไผ่ตามแบบอย่างของเมืองนี้หลัง ๑ บ้านนี้จะปลูกไว้สำหรับให้เปนที่พักของสังฆราชดาโกลี (Dargolis) ชาวอิตาเลียน กับบาดหลวงชาวอิตาเลียนอีกสองคน ซึ่งจะมาพักอาศรัยในสถานที่ของสังฆราชฝรั่งเศส เพื่อเปนหนทางสำหรับ เรียนภาษาจีนให้ง่ายขึ้น เพราะสังฆราชแลบาดหลวงชาวอิตาเลียนเหล่านี้จะไปยังเมืองจีนต่อไป ในเรื่องนี้พอความทราบถึงพระเจ้าแผ่นดินสยามก็ได้มีพระราชโองการให้อัคมหาเสนาบดีจัดหาบ้านให้อยู่ ถ้าหาไม่ได้ก็ให้ปลูกขึ้นใหม่หลัง ๑ ท่านอัคมหาเสนาบดีได้รีบจัดการตามพระราชโองการทันที แลได้จัดตึกให้อยู่หลังหนึ่งก่อด้วยอิฐน่า สบายมาก ในตึกหลังนี้สังฆราชอิตาเลียนกับบาดหลวงอิตาเลียนสองคน กับทั้งมองซิเออร์คูเชน แลมองซิเออร์เลอบลัง ได้รวมพักอยู่ด้วย ภายหลังประมาณสองสามวัน พระเจ้าแผ่นดินได้มีรับสั่งให้เชิญ สังฆราชแลบาดหลวงอิตาเลียนไปดูคล้องช้าง แลได้พระราชทานเกียรติยศให้อยู่ในที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครสามารถจะเข้าไปได้ นอกจากพระเจ้าแผ่นดินองค์ ๑ กับอัคมหาเสนาบดีแลขุนนางชาติกริกเท่านั้น ท่านสังฆราชแลบาดหลวงอิตาเลียนมีความพอใจเปนอันมาก ที่ได้รับ

๙๕ เกียรติยศเช่นนี้ ทั้งพอใจดูการคล้องช้างซึ่งเปนการน่าดูน่าชมมากด้วยรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งพระเจ้าแผ่นดินได้ โปรดพระราชทานผลไม้มายังสังฆราช อิตาเลียน เมื่อต้นเดือนธันวาคม พระเจ้าแผ่นดินมีพระราชโองการให้ข้าราชการผู้หนึ่ง ลงมือสร้างโบสถ์สำหรับพระราชทานให้พวกสังฆราชฝรั่งเศสตามแบบที่ได้ถวายไว้แล้ว แลได้มีพระราชองการแก่ข้าราชการอีกคนหนึ่ง ให้ปลูกตึกขึ้นในพระนครหลังหนึ่ง ตามแบบที่ก่อสร้างกันในประเทศฝรั่งเศส เพื่อไว้เปนที่สำหรับราชทูตของพระเจ้า แผ่นดินฝรั่งเศส การที่มีพระราชโองการเช่นนี้ กระทำให้อัคมหาเสนาบดีต้องทำบ้าง แลได้รับจะจัดหาเรือกับของต่าง ๆ สำหรับส่งไปยังเมืองกวางตุ้ง เมื่อวันที่ ๑๕ เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๖๘๓ (พ.ศ. ๒๒๒๕) ได้ลงมือ ขุดรากโบสถ์ที่จะสร้างพระราชทานให้แก่พวกสังฆราชฝรั่งเศส ครั้นเมื่อวันที่ ๑๕ เดือนเมษายนในปีนั้นเอง (พ.ศ. ๒๒๒๖) มองเซนเยอเดลิโอโปลิศ แต่งตัวสวมเสื้อตำแหน่งสังฆราชประดับเครื่องหมายยศได้เปนผู้วางหินก้อนแรก ต่อหน้าข้าราชการผู้หนึ่งซึ่งพระเจ้าแผ่นดินสยามได้รับสั่งให้มาแทนพระองค์ แลต่อไปก็ได้โปรดให้ข้าราชการมาดูงารเนือง ๆ เพื่อเร่งให้การก่อสร้างได้เสร็จเร็วขึ้น เมื่อวันที่ ๒๑ เดือนมีนาคมนั้นเอง มีรับสั่งให้เชิญท่านสังฆราชขึ้นไปยังเมืองละโว้ แลในวันนั้นเองได้มีรับสั่งให้เชิญ

๙๖ มองซิเออร์เดลันด์ หัวหน้าของบริษัทฝรั่งเศส แลหัวหน้าของบริษัท ฮอลันดาให้ขึ้นไปด้วยทั้งสองคน พระเจ้าแผ่นดินได้โปรดพระราชทานเสื้อให้คนละเสื้อ แลได้ทรงขอบใจในการที่คนทั้งสองนี้ได้อาสา ที่จะคุมคนออกไปรักษาป้อมที่บางกอกเพื่อต่อสู้พวกจีน ซึ่งได้ไปตีปล้นเมืองหลวงของเขมร แลทำท่าทางจะยกทัพเข้ามาทางกรุงสยาม เมื่อวันที่ ๓๐ เดือนมีนาคม มองเซนเยอเดลิโอโปลิศกับมองเซนเยอร์ดาโกลีได้เฝ้าพระเจ้าแผ่นดินอยู่ประมาณชั่วโมง ๑ ได้โปรดพระราชทานหีบเขียนหนังสือมาแต่ยี่ปุ่นอย่างงามหีบ ๑ กับไม้เท้าศีร์ษะลงยากาไหล่ทองอัน ๑ ให้แก่สังฆราชเดลิโอโปลิศ รับสั่งว่าไม้เท้านั้นสำหรับค้ำจุนเพราะแก่แล้ว กับโปรดพระราชทานเสื้อสีเทา ที่หน้าอกมีรูปไม้กางเขนเสื้อ ๑ ให้แก่สังฆราชดาโกลี แลโปรดให้ส่งเสื้อไปพระราชทานบาดหลวงอิตาเลียนอีกคนละเสื้อ เมื่อวันที่ ๕ เดือนเมษายน (พ.ศ. ๒๒๒๖) ท่านสังฆราชทั้งสองได้ให้นำความกราบทูลขอถวายบังคมลา พระเจ้าแผ่นดินสยามจึงโปรดให้เฝ้าอีกเปนครั้งที่สอง ซึ่งไม่เคยมีตัวอย่างเลย เมื่อได้เฝ้าเสร็จแล้วโปรดให้เจ้าพนักงารพาไปดูพระราชวังทั่วไป เว้นแต่ห้องที่ประทับแห่งเดียว ในคราวที่เฝ้าครั้งที่สองนี้ พระเจ้าแผ่นดินนทรงรับรองกับ กับมองเซนเยอร์เดลิโอโปลิศ ว่าจะทรงสร้างวัด ๆ ๑ กับบ้านหลัง ๑ ี่ที่เมืองละโว้ แลจะทรงสร้างวัดกับบ้านที่บางกอกอีกแห่ง ๑ เพื่อพระราชทานแก่สังฆราชในวันที่สังฆราชจะออกจากเมืองละโว้ พระเจ้า


๙๗ แผ่นดินสยามโปรดพระราชทานช้างมาให้เปนพาหนะ แลตามทางได้โปรดให้ปลูกปรำสำหรับให้เปนที่พักร้อน การที่โปรดให้ปลูกปรำเปน ที่พักร้อนนี้เปนการที่คนทั่วไปเห็นเปนเกียรติยศอย่างสูงมาก เพราะพระเจ้าแผ่นดินไม่เคยได้พระราชทานเกียรติยศเช่นนี้ให้แก่ผู้ใดเลย เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๖๘๓ (พ.ศ. ๒๒๒๖) ท่านสังฆราชเดลิโอโปลิศได้ รับพระราชทานพระราชานุญาตให้โดยสานไปกับเรือลำหนึ่งซึ่งพระเจ้าแผ่นดินโปรดให้ไปยังเมืองมาเก๊า โดยท่านสังฆราชหวังว่าจากมาเก๊า จะได้เลยไปยังเมืองกวางตุ้งซึ่งเปนท่าเรือแรกในเมืองจีน แลในการไปครั้งนี้ พระเจ้าแผ่นดินได้โปรดฝากฝังท่านสังฆราชที่เมืองกวางตุ้ง กับพระราชทานหนังสือสำคัญให้ท่านสังฆราชไปรับเงินจากราชทูตของพระองค์ที่เมืองกวางตุ้งเปนเงิน ๒๐๐๐ เหรียญนับว่าเปนพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด วันที่ ๒๗ เดือนมิถุนายน ท่านสังฆราชเดลิโอโปลิศแลสังฆราช เมเตโลโปลิศได้ไปยังเมืองละโว้เฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน ได้โปรดให้มีการเลี้ยงพระราชทานเปนการใหญ่ จึงดำรัสถามมองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศถึงการที่สังฆราชผู้นี้ได้ไปยังเมืองญวน แลดำรัสถามว่าในเมืองญวนมีคนถือสาสนาคริสเตียนมากหรือน้อย มีวัดคริสเตียนกี่วัดแลวัดที่ก่อด้วยอิฐมีหรือไม่ เมื่อเสด็จขึ้นแล้ว เจ้าพระยาพระคลังมาขอให้มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ กราบทูลขอโทษข้าราชการ ๑๓


๙๘ ผู้หนึ่งซึ่งทรงจำไว้ในคุก เพราะเหตุว่าข้าราชการผู้นั้นไม่รีบเร่งในการก่อตึกสำหรับรับราชทูตของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศได้กราบทูลขอ ก็โปรดพระราชทานโทษข้าราชการผู้นั้นให้แก่ท่านสังฆราชโดยทันที ภายหลังอีกสองสามวัน พระเจ้าแผ่นดินให้คนมาขอพระรูปมงกุฏ ราชกุมารฝรั่งเศสจากสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศไปทอดพระเนตร เมื่อได้ทอดพระเนตรแล้ว จึงมีรับสั่งให้เจ้าพนักงารตัดฉลองพระองค์เหมือนของมงกุฏราชกุมารฝรั่งเศส จะทรงทดลองดูว่าจะสมพระองค์หรือไม่ แลโปรดให้ทำกรอบปิดทองสำหรับใส่รูปนั้นด้วย เมื่อวันที่ ๒๑ เดือนสิงหาคม พระเจ้าแผ่นดินได้เสด็จพระราชดำเนิร ไปยังวัดซึ่งไกลจากเมืองหลวงหนทางประมาณ ๓ ไมล์ ในระหว่างที่เสด็จนั้นได้ทรงแวะณที่แห่งหนึ่งเรียกว่ามหาพราหมณ์ ( Mahapram ) ซึ่งเปนที่ ๆ พระราชทานให้แก่พวกสังฆราชฝรั่งเศส สำหรับสร้างโรงเรียนสอนพวกชาวตั๋งเกี๋ย พวกญวนแลพวกอื่น เมื่อเสด็จไปถึงที่ ี่นั้นแล้วได้ทรงพระกรุณาพิเศษ หยุดประทับทอดพระเนตรสักครู่หนึ่ง ซึ่ง เปนการทำให้ข้าราชการที่ตามเสด็จประหลาทใจเปนอันมาก พวกบาดหลวงซึ่งอยู่ณที่นั้น ได้ออกมาพร้อมกับนักเรียนทั้งหมดเพื่อกระทำ ความเคารพต่อพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าแผ่นดินประทับอยู่บนพระโธรน ปิดทองสูงมาก แลข้าราชการหมอบเฝ้าอยู่ข้างล่าง ก่อนหน้าที่จะเสด็จนี้มีเสียงลือกันว่าพระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จพระราชดำเนิรประพาส ตามลำน้ำ

๙๙ พวกบาดหลวงจึงได้ให้แต่งหน้าบ้านด้วยผ้าดอกมาจากเมืองแขก แลผ้าดอกมาแต่เมืองมสุลีปตันคอยรับเสด็จ แต่ความจริงก็หาทราบไม่ว่าจะเสด็จทางนี้แลจะหยุดประทับหรือไม่ เมื่อวันที่ ๑๓ เดือนกันยายน พวกสังฆราชฝรั่งเศสได้รับหนังสือลงวันที่ เดือนกันยายน ค.ศ. ๑๖๘๓ ( พ.ศ.๒๒๒๖ ) ซึ่งได้ส่งมาจากกรุงปารีสฝากเรืออังกฤษลำหนึ่งซึ่งออกจากรุงลอนดอนตรงมา ยังเมือง ไทย คงได้ความตามหนังสือเหล่านั้นว่า เรือชื่อ เลอโซเลย์ดอเรียง (Le Soleil d' Orient) ซึ่งเปนเรือที่รับราชทูตสยามไปเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน ฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ.๑๖๘๐(พ.ศ. ๒๒๒๓)นั้นยังหาได้ไปถึงประเทศฝรั่งเศส ไม่ แลยังไม่ได้ข่าวอย่างใดเลย เมื่อท่านสังฆราชได้ทราบความดังนี้ แล้วก็มีความเกรงไม่กล้านำข่าวนี้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบ แต่เมื่อได้ไตร่ตรองโดยเลอียดแล้ว จึงได้เห็นพร้อมกันว่าควรจะนำความกราบ ทูลไม่ควรจะปิดเนื้อความไว้ เรื่องกลับเปนผลดียิ่งกว่าที่คาดไว้ เพราะ ข่าวอันน่าเสียใจนี้หาได้ทำให้กริ้วหรือขัดพระทัยอย่างใดไม่ แต่กลับทำ ำให้แลเห็นแน่นอนว่า ทรงตั้งพระทัยจะเปนไมตรีกับพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส จริง ๆ ซึ่งเห็นเปนพยานได้ โดยมีรับสั่งทันทีว่า ถึงพวกราชทูตจะไป ถูกเรือแตกดังคาดหมายก็ตาม แต่จะทรงตั้งพระทัยให้เปนไมตรีอันสนิธกับพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสให้จงได้ แลการที่จะเปนไมตรีนี้จะได้ ทรงจัดการทุกอย่างตามที่จะทำได้ ภายหลังอีกสองสามวันได้มี พระราชโองการให้อัคมหาเสนาบดีมีจดหมายไปยังมองซิเออร์คอลแลแลมองซิเออร์เดอครัวซี ให้แต่ง ๑๐๐ ขุนนางถือหนังสือไปสองคน แลให้ไปพร้อมกับบาดหลวงสักสองสามคน เพื่อจะได้นำของไปให้ด้วย การที่พระเจ้าแผ่นดินทรงกระทำเช่นนี้เท่ากับเปนหนทางนำสำหรับส่งราชทูตไปเปนครั้งที่สอง ในเวลาที่ขุนนางสองคน นั้นจะได้กลับมาแล้ว คำนี้เปนข้อที่ทรงอธิบายกับขุนนางที่เปนคนโปรดคนหนึ่ง เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน มองซิเออร์เดลันด์ หัวหน้าของบริษัท ฝรั่งเศสในเมืองไทยได้เฝ้าถวายบังคมลา พระเจ้าแผ่นดินได้พระราชทาน เกียรติยศทุกอย่าง แลพระราชทานมากกว่าพวกอังกฤษที่ได้เฝ้าพร้อมกัน ซึ่งเปนเหตุกระทำให้พวกอังกฤษฤษยามาก พระเจ้าแผ่นดินได้โปรดให้มองซิเออร์เดลันด์เฝ้าในที่สมควร แลได้มีรับสั่งด้วยช้านานมาก แลทรงหวังพระทัยว่าบริษัทคงจะได้มาตั้งเปนหลักฐานในพระราชอาณาเขตของพระองค์ แล้วจึงพระราช ทานท้องตราสองฉบับเปนหนังสือให้อำนาจ ฉบับ ๑ พระราชทานพระราชานุญาตให้มอง ซิเออร์เดลันด์ซื้อพริกไทย ในพระราชอาณาเขตได้ทั้งหมดตามราคาซึ่งสมควร อีกฉบับ ๑ พระราชทานพระราชานุญาตให้ซื้อทองแดงญี่ปุ่นได้ทั้งหมด ซึ่งเปนเหตุทำให้เชื่อกันว่าบริษัทคงจะไม่ละเว้นโอกาศอันดีเช่นนี้ (๑)

(๑) ที่กล่าวถึงการที่พระเจ้าแผ่นดินทรงแสดงไมตรีรักใคร่เช่นนี้ จำเปนต้องมีข้ออธิบายแก้ไข บ้างจึงจะเข้าใจในข้อเหล่านี้ได้ โดยแจ่มแจ้ง ตามความทกล่าวดูเหมือนสมเด็จพระนารายณ์โปรดปรานมองซิเออร์

๑๐๑ เดลันด์มากนั้น ความจริงมีอยู่ในจดหมายของบูโรเดลันด์ฉบับ ๑ มีใจความดังนี้ "ถ้าข้าพเจ้าจะอธิบายถึงงการที่เจ้าพนักงาน ไม่เปนธุระแลไม่เอื้อเฟื้อต่อพวกเราเพียงใดนั้นจะเขียนในกระดาษสัก ๒๔ แผ่นก็ได้ บ้านซึ่งพระเจ้าแผ่นดินพระราชทานให้อยู่นั้น พวกเราต้องซ่อมแซมเสียเงินเอาเอง เมื่อปีที่แล้วมานี้ข้าพเจ้าต้องจ่ายเงิน ๕ หรือ ๖ ชั่งสำหรับซ่อมแซม ให้เพียงแต่พออาศรัยอยู่ได้เท่านั้น ฝนก็รั่วทุกด้าน ในปีนี้เจ้าพระยา พระคลังได้รับรองว่าจะซ่อมแซมให้โดยจ่ายเงินหลวง แต่ครั้นมาภายหลังเจ้าพระยาพระคลังกลับหัวเราะเยาะให้ แล้วเจ้าพระยาพระคลังได้ให้คนมาบอกว่า การเรื่องซ่อมแซมบ้านไม่ควรจะวุ่ยวายอย่างใด เพราะเงินค่าเช่าก็ไม่ต้องเสียอยู่แล้ว ข้าพเจ้าได้ชี้แจงให้เจ้าพระยาพระคลัง ทราบว่า ชั่วแต่ในระหว่าง ๘ เดือนที่ข้าพเจ้ามาพักอาศรัยอยู่ในบ้านนี้ ข้าพเจ้าได้สิ้นเงินค่าซ่อมแซมไปถึง ๖ ชั่งแล้ว แลยังจะต้องจ่ายอีกไม่ต่ำกว่า ๒๐ ชั่ง เพราะฉนั้นขอให้เจ้าพระยาพระคลังจัดการซ่อมแซมบ้าน แลข้าพเจ้าจะยอมออกค่าเช่าให้ตามความต้องการ แต่ที่ชี้แจงไปนี้ก็หาเปนผลอย่างใดไม่ เมื่อปีกลายนี้ทองแดงที่มาจากเมืองญี่ปุ่นมีจำนวนมากน้อยเท่าใดพระเจ้าแผ่นดินต้องพระราชประสงค์หมด ข้าพเจ้าจึงขอร้องต่อเจ้าพระยาพระคลัง ขอให้แบ่งให้ข้าพเจ้าสัก ๔๐๐ หรือ ๕๐๐ หีบ ตามราคาที่พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงซื้อไว้ เพราะเจ้าพระยาพระคลังได้ขายให้คนอื่นเปนตัวอย่างอยู่แล้ว แต่เจ้าพระยาพระคลังหา


๑๐๒ ยอมไม่ อ้างเหตุว่าพระเจ้าแผ่นดินต้องพระราชประสงค์ แต่เพื่อจะให้เห็นความเอื้อเฟื้อของเจ้าพระยาพระคลัง ๆ จะสั่งให้ปันทองแดงให้ตาม ความต้องการของข้าพเจ้าโดยคิดราคา ๒๐ เหรียญ แต่ความจริงพระเจ้า แผ่นดินได้ลงทุนซื้อ ๑๕ เหรียญเท่านั้น ถ้าการต่าง ๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแล้วพวกเราจะตั้งอยู่ในที่นี้ไม่ได้เปนอันขาด ข้าพเจ้าได้บอกกล่าวไปยังเมืองสุหรัตให้ทราบโดยตลอดแล้ว แลได้ขอให้ท่านผู้อำนวยการใหญ่มีจดหมายอย่างแรงมายังเจ้าพระยาพระคลังด้วย ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าในปีนี้เราคงจะมีเหตุกับพวกแขกมัว พวกแขกมัวที่ผ่านไปแลได้ยืมเงินเราไว้แต่ปีกลายก็ยังหาได้ใช้ให้ไม่ เจ้าพระยาพระคลังให้คนมาบอกให้มอบสินค้าในเรือให้พวกแขกมัว เจ้าพระยาพระคลังจะเปนผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียว เวลานี้เจ้าพระยาพระคลังหัวเราะเยาะพวกเราแลไม่ช่วยเหลืออย่างใดเลย "






๑๐๓ จดหมายมองซิเออร์เลอ กแลก (Clergues) ถึงมองซิเออร์เดอลีออน (Lionne) วันที่ ๒๗ เดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๖๘๔ (พ.ศ. ๒๒๒๗) เมื่อวันที่ ๒๖ เดือนนี้ ท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ พร้อมด้วยสังฆราชดาโกลี (d' Argolis) แลมองซิเออร์โอกูซแตง ซึ่งได้มาจากเมืองมนิลาได้เข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้าได้ตามท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศไปด้วย ท่านสังฆราชจึงได้สั่งให้ข้าพเจ้ามีจดหมายมายังท่าน เพื่อจะได้รายงารให้ทราบว่าในระหว่างท ี่เฝ้าอยู่ชั่วโมง หนึ่งนั้นได้มีเหตุการณ์อย่างใดบ้าง ในชั้นแรกพระเจ้าแผ่นดินได้ดำรัสถามถึงความทุกข์สุขของมองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ แลทรงสัพยอกว่าท่านสังฆราชไม่ระวังรักษาตัวให้เพียงพอ โดยไม่รับประทานอาหารที่จะทำให้มีกำลัง กลับ รับประทานแต่ของที่จะทำให้กำลังถอย หรือรับประทานไม่พอที่จะทำให้ กำลังเท่าเดิม เมื่อดำรัสเช่นนี้แล้วผันพระพักตรไปดำรัสกับมองเซน เยอร์ดาโกลี ทรงขอบใจสังฆราชดาโกลีที่ได้อุส่าห์พยายามทดน้ำให้เข้า ไปในพระราชวัง ซึ่งเปนการที่พอพระทัยมาก แล้วมองเซนเยอร์ดาโกลีจึงให้มองซิเออร์คอนซตันซ์ ซึ่งนั่งอยู่ในระหว่าง มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศแลข้าพเจ้าแต่ต่ำกว่าหน่อยหนึ่ง กราบทูลขอถวายบังคมลาไปยังเมืองจีน พระเจ้าแผ่นดินก็พระราชทานพระราชานุญาตให้ไป แลพระราชทานพรให้มองเซน

๑๐๔ เยอร์ดาโกลีได้ไปถึงเมืองจีนโดยสวัสดิภาพ แลให้ได้กลับมาโดยเร็ว แล้วดำรัสสั่งให้มองซิเออร์คอนซตันซ์เตรียมเสบียงแลของต่าง ๆ อย่าให้ขาดอย่างใดได้ เจ้าพนักงารจึงนำเสื้อมาเพื่อพระราชทานสามสำรับ ๆ ๑ เปนเสื้อนักพรต สำรับ ๑ เปนเสื้ออย่างจีน สำรับ ๑ เปนเสื้อ อย่าพวกตาด แลโปรดพระราชทานเสื้ออย่างเดียวกันให้บาดหลวงสองคนซึ่งคอยอยู่ข้างนอก ทั้งพระราชทานเงินให้อีกคนละ ๑๐ ชั่ง (๑) ด้วย เมื่อได้รับพระราชทานของให้สังฆราชดาโกลีเสร็จแล้ว จึงผันพระ พักตรกลับมาทางมองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศอีก ดำรัสถามถึงต้นเหตุ ที่พวกบาดหลวงใส่เสื้อต่างกัน แลเมื่อได้ทรงทราบแล้วจึงดำรัสถามว่าเมื่อก่อนพระเยซูจะขึ้นสวรรค์สั่งไว้ให้แต่งอย่างนี้หรือ มองเซนเยอเดอร์เมเตโลโปลิศกราบทูลว่าพระเยซูเจ้าหาได้สั่งไว้ไม่ จึงดำรัส ถามถึงราชทูตปอตุเกตว่า เปนพระเพณีในประเทศยุโรปที่จะส่งราชทูตไป ต่างเมืองไม่ต้องเชิญพระราชสาส์นไปด้วยหรืออย่างไร มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศจึงกราบทูล ว่าไม่เคยได้ยินได้ฟังแลไม่เคยเห็นประเทศใดรับบุคคลคนใดเปนราชทูต นอกจากจะได้เชิญพระราชสาส์น มาจากพระเจ้าแผ่นดินของตัวโดยตรง ตามที่มองเซนเยอร์เดอเมเตโล โปลิศกราบทูลเช่นนี้ทำให้เปนที่ขัดใจมองซิเออร์คอนซตันซ์ โดยท่านผู้นี้เข้าใจเสียว่าท่านสังฆราชมีเจตนา จะทำให้มองซิเออร์คอนซตันซ์เสีย

(๑) เงินชั่ง ๑ ในเวลานั้นเท่ากับเงินฝรั่งเศส ๑๕๐ แฟรงก์


๑๐๕ ชื่อแลจะทำให้ถูกกริ้ว ซึ่งเปนการที่ท่านสังฆราชไม่ได้นึกถึงเลย แต่ ข้าพเจ้าหวังใจว่า ในเวลาที่ท่านสังฆราชจะไปเยี่ยมเยือนมองซิเออร์คอนซ ตันซ์ ความเข้าใจผิดอันนี้คงจะเปนอันเรียบร้อยต่อไป

จดหมายมองซิเออร์เลอ กแลก (Clergues) ถึงมองเซนเยอร์ปาลู วันที่ ๓ เดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๖๘๔ (พ.ศ. ๒๒๒๗) มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้มาร้องซึ่งเปนความจริงว่าที่คณะบาดหลวง แลที่โรงเรียนสามเณร เวลาพูดถึงพระเจ้าแผ่นดินหรือพูดถึงมองซิเออร์คอนซตันซ์ หาได้ใช้ถ้อยคำอันอ่อนน้อมสมควรไม่ ซ้ำกลับถือเอา การของพระเจ้าแผ่นดินแลการของเสนาบดี เท่ากับเปนการของคนสามัญ ต่ำช้า แลมองซิเออร์คอนซตันซ์จึงพูดต่อไปว่า "ข้าพเจ้าบอกกล่าวให้ ท่านทราบไว้ เพื่อท่านจะได้ป่าวร้องบอกให้รู้ทั่ว ๆ กันว่า ต่อไปให้ระวังในเวลาที่พูดถึงการต่าง ๆ ที่มองซิเออร์บารองได้ทำไว้ ซึ่งเกี่ยวด้วยชาติเกี่ยวด้วยเจ้าพระยาพระคลังแลเกี่ยวถึง เจ้าพนักงารรองเจ้าพระยาพระคลัง ข้าพเจ้าได้มีความลำบากที่จะช่วยคนที่สองให้รอดไป คนที่สามต้องถูกถอดออกจากหน้าที่ ถูกเฆี่ยนปางตายแลต้องถูกจำตรวนไว้ด้วย คนที่ต้องถูกเฆี่ยนหลังสามครั้งเท่ากับคนที่สาม แต่คนนี้เปนคนหนุ่มมีกำลังมากทนถูกเฆี่ยนได้ แลยังมีกำลังพอที่จะหนีไปได้ ซึ่งเปนการกระทำให้ความผิดของตัวทวีหนักขึ้นอีก" ๑๔

๑๐๖ การที่คนหนีกระทำให้ภรรยาแลญาติหลายคนต้องถูกจองจำแลถูกริบทรัพย์สมบัติด้วย รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งได้จับตัวคนหนีได้ จึงได้ปล่อยภรรยาแลญาติไป ในคืนที่คนนี้หนี แขนทาสี ๔ คน (๑) ได้มาที่นี่เมื่อประมาณ ๒ ยาม ถามหาถึงคนที่หนี แต่คนนั้นได้ไปเสียแล้ว การ ที่เฆี่ยนแลจำขังเจ้าพระยาพระคลังแลเจ้าพนักงารรอง ได้เกิดขึ้นในวันก่อนวันของนักบุญเซนต์เปียแลเซนต์ปอล รุ่งขึ้นอีกคืนหนึ่ง ได้มีคำสั่งอย่างรีบด่วนให้มองซิเออร์บารองออกจากเมืองนี้ ในวันของนักบุญเซนต์เปียแลเซนต์ปอลนั้น เมื่อจบการสวดมนต์ เวลาค่ำแล้ว แลจวนเวลาที่ข้าพเจ้าจะรับประทานอาหารพร้อมกับบรรดาผู้ ถือสาสนาคริสเตียน พระเจ้าแผ่นดินได้พระราชทานกับเข้ามาให้ข้าพเจ้า รับประทาน แลเมื่อได้รับประทานอาหารแล้วสักครู่หนึ่ง มีขุนนางมาหาสองคน รับพระราชโองการให้มาถามว่า ที่ที่จะสร้างโบสถ์ สร้างบ้านแลทำร้านสำหรับไว้เครื่องยานั้น ข้าพเจ้าจะต้องการให้ก่อลงตรงไหน เมื่อข้าพเจ้าได้ขอบพระเดชพระคุณพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราช ทานเกียรติยศแลทรงพระมหากรุณามากมายเช่นนี้ ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกถึงพระเดชพระคุณโดยเต็มอกนั้น ข้าพเจ้าจึงบอกขุนนางทั้งสองว่า ขอผัดตรึกตรองเลือกหาที่ให้เหมาะสักสามสี่วันก่อน ความจริงข้าพเจ้า ต้องการรอพบกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ เพื่อหารือท่านผู้นั้นเสียก่อนเพราะที่ข้าพเจ้าได้ ชี้ให้ท่านแลให้มองซิเออร์คอนซตันซ์ดูพระเจ้าแผ่น (๑) คือ ผู้คุมในคุก

๑๐๗ ดินไม่โปรดพระราชทาน เมื่อก่อนวันของนักบุญเซนต์เปียวัน๑ ข้าพเจ้า ได้สนทนากับมองซิเออร์ตคอนซตันซ์ประมาณสามชั่วโมง มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงบอกกับข้าพเจ้าว่า พระเจ้าแผ่นดินพอพระราชหฤทัยในตัวข้าพเจ้ามาก แลได้รับสั่งกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ถึงข้าพเจ้าบ่อย ๆ แลพระสุรเสียงดูเหมือนจะต้องการใช้ข้าพเจ้า แลมองซิเออร์คอนซตันซ์ ได้พูดต่อไปว่า "ข้าพเจ้าไม่ได้เปนหมอดู แต่ข้าพเจ้าอาจจะทายได้โดย แน่นอนว่าในไม่ช้าท่านคงจะมีอำนาจในทางราชการ" ข้าพเจ้าได้เล่าการต่าง ๆ ให้ท่านฟัง ตามคำพูดของมองซิเออร์คอนซตันซ์ทุกอย่างไม่ได้เพิ่มเติมหรือตัดทอนคำพูดอย่างไร เพื่อท่านทราบความตลอดแล้ว จะได้สวดมนต์อ้อนวอนพระเปนเจ้า ขอให้พระเปนเจ้าได้ใช้ข้าพเจ้า ตามความพอใจของพระเปนเจ้าทุกอย่าง ในเวลาที่ข้าพเจ้าได้สนทนา อยู่กับมองซิเออร์คอนซตันซ์นั้น ได้พูดกันถึงเรื่องการสาสนาที่ได้แผ่ไปในพระราชอาณาเขตเล็กน้อยบ้างแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้บอกกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ว่า เจ้าพระยาพระคลังที่ถึงอสัญกรรมแล้วนั้นได้ออกคำสั่งลับ ห้ามมิให้บรรดาเจ้าเมืองแลข้าราชการผู้ใหญ่เข้าถือสาสนา คริสเตียน มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงได้ตอบว่า "ข้าพเจ้าไม่ได้ทราบเรื่องเลย แต่มีความยินดีที่ได้ทราบ" ท่านคงจะมีความประหลาทใจที่ข้าพเจ้าใช้คำว่า เอมไปร์ (Empire) แลมาเยศเตแอมเปเรียล แต่ข้าพเจ้าต้องใช้ตามคำแนะนำของมองซิเออร์ คอนซตันซ์ซึ่งแนะนำว่า เมื่อจะพูดก็ดีเขียนหนังสือก็ดีอย่าลืมใช้คำ


๑๐๘ อย่างนี้ แลบรรดาจดหมายต่าง ๆ หรือหนังสือสัญญาต่าง ๆ ซึ่งได้เขียนแลทำมาแต่ก่อน ๆ ถ้าไม่ใช้คำอย่างนี้แล้วเจ้าพนักงารก็ไม่ยอมรับ

จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ถึงผู้อำนวยการ คณะการต่างประเทศ วันที่ ๑๕ เดือน ตุลาคม ค.ศ. ๑๖๘๔ (พ.ศ. ๒๒๒๗) พระเจ้าแผ่นดินทรงแสดงพระองค์ว่า มีพระราชประสงค์อยากจะทรง ทราบถึงการสาสนาอยู่เสมอ แลตามเหตุการณ์ที่พอจะคาดหมายได้พระองค์ก็หันเข้าสู่ทางอยู่บ้างแล้ว แต่ก็เปนกรรมอย่างใหญ่ที่ต้องเปนพระราชธุระถึงโปลิติกของบ้านเมือง ข้าพเจ้าขอมอบพระองค์ให้อยู่ใน ท่านในเวลที่ท่านสวดมนต์ให้มากขึ้น จดหมายมองซิเออร์เดอลีออนถึงผู้อำนวยการคณะการต่างประเทศ วันที่ ๒๘ เดือน ตุลาคม ค.ศ. ๑๖๘๔ ( พ.ศ. ๒๒๒๗ ) ข้าพเจ้าคิดเห็นว่าเปนการสมควรที่ท่านจะหาของถวายพระเจ้าแผ่นดินสยามในนามของพวกเรา ซึ่งไม่เปนการหนักหนาหรือหมดเปลือง เท่าไรนัก เพราะของที่จะถวายนั้นไม่จำเปนต้องเปนของที่มีราคาแพงหรือต้องเปนของมากมายอะไรนักก็ได้ การที่จะถวายของนี้นอกจากจะเปน หนทางอันดี แลจะกระทำให้พระเจ้าแผ่นดินโปรดปรานพวกเรามากขึ้นแล้ว ยังเปนหนทางที่จะนำให้พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานอะไร ๆ ๑๐๙ ให้เราบ้าง ข้าพเจ้าคิดเห็นว่า ของถวายนั้น ควรจะเปนของที่แปลก ๆ ไม่จำเปนจะต้องเปนของที่งดงามเหลือเกินซึ่งจะไม่สู้เหมาะนัก เมื่อมองเซนเยอร์เดลีอโปลิศได้ถวายของนั้น มีของอยู่สิ่งหนึ่งเปนภาพ (Grotte de Nevers) แสดงในเรื่องแซนต์มาเดอแลน (Ste Madeleine) อยู่ในทะเลซาย ซึ่งเปนที่พอพระทัยมากถ้าจะหาหีบเล็ก ๆ งาม ๆ ซึ่งมีรูปสวย ๆ อยู่ข้างใน แลหาปรอทวัดร้อนเย็น ซึ่งได้ทสำหรับเมืองร้อน ก็คงจะเปนของที่พอพระทัย บาดหลวงของเราคนหนึ่งได้ไปเห็นตู้เล็ก ๆ ในเมืองฝรั่งเศสตู้หนึ่งมีลิ้นชัก แลในลิ้นชักนั้นมีรูปงาม ๆ ทุกลิ้น ของเช่นนี้จะเปนที่พอพระทัยมาก มีดพับอย่างแบบไทยสำหรับ เจียนหมาก ด้ามทำด้วยกัลปังหาก็จะเห็นโปรดเหมือนกัน แต่ในเรื่องนาฬิกาพกที่มีราคาแพงแลผ้าต่าง ๆ อย่างดี ขอท่านอย่าได้นึกเลย พระเจ้าแผ่นดินมีของเหล่านี้มากมายนัก ถ้าจะเอามาถวาย อีกก็จะไม่แปลกประหลาทอะไร ถ้าท่านเขียนหนังสือถวายด้วยสักฉบับหนึ่งก็จะเปนการดี

จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ถึงผู้อำนวยการคณะการต่างประเทศ วันที่ ๑๗ เดือน พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๔ (พ.ศ. ๒๒๒๗) พระเจ้าแผ่นดินยังทรงพระมหากรุณาอยู่เสมอ โบสถ์ซึ่งกำลังสร้างอยู่นั้นใหญ่โตมากได้ทำไปมากแล้ว แลได้มีรับสั่งให้สร้างโบสถ์ ที่เมืองตะนาวศรี ( Tanasserim ) หลัง ๑ ที่เมืองละโว้อีกหลัง ๑


๑๑๐ ในปีนี้ได้มีราชทูตมาที่เมืองนี้คนหนึ่ง มาแทนเจ้าแผ่นดินที่สองของเมืองโกอา (Goa) แต่มาในนามของเจ้าผู้สำเร็จราชการ เจ้าองค์นี้ดูไม่มีกิจอย่างใดนอกจากจะมากล่าวโทษสังฆราชฝรั่งเศส เพื่อปราถนา จะให้ไล่ออกจากเมือง แต่การที่มาคราวนี้ไม่ได้รับผลอย่างใดเลย นอกจากที่พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงแต่งราชทูตตอบไป ยังประเทศปอตุเกตแลข้อสำคัญที่ได้ทรงกำชับแก่ราชทูต ก็คือให้ไปยังเมืองโกอาแลกรุงลิศบอน กล่าวโทษผู้ที่นำข่าวร้ายถึงพวกเรา ในโอกาศนี้พระเจ้าแผ่นดินได้ส่งเครื่องราชบรรณาการซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นแล้วว่าเปนของมีราคามากไปถวายพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส เพราะพระองค์ทรงนับถือพระเจ้าแผ่นดิน ฝรั่งเศสมาก

จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ถึงผู้อำนวยการคณะการต่างประเทศ วันที่ ๒๒ เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๔ ( พ.ศ. ๒๒๒๗ ) เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีคนมาบอกข่าวอย่างวิเศษแก่ข้าพเจ้า หรืออย่าง วิเศษที่ข้าพเจ้าจะหวังได้ กล่าวคือพระเจ้าแผ่นดินได้มีรับสั่งแก่มองซิเออร์คอนซตันซ์ ว่าจะต้องพระราชประสงค์ไม้กางเขนอย่างงามเพื่อจะได้ไว้ทรงบูชา แต่ข้อนี้มีรับสั่งให้มองซิเออร์คอนซตันซ์ ปิดความให้เงียบอย่าให้แพร่งพรายเลย บังเอิญเปนการเคราะห์ดีที่ข้าพเจ้าได้ เอาไม้กางเขนทำด้วยงาช้าง รองเบาะกำมะหยี่มีกรอบปิดทอง ซึ่งท่านได้กรุณาส่งมาให้ข้าพเจ้านั้น ให้แก่มองซิเออร์คอนซตันซ์ ไม้กางเขน

๑๑๑ อันนี้มองซิเออร์คอนซตันซ์กลับเอาไปถวายพระเจ้าแผ่นดิน ๆ ทรงโปรดแลกราบอยู่เสมอ การอันนี้เปนหนทางอันดีมากแลตรงต่อความคิดของข้าพเจ้า ซึ่งเห็นว่าทรงเชื่อถือในพระเปนเจ้า แต่หากว่าเกี่ยวด้วยการโปลิติกของบ้านเมือง พระเจ้าแผ่นดินจึงทำขืนพระทัยไว้ต่อไปจะต้องกราบไหว้พระเปนเจ้าเปนแน่ ขอได้จัดการเรื่องนี้ให้เปนผลสำเร็จสืบไป ข่าวอันนี้ไม่ใช่เปนข่าวได้มาจากมองซิเออร์คอนซตันซ์เปนข่าวที่ได้มาจากมหาดเล็กในพระราชสำนักคน ๑ ซึ่งเปนคนมาเล่าให้ฟัง

ว่าด้วยการติดต่อในระหว่างบาดหลวงกับคอนซตันซ์ตินฟอลกอน จดหมาย มองซิเออร์ บูโรเดลันด์ ถึงมองซิเออร์ บารอง วันที่ ๒๖ เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๒ (พ.ศ. ๒๒๒๕) ในเมืองนี้ มีขุนนางอยู่คนหนึ่งซึ่งพระเจ้าแผ่นดินได้ยกย่องตั้งให้เปนถึง ออกพระ ซึ่งเปนยศคั่นที่สองในแผ่นดินนี้ ขุนนางคนนี้ ชื่อคอนซตันซ์ตินฟอลกอน เปนชาวเมืองเซฟาโลนี (Ce'phalonie) แลเปนคนที่ได้ไปได้รับการศึกษามากับพวกอังกฤษ จนถึงกับนับถือสาสนา อย่างเดียวกับพวกอังกฤษ แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ละทิ้งการที่ถือลัทธิผิดนั้น แล้ว แลได้มาแต่งงารมีภรรยาที่เมืองนี้ มองซิเออร์คอนซตันซ์ตินฟอลกอนคนนี้เปนคนเฉลียวฉลาดปัญญาเฉียบแหลมทำการแขงแรง แล


๑๑๒ สอดส่องใคร่ครวญถึงการงารมาก จึงกระทำให้เปนคนโปรดปรานในระหว่างเพียงสองปีที่ได้มาทำราชการของพระเจ้าแผ่นดิน จนมีคนล้อเรียก ว่าเปนเจ้าพระยาพระคลังที่สอง มองซิเออร์ฟอลกอนทำการค้าขายมาก กว่าพ่อค้าทั้งมอง คือว่าพ่อค้าทั้งหมดรวมกันทำการค้าขายก็ยังไม่เท่า กับมองซิเออร์ฟอลกอนค้าขายคนเดียว ในวันหนึ่งคงต้องเข้าเฝ้าพระเจ้า แผ่นดินสองครั้ง ฝ่ายพระเจ้าแผ่นดินก็พอพระทัยฟังมองซิเออร์ฟอลกอน พูด ทั้งอยากทรงทราบอาการต่าง ๆ ด้วย บางทีก็ให้ขุนนางคนนี้กราบทูล ถึงการต่าง ๆ ตั้งสองสามชั่วโมง เมื่อการเปนเช่นนี้ ท่านก็คงจะเห็นได้ ว่าการที่เอาคนเช่นนี้ไว้เปนมิตรนั้นจะเปนประโยชน์สักปานใด เพราะเมื่อ จะต้องการสิ่งใดเราก็ไม่มีหนทางที่จะกราบทูลพระเจ้าแผ่นดิน ให้ทรงทราบ ได้นอกจากจะใช้คนสนิธ ( ฟอลกอน ) คนนี้ ข้าพเจ้าจึงได้ทำวิสาสะแลรักใคร่กันอย่างสนิธกับขุนนางผู้นี้ แลได้ขอร้องให้เอื้อเฟื้อต่อท่านสังฆราช จนที่สุดท่านสังฆราชจะทำการสิ่งใดหรือจะขอร้องอย่างใดก็ต้อง ปรึกษามองซิเออร์ฟอลกอนเสียก่อน แลขอให้มองซิเออร์ฟอลกอนช่วย เปนธุระจัดการต่อไปด้วยทุกอย่าง แลเพราะเหตุว่าในเวลาที่พบปะสนทนากันก็มักเอาเรื่องอภินิหารของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสมาเล่า ทั้ง มองซิเออร์ฟอลกอนได้เอาพระรูป แลดวงตราของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่ง เศส ติดไว้ในบ้านที่เปิดเผย จึงเชื่อกันว่ามองซิเออร์ฟอลกอนคงจะเอาแต่เรื่องที่ดีที่วิเศษของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส กราบทูลต่อพระเจ้าแผ่นดินสยาม เมื่อเวลาข้าพเจ้าจะไปหาเจ้าพระยาพระคลัง มองซิเออร์


๑๑๓ ฟอลกอนก็ไปด้วยเสมอ แล้าถ้าท่านสังฆราชไปมองซิเออร์ฟอลกอนก็ไปด้วยเหมือนกัน ซึ่งเปนการทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกบุญคุณมากโดยที่เห็นผลสำเร็จ ทั้งเห็นว่ามีคนเชื่อถือท่านผู้นี้มาก แลก็ช่วยทำการต่าง ๆ ด้วยเต็มใจจริง ๆ ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าได้ชี้แจงในเรื่องนี้โดยยืดยาวก็จริง แต่กระนั้นก็คงทำให้ท่านเห็นความมุ่งหมายที่ หวังจากท่านผู้นี้ได้แต่ เพียงเศษส่วนเท่านั้น มองเซนเยอร์เดลิโอโปลิศได้ฝากของแปลก ๆ มาแต่ยุโรปเพื่อให้แก่มองซิเออร์ฟอลกอนหลายอย่าง แต่มองซิเออร์ฟอลกอนอิดออดไม่ใคร่จะเต็มใจรับ

จดหมายมองซิเออร์เดอลีออนถึงผู้อำนวยการคณะการต่างประเทศ วันที่ ๒๘ เดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๖๘๔ (พ.ศ. ๒๒๒๗) ข้าพเจ้าคิดเห็นว่า ท่านควรจะส่งของไปให้มองซิเออร์คอนซตันซ์ บ้าง ท่านคงจะเห็นได้ตามบาญชีที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ส่งมาให้มองซิเออร์เลอเฟฟว่าของสิ่งใดจะเปนที่พอใจของมองซิเออร์คอนซตันซ์มากแต่ตามจำนวนหนังสือที่ต้องการนั้นควรจะเลือกให้แต่ฉเพาะที่เกี่ยวด้วยพงศาวดารแห่งการทำสวน การทำน้ำพุของอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน เพราะพระเจ้าแผ่นดินโปรดในของชนิดนี้ จึงควรจะคิดอ่านหาหนทางให้ต้องทรงเกี่ยวข้องแก่พวกเราเสมอจึงจะดี ถ้าท่านจะมีจดหมายมถึง ๑๕


๑๑๔ มองซิเออร์คอนซตันซ์ขอให้ท่านใช้คำว่ามองเซนเยอร์ แลใช้คำว่า เสนาบดี ของพระเจ้าแผ่นดินสยาม ในเวลานี้อาศรัยความเอื้อเฟื้อของมองซิเออร์คอนซตันซ์ พวกเรา ได้รับความสดวกขึ้นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยได้รับเลย คือถ้าเราจะส่งของต่าง ๆ ให้แก่พวกสอนสาสนาของเราซึ่งกระจายอยู่ทั่วพระราชอาณาเขต ก็ส่งได้โดยสดวกไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างใด เพราะได้รับอนุญาตให้ฝากไป กับเรือของพระเจ้าแผ่นดินซึ่งเดิรทางไปทั่วทุกหนทุกแห่ง แม้ที่สุดจะส่งคนสอนสาสนาไปด้วยก็ได้ พวกเรามีความหวังในเอื้อเฟื้อของคน ๆ นี้มาก เพราะถึงแม้ว่ายังไม่ได้เปนตัวอัคมหาเสนาบดีก็จริงอยู่ แต่ก็มีอำนาจเท่าเทียมอยู่แล้ว

จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ถึงผู้อำนวยการคณะการต่างประเทศ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๔ (พ.ศ. ๒๒๒๗) ในเวลานี้พระเจ้าแผ่นดินมีข้าราชการอยู่คนหนึ่ง ชื่อมองซิเออร์คอนซตันซ์ตินฟอลกอน เปนคนชาติกริก แต่ได้รับความศึกษาอย่างพวกเราทุกประการ เปนคนถือสาสนาโรมันคาธอลิก ทราบกิจการงารต่าง ๆ ทั่วไป แลเปนคนที่มีอำนาจมาก ซึ่งเปนการดีสำหรับการสาสนา แต่มองซิเออร์คอนซตันซ์ตินคนนี้ มีความประสงค์อยากจะได้ ชาวยุโรปสักสองสามคนสำหรับเปนผู้ช่วย แล้วถ้าหากว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์ตายลงหรือมีเหตุจำเปนอย่างใด ก็ให้ชาวยุโรปเหล่านั้นทำ


๑๑๕ การแทนต่อไปได้ ที่จะหาคนอย่างมองซิเออร์คอนซตันซ์นั้นหายากนัก เพราะเปนคนฉลาดมีสติปัญญาไหวพริบ เปนคนแข็งแรง ถ้าเปนการของพระเจ้าแผ่นดินแล้วพยายามทำทั้งกลางวันกลางคืน ทั้งตั้งตัวเปนกลางไม่เหลาะแหละกับใคร แลไม่ขออะไรจากพระเจ้าแผ่นดินเลย นอกจากนี้ยังเปนคนซึ่งทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ความประพฤติแลการปฏิบัติเอาแบบอย่างของชาวเมืองนี้ ซึ่งเปนการกระทำให้พระเจ้าแผ่นดินโปรดมาก ทั้งทำให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เกรงกลัวด้วย การที่เปนเช่นนี้ก็เปนหนทางที่ทำให้ได้รับผลประโยชน์มาก การที่มีคุณความดีต่าง ๆ เช่นนี้ยากที่จะหาในคน ๆ เดียวได้ แลมองซิเออร์คอนซตันซ์ก็ได้แสดงตัวอยู่เสมอ ว่าความประสงค์อย่างยิ่งก็คืออยากจะให้การสาสนาเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป

จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ึงผู้อำนวยการคณะการต่างประเ ศ เดือน กรกฎาคม ค.ศ. ๑๖๘๖ (พ.ศ. ๒๒๒๙) เจ้าแผ่นดินเมืองจำปา (Chiampa) ได้เอื้อเฟื้อต่อมองซิเออร์เฟเร (Feret) ในเรื่องสาสนา ข้าพเจ้าจึงได้มีหนังสือแลส่งของไปถวายเจ้าแผ่นดินองค์นี้ แลได้ขอให้มองซิเออร์คอนซตันซ์มีจดหมายไปถวาย ด้วยอีกฉบับหนึ่ง อนึ่งข้าพเจ้าได้รับข่าวอย่างดีจากเมืองมอญ (Pegu) กล่าวคือได้ทราบว่าที่เมืองนั้นมีคนถือสาสนาคริสเตียนเปนอันมาก ข้าพเจ้า

๑๑๖ จะจัดให้มองซิเออร์กราเว (Grave') ไปยังเมืองมอญ แลมองซิเออร์ กราเวจะได้ไปในเร็ว ๆ นี้โดยเดิรทางเลียบตามฝั่ง มองซิเออร์คอนซตันซ์ ยังมีความรักใคร่คณะบาดหลวงอยู่เสมอ แลได้จัดการให้ย้ายโรงเรียนที่มหาพราม (Mahapram) มาตั้งอยู่ในกรุงสยาม แลได้ให้สร้างบ้านแลสร้างวัดโดยทุนของตัวเอง ้ถ้าหากว่าท่านจะมีจดหมายมายังมองซิเออร์คอนซตันซ์ ท่านควร จะทราบไว้ว่าในเมืองนี้ เขานับถือแลยกย่อง มองซิเออร์คอนซตันซ์เปนเอกซเลนซี ในเมืองนี้ไม่ใคร่จะจำกัดในการใช้คำสูง ๆ ยิ่งคำยาวก็ยิ่งมียศมาก นี่เปนธรรมเนียมของเมืองไทย

ว่าด้วยนิสัยใจคอของคอนซตันซ์ตินฟอลกอน (จดหมายเหตุฉบับนี้ไม่มีชื่อผู้แต่งเปนลายมือของมองซิเออร์เดอลีออน) (มองซิเออร์ฟอลกอน) เปนคนที่มีใจกระหายหยากปกครองบังคับบัญชาการงารทั่วไปหมด เปนคนกล้าหาญ กล้าได้กล้าเสียเปนคนเจ้าหน้าใจโตไม่กลัวหมดเปลือง เปนคนถือตัวเจ้าโทโส ใจกลับกลอก แลเปนคนที่ไว้ใจไม่ได้ ประดิษฐ์เรื่องขึ้นตั้งพันเรื่องโดยอ้างว่าเปนของจริงแลมีเรื่องประกอบให้เห็นจริงตั้งพันอย่าง เปนคนอาฆาฏพยาบาท เปนคนหยิ่ง รับได้ทั้งนั้นแต่ก็เหลวทุกอย่าง ไม่คิด ถึงใครนอกจากคิดถึงตัว เปนคนช่างสังเกตความบกพร่องของบุคคลอื่น เพื่อจะจับข้อบกพร่องให้เปนเหตุขึ้น เปนคนหัวสูงไม่อ่อนน้อมใคร ซึ่งเปน


๑๑๗ เหตุกระทำให้หาเพื่อนไม่ได้ แลเปนคนที่รักษาความลับไม่ได้ด้วยเวลาโกรธมักจะเอาออกมาพูด อะไรนิดอะไรหน่อยก็โกรธ แลเวลาที่ ี่โทโสขึ้นมาใช้วาจาด่าคนอย่างกักขละหบายคาย เปนคนปากอย่างหนึ่งใจอย่างหนึ่ง ชอบทรมานคนให้มีความลำบาก เมื่อยังเปนชั้นผู้น้อยอยู่มีกิริยาอ่อนน้อมสุภาพ แต่ในเวลานี้วางโต จนคนทั้งหลายชังหมด บรรดาชาวต่างประเทศทั้งหลายซึ่งมาอยู่ในพระราชอาณาเขตนี้ เกลียดมองซิเออร์คอนซตันซ์เปนอันมาก แลโดยกิริยาวาจาอันน่าเกลียดแลระคายหูกระทำให้คนตีห่างหมด เพื่อนสักคนเดียวก็ไม่มีแลมีไม่ได้ อนึ่งการที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ทำการค้าขายกับพวกฝรั่งเศสนั้น เปนเหตุกระทำให้พวกไทยเชื่อว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์ เปนพวกเดียวกันกับพวกฝรั่งเศส จึงทำให้ไทยเกลียดพวกฝรั่งเศสยิ่งนัก ในเวลานี้มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ตัดไมตรีกับชาวประเทศทั้งหลายหมดแล้ว แล ที่ยังรักษาตัวให้พระเจ้าแผ่นดินคงโปรดอยู่ได้นั้น ก็โดยอาศรัยพวกชาวฝรั่งเศส เพราะพระเจ้าแผ่นดินสยามทรงเชื่อว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์ช่วยในการนี้มาก เปนคนที่ชาวประเทศสยามทุกคนเกลียดชังมาก เพราะเปนคนที่คิดอ่านให้เก็บส่วยสาอากรแก่ทวยราษฎร ถ้าแม้ว่าพระเจ้าแผ่นดินสวรรคตลงเวลาใด พวกไทยคงจะแล่เนื้อมองซิเออร์คอนซตันซ์ออกตั้งพันชิ้น ถ้าผู้ใดจะเอาใจดีต่อก็คงไม่ได้รับผลจากท่านผู้นี้อย่างใดเลย ที่จะได้ผลก็โดยมองซิเออร์คอนซตันซ์เห็นว่าจะได้ของหรือไม่ได้ การที่จะแต่งทูตไปอีกนั้นมองซิเออร์คอนซตันซ์

๑๑๘ ก็คงจะคิดอ่านให้ล้มอีก แลคงจะยึดเอาอำนาจใส่ตัวไว้จงได้ ถ้าทำได้ก็ คงจะคิดอ่านเอาพวกอังกฤษกลับมาอีก แลคงคิดให้เสมอกับพวกฝรั่งเศส เพื่อตนจะได้ข่มทั้งสองชาติ ถ้าจะพูดคำสุดท้ายแล้ว มองซิเออร์คอนซตันซ์คนนี้เปนชนชาติกรีกครบบริบูรณ์ทั้งตัวแลน้ำใจ ลักษณของมองซิเออร์คอนซตันซ์ตามที่กล่าวมานี้ น่าจะทำให้ตั้งปัญหาขึ้นว่า ถ้าจะไม่ดำเนิรการโดยเอามองซิเออร์คอนซตันซ์เปนสายแล้ว ก็ เปนอันจะไม่รู้ในพระดำริห์แลพระอัธยาศัยของพระเจ้าแผ่นดิน เพราะ ควรจะทราบไว้ว่า มองซิเออร์คอนซตันซ์มีความตั้งใจสำคัญ เดิรโปลิติกอย่างหนึ่งก็คือคอยกีดกันไม่ให้ชาวยุโรปได้โอกาศกราบทูลพระเจ้าแผ่นดินด้วยตนเองได้เปนอันขาด ถ้าหากว่าจะใช้มองซิเออร์คอนซตันซ์ต่อไป พวกไทยก็จะเข้าใจว่า พวกเรากับมองซิเออร์คอนซตันซ์เปนอันหนึ่งอันเดียวกัน แลมองซิเออร์คอนซตันซ์ทำการสิ่งใดก็โดยพวกเราเห็นชอบด้วยแล้ว ซึ่งจะเปนการกระทำให้พวกไทยเกลียดพวกฝรั่งเศส เพราะพวกไทยเกลียดมองซิเออร์คอนซตันซ์อย่างที่สุดอยู่แล้ว ถ้าพวกฝรั่งเศสจะไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใด จนที่สุดไม่เกี่ยวข้องกับ มองซิเออร์คอนซตันซ์ พระเจ้าแผ่นดินสยามก็คงจะไม่ทรงรังเกียจอย่างใด เหมือนเช่นพวกอังกฤษอยู่ที่เมืองมากราซเปนตัวอย่าง แล


๑๑๙ เมื่อพระเจ้าแผ่นดินพระราชทานที่ดินในพระราชอาณาเขตให้แก่ฝรั่งเศสก็โดยทรงเข้าพระทัยว่าพวกฝรั่งเศสจะไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใด ถ้าจะมีหนังสือผ่านทางมองซิเออร์คอนซตันซ์ ๆ ก็จะแกล้งพูดว่าจะ นำถวายพระเจ้าแผ่นดิน แลจะต้องถึงตัวด้วย ข้อนี้เห็นได้โดยหนังสือสำคัญที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ออกให้แก่นายทหารฝรั่งเศสที่บางกอก แลสังเกตได้ด้วยกิริยาที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ใช้ ผู้บังคับการ ทหารฝรั่งเศสให้ใกล้ชิดตัวอยู่เสมอ แลกิริยาที่ใช้นายทหารอื่น ๆ ซึ่งมองซิเออร์คอนซตันซ์เรียกใช้ได้ตามชอบใจ คนรู้กันทั่วไปว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์มีนิสัยต้องการจะเปนผู้บังคับ บัญชาแลปกครองการงารทั่วไปตามใจชอบ

เรื่องมองเซนเยอร์ลาโน (ต่อ) ค.ศ. ๑๖๗๙ ถึง ๑๖๙๖ ( พ.ศ. ๒๒๒๒ ถึง ๒๒๓๙ )

ว่าด้วยทูตไทยไปประเทศฝรั่งเศส ครั้งที่ ๒ ค.ศ. ๑๖๘๔ (พ.ศ. ๒๒๒๗ ) จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ถึงผู้อำนวยการคณะการต่างประเทศ เดือนมกราคม ค.ศ. ๑๖๘๔ ( พ.ศ. ๒๒๒๗ ) การที่ราชทูตสยามแลเครื่องราชบรรณาการสูญหายไปนั้น พระ เจ้าแผ่นดินมิได้กริ้วกราดอย่างใดนอกจากเสียพระทัยในการที่ราชทูต ๑๒๐ ของพระองค์ไปไม่ถึงประเทศฝรั่งเศสบ้าง แลได้ทรงตั้งพระทัยจะแต่ง ทูตออกไปอีก โดยรับสั่งว่าจะทรงพยายามแต่งทูตออกไป จนกว่าคนใดคนหนึ่งของพระองค์จะได้ไปถึงประเทศฝรั่งเศสให้จงได้ ถ้าแม้ว่าทรงทราบเปนแน่นอนว่าราชทูตที่ทรงแต่งไปคราวนี้ ไปถูกอับปางจริงแล้ว ก็คงจะทรงแต่งทูตออกไปอีกในปีนี้เอง เพราะฉนั้นในเวลา ี่ที่ยังไม่แน่นอนนี้ จึงเพียงแต่รับสั่งให้เสนาบดีมีจดหมายไปยังมองซิเออร์ คอลแบแลมองซิเออร์เดอครัวซี แลให้ส่งของไปพระราชทานด้วยพอให้ท่านทั้งสองนี้ทราบในพระราชดำริห์ไว้พลาง ขอให้ท่านเชื่อว่าในเรื่องนี้ พวกข้าพเจ้าไม่ได้เกี่ยวด้วยเลย แลการที่พระเจ้าแผ่นดินทรงกระทำเช่นนี้ พวกข้าพเจ้าก็มีความประหลาทใจมากเท่ากับท่านเหมือนกัน ที่จะทรงกระทำเช่นนี้ก็คงเปน เพราะทรงนับถือ พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส อย่างยิ่ง เพราะไม่ทรงเบื่อเลยที่จะฟังถึงอภินิหารของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส แลดำรัสถึงพระอัธยาศัยแลการมีชัยชนะทัพศึกของ พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสอยู่เสมอ มองเซนเยอร์เดลิโอโปลิศ ได้ถวายพระรูปลงยาของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ต่อพระเจ้าแผ่นดินสยามรูป ๑ พระรูปนี้พระเจ้าแผ่นดินสยาม ทรงทอดพระเนตรเสมอมิได้เบื่อหน่ายเลย บางที เวลาเสด็จออก ขุนนางก็รับสั่งแต่ในเรื่องพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ตลอดจนเสด็จขึ้น ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าในโลกนี้จะหาพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใด ที่มีความนับถือรักใคร่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสเท่ากับพระ องค์นี้ได้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ดีข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าจะหาพระเจ้าแผ่นดิน

๑๒๑ พระองค์ใดที่จะรักแลนับถือพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสยิ่งกว่าองค์นี้ เปนไม่ได้ แล้ว พระเจ้าแผ่นดินได้มีรับสั่งขอบาดหลวงให้นำจดหมายไปสองคนการที่ทรงขอเช่นนี้ก็ดูไม่สู้จะเหมาะ อาจจะกระทำให้เสียหายต่อพวกเราก็ได้ แต่ก็ไม่เห็นควรที่จะไม่ยอม เพราะพระเดชพระคุณของพระองค์มีต่อพวกเรามากนัก แลก็ยังทรงพระมหากรุณาต่อพวกเราอยู่เสมอ มิได้เว้น เพราะเหตุฉนั้นจึงได้เลือกมองซิเออร์วาเชกับมองซิเออร์ปัศโก ซึ่งสมควรจะไปในคราวนี้ดียิ่งกว่าคนอื่น เพราะมองซิเออร์วาเชจะต้องการหาโอกาศไปรักษาโรคนิ่ว แลมองซิเออร์ปัศโกเปนคนล่ำสันแขงแรงสมควรที่จะไปได้ เพราะฉนั้นคนทั้งสองนี้จะได้ลงเรือพ่อค้าอังกฤษลำหนึ่ง ซึ่งจะออกไปในเร็ว ๆ นี้ ตรงไปยังประเทศยุโรปทีเดียว ข้าพเจ้าจึงเชื่อว่าบาดหลวงทั้งสองนี้คงจะไปถึงยุโรปก่อนที่ท่านจะได้รับจดหมายฉบับนี้ แลข้าพเจ้าเข้าใจว่าบาดหลวงทั้งสองนี้ไม่มีหน้าที่ ฉเพาะแต่จะนำจดหมายไปอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งดูเหมือนจะได้มีรับสั่งให้ไปจัดการทำอะไรมาถวายอย่างหนึ่งด้วย แต่ในข้อนี้ข้าพเจ้ายังพูดให้แน่นอนไม่ได้

จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ถึงผู้อำนวยการคณะการต่างประเทศ วันที่ ๗ มกราคม ค.ศ. ๑๖๘๔ ( พ.ศ. ๒๒๒๗ ) ในจดหมายฉบับก่อน ข้าพเจ้าได้บอกมาแล้วว่า เมื่อพระเจ้าแผ่นดินสยามทรงทราบว่าราชทูตยังไปไม่ถึงประเทศฝรั่งเศส ก็หาได้ ๑๖

๑๒๒ ร้อนพระทัยเกินไปไม่ กลับจะแต่งราชทูตออกไปอีกโดยทันที เพราะ ทรงตั้งพระทัยที่จะได้เปนพระราชไมตรีกับพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ซึ่งพระองค์นับถือย่างยิ่ง แต่เมื่อมาทรงใคร่ครวญว่าราชทูตจะสาบสูญ ไปจริงหรือประการใดก็ยังไม่เปนการแน่นอนลงไปได้ จึงทรงจัดการให้ข้าราชการสองนายถือจดหมายอัคมหาเสนาบดี ไปยังมองซิเออร์ คอลแบ แลมองซิเออร์เดอครัวซี เพื่อจะบอกให้ทราบถึงการที่ได้แต่ง ทูตไปเมื่อสามสี่ปีล่วงมาแล้ว แลเพื่อจะขอความแนะนำว่าจะทำอย่างไร ดีจึงจะให้พระราชไมตรีได้สนิธสนมกันได้ พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงขอบาดหลวงให้ไปด้วยสองคน แลข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านคงจะมีความประหลาท ใจที่ข้าพเจ้าได้ยอมตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าแผ่นดิน แต่การที่ ี่ข้าพเจ้ายอมนี้ก็โดยจำเปน เพราะมองซิเออร์วาเชป่วยเปนโรคนิ่ว ซึ่ง กระทำให้ได้รับความลำบากอย่างสาหัส แลฝ่ายมองซิเออร์ปัศโกก็ต้อง การกลับไปยังประเทศฝรั่งเศสสักคราว แลถ้าไม่ได้ไปในโอกาศคราวนี้ก็จะต้องให้ไปทางเมืองสุหรัต พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงมอบให้ไปทำของ บางอย่างซึ่งได้รับแบบมาแล้ว ของเหล่านี้เปนของที่มีราคา เพราะฉนั้น ข้าพเจ้าอยากจะปัดในเรื่องนี้ เพราะเงินที่จะต้องใข้สำหรับทำของเหล่านี้ ก็ไม่ได้พระราชทานให้ โดยทรงถือตามที่มองซิเออร์เดลิโอโปลิศได้กราบทูลหลายครั้ง ว่าเมื่อจะต้องพระราชประสงค์ของสิ่งใดจากประเทศฝรั่งเศสก็ได้ แต่อย่างไรก็ดีข้าพเจ้าเกรงว่าจะเปนการกระทำ ให้ท่านได้รับความลำบากที่จะจ่ายค่าใช้สรอยต่าง ๆ การเรื่องเงินนี้ก็


๑๒๓ จะไม่เปนการเสียหายอย่างใด เพราะนอกจากหนี้เก่าแล้ว เมื่อมองเซนเยอร์เดลิโอโปลิศจะไปเมืองจีน ก็ได้รับหนังสือแลกเงินสองหรือสามพันเหรียญจากนายเรือของพระเจ้าแผ่นดินที่จะไปเมืองจีน ซึ่งจะเปนการทุ่นค่าใช้จ่ายขึ้นเปนอันมาก ไม่ใช่แต่เท่านั้น พระเจ้าแผ่นดินยังโปรดส่งเด็กไปเรียนวิชาแลฝึกหัดขนบธรรมเนียมอย่างฝรั่งเศส ๔ คน ในการเหล่านี้ขอให้ท่านตัดทอนค่าใช้จ่าย ตามแต่ท่านจะเห็นควร แลการที่จะตัดทอนนี้จะเกี่ยว แก่เด็ก ๔ คน หรือเกี่ยวแก่ผู้ถือจดหมาย หรือเกี่ยวแก่ของที่พระเจ้าแผ่นดินรับสั่งให้ทำ ก็แล้วแต่ท่านจะเลือกเอาตามแต่จะเห็นควร ในของต่าง ๆ ที่พระเจ้าแผ่นดินโปรดให้ทำนั้น มีกระจกเปนอันมาก แต่กระจกเงาเหล่านี้ เมื่อมถึงเมืองไทยแล้วมักจะเปนดวงเสียโดยมาก ข้าพเจ้าจึงเห็นจำเปนจะต้องเอาโต๊ะหินมาสักโต๊ะ ๑ กับตะกั่วแผ่นอย่างบาง ด้วย เพราะในปรอทในเมืองนี้หาได้ง่าย ถ้าหากว่าจะส่งคนไทยกลับโดยเรือลำแรกพร้อมด้วยของที่ต้องพระราชประสงค์ หรือแม้แต่บางอย่างก็เปนการที่พอพระทัยพระเจ้าแผ่นดินมาก ข้อสำคัญที่ข้าพเจ้าจะขอร้องต่อท่าน ก็คือขอให้ท่านอนุเคราะห์จัดการให้เด็กได้อยู่ในศีลธรรมเพราะเด็กเหล่านี้จะเปนอย่างไร ข้าพเจ้าก็ไม่ได้เห็นตัวแลไม่ทราบว่าจะได้เลือกเด็กดีหรือไม่ดีอย่างไร แลขอให้เด็กเหล่านี้ได้ไปอยู่ตามบ้านหรือตามโรงเรียนให้ได้ฝึกหัดการซื่อสัตย์ ซึ่งเปนการสำคัญสำหรับจะได้ผลดีในเมืองนี้ต่อไป สำหรับการอื่น ๆ นั้น พระเจ้าแผ่นดินทรงวาง


๑๒๔ ธุระในท่านแล้วแต่ท่านจะเห็นสมควร ถ้าแม้ว่าข้าพเจ้ามีความสบายกว่านี้ แลทำธุระด้วยตัวเองได้แล้ว การต่าง ๆ คงจะเรียบร้อยดีกว่านี้ เพราะในส่วนพระองค์พระเจ้าแผ่นดินนั้น ทรงตั้งพระทัยดีทุกอย่าง แลที่ทรงจัดการเช่นนี้ก็โดยเข้าพระทัยว่าจะเปนที่พอใจแก่พวกเรา เพราะฉนั้นจึง ไม่ทรงใช้ทั้งพวกอังกฤษแลพวกฮอลันดา แลพวกนี้ก็คอยอยู่ ถ้าออกพระโอษฐจะต้องพระราชประสงค์อย่างใด พวกนี้ก็คงจะทำถวายทุกอย่าง มองซิเออรร์วาเชกับมองซิเออร์ปัศโกจะได้อธิบายต่าง ๆ ให้ท่านทราบโดยเลอียดทุกอย่าง เพราะถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะสบายขึ้นกว่าเก่าก็จริงอยู่ แต่ก็ยังไม่มีกำลังพอที่จะเขียนหนังสือโดยยืดยาวยิ่งกว่านี้ได้ เพราะฉนั้นจึงต้องหยุดโดยขอให้ท่านได้กรุณาช่วยทางการสวดมนต์ต่อไป

จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ถึงมองซิเออร์คอลแบ วันที่ ๘ มกราคม ค.ศ. ๑๖๘๔ ( พ.ศ. ๒๒๒๗ ) เมื่อปีกลายนี้พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงทราบว่าพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ได้ทรงจัดข้าราชการให้ไปคอยรับราชทูตสยามยังท่าเรือ ทรงยินดีอย่างที่สุด แลหวังพระทัยอยู่เสมอที่จะได้ทรงทราบข่าวว่าราชทูตได้ไป ถึงประเทศฝรั่งเศสโดยสวัสดิภาพแล้ว แต่เมื่อได้ทรงทราบตามจดหมาย ฉบับหลัง ว่าราชทูตจะเปนตายร้ายดีประการใดก็ไม่มีใครทราบได้นั้น ทรงเสียพระทัยมาก แลทรงตั้งพระทัยจะแต่งทูตไปเปนครั้งที่สองให้


๑๒๕ โดยสานเรืออังกฤษ ซึ่งในเวลานี้จอดอยู่ที่ท่าเรือนี้ เพราะการที่จะแต่งเรือของพระองค์ไปนั้น เปนการขัดข้อง ๒ ประการ ๆ ที่ ๑ เรือที่ใหญ่มีกำลังพอที่จะไปในทางไกลเช่นนี้ไม่มี ประการที่ ๒ คนที่มีความสามารถพอที่พาเรือได้ก็ไม่มี แต่อย่างไรก็ดีได้มีข้าราชการผู้ใหญ่บางคนได้กราบทูลทักท้วงว่า บางทีเรือจะไม่อับปาง แล้าราชทูตต่อราชทูตไปพบกันเข้าที่ประเทศฝรั่งเศสพร้อมกันก็จะเปนการติดขัด เพราะฉนั้นใน คราวนี้จึงเพียงแต่มีรับสั่งให้อัคมหาเสนาบดีมีจดหมายมายังท่าน เพื่อขอให้ท่านนำความกราบทูลพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ว่าพระเจ้าแผ่นดิน สยามมีพระราชประสงค์อย่างยิ่งที่จะเปนพระราชไมตรีกับพระองค์ แลให้กราบทูลทั้งพระเจ้าแผ่นดินแลมกุฏราชกุมารว่า ทรงยืนดีเปนอันมาก ที่ได้ทรงทราบว่าท่าน ดุกเดอบูรกอยน์ (Duc de Bourgogne) ได้ประสูติแล้ว แลเพื่อจะหารือต่อท่านว่าท่านจะเห็นหนทางอย่างใดที่จะ ให้พระราชไมตรีได้สนิธสนม แลให้ได้มีพระราชสาส์นโต้ตอบกันเสมอในระหว่างสองประเทศนี้ ส่วนอัคมหาเสนาบดีได้ส่งของฝากมายังท่าน ตามแบบธรรมเนียมของเมืองนี้ ซึ่งเปนประเพณีถ้าจะไปหาคนซึ่งมีเกียรติยศแลตำแหน่งอย่างท่าน หรือจะมีหนังสือไปก็จะต้องมีของติดไปด้วย ในครั้งนี้พระเจ้าแผ่นดินสยามได้มีรับสั่งให้ขอบาดหลวงไปด้วยสองคน ซึ่งเปนการที่ข้าพเจ้าจะขัดไม่ได้ แลบาดหลวงสองคนนี้ได้รับพระราชโองการด้วยตนเอง ทราบได้ดีว่ามีพระราชประสงค์อย่างใด เพราะฉนั้นคงจะไปเล่าให้ท่านฟังโดยเลอียด

๑๒๖ คำสั่งสำหรับผู้ที่จะไปยังประเทศยุโรป

พระราชโองการพระเจ้าแผ่นดินสยาม วันที่ ๑๔ มกราคม ค.ศ. ๑๖๘๔ ( พ.ศ. ๒๒๒๗ )

ให้บาดหลวงวาเชแลบาดหลวงปัศโก กับข้าราชการสองนายซึ่งจะไปต่างพระองค์พระเจ้ากรุงสยาม นำหนังสือและของฝากไปให้มองซิเออร์คอลแบ (Colbert) แลมองซิเออร์ เดอ ครัวซี (de Croissy) ยังประเทศฝรั่งเศส แลให้สืบข่าวถึงทูตคราวแรกด้วย ให้กัปตันเรือซึ่งจะรับข้าราชการต่างพระองค์ไปนั้น เปนธุระเอื้อเฟื้อแก่ข้าราชการทั้งสองทุกประการ แลอย่าให้ข้าราชการทั้งสองได้รับความเดือดร้อนอย่างใด เมื่อไปถึงเมืองโดเวอร์แล้ว ให้กัปตันเรือรีบเปนธุระจัดหาพาหนะ ให้ข้าราชการทั้งสองได้ข้ามไปยังเมืองฝรั่งเศส พร้อมทั้งเข้าของทุกอย่าง เมื่อไปถึงเมืองคาเลแล้ว ให้ข้าราชการทั้งสองสืบถามที่ผู้ว่าราชการเมืองถึงทูตที่ส่งมาคราวก่อน แลแจ้งให้ผู้ว่าราชการเมืองทราบถึงเหตุผลที่มาในคราวนี้ แลขอให้ผู้ว่าราชการเมืองจัดการเอื้อเฟื้อให้ข้าราชการทั้งสองได้ไปยังกรุงปารีส ทั้งขอพาหนะสำหรับบันทุกของด้วย ถ้าผู้ว่าราชการเมืองเอื้อเฟื้อจัดการให้แล้ว ให้


๑๒๗ บาดหลวงวาเชกับบาดหลวงปัศโกไป พร้อมด้วยหนังสือของฝากจนกว่าจะถึงที่ ๆ จะส่งหนังสือแลของ ถ้าหากว่ามองซิเออร์เกม (Gayme) ยังอยู่ที่กรุงปารีส ให้ข้า ราชการที่ไปต่างพระองค์ทั้งสองคน มอบจดหมายแลของฝากให้ไว้แก่มองซิเออร์เกมแลราชทูต เพื่อให้นำไปส่งยังเสนาบดี ถ้าแม้มองซิเออร์เกมแลราชทูตไม่ได้อยู่ที่กรุงปารีส ให้บาดหลวงวาเช บาดหลวงปัศโกกับข้าราชการต่างพระองค์สองนาย นำจดหมายแลของไปส่งให้ถึงมือผู้รับด้วยตนเอง ให้ข้าราชการต่างพระองค์บอกกับ กับมองซิเออร์คอลแบ แลมองซิเออร์ เดอ ครัวซี ว่าเมื่อ ๔ ปีเศษที่ล่วง มาแล้ว พระเจ้ากรุงสยามได้แต่งราชทูตมายังประเทศฝรั่งเศส ราชทูตนั้นได้ไปถึงเมืองบันตำโดยสวัสดิภาพ แลได้ออกจากเมืองบันตำไปแล้ว ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้ข่าวประการใดเลย เมื่อราชทูตได้ออกจากกรุงสยามไปแล้วได้ประมาณปีครึ่ง ท่าน ฟรังซัวปาลูสังฆราชเดลิโอโปลิศได้มาถึงเมืองไทย แลได้เชิญพระราชสาส์นพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส แลอักษรสาส์นของท่านสังตปาปาถวาย พระเจ้ากรุงสยาม แลพระเจ้ากรุงสยามได้จัดการรับพระราชสาส์นโดยทำพิธีอย่างประเพณีที่เคยรับทูตใหญ่ ๆ จากเมืองจีนแลเมือง ญี่ปุ่น ทุกประการ จึงได้ทราบจากท่านสังฆราชเดลิโอโปลิศตามข่าวที่ได้ทราบกันในประเทศฝรั่งเศสแล้ว ว่าราชทูตได้ออกจากเมืองบันตำแล้ว แล ที่ฝรั่งเศสคอยรับราชทูตอยู่ทุก ๆ วัน


๑๒๘ ฝ่ายพระเจ้ากรุงสยามก็ทรงคอยราชทูตที่จะกลับจากประเทศ ฝรั่ง เศสมาได้เกือบสามปีแล้ว แลได้ทรงสร้างบ้านไว้คอยรับราชทูตที่ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะส่งมา บ้านนั้นได้ทำตามแบบที่สังฆราชเดลิโอโปลิศได้ให้ไว้ซึ่งเปนแบบบ้านทำกันในเมืองฝรั่งเศส เมื่อปีกลายนี้ มิศเตอร์ยอชเว็ธ (George Weth) พ่อค้าอังกฤษได้มีหนังสือมายัง กรุงสยามบอกว่าราชทูตยังหาได้ ไปถึงประเทศฝรั่ง เศสไม่ แลน่ากลัวราชทูตจะสูญหายไปเสียแล้ว ในคราวเดียวกันนั้น พวกสังฆราชฝรั่งเศสกับมองซิเออร์เดลันด์ผู้จัดการแทนบริษัทฝรั่งเศส ได้รับข่าวจากประเทศฝรั่งเศสตรงกันกับข่าวที่มิศเตอร์ยอชเว็ธได้บอกมานั้นทุกประการ พระเจ้ากรุงสยามทรงเห็นว่าราชทูตที่ไป คราวก่อนเห็นจะไม่แน่นอนเสียแล้ว แลมีพระราชประสงค์จะแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะให้พระราชไมตรีที่ได้ทรงเริ่มมีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ต่อเนื่องไปอีก จึงรับสั่งขอบาดหลวงสองคนจากสังฆราชฝรั่งเศส แลมีรับสั่งให้เลือกข้าราชการสองนาย เพื่อไปยังประเทศฝรั่งเศส สืบข่าวเรื่องราชทูตให้เปนการแน่นอน ทั้งจะได้ฝากหนังสือแลของให้เปนทางไมตรีไว้ด้วย แลได้ทรงหาโอกาศอันนี้ ี่จะให้ไปทำของต่าง ๆ ยังประเทศฝรั่งเศสด้วย ข่าวสุดท้ายที่ได้ทราบมาจากประเทศฝรั่งเศสได้ความว่า ท่านดุก เดอบูรกอยน์ (duc de Bourgogne) ได้ประสูติแล้ว พระเจ้ากรุง


๑๒๙ สยามได้ทรงทราบ ก็ทรงปีติยินดีอย่างที่สุด จึงได้ทรงอ้อนวอนต่อพระเปนเจ้า ขอให้ราชวงศฝรั่งเศสได้มีความสุขเจริญทุกประการ เมื่อประมาณปีหนึ่งล่วงมาแล้ว สังฆราชเดลิโอโปลิศได้ให้นำความกราบทูลพระเจ้ากรุงสยาม ว่าเปนการจำเปนที่ท่านสังฆราชเดลิโอโปลิศจะต้องไปยังเมืงจีน จึงได้มีรับสั่งแก่กัปตันเรือซึ่งจะไปยังเมืองจีนให้รับท่านสังฆราชไปด้วย แลให้เอื้อเฟื้อเกื้อหนุนท่านสังฆราช ทุกประการ อย่าให้เปนการขัดข้องอย่างใด เมื่อก่อนท่านสังฆราชจะออกจากกรุงสยาม ได้เห็นการที่ได้ลงมือ ก่อโบสถ์หญ่ ซึ่งได้สร้างพระราชทานตามแบบอย่างที่ท่านสังฆราช ได้ให้ไว้ ถ้าหากว่าพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสให้คนรับพระราชโองการจะมา ยังกรุงสยาม ในตำแหน่งหน้าที่ราชทูตแล้ว ควรจะเลือกเอาพวกนักพรตดีกว่าคนสามัญ การที่เกี่ยวด้วยหน้าที่ของข้าราชการต่างพระองค์นั้น ให้กระทำ ตามพระราชโองการทุกประการ แลถึงหากว่าข้าราชการต่างพระองค์ ทั้งสองนาย จะไม่มีความรู้พอที่จะถามตามข้อความต่าง ๆ ที่ได้จดมาให้แล้วทุก ๆ ข้อก็ดี ก็ให้หาโอกาศพูดจาถามไต่โดยระมัดระวัง ให้ข้าราชการต่าง พระองค์ทั้งสองนายรับจดหมายของท่าสังฆราช เดอเมเตโลโปลิศไปส่งยังโรงเรียนสามเณรที่กรุงปารีส เพื่อจะได้ไปรับเงินสำหรับทำของต่าง ๆ ที่ได้พระราชทานตัวอย่างมาให้ด้วยแล้ว ๑๗


๑๓๐ แลเพื่อสำหรับการใช้จ่ายต่าง ๆ เมื่อได้ใช้จ่ายสิ้นไปเท่าไรแล้ว จะได้ คืนเงินให้แก่ท่านสังฆราชที่กรุงสยามตามบาญชีรายจ่ายนั้น เมื่อถึงเมืองโดเวอร์หรือเมืองอื่น ๆ ก็ตาม ถ้าเจ้าพนักงารโรงภาษีจะเปิดของตรวจแล้ว ก็ให้รีบจัดการที่จะไม่ต้องเสียภาษีอย่างใด ให้บาดหลวงวาเชแลบาดหลวงปัศโก กับทั้งข้าราชการต่างพระองค์สองนาย ทำจดหมายเหตุการณ์ที่จะต้องทำต่าง ๆ ในประเทศ อังกฤษ มอบไว้ให้กับมิศเตอร์เว็ธ แลให้กระทำตามความเห็นของมิศเตอร์เว็ธด้วย เมื่อข้าราชการต่างพระองค์ได้ไปถึง กรุงปารีสแล้ว ให้แจ้งความไปให้มิศเตอร์เว็ธทราบถึงการเปนไปต่าง ๆ ในประเทศฝรั่งเศส แลให้มีหนังสือโต้ตอบกับมิศเตอร์เว็ธในเรื่องนี้อยู่เนือง ๆ ถ้าหากว่าในประเทศฝรั่งเศสจะมีความลำบากหรือติดขัดประการใด ก็ให้แจ้งไปให้มิศเตอร์เว็ธทราบ เพราะพระเจ้ากรุงสยามได้มีรับสั่งไปยังมิศเตอร์เว็ธให้ช่วยเหลือเกื้อหนุนข้าราชการต่างพระองค์นั้นแล้ว ทั้งมิศเตอร์เว็ธได้เคยมาอยู่ในเมืองไทย รู้จักขนบธรรมเนียมของไทยดีแล้ว จะได้มีหนังสือชี้แจงเหตุการณ์มายังเมืองไทยได้ง่าย ขอให้บาดหลวงวาเชแลบาดหลวงปัศโก ตั้งใจอย่าลืมข้อต่าง ๆ ี่ได้สั่งไว้เปนอันขาด แลข้อนี้ก็ให้กำชับข้าราชการไทยทั้งสองด้วย ถ้าข้าราชการกระทำการขาดตกบกพร่องแล้วจะต้องรับพระราชอาญา สั่งมาแต่ณวันศุกร์เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีกุญ เบญจศก ศักราช ๑๐๔๕ ตรงกับวันที่ ๑๔ เดือนมกราคม ค.ศ. ๑๖๘๔ ( พ.ศ. ๒๒๒๗ )

๑๓๑ คำสั่งสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ ค.ศ. ๑๖๙๔ (พ.ศ. ๒๒๒๗) ๑ในระหว่างเดิรทางให้บาดทั้งสองพยายามที่จะเอาใจคนไทยโดยให้ความเอื้อเฟื้อเกื้อหนุนทุกอย่าง แลให้ลงมือสอนภาษาฝรั่งเศส ให้แก่เด็ก ๆ ให้เด็ก ๆ หมั่นอ่านคำถามแลคำตอบในข้อสาสนา ซึ่งได้ แปลเปนภาษาไทยไว้แล้วนั้น ๒ เมื่อไปถึงประเทศอังกฤษแล้ว ให้บาดหลวงมีจดหมายถึงผู้ อำนวยการคณะต่างประเทศที่กรุงปารีสเสมออย่าให้ขาดได้ แลให้ บอกข่าวโดยลเอียดถึงการเปนไปต่าง ๆ ตามระยะทาง ถ้าไปถึงกรุง ลอนดอน ก็ให้ไปหาราชทูตฝรั่งเศสเปนการคำนับ แลเพื่อจะได้รับ คำสั่งจากราชทูตด้วย ๓ เมื่อไปถึงกรุงปารีสแล้ว ให้ไปรายงารชี้แจงเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ผู้อำนวยการคณะต่างประเทศทราบจงทุกประการ แลให้บอกแก่ ผู้อำนวยการ ว่าพระเจ้ากรุงสยามทรงมอบธุระทั้งปวงให้แก่ผู้อำนวยการ ทั้งสิ่งที่เกี่ยวในส่วนพระองค์ ที่เกี่ยวด้วยราชการต่างพระองค์ แล เกี่ยวด้วยการเจรจาในการต่าง ๆ ด้วย ๔ เมื่อได้นำจดหมายแลของไปส่งให้แก่มองซิเออร์คอลแบแล มองซิเออร์เดอครัวซีเสร็จแล้ว ก็ให้ทำตามคำสั่งเสนาบดีทั้งสองนี้ต่อไป



๑๓๒ ถ้าแม้ว่าราชทูตของพระเจ้ากรุงสยามยังไม่ถึงประเทศฝรั่งเศส ก็ควร จะขอร้องให้ข้าราชการต่างพระองค์สอยนายได้เข้าเฝ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าไม่เปนการขัดข้องอย่างใด แลไม่จำเปนที่จะต้องเปลือง ค่าใช้จ่ายมากมายอย่างใด ๕ ในส่วนที่เกี่ยวด้วยของที่พระเจ้ากรุงสยามได้ มีรับสั่งให้ไปทำ ที่ประเทศฝรั่งเศสนั้น ให้ไปชี้แจงเหตุผลให้ผู้อำนวยการคณะต่าง ประเทศทราบ ว่าเมื่อปีกลายนี้ มองเซนเยอร์เดลิโอโปลิศได้มาถึง กรุงสยาม ได้นำของต่าง ๆ ถวายพระเจ้ากรุงสยาม ซึ่งเปนของที่ โปรดมาก ภายหลังพระเจ้ากรุงสยามได้ทรงพระเมตตาแก่มองเซนเยอร์ เดลิโอโปลิศเปนอันมาก ท่านสังฆราชจึงกราบทูลว่า ถ้าจะมีพระราช ประสงค์สิ่งใดจากประเทศฝรั่งเศสแล้ว ท่านสังฆราชจะสั่งเข้ามาถวาย แต่ในเมืองนี้การพูดสำหรับแสดงไมตรีอย่างใด มักจะถือเอาเปนจริง ทั้งสิ้น เพราะฉนั้นพระเจ้ากรุงสยาม ทรงถือคำที่ท่านสังฆราชกราบทูลนี้ จึงมีพระราชประสงค์ให้ไปทำของลงยาแลของอื่น ๆ ซึ่งได้พระราชทาน แบบไปกับข้าราชการต่างพระองค์แล้ว แต่ของที่ต้องพระราชประสงค์นี้ ข้าพเจ้าเห็นสิ่งที่ทำยากก็คือกระจกเงา ซึ่งมีพระราชประสงค์จะเอามา ทำเปนฝาผนังห้อง ๖ ส่วนเครื่องที่มีพระราชประสงค์สำหรับทอดพระเนตรจันทรุปราคา แลสุริยุปราคานั้น ควรจะทำเครื่องให้เห็นสุริยุปราคาตามทิฆันดรแล วิตถันดรของประเทศสยาม มิฉนั้นก็ให้มีเลขวางไว้เปนแบบสำหรับ


๑๓๓ ให้ตรวจได้ง่าย เครื่องนี้จะใช้ทั่วไปไม่ได้ แต่จะต้องให้ทำขึ้นตามพื้นดิน สูงต่ำของประเทศสยาม แลเลขแบบนั้นข้อสำคัญจะต้องให้ดูง่าย ทั้ง ให้เห็นความเหลวไหลของสาสนาไทย โดยได้เห็นของแปลกประหลาท ของดินฟ้าอากาศด้วย ส่วนที่เกี่ยวด้วยเด็ก ๆ (๑) ซึ่งพระเจ้ากรุงสยามส่งไปเรียนวิชา ยังประเทศฝรั่งเศสนั้น ต้องพยายามจัดหาที่ให้ได้อยู่กับคนซึ่งนับถือ แลกลัวพระเปนเจ้า แลต้องคอยระวังอย่าให้เด็ก ๆ ไปสมาคมกับ คนชั่วได้ เด็ก ๆ เหล่านี้ให้เรียนวิชาทำน้ำพุ วิชาก่อสร้าง วิชาช่าง เงินช่างทอง แลวิชาอย่างอื่นด้วย

(๑) ชายหนุ่ม ๔ คน ซึ่งพระเจ้ากรุงสยามส่งไปให้เรียนแบบ ธรรมเนียมอย่างฝรั่งเศสนั้น ไม่เปนผลสำเร็จให้เปนที่พอพระราชหฤทัย ของพระองค์ แลในรายงารของมองซิเออร์วาเช ซึ่งกล่าวถึงการ บกพร่องของเด็กเหล่านี้ ก็กล่าวว่าดังนี้ การที่พระเจ้ากรุงสยามมีพระราชดำริห์ให้ส่งชายหนุ่มของเมืองนี้ ไปเรียนที่ประเทศฝรั่งเศสนั้น ไม่มีใครช่วยหรือเอาใจใส่ในพระราช ดำริห์นี้เพียงพอเลย ชายหนุ่มที่ส่งไปคราวนี้ เปนคนที่รูปร่างหน้าตา ไม่สมประกอบ ไม่แต่เท่านั้นนิสัยใจคอก็ไม่สมประกอบด้วย ในโลกนี้ ไม่มีเมืองใดที่จะเลือกหาทางดีได้ง่ายเท่ากับเมืองไทย ตามวัดวาอาราม เต็มไปด้วยเด็กหนุ่ม ๆ รูปร่างสวยมาก ถ้าจะมองหาเด็กที่มีนิสัยดี ก็จะหาได้ง่าย แลถ้าหากว่าได้ให้ชายหนุ่มเหล่านี้ไปอยู่ที่โรงเรียน


๑๓๔ แต่ข้อสำคัญนั้นให้บาดหลวงจัดการให้นำความกราบทูลให้พระเจ้า แผ่นดินฝรั่งเศสทรงทราบ แลให้ข้าราชการผู้ใหญ่ทราบว่า พระเดช พระคุณของพระเจ้ากรุงสยาม มีต่อพวกคณะบาดหลวงมากนัก กล่าว คือ ๑ ได้ทรงสร้างโรงเรียนสามเณรพระราชทาน ๒ ในเวลานี้ก็ กำลังก่อสร้างวัดใหญ่ตามพระราชโองการ ๓ ได้ทรงพระกรุณาให้ มองเซนเยอร์เดลิโปลิศโดยสานเรือไปยังเมืองจีน ทั้งได้มีพระราช โองการให้เอื้อเฟื้อเกื้อหนุนท่านสังฆราชตามทางทุกประการ แลได้ ทรงฝากฝังสังหราชที่เมืองจีนด้วย ๔ ได้ โปรดให้ชาวฝรั่งเศสถือ สาสนาโรมันคาทอลิกคนหนึ่ง ได้ว่าราชการเมืองใหญ่สำคัญเมืองหนึ่ง ในที่สุดบาดหลวงต้องอธิบายชี้แจง ถึงการที่พระเจ้ากรุงสยาม ทรงนับถือพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส แลตั้งแต่ได้ทรงทราบถึงการที่พระเจ้า กรุงฝรั่งเศส ทรงมีไชยชนะแก่พวกฮอลันดา ซึ่งเปนพวกที่มีกำลัง

สามเณรฝรั่งเศสเสียก่อนจึงให้ไปยังประเทศฝรั่งเศสได้ก็ยิ่งดี แต่ข้อ สำคัญที่ต้องระวังก็คือ ต้องให้ชายหนุ่มเหล่านี้อยู่ในบังคับบัญชา แต่เฉพาะพวกบาดหลวงฝ่ายเดียวเท่านั้น เพราะถ้าข้าราชการไทยที่ไป ด้วยยังมีอำนาจว่ากล่าวได้แม้แต่เล็กน้อย ก็เปนอันหมดหวังที่จะสั่งสอน สิ่งใดได้ในระหว่างที่เดิรทาง แลในระหว่างที่ราชทูตสยามยัอยู่ที่ ประเทศฝรั่งเศส แต่ถึงจะทำอย่างไรก็ตาม ต้องพยายามป้องกันอย่า ให้ข้าราชการไทยยุแหย่ขู่พวกชายหนุ่ม ให้ห่างเหินจากสาสนาคริศเตียนได้ ซึ่งจะเป็นทางกีดขวางในการที่จะสอนสาสนาแก่พวกชายหนุ่มเหล่านี้

๑๓๕ แลอำนาจในชมพูทวีปมาก ก็กระทำให้พระเจ้ากรุงสยามทรงนับถือพระ เจ้ากรุงฝรั่งเศสมากขึ้น เพราะฉนั้นจึงทรงพระราชดำริห์ให้จัดการราชทูต ไปเจริญทางพระราชไมตรีกับกรุงฝรั่งเศส แลราชทูตได้ออกจาก เมืองไทยเมื่อวันที่ ๒๑ เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๐ (พ.ศ. ๒๒๒๓) เมื่อ พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงทราบว่า ท่านดุกเดอบูรกอยน์ได้ประสูติแล้วก็ได้ ทรงแสดงความยินดีอย่างยิ่ง แลได้ทรงขอร้องให้พระเปนเจ้าได้พิทักษ์ รักษาพระราชวงศ์ฝรั่งเศส ให้ได้รับความสุขความเจริญทุกประการ


ว่าด้วยการเดินทางของข้าราชการไทย แลการเปนไปต่าง ๆ ในระหว่างพักอยู่ในประเทศฝรั่งเศส


จดหมายเหตุของบาดหลวงวาเช ว่าด้วยทูตไทยออกจากกรุงสยาม ข้าพเจ้าพึ่งได้มาถึงใหม่ๆ จากเมืองญวณ เพราะท่านสังฆราชเดอเม เตโลโปลิศได้บังคับให้ข้าพเจ้ามาพร้อมกับท่านสังฆราชด้วย ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าจะมีเหตุผลอย่างใด แลด้วยความประสงค์อย่างใด พระเจ้ากรุงสยามจึงได้ทรงเลือกให้ข้าพเจ้าไปราชการต่างพระองค์ ข้าพเจ้าได้หาอุบายหลีกเลี่ยงทุกอย่างที่จะไม่ต้องไป เพราะข้าพเจ้าไม่ได้หวังอะไรนอกจากจะต้องการกลับไปทำการตามหน้าที่ยังเมืองญวณ ข้าพเจ้าได้บอกว่าข้าพเจ้าไม่รู้จักภาษาไทย ในคณะพวกบาดหลวงยังมีอีกเปนอัน

๑๓๖ มากที่เปนคนฉลาดที่เข่าใจภาษาไทยได้ดี แลที่จะไปกระทำการได้ดี กว่าข้าพเจ้าหลายเท่า แต่เหตุผลที่ข้าพเจ้ายกมาอ้างนี้ไม่เปนผลสำเร็จ อย่างใด (๑) ลงท้ายที่สุดข้าพเจ้าต้องลงเรือชาติอังกฤษลำเล็ก ๆ ลำ ๑ ซึ่งจะตรงไปยังกรรุงลอนดอน มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ว่ากล่าวตกลงกับ นายเรือชื่อ ธอมัศโอโบน (Thomas Obones) ให้จ่ายค่าใช้สอยให้ พวกเราจนกว่าจะไปถึงแม่น้ำเธม

(๑) ในจดหมายเหตุของบาดหลวงวาเซตตอนหนึ่งมีความว่าดังนี้ พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงทราบว่าข้าพเจ้าได้กลับมาจากเมืองญวณ แล้ว จึงมีรับสั่งให้มองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศข้าพเจ้าไปเฝ้ายัง พระราชวัง จึงมีรับสั่งว่าได้ทรงตั้งพระทัยจะให้ข้าราชการไปยังประเทศ ฝรั่งเศสต่างพระองค์ เพื่อจะให้ไปฟังข่าวราชทูตที่ได้ทรงแต่งไปคราว แรก แลถ้าได้ความว่าราชทูตถูกอับปางถึงล้มตาย ก็ให้ข้าราชการ ที่จะไปคราวนี้ ไปเจรจาเช่นเดียวกับที่สั่งราชทูตไปครั้งก่อน กล่าวคือ ให้ประเทศทั้งสองได้เปนไมตรีกันอย่างสนิธสนม จึงทรงหวังพระทัย ว่าข้าพเจ้าคงจะไปด้วยกับข้าราชการฝ่ายสยาม แลจะมีรับสั่งแก่ ข้าราชการให้อยู่ในความบังคับบัญชาข้าพเจ้าทุกประการ ข้าพเจ้าได้ทูล ทัดทานทุกอย่างที่จะไม่ต้องไปแต่ก็ไม่เปนผลสำเร็จ เพราะมองเซนเยอร์ เดอเมเตโปลิศได้บอกแก่ข้าพเจ้าว่า พระองค์มีพระเดชพระคุณต่อ พวกเรามากนัก การที่ทรงให้เกียรติยศแกข้าพเจ้าเช่นนี้ ไม่ควรจะ ขัดข้องอย่างใด


๑๓๗ พวกที่ไปคราวนี้ มีข้าราชการไทย ๒ นาย กับชายหนุ่มที่จะไป เรียนวิชายังประเทศฝรั่งเศส ๖ คน มองซิเออร์ปัศโก แลตัวข้าพเจ้า รวม ๘ คน ครั้นถึงวันของนักบุญเซ็นปอล ปี ค.ศ. ๑๖๘๔ (พ.ศ. ๒๒๒๗) ได้ชักใบขึ้นเสาเรือออก ได้เดิรทางอย่างสดวกสบายเรียบร้อยตลอด ถึงเมืองอังโกลา (Angola) ซึ่งเปนเมืองขึ้นของปอตุเกต อยู่ในทวีป อาฟริกา เรือที่ไปลำนี้เปนเรือลักของหนีภาษี คือเปนเรือที่ไม่ได้รับอนุญาต จากพระเจ้ากรุงอังกฤษ หรือจากบริษัทอังกฤษ ที่จะเดิรไปยังชมพูทวีป ได้ ฉนั้นจึงไม่กล้าแวะที่เคปอฟกุดโฮป เพราะพวกฮอลันดาได้ตกลง กับพวกอังกฤษจะคอยจับแลริบเรือชนิดนี้ แลที่เกาะเซนต์เฮลีนาก็ไม่ กล้าแวะเหมือนกัน เพราะเกาะนี้เปนของบริษัทอังกฤษ ซึ่งคอยระวังใน การสินค้า จึงไม่ยอกให้เรือชนิดนี้อยู่ได้ คลื่นลมดีตลอดทาง ในหกเดือนเรือได้เดิรทางกว่า ๗๐๐๐ ไมล์ แต่เมื่อถึงเคปฟอร์แลนด์ พวกสลัดเมืองอัลยีเรียจวนจะจับเรือพวกเราได้ เรือสลัดนั้นเปนเรือ ใหญ่สองลำของพวกชาวอัลยีเรีย ได้มาไล่เรือพวก เรา แลเรือเราจวนจะต้องหนี้ขึ้นเกยตลิ่งแล้ว ผเอิญไปเห็นเรืออังกฤษ สองลำ ซึ่งแล่นออกจากบริติชแชนแนล เรือเราจึงแล่นใบออกไปหา เรือรบอังกฤษ ผเอิญกัปตันเรือรบอังกฤษคนหนึ่งเปนญาติแลเปนเพื่อน กับนายเรือของเรา นายเรือรบอังกฤษจึงแนะนำว่า ถ้านายเรือของเรา ๑๘


๑๓๘ ไม่อยากถูกจับแลไม่อยากถูกริบของแล้ว ก็ไม่ควรจะไปยังกรุง ลอนดอน การที่หยุดพูดกันเช่นนี้ก็กระทำให้เสียเวลาไปมาก แต่ถึงกระนั้น เรือรบอังกฤษก็ได้แล่นใบไล่ตามพวกเรือสลัด แลเราก็ได้เห็นยิงโต้ตอบ กันอย่างน่าพิศวง แต่ผลที่สุดของการเรื่องนี้จะเปนอย่างไร ข้าพเจ้า หาทราบไม่ นายเรือได้เรียกข้าพเจ้าให้ไปยังห้อง บอกข้าพเจ้าว่า เปนอัน ตกลงใจจะแวะที่เมืองดันซิก (Dantzig) เพื่อซ่อนทั้งตัวคนแลตัวเรือ ข้อนี้ก็ไม่ใช่กิจของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าได้ขอให้นายเรือแวะส่งข้าพเจ้า ที่ท่าเรือฝรั่งเศสแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ไกลเท่าไรนัก นายเรือจึงตอบข้าพเจ้า ว่าถ้าเช่นนั้นจะกลับทำให้เสียการหนักไปอีก ข้าพเจ้าจึงขอร้องให้ไปพัก ที่เกาะไวต์คืนกับวันหนีง เพื่อข้าพเจ้าจะได้มีเวลาที่จะบอกไปให้คนที่ คอยรับอยู่ที่กรุงลอนดอนทราบ เพื่อผู้นั้นจะได้จัดหาหนทางเอาของ ออกจากเรือ แลจัดหาเรืออื่นข้ามส่งไปยังฝรั่งเศสได้ ข้อนี้นายเรือได้ยอมตามที่ข้าพเจ้าขอร้อง ข้าพเจ้าจึงเตรียมตัวที่จะ เดิรตัดบกไป แต่มองซิเออร์ปัศโก ได้มีชี้แจงว่า ข้าพเจ้าไม่สบาย แขงแรงพอที่จะเดิรทางบกไปเช่นนี้ได้ เพราะข้าพเจ้ายังป่วยอยู่ แต่ตัว มองซิเออร์ปัศโกเองเปนคตหนุ่ม แลมีกำลังแขงแรง จึงขอไปแทน ข้าพเจ้า แลสัญญาว่าจะส่งข่าวมาให้ข้าพเจ้าทราบเนือง ๆ


๑๓๙ การที่มองซิเออร์ปัศโกขอร้องเช่นนี้ นายเรือก็เห็นชอบด้วยข้าพเจ้า จึงได้ยอม ข้าพเจ้าได้รีบเขียนจดหมายสองฉบับ ๆ หนึ่งถึงมิศเตอร์ โฮวิต (Hoveit) อีกฉบับหนึ่งถึงมองซิเออร์ดูวิเวีย (Duvivier) ซึ่ง เปนนายธนาคารแลเคยมีจดหมายโต้ตอบถึงกันอยู่แล้ว ข้าพเจ้าได้บอก ข้อความต่าง ๆ ที่เปนไปตามที่ข้าพเจ้าได้จดไว้ตามทางเพื่อจะบอกไปให้ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเณรที่กรุงปารีสทราบ แลข้าพเจ้าได้ขอให้ มองซิเออร์ดูวิเวียนผนึกหนังสือส่งทางไปรษณีย์ให้ด้วย ฝ่ายนายเรือก็ฝาก จดหมายไปถึงภรรยาฉบับ ๑ มองซิเออร์ปัศโกได้รับจดหมายต่าง ๆ เสร็จแล้วก็ขึ้นม้าไป พอสว่างก็ถึงกรุงลอนดอน มองซิเออร์ปัศโกได้ ทำการดีมาก ข้าพเจ้าจึงได้ให้เงิน ๕๐ เหรียญซึ่งยังเหลืออยู่

ว่าด้วยทูตไทยถึงเมืองอังกฤษ เมื่อสว่างแล้ว นายเรือได้ให้ทอดสมอที่เมืองมาเกต (Margate) เวลาประมาณ บ่าย ๓ โมงภรรยานายเรือได้มาหา แลบอกข่าวอันน่า ยินดี ว่าพวกข้าพเจ้าจะไปยังกรุงลอนดอนได้โดยไม่มีข้อติดขัดอย่างใด เมื่อจวนจะถึงเมือง มิศเตอร์โฮวิตกับชาวอังกฤษเพื่อนของเขาอีก หลายคนได้ออกมาต้อนรับ พวกอังกฤษได้นำกลองแตรแลปี่ปากเป็ดมา ด้วย แลได้ให้พวกเราพักในบ้านแห่งหนึ่งซึ่งได้เตรียมไว้สำหรับพวก เราแล้ว ตั้งแต่วันไปถึงจนวันออกจากประเทศอังกฤษ ได้มีการเลี้ยง ดูกันครึกครื้นตลอดเวลา


๑๔๐ ในเวลานั้น พระเจ้ากรุงอังกฤษประทับอยู่ที่พระราชวังวินเซอร์ เมื่อข้าพเจ้าได้ไปถึงแล้วสองวัน จึงได้เลยไปที่วินเซอร์เพื่อจะไปจัดการ ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เพราะเหตุว่าข้าพเจ้าได้ถือหนังสือถึงราชทูตฝรั่งเศส ซึ่งพระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่งให้สังฆราชเดอเมเตโลโปสิศเขียนขอร้องให้ ราชทูตฝรั่งเศสช่วยเหลือ เพื่อของฝากที่จะนำไปยังฝรั่งเศสจะไม่ต้อง ถูกค้นแลจะไม่ต้องเสียภาษีนั้น ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าเปนการจำเปนที่จะ ต้องไปหาราชทูตฝรั่งเศสก่อน เพื่อจะได้บอกข่าวถึงการที่ข้าพเจ้าได้ มาถึงแล้ว แลบอกให้ราชทูตทราบถึงเหตุผลที่ข้าพเจ้าต้องไปยังประเทศ ฝรั่งเศส เมื่อข้าพเจ้าไปส่งหนังสือให้ราชทูตนั้น ข้าพเจ้าได้แต่งตัว อย่างพลเรือนสามัญ ในชั้นแรกราชทูตฝรั่งเศสได้รับรองข้าพเจ้าอย่าง ดีที่สุด แต่เมื่อได้อ่านจดหมายเสร็จแล้ว ก็เลยโกรธแลพูดเสียง กระชาก ๆ ว่า "พระเจ้ากรุงสยามรู้จักข้าพเจ้าหรือจึงได้ขอร้องให้ ข้าพเจ้าเหลือเช่นนี้" ข้าพเจ้าจึงตอบว่า "ข้าพเจ้าเชื่อว่าคงจะ ไม่ทรงรู้จักมองซิเออร์เดอบาริยอง (Barillon) แต่ราชทูตฝรั่งเศสประจำ กรุงอังกฤษนั้นใคร ๆ ก็ต้องรู้ว่าคงมีอยู่คนหนึ่ง" พอพูดเท่านั้น ข้าพเจ้า ก็ลาแลได้เดิรออกไปโดยไม่ได้ทำกิริยาสุภาพแต่อย่างใด ท่านราชทูตคง จะได้รีบตรึกตรองในตำที่ข้าพเจ้ากล่าว เพราะข้าพเจ้าได้ลงไปยังไม่ถึง กลางบันได ก็ให้คนมาตามข้าพเจ้ากลับไปอีก แลเวลาที่พูดก็ใช้ กิริยาสุภาพขึ้นบ้าง ท่านราชทูตจึงบอกข้าพเจ้าว่า การที่ขอให้ราชทูต ช่วยจัดการนั้นเปนการยากมาก แลน่ากลัวจะทำให้มีเหตุร้ายเกิด


๑๔๑ ขึ้นด้วย เพราะว่าถ้าราชทูตยอมจัดการตามที่ขอร้องอย่างนี้ ก็จะมีข้อ ขอร้องอีกร้อยอย่างซึ่งยากที่ราชทูตจะขัดขืนได้ แล้วราชทูตถามว่า ข้าพเจ้าจะเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินหรือไม่ ข้าพเจ้าจึงตอบว่าจะคอยเฝ้าในเวลา ที่เสด็จกลับจากประพาส ราชทูตจึงพูดว่า " ถ้าเช่นนั้นเปนหน้าที่ของ ข้าพเจ้าเองที่จะนำท่านเข้าเฝ้า ขอให้ท่านไปรออยู่ที่ชานชาลาประมาณสัก ๔ โมง ข้าพเจ้าจะพยายามที่จะช่วยท่าน" ตั้งแต่นั้นมาราชทูตก็แสดง กิริยาสุภาพต่อข้าพเจ้าทุกอย่าง (๑) (๑) พอพวกบาดหลวงในโรงเรียนสามเณรที่กรุงปารีส ได้ส่ง จดหมายบรรทึกฉบับแรกไปยังมองซิเออร์เดอร์เซเนเล (Seignelay) แลได้บอกให้ท่านผู้นี้ทราบถึงการที่ พวกข้าพเจ้าต้องมาในทางราชการใน ครั้งนี้แลถึงเหตุผลที่ต้องค้างอยู่ที่กรุงลอนดอนแล้ว พวกข้าพเจ้าก็ได้ รับผลอันดีดังต่อไปนี้ คือพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้มีรับสั่งให้มองซิเออร์ เดอร์เซเนเล จัดการสามอย่างซึ่งเปนประโยชน์ต่อพวกเราเปนอันมาก คือ ๑ ได้มีจดหมายไปถึงมองซิเออร์เดอบาริยองราชทูตฝรั่งเศสประจำอยู่ ณประเทศอังกฤษ ให้จัดการโดยเต็มกำลังที่จะทำได้ ให้การที่พวกเรา ได้ขอร้องไว้ได้เปนผลสำเร็จตามความต้องการ ให้ราชทูตช่วยเรา โดยเต็มอำนาจแลหน้าที่ที่จะทำได้ แลให้ช่วยในการที่เกี่ยวด้วยเงิน ทั้งให้จัดการหาเรือให้พวกเราได้ข้ามไปยังประเทศฝรั่งเศสให้สบายด้วย ๒ ให้ราชทูตจัดหัวหน้าคนหนึ่งให้ล่วงหน้าพวกเราไป เพื่อให้คอยจัดรถ แลจัดอาหารการรับประทานให้เปนที่เรียบร้อย แลได้มีคำสั่งไปยังเจ้า



๑๔๒ เมื่อข้าพเจ้าได้ออกจากบ้านท่านราชทูตแล้ว ข้าพเจ้าได้ไปหา มองซิเออร์เดอชันเดอแลนด์ (Sunderland) ซึ่งกลับทำให้ข้าพเจ้าได้รับ ความลำบากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะท่านผู้นี้ได้บอกกับข้าพเจ้าว่า พระ เจ้าแผ่นดินสยามไม่ได้เปนนาย ข้าพเจ้าจึงได้ชี้แจงว่า การที่พระเจ้า แผ่นดินสยามทรงขอร้องมานี้ ก็ไม่ผิดอะไรกับที่ทรงปฏิบัติต่อพวกอังกฤษ คือ เมื่อสินค้าของอังกฤษเข้าไปถึงเมืองไทย ก็ไม่ตรวจค้นอย่างใด แลก็ไม่ต้องเสียภาษีเลย คำชี้แจงนี้ทำให้มองซิเออร์ซันเดอแลนด์ ชงัก จึงบอกข้าพเจ้าว่าจะช่วยเหลือข้าพเจ้าทุกประการ ดูเหมือน ในเรื่องนี้ มองซิเออร์เดอซันแลนด์ได้นำความกราบทูลพระเจ้ากรุง อังกฤษ ก่อนที่ข้าพเจ้าได้ไปเฝ้า เมื่อข้าพเจ้าไปเฝ้านั้น พระเจ้ากรุง อังกฤษประทับอยู่ในห้องของมาดำเดอปอตสเมา (Portsmouth) มอง ซิเออร์เดอบาริยอง กับมองซิเออร์ปอเตอแลนด์ (Porterland) จูง มือข้าพเจ้าคนละมือ พาเข้าไปยังห้องที่ประทับ พอทอดพระเนตรมาเห็น ข้าพเจ้า ก็รับสั่งถึงพงศาวดารเมืองจีนก่อน เพราะเวลานั้นบรรดา หนังสือพิมพ์กล่าวความต่าง ๆ ไม่ลงรอยกัน ส่วนข้อความเลอียดที่ยัง

เมืองรายทางที่เราจะต้องผ่านให้จัดการรับรองพวกเราให้ดี ๓ ได้มีคำสั่ง ไปยังเจ้าพนักงารต่าง ๆ ห้ามมิให้เปิดแลค้นของ ๆ พวกเรา ไม่ใช่ แต่เท่านั้น ยังได้กำชับพวกเจ้าพนักงารให้รีบร้อนจัดการให้พวกเราได้ เดิรทางโดยสดวกทุกประการ เมื่อการเปนเช่นนี้ต่อไปพวกเราได้รับ ความสดวกเพียงไรก็ไม่น่าเปนการน่าประหลาทอย่างใดเลย

๑๔๓ บกพร่องอยู่ ข้าพเจ้าก็กราบทูลให้ทรงทราบ ในระหว่างที่ข้าพเจ้ากราบ ทูลอยู่นั้น มีแต่มาดำหอตสเมราคนเดียวที่พุดสอดเข้ามาห้าหกครั้ง แล บางทีข้าพเจ้าก็ทำเปนไม่ได้ยินเสียบ้าง มาดำจึงเดิรมาใกล้แล้วจับมือ ข้าพเจ้าพูดว่า " ขอให้ท่านรู้สกเสียเถิดว่า ถ้าท่านไม่ตอยตามที่ข้าพเจ้า จะต้องการรู้ ข้าพเจ้าจะรบกวนท่านไม่หยุด" พระเจ้ากรุงอังกฤษจึง ได้พยักหน้าพระพักตรให้ข้าพเจ้าพูดกับมาดำต่อไป ข้าพเจ้าจึงถามว่า มาดำ จะต้องการรู้สิ่งอันใด มาดำจึงตอบว่า "ข้าพเจ้าอยากทราบความจริงว่า เหตุใดพวกจีนเหล่านี้จึงยอมทิ้งบ้านเมือง ทิ้งครอบครัวทรัพย์สมบัติทุก อย่าง เพราะเหตุว่าหัวดื้อไม่ยอมตัดผมแลไม่ยอมอยู่ในบังคับบัญชาของผู้ ชนะ" ข้าพเจ้าจึงตอบว่า " เท่านั้นเองหรือ ท่านจะอนุญาตให้ข้าพเจ้า ตอบหรือไม่" มาดำบอกว่าอนุญาต ข้าพเจ้าจึงตอบว่า " ข้าพเจ้าไม่ ทราบเหตุอย่างอื่นนอกจากพวกจีนเหล่านี้ รักผมของเขาเท่ากับผู้หญิง ในเมืองนี้ รักผิวเนื้องาม" พอพูดขาดคำพระเจ้ากรุงอังกฤษก็ตบไหล่ มาดำแลดำรัสว่า " มาดำท่านจะเอาหอยไปขายให้ลูกศิษย์ของเซน ยากซ์เสียแล้ว" แล้วจึงทรงหันพระองค์มาหาข้าพเจ้าดำรัสว่า " ขอ ให้อธิบายต่อไปเพราะที่ได้ยินได้ฟังนี้เปนที่พอใจมาก" เมื่อได้กราบทูลเล่าเรื่องเมืองจีนตลอดแล้ว พระเจ้ากรุงอังกฤษ ดำรัสขึ้นเอง ว่าถ้าข้าพเจ้ามีกิจธุระสิ่งใดก็ให้ทูลได้ เมื่อได้รับโอกาศ อย่างดีเช่นนี้ ข้าพเจ้าจึงได้กราบทูลสั้น ๆ เปนเนื้อความอย่างเดียวกับ ที่ได้ชี้แจงไว้กับมองซิเออร์เดอบาริยอง กับมองซิเออร์เดอซันเดอแลนด์


๑๔๔ แล้ว พระเจ้ากรุงอังกฤษจึงได้มีรับสั่งให้มองซิเออร์เดอซันเดอแลนด์ ทำพระราชหัตถ์ไปยังเตรเซอเรอเยเนรัล (Treasurer General) ซึ่งเปน หัวหน้าด่านภาษี ให้คืนหีบแลของต่าง ๆ ให้แก่ข้าพเจ้าโดยไม่ต้องเปิด ตรวจ แล้วก็ทรงเซ็นลายพระราชหัตถ์ ข้าพเจ้าเชื่อใจว่าข้าพเจ้า เคราะห์ดีเต็มทีแล้ว จึงได้ทูลลาแล้วกลับตรงไปยังกรุงลอนดอน ข้าพเจ้า ได้นำลายพระราชหัตถ์ส่งต่อมือท่านเตรเชอเรอเอง ท่านเตรเชอเรอรับพระ ราชหัตถ์แล้วก็จูบพระราชหัตถ์ แล้วเอาลายพระราชหัตถ์วางบนศีร์ษะ จึงเปิดผนึกออกอ่าน เมื่ออ่านจบแล้วได้พูดกับข้าพเจ้าว่าดังนี้ "ข้าพเจ้า มีความเสียใจมากที่เวลานี้ จะทำตามพระราชโองการที่ท่านเชิญมานี้ ยังไม่ได้ เพราะเปนการจำเปนที่จะต้องเรียกข้าราชการมาประชุมเสีย ก่อน เพื่อจะได้จัดการคัดค้านพระเจ้าแผ่นดิน แต่ข้อนี้ก็จะไม่ทำให้ ท่านเสียเวลาเท่าไรนัก เพราะพรุ่งนี้เช้าก็คงจะได้ประชุมตกลงกันใน เรื่องนี้ได้" ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่า พระเจ้ากรุงอังกฤษจะเสด็จทรงไล่เนื้อในวันที่ ข้าพเจ้าทูลลามีนั้นเอง พระราชวังวินเซอร์ก็อยู่ห่างไกลถึง ๒๐ ไมล์ แลเวลาก็บ่ายมากแล้ว ข้าพเจ้าได้มารถเช่าแลรถก็ยังรออยู่หน้าประตู นั้นเอง พอข้าพเจ้าลาท่านเจ้าพนักงารผู้นี้แล้ว จึงได้พูดกับคนขับรถว่า ถ้าขับรถให้ไปถึงเวศมินซเตอร์ได้ก่อนสองยาม ข้าพเจ้าจะรางวัลเงิน ๑ กินนี คนขับรถรับว่าได้ จึงจัดการเปลี่ยนม้าเอาม้าอย่างดีเทียมแล รีบขับไปถึงเวศมินซเตอร์ก่อน ๔ ทุ่มแล้วเลยเข้าไปเฝ้าทีเดียว ในเวลา


๑๔๕ นั้นพระเจ้ากรุงอังกฤษยังกำลังเสวยอยู่ พอทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้า ก็ตกพระทัยจึงรับสั่งว่า "เข้าใจว่าท่านอยู่ที่กรุงลอนดอน เหตุใด ท่านจึงยังอยู่ที่นี่เล่า" ข้าพเจ้าจึงกราบทูลว่า ข้าพเจ้าพึ่งกลับมาจาก ลอนดอนถึงเดี๋ยวนี้เอง ได้นำลายพระราชหัตถ์ไปส่งให้แก่เตรเชอเรอแล้ว เตรเชอเรอ ได้รับลายพระหัตถ์โดยแสดงกิริยาอย่างอ่อนน้อมมากโดย จูบลายพระราชหัตถ์ แลเอาลายพระราชหัตถ์ขึ้นทูลศีร์ษะ แต่เมื่อได้อ่าน เสร็จแล้ว ท่านเตรเชอเรอได้แสดงความเสียใจว่า จะปฏิบัติตามลายพระ ราชหัตถ์ยังไม่ได้ แต่จะต้องประชุมเสียก่อนเพื่อจะได้นำความกราบทูล คัดค้านลายพระราชหัตถ์ เมื่อการเปนเช่นนี้เพื่อจะไม่ให้เสียเวลาแลโดย ไม่ได้บอกให้เตรเชอเรอทราบ ข้าพเจ้าได้รีบขึ้นรถมากราบทูลตามเรื่อง ที่เปนไปให้ทรงทราบ เวลาที่เฝ้าครั้งนี้มองซิเออร์เดอซันเดอแลนด์หาอยู่ไม่ พระเจ้ากรุง อังกฤษจึงรับสั่งเรียกกระดาษหมึกปากกา แลทรงพระอักษรที่โต๊ะเสวย นั้นเอง มีใจความว่าดังนี้ ถึงแกรนเตรเชอเรอ เมื่อท่านได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว ให้ถือว่า เปนคำสั่งของเรา ให้ท่านไปยังโรงภาษีด้วยตัวเอง คืนหีบแลของ ต่าง ๆ ที่ผู้ถือจดหมายนี้ได้นำมาจากกรุงสยาม เพื่อพาไปยังประเทศ ฝรั่งเศส มอบให้แก่ผู้ถือจดหมายนี้ โดยไม่ต้องเปิดตรวจแลไม่คิดค่า ภาษีหรือค่าโสหุ้ยอย่างใด แลเปนหน้าที่ของท่านที่จะต้องนำหีบแลของ ๑๙


๑๔๖ ต่าง ๆ เหล่านี้บรรทุกลงเรือย๊อตของเราที่ชื่อ ลาชาลอต (La cherlotte) ซึ่งเปนเรือที่เราได้อนุญาตให้พาเขาไปยังเมืองครเล ทั้งีนั้ถ้าจะไม่ให้กริ้ว ให้รีบทำโดยเร็ว" เมื่อทรงเขียนแล้วได้พระราชทานมาให้ข้าพเจ้าแลรับสั่งว่า "นี่แน่ ใบเห็นชอบของฉัน" ข้าพเจ้าได้รีบขึ้นรถกลับไปยังกรุงลอนดอนอีก ครั้นเช้าโมง ๑ ได้ไป ยังบ้านของท่านเตรเชอเรอ ได้ทราบว่าท่านเตรเชอเรอได้ไปยังที่ทำการ แล้ว ข้าพเจ้าจึงได้ขึ้นรถตามไป แล้วเคาะประตูห้องที่กำลังมีประชุมอยู่คนเฝ้าประตูไม่เคยได้เห็นผู้ใดเคาะประตูเลย จึงเปิดประตูบานเล็ก เพื่อจะมองดูว่า จะเปนผู้ใดที่มีความกล้าหาญมาเคาะประตูเช่นนี้ เพราะ ตามธรรมดาเขาเพียงแต่เกาประตูเปนเครื่องหมายเท่านั้น คนเฝ้าประตู ได้ถามด้วยเสียงกระชาก ๆ ว่า ข้าพเจ้าเปนใคร แต่ข้าพเจ้าก็หาได้เข้า ใจคำถามไม่ เพราะคนเฝ้าประตูพูดภาษาอังกฤษ ข้าพเจ้าก็บอกว่า ข้าพเจ้าเชิญพระหัตถ์เลขาของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งเปนพระราช โองการสำหรับฉเพาะตัวท่านเตรเชอเรอ แลข้าพเจ้าก็เอาพระราชหัตถ์ให้ คนเฝ้าประตูดู คนเฝ้าประตูก็เข้าใจจึงได้เปิดประตู แล้วนำความไป บอกแกท่านเตรเชอเรอ แล้วจึงได้เปิดประตูใหญ่ออกทั้งสองบาน แลทำ กิริยาเชิญให้ข้าพเจ้าเข้าไป ท่านเตรเชอเรอได้ลงจากโธรนซึ่งสูงกว่า ๘ คั่น ข้าพเจ้าจึงได้ส่งพระราชหัตถ์ให้ ท่านเตรเชอเรอรับไปอ่านแล้ว จึงหันไปพูด กับข้าราชการอื่น ๆ ที่ประชุมอยู่ณที่นั้นว่า " การประชุมเลิกแล้ว พระเจ้า


๑๔๗ แผ่นดินมีพระราชโองการให้คืนของให้ท่านผู้นี้โดยทันที ซึ่งเปนเรื่องที่ข้าพ เจ้าได้เชิญท่านมาประชุมนั้นเอง" ท่านเตรเชอเรอจึงจงทือข้าพเจ้าไปขึ้น รถเทียมม้า ๖ รถได้ขับตรงไปยังโรงภาษี พอถึงยังไม่ก้าวลงจากรถ พวกพนักงารต่าง ๆ ก็มาล้อมท่านเตรเชอเรอรอบหมด ท่านเตรเชอเรอ ได้ไปยังโรงเก็บของด้วยตัวเอง แลได้ขอให้พฃข้าพเจ้าตรวจนับหีบของ ต่าง ๆ ว่าจะอยู่ครบเรียบร้อยหรือไม่ ข้าพเจ้าจึงได้บอกว่าอยู่ครบเรียบ ร้อยเหมือนเมื่อเอาลงจากเรือเช่นนั้น ท่านเตรเชอเรอจึงสั่งให้ถอยเรือชื่อ ชาลอต แลได้ให้นำของลงบันทุกเรือโดยทันที ท่านเตรเชอเรอได้ให้เอา ของเรียงให้เรียบร้อย แลได้สั่งนายเรือให้เปนธุระเอื้อเฟื้อต่อพวกข้าพเจ้า ท่านเตรเชอเรอเขี้ยวเข็นจะพาข้าพเจ้าไปส่งยังบ้านให้จงได้ เมื่อมา ตามทางได้ให้หยุดรถที่โรงกาแฟ แลบอกข้าพเจ้าว่า ก่อนที่จะจากกัน จะต้องดื่มคำนับให้พรข้าพเจ้าเสียก่อน ท่านเตรเชอเรอกับข้าพเจ้าจึงได้ เข้าไปในโรงกาแฟ แลคนใช้ได้เอาเหล้าเมืองสเปนมาให้ดื่มขวด ๑ ท่านเตรเชอเรอได้รินเหล้าส่งให้ข้าพเจ้าถ้วย ๑ ท่านเองอีกถ้วย ๑ แล้ว จงพูดกับข้าพเจ้าว่า "ก่อนที่ข้าพเจ้าจะดื่มให้ท่าน ขอให้ท่านบอกให้ทราบ สักหน่อยว่า เปรตตัวใดเปรตใหญ่ตัวใด ได้พาท่านไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้จน เช้าวันนี้ ท่านจึงได้ไปรับพระราชหัตถ์มาส่งให้ข้าพเจ้าได้" ข้าพเจ้าจึง ตอบว่า "ดื่มกันสักทีก่อนเถิด เมื่อดื่มแล้วจึงจะให้ท่านดูตัวเปรตที่ ท่านอยากเห็นนัก" แล้วข้าพเจ้าก็เล่าให้ฟังตามเรื่องที่ได้ทำไปดังได้ อธิบายไว้ข้างบนนี้แล้ว ท่านเตรเชอเรอได้แสดงความยินดี แล้วได้พา ข้าพเจ้าไปส่งยังที่พัก

๑๔๘ เรื่องมองซิเออร์ บีวาเช ยกตำแหน่งหัวหน้าต่างพระองค์ให้แก่คนไทย ด้วยเหตุที่ข้าพเจ้าต้องการรอคำตอบจากกรุงปารีสเสียก่อน จึง ไม่ได้รีบร้อนที่จะเดิรทางต่อไป แต่พอได้รับจดหมายฉบับแรกก็ได้รับ ความลำบากใจเปนอันมาก เพราะท่านหัวหน้าโรงเรียนสามเณรได้นำ ตราตั้งของข้าพเจ้าให้เสนาบดีด ข้าราชการทั้งหลายจึงเห็นว่า การที่ ข้าพเจ้ารับตำแหน่งเปนหัวหน้าข้าราชการ มาต่างพระองค์เช่นนี้เปนการไม่ สมควร ตำแหน่งอันนี้เห็นกันว่าข้าพเจ้าควรมอบให้แก่คนไทยซึ่งเปน คนตำแหน่งรองข้าพเจ้า แลควรให้คนไทยเดิรหน้าข้าพเจ้า เพื่อจะ ได้ให้เกียรติยศแก่คนไทยทุกอย่าง แต่เมื่อข้าพเจ้าได้ออกจากเมืองไทยก็ได้นำมาในตำแหน่งหัวหน้า เมื่อ ไปถึงประเทศอังกฤษก็คงยังเปนหัวหน้าอยู่ อีกประการ ๑ พระเจ้า กรุงสยามก็วางพระทัยในตัวข้าพเจ้าโดยฉเพาะ เพราะฉนั้นข้าพเจ้าจึง เห็นจำเปนต้องมีหนังสือไปคัดค้านในเรื่องนี้ การที่ข้าพเจ้าได้ชี้แจง เหตุผลคัดค้านไปนั้นเจ้าพนักงารฝรั่งเศสก็เห็นว่าเปนความจริงอยู่ แต่ถึง กระนั้นก็ไม่ยอมให้ข้าพเจ้าเปนหัวหน้า คงให้ข้าพเจ้ามอบตำแหน่งหน้าที่ ให้คนไทยต่อไป แลในเรื่องนี้เจ้าพนักงารฝรั่งเศสได้จัดให้มองซิเออร์ เซอแวง (Sevin) ซึ่งเปนผู้อำนวยการคนหนึ่งของโรงเรียนสามเณร มาคคอยพบกับข้าพเจ้าที่เมืองคาเล เพื่อจะได้ชี้แจงให้ข้าพเจ้าทราบว่า ในเรื่องนี้เปนความประสงค์ของคณะพวกเรา ทั้งเปนความประสงค์ของ ข้าราชการผู้ใหญ่ฝ่ายฝรั่งเศสด้วย

๑๔๙ ในใจจริงข้าพเจ้าก็มีความยินดี ที่จะได้ปลดเปลื้องภาระอันหนักซึ่ง ข้าพเจ้าต้องแบกไว้โดยไม่เต็มใจ แต่ข้าพเจ้าก็เห็นอยู่ว่า ถ้าได้ให้ คนไทยรับหน้าที่แทนข้าพเจ้า ก็น่ากลัวจะเกิดเรื่องอันน่าเสียใจต่าง ๆ เพราะนิสัยของคนไทยที่มากับข้าพเจ้าในคราวนี้ เปนคนเจ้าโทโสจัด มีกิริยาตึงตัง ถ้ารู้สึกว่าจะทำการได้ตามชอบใจโดยไม่มีผู้ใดบังคับ บัญชาแล้วก็คงจะทำการตึงตังต่าง ๆ การที่ข้าพเจ้าคาดหมายไว้นี้ก็ ไม่ผิดอะไร เพราะภายหลังก็ได้เกิดเรื่องขึ้นตรงกับที่ข้าพเจ้าได้คะเนไว้ แต่อย่างไรก็ดีเพื่อจะให้คนไทยเหล่านี้เห็นว่า การเรื่องนี้เปนความ คิดของข้าพเจ้าเองนั้น เมื่อเรือได้ทอดสมอที่เมืองคาเลแล้ว มองซิเออร์ เซอแวง ก็ขึ้นมาหาบนเรือดังข้าพเจ้าได้มีจดหมายขอร้องไว้ ข้าพเจ้า จึงได้เรียกคนไทยมาหาข้าพเจ้าต่อหน้ามองซิเออร์เซอแวง แลได้ ชี้แจงให้คนไทยฟังว่า ตั้งแต่พวกเราได้ออกจากกรุงสยามตลอดจน เวลานี้ ข้าพเจ้าเปนผู้ได้รับตำแหน่งแลหน้าที่หัวหน้าของข้าราชการ ที่มาต่างพระองค์ แลในตลอดเวลาที่ได้เดิรทางมาด้วยกันนั้น ข้าพเจ้า ก็ต้องชมเชยคนไทยว่าได้ประพฤติตัวเรียบร้อยไม่มีที่ติ เพราะเหตุว่า คนไทยก็ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของข้าพเจ้าเสมอ แต่ตั้งแต่เวลานี้ต่อไป ข้าพเจ้าเห็นเปนการจำเปนที่จะยกให้คนไทยเปนหัวหน้า เพราะเหตุว่า ได้มาถึงบ้านเมืองของข้าพเจ้าแล้ว ซึ่งไม่สมควรที่จะให้ใครรู้สึกว่า คนไทยอยู่ในบังคับบัญชาของข้าพเจ้า เมื่อได้ชี้แจงเสร็จแล้วพวกไทย คัดค้านต่าง ๆ ไม่ยอมรับหน้าที่นี้ ข้าพเจ้าจึงต้องอ้างพระราชโองการ


๑๕๐ ของพระเจ้าแผ่นดินสยามซึ่งได้มีต่อหน้าข้าพเจ้า กล่าวคือ ถ้าคนไทย จะขัดขวางไม่ยอมทำตามคำสั่งของข้าพเจ้าประการใด เมื่อกลับไปถึง กรุงสยามแล้ว ถ้าข้าพเจ้าจะกล่าวโทษขึ้นแม้แต่เรื่องเล็กน้อย ก็จะ ต้องรับพระราชอาญาอย่างหนัก ข้าพเจ้าจึงได้พูดว่า "ถ้าท่านจะไม่ ทำตามความต้องการของข้าพเจ้าโดยเต็มใจ แลทำด้วยความรักใคร่กัน แล้ว ข้าพเจ้าจะต้องสั่งให้ท่านทำตามอำนาจที่ข้าพเจ้ามีอยู่" เมื่อ คนไทยเห็นว่าจะแก้ไขไม่ได้แล้ว จึงได้ทำการป้องกันตัวไว้โดยขอให้ ข้าพเจ้าทำคำสั่งเปนลายลักษณ์อักษร ข้าพเจ้าก็ได้เขียนคำสั่งให้ตามที่ เขาต้องการ ตั้งแต่นั้นมาข้าพเจ้าก็เปนแต่คนธรรมดาที่มากับคนไทย สำหรับเปนที่ปรึกษาเท่านั้น

ว่าด้วยการรับรองทูตไทยที่เมืองคาเล ที่เมืองคาเลนั้นท่านดุกเดอชาโรสต์ (Duc de Charost) ซึ่งเปน เพื่อนสนิธของคณะบาดหลวงได้ตั้งใจสั่งข้าราชการทุกคน แลทุกหน้าที่ ทั้งฝ่ายทหารแลพลเรือน ให้จัดการรับรองทุกอย่างอย่าให้บกพร่องได้ พวกเราพอก้าวลงจากเรือก็ได้รับความรับรองอย่างดีทสุด ด้วยบรรดา ข้าราชการทั้งทหารพลเรือนแลราษฎรทั้งหมด คอยรับรองอย่างแขงแรง เมื่อจะขึ้นรถก็มีข้าราชการล้อมแน่น ล้วนแต่ชิงกันมาคอยจับมือพวกเรา ข้าราชการผู้ใหญ่แลพลเรือนที่เปนคนสำคัญ ๆ ล้วนแต่ออกมาต้อน รับทุกคนไม่ได้ขาดเลยจนคนเดียว ฝ่ายทหารถืออาวุธมีกลองนำหน้า


๑๕๑ เรียงรายไปตามถนนตลอดทาง จนรถไปถึงที่พัก บ้านที่พักนั้นก็เปน บ้านงามอย่างที่สุด ตบแต่งประดับประดาก็ผิดกว่าบ้านธรรมดา พอไป ถึงบ้านที่พักก็ได้มีการเลี้ยงอย่างใหญ่โตงดงาม ซึ่งข้าพเจ้ายังไม่ เคยได้พบเห็นเช่นนี้เลย บรรดาผู้ชายถอดหมวกถือไว้ทุกคน แลใน ระหว่างที่รับประทานอาหารอยู่นั้น มีแตรแลเครื่องสายสับเปลี่ยนกัน ทำเพลงต่าง ๆ เมื่อรับประทานเสร็จแล้วประมาณ ครึ่งชั่วโมง บรรดา ขุนนางข้าราชการได้มาพร้อมกัน ให้พรแก่พวกเราในนามของท่านดุกเดอ ชาโรศต์ พอเสร็จท่านหัวหน้าราษฎรก็ตามเข้ามา แลได้นำสุราอย่างดี ที่สุดมาให้ดื่ม แลเพื่อจะกันไม่ให้ราษฎรมาห้อมล้อมรบกวนพวกเรา เจ้าพนักงารจึงได้จัดทหารกาตของท่านเจ้าเมืองเอง ให้มาอยู่ยามเฝ้า พิทักษ์รักษาทั้งกลางวันกลางคืน ดุจพวกเราเปนนายบังคับบัญชา ทหารเหล่านี้เหมือนกัน มองซิเออร์ชาโตเรโน (Chateaurenault) ซึ่งเปนหัวหน้าโรงภาษีได้เปนธุระส่งเข้า ของหีบปัดของพวกเราตรงมายังที่ พัก แลได้เปนธุระตรวจตราว่าหีบแสของอย่างใดที่จำเปนจะต้องการใช้ ก็ได้ ให้จัดบันทุกรถส่งมาเปนที่เรียบร้อยดีมาก


การรับรองทูตไทยตั้งแต่เมืองคาเลถึงกรุงปารีส ท่านดุกเดลเบอพ์ (Duc d' Elboueuf) ผู้ว่าราชการมณฑลปีกาดี ได้จัดการเตรียมการรับรองอย่างเดียวกับท่านดุกเดอชาโรสต์ เพราะฉนั้น ในระหว่างเดิรทางตลอดทางไม่มีอื่นนอกจากพวกเราได้รับพร ได้รับ

๑๕๒ ความนบนอบแลได้รับของต่าง ๆ จนที่สุดในเมืองซึ่งเปนเมืองทหาร เช่นเมืองคเล เมืองบูลอยน์แลเมืองอื่น ๆ พวกนายทหารก็ออกมา รับรองเหมือนกัน การที่อยู่ในที่ ๆ เขารับรองเช่นนี้ดูสบายเปนสุขมาก เพราะไม่ได้ยินได้ฟังอย่างอื่นนอกจากการยกย่องสรรเสริญ ไม่ได้เห็น อย่างอื่นนอกจากเจ้าบ้านผ่านเมืองใหญ่ ๆ ชิงกันที่จะรับรองพวกเรา ทั้ง คอยชิงแสดงไมตรีแลให้เกียรติยศต่อพวกเราด้วย จริงอยู่ที่มีคนมา ต้อนรับเช่นนี้เกี่ยวแก่การที่พวกนี้อยากดูอยากเห็นก็มาก แต่อย่างไร ก็ดีเปนเรื่องที่ยากลำบากใจที่สุด เพราะต้องอยู่แก่คนที่คอยทำท่าบึ้ง ในเวลาที่คนอื่นแสดงไมตรีอันสุจริต แลต้องคอยเอาเข็มแทงอย่างโค เพื่อให้พวกนี้แสดงกิริยาอันสุภาพ แลยิ่งคนอื่นคิดอ่านหาทางที่จะให้ พอใจ พวกไทยก็ยิ่งแสดงความไม่พอใจเรื่อยไป ในข้อนี้ข้าพเจ้าก็ ได้พูดชี้แจงอยู่เสมอ ๆ ถึงใครจะพูดว่าอย่างไรก็ตาม แต่ก็เปนการ จำเปนที่จะต้องหาทางแก้ในข้อนี้ให้จงได้ เมื่อไปถึงเมืองโบมอง (Beaumont) แล้วมีมองซิเออร์เดอบรีซาเซีย (Brisacier) หัวหน้าโรงเรียนสามเณร มองซิเออร์แฟมาเนล (Fermanel) มองซิเออร์เลอเฟฟ (Lefebvre) มาคอยรับอยู่ มองซิเออร์เดอลีล (L' isle) ผู้มาแทนมองซิเออร์เดอเซเนเล (Seignelay) ได้พาพวกเรา ไปพักยังโฮเต็ลที่ได้จัดไว้รับพวกเรา พอพวกเราได้เข้าไปถึงในห้อง บรรดาท่านที่ออกนามมาแล้วก็เข้ามาหา แลท่านหัวหน้าโรงเรียน สามเณร ได้ทำพิธีกล่าวคำรับรองข้าราชการไทยที่มาต่างพระองค์


๑๕๓ พระเจ้ากรุงสยาม ข้าราชการต่างพระองค์ได้ให้ข้าพเจ้าตอบขอบใจท่าน เหล่านี้ในการที่ได้จัดรับรอง แลว่าเมื่อได้กลับไปถึงกรุงสยามแล้วจะ ได้นำความกราบทูลพระเจ้ากรุงสยามผู้เปนนาย ให้ทรงทราบการต่าง ๆ โดยเลอียด แล้วท่านที่ออกนามมาแล้วได้รับประทานอาหารกับพวกเรา เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ข้าพเจ้าได้เข้าไปยังห้องที่พักของข้าราชการไทย แลได้มอบบรรดาห่อขของแลจดหมายต่าง ๆ ให้ข้าราชการไทยรักษาไว้ ข้าราชการไทยได้รับไว้แลได้ทำบาญชีไว้อย่างเลอียด จนที่สุดหนังสือ ไม่สำคัญอย่างใดก็จดไว้ด้วย เจ้าพนักงารได้จัดรถเทียมม้า ๖ คัน ให้คัน ๑ รถบันทุกของ ขนาดใหญ่ ๒ คัน แต่รถของท่านที่ออกนามไว้แล้วนั้นเปนรถที่สอาดกว่า ที่เจ้าพนักงารได้จัดไว้ให้พวกเรา ท่านเจ้าของรถจึงอ้อนวอนขอให้พวก เราขึ้นรถของเขา ฝ่ายเขาจะได้ขึ้นรถของพวกเรา ลงปลายก็ได้แลก เปลี่ยนรถกันอย่างว่า เพราะท่านเหล่านั้นยังมีข้อความที่จะต้องการ ถามข้าพเจ้าอีกหลายข้อ เมื่อได้ออกรถไปได้ประมาณสามหรือสี่ไมล์ ก่อนที่จะถึงเมืองแซงต์เดนีซ์ (Saint Denis) ได้มีรถเทียมม้า ๖ ออกมา คอยรับอยู่ ๒ คัน รถนี้เปนรถอย่างดีแลอย่างงามของมองซิเออร์คอลแบ ซึ่งได้ให้ล่วงหน้ามาคอยรับเราพร้อมกับมองซิเออร์บลองโด (Blondeau) ผู้บังคับการทหารกาดกรุงปารีส ทั้งมีทหารม้าหลายคนขี่ม้างามมาก แต่ง ตัวสวมเสื้อน้ำเงินสพายปืน ทหารม้าเหล่านี้ได้ขี่ม้านำรถบ้าง ตามบ้าง ๒๐


๑๕๔ ในรถคันแรกนั้นมีข้าราชการต่างพระองค์ ๒ มองซิเออร์บลองโด ๑ ล่าม ๑ ตัวข้าพเจ้า ๑ นั่งมาในรถ ได้ขี่รถมีทหารแห่นำตามไปจนถึงเมือง แซงต์เดนีซ์ แต่เพราะเหตุว่าได้มีคำสั่งให้พวกเราเข้ากรุงปารีสแต่วัน จึงมีเพียงแต่เวลาเพียงรับประทานอาหารที่เมืองนี้เท่านั้นพอรับประทานเสร็จ ก็ต้องขึ้นรถต่อไปอีก การที่เขาจัดรับรองอย่างไรไม่จำเปนต้องมีคนถาม แลไม่จำเปนต้องอธิบายว่าเขาได้รับรองดีอย่างไร พวกบาดหลวงใน โรงเรียนสามเณรทุกคน มีความประสงค์จะมารับรองบ้างเหมือนกัน จึงได้ต่างคนขี่รถขนาดใหญ่แลอย่างงดงาม ตามส่งจากเมืองแซงต์เดนีซ์ จนที่สุดเมื่อจะเข้าประตูเมืองปารีสมีรถตามกันเปนแถวถึง ๑๔ คัน ทูตไทยถึงกรุงปารีส รถที่พวกเรานั่งไปนั้นได้ออกหน้ารถหลังอื่นแลทหารม้าก็ได้ขี่ม้า นำหน้ารถ ทหารเหล่านี้คอยบอกพวกที่มาดูว่า พวกเราเปนใครมา แต่ไหน ตามถนนที่ผ่านไปทุก ๆ ถนน ได้ยินแต่เสียงคนพูดกันว่า "ท่าน เหล่านี้เปนราชทูตของพระเจ้าแผ่นดินสยาม" บรรดาชาวบ้านแลชาวร้าน ชาวห้างล้วนแต่ออกมาดูด้วยกันทั้งสิ้น พวกไหนที่มาดูไม่ทันในที่นี้ก็ ไปดักคอยดูในที่อื่น บางคนก็แสดงกิริยานบนอบอย่างสุภาพ บางคน ก็กล่าวคำสัพยอกล้อเล่น ล้วนแต่เบียดเสียดผลักไสกันจะคอยดูจน น่ากลัวจะเปนอันตรายด้วยม้าจะเหยียบหรือรถจะทับ กระบวรก็เดิร อย่างช้า ๆ เพราะฉนั้นผู้คนแน่นเข้าทุกที ได้เห็นรถต่าง ๆ ทุกชนิด แลคนขี่ม้าสวนทางไปแล้วย้อนกลับมาอีกเพื่อคอยดูพวกเราก็มี


๑๕๕ ในที่สุดเมื่อได้ผ่านไปตามถนนอย่างงาม ๆ ของกรุงปารีส ก็ได้ มาถึงโฮเต็ลเดอตาราน (Taranne) ใกล้กับลาชาริเต (la Charite) ใน ตำบลแซงต์เยอแมง (fautourg Saint Germain) ในบรรดาโฮเต็ล ต่าง ๆ ที่มีในกรุงปารีสไม่มีโฮเต็ลใดจะเหมาะสำหรับให้พวกเราพักยิ่ง กว่าโฮเต็ลนี้ เพราะตั้งอยู่ในสถานที่ซึ่งสบายแลน่าอยู่ยิ่งกว่าแห่งอื่น ในเมืองใหญ่โตนี้ แลใกล้กับโรงเรียนสามเณรของพวกเราด้วย ซึ่งเปนการที่ข้าพเจ้าได้หวังแลขอร้องอยู่แล้ว จะหาบ้านไหนสบาย กว่าบ้านนี้เปนไม่ได้แล้ว แรกเข้าไปมีห้องใหญ่อันงดงามห้อง ๑ ต่อนั้น ไปมีห้องใหญ่กว่าห้องนอกอีกห้องหนึ่ง หันหน้าออกทางถนน ซึ่งเปน ห้องสำหรับพวกเรารับประทานอาหาร ข้างห้องรับประทานอาหารนี้มี ห้องเล็กอีกห้องหนึ่ง ต่อนั้นไปมีห้องใหญ่อีกสองห้องประดับกระจกเงา อย่างใหญ่เต็มห้อง ในห้องทั้งสองนี้มีลวดลายทำด้วยเงินแลทาสีแดง ทั้งมีตู้ชั้นแลมีโต๊ะฝังลวดเงินแลทอง ห้องที่สองนั้นกลับงามแล น่าอยู่ยิ่งกว่าห้องแรก ห้องทั้งสองนี้เจ้าพนักงารได้จัดไว้สำหรับให้ ข้าราชการไทยอยู่ นอกจากนี้ยังมีห้องอีกสองห้องฝายด้วยผ้าสีแดงปัก เปนลายต่าง ๆ แลมีตู้โต๊ะงาม ๆ เท่ากับห้องที่ให้ข้าราชการไทยพัก เหมือนกัน ห้องเหล่านี้มีทางเดิรติดต่อถึงกัน ทำสีแลประดับ ด้วยของต่าง ๆ อันน่าชม นอกจากนี้ยังมีเจ้าพนักงารสองคนแลมีคน ใช้อีกสองคน เปนคนของมองซิเออร์เดอเซเนเลให้มาอยู่ประจำ สำหรับคอยรับใช้ คนทั้งสี่ก็มีห้องที่พักอันงดงามน่าอยู่เหมือนกัน


๑๕๖ ยังมีเจ้าของโฮเต็ลกับเสมียนแลคนใช้คน ๑ หัวหน้าเสมียนแลเสมียน ที่สองคนสำหรับดูแลม้า แลคนทำครัวสองคน ยังคนใช้อีกสองคน กับคนเฝ้าประตูคน ๑ ล้วนแต่มีห้องที่อยู่สบายทุกคน ไม่ใช่แต่เท่านี้ ข้าพเจ้ายังได้พาชาวเมืองเฟลนเดอมาสองคน ซึ่งเปนคนติดสอยห้อย ตามพวกเรามา แลเปนธุระดูแลการทั่วไป ตลอดจนนักเรียนสี่คนล่าม แลคนใช้ ล้วนแต่มีห้องอยู่อย่างสบายทุกคน โต๊ะสำหรับรับประทานอาหารนั้นตั้งไว้ ๑๒ที่ประจำเสมอ แลอาหาร ที่รับประทานก็เปนของอย่างดีฟุ่มเฟือยมาก อาหารนี้เปนเงินของพระ เจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสซึ่งเวลานี้ประทับอยู่ที่ฟองแตนโบล (Fontaineblenu) แลยังมีรถมาประจำสำหรับให้ใช้หลัง ๑ ด้วย เมื่อได้มาถึงกรุงปารีสแล้วสักสามสี่วัน มองซิเออร์เฟมาแนล (Fermanel) กับมองซิเออร์เดอบรีซาเซีย (Brisacier) ได้ชักชวนให้ ข้าพเจ้าไปหาท่านบาดหลวงเดอชัวซี (abbe de Choisy) แลได้สั่งให้ ข้าพเจ้าชี้แจงเหตุผลต่างๆ ที่ได้มาในคราวนี้ ให้ท่านบาดหลวงทราบ ข้าพเจ้าได้พยายามเล่าถึงเหตุผลชั้นต้นตามที่เปนไป แลผลที่สุดซึ่ง หวังจากการส่งราชทูตมาทั้งคราวแรกแลคราวนี้ การที่ได้สนทนากับ ท่านบาดหลวงเดอชัวซีนี้ได้รับความรู้แลความสว่างเปนอันมาก เพราะ ท่านผู้นี้ติดต่อกับทางราชการอยู่เสมอ ทั้งได้รับคำแนะนำอย่างดีซึ่ง ต่อไปล้วนแต่เปนผลดีสำเร็จทั้งสิ้น การที่ข้าพเจ้าได้กล่าวเช่นนี้ก็เพราะ ประสงค์จะเตือนผู้ที่จะมีหน้าที่ เจรจาการบ้านเมืองอย่างข้าพเจ้าต่อไปให้รู้


๑๕๗ สึกแลปฏิบัติในการดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ ๑ เปนการจำเปนที่สุดที่จะ ต้องแสดงความในใจตามจริงทุกอย่าง ต่อคนที่ฉลาดแลที่มีความ ชำนาญรอบรู้ในการต่าง ๆ อย่าได้ปิดบังอำพรางข้อความอย่างใดเลย ๒ คนที่เราจะแสดงความในใจให้ฟังดังกล่าวมาแล้วนั้น ต้องเปนคนที่ พวกบาดหลวงในโรงเรียนสามเณรได้แนะนำให้ไปหาเท่านั้น แลไม่ ต้องพิเคราะห์ถึงความรู้ของผู้นั้น ซึ่งมักจะไม่ตรงกับความรู้ของคนอื่น ถ้าหากว่าคนที่มีความรู้ความชำนาญ แลเปนคนฉลาดได้แนะนำการอย่าง ใด ถ้าการนั้น ๆ ไม่เปนผลสำเร็จ ก็คงเปนด้วยเหตุที่ไปทำการนั้นไม่ตรงกับคำแนะนำ ว่าด้วยการที่ได้พบแลสนทนา กับมองซิเออร์เดอเซเนเล (Seignelay) แลมองซิเออร์เดอครัวซี (Croissi) ในครั้งแรก ในไม่ช้านานเท่าไรนัก ท่านมาควิศเดอเซเนอเล ได้มีจดหมาย มายังข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าไปยังในวังอย่างเงียบ ๆ ท่านบาดหลวง เดอชัวซีเปนผู้ที่ได้พาข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าได้ไปถึงพระราชวังฟอนเตนโบลในเวลาค่ำ เพื่อจะไม่ให้ใคร จำข้าพเจ้าได้ พอมองซิเออร์เดอเซเนเลทราบว่าข้าพเจ้าได้มาถึงแล้ว ก็ ได้เชิญข้าพเจ้าไปยังห้องได้สนทนากันประมาณ ๓ ชั่วโมง ในชั้นต้น มองซิเออร์เดอเซเนเลได้ถามถึงความประสงค์ ที่ส่งข้าราชการมาต่างพระ


๑๕๘ องค์เช่นนี้ ข้าพเจ้าได้อธิบายว่ามีความประสงค์ ๓ อย่าง คือ ๑ เพื่อจะมาสืบข่าวถึงราชทูตที่ส่งมาครั้งก่อน ๒ เพื่อจะมาแสดงความยินดีต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสในการที่ท่านเกเดอบูรกอยน์ประสูติ ๓ เพื่อแสดงความยินดีของพระเจ้ากรุงสยามใน การที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ชัยชนะสงคราม แลทั้งมีพระราชประสงค์จะเปนไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสด้วย มองซิเออร์เดอเซเนเลจึงตอบว่า ได้เห็นจดหมายเหตุของคณะบาดหลวงแล้ว แต่ข่อความเหล่านั้นเปนความไม่จริง แลเมื่อข้าพเจ้าจะพูดถึงการอย่างใด ๆ ขอให้ระวังอย่าได้พูดถึงการแต่งทูตไปกรุงสยามเลย เพราะพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ตั้งพระทัยไว้แล้วว่าจะไม่แต่งไป การที่มองซิเออร์เดอเซเนเลกล่าวเช่นนี้ ก็โดยอ้างหลักฐานที่พวกฮอลันดานำข่าวมาเล่าลือซึ่งเปนข่าวผิดแท้ ว่าพระเจ้ากรุงสยามไม่ได้ดำริห์ ที่จะแต่งราชทูตมายังประเทศฝรั่งเศสเลย เพราะฉนั้นการที่ข้าพเจ้าได้ ชี้แจงทั้งหลายเปนสิ่งที่ข้าพเจ้าเข้าใจผิด จึงเกิดจำเปนที่ข้าพเจ้าจะต้องชี้แจงให้เห็นความเปนจริง ข้าพเจ้าจึงได้ขอให้มองซิเออร์เดอเซเนเลฟังข้าพเจ้าให้ตลอดเสียก่อน อย่าเพ่อคัดค้านอย่างใด ข้าพเจ้าจึงได้ชี้แจงว่า ตามข้อความที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วเปนสิ่งที่จริงแลการก็ ได้ดำเนิรไปอยู่แล้ว ทั้งนี้ข้าพเจ้าอาจจะหาหลักฐานมาแสดงแลจะไม่ให้ มองซิเออร์เดอเซเนเลมมีข้อคัดค้านได้จนคำเดียว ข้าพเจ้าจึงพูดต่อไปว่า "ท่านเปนหัวหน้าของราชบริษัทแห่งอินเดีย (Conpagnie royale des Indes) คนหนึ่งไม่ใช่หรือ ถ้าเช่นนั้นไม่มีอะไรจะง่ายกว่าทีท่านจะเรียก


๑๕๙ บาญชีค่าใช้จ่าย ซึ่งบริษัทได้จ่างที่เมืองบันตำ ในระหว่างที่ราชทูตได้พักอยู่เมืองนั้นสามหรือสี่เดือน เพราะพวกฝรั่งเศสได้จัดการเลี้ยงดูแลรับรองราชทูตไทยตลอดเวลา ผู้ที่เปนหัวหน้าของบริษัทที่เมืองบันตำในเวลานั้นก็อยู่ที่กรุงปารีสในเวลานี้แล้ว ท่านผู้นี้ชื่อ กิลเฮม (Guilhem) พักอยู่ที่โอแบซ์เดอลิยอง (Auberge de Lion) ท่านจะเรียกตัวมาถามเมื่อไรก็ได้ เขาคงจะเล่าให้ท่านฟังว่าเขาได้จัดการให้ราชทูตสยามลงเรือ ชอโซเลย์เดอลอเรียง (Soleil de l' Orient) เพื่อจะให้พามายังประเทศฝรั่งเศส บันดาหัวหน้าบริษัทก็ตามเจ้าพนักงารในบริษัทก็ตาม ไม่มีคนใดที่จะบอกท่านว่าการที่ราชทูตสยาม ได้มายังประเทศฝรั่งเศสเปนการไม่จริง เพราฉนั้นในเรื่องพระเจ้ากรุงสยามได้แต่งราชทูตมายังประเทศฝรั่งเศสนั้น ไม่ใช่เปนเรื่องใฝ่ฝันนึกเอาเองอย่างใดเลย ใช่แต่เท่านั้นบริษัทนี้เองยังได้รับข่าวต่อมาอีกว่า ราชทูตสยามได้ไปถึงเกาะบูรบอง(ile de Bourbon) ได้ลงจากเรือแลขึ้นไปพักบนบกหลายอาทิตย์แล้วได้กลับลงเรือบ่ายหัวเรือไปทางเคปออฟกูดโฮปต่อไป ถ้าหากว่าต่อมาภายหลังจะได้เกิดลมพายุร้ายจนเรือแตก จึงไม่มีใครได้พูดถึงราชทูตอีกแล้ว จะเอาความข้อนี้เปนความผิดของพระเจ้ากรุงสยามทีเดียวหรือ เพราะพระเจ้ากรุงสยามก็ได้ทรงจัดการทุกอย่างที่จะให้ราชทูตได้เดิรทางโดยสดวกตลอดจนถึงประเทศฝรั่งเศส เมื่อการเปนเช่นนี้จะไม่ควรถือว่าราชทูตสยามได้มาถึงประเทศฝรั่งเศสจริงแล้วหรือ"มองซิเออร์เดอเซเนเล จึงตอบข้าพเจ้าว่า "ข้าพเจ้าเชื่อว่าเมื่อฟังท่าน


๑๖๐ พูดแล้ว ท่านคงจะหนุนให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแต่งทูตไปยังประเทศ สยามให้จงได้ แต่ในเรื่องนี้สำหรับวันนี้เปนอันพอดี ขอเชิญท่าน กลับไปโดยเงียบ ๆ เหมือนอย่างที่มาเถิด ข้าพเจ้าจะได้นำความกราบ ทูลให้ทรงทราบตามที่ท่านได้ชี้แจงมานี้ เมื่อทรงตกลงประการใด ข้าพเจ้าจะได้บอกให้ท่านทราบภายหลัง" ข้าพเจ้ามีความลำบากใจอยู่อีกข้อหนึ่ง คือในเวลานั้นข้าพเจ้า หาทราบไม่ว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงมอบธุระให้มองซิเออร์เดอเซเเล เปนผู้จัดการในเรื่องนี้ เพราะหน้าที่นี้ควรจะตกในหน้าที่ของมองซิเออร์ เดอครัวซีผู้เปนอาว์มองซิเออร์เดอเซเนเล เพราะมองซิเออร์เดอครัวซี เปนเสนาบดีกระทรวงต่างประเทศข้าพเจ้าจึงวิตกว่าถ้าข้าพเจ้าจะไปหามองซิเออร์เดอครัวซีแล้ว มองซิเออร์เดอเซเนเลก็จะขัดเคืองเพราะได้สั่งให้ข้าพเจ้ากลับไปโดยเงียบ ๆ อย่าให้ผู้ใดทราบ ถ้าแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ไปหามองซิเออร์เดอครัวซีเสีย เพราะได้มาถึงเมืองฟอนเตนโบลแล้วมองซิเออร์เดอครัวซีก็จะขัดใจ เมื่อการเปนเช่นนี้ซึ่งอยู่ในผลร้ายทั้งสองทาง ข้าพเจ้าจึงเลยไปหามองซิเออร์เดอครัวซีที่บ้าน มองซิเออร์เดอครัวก็ได้ทราบถึงเรื่องข้าพเจ้าอยู่แล้ว ข้าพเจ้าจึงได้บอกกับมอง ซิเออร์เดอครัวซีว่า การที่ข้าพเจ้าไม่ได้มาหาก่อนนั้นขอให้มองซิเออร์เดอครัวซีให้อภัยแก่ข้าพเจ้า เปนด้วยเหตุที่มองซิเออร์เดอเซเนเล ได้มีจดหมายในพระนามของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ให้ข้าพเจ้าไปหามองซิเออร์เดอเซเนเลโดยเงียบ ๆ มองซิเออร์เดอครัวซีได้ทำให้ข้าพเจ้า


๑๖๑ สบายใจขนทันทีโดยตอบว่า " ในเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับข้าพเจ้าเหมือน อย่างมองซิเออร์เดอเซเนเล เพราะพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงมอบธุระให้มองซิเออร์เดอเซเนเลโดยเฉพาะ ๑

(๑) ในเรื่องวิธีเจรจาการต่าง ๆ กับเสนาบดีนั้นมองซิเออร์วาเชได้ลงความเห็นไว้ดังต่อไปนี้ ซึ่งทำให้เห็นนิสัยของชาวเมืองบูรกอยน์ คนนี้ซึ่งเอาแต่ได้เปนประมาณ "เปนอันแน่แก่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรจะสำคัญเท่ากับทำให้เสนาบดี เปนที่พอใจในตัวเรา ซึ่งเปนสิ่งที่บันดาบาดหลวงแลมิชชันนารีที่จะ ต้องกำกับราชทูตต่อไปจะต้องพยายามปฏิบัติในข้อนี้ ถ้าหากว่าผู้ใดถูกเหมือนอย่างตัวข้าพเจ้าที่ต้องไปเจรจาการต่าง ๆกับมองซิเออร์เดอเซเนเลโดยไม่ต้องเกี่ยวกับมองซิเออร์เดอครัวซีแล้ว ก็จะต้องตกอยู่ในที่ลำบาก ใจมาก เพราะเมื่อไปพูดกับมองซิเออร์เดอครัวซีอย่างใด ก็น่ากลัว จะไม่เปนการถูกใจของมองซิเออร์เดอเซเนเล อีกประการ๑ ถ้าจะไม่พูด กับมองซิเออร์เดอครัวซีตามตำแหน่งแลหน้าที่ของท่านผู้นี้เสียเลย ก็น่า กลัวจะทำให้เสียการเหมือนกัน เพื่อจะไม่ให้เปนผลร้ายทั้งสองทาง จำเปนต้องระวังในเวลาที่เขีนจดหมายถึงท่านเหล่านี้ โดยต้องตรวจตราสำนวนแลถ้อยคำที่จะใช้ให้ถี่ถ้วน บันทึกแลจดหมายเหตุต่าง ๆ ที่ จะต้องยื่นต่อท่านเหล่านี้ก็ต้องเปนสำนวนอย่างดีที่สุด แลถึงแม้ว่า ทราบเปนแน่นอนว่าเราจะต้องทำการติดต่อกับท่านผู้ใด แต่ก็ต้องระวัง


๑๖๒ ปฏิบัติการอย่าให้ท่านทั้งสองรู้ได้ว่าการที่เราได้ทำโดยจำเป็น จะต่าง กันอย่างไรหรือไม่ในเวลาที่พูดอยู่กับท่านเหล่านี้ไม่เปนการยากอย่างใดที่จะรู้ได้ว่าการที่เราพูดนั้นเปนที่พอใจผู้ฟังหรือไม่ แลถ้าท่านเหล่านั้นเอาคำถามมาแทรกซึ่งไม่เกี่ยวแก่การที่เราต้องการนั้นเลยก็ควรต้องตอบดุจ คำถามนั้นเปนสิ่งอันสำคัญซึ่งเราต้องการโดยเฉพาะ ถ้าแม้ว่าการที่เรา จะต้องการไปพูดยังไม่มีโอกาศจะพูดได้ก็ไม่ควรจะวิตกอย่างใด เพราะ ท่านเสนาบดีเหล่านี้เปนคนที่คุ้นแก่การงาร คงจะสืบเสาะหาความรู้อยู่เสมอ จึงเปนโอกาศอันดีที่เราจะได้อธิบายความประสงค์ของเราได้ ยัง มีอีกทาง ๑ ซึ่งมีคนปฏิบัติกันมากแลไม่ใคร่ยากเท่าไรนัก คือให้แต่ง เปนรายงารสั้นๆ เอาแต่ใจความ จดเปนข้อ ๆ แต่ฉเพาะสิ่งที่เราต้องการแลต้องใช้คำแลสำนวนอย่างง่ายแลแจ่มแจ้ง ยื่นไว้ต่อเสนาบดี "เมื่อข้าพเจ้าได้ไปหามองซิเออร์เดอเซเนเลในครั้งรแกที่ฟอนเตนโบลนั้น มองซิเออร์เดอเซเนเลได้ตั้งคำถามติด ๆ กันกว่า ๒๐ ข้อโดย ไม่ให้ข้าพเจ้ามีเวลาที่จะตอบได้ ข้าพเจ้าทราบได้ดีเพราะเคยได้แก่ตัว มาแล้วว่า เมื่อข้าพเจ้าได้ออกจากห้องมองซิเออร์เดอเซเนเลคราวนั้น ข้าพเจ้าเข้าใจว่าไม่มีข้อความอันใดที่จะพูดกับท่านต่อไปแล้ว แต่ครั้น มาพบกันอีกครั้ง๑ท่านกลับทำให้ข้าพเจ้าอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ อันเปนเรื่องอย่างสำคัญซึ่งบางทีข้าพเจ้าจะไม่ได้นึกถึงเลย " ในเวลาที่พูดกับผู้หญิงก็ต้องระวังอย่างที่สุดเหมือนกัน เพราะ โดยมากผู้หญิงมักจะถามข้อความซึ่งเราไม่รู้ตัวเลยแลข้อถามเหล่านั้น


๑๖๓ อาจจะเปนผลใหญ่โตก็ได้ อีกประการ ๑ ฝ่ายผู้หญิงแสดงกิริยาอ่อน หวานต่อเรา ๆ ก็มัวหลงเชื่อว่าผู้หญิงคงจะเปนพวกเดียวกัน เราก็เปิด ความลับความในใจให้ฟังหมด แต่พระเปนเจ้าช่วยด้วยขอจงระวัง กรงดักอย่างนี้จงมาก การที่จะทำให้ผู้หญิงชอบแลให้ใกล้ชิดกับผู้หญิงได้นั้นเปนการดี ซึ่งเปนหนทางที่จะเฝ้าได้ง่ายแลเฝ้าได้บ่อย ๆ ตาม ความต้องการ การที่คบผู้หญิงไว้นั้นเปนหนทางอย่างดีที่สุดสำหรับทำ ให้ความประสงค์ของเราเปนผลสำเร็จทุกอย่าง









๑๖๔ มองซิเออวาเชเฝ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส เมื่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้เสด็จกลับมาถึงพระราชวังเวอซายแล้วท่านมาควิศเดอเซเนเลได้นำข้าพเจ้าเข้าเฝ้าแลกราบทูลว่า ถึงแม้ว่า ข้าพเจ้ายอมตัวเปนคนสามัญธรรมดาก็จริงอยู่ แต่ในบาญชีชื่อข้าราชการที่มาต่างพระองค์พระเจ้ากรุงสยามในคราวนี้ ชื่อข้าพเจ้าเปนหัวหน้า แต่เพราะเหตุว่าข้าพเจ้าเปนชาวฝรั่งเศสเมื่อมาถึงเมืองของตัวก็ยอม ถอยหลังให้คนอื่นเดิรหน้า เพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงพระสรวลแล้วดำรัสว่าข้าพเจ้าเปนคนซื่อมากจึงพระราชทานพระหัตถ์ซ้ายให้ข้าพเจ้าจับเพราะเปนเวลาที่ยังกำลังเสวยอยู่ ในเวลานั้นข้าพเจ้านั่งในระหว่างกลางพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแลพระอนุชาได้ดำรัสถามข้อแปลก ๆ มาก แลได้ดำรัสถามว่าเหตุใดพระเจ้ากรุงสยามจึงอยากจะเปนไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนักข้าพเจ้าก็ได้ทูลอธิบายเหตุผลให้ทรงทราบทุกประการ เมื่อเสด็จจากโต๊ะเสวยแล้ว พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้มีรับสั่งให้ ข้าพเจ้าเข้าไปยังห้องที่ประทับ ซึ่งมีแต่มองซิเออบองตัง ( Bontemps)ตามเข้าไปแต่ผู้เดียวแลเปนผู้ที่ปิดพระทวาร ข้าพเจ้าได้เฝ้าอยู่ในห้อง นั้น ๓ ชั่วทุ่มเศษ ข้อที่รับสั่งแลที่กราบทูลนั้น เปนเรื่องเดียวกับที่ ข้าพเจ้าได้พูดกับมองซิเออร์เดอเซเนเลไว้แล้วทั้งสิ้น ที่สุดข้าพเจ้าได้ สังเกตว่าเปนเรื่องที่พอพระทัยพระเจ้าแผ่นดินเปนอันมาก



๑๖๕ การสนทนากับแปร์เดอลาเชซ์ ( P. de la Chaise ) รุ่งขึ้นบาดหลวงแปร์เดอลาเชซ์ซึ่งเวลานั้นอยู่ที่เวอซาย ได้เชิญ ให้ข้าพเจ้าไปรัปประทานอาหารค่ำกับท่านด้วย บาดหลวงแวยู ( Verjus) ก็อยู่ณที่นั้นด้วย เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว บาดหลวงทั้งสอง ได้เชิญให้ข้าพเจ้านั่งระหว่างกลาง บาดหลวงเดอลาเชซ์เปนผู้ที่พูด ขึ้นก่อนว่าจะขอความกรุณาข้าพเจ้าสักอย่าง ๑ ขออย่าให้ข้าพเจ้าขัดเลยข้าพเจ้าจึงตอบว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติการทุกอย่างให้ท่านบาดหลวงเปน ที่พอใจ บาดหลวงเดอลาเชซ์จึงพูดว่า " ความกรุณาที่จะขอนั้นก็คือ ขอให้ท่านอธิบายความจริงให้ข้าพเจ้าทราบ ว่าเหตุใดพวกบาดหลวงวิแกอาปอซโตลิก ( Vicaire apostoligue ) กับพวกบาดหลวงในประเทศ อินเดียจึงได้แตกคณะกันเพราะเหตุว่าถ้าข้าพเจ้าได้ทราบความที่เปนจริงแล้ว ข้าพเจ้าจะได้พยายามจัดการทุกอย่างที่จะให้พวกทั้งสองรวมเปนคณะเดียวกันต่อไป " ข้าพเจ้าจึงตอบว่า " ข้อความที่ท่านต้องการ ทราบนั้นเปนเรื่องที่ท่านต้องตั้งใจฟังจริง ๆ แต่ข้อสำคัญนั้นท่านจะต้องตั้งตัวเปนกลางแท้ แลจะต้องอยู่ในคลองยุติธรรมจริงจะเอียงข้างใดไม่ได้ นอกจากจะเอียงในทางที่เปนความจริงส่วนข้าพเจ้าก็จะขอความกรุณาต่อท่านอ่าได้คัดค้านหรือถามอะไรในเวลาที่ข้าพเจ้าพูดเปนอันขาด ข้าพเจ้าจะไม่ยกย่องบุคคลผู้ใด จะเล่าแต่ในส่วนที่พวกนี้ได้ทำบาปแลทำผิด ทั้งเหตุผลที่พวกนี้ไม่ปรองดองกันเท่านั้น " พอข้าพเจ้าพูดขาดคำ บาดหลวงแวยูก็คัดค้านขึ้นว่า เหตุผลที่ ข้าพเจ้าจะยกมากล่าวนั้นเปนไปไม่ได้ เพราะจดหมายทุก ๆ ฉบับที่ได้ ๑๖๖ รับมาจากประเทศอินเดียล้วนแต่มีใจความตรงกันข้ามกับที่ข้าพเจ้ากล่าวบาดหลวงเดอลาเชซ์ได้กันไม่ให้ข้าพเจ้าต้องโต้ตอบอย่างไรโดยหันไปพูดกับบาดหลวงแวยูว่า "ท่านปราถนาจะยกพวกบาดหลวงในประเทศอินเดียให้เปนนักบุญทั้งหมดหรือท่านก็คงจะทราบได้ดีกว่าข้าพเจ้าว่าในเรื่องนี้เขาได้มีรายงารมาว่าอย่างไร ถ้าหากว่าคำพูดของมองซิเออร์วาเชไม่ เปนที่พอใจของท่านแล้วท่านจะไม่ต้องฟังก็ได้ แต่ขอให้ไปเสียให้พ้น ปล่อยแต่ข้าพเจ้ากับมองซิเออร์วาเชอยู่ด้วยกันสองคนก็ได้ เพราะตามที่มองซิเออร์วาเชกล่าวนั้นเปนที่พอใจข้าพเจ้ามาก ดูเหมือนข้าพเจ้าจะได้ทราบความจริงแท้ดุจข้าพเจ้าได้เห็นด้วยตัวเอง "บาดหลวงแวยูจึงได้ลาไปซึ่งเปนการกระทำให้ข้าพเจ้าพูดได้สดวกกว่าแต่ก่อน ข้าพเจ้ากับบาดหลวงเดอลาเชซ์ได้นั่งสนทนากันกว่าชั่วทุ่ม แลบาดหลวงเดอลา เชซ์ได้แสดงไมตรีรักใคร่ข้าพเจ้า จนที่สุดได้จูบกอดข้าพเจ้า แลได้ขอ ให้ข้าพเจ้าสัญญว่า ต่อไปข้าพเจ้าจะได้มีจดหมายมาถึงบาดหลวงเดอ ลาเชซ์ ดุจเปนเพื่อนอย่างสนิธแลจะได้เล่าความจริงให้ฟังทุก ๆ อย่าง

ว่าด้วยการรับรองทูตไทย บัดนี้ขอย้อนกลับมากล่าวถึงพวกข้าราชการไทยต่อไป พวกข้าราชการไทยได้อยู่ที่กรุงปารีสตลอดระดูหนาวในระหว่าง นั้นต้องใช้ไฟสำหรับอบอุ่นตามห้อง ๘ ห้อง เทียนไขขาวห้องละ๑๐ เล่ม เครื่องโต๊ะเงินพร้อมทั้งชุดล้วนแต่มีตราของพระเจ้าแผ่นดินทั้งนั้น มีรถ


๑๖๗ ประจำหลัง ๑ กับเก้าอี้อย่างใหญ่เก้าอี้ ๑ ตอนกลางคืนโดยมากมีแต่คนที่มีชื่อเสียงมารับประทานอาหารด้วยแต่ตอนเที่ยงโดยมากรับประทานกันเต็ม ๑๒ คน ผู้ที่มาหานั้นมีเจ้าดุก ( duc ) แม่ทัพบก เคานต์ มาควิศ ที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน เปรซิเอนแลหัวหน้าการต่าง ๆ สังฆราช แลบาดหลวง ทั้งบุตรแลญาติของเสนาบดีกระทรวงต่าง ๆ ด้วย ฝ่ายผู้หญิงภรรยาข้าราชการชั้นสูงๆชอบมาดูพวกเรารับประทานอาหารแลในที่นี้ควรจะกล่าวสักหน่อยว่า การที่ผู้หญิงมาดูเรารับประทานอาหารนั้นเปนการทำให้เราแสดงการเอื้อเฟื้อเท่ากับเปนคนใหญ่โต โดยเมื่อถึง เวลารับประทานของหวาน ก็ให้เอาของกวนอย่างวิเศษไปส่งให้ผู้หญิง รับประทาน การที่ทำเช่นนี้ขออย่าเข้าใจว่าเกิดจากความคิดของเราเอง หามิได้ เปนความคิดของหัวหน้าบ๋อยซึ่งเปนผู้ชำนาญในการอย่างนี้ ได้แนะนำให้เราทำ เพราะอ้างว่าจะเปนสิ่งที่ต้องพระทัยพระเจ้าแผ่นดิน ฝรั่งเศส การที่รับประทานอาหารเช่นนี้พวกข้าราชการต่างพระองค์ได้ทำให้พวกข้าพเจ้าร้อนใจแลอับอายอย่างที่สุด การร้อนใจแลอับอายนั้นไม่ใช่แต่ข้าพเจ้าคนเดียว มองซิเออร์เดอบรีซาเซีย แลมองซิเออร์ แฟมาเนลก็ร้อนใจเหมือนกัน เพราะท่านทั้งสองนี้ได้รับคำอ้อนวอนจาก เพื่อนฝูงบ่อย ๆ ขอให้พามาด้วย ข้อที่ร้อนใจแลอับอายนั้นก็เกิดจาก ข้าราชการต่างพระองค์ซึ่งเปนการที่จะแก้ยากที่สุด คือ ท่านข้าราชการก็ทราบแลรับรองแล้ว ว่าจะได้มานั่งโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมกับแขก


๑๖๘ แต่ครั้นถึงเวลาที่จะรับประทานอาหารต่างคนก็แกล้งบอกป่วย คนหนึ่ง คงปวดศีร์ษะ คนหนึ่งคงปวดท้อง ต่างคนอุดอยู่แต่ในห้อง แลบางทีก็ ต้องเชิญแขกที่เปนคนสำคัญ ๆ กลับไป แลคนเหล่านี้ได้มาหาก็ ประสงค์จะให้เกียรติยศต่พวกเราเท่านั้น คนชาติฝรั่งเศสเปนคนที่ชอบรู้ชอบดู ทั้งเปนคนที่มีอัธยาศัย อันสุภาพด้วย ถ้าคนเราจะประพฤติให้เข้าหานิสัยทั้งสองอย่างนี้ไม่ได้ แล้ว ก็ต้องยอมตัวเปนลิงเท่านั้น ข้าพเจ้าได้กล่าวในข้อนี้โดยแรงก็ เพราะเหตุว่า พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส พระอนุชาของพระองค์ แลเสนาบดี กระทรวงต่าง ๆ โดยมาก ได้รับสั่งแลพูดกับข้าพเจ้าในเรื่องนี้ แลได้ กำชับข้าพเจ้าให้ไปชี้แจงให้คนไทยเข้าใจ ว่าบันดาผู้ที่ไปหายังโฮเต็ล ตารานนั้น ก็ล้วนแต่เปนคนที่นับถือคนไทยทั้งสิ้น ข้าพเจ้าต้องสารภาพ ว่าในเรื่องนี้ข้าพเจ้าได้เกิดโทษะหลายสิบครั้งเพราะข้อแก้ตัวของคนไทยฟังไม่ได้เลย ข้อแก้ตัวอย่างอื่นก็ไม่มีนอกจากอ้างว่า ไม่ได้มีพระราช โองการให้ข้าราชการเหล่านี้ออกรักแขกอย่างใด ในเวลานั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสกำลังประทับอยู่ที่พระราชวังฟอน เตนโบล เจ้าพนักงารจึงจัดการจะพาพวกเราไปดูสถานที่สำคัญ ๆ ใน เมืองแฟลนเดอ มองซิเออร์เดอเซเนเล ได้มีจดหมายบอกมาให้ข้าพเจ้าทราบในเรื่องนี้ แลเจ้าพนักงารก็ได้เตรียมการทุกอย่างที่จะไปในคราวนี้แต่ท่านข้าราชการต่างพระองค์พอใจที่จะนอนมากกว่าที่จะไปดูป้อมอย่าง ดีในโลกนี้ จึงได้ยกเหตุขัดข้องต่าง ๆ นา ๆ จนที่สุดเปนการจำเปน


๑๖๙ ที่จะต้องงดการที่จะไปยังเมืองแฟลนเดอ แต่เพื่อจะกันความน่าเกลียด เช่นนี้ ข้าพเจ้าต้องออกชี้แจงว่า ข้าราชการต่างพระองค์ไม่สบายพอที่ จะไปทนความหนาวในเมืองแฟลนเดอได้ ทั้งการเดิรทางก็เปนการ ลำบากมาก จึงจำเปนต้องให้ข้าราชการไทยพักหากำลัง แต่เพื่อจะ ไม่ให้เสียเวลา ถ้าวันใดเปนวันที่อากาศโปร่งดี พวกข้าพเจ้าจะพยายามพาพวกข้าราชการไทยไปชมดูสิ่งต่าง ๆ ที่เปนเครื่องพอใจของชาวต่าง ประเทศ ทั้งในเมืองแลนอกเมืองปารีส แต่การที่รับรองเช่นนี้ก็ได้ รับรองมากเกินกว่าที่ได้ทำจริง คนจำพวกนี้ช่างสมเปนจำพวกคนเกียด คร้านเสียจริง ๆ ข้าพเจ้าเชื่อว่าการที่จะขอเข้าในคณะบาดหลวงจะไม่ ยากเท่ากับการที่จะให้พวกนี้ออกจากห้องได้ อีกประการ ๑ ในไม่ช้า ข้าพเจ้าก็ได้รับคำต่อว่าของเสนาบดี เพราะเขาถือว่าข้าพเจ้าเปนหัวใจ ของพวกนี้ การที่พวกไทยได้แสดงกิริยาอันปราศจากความสุภาพ แล แสดงโมโหโทโสทั้งทำท่าทางเย่อหยิ่งต่าง ๆ นั้น เปนเรื่องที่ข้าพเจ้า ต้องรับบาปแทนทั้งสิ้น แต่อะไรไม่ร้ายเท่ากับที่ข้าพเจ้าต้องหาเรื่อง สำหรับเปนข้อแก้ตัวแทนพวกนี้ไม่หยุดไม่หย่อนเลย

เรื่องทูตไทยไปหาเสนาบดี เมื่อได้กำหนดวันที่จะไปหาเสนาบดีกระทรวงต่าง ๆ เปนอันแน่นอนแล้ว ข้าพเจ้าได้เตรียมการสำหรับพวกไทยอย่างดีที่สุดที่จะทำได้ ท่าน ๒๒


๑๗๐ เสนาบดีได้ส่งรถมารับพวกเราไปจากกรุงปารีส แลมีเจ้าพนักงารของ ท่านเสนาบดีตามไปส่งด้วย พวกเราได้ไปพักนอนที่เวอซายคืน ๑ แลที่เวอซายนั้นได้จัดการรับรองอย่างงดงามใหญ่โตมาก เสนาบดีคน แรกที่พวกเราได้ไปหานั้น คือ มาควิศเดอเซเนเล ( Seignelay ) ใน ห้องของท่านผู้นี้ เต็มไปด้วยวงศญาติแลเพื่อนสหายของท่านซึ่งรวม กันมาคอยรับณที่นี้ ข้าราชการไทยได้แต่งตัวอย่างเต็มยศเหมือนแต่ง ในเวลาเข้าเฝ้าพระเจ้ากรุงสยาม เว้นแต่เสื้อคลุมยาวหาได้สวมไม่ เพราะข้าพเจ้าได้บอกให้ถอดเสีย บนศีร์ษะนั้นสวมหมวกลอมพอกมี เกี้ยวทองคำโตสามนิ้ว พวกไทยได้กล่าวคำยืดยาวอธิบายถึงเหตุผล ที่ได้มาราชการต่างพระองค์ในคราวนี้ ข้อความที่กล่าวนั้นก็ตรงกับที่ ข้าพเจ้าได้อธิบายมาแล้วนั้น มองซิเออร์เดอเซเนเลได้ตอบสั้น ๆ แต่เปน ใจความที่พวกเราพอใจมาก (๑)

(๑) มองซิเออร์เดอเซเนเล ได้รับพวกข้าราชการไทยยังบ้าน ของท่านที่กรุงปารีส ข้าราชการไทยได้กล่าวคำโดยยืดยาว อธิบาย ถึงพระราชประสงค์ของพระเจ้ากรุงสยามจะเปนพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส แลได้ถามมองซิเออร์เดอเซเนเล ว่าจะจัดการอย่างไรดี จึงจะให้เปนผลสำเร็จตามพระราชประสงค์ได้ มองซิเออร์เดอเซเนเล ได้ตอบโดยกล่าวคำยกย่องอย่างไพเราะ แลได้แนะนำว่าการที่จะให้ เปนพระราชไมตรีกันนี้ ก็มีหนทางอันดีอย่างเดียวเท่านั้น คือให้พระ เจ้ากรุงสยามเข้าถือสาสนาคริสเตียนเสีย เพราะพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส

๑๗๑ เปนหัวหน้าในทางสาสนาจึงมีพระราชประสงค์จะเชญให้พระเจ้ากรุงสยามได้ถือสาสนาอันเดียวกัน เพราะเหตุว่าเมื่อต่างพระองค์ได้ครองราช สมบัติในโลกนี้โดยรักใคร่นับถือกันแล้ว จะได้ไปครองสมบัติในโลก โน้นชั่วกัลปาวสาน ในจดหมายฉบับนี้มีความต่อไปอีกดังนี้ " มองเซนเยอร์ เลอนอนซ์ ( Le Nonce ) อยากจะทราบจาก มองซิเออร์วาเช ถึงพระทัยของพระเจ้ากรุงสยามที่เกี่ยวด้วยสังตปาปา มองซิเออร์วาเชได้เล่าถึงข้อความที่พระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่งว่าหวัง พระทัยว่า บาดหลวงคนในคนหนึ่งคงจะไปหาท่านสังตปาปา แลแสดงไมตรีที่พระเจ้ากรุงสยามได้มีต่อสังตปาปา แลให้บอสังตปาปาว่า พระเจ้ากรุงสยามคงมีพระทัยรักใคร่อยู่ ตามที่ได้ทรงแต่งราชทูต อันสูญหายเสียแล้วนั้น เมื่อมองซิเออร์วาเชได้อธิบายตลอดเรื่องแล้ว มองเซนเยอร์เลอนอนซ์ได้ขอให้จดเปนบันทึกไว้ แลให้มองซิเออร์วาเชเซ็นชื่อไว้เปนหลักฐาน เพื่อจะได้ส่งไปยังกรุงโรม " " พระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่งกับมองซิเออร์วาเชว่า ถ้าไม่ทรง เกรงว่าการที่มองซิเออร์วาเชจะกลับยังเมืองไทยช้าไป ก็จะทรงยินดี ที่จะให้มองซิเออร์วาเชไปยังกรุงโรม เพื่อไปคำนับท่านสังตปาปา แต่ มองซิเออร์วาเชได้กราบทูลตอบว่า ถ้ามองซิเออร์วาเชจะไปเองไม่ได้ คณะบาดหลวงจะจัดให้บาดหลวงคนใดที่กรุงโรมไปแทนตัวมองซิเออร์วาเช ก็ได้ ซึ่งเปนที่พอพระทัยแล้ว ข้าพเจ้าได้ทำบันทึกข้อความเหล่านี้


๑๗๒ ส่งให้มองเซนเยอร์เลอนอนซ์มาได้ ๖ อาทิตย์แล้ว แลมองเซนเยอร์ เลนอนซ์ก็ได้ส่งจดหมายบันทึกนี้ไปยังสังตปาปาแล้ว ( ข้อความ เหล่านี้ คัดจากจดหมายมองซิเออร์เดอบรีซาเซีถึงบาดหลวงปาลู ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๔ ( พ.ศ. ๒๒๒๗ )










๑๗๓ เมื่อได้ไปหามองซิเออร์เดอเซเนเลเสร็จแล้ว ก็ได้เลยไปหา มองซิเออร์เดอครัวซี ที่บ้านมองซิเออร์เดอครัวซีเต็มไปด้วยข้าราชการ คอยรับรองอยู่ คำตอบของเสนาบดีคนนี้ยืดยาวมากกว่ามองซิเออร์ เดอเซเนเล เพราะมองซิเออร์เดอครัวซีได้กล่าวคำยกย่องสรรเสริญ พระเจ้ากรุงสยาม แลสรรเสริญพระเจ้ากรุงฝรั่งเศศด้วย แลได้ใช้ คำพูดอันไพเราะจับใจ ซึ่งผู้ฟังได้ชมทุกคนว่าพูดดีมาก ในที่นี้จะต้องอธิบายว่าการที่พวกเราจะกล่าวคำอย่างใด มีข้อสำคัญที่ต้องตั้งเปนหลักสำหรับที่จะพูดอยู่สามข้อเท่านั้น คือ ๑ ต้องการสืบถึง ราชทูตไทยที่ได้ออกจากกรุงสยามเมื่อ ค.ศ. ๑๖๘๐ ( พ.ศ. ๒๒๒๓ ) ๒ ขอให้ท่านเสนาบดีกราบทูลในพระนามของพระเจ้ากรุงสยาม ในข้อที่ ทรงยินดีถึงการประสูตของท่านดุกเดอบูรกอยน์ ( Due de Bourgogne) ๓ ขอให้ท่านเสนาบดีเหล่านี้ หาหนทางที่สั้นแลแน่นอนที่สุดสำหรับให้ พระเจ้าแผ่นดินทั้งสองพระองค์ได้เปนพระราชไมตรีกันอย่างสนิธ แลให้ ได้มีพระราชสาส์นโต้ตอบกันอยู่เสมอได้ ข้อที่ ๓ นี้เปนข้อที่ได้พูดกัน เปนการสำคัญยิ่งกว่าข้ออื่น เพราะทั้งมองซิเออร์เดอเซเนเล แลมอง ซิเออร์เดอครัวซี ได้กราบทูลหารือพระเจ้ากรุงฝรั่งเศศเสร็จแล้วโดย ดำเนิรความตามจดหมายบันทึกที่ได้ส่งไปให้ท่านทั้งสองดู ท่านทั้งสอง จึงอธิบายให้พวกเราฟังว่าหนทางอย่างดีแลแน่นอนที่สุด ก็คือพระเจ้า แผ่นดินทั้งสองพระองค์จะต้องร่วมสาสนาอันเดียวกัน ซึ่งจะเปนการทำ ให้พระราชไมตรีแน่นหนาจะขาดจากกันไม่ได้ แลถึงแม้ว่าพระราช

๑๗๔ อาณาเขตทั้งสองจะห่างไกลกันสักเพียงใดก็ดี หรือประเทศอื่น ๆ จะ ฤษยาสักปานใดก็ตามพระราชไมตรีอันนี้จะเปลี่ยนแปลงหรือขาดตอนไม่ได้เลย ในข้อนี้ไม่ใช่แต่ท่านเสนาบดีจะพยายาอธิบายชี้แจงให้ แจ่มแจ้งแต่อย่างเดียว ไดขอให้ข้าพเจ้าหมั่นชี้แจงให้ข้าราชการ ไทยเข้าใจ แลให้พยายามพูดบ่อย ๆ ในเวลาที่ว่างการอื่น ๆ ด้วย เมื่อ ได้พูดจากันเสร็จเรื่องแล้วยังเปนเวลาเช้า ๔ โมงเท่านั้น แต่ถึงกระนั้น ก็ได้มีการเลี้ยงอาการอย่างใหญ่โตมาก เพราะได้เปนอันตกลงว่า เสนาบดีจะได้นำพวกเราเข้าเฝ้าเวลาเสด็จไปวัด แลจะโปรดให้ข้าราช การไทยดูพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสในเวลาเสวยด้วย

ว่าด้วยทูตไทยเฝ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส การเฝ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคราวนี้ ได้เฝ้าในท้องพระโรงที่มี กระจกเงาใหญ่ เมื่อเราไปถึงนั้นมีข้าราชการทั้งหญิงแลชายอยู่เต็ม ท้องพระโรงแล้ว พอสักครู่หนึ่งพระเจ้าแผ่นดินก็เสด็จออก พวกไทย เคยแต่เห็นการเคารพนบนอบ ในเวลาที่พระเจ้ากรุงสยามเสด็จออก จึง ประหลาทใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นข้าราชการฝรั่งเศสพูดกันจนจับศัพท์อะไรไม่ได้ทั้งเห็นข้าราชการเหล่านั้น ต่างเบียดเสียดชิงกันที่จะเข้าไปให้ใกล้ชิด พระองค์ บางคนก็เดิรออกหน้าพระเจ้าแผ่นดิน บางคนก็ตามเสด็จแต่ โดยมากเดิรเคียงไปกับพระองค์ พวกไทยตกใจจนไม่รู้สึกตัวว่าเสด็จ มาใกล้แล้ว พอเสด็จมาห่างจากที่ที่พวกเรายืนอยู่ประมาณ ๕ หรือ ๖ ก้าวมีคนบอกว่า " เสด็จแล้ว " จึงได้รู้สึกตัว ๑๗๕ ในทันใดนั้นข้าพเจ้าได้บอกให้ข้าราชการไทยลงหมอบถวายบังคมคือให้เอาหน้าติดกับพื้นแล้วพนมมือ อย่างที่ข้าพเจ้าเคยเห็นเขาทำต่อหน้าพระที่นั่งพระเจ้ากรุงสยาม ในการที่เสด็จออกคราวนี้ข้าพเจ้าไม่ทันรู้ตัว เพราะมองซิเออร์เดอเซเนเลได้บอกให้ทราบล่วงหน้าเพียง๑๕นาฑีเท่านั้นข้าพเจ้าจึงได้เตรียมคำที่จะกราบทูลแต่เพียงสั้น ๆ พอข้าพเจ้าจะอ้าปากกราบทูล พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทอดพระเนตรเห็นคนไทยหมอบอยู่เช่นนั้น ก็ไม่โปรด จึงรับสั่งให้ข้าพเจ้าบอกคนไทยให้ลุกขึ้น พอคนไทยได้ ยืนขึ้นแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้กราบทูลว่าดังนี้ " คนไทยที่มาเฝ้าพระองค์ในคราวนี้ เปนข้าราชการซึ่งพระเจ้า กรุงสยามได้แต่งให้มาแทนพระองค์ในกรุงฝรั่งเศส เพื่อมาขอร้องต่อ เสนาบดีให้ช่วยกราบทูล ในสิ่งซึ่งพระเจ้ากรุงสยามหวังพระทัยยิ่งนัก ในข้อนี้ ข้าราชการไทยได้ชี้แจงให้มองซิเออร์เดอเซเนเลแลมองซิเออร์ เดอครัวซีทราบโดยเลอียดแล้ว แลมีความหวังว่าท่านเสนาบดีทั้งสอง คงจะหาโอกาศนำความกราบทูลให้ทรงทราบต่อไป แลในเวลานี้ท่าน ข้าราชการไทยมีความยินดีเปนอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาศมาถวายบังคม ต่อพระองค์เช่นนี้ " เมื่อข้าพเจ้ากราบทูลจบลงแล้ว ก้มตัวลงถวายคำนับ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงดำรัสว่า " ขอให้บอกแก่ท่านข้าราชการเหล่านี้ ว่าการที่ได้ มาในครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจอย่างที่สุดแลเมื่อพระเจ้ากรุงสยามพระอนุชาที่รักแลนับถือของข้าพเจ้า จะต้องพระราชประสงค์สิ่งใดจากตัว ข้าพเจ้า ๆ มีความยินดีที่สุดที่จะทำให้สมพระราชประสงค์ " พอดำรัส เสร็จแล้วก็เสด็จพระราชดำเนิรไปยังโบสถ์ต่อไป ๑๗๖ เรื่องทูตไทยไปดูพระราชวังเวอซาย การที่พวกเราได้ไปเที่ยวชมพระราชวังเวอซายนั้น ได้ไปดูตาม ห้องต่าง ๆ ทุกห้อง ซึ่งกินเวลานานมาก กว่าจะดูทั่วพระเจ้ากรุง ฝรั่งเศสได้เสด็จมาประทับโต๊ะเสวยแล้ว เจ้าพนักงารจึงได้พาพวกเรา เข้าไปยังห้องเสวย แลได้จัดให้นั่งบนม้ายาวบุกำมะหยี่แดง อยู่ซ้าย ที่ประทับ ตลอดเวลาที่เสวยอยู่นั้น มีมโหรีบันเลงเพลงต่าง ๆ อยู่ เสมอ แลช้า ๆ นาน ๆ มีผู้หญิงร้องเพลงรับกับมโหรีเสียครั้ง ๑ ใน ระหว่างนี้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้มีพระดำรัสแก่ข้าพเจ้าสองข้อ ๆ ๑ ให้ ข้าพเจ้าอธิบายแลชี้ให้คนไทยดูของแปลก ๆ ที่หายากทุกอย่างที่จะได้ เห็นในเวลาไปเที่ยวในพระราชอุทยานข้อ๒ ในวันอังคารให้ข้าพเจ้าพาคน ไทยมายังพระราชวังเวอซาย เพื่อให้ดูละคอนเล่นเรื่องโรลัง (Roland) ซึ่งโปรดให้มีโดยเฉพาะสำหรับให้ไทยดู ในเรื่องดูละคอนนี้ได้ทำให้ ข้าพเจ้าได้รับความลำบากอย่างยิ่ง ดังจะได้เห็นต่อไป ในพระราชอุทยานนั้นได้เปิดน้ำพุทุก ๆ แห่ง แลพวกเราได้นั่ง รถลากซึ่งชนชาติซวิดเซอแลนเปนผู้ลาก ไปดูน้ำพุทั่วทุก ๆ แห่ง ของ อันน่าดูเหล่านี้เปนสิ่งที่คนทั่วโลกอยากดูอยากเห็นทั้งนั้น พวกไทยได้ ดูโดยเสียไม่ได้ ซึ่งกระทำให้หัวใจของข้าพเจ้าเย็นดุจน้ำแขง แลพวก ไทยก็พูดร่ำไปว่า " ดูพอแล้วกลับกันทีเถิด " ดูเหมือนจะเบื่อเต็มที แต่ ก็ยังเคราะห์ดี ด้วยการที่ไทยแสดงกิริยาเช่นนี้ไม่มีใครรู้เห็นนอกจาก ข้าพเจ้าคนเดียว


๑๗๗ เรื่องทูตไทยไปดูละคอนมีเหตุขึ้น เมื่อได้กลับมาถึงกรุงปารีสแล้ว ข้าพเจ้าได้ไปยังโรงเรียน สามเณร เพื่อรายงารให้หัวหน้าทราบถึงเหตุการณ์ที่ได้เปนไปต่าง ๆ แลเพื่อจะหารือ ว่าจะทำอย่างไรดีในเรื่องที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมีรับสั่ง ให้ข้าพเจ้าพาคนไทยไปดูละคอน ถึงแม้ว่าท่านหัวหน้าจะเปนผู้มีความ รอบรู้ก็จริงอยู่ แต่ก็ไม่กล้าแนะนำอย่างเด็จขาดว่าข้าพเจ้าจะควรทำ ประการใด ท่านหัวหน้า จึงพาข้าพเจ้าไปหามองซิเออร์ตรองซอง ( Tronson ) หัวหน้าโรงเรียนสามเณรที่แซงต์ซูลปิซ ( Saint - Sulpice) ซึ่งเปนคนฉลาดจะหาคนทั้งกรุงปารีสเปรียบยากที่สุด ท่านผู้นี้ไม่เห็นว่า จะเปนการยากลำบากอย่างไร จึงบอกข้าพเจ้าตรง ๆ ว่าการที่จะทำ ตามรับสั่งในเรื่องนี้ไม่ควรที่ข้าพเจ้าจะรังเกียจอย่างใดเลย เมื่อถึงวันกำหนดที่จะดูละคอนข้าพเจ้าได้พาพวกไทยไปยังพระราชวังเวอซาย ในคืนวันนั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะเสด็จทอดพระเนตร ด้วย จึงได้มีรับสั่งให้มองซิเออร์เดอเซเนเลจัดที่ให้พวกเรานั่งตรงกับ ที่ประทับ ในเรื่องที่จะมีละคอนคราวนี้ได้เกิดเลื่องลืออื้อฉาวกันมากจึงทำให้คนมาจากกรุงปารีสจนนับไม่ถ้วน เจ้าพนักงารได้จัดชั้นที่ดูรอบทั้ง สองข้าง แลที่สำหรับให้พวกเรานั่งนั้นเปนม้ายาว ๆ ซ้อนกันขึ้นไปถึง ๑๔ ชั้น พวกทหารรักษาพระองค์มีความลำบากมากในการที่จะห้ามคนแลพวกทหารต้องผลักคนโน้นคนนี้เพื่อจะพาให้พวกเราไปถึงที่นั่ง ใน ๒๓


๑๗๘ ระหว่างที่ผลักไสคนอยู่นั้นก็ได้ทิ้งพวกเราให้คอยอยู่ที่ริมถนนประมาณ ๑๕ นาที จนพวกไทยชักจะเบื่อแล้วแลเตรียมตัวจะกลับ แต่ข้าพเจ้า รั้งไว้จึงได้จำใจอยู่ ข้าพเจ้าจึงจำเปนต้องบอกกับนายทหารว่าขอให้ ระวัง ถ้าข้าราชการไทยกลับไปยังที่พักแล้ว พระเจ้าแผ่นดินคงจะ กริ้วมากแลคงจะโทษนายทหารว่าจัดการไม่เรียบร้อยเปนแน่ นายทหารจึงได้เรียกพลทหารเปิดช่องให้พวกเราเดิร แต่หาได้นำไปยังที่ที่พวกเรา ควรนั่งไม่กลับพาไปยังที่ที่ผู้บังคับกองได้จัดไว้สำหรับให้บุตรภรรยาของเขานั่ง ฝ่ายพวกไทยหารู้ไม่ว่าม้าชั้นล่างเปนที่ ๆ ดีแลสบายกว่า จึง เลื่อนขึ้นไปนั่งม้าชั้นสูงขึ้นไปเพื่อจะกันไม่ให้มีใครนั่งสูงกว่าตัว พอพวก ไทยเลื่อนที่นั่งก็พอดีพวกทหารรู้สึกว่าตัวได้พามาให้นั่งในที่ ๆ ผิด จึง จัดการขยับขยายจะให้พวกเรานั่งสูงขึ้นไปอีก แต่พวกไทยไปเข้าใจเสีย ว่าพวกทหารดูถูกไล่ที่จึงลุกขึ้นแล้วเดิรไปยังโฮเต็ล แลได้ขึ้นรถซึ่งให้คอยอยู่แล้วนั้นกลับไปยังกรุงปารีส ข้าพเจ้าจะห้ามหรือจะขู่ หรือจะแนะนำ อย่างใดก็หาเปนผลสำเร็จไม่ ในเวลาที่พวกไทยกลับไปนั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสยังหาได้เสด็จออกไม่ แต่พอเสด็จมาถึงก็ดำรัสถามถึงพวกไทย เจ้าพนักงาร จึงกราบทูลว่าพวกไทยกลับไปเสียแล้ว ก็ทรงเชื่อเปนมั่นเหมาะว่า คงจะมีใครทำให้พวกไทยเจ็บช้ำน้ำใจเปนแน่จึงได้กลับไปเช่นนี้ข้าพเจ้าจะคอยหาโอกาศที่จะเล่าเรื่องให้มองซิเออร์เดอเซเนเลทราบก็ไม่ได้โอกาศ


๑๗๙ ข้าพเจ้าไม่ได้ดูละคอนจนเลิก เมื่อละคอนเลิกแล้วข้าพเจ้าได้ไปหา มองซิเออร์เดอเซเนเล แลได้เล่าตามเรื่องที่เปนจริงให้ฟังทุกประการ ฝ่ายมองซิเออร์เดอเซเนเลก็คะเนการถูก ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยคงไม่หมดเรื่องแต่เพียงนี้ จึงได้ไปกราบทูลออกตัว แต่จะกราบทูล ว่าอย่างไรบ้างนั้นข้าพเจ้าหาทราบไม่ พระเจ้าแผ่นดินทรงพระพิโรธมาก แลจะทรงลงโทษพวกทหารต่อไป ส่วนพระอนุชาของพระเจ้าแผ่นดินเข้าพระทัยว่าข้าพเจ้าคงจะหาช่องทางที่จะทำให้พระเจ้าแผ่นดินหายกริ้วได้ จึงได้ให้คนไปเที่ยวตามหา ข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ที่เวอซายเสียแล้ว เพราะข้าพเจ้ารู้สึกฉุน เต็มที จึงได้รีบกลับไปยังกรุงปารีส ข้าพเจ้าจะได้พูโกับพวกไทย ว่าอย่างไรบ้างมีแต่พระเปนเจ้าองค์เดียวที่จะทราบได้ แลพวกไทยกลับเข้าใจเสียว่าตัวได้ทำการอย่างดีวิเศษที่สุด ข้าพเจ้าได้ขู่ว่าเมื่อกลับไป ถึงกรุงสยามข้าพเจ้าจะกราบทูลกล่าวโทษในการที่พวกไทยได้ประพฤติตัวเช่นนี้ พวกไทยกลับสั่นหัวตอบข้าพเจ้าว่า " พระเจ้ากรุงสยามจะทรงทำ อะไรได้ อย่างแรงที่สุดก็ได้แต่ประหารชีวิตพวกเราเท่านั้น แต่เรา ต้องรักเกียรติยศของเรามากกว่ารักชีวิต " รุ่งขึ้นพระอนุชาของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้รับสั่งให้คนมาเชิญข้าพเจ้าให้ไปพบพระองค์ที่แซงคลู ( Saint Cloud ) แล้วจึงรับสั่งกับข้าพเจ้า ว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงพระพิโรธมาก แลถ้าข้าพเจ้าไม่หาหนทางที่จะทำให้หายกริ้วแล้ว น่ากลัวพวกทหารจะต้องถูกลงโทษ บางคนก็น่ากลัว


๑๘๐ จะต้องประหารชีวิตบางคนก็คงต้องติดคุก ในตอนนี้ข้าพเจ้าเห็นจะต้อง แสดงความผิดเพื่อล้างบาป เพราะข้าพเจ้าได้ทูลต่อพระอนุชาว่า ข้าพเจ้าเห็นมีหนทางอย่างเดียวเท่านั้น คือจะต้องบอกว่าไทยคนหนึ่งมีอาการไม่สบายซึ่งจำเปนจะต้องรีบกลับทันที พระอนุชาทรงเห็นว่าข้อแก้ตัวอันนี้บางทีจะใช้ได้ แต่ได้รับสั่ง ต่อไปว่าอย่างไร ๆก็ต้องจัดการพาพวกไทยให้ไปดูละคอนอีกครั้งหนึ่งให้จงได้ ในข้อนี้ข้าพเจ้าได้ทูลว่ายังจะรับรองไม่ได้ เพราะพวกไทยได้ แสดงว่า ถ้าพระเจ้าแผ่นดินไม่ได้รับสั่งด้วยพระองค์เองให้ไปแล้ว ใคร ๆ จะให้ไปพวกไทยก็จะยอมไปโดยยาก แต่อย่างไรก็ดีถ้าพระอนุชาทรง เห็นว่าเปนการที่จำเปนแท้แล้ว ข้าพเจ้าจะลองเกลี้ยกล่อมดูเสียก่อน ภายหลัง พระอนุชาได้ไปทูลชี้แจงเหตุผลต่าง ๆ ให้พระเจ้ากรุง ฝรั่งเศสทรงทราบโดยตลอด ในที่สุดพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงทรงเห็นว่า ไม่ควรจะมาเกี่ยวกับคนที่ขาดสติเช่นนี้จนเกินไป แลได้รับสั่งกับพระ อนุชาว่าในการที่จะเจรจาในทางราชการต่อไปนั้น ควรข้าพเจ้าจะงดเสียดีกว่า แลทรงหวังพระทัยว่าในเรื่องนี้ข้าพเจ้าคงจะจัดการให้ถึงผลที่สุด

ทูตไทยไปดูพระราชวัง แลที่ ๆ ตำบลแซงคลู ( Saint Cloud ) พระอนุชาของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสยังคงมีความกรุณาต่อพวกเราอยู่ เวลานั้นประทับอยู่ที่กรุงปารีส จึงรับสั่งให้ข้าพเจ้าพาพวกไทย ไปเฝ้าพระองค์ยังพระราชวัง เมื่อไปถึงพระราชวังนั้นได้เห็นทหารรักษา


๑๘๑ พระองค์ขี่ม้าตั้งกองเปนระเบียบเรียบร้อยในท้องพระโรงใน พวกสวิส ( Swiss ) เรียงรายอยู่ข้างนอก แลบันดาข้าราชการที่ประจำหน้าที่ใน พระราชวังก็ประจำอยู่ตามห้องต่าง ๆ พระอนุชาคอยรับพวกเราอยู่ใน ทางเดิร ( Galerie ) ซึ่งเปนแกเลอรีใหญ่ที่สุดในกรุงปารีส แลมีข้า ราชการแต่งตัวเต็มยศห้อมล้อมพระองค์อยู่โดยรอบ ในที่นี้สมควรที่ข้าพเจ้าจะต้องอธิบายความอะไรไว้บ้างเล็กน้อยมิฉนั้นการที่จดรายงารนี้ จะเปนแต่เพียงการจดจำเท่ากับเปนเสมียน ธรรมดาเท่านั้น กล่าวคือการที่ไปเฝ้าเช่นนี้ต้องระวังตัวให้มาก แล จะต้องรู้สึกว่าการเคารพต่อพระอนุชาของพระเจ้าแผ่นดินั้น ต่างกัน กับการเคารพต่อพระองค์พระเจ้าแผ่นดิน แลยังมีข้อที่จะต้องระวังอีก อย่างหนึ่ง คือบันดาเจ้านายโปรดนักที่จะฟังคนพูดภาษาอื่นซึ่งพระองค์เองไม่เข้าพระทัยเลยจนคำเดียวเพราะฉะนั้นเมื่อจะทูลข้อความอย่างใดจึงต้องใช้ภาษาที่รู้สึกว่าไม่เข้าพระทัยนักทูลโดยตรงดุจพูดภาษาที่พระ องค์เข้าพระทัยเหมือนกัน ข้อนี้ต้องชี้แจงให้พวกไทยเข้าใจซึมทราบ ให้จงได้ ไม่ฉนั้นพวกไทยก็กระทำกิริยาอันน่าขันซึ่งเปนอยู่เสมอ ๆ กล่าวคือ ถ้าจะพูดกับใครแล้วพวกไทยหาได้พูดกับผู้นั้นไม่ หันมา พูดกับล่ามแลจะมองดูคนที่ต้องการพูดด้วยสักครั้งก็ไม่มี ในคราวนี้พอ ได้เฝ้าพระอนุชา ข้าพเจ้าก็ได้ให้คนไทยลงกราบถวายบังคมอย่างธรรม เนียมไทยโดยทันที จนพระอนุชาได้รับสั่งให้ลุกขึ้นถึงสามสี่ครั้งแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้บอกให้คนไทยลุกขึ้น การที่จะทราบได้ว่าพระอนุชาพระ


๑๘๒ องค์นี้มีพระทัยดีเพียงไร จะต้องคุ้นเคยกับท่านจึงจะทราบได้ พระ อนุชาได้ดำรัสชมเชยสรรเสริญพระเจ้ากรุงสยามหลายพันอย่าง และ รับสั่งให้พวกเราสัญญาว่าจะนำความกราบทูลพระเจ้ากรุงสยามถึงไมตรีของพระองค์ แลถ้ามีโอกาศที่จะแสดงให้เห็นไมตรีเวลาใดก็ทรงยินดี อย่างยิ่งที่จะรับธุระของพระเจ้ากรุงสยามต่อไป เมื่อรับสั่งในเรื่องนี้เสร็จแล้ว ได้ทรงเชิญให้พวกเราไปดูวังของพระองค์ที่ตำบลแซงคลู แล พระองค์จะรีบเสด็จไปล่วงหน้าเพื่อไปคอยรับอยู่ณที่นั้น เพราะได้ทรง เตรียมการที่จะเลี้ยงทุกอย่างแล้ว เมื่อเสด็จไปแล้วพวกเราก็รีบตาม เสด็จไป พอรถที่นั่งผ่านประตูเข้าไปรถเราก็ไปถึงเหมือนกัน แลรถที่ เรานั่งไปนั้นก็เปนรถที่พระอนุชาส่งมาให้รับพวกเราไป วังที่แซงคลูนี้ดูประดุจจะเปนวังที่เทวดาสร้าง ทุกอย่างเปนสิ่งที่ ใหญ่โตงดงามทั้งสิ้น สีที่ท่าบ้านก็ดี เครื่องทองเครื่องเงินก็ดี ทั้งรูป ภาพสี ตุ๊กตาต่าง ๆ น้ำพู ตัววัง พระราชอุทยาน สวนส้ม ล้วนแล้วแต่ เปนสิ่งซึ่งคนที่ไม่เคยเห็นเลยหรือที่ได้ทราบแต่เพียงฟังเขาบอกเล่า เท่านั้น จะคาดหมายไม่ถูกเลย เมื่อแรกไปถึงได้ไปยังห้องมองซิเออร์ เดอซาตร์ ( Chartres ) ซึ่งเปนโอรสของพระอนุชาก่อน ข้าพเจ้าจะไม่ ปิดบังเรื่องที่มีขึ้น คือขุนนางไทยคนแก่มีความเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้างแล เปนคนเคยสูบบุหรี่อยู่เสมอ ได้แสดงกิริยาพอให้เห็นว่าถ้าได้สูบกล้อง สักกล้องหนึ่งจะดีนักหนา พอพระอนุชาทรงทราบว่าพวกไทยอยากสูบ บุหรี่ ก็ได้ทรงจัดการให้ข้าราชการที่แต่งตัวอย่างงามเข้าไปยังห้องที่


๑๘๓ พวกเราพักอยู่ บางคนถือกล้อง บางคนถือยา บางคนถือไฟ แลเพื่อ จะยั่วให้พวกไทยสูบยา พวกเจ้าพนักงารเหล่านี้ก็ลงมือสูบกล้องก่อน บางคนก็ไม่เคยสูบบุหรี่หรือสูบกล้องเลย แลบางคนได้เคยสูงมาแต่ก่อน แลได้ทิ้งไม่สูบมานานแล้วก็มี ก่อนที่จะรับประทานอาหารได้มีการเลี้ยง เครื่องว่าง แลเมื่อได้ไปผิงไฟจนอุ่นแลพักผ่อนจนสบายแล้ว ได้มี การเลี้ยงอาหารในสวนเล็กอันงดงามแห่งหนึ่ง ซึ่งรถหรือม้าไม่เคย ได้เข้าไปเหยียบย่ำเลย การเลี้ยงดูคราวนี้สมกับเกียรติยศของผู้เลี้ยงทุกประการ ผู้ที่ รับประทานอาหารด้วยนั้นล้วนแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งนั้น แลในคราวนี้ก็หาได้มีเรื่องราวติดขัดอย่างใดไม่ เพราะฉนั้นจึงได้จัดการเลี้ยงดีกว่า ที่เลี้ยงเจ้าบางองค์เสียอีก พอลุกจากโต๊ะก็ได้ขึ้นรถของพระอนุชา แล พระอนุชาได้พาพวกเราไปดูไปชมสถานที่งามๆ ต่างๆในพระราชอุทยานแลในสวนของพระองค์ ใครเลยจะไม่พิศวงที่ได้เห็นน้ำพุกว่าสามพันแห่งแลบางท่อก็พ่นน้ำขึ้นไปสูงกว่า๖๐ฟิตใครเลยจะไม่ประหลาทใจที่ได้เห็นของที่มนุษย์ประดิษฐ์ทำขึ้นให้ประกอบเข้ากับของที่กำเนิดเปนธรรมชาติใครเลยจะไม่พิศวงในเวลาที่ชมรูปสลักต่าง ๆ ซึ่ง ช่างสลักทำโดยยากที่ สุดเหมือนกับของจริง ข้าพเจ้าต้องรับสารภาพว่าตัวข้าพเจ้าเองพิศวงในใจเหลือที่จะอธิบายได้ จนที่สุดสิ่งที่เอามือจับได้ก็ยังทำให้เกิดความสงสัยว่าจะเปนของจริงหรือประการใด ข้าพเจ้าหลงไปว่าเวลานั้นเปนเดือน มิถุนายนแต่ความจริงเกือบจะสิ้นเดือนพฤศจิกายนอยู่แล้ว ข้าพเจ้าได้จับ


๑๘๔ ผลไม้แลดอกไม้ต่าง ๆ ดุจยังเปนระดูใบไม้ผลิอยู่ ยิ่งดูก็ยิ่งได้เห็นของ ใหม่ ๆ แปลก ๆ ร่ำไป การที่ได้ไปชมของต่าง ๆ คราวนี้ถึง ๕ ชั่วโมง แต่ความที่เพลิดเพลินก็ดูเหมือนสัก ๕-๖ นาฑีเท่านั้น ข้าพเจ้าไม่ทราบเลยว่าพวกไทยวันนั้นจะรู้สึกว่าได้ไปพบของดีอย่างไร หรือจะเปนด้วยสุราซึ่งเขาได้จัดให้รับประทานซึ่งพวกไทยเห็นว่าเปน สุราอย่างดีนัก จะขึ้นหัวสมองหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แต่จะอย่างไร่ ก็ตามในวันนั้นพวกไทยเปลี่ยนเปนคนละคน แปลกกับที่ข้าพเจ้าได้เคย เห็นมาแต่ก่อน ๆ มาก เพราะหน้าตาดูแช่มชื่น ไปเห็นสิ่งใดก็ดู ออกจะชอบแลพอใจ แม้แต่ของเล็กน้อยพวกไทยก็ชมเชยยกย่องว่าดี กว่าที่ได้เห็นที่พระราชวังเวอซาย ถ้าจะพูดสั้น ๆ ก็คือ ในคราวนี้พวก ไทยได้ประพฤติตัวสมใจรักของข้าพเจ้าทุกอย่าง พระอนุชาได้ประทาน ของแก่พวกไทยเปนที่รลึก แล้วเจ้าพนักงารก็พาขึ้นรถของพระองค์ไป ยังกรุงปารีส แลมีทหารรักษาพระองค์ตามไปส่งด้วย (๑)

(๑) พระอนุชาได้ประทับนั่งรับสั่งกับมองซิเออร์วาเชอยู่ถึง ๓ ชั่วโมง ได้รับสั่งถึงการต่าง ๆ หลายอย่าง ลงท้ายที่สุดได้ทรงจับแขนมองซิเออร์ วาเชแล้วรับสั่งว่า " ในเรื่องนี้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะต้องทรงจัดการ ต่อไป แลจะต้องทรงแสดงให้พระเจ้ากรุงสยามเห็นว่าพระเจ้ากรุง ฝรั่งเศสมีพระทัยดีไม่น้อยกว่าพระเจ้ากรุงสยาม คัดจากจดหมาย มองซิเออร์บรีซาเซียถึงบาดหลวงปาลู ลงวันที่ ๖ เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๔ ( พ.ศ. ๒๒๒๗ ) ๑๘๕ ในเรื่องรับประทานอาหาร มองซิเออร์วาเชได้กล่าวในที่อื่นว่าดังนี้ " ในการที่พวกไทยรับประทานอาหารทั้งในบ้านแลนอกบ้านจะต้องคอยระวังอย่างที่สุด เพราะทราบกันอยู่แล้วว่า สุราฝรั่งเศศเปนสุรา ที่มีชื่อและแรงมาก แต่เพราะเหตุว่าสุราเหล่านี้ รับประทานอะหร่อยดี พวกไทยมักจะดื่มมากกว่าที่ตัวจะทนได้ทั้งนี้บางทีพวกไทยจะไม่รู้สึกตัวก็จะเปนได้ ในเรื่องนี้มองซิเออร์แฟมาเนลเปนพยานข้าพเจ้าได้คนหนึ่ง ในการที่ข้าพเจ้าคอยระวังนักหนามิให้เกิดเรื่องอันน่าเสียใจแลน่าอับอาย ขึ้นได้ โดยข้าพเจ้าได้สั่งพวกบ๋อยที่โฮเต็ลตารานให้เอาน้ำเติมในสุราให้มาก คือ ให้น้ำมีตั้งสี่ส่วนสุรามีเพียงส่วนเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ เมื่อ จะรับประทานอาหารที่โฮเต็ลใดบ้านใด ข้าพเจ้าก็คอยสั่งเช่นนี้เหมือน กัน เพื่อป้องกันมิให้เกิดขายหน้าขึ้นได้ แต่การที่พวกไทยได้เมาจน หน้าอายได้เกิดขึ้นสองครั้งโดยคนใช้ได้หยิบขวดผิด แต่ก็เปนการ เคราะห์ดีฉเพาะเกิดในบ้าน ซึ่งไม่มีใครเห็นนอกจากเพื่อนของคณะบาดหลวงสองสามคนเท่านั้น แลคนเหล่านี้ ก็ช่วยกันปิดความหาได้ให้ แพร่หลายไม่ ๒๔




๑๘๖ เรื่องทูตไทยไปฟังสวดที่โบสถ์ โนตร์ดาม ( Notre Dame ) ในวันนักขัตฤกษ์ตูแซง ( Toussain ) ท่านสังฆราช ( Areh - bishop) กรุงปารีสจะเปนหัวหน้าในการสวดมนต์ไหว้พระที่โบสถ์โนตร์ดาม เพราะฉนั้นการที่จะขออนุญาตให้ข้าราชการไทยไปดูการสวดจึงไม่เปนการยากอย่างใด ถ้าหากว่าพวกไทยจะยอมสัญญาว่าจะปฏิบัติเหมือนอย่างคนอื่น คือ ถึงเวลากราบต้องกราบ ถึงเวลาคุกเข่าต้องคุกเข่าแล้ว เจ้าพนักงารก็จะยอมจัดที่ให้นั่งข้างหน้า แต่พวกไทยหายอมไม่ แลการที่ไม่ยอมนี้ท่านสังฆราชก็หาได้โกรธเคืองอย่างใดไม่ แลได้จัดที่ให้ นั่งบนแกเลอรีข้างบน ซึ่งเปนแห่งที่ไม่เกี่ยวกับผู้ใดเลย ในพิธีสวดของ สาสนาไม่มีอย่างใดที่จะทำให้คนปีติในสาสนาคริศเตียนยิ่งกว่าจะดูการ สวดในเวลาที่สังฆราชเปนหัวหน้า แลมีบาดหลวงกับนักพรตทั้งปวงเปนบริวารแวดล้อมเช่นนี้ ในวันนี้โบสถ์โตไม่พอ ถึงกับต้องใช้ทหารสำหรับ เปิดทางให้กระบวรแห่เดิร การสวดมนต์ แลการร้องเพลงได้ดำเนิร ไปอย่างดีเรียบร้อยทุกอย่าง สิ่งที่ทำให้พวกไทยไม่พอใจก็เพียงแต่การ พิธีสวดนี้ยืดยาวมากไปเท่านั้น แลเมื่อเวลาเดิรกระบวรแห่พวกนัก พรตนั้นพวกไทยก็ตกใจ เพราะเห็นกระบวรแห่เดิรใต้ที่พวกเรานั่งอยู่ แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่า การถือต่าง ๆ ตามลัทธิของชาวสยามนั้นข้าราชการ ไทยที่มาในคราวนี้ ดูเหมือนจะค่อยคลายลงบ้างแล้ว เมื่อพิธีสวดได้ จบลงแล้วข้าพเจ้าได้พาพวกไทยไปหาท่านสังฆราช เพื่อขอบใจสังฆราช ที่ได้เอื้อเฟื้อต่อพวกเรา ท่านสังฆราชมีชื่อผู้นี้ได้กล่าวคำอันไพเราะ น่าจับใจมาก แลได้ให้เกียรติยศตามไปส่งถึงบันไดด้วย

๑๘๗ เรื่องทูตไทยไปเที่ยวเมืองชังตียี ( Chantilly ) ข้าพเจ้าได้ถือวิสาสะมีจดหมายไปทูลพระอนุชาเพราะถือว่าได้คุ้นเคยกับพระองค์มาก เพื่อขอไปเที่ยวยังเมืองชังตียี การที่ข้าพเจ้า ขอร้องนั้นพระอนุชาเปนที่พอพระทัยมากข้าพเจ้าจึงได้จัดแจงที่จะไปยังเมืองชังตียี ซึ่งเวลานั้นพระอนุชาประทับอยู่ในเมืองนั้น เลขานุการ ของพระองค์ได้เอารถปิดทองมารับ รถนั้นเทียมด้วยม้าอย่างดี ๖ ม้า แลพวกเราได้นั่งไปในรถจนใกล้เมืองชังตียีประมาณอีก ๖ ไมล์ พวก เราได้รับความปลื้มใจมากเพราะเมื่อไปถึงก็ได้พบข้าราชการในพระองค์ พระอนุชาหลายคน ได้รับประทานอาหารอย่างวิเศษทั้งมีรถแลม้าคอย ส่งต่อไปด้วย ถึงแม้ว่าในเวลานั้นหิมะได้ตกมากก็จริง แต่บันดาน้ำพุ แลน้ำตกก็ยังมีน้ำไหลอยู่ดุจเปนระดูร้อน พวกไทยไม่ได้ทำการให้ ขายหน้าอย่างใดในที่นี้ คือว่าความประพฤติของพวกไทยในคราวนี้ เปนที่พอใจข้าพเจ้าทุกอย่าง

เรื่องทูตไทยไปดูสวดมนต์แลเปิดสภาปาลีเมนท เพื่อจะให้ข้าราชการไทยได้เห็นสิ่งที่สำคัญของประเทศฝรั่งเศส จึงได้จัดการให้พวกไทยไปดูการเปิดสภาปาลีเมนท ท่านเปรซิเดนที่ ๑ ได้สั่งให้เพิ่มทหารอีกเท่าหนึ่ง แต่เพราะเหตุว่าท่านเปรซิเดนก็ดี ตัว ข้าพเจ้าเองก็ดีได้พยายามจะให้พวกไทยลงคุกเข่าในเวลาที่ยกไม้กางเขนแลชูถ้วยนั้นไม่เปนผลสำเร็จ จึงต้องคิดอ่านจัดการอย่างอื่น ซึ่งเปน


๑๘๘ การกระทำให้เอะอะกาหลจนเกือบจะถึงฆ่ากันตาย เพราะเหตุว่าที่แห่ง หนึ่งซึ่งเคยให้คนนั่งกว่า ๒๐๐ คน ต้องไล่คนออกหมดเพื่อจะกันที่นั้นไว้ ให้พวกเรานั่ง แลต้องใช้ทหารถือปืนสำหรับคอยกันทางกว่า ๒๐ คน ในพิธีนี้สิ่งที่สำคัญแลน่าดูก็คือพิธีถวายของแก่พระเยซู ( Offertory ) เพราะฉนั้น พอเสร็จพิธีนี้ข้าพเจ้าจึงได้พาคนไทยไปนั่งในที่ลับแห่ง ๑ เพราะ ที่ลับอีกแห่ง ๑ นั้นเตรียมไว้สำหรับให้มองซิเออร์เลอนอนซ์ (Nonce) นั่งในที่นี้ข้าราชการไทยได้มีโอกาศชมบารมีพระเจ้าแผ่นดินที่สูงสุดในโลกนี้ซึ่งทรงฉลองพระองค์อย่างเต็มยศสีแดงปนด้วยขนสัตว์เออมีน เมื่อได้มี สุนทรพจน์กันจบลง แลข้าราชการได้กระทำคำสาบาลแล้ว ข้าพเจ้าได้ พาคนไทยไปหาท่านเปรซิเดนที่ ๑ เพื่อขอบใจท่าน ท่านเปรซิเดนต้อง การให้พวกเราไปรับประทานอาหารที่บ้านท่านแต่พวกไทยหัวดื้อไม่ยอมไปเปนอันขาด การที่พวกไทยทำการเสียกิริยาเช่นนี้ไม่ยุติแต่เพียงนี้ ยังร้ายยิ่งกว่านี้ไปอีก กล่าวคือ เมื่อกลับไปถึงที่พักก็ได้พบมองซิเออร์ แฟมาเนล์ แลมองซิเออร์เดอบรีซาเซีย ซึ่งเชิญคนมีชื่อชั้นสูงให้มา รับประทานอาหารกับเรา แต่พวกข้าราชการไทยไม่ยอมมานั่งโต๊ะด้วย ในครั้งนี้ข้าพเจ้าหมดปัญญาไม่ทราบว่าจะแก้ตัวได้อย่างไร ข้าพเจ้าจึง ไม่ยอมพบปะพูดจากับพวกไทยถึงสองวัน ซึ่งเปนยาขนานดีพอใช้อยู่บ้าง

เรื่องอุบายที่จะให้ทูตไทยไปดูละคอน เรื่องนี้เปนเรื่องที่ได้ทำให้ข้าพเจ้าเสียใจ แลร้อนใจเปนอันมาก เพราะพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสยังรับสั่งอยู่เสมอว่า ทรงปราถนาให้พวกไทยไป

๑๘๙ ดูละคอน ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าเปนการจำเปนแล้ว ที่จะต้องจัดการให้คนไทย ไปดูละคอนให้จงได้ แต่พวกไทยก็ได้พูดไว้แล้วว่า ถ้าไม่ได้มีพระราช โองการโดยตรงแล้ว เปนไม่ไปดูเปนอันขาด เพราะฉนั้นข้าพเจ้าจึง จำเปนต้องคิดอุบาย ดังจะกล่าวต่อไปนี้ ในเรื่องที่จะไปดูละคอนนี้ข้าพเจ้าคอยระวังไม่พูดถึงเลย แลข้าพเจ้าได้ทำให้พวกไทยเข้าใจว่า การที่ข้าพเจ้าจะไปยังพระราชวังเวอซาย ก็ เพื่อจะไปเจรจาการงารที่ยังค้างอยู่ ทั้งจะได้จัดการให้ได้เร่งการสำหรับ กลับไปเมืองไทยโดยเร็วด้วย ข้อนี้เปนข่าวอันดีอย่างยิ่งสำหรับคนไทย ซึ่งทำให้เขาใจดีจนถึงกับมากอดคอข้าพเจ้า แลขอให้ข้าพเจ้ารีบจัดการโดยเร็วที่สุด โดยกล่าวว่า การที่ข้าพเจ้าจะจัดการให้ได้กลับไปเมือง ไทยนั้น เปนสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญคุณกับเขาอย่างยิ่ง แต่เพื่อจะให้อุบายของข้าพเจ้าเปนผลสำเร็จนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ไปนัดกับมองซิเออร์เดอเซเนเลแลมองซิเออร์เดอครัวซี ว่าในวันใดที่จะมีละคอนก็ตาม ในวันรุ่งขึ้นให้เตรียมการที่จะให้พวกไทยไปลา ในวันนั้นข้าพเจ้า จะพาพวกไทยไปนอนที่เวอซาย แลจะกำหนดเวลาให้ไปถึงเวอซาย ในราวบ่าย ๔ โมง ขอให้เจ้าพนักงารเตรียมอาหารไว้ให้รับประทานแล เมื่ออิ่มแล้ว คือในเวลาที่จะลงมือเล่นละคอน ขอให้เจ้าพนักงานคน ๑ กับทหารักษาพระองค์๖คนมายังโฮเต็ลที่พักที่ประตูโฮเต็ลก็ขอให้เตรียมเก้าอี้หามไว้ ๓ เก้าอี้ แลที่โรงละคอนขอให้เตรียมที่นั่งไว้ให้ตรงกับที่ ประทับแลให้เปนที่ ๆ คนทั้งหลายทั้งตัวละคอนและคนดูจะเห็นพวกเราได้


๑๙๐ โดยง่าย เมื่อได้เตรียมการไว้เช่นนี้แล้ว พอได้เวลาตามที่นัดไว้ เจ้าพนักงารกับทหารได้เข้ามาในห้องตรงมาพูดกับข้าพเจ้าว่า พระเจ้า แผ่นดินมีรับสั่งให้เชิญข้าราชการไทยให้ไปยังโรงละคอน ละคอนจะ ลงมือเล่นเดี๋ยวนี้อยู่แล้ว แลพระเจ้าแผ่นดินก็ทรงรออยู่ ถ้าคนไทย ไปถึงเมื่อใด พระเจ้าแผ่นดินจะได้เสด็จออกประทับยังโรงละคอนทีเดียวข้าพเจ้าได้เตรียมให้คนไทยแต่งตัวเต็มยศ โดยอ้างเหตุว่าบางทีเสนาบดีจะเรียก หรือบางทีเสนาบดีจะมาหาก็ได้ ในทันใดนั้นข้าพเจ้าได้ลุกขึ้นจากโต๊ะแลพูดว่า " ขอเชิญท่านรีบ ไปโดยเร็วก่อนเสด็จออก เพราะได้มีรับสั่งให้เจ้าพนักงารแลทหารรักษาพระองค์มาเชิญท่านแล้ว " ข้าพเจ้าไม่ให้พวกไทยมีเวลาตรึกตรองหรือ โต้ตอบอย่างใดได้โดยทำเครื่องสัญญากับเจ้าพนักงารตามที่ได้นัดกันไว้ทหาร ๖ คนจึงมาจับแขนข้าพเจ้ากับคนไทยทั้งสอง ดุจการจับแขนดังนี้ เปนการแสดงความนับถืออย่างสูงในเมืองฝรั่งเศส แล้วก็พาไปขึ้นนั่ง เก้าอี้หามจนถึงที่นั่งในโรงละคอน ที่ประตูนั้นเจ้าพนักงารกับทหารได้ยืนเฝ้าอยู่จนตลอดเวลา

ด้วยเวลาอยู่ในโรงละคอน พอพวกไทยได้ลงนั่งบนเก้าอี้บุด้วยกำมะหยี่แดงกรอบเก้าอี้เปนทองแลมีพรมอย่างงามสำหรับคลุมเท้าแล้วนั้น ต่างคนก็ต่างพูดว่าถูก ข้าพเจ้าหลอกเสียแล้ว แลอะไร ๆ ต่าง ๆ ที่ได้ทำไปนั้น เปนการที่


๑๙๑ ข้าพเจ้าคิดทำขึ้นเองทั้งสิ้น จนที่สุดเมื่อพระเจ้าแผ่นดินเสด็จเข้ามา ข้าพเจ้าต้องบอกถึงสองหนพวกไทยจึงได้ยืนขึ้น พระเจ้าแผ่นดินมี อัธยาศัยอันดีหันพระองค์มาทางพวกไทยเพื่อจะทรงคำนับพระอนุชาแลข้าราชการที่ตามเสด็จก็หันมาคำนับพวกไทยพร้อมกัน ข้าพเจ้าต้องใช้ คำพูดอย่างแรง พวกไทยจึงได้ถวายคำนับแลคำนับตอบพวกข้าราชการ ใครเลยจะเชื่อว่าในระหว่างที่ละคอนเล่นอยู่นั้นจนตลอดเวลาเลิกพวกไทยมิได้เงยหน้าดูอะไรเลย ทั้งพระเจ้าแผ่นดินแลละคอนก็ไม่ดู นั่ง ก้มหน้าอยู่ ถ้าจะหันหน้าก็เพียงหันไปดูประตูเท่านั้น แต่ถึงจะอยากออก ไปสักเพียงไร ก็ไม่กล้าแสดงต่อข้าพเจ้าว่าอยากออกไป จึงจำเปนต้องอยู่จนละคอนเลิก ถ้าหากว่ารถยังอยู่ พวกไทยคงกลับไปกรุงปารีส เปนแน่ เพราะเหตุว่าพวกไทยได้แน่แก่ใจเสียแล้ว ว่าการที่ข้าพเจ้าได้บอกว่าจะมาทูลลานั้น เปนการไม่จริงทั้งสิ้น ข้าพเจ้าจึงต้องทำหน้าขึงตาขึงเพื่อจะให้พวกไทยสิ้นสงสัย แลข้าพเจ้าก็ได้ภ้อต่อว่าพวกไทย ว่าน้ำใจ ของพวกไทยนี้คิดร้ายต่อข้าพเจ้าอยู่เสมอ ข้าพเจ้าได้พยายามอธิบายว่าการที่ไทยสงสัยเช่นนี้ เท่ากับถือว่าข้าพเจ้าเปนคนโกงไม่ซื่อตรง เพราะ เหตุว่าถ้าตามที่พวกไทยสงสัยว่า ข้าพเจ้าหลอกในการที่จะเฝ้าทูลลาในวันพรุ่งนี้ เปนการหลอกจริงตามที่ไทยสงสัยแล้ว ขอให้ไทยเข้าใจว่า ถ้าข้าพเจ้าได้หลอกเสนาบดีของแผ่นดิน คือ เอาความไม่จริงไปกล่าว ว่าเปนความจริงแล้ว ข้าพเจ้าเองก็จะเสียชื่อ แลการที่พระเจ้ากรุงสยาม


๑๙๒ ได้มีพระราชประสงค์ไว้นั้น คงเปนผลไม่สำเร็จเปนแน่ แลข้าพเจ้าได้ พูดต่อไปว่า ถ้าพระเจ้ากรุงสยามทรงทราบถึงน้ำใจของพวกไทยที่ไม่ ชอบข้าพเจ้าเช่นนี้ก็คงจะทรงกริ้วแลลงพระราชอาญาต่อพวกไทยเปนแน่อีกประการหนึ่ง ถ้าข้าราชการทั้งสองยังคงดื้อดึงอยู่เช่นนี้ ข้าพเจ้าไม่ เปนธุระให้อีกต่อไป แลเวลานี้ข้าพเจ้ากำลังตรองอยู่ ว่าในวันพรุ่งนี้ ข้าพเจ้าจะไปด้วยกับคนไทยเพื่อไปหามองซิเออร์เดอเซเนเล แลมอง ซิเออร์เดอครัวซีหรือไม่ คำพูดสุดท้ายนี้ ทำให้พวกไทยตกใจมาก จึง ลงมากอดเท้าข้าพเจ้าแลขอโทษ

เรื่องการทูลลา รุ่งขึ้นเมื่อข้าราชการไทยได้เห็นด้วยตาของเขาเองว่ารถของท่านเสนาบดีได้มาคอยสำหรับรับไปลาเสนาบดีนั้น พวกไทยจึงมาขอโทษ ข้าพเจ้าอีก แลอ้อนวอนขอให้ข้าพเจ้าลืมที่เขาได้ทำใจหงุดหงิด แลที่เขามีความสงสัยต่าง ๆ ข้าพเจ้าจึงตอบว่าในข้อนั้นข้าพเจ้าไม่ได้นึกถึงแล้ว เปนอันว่าต่างคนต่างพอใจด้วยกันทุกคน พวกเราจึงขึ้นรถกลับไปยังกรุงปารีส แลได้พักอยู่ที่ปารีสอีกช้านาน

ว่าด้วยมองซิเออร์เดอโชมอง ( Chaumont ) เปนราชทูตเข้ามากรุงสยาม เตรียมการในเบื้องต้น ในระหว่างนี้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้รับสั่งกับข้าพเจ้า ว่าได้ทรง เลือกคนที่จะเปนราชทูตได้แล้ว คงจะเปนที่พอใจด้วยกันทุกคน เพราะ ๑๙๓ เปนคนมีวุฒิตามความต้องการของข้าพเจ้าดังข้าพเจ้าได้ชี้แจงไว้ต่อ มองซิเออร์เดอเซเนเล ขาดอย่างเดียวแต่ไม่ได้เปนนักพรตเท่านั้น แต่ถึงดังนั้นก็เปนคนเต็มไปด้วยเมตตาจิตต์แลเปนคนใจดีที่สุด ลงท้าย ที่สุดจึงรับสั่งว่า คน ๆ นี้ชื่อ เชอวาเลียเดอโชมอง จริงอยู่ข้าพเจ้ายังหาได้รู้จักกับมองซิเออร์เดอโชมองไม่ แต่พอ ได้พบแลสนทนากันในครั้งแรก ข้าพเจ้าก็เห็นว่าจะหาใครดีกว่าคนนี้ ไม่ได้แล้ว เจ้าหน้าที่ด้มีคำสั่งให้เตรียมเรือไว้สองลำ ๆ หนึ่งใหญ่ อีกลำ หนึ่งขนาดกลาง แลได้เตรียมของเครื่องราชบรรณาการที่จะถวาย พระเจ้ากรุงสยาม ทั้งเตรียมของที่จะฝากไปให้เจ้าพระยาพระคลัง กับ มองซิเออร์คอนซตันซ์ด้วย ของเครื่องราชบรรณาการสำหรับถวาย พระเจ้ากรุงสยามนั้น ล้วนแต่เปนของอย่างดีแลงดงามทั้งสิ้น แต่ของ เหล่านี้ได้ถูกคลื่นแลถูกน้ำเค็มจนเสียหมด เพราะบัญจุลงในเรือไม่ดี ของที่ไม่เสียนั้นมีพรมใหญ่สองผืนซึ่งทำที่โรงทำสบู่ พรมสองผืนนี้ ราคา ๔๐๐๐ ปอนด์ เพราะเปนพรมใหญ่แลยาวซึ่งกะไว้ว่าจะเอาไปปู ในท้องพระโรงใหญ่ ๒ แห่งโดยข้าพเจ้าได้วัดมาเสร็จแล้ว ของที่เสีย มากที่สุดคือ แพรดอกหลายผืน ซึ่งเปนผ้าอย่างดีแลอย่างงามที่สุด ที่จะหาได้ ผ้าแดง ๔ พับ ผ้ามาจากเมืองฮอลันดาหลายผืน กับหมวก หนังสัตว์สีต่าง ๆ ๖ โหล คณะโรงเรียนสามเณรได้จ่ายเงินในพระนาม พระเจ้ากรุงสยามสำหรับทำกระจกเงาอย่างดีเปนเงิน ๑๘๐๐๐ ปอนด์


๑๙๔ กระจกเงาเหล่านี้สำหรับไปประดับตามห้องต่างๆในพระราชวังไม่มีแตกจนบานเดียว แลได้ไปถึงกรุงสยามโดยเรียบร้อย นาฬิกาใหญ่ แลนาฬิกาพก ซึ่งได้ทำอย่างแปลกแลตลับทำอย่างงามนั้นก็ไม่เสีย เลยจนเรือนเดียว ในจำพวกนาฬิกาใหญ่นั้นมีอยู่เรือนหนึ่ง ซึ่งได้ทำ ตามตัวอย่างที่ข้าพเจ้าได้ให้ไว้แก่ มองซิเออร์มาติโน ช่างทำนาฬิกา คือมีทุ่มโมงแลตีอย่างเวลาที่ใช้กันในเมืองไทย นอกจากของเหล่านี้ยัง มีปืนอย่างราคาแพงมาก มีดาบแลกระบี่ซึ่งที่มือจับได้ประดับพลอย ต่าง ๆ แลมีกระจกเงาเล็ก ๆ ทำเปนรูปต่าง ๆ กรอบทำด้วย ทองแลเงิน แต่ของที่พระเจ้ากรุงสยามโปรดมากกว่าอย่างอื่น ก็คือ กล้องส่องยาว ๒ ฟิต ซึ่งเห็นของได้ไกล ๒ ไมล์ กล้องนี้ลงยาแลมีลายทองด้วย ( ๑ )

(๑) ในตอนนี้ไม่ควรลืมที่จะกล่าวถึงการที่เราได้พลาดไป คือ ถ้าจะทำของสิ่งใดสำหรับพระเจ้ากรุงสยาม เมื่อเห็นโอกาศที่เหมาะแล้ว อย่าทนงตัวเกินไป เพราะพวกเราได้หวังใจอยู่เกือบเดือน ๑ ว่าถ้าพอ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงทราบว่าเรากำลังทำของเหล่านี้อยู่ก็คงจะทรง เปนพระธุระให้ทำต่อไปโดยไม่ต้องเกี่ยวกับเรา แต่ข้อนี้เราเข้าใจผิดโดย แท้ จึงเปนเหตุทำให้ต้องวิ่งเที่ยวหาช่างเพื่อจะทำของต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ ภายใน ๒ เดือน ถ้าแม้ว่าในชั้นต้นเราได้รีบจัดการเสียแล้ว ก็คงจะ ไม่ได้รับความร้อนใจดังที่ได้เปนมาเปนแน่


๑๙๕ ส่วนของที่พวกคณะโรงเรียนสามเณรจะทำถวายโดยฉเพาะนั้น คนที่รู้จักกันคนหนึ่งได้ทำรูปภาพลายดุนบนกระดาดแขง ๒ รูป รูปหนึ่งเปนภาพพระราชวงศ์ฝรั่งเศสขี่ม้า รูปคนแลรูปม้านั้นลงยา ดุนสูงนิ้วครึ่ง แลแต่งตัวทั้งคนแลม้าตามแบบทหารทุกอย่าง รูปนี้กว้าง ๖ ฟิต สูง ๔ ฟิต หนา ๑ ฟุตครึ่ง กรอบทำด้วยทองแลใช้กระจกปิดบานเดียว อีกรูปหนึ่งนั้น สูงกว้างแลหนาเท่ากัน เปนรูปกรุงปารีสที่เห็น ในเวลาที่ยืนดูกลางสพาน ปองรอยัล ( Pont-Royal ) หันหน้าไปทาง โบสถ์โนตร์ดาม รูปนี้ทำดีแลลเอียดมาก แลเห็นทั้งสพานสำหรับจอด เรือต่าง ๆ เห็นบ้านแลตึกเช่นวัง ทุยเลอรี ( Tuileries ) วัง ลูฟร์ ( Louvre ) แลตึกรามต่าง ๆ ที่อยู่ด้านโรงละคอน ทั้งเห็นสพาน ปองเนิฟ ( Pont Neuf ) แลสพาน ปองโอชังช์ ( Pont-au-Change) ด้วย รูปต่าง ๆ เหล่านี้ได้ทำดุนอย่างดีจนเห็นหน้าต่างแลประตูทุกแห่ง ข้างบนนั้นเห็นยอดโบสถ์โนตร์ดาม ยอดแซงต์ชาเปล์ (Sainte Chapelle) แลยอดตึกอื่น ๆ หลายแห่ง ทั้งเห็นลำน้ำเซนอยู่ข้างล่าง มีเรือทั้ง เล็กทั้งใหญ่พร้อมด้วยคนเรือ ไม่มีขาดสักอย่างเดียว คนที่ได้เห็นรูป นี้ในเมืองไทยนึกพิศวงทุกคนว่ารูปนี้ได้เดิรทางไกลมาถึง ๗๐๐๐ ไมล์ ก็ไม่มีรูปสิ่งใดที่จะชำรุดอย่างใด ยังมีของอื่น ๆ แปลก ๆ อีกหลาย อย่างเหลือที่ข้าพเจ้าจะจำได้ ของที่จะฝากมายังประเทศสยามคราวนึ้ ได้ตีราคาในกรุงฝรั่งเศสว่าเปนราคาอยู่ในราว ๔๐๐๐๐๐ ปอนด์


๑๙๖ ก่อนที่จะออกจากกรุงปารีสสองวัน ข้าราชการไทยก็ได้รับของ แจกจากเสนาบดีเหมือนกัน ของเหล่านี้เปนราคากว่า ๒๐๐๐ เหรียญ ส่วนล่ามได้รับเงิน ๕๐๐ เหรียญ แลคนใช้ได้รับเงินคนละ ๕๐ เหรียญ

ว่าด้วยบาดหลวงเยซวิตผู้ชำนาญการเลข ในระหว่างที่เจ้าพนักงารกำลังเตรียมการต่าง ๆ ดังได้กล่าวมา แล้วนั้น ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวว่าพวกบาดหลวงเยซวิตก็จะไปกับราชทูต ด้วย แลได้เลือกไว้หกคนแล้ว คือ บาดหลวงฟองตาเน (Fontaney) ๑ บาดหลวงตาชา ( Tachard ) ๑ บาดหลวงเลอกองต์ ( Lecomte ) ๑ บาดหลวงบูเว ( Bouvet ) ๑ บาดหลวงเกอบรียอง ( Gerbrillon ) ๑ กับบาดหลวงวีเดอลู ( Visdelou ) ๑ บาดหลวงเหล่านี้ล้วนแต่เปน สมาชิกของอากาเดมีแห่งวิชาทั้งนั้น ( Academie des Sciences ) กับ ทั้งเจ้าพนักงารสำหรับดูเดือนแลดวงดาว ( Observatory ) ก็รับเข้าเปนพวกเดียวกันด้วย พวกนี้ได้รับตำแหน่งเปนผู้ชำนาญเลขของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส เพราะฉนั้นจึงมีเงินเดือน นอกจากนี้ยังได้รับพระราชทานเงินเปนพิเศษ อีก ๒๐๐๐๐ ปอนด์ ส่วนเครื่องมือต่าง ๆ ทุก ๆ ชนิด ซึ่งจำเปนจะ ต้องมีไปด้วยนั้น พระเจ้ากรุงฝรั่งเศศโปรดให้จ่ายเงินส่วนพระองค์ซื้อ พระราชทาน นอกจากที่จะต้องซื้อเครื่องมือนั้น ยังจะต้องซื้อของต่าง ๆ สำหรับไปฝากแลแจก เช่นนาฬิกาใหญ่ นาฬิกาพก แลของอื่น ๆ


๑๙๗ แปลก ๆ เปนอันมาก ส่วนของที่จะประมาณราคาไม่ถูกมี ๒ สิ่ง สิ่ง หนึ่งนั้น คือ เปนแผนที่โลก ทำด้วยทองแดงปิดทอง วัดผ่าสูญ กลางโต ๒ ฟิตครึ่ง ฐานทำด้วยเงินอย่างงดงาม ตอนฟ้านั้นมีรอบตัว แลมีตัวสัตว์ ๑๒ ตัวประจำระดู กับมีดาวมีเดือนพร้อมบริบูรณ์ทุกอย่างดาวเดือนเหล่านี้ล้วนแต่ทำด้วยพลอยสีต่าง ๆ แลโตเล็กตามสวน แต่ สิ่งที่น่าดูนั้นก็คือโลกนี้หมุนได้ด้วยใช้เครื่องจักรซ่อนอยู่ข้างใน เช่นว่าเมื่อจะต้องการดูปีเดือนวันแลเวลาแล้วเดือนดาวบนอากาศจะมีอย่างไรก็ต้องตรงกับวันเดือนปีที่ต้องการทราบนั้นด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อจะต้องการ ทราบวันแลเวลาสุริยุปราคา หรือจันทรุปราคาก็เห็นแลทราบได้โดย แน่นอน เพราะพวกปราชญ์ทางดาราศาสตร์ได้คำนวณแลกะส่วนลงใน แผนที่โลกนี้เสร็จแล้ว ของประหลาทสิ่งนี้จะเข้าวังใหญ่โตวังไหน ๆ ก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงจำเปนต้องมีผู้ที่เข้าใจให้เครื่องเดิรกำกับอยู่เสมอ อีกสิ่งหนึ่งนั้นเปนแผนที่ภูมิศาสตร์ ขนาดโตใหญ่เท่ากับอันก่อน ในระหว่างทวีปต่าง ๆ ซึ่งได้เขียนลงโดยแจ่มแจ้งนั้น เห็นเวลาน้ำทะเล ขึ้นลง แลตรงไหนน้ำทะเลขึ้นมากน้อยเพียงไหน ที่ตำบลใดขึ้นลง เวลาใด ก็ได้ทำไว้ให้เห็นชัดเจนด้วย ของทั้งสองสิ่งนี้ผู้ที่ไม่ได้เห็น ด้วยตาของตัวเองแล้ว ไม่ใคร่จะเชื่อว่าเปนของมีขึ้นได้เลย



๑๙๘ เรื่องมองซิเออร์วาเชกราบทูลถึงระยะทาง ในที่นี้ข้าพเจ้าจะต้องกล่าวถึงเหตุผลต่าง ๆ ที่มีขึ้นก่อนที่จะลงเรือเวลานั้นบรรดาหัวหน้าของกระทรวงทหารเรือ เช่นมองซิเออร์เดอตูรวีล (Tourville) แลมองซิเออร์ ชาโตเรโน ( Chateaurenault ) เปนต้น กับนายทหารผู้บังคับเรือบางคนได้พร้อมกันอยู่ที่พระราชวังเวอซาย พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงรับสั่งกับท่านเหล่านี้ ถึงการที่ราชทูตแลพวกเราจะ กลับไปยังกรุงสยาม อยากจะทรงทราบว่า เรือที่จะไปส่งราชทูตนั้นจะ ได้กลับมาถึงเมื่อไร ท่านเหล่านี้คาดว่า ถึงระดูหนาวเรือคงจะต้องหยุด พักตามชายฝั่งแห่งใดแห่งหนึ่งเปนแน่ เพราะฉนั้นจะต้องคาดว่า กว่า เรือจะกลับมาถึงได้ก็ต้องกินเวลาราว ๔ ปี แต่มองซิเออร์เดอเซเนเล ได้กราบทูลไว้ว่า การที่จะให้เรือไปส่งทูตนั้นคงกินเวลาไม่เกิน ๒ ปี เท่านั้น พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงได้รับสั่งให้หามองซิเออร์เดอเซเนเลเข้า ไปเฝ้า แลรับสั่งต่อหน้าพวกข้าราชการกระทรวงทหารเรือ ว่าการ ที่มองซิเออร์เดอเซเนเลได้ทูลไว้นั้น ไม่ตรงกับความเห็นของข้าราชการ ทหารเรือ ซึ่งเปนผู้ที่ชำนาญในการทะเล มองซิเออร์เดอเซเนเลจึง ซัดข้าพเจ้า และกราบทูลว่า ข้าพเจ้าได้สัญญาไว้ว่า ภายในยี่สิบเดือนเรือหลวงที่ให้ไปส่งทูตนั้น จะได้กลับมาถึงท่าเมืองเบรสต์ ( Brest ) บังเอิญเคราะห์ดีที่เวลานั้นข้าพเจ้าก็อยู่ที่เวอซายกำลังรับประทานอาหารอยู่กับมองซิเออร์เดอครัวซี ก็มีเจ้าพนักงานมาบอกว่า พระเจ้าแผ่น ดินรับสั่งให้หาข้าพเจ้าไปเฝ้า เมื่อข้าพเจ้าไปถึงพระราชวัง พระเจ้า


๑๙๙ กรุงฝรั่งเศสยังกำลังเสวยอยู่ จึงรับสั่งให้ข้าพเจ้าเข้าไปใกล้พระองค์ แล้วรับสั่งว่า " ท่านได้บอกกับเซเนเลจริงหรือ ว่าเรือของฉันจะเดิร ทางทั้งไปแลมาอยู่ในราวยี่สิบเดือนก็จะได้กลับ " ข้าพเจ้าจึงกราบทูล ว่า ข้อนั้นเปนความจริง แลถ้าหากว่าได้ออกเรือในต้นเดือนมีนาคม แลถ้าไม่มีเหตุอันตราย ซึ่งยังคาดคะเนไม่ถูกอย่างใดขึ้นแล้ว ที่ ข้าพเจ้ากะไว้นั้นก็ยังช้าเกินไป เพราะทั้งไปแลมาจะกินเวลาอยู่ในราว ๑๖ หรือ ๑๗ เดือนเท่านั้น มองซิเออร์เดอตูรวีล ( Tourville ) จึงคัด ค้านข้าพเจ้าแลพูดว่า ข้าพเจ้าพูดถึงการเดิรเรือในทะเล ดูเปนการ ง่ายเท่ากับข้าพเจ้านับลูกประคำ ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่าท่านผุ้นี้มียศถึง นายพลเรือ ( แอดมีรัล ) แลข้าพเจ้าก็จำมองซิเออร์เดอชาโตเรโน (Chateaurenault) ได้ด้วย ข้าพเจ้าจึงได้กล้าหาญกราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสว่า ข้าพเจ้ายินดีนักที่จะได้กราบทูลถึงการต่าง ๆ ซึ่งเปน วิชาอันชำนาญของท่านเหล่านี้เพราะการที่ข้าพเจ้าจะกราบทูลนั้นจะทำให้ท่านเหล่าแลเห็นจริงได้โดยง่าย ข้าพเจ้าจึงได้กราบทูลต่อไปว่าดังนี้ " ท่านข้าราชการเหล่านี้คงจะไม่ปฏิเสธว่าการเดิรเรือไปยังชมพูทวีปนั้น เปนการที่พวกฝรั่งเศสมีความรู้แลชำนาญเท่ากับพวกฮอลันดา แลพวกนายเรือแลพวกนำร่องของฝรั่งเศสก็มีความรู้ไม่ต่ำกว่านายเรือ ของฮอลันดาเปนแน่ เมื่อเปนเช่นนี้ข้าพระพุทธเจ้าขอยืนยันว่า พวก ฮอลันดาไม่ให้เรือออกจากท่าจนกว่าจะสิ้นเดือนกุมภาพันธุ์ เมื่อเรือพวกฮอลันดาผ่านฝั่งเมืองฝรั่งเศสนั้น ก็ตกในเกือบกลางเดือนมีนาคมแล้ว


๒๐๐ แลโดยปรกติเรือพวกนี้เดิรทางอย่างช้าสามเดือนก็ถึงแหลมเคปออฟกูด โฮป เรือเลห่านี้พักอยู่ที่เคปออฟกูดโฮปเพื่อรับเสบียงอาหารประมาณ ๑๕วันหรือ ๓ อาทิตย์ แล้วจึงออกเรือต่อไป เรือที่จะไปยังเมืองบาตาเวียเดิรทางไม่ถึงสองเดือนก็ถึงบาตาเวียแล้ว จากเมืองบาตาเวียถึงเมือง ไทยเปนหนทาง ๔๐๐ ไมล์เท่านั้น ระยะนี้เรือลำใดไม่เคยเดิรถึงเดือน ๑ เลยก็ถึงเสียแล้ว ถ้าพวกฮอลันดาแลพวกอังกฤษเดิรเรือได้อย่างนี้ เหตุใดพวกเราจึงจะทำไม่ได้ แต่จะต้องให้ออกเรือตามระดูกาลดัง ข้าพเจ้าได้อธิบายไว้แล้ว ตอนนี้ต้องหมายความว่าถึงประเทศสยามแล้วซึ่งข้าพเจ้าหวังว่คงจะถึงราวเดือนกันยายนหน้า ยังอยู่เดือนตุลาคม พฤศจิกายนแลธันวาคม สำหรับออกเรือกลับได้ ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทคงทรงทราบดียิ่งกว่าคนอื่น ว่าการที่ราชทูตจะไปเจรจาการต่าง ๆ ตาม พระราชดำริห์นั้นคงจะไม่กินเวลาถึงสมเดือนเปนแน่เพราะฉนั้นข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเรือของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท คงจะได้กลับมาถึงประเทศ ฝรั่งเศสในราวเดือนกรกฎาคมปีหน้า " ในเวลาที่ข้าพเจ้ากราบทูลเช่นนี้ หาทราบไม่ว่าราชทูตฮอลันดาก็เฝ้าอยู่นั่นด้วย พอข้าพเข้ากราบทูลหมดเรือง ราชทูตฮอลันดาก็ กราบทูลรับรองว่าที่ข้าพเจ้ากราบทูลไว้นั้นจริงทุกอย่าง เพราะเหตุว่า การที่เรือจะเข้าจะออกนั้นต้องรายงารให้ราชทูตทราบทุกครั้ง ทั้งตัว ราชทูตเองก็ได้เคยไปเมืองบาตาเวียถึงสองครั้งแล้ว ระยะทางตรงกับ ที่ข้าพเจ้าได้กราบทูลนั้นทุกประการในตอนนี้จะต้องขอกล่าวล่วงหน้าว่า


๒๐๑ ในวันที่ ๑๕ เดือนมิถุนายน ปีหน้า ข้าพเจ้าได้กลับมาถึงท่าเมืองเบรสต์( Brest ) แลเมื่อข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ก็ทรงพระ สรวลแลรับสั่งว่า "ท่านได้ใช้หนี้เร็วกว่าที่ได้สัญญาไว้"

เรื่องกล่าวโทษทูตไทยในการพาเที่ยว เยี่ยมเยือนครั้งที่สุด เวลายังเหลือน้อยวันแล้ว เพราะฉนั้นในระหว่างนี้จึงต้องไปเยี่ยมเยือนเจ้านายแลข้าราชการผู้ใหญ่ ในการเช่นนี้ผู้ที่เปนมิซชันนารีจำเปน ต้องตั้งใจยอมรับความอับอายแลน้อยใจไม่มีที่สุด พวกข้าราชการชั้น ผู้ใหญ่ซึ่งมีความยินดีที่จะรับรองชาวต่างประเทศชนิดนี้ มักจะเตรียม การต่าง ๆ เช่นเชื้อเชิญบรรดาญาติแลมิตรให้มาคอยรับรองพร้อมกัน ทั้งเตรียมอาหารการเลี้ยงจนที่สุดตามมุมบ้านก็จัดตบแต่งเพื่อจะให้เปนที่งดงามน่าดูทุกแห่ง แลเพื่อจะเปนการล่อใจให้คนที่ไปหาได้อยู่นาน ๆ แต่การที่เจ้าของบ้านได้อุส่าห์จัดแลเตรียมการเช่นนี้ พวกไทยหาได้ รู้สึกอย่างใดไม่ เมื่อไปที่แห่งใดพวกไทยก็ไม่ยอมนั่งเปนอันขาด แล การที่จะเชิญให้พวกไทยเดิรเข้าไปยังห้องรับแขก ก็เกือบจะไม่สำเร็จ เพราะนิสัยของคนไทยเหล่านี้ต้องการแต่ว่า พอพบเจ้าของบ้านแล้ว ไม่ว่าเจ้าของบานจะออกมารับที่แห่งใด ก็ต้องการลากลับไปโดยทันที ถึงที่สุดถ้าพวกไทยจะสัญญาหรือรับรองไว้อย่างใดก็ตาม ก็ไม่ควรจะ ๒๖


๒๐๒ เชื่อถ้อยคำอันนั้น เพราะมองซิเออร์เดอร์บรีซาเซียกับมองซิเออร์แฟมา เนลได้เคยเสียเวลาแลเหนื่อยเหล่ามาครั้ง ๑ แล้ว โดยเชิญพวกไทย ให้ไปยังบ้านมาดามเดอเนมูร ( Nemour ) พวกไทยก็ได้รับรองไว้แล้ว ว่าจะไปจนถึงกับกำหนดวันแลเวลา แต่ครั้นเอาจริงเข้าพวกไทยก็หา ไปไม่ การที่พวกเราได้พักอยู่ในกรุงปารีสสามเดือนนั้น เปนเวลาไม่ พอที่จะให้คนทั้งหลายซึ่งมีความปราถนาจะเชิญพวกเราไปเลี้ยง ได้ เชิญทั่วทุกคนได้ ผู้ที่ได้เชิญเราไปรับประทานอาหารเลี้ยงก็มีแต่ มองซิเออร์ดูรูโอปาลู ( Ruau - Pallu ) แลพวกคณะแซงต์เยีนเววีฟ์ ( Sainte Genevieve ) เท่านั้น ส่วนมาเดอมัวเซลกับมาดามเดอคอลแบ( Colbert ) มาเดอมัวเซลกับมาดำเดอกีซ ( Giuse ) ท่านดุกเดอ เชอวเรอซ์ ( due de Chevreuse ) ท่านดุกเดอชาโรซต์ ( due de Charoste ) มาดำเดอลาเมเยอเร ( de la Meilleraye ) ท่านที่ปรึกษา ราชการแผ่นดิน ท่านเปรซิเดนของบริษัทต่าง ๆ แลคนโต ๆ ทั้งหลาย ในกรุงปารีส จะหาเวลาแลโอกาศที่จะเชญเราไปเลี้ยงไม่ได้ทั้งนั้น แล ที่พวกไทยได้ยอมไปรับประทานอาหารกับพวกคณะโรงเรียนสาณเณรนั้นก็โดยขัดไม่ได้อย่างนั้นเอง (๑)

(๑) ในเรื่องเลี้ยงคราวนี้ มองซิเออร์เดอร์บรีซาเซียได้มีจดหมาย ถึงมองซิเออร์ปาลูเล่าว่าดังนี้


๒๐๓ " ข้าพเจ้าได้รับจดหมายของท่านเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม ซึ่งเปนวันภายหลังที่เราได้มีการเลี้ยงวัน ๑ แลการเลี้ยงคราวนี้ ต้อง ขอบพระคุณพระเปนเจ้าที่ได้เปนการเรียบร้อยดี ในวันนั้นเราได้เชิญ ขุนนางไทยไปรับประทานอาหาร ในห้องของเชอวาเลียเดอรัซโต ( chevealier de Rassetot ) ซึ่งเปนคนพอใจของพวกขุนนางไทย แล ในห้องรับประทานอาหารห้องใหญ่นั้นได้จัดโต๊ะไว้ดังนี้ โต๊ะที่ ๑ มีมอง ซิเออร์โรวีล ( Roville ) ๑ ท่านหัวหน้าพวกพ่อค้า ๑ บาทหลวง เดอชาวินยี ( Chavingny ) ๑ บาดหลวงเดอเปเลอเตีย ( Pelletier ) ๑ บาดหลวงเดอชารอสต์ ( Charost ) ๑ มองซิเออร์เดอฟลามังวิล ( Flamanville ) ๑ โต๊ะที่ ๒ นั้นมีท่านเคาน์เดอโชมอง ( Chaumont ) ๑ น้องชายมองซิเออร์โชมอง ซึ่งเปนราชทูตไปประเทศสยาม ๑ มอง ซิเออร์ดูรูโอปาลู ( Ruau - Pallu ) ๑ มองซิเออร์ดูแอ ( Duert ) เพื่อนของท่านราชทูต ๑ มองซิเออร์เทเวอโน ( Thevenot ) กับคน อื่นๆ อีกหลายคน โต๊ะที่ ๓ นั้นมีมองซิเออร์เดอฟรองเตอนัก ( Frontenac) ซึ่งบาดหลวงเดอชาวินยีได้พามา ๑ บาดหลวงเดอฟิซยัง ( Filsjean ) ๑ บาดหลวงเดอมาร์เดอแซงซูลปีซ ( Mares de Saint - Sulpice ) ๑ บาดหลวงเดอฟูรซี ( Fourcy ) ๑ บุตรท่านหัวหน้าพ่อค้า ๒ คน แลยัง คนอื่น ๆ อีกหลายคน เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ท่านขุนนาง ไทยได้ลงไปที่ห้องใหญ่ แลคนทั้งหลายได้ดูพวกไทยตามความ พอใจ ท่านบาดหลวงฟูรเนีย ( Fournier ) ได้เทศน์ แลท่าน บาดหลวงเดอชาวีนยี เมื่อได้สวดมนต์เสร็จแล้ว ก็ได้ร้องเพลงคำนับ พระเปนเจ้า ๒๐๔ ข้าพเจ้าได้กล่าวถึงการขมขื่นเช่นนี้บ่อย ๆ ก็เพราะประสงค์จะ ให้ผู้ที่จำเปนจะต้องกำกับข้าราชการของพระเจ้ากรุงสยามในวันหน้าต่อ ไปจะได้รู้ตัวไว้ การที่พวกไทยได้แสดงการห่างเหินต่อการที่เกี่ยวด้วยสาสนานั้นเปนข้อสำคัญนักเหมือนกัน พอเอ่ยถึงการที่จะไปดูโบสถ์หรือดูสำนัก นางชี พวกไทยก็แสดงกิริยาไม่พอใจซึ่งไม่มีใครอาจจะอธิบายได้ ใน ที่นี้ไม่จำเปนจะต้องเล่าถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทุกเรื่อง จะเล่าแต่เรื่อง เดียวพอเปนตัวอย่างก็พอแล้ว คือ ท่านมาเดอมัวเซลได้นัดให้พวกเรา ไปพบกันที่สำนักนางชี คาเมลีต ( Carmelites ) และเจ้าพนักงารก็ได้ แต่งประดับประดาโบสถ์ดุจเปนวันนักขัตฤกษ์ของแซงต์เทแรซ (Sainte Therese)เจ้าหญิงองค์นี้มีพระประสงค์จะพูดกับข้าราชการไทยที่ลูกกรงประตู ฝ่ายข้าราชการไทยผู้หนุ่มไม่ยอมพบเปนอันขาด แต่คนแก่ ได้ยอมแต่แสดงกิริยาให้เห็นโดยชัดเจนว่า เขาไม่มีความพอใจใน เรื่องวัดของพวกเราเปนอันขาด การที่พวกไทยทำใจไม่แน่นอนเช่นนี้ ข้าพเจ้าเบื่อเต็มทีแล้ว ข้าพเจ้าจะไม่เล่าจะไม่กล่าวถึงการชนิดนี้ตั้งล้านอย่าง ในเวลาก่อนที่เขาจะออก จากกรุงปารีส ในระหว่างนี้ข้าพเจ้ายังได้ไปที่เวอซายอีก ๕ ครั้ง ครั้งที่สุดได้ เฝ้าทูลลาพระเจ้าแผ่นดิน ในชั้นแรกข้าพเจ้าได้ขอร้องต่อมองซิเออร์เดอเซเนเล ขอความกรุณาให้มองซิเออร์เดอเซเนเลนำข้าพเจ้าเฝ้าในเวลา


๒๐๕ เสด็จออก เหมือนที่ได้นำให้ข้าพเจ้าเฝ้าในครั้งแรกฉนั้น มองซิเออร์ เดอเซเนเลหัวเราะแลตอบว่าไม่จำเปนแล้ว ให้ข้าพเจ้าโผล่หน้ามาให้ เห็นเท่านั้นก็พอ คงจะไม่มีใครขับไล่ข้าพเจ้าเปนแน่ ข้าพเจ้าก็ได้ไปยังพระราชวังดังว่า ฉเพาะเปนเวลาที่พระเจ้าแผ่นดินเสวยอยู่ด้วย พระ อนุชาของพระเจ้าแผ่นดินก็ตามเสด็จอยู่ด้วยแต่ก็หาได้เสวยไม่ เห็น ข้าพเจ้านั่งอยู่ในระหว่างสังฆราชเดอลังก์ ( Langres ) แลสังฆราชเดอ ตรัว (Troyes) จึงนำความกราบทูล พอพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงทราบว่าข้าพเจ้าไปเฝ้าก็รับสั่งเรียกให้ข้าพเจ้าเข้าใกล้พระองค์ ข้าพเจ้าจึงคุกเข่าลงข้างหนึ่งแลได้จูบพระหัตถ์ แล้วจึงกราบทุลยอพระเกียรติเล็กน้อย ตามเคย พระเจ้ากรุงฝรั่เศสซึ่งมีพระทัยดีเหลือที่จะพรรณาได้ ได้ ทรงวางมีดแลซ่อมแล้วเอาพระหัตถ์มาจับไหล่ข้าพเจ้าทั้งสองข้างจึงรับสั่งว่า " มองซิเออร์วาเช ท่านจะต้องการกลับไปหรือไปเถิด แลฉันจะ ได้อ้อนวอนพระเยซูเจ้า ขอให้บันดาลให้ความปราถนาเหล่านี้เปนสิ่งที่ดี แลฉันหวังใจว่าคงจะได้พบกันอีก " ข้าพเจ้าจึงลุกขึ้นยืนแล้วก้มตัวลงถวายคำนับ จึงกราบทูลโดยเสียงไม่สทกสท้านเลยว่า " ข้าพเจ้าก็คอยที่ จะได้เฝ้าอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้าพระเปนเจ้าโปรดแล้ว ขอให้ได้เฝ้าบน สวรรค์เถิด อย่าได้เฝ้าในราชอาณาเขตของพระองค์เลย" การที่ กราบทูลเช่นนี้เปนการน่าพิศวงยิ่งนัก เพราะคำชนิดนี้ไม่มีใครเคยกราบ








๒๐๖ ทูลเลย พอข้าพเจ้าพูดเสร็จก็เดิรออกจากห้องไป ใครจะเรียกเท่าไรข้าพเจ้าก็ไม่ฟัง

ความคาดคะเนล่วงหน้า ของมองซิเออร์วาเช ข้าพเจ้าได้เลยไปหามองซิเออร์เซเนเล ท่านผู้นี้ได้เชิญให้ข้าพเจ้ารับประทานอาหารด้วย แลได้กักตัวข้าพเจ้าไว้จนถึงเที่ยงในวันรุ่งขึ้น ข้อที่สำคัญที่สุดก็เปนเรื่องที่เกี่ยวด้วยสาสนา ด้วยไม่ทราบว่าพระเจ้ากรุงสยามจะทรงตอบประการใด แลเรื่องนี้ก็เปนภาระอันหนักของพวกเรา การที่ผู้ใดจะคิดหยั่งพระทัยของพระเจ้ากรุงสยาม เปนการที่กล้าหาญเหลือเกินนัก ได้แต่คะเนการที่ได้เห็นภายนอกเท่านั้น การที่เจรจากันนี้ไม่มีคราวใด ที่จะยากแลที่จะสำคัญเท่าคราวนี้ บรรดาประเทศทั้งหลายในทวีปยุโรปทุกประเทศก็คอยดูพวกเราอยู่ การที่แต่งราชทูตไปกรุงสยามในคราวนี้ จะมีผลได้สองอย่าง ๆ หนึ่งเปนผลดีวิเศษ อีกอย่างหนึ่งก็จะเปนผลร้ายซึ่งยากที่จะแบกหามได้ ถ้าหากว่ามองเซนเยอร์เดอเมเตโลโปลิศ เมื่อได้ทราบการเปนไปทุก ๆ อย่างจะหาโอกาศเฝ้าพระเจ้ากรุงสยามเปนพิเศษได้แล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่าการต่าง ๆ คงจะได้รับผลดีกว่าที่เราจะพูดกับมองซิเออร์คอนซตันซ์เปนแน่


๒๐๗ ความเห็นเรื่องผลที่ฝรั่งเศสจะได้ เพราะเปนไมตรีกับกรุงสยาม มองซิเออร์วาเชเปนผู้รวบรวม ยื่นต่อคณะเสนาบดีของประเทศฝรั่งเศส ค.ศ. ๑๖๘๕ ( พ.ศ. ๒๒๒๘ ) ในชั้นต้นจะต้องใคร่ครวญเสียก่อน ถึงเหตุผลที่ได้ทำให้พระเจ้ากรุงสยามแต่งราชทูตไปเจริญทรงพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแลจะต้องใคร่ครวญดู ว่าการที่จะเปนไมตรีกับพระเจ้ากรุงสยามนั้นจะมีผลสำหรับสาสนา แลผลสำหรับแผ่เกียรติยศของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทั้งจะเปนผลสำหรับให้การค้าขายได้เจริญขึ้นเพียงไร เมืองไทยนั้นเปนเมืองหนึ่งในโลกนี้ ที่จะได้เห็นชนชาติต่าง ๆ รวบรวมกันอยู่ จะหาเมืองใดที่จะมีชนชาติต่าง ๆ มากเหมือนในเมืองไทยเปนหาไม่ได้ เมื่อประมาณ ๕๐ ปีที่ล่วงมาแล้ว พวกฮอลันดาได้มาตั้งห้างอย่างงดงามสำหรับทำการค้าขาย พวกปอตุเกตซึ่งจำเปนต้องละทิ้งดินแดนที่มีไว้ในประเทศอินเดีย ได้มาตั้งกอลอนีขึ้นในเมืองไทยพวกอังกฤษก็คอยหาช่องทางทุกอย่างสำหรับจะมาตั้งตัวอยู่ในเมืองนี้ แลบริษัทฝรั่งเศสก็มีห้างอยู่ในเมืองไทยห้างหนึ่ง ในเมืองนี้ยังมีชนชาวอิตาเลียน ชาวสเปน ชาวเดนมารค ชาวสวิเดน ชาวเยอรมัน ชาวเตอรกี ชาวเปอเซีย แลชาติอื่น ๆ อีกเปนอันมาก พวกสังฆราชฝรั่งเศสซึ่งได้ประสาทพรพระเปนเจ้า ก็ได้เอาเมืองไทย


๒๐๘ เปนท่ามกลางสำหรับคณะบาดหลวงทั่วไป แลได้พยายามแผ่พระนามของพระเยซูเจ้าได้แพร่หลายทั่วไป โดยหมั่นสอนสาสนาอยู่มิได้ขาด แลได้ทำประโยชน์ให้แก่บุคคลแลมหาชนทั่วไป โดยตั้งโรงพยาบาลแลอุส่าห์ออกทุนทรัพย์ของตัวเองสำหรับใช้จ่ายในโรงพยาบาลนั้น ทั้งตั้งโรงเรียนรับเด็กที่เห็นว่ามีนิสัยดี โดยไม่ต้องให้เด็กเสียทรัพย์อย่างใด แลในที่สุดก็ได้ส่งมิซชันนารีไปตามหัวเมืองในพระราชอาณาเขตสยามเพื่อไปทำการกุศลต่าง ๆ ดังว่ามาแล้ว การที่ชนชาวประเทศต่างๆ ได้เข้ามาในเมืองไทยมากมายหลายชาติเช่นนี้ ได้ทำให้พระเจ้ากรุงสยามทรงแสวงหาความรู้ในสิ่งที่เกี่ยวด้วยเมืองต่างประเทศ แลเมื่อพวกสังฆราชได้เข้าไปถึงเมืองไทย ก็ได้ทรงซักไซ้ไล่เลียงถึงการต่าง ๆ ของประเทศทั่วไป แลได้ให้สังฆราช เล่าถึงการเปนไปของประเทศต่าง ๆ การที่รับสั่งถามเช่นนี้ก็ดูเหมือนได้รับสั่งถามชนชาติอื่นถึงเรื่องเมืองฝรั่งเศสเหมือนกัน แลใคร ๆ ก็คงพอจะคาดได้ว่า พวกฮอลันดาคงจะอธิบายถึงพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแต่ ฉเพาะตามเรื่องที่พวกฮอลันดาเห็นว่าจะเปนประโยชน์แก่ตัวเขาเท่านั้นเพราะพวกฮอลันดาได้เห็นแล้วว่า การที่บริษัทฝรั่งเศสได้มาตั้งขึ้นใหม่เช่นนี้ อาจจะทำให้การค้าขายของพวกฮอลันดาในชมภูทวีปเสื่อมทรามลง แลเพื่อจะป้องกันมิให้ฝรั่งเศสมาตั้งการค้าขายอยู่ได้ พวกฮอลันดาจึงคิดเห็นว่าควรจะทำให้พระเจ้ากรุงสยามทรงระแวงพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส จึงได้อธิบายลักษณะของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเปนเจ้าแผ่นดิน


๒๐๙ ที่มีอำนาจมากแลต้องการเปนใหญ่ ทั้งเปนหัวหน้าของประเทศยุโรปทั้งหมดด้วย การที่จะทำไมตรีหรือจะทำสงครามก็แล้วแต่พระทัยทั้งสิ้น การที่พวกฮอลันดาได้อธิบายถึงพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเช่นนี้กลับมีผลตรงกันข้ามกับที่เขาได้คาดไว้ เพราะพระเจ้ากรุงสยามกลับมีพระราชประสงค์จะเปนไมตรีกับเจ้าแผ่นดินซึ่งมีอำนาจมากมายถึงเพียงนี้ ตั้งแต่นั้นมาถ้าใครบอกว่าตัวเปนฝรั่งเศส ก็เปนการพอที่จะทำให้พระเจ้ากรุงสยามโปรดปรานทีเดียวเพราะฉนั้นเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๐ ( พ.ศ. ๒๒๒๓ ) จึงได้ทรงแต่งทูตอย่างเต็มที่ซึ่งยังไม่เคยมีเลย เพื่อจะให้เดิร ๕๔๐๐ ไมล์สำหรับมาทำไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส แต่ก็พอจะคาดคะเนได้ว่าการที่พระเจ้ากรุงสยามทรงแต่งทูตมาในคราวนี้ก็คงมีการส่วนตัวปนอยู่ด้วย เพราะหวังพระทัยว่าถ้าได้เปนไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแล้ว ก็คงจะไม่ต้องเกรงประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรปเท่าไรนัก แลจะไม่ต้องกลัวพวกฮอลันดาซึ่งดูถูกอยู่บ่อย ๆ เพราะในเวลานี้พวกฮอลันดาเปนเจ้าทะเลในแถบเหล่านี้ การที่กล่าวเช่นนี้มีหลักสำหรับให้คาดคะเนได้ ตามเรื่องที่ได้เกิดขึ้นในเมืองไทยหลายปีมาแล้ว คือเวลานั้นพวกฮอลันดาไม่พอใจในความชอบธรรมที่ตนได้มีอยู่แล้ว จะต้องการให้มีมากยิ่งขึ้นไปอีก จะพูดจาทางไมตรีอย่างไรก็ไม่เปนการสำเร็จ เพราะฉนั้นในคืนวันหนึ่งพวกฮอลันดาก็ลงเรือ ทิ้งบ้านแลสินค้าทั้งหมดแล่นใบออกจากเมืองไทย แล้วจึง ๒๗


๒๑๐ จัดแจงพาเรือรบมาลาดตระเวนตามปากน้ำของแม่น้ำเมืองไทยเรืออื่น ๆ จะเข้ามาในเมืองไทยไม่ได้จนลำเดียว เพราะเรือรบฮอลันดาคอยไล่จับบางลำก็จับเอาไปเปนเชลย บางลำก็จมเวียในทะเล พระเจ้ากรุงสยามก็จำใจที่จะต้องทำไมตรีกับพวกฮอลันดา แลได้ยอมตามคำขอร้องของเขาทุกอย่าง ในเรื่องนี้สังเกตดูพระเจ้ากรุงสยามคงจะไม่ลืมเปนแน่ เพราะ ฉนั้นจึงทรงหวังพระทัยว่า ถ้าได้เปนไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแล้วการเช่นที่พวกฮอลันดาได้ทำในครั้งนั้นคงจะเกิดขึ้นอีกไม่ได้เปนแน่ที่หวังพระทัยเช่นนี้ก็คงจะสมหวัง เพราะได้ทราบกันอยู่แล้วว่าเพียงแต่ออกพระนามของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเท่นั้น ก็ทำให้สยอนไปหมดทั่วทั้งโลก ข้าพเจ้าลืมกล่าวว่า เมื่อพระเจ้ากรุงสยามได้ทรงทราบว่า พระ เจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทำสงครามกับพวกฮอลันดา ภายในเดือน ๑ ก็มีไชยชนะนั้น เปนการกระทำให้พระเจ้ากรุงสยามยิ่งนับถือพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมากขึ้น จึงได้ตกลงพระทัยที่จะแต่งทูตไปยังประเทศฝรั่งเศสพระเจ้ากรุงสยามทรงเชื่อแน่ว่าการที่ทรงแสดงไมตรีเช่นนี้ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคงจะแสดงไมตรีตอบเช่นเดียวกัน เพราะฉนั้นจึงได้โปรดให้สร้สงตึกก่ออย่างแบบฝรั่งเศสเพื่อไว้คอยรับราชทูตฝรั่งเศส ทั้งรับสั่งให้ทำเครื่องโต๊ะด้วยเงินสำหรับไว้เลี้ยงราชทูตด้วย พระเจ้ากรุงสยามก็ทรงหวังว่าคงจะมีชาวฝรั่งเศสมาตั้งค้าขายในพระราชอาณาเขต แลแกล้งรับสั่งว่าจะได้ทรงใช้พวกฝรั่งเศสสำหรับดูแลการปกครองตาม หัวเมือง แลทั้งจะให้พวกฝรั่งเศสจัดการในเรื่องค้าขาย กับจะให้พวก


๒๑๑ ฝรั่งเศสเปนผู้พิทักษ์รักษาพระองค์ด้วย ในเรื่องที่ทรงรักแลนับถือพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนั้น ได้รับสั่งดัง ๆ ให้ทราบถึงชาวต่างประเทศทั่วไป จนที่สุดเมื่อเสร็จการล้อมเมืองแซงตอเม (Saint Thome) แล้วเจ้าแผ่นดินเมืองกอลกอน (Colconde) ได้แต่งทูตเข้ามาอย่างเปนเพื่อนกันธรรมดา เพื่อขอให้พระเจ้ากรุงสยามช่วยพูดให้ประเทศฝรั่งเศสช่วยด้วย ราชทูตเหล่านี้ได้รับคำสั่งให้ไปหาท่านสังฆราชฝรั่งเศส เพื่อขอให้ท่านสังฆราชจัดการในเรื่องนี้ต่อไป ในที่นี้จะต้องพิจารณาว่าการที่จะเปนไมตรีกับพระเจ้ากรุงสยามนั้นจะได้ประโยชน์สำหรับการสาสนาแลการค้าขายอย่างไรบ้าง แต่เมื่อพิเคราะห์ไปก็ดูเหมือนการจะสำเร็จได้ก็ด้วยพระเจ้ากรุงสยามจะต้องกลับนับถือสาสนาคริสเตียนเสียก่อนเปนเบื้องต้น พระองค์ก็ได้ทรงศึกษาถึงการสาสนาหลายคืน การที่คนไทยถือต่าง ๆ เช่น ฟันน้ำแล้วบังคับให้น้ำไหลกลับเปนต้น ก็ทรงยกเลิกไม่ให้ถือแล้ว การที่พระเจ้ากรุงสยามจะถือสาสนามหมัดนั้น เปนอันเลิกไม่ต้องวิตกแล้ว เพราะราชินีเมืองอาเชม (Achem) ได้แต่งทูตมาขอให้พระเจ้ากรุงสยามนับถือโคราน แต่พระเจ้ากรุงสยามหาได้ฟังพวกทูตไม่ กลับท้าทายพวกสาสนามหมัด แลพวกมหมัดที่ทำราชการอยู่ก็ถูกถอนออกหมด ข้าราชการตัวโปรดในเวลานี้เปนคนชาติกริก ชื่อ คอนซตันซ์ ซึ่งแต่ก่อนถือสาสนาของพวกคัลวีนิซต์ (Calviniste) แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้กลับถือสาสนาโรมันคาธอลิกแล้ว แลได้แต่งงารมีภรรยาตามพระราช


๒๑๒ โองการ ข้าราชการผู้นี้มั่งมีด้วยความฉิบหายของพวกแขกมหมัด เพราะพวกแขกต้องหาว่าฉ้อโกงแลข้าราชการผู้นี้ก็ได้ปรับเอาเงินเปนจำนวนมาก อีกประการหนึ่ง พระเจ้ากรุงสยามทรงพระเมตตาแก่พวกมิซชันนารีฝรั่งเศสทุกอย่าง ได้มีรับสั่งให้สร้างโบสถ์อย่างงดงามโดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ โบสถ์นี้ได้สร้างใกล้กับโรงเรียนสามเณรแลเพราะเหตุว่าพระเจ้ากรุงสยามประทับอยู่ที่เมืองละโว้ ซึ่งเปนเมืองที่ทรงสำราญอยู่เสมอ จึงมีรับสั่งให้สร้างโบสถ์ที่เมืองละโว้อีกหลังหนึ่งแลโปรดให้มีมิซชันนารีอยู่ใกล้ชิดพระองค์เสมอ ได้มีรับสั่งอย่างเด็ดขาดให้เจ้าพนักงารจัดหาของเครื่องสร้างโบสถ์ให้แก่พวกบาดหลวงที่เมืองตะนาวศรีด้วย ในที่สุดเมื่อเสด็จออกให้มองซิเออร์วาเชเฝ้าครั้งหลัง ได้รับสั่งโดยชัดเจนต่อหน้าเจ้านายแลข้าราชการที่เฝ้าอยู่ ว่าเมื่อมองซิเออร์วาเช กลับมาแล้ว จะได้ทรงทำการอย่าง ๑ ซึ่งเวลานี้ยังไม่ได้รับสั่งกับใครเลย แต่เปนสิ่งที่คนจะยินดีโดยมาก เมื่อการเปนอยู่เช่นนี้ จึงมีข้อที่ควรจะหวังว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคงจะแต่งทูตมาเจริญทรงพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงสยาม แลคงจะทรงแนะนำให้พระเจ้ากรุงสยามได้ถือสาสนาคริสเตียน เพื่อเปนทางสำหรับที่จะได้เปนราชมิตร์กันทั้งในโลกนี้แลโลกหน้าต่อไปด้วย ข้าพเจ้ายังยืนยันอยู่ว่า มีหนทางที่พระเจ้ากรุงสยามจะได้ทรงนับถือสาสนา


๒๑๓ คริสเตียน ถ้าเปนจริงดังนี้ คนไทยทั่วพระราชอาณาเขตก็คงกลับถือสาสนาคริสเตียนทั้งหมด แลบางทีประเทศที่ใกล้เคียงก็จะพลอยเปน คริสเตียนตามกันไปหมดก็ได้ ขอให้นึกดูว่าการที่พยายามจะให้พระเจ้ากรุงสยามถือสาสนาคริสเตียน ถึงแม้จะไม่เปนผลสำเร็จก็ตามจะเปนการกระทำให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมีพระเกียรติยศเพียงไร แลต่อหน้าพระเปนเจ้านั้น พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะได้กุศลเพียงไร ถ้าหากว่าได้แต่งทูตฝรั่งเศสมายังกรุงสยามแล้ว ก็จะเปนน้ำหนักช่วยพวกฝรั่งเศสเปนอันมาก เพราะในเวลานี้พระเจ้ากรุงปอตุเกตได้สั่งให้อุปราชที่อินเดียรีบแต่งทูตไปยังเมืองไทยเมืองตังเกี๋ยแลเมืองญวนอยู่แล้ว ในเรื่องปอตุเกตจะแต่งทูตมานั้น มองซิเออร์วาเชได้ทราบเมื่อยังอยู่ที่เมืองไทย แลได้ทราบต่อไปว่าทูตนี้กำหนดจะไปถึงเมืองไทยในราวเดือนมีนาคม ค.ศ.๑๖๘๔ (พ.ศ.๒๒๒๗) เมือมองซิเออร์วาเชได้ไปถึงประเทศอังกฤษ ก็ได้ทราบข่าวนี้ว่าเปนข่าวที่แน่นอนจริง ในส่วนการค้าขายที่จะทำในเมืองไทยได้นั้น สินค้าในเมืองนี้มี ดีบุก ตะกั่ว เหล็ก ดินปืน ดินประสิว หญ้าฝรั่น ซึ่งใช้สำหรับย้อมผ้า น้ำตาลดิบยังไม่ได้กรอง ทองแดง ขี้ผึ้ง ยางเชอวา ซึ่งเปนยางชนิดหนึ่งสำหรับมาทำน้ำมันเงา ขี้ผึ้งเมืองสเปนยังไม่ได้ผสมรังนกแลปีกนก (ของสองสิ่งนี้พวกจีนแลยี่ปุ่นหาซื้อมาก) รง ไม้หอม พริก ไทย หมาก น้ำมันมะพร้าว หนัง แลฝ้าย ทุก ๆ ปีเรือที่กลัยมาจากเมืองยี่ปุ่น คงบันทุกทองแดงมาเปนหีบ ๆ ทองแดงนี้พระเจ้ากรุงสยามรับไว้หมด แลกลับขายให้แก่

๒๑๔ ชาวต่างประเทศโดยมีกำไรอย่างงาม นอกจากของเหล่านี้ยังมีไหมอย่างดี มีใบชา เครื่องลายครามแต่ทำหยาบแลหนากว่าของจีน เครื่องเงินเครื่องทอง แลยังมีของต่าง ๆ แปลก ๆ อีกเปนอันมาก การที่จะเอาเมืองไทยเปนที่สำหรับสงของไปยังยี่ปุ่นนั้นเปนการง่ายที่สุด แลในชมภูทวีปนี้ไม่มีที่แห่งใดที่จะจำหน่ายผ้าฝรั่งเศสได้ง่ายกว่าเมืองนี้ เรือที่มาจากเมืองจีนมักบันทุกไหมทั้งดิบแลที่กรอแล้ว แลบันทุกแพรดอกทุกชนิด ผ้าโปร่งอย่างหนาเครื่องลายคราม ใบชา แลของอื่น ๆ อีกด้วย เมืองตังเกี๋ยส่งไหม ชมดเชียง เครื่องลายน้ำทอง เมืองญวรส่งทองคำ ไม้กลำพัก (Calamba) อย่างแท้ รังนกอย่างดี พริกไทย ไหมดิบ เสื่อ น้ำตาล ไม้ดำ เมืองจำปา (Chiampa) ส่งไม้กลำพัก กับครั่ง เมืองเขมรส่งงาช้าง รง แลกำยานอย่างดี ที่จะหาเมืองไหนดีกว่านี้ไม่ได้ สินค้าต่าง ๆ เหล่านี้มารวมอยู่ในเมืองไทยทั้งสิ้น พวกชาวยุโรปแลพวกที่อยู่ตามฝั่งเมืองคอโรมันเดล์ (Coromandel) เมืองมาลาบา (Malabar) เมืองสุหรัต (Surate) แลเมืองเปอเซีย ก็มารับทอง แดงไปจากเมืองนี้ ในเรื่องนี้ต่อไปจะขอให้พระเจ้ากรุงสยามขายทองแดงให้แก่บริษัทฝรั่งเศสตามราคาที่ซื้อมาจากยี่ปุ่นก็ได้ แต่บริษัทฝรั่งเศสจะต้องเสียค่าปากเรือ ซึ่งไม่เปนราคามากมายเท่าไรนัก ไม่เหมือนกับ

๒๑๕ ค่าปากเรือฝรั่งเศส เพราะเงินเดือนของนายเรือแลกะลาสีเปนจำนวนเงินน้อยอย่างที่สุด ยังจะมีข้อที่จะขอร้องได้อีก คือขอให้พวกฝรั่งเศสได้โดยสารเรือของพระเจ้ากรุงสยามเพื่อไปค้าขายยังเมืองยี่ปุ่นแลเมืองจีน ซึ่งจะเปนการสดวกสำหรับให้พวกมิซชันนารีได้เข้าไปในประเทศใหญ่นี้ได้ง่ายด้วย นี่แหละผลที่จะได้ในการที่จะทำไมตรีกับพระเจ้ากรุงสยาม แลเปนผลสำหรับทั้งการสาสนาแลการค้าขายด้วย ของฝรั่งเศสที่เปนของโปรดของพระเจ้ากรุงสยาม จะเปนสิ่งใดบ้างนั้นก็พอจะคาดคะเนได้โดยดูสิ่งของที่ได้รับสั่งให้ข้าราชการไทยไปทำยังเมืองฝรั่งเศส ของเหล่านี้มีเครื่องทองคำหลายสิ่งที่รับสั่งให้เอาไปลงยาพระเจ้ากรุงสยามมีพระราชประสงค์จะให้เอากระจกเงาประดับให้เต็มท้องพระโรงใหญ่ แลได้ให้วัดขนาดกว้างยาวของพรมผืนใหญ่ที่ต้องพระราชประสงค์ แลทั้งต้องพระราชประสงค์เครื่องแก้วเจียรนัย แพรดอก ซึ่งได้รับพระราชทานตัวอย่างมาแล้ว กับปืนฝรั่งเศสด้วย ในที่นี้ควรจะกล่าวสักหน่อยว่า เมื่อพระเจ้ากรุงสยามมีพระราชดำริห์จะส่งข้าราชการมาต่างพระองค์ยังประเทศฝรั่งเศส ๒ นายนั้น ได้มีรับสั่งให้เจ้าพระยาพระคลังคือที่เปนอัคมหาเสนาบดี เลือกหาข้า ราชการที่ดี ซึ่งยังไม่เคยได้รับพระราชอาญาเลย ฝ่ายมองซิเออร์คอนซตันซ์คนโปรดของพระเจ้ากรุงสยาม ก็มีความประสงค์จะให้คนไปสรรเสริญมองซิเออร์คอนซตันซ์ที่เมืองอังกฤษ เพราะตัวได้เคยไปศึกษามาจากเมืองนั้น จึงกราบทูลพระเจ้ากรุงสยาม ขอให้เลือกเอาคน

๒๑๖ ของมองซิเออร์คอนซตันซ์ไป ๒ คน โดยอ้างเหตุว่าจะให้คนทั้งสองนี้ไปทำของที่เมืองอังกฤษ พระเจ้ากรุงสยามก็ทรงยอมตามขอ แต่รับสั่งให้เลือกแต่ฉเพาะคนที่เคยมีชื่อว่าได้เคยรับพระราชอาญามาบ้างแล้วแลเมื่อไปถึงกรุงลอนดอนจะไปพูดจาได้แต่พ่อค้ามีชื่อคนเดียวเท่านั้น นอกจากนี้จะไปพูดกับใครไม่ได้ มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้หาโอกาศอันนี้ที่จะมีจดหมายไปถวายพระเจ้ากรุงอังกฤษ แลได้ส่งของไปถวายในนามของมองซิเออร์คอนซตันซ์ด้วย แต่จะอย่างไรก็ตาม มองซิเออร์คอนซตันซ์คนนี้ ลำเอียงเข้ากับพวกอังกฤษที่อยู่ในเมืองไทยมาก แลได้จัดการให้ชาวอังกฤษผู้หนึ่งไปว่าราชการเมืองตะนาวศรีแล้ว

เรื่องมองเซนเยอร์ลาโน (ต่อ) แต่ ค.ศ.๑๖๗๙-๑๖๙๖ (พ.ศ.๒๒๒๒-๒๒๓๙) ว่าด้วยราชทูตระหว่างไทยกับฝรั่งเศสต่อมา แต่ ค.ศ.๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘)

รายการบาดหลวงวาเชในระหว่างเดิรทาง ของมองซิเออร์เดอโชมองราชทูตฝรั่งเศส ตั้งแต่เมืองเบรสต์ถึงประเทศสยาม เมื่อได้มาถึงเมืองเบรสต์ (Brest) แล้ว เรือหลวงสองลำ ชื่อ อัวโซ ( L' Oiseau ) กับ มาลิน ( Maligne ) ก็ได้เตรียมพร้อม


๒๑๗ เสร็จทุกอย่าง คอยแต่พวกเราจะลงเรือก็จะถอนสมอกางใบออกเรือทีเดียวเปนการจำเปนที่จะต้องแบ่งพวกบาดหลวงแลนักพรต ๑๒ คน ให้ลงเรือทั้งสองลำ เพราะในเรือมาลินไม่มีนักพรตเลย จึงได้จัดการจะแยกบาดหลวงคณะเยซวิตให้ลงเรือมาลินสามคน แต่บาดหลวงพวกนี้ได้ขอร้องต่อท่านราชทูตอย่าต้องให้แยกกันเลยจึงเปนอันตกลงให้มองซิเออร์บาเซ (Basset) กับมองซิเออร์มานูเอล (Manuel) ไปอยู่กับบาดหลวงที่ประจำอยู่ในเรือ อัวโซ เมื่อได้ออกเรือไปแล้ว ๖ วัน คือเปนวันที่ ๓ เดือนมีนาคม ค.ศ.๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘)ในเวลาที่เดิรเรือนั้นลมพายุจัดทำให้เรือแคลงมาก พอการเมาคลื่นได้สงบบ้างแล้ว พวกนักพรตได้คิดกะเวลาสำหรับทำการต่าง ๆ เพื่อไว้ปฏิบัติจนตลอดทาง การที่คิดกะเวลาดังนี้ก็โดยมีความประสงค์จะรวมให้พวกบาดหลวงคณะเยซวิตปฏิบัติด้วยแต่บาดหลวงเดอฟองเตอเนซึ่งเปนหัวหน้าของพวกเยซวิตได้กะเวลาไว้ให้พวกนี้เหมือนกัน เวลาที่กะนั้นมีดังนี้ ๑๑ ทุ่มให้ตื่น ๑๑ ทุ่มกับ ๑๕ นาฑีสวดมนต์พร้อมกันถึงย่ำรุ่งบาดหลวงหนุ่มสองคนได้ทำคำสาบาลตัวทุกวันอาทิตย์วันนักขัตฤกษ์แลทุกวันพฤหัสบดี เมื่อสวดมนต์เสร็จแล้วว่างตลอดถึงเช้า ๓ โมง แล้วก็ประชุมปรึกษากันถึงการต่าง ๆ ที่พวกมิซชันนารีเมืองฟูเกียนได้หารือมายังกรุงโรมแลหารือไปที่ซอบอน ( Sorbonne ) ๒๘


๒๑๘ ที่เมืองมานิลาปละหารือไปยังสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศด้วยบาดหลวงเดอปาซ ( Paz ) ซึ่งเปนพวกคณะโดมีนีแกง ( Dominisain ) แลเปนผู้มีความรู้มากที่สุดในมณฑลแซงโรแซ ( Saint Rosaire ) ได้เอาข้อความที่ตกลงกันไว้แล้วนั้นพิมพ์ขึ้นที่เมืองมานิลา แลฝ่ายมองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศก็ได้ตอบข้อหารือไปแล้วเหมือนกัน การที่ประชุมหารือกันนี้ประชุมกันจนถึงเช้า ๕ โมงจึงเลิก ทุกคนที่นั่งในที่ประชุมนั้นจะออกความเห็นหรือแนะนำอย่างใดก็ได้ท่านบาดหลวงเดอชัวซี กับบาดหลวงดูเชลา (Chayla)(๑)มักจะมานั่งประชุมด้วยโดยมาก แต่จะต้องสารภาพว่าในที่ประชุมนี้ไม่มีใครพูดในสิ่งที่ถูกมากกว่ามองซิเออร์ บาเซ (Barset) ข้อคัดค้านของท่านผู้นี้เปนข้อที่มีหลักทั้งนั้นแลการที่เขาจะอธิบายอย่างใดดูอธิบายได้โดยง่าย จนผู้ฟังก็มีความนิยมนับถือมาก อีกประการ ๑ มองซิเออร์บาเซเปนคนที่ถ่อมตัวอยู่เสมอแลไม่อวดอ้างในความรู้ของตัว ทั้งเปนคนฉลาดยอมตามความเห็น ผู้อื่นแลมีไหวพริบพอที่จะไม่เสียเปรียบใครซึ่งเปนข้อทำให้คนชมเชยมาก (๑) ฟรังซัวเดอ ลังกลัดดูเชลา ( Franc,ois de Langlade du Chayla ) เปนคนเกิดในตระกูลผู้ดีที่เมืองเกโวดัง ( Gevaudan ) เมื่อปี ค.ศ. ๑๖๔๗ ท่านผู้นี้ได้ไปพร้อมกับราชทูตเดอโชมองแลได้กลับมาพร้อมกัน ท่านผู้นี้ไม่เคยได้เปนสมาชิกของคณะการต่างประเทศ แลไม่เคยไปสั่งสอนสาสนาในเมืองไทยเลย เพราะได้อยู่ในเมืองไทยเพียงสองสามเดือนเท่านั้น เขาได้กลับมาถึงวัดที่เคยทำการอยู่นั้นในปี ค.ศ. ๑๖๘๖



๒๑๙ แล้วได้เลื่อนเปนอธิการวัดแซงเยอแมงเดอคัลแบต ( Saint Germain de calberte ) ท่านสังฆราชในตำบลนั้นได้ตั้งให้ท่านผู้นี้เปนนายตรวจพวกบาดหลวงที่อยู่ตามคณะที่ออกสั่งสอนคนใหม่ บ้านเขาตั้งอยู่ที่ปองเดอมองแว ( Pont de montvert ) แลเมือวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ค.ศ.๑๗๐๒ พวกถือสาสนาฝ่ายปรอเตศตันได้ฆ่าตาย









๒๒๐ เวลาบ่าย ๑ โมงได้อ่านคัมภีร์ ๑ บท แล้วชักลูกประคำแลสวดมนต์ตามลัทธิ เมื่อเสร็จการนี้ บาดหลวงหนุ่มสองคนไปอยู่กับล่ามไทยเพื่อหัดเขียนแลอ่านภาษาไทย แล้วก็อ่านท่องคำภีร์บทต่าง ๆ จนถึงบ่าย ๕ โมง พอบ่าย ๕ โมงตรงก็ท่องบท (อิมมิเตชันออฟยิซัซไครส์ต Immitation of Jesus Christ) แล้วก็สวดมนต์ต่อไปจนเกือบถึงเวลารับประทานอาหาร ส่วนข้อสำหรับที่จะเพลิดเพลินใจนั้นก็คือ พวกบาดหลวงหนุ่มชอบแยกย้ายกันไปสนทนากับพวกกลาสีเรือ แลตั้งคำถามถึงข้อสำคัญ ๆ ของสาสนา ตั้งแต่วันอาทิตย์แรกได้ฟังมองซิเออร์บาเซเทศน์ แลถ้าจะเชื่อพวกนายเรือแลพวกกลาสีแล้ว ดูเหมือนจะไม่ได้มีใครมาเทศน์ถึงพระเปนเจ้านอกจากท่านผู้นี้เลย แต่อย่างไรก็ดีถึงพวกกลาสีจะว่าอย่างก็ตาม แต่ก็ต้องรับรองว่าบรรดาบาดหลวงที่อยู่ในเรือก็ได้เทศน์สอนสาสนาเกือบทุกคน แต่โดยมากมักจะเปนบาดหลวงเลอคอมต์ (Conmte) กับมองซิเออร์บาเซ ผลัดกันเทศน์

ความเห็นเรื่องตั้งบริษัทที่เมืองสงขลา (Singor) เมื่อเรือได้แล่นมาถึงหน้าเมืองสงขลาแล้ว ข้าพเจ้าได้เชิญให้มอง ซิเออร์เดอโชมองมาประชุมเพื่อออกความเห็น ข้าพเจ้าจึงแนะนำว่าการที่พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงรับรองว่า จะพระราชทานเมืองให้พวก


๒๒๑ ฝรั่งเศสอยู่นั้น ก็เปนการพอพระทัยพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส แลพอใจบริษัทอยู่แล้ว เพราะฉนั้นเมื่อมีโอกาศอันดีแล้วก็ไม่ควรจะทิ้งโอกาศ ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าเวลานี้เปนเวลาเหมาะแล้ว ควรจะไปยึดเมืองสงขลาไว้ในพระนามของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส การที่ยึดเมืองไว้นี้ไม่ยากอะไรเพียงแต่ไปชักธงขนแลให้เฝ้ารักษาอยู่ ๑๐ คนก็พอ จนกว่าพระเจ้ากรุงสยามจะได้มีพระราชโองการให้สร้างป้อทแลสร้างเมืองขึ้น สำหรับให้พวกบริษัทได้ส่งพ่อค้าแลผู้แทนมาตั้งทำการค้าขายในที่นี้ ข้าพเจ้าได้กล่าวต่อไปว่าในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าได้พูดกับพวกข้าราชการไทยไว้แล้วเพราะข้าราชการเหล่านี้ได้ทราบในพระราชประสงค์ของพระเจ้ากรุงสยามอยู่แล้ว แลทั้งได้เปนพยานเห็นการรับรองของเสนาบดี ในพระนามของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสด้วย พวกข้าราชการไทยจึงยินยอมพร้อมใจกันในเรื่องนี้ หาได้คัดค้านอย่างใดไม่ ในชั้นแรกบรรดาผู้ที่ได้ยินได้ฟังเห็นชอบพร้อมกันหมด จึงคิดกันเลือกเอาเชอวาเลียเดอฟอแบง ( Chevalier de For Bin ) เปนผู้แทนพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส แลให้มองซิเออร์เวเร ( Veret ) เปนผู้แทนบริษัท ในรุ่งเช้าให้ท่านทั้งสองนี้ไปจองเมือง แลได้เตรียมปืนใหญ่ทั้งแจกดินปืนให้พลทหาร เพื่อจะได้คอยยิงปืนในเวลาที่รับเอาเมืองเปนของฝรั่งเศสแล้ว แต่อะไรจะทำให้คนทั้งปลายประหลาทใจยิ่งกว่าที่เห็นในเวลาเช้า พอสว่างมองซิเออร์เดอโชมองได้สั่งให้ถอนสมอ ชักใบแล่นเรือออกโดยไม่อธิบายเหตุผลอย่างใดเลย เมื่อข้าพเจ้าเห็นเช่นนี้


๒๒๒ ก็หาไดว่ากระไรไม่ แต่คอยจ้องหาเวลาที่จะพบกับท่านราชทูตสองต่อสอง เมื่อพบกันแล้วท่านราชทูตก็ตั้งใจฟังข้าพเจ้าชี้แจง แลข้าพเจ้าก็ได้ชี้แจงว่าการที่ท่านราชทูตกระทำดังนี้ กระทำให้ข้าพเจ้าสังหรณ์ในใจทั้งตันหัวใจด้วย เพราะความจริงข้าพเจ้ามีความนับถือแลรักท่านราชทูตผู้นี้มาก ข้าพเจ้าได้บอกว่าการทท่านราชทูตได้ทิ้งโอกาศอันดีเช่นนี้ ต่อไปเมื่อจะต้องการหาโอกาศเช่นนี้อีกก็จะไม่ได้ดังประสงค์ แลที่กระทำเช่นนี้จะหาข้อแก้ตัวในเมืองฝรั่งเศสได้โดยยาก เพราะที่เมืองฝรั่งเศสคงจะเห็นเปนความผิดอย่างร้ายแรง แลข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใด เมื่อวานนี้ท่านราชทูตก็ขอบใจข้าพเจ้าในการที่ข้าพเจ้าได้แนะนำอย่างดีเช่นนี้ จึงได้กลับเอาทันทีในระหว่างเวลายังไม่พ้น ๑๒ ชั่วโมง เพราะฉนั้นความคิดของท่านราชทูตเปนอย่างไรขออย่าปิดบังแก่ข้าพเจ้าเลย (การที่ข้าพเจ้าได้ทายไว้ว่าต่อไปจะหาโอกาศอย่างนี้อีกไม่ได้นั้นก็เปนความจริงดังข้าพเจ้าได้ทายไว้) การที่ข้าพเจ้าได้พูดชี้แจงกับมองซิเออร์เดอโชมองดังนี้ สังเกตดูก็เปนเรื่องที่จับใจท่านอยู่บ้างท่านราชทูตจึงสารภาพว่า ได้มีคนมาชี้แจงให้เห็นว่าถ้าได้กระทำการเช่นนี้ ก่อนที่จะได้หารือมองซิเออร์คอนซตันซ์แล้ว มองซิเออร์คอนซตันซ์จะไม่พอใจอย่างยิ่ง แลก็ไม่จำเปนจะต้องรีบร้อนเกินไปเพราะเวลานี้ก็ยังอยู่ระยะทาง ๑๐๐ ไมล์เท่านั้นก็จะถึงอยู่แล้ว เรื่องนี้เปนการเคราะห์ร้ายสำหรับมองซิเออร์เดอโชมอง แลสำหรับบริษัทด้วยเพราะในชมพูทวีปทั้งหมดไม่มีแห่งใดจะเหมาะสำหรับบริษัทยิ่งกว่าเมือง


๒๒๓ สงขลานี้ ถ้าได้ตั้งอยู่ที่เมืองนี้แล้ว บรรดาสินค้าของ เขมร ไทย ญวน ตังเกี๋ย จีน ยี่ปุ่น แลเกาะฟิลิไปน์ ก็จะต้องมารวมอยู่ที่สงขลาทั้งหมด อีกสักหน่อยเมืองบาตาเวียก็จะกลายเปนเมืองร้าง แลพวกจีนอันบริบูรณ์ซึ่งตั้งการค้าขายอยู่ในเมืองนั้น ก็คงจะรีบมาตั้งการค้าขายอยู่กับพวกฝรั่งเศส ซึ่งจะทำให้เกิดกำไรขึ้นกว่าสองเท่า ผลร้ายของความประพฤติของมองซิเออร์เดอโชมองเปนเช่นนี้ ซึ่งจะแก้ไขอย่างใดไม่ได้ เพราะภายหลังได้เกิดการจลาจลขึ้นในเมืองไทย แลการจลาจลนี้ ถ้าหากฝรั่งเศสได้ไปตั้งมั่นอยู่ที่เมืองสงขลาเสียแล้ว ก็คงจะเกิดขึ้นไม่ได้เปนแน่


มองซิเออร์เดอโชมองมาถึงปากน้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ ๒๒ เดือนกันยายนเวลาเย็น ได้แลเห็นท่าจอดเรือของเมืองไทย รุ่งขึ้นเวลาเช้า เรือยังไม่ทันได้ทอดสมอ ข้าพเจ้าก็ได้ลงเรือเล้กเพื่อรีบไปยังกรุงสยาม นำข่าวไปบอกว่าราชทูตได้มาถึงแล้วเดิมข้าราชการไทยก็จะไปพร้อมกับข้าพเจ้า แต่พอเห็นว่ามองซิเออร์เวเร (Veret) ซึ่งเปนหัวหน้าของห้างฝรั่งเศส ได้ลงไปนั่งอยู่ในเรือก่อนแล้ว พวกไทยก็ไม่ยอมไปด้วยเปนอันขาด ข้าพเจ้าจะพูดจะขู่สักเท่าไรก็หาฟังไม่ จะคงอยู่ในเรือใหญ่ต่อไป ถ้าจะให้ลงเรือเล็กไปด้วยก็ต้องให้มองซิเออร์เวเรขึ้นเสียจากเรือ การที่ข้าพเจ้าจะพามองซิเออร์เวเร


๒๒๔ ไปด้วยนั้นก็มีเหตุผลพอ เพราะท่านหัวหน้าบริษัทที่กรุงปารีสได้ขอร้องให้ข้าพเจ้าพาไป ที่ด่านโรงภาษีได้จัดเรือแจว ๑๒ แจวให้ข้าพเจ้าลำ ๑ แลฝีพายได้แจงเรือพาข้าพเจ้าไปถึงมองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศอย่างเร็ว ที่สุดซึ่งไม่หน้าจะเชื่อได้ว่าจะแจวเรือได้เร็วเช่นนี้ พอข้าพเจ้าไปถึงมองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศก็ได้จัดคนให้นำความไปกราบทูลพระเจ้ากรุงสยาม เวลานั้นเปนเวลาราว ๔ หรือ ๕ ทุ่ม ซึ่งเปนเวลาที่พระเจ้ากรุงสยามเสด็จออกขุนนาง อีกสักครู่หนึ่งมีเจ้าพนักงารมาบอกว่าพระเจ้ากรุงสยามประทับคอยอยู่แล้ว ท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศกับท่านบาดหลวงเดอลียอน (Lionne) จึงได้พาข้าพเจ้าไปเฝ้า ในเวลาที่ข้าพเจ้าได้กราบทูลข้อความต่าง ๆ นั้น ข้าพเจ้าได้พยายามทูลถึงพระอัธยาศัยอันดีของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส พอเปนเครื่องประกอบกับพระราชประสงค์ที่ต้องการเปนพระราชไมตรีด้วย แลได้กราบทูลว่า เพื่อจะแสดงให้เห็นว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมีพระราชประสงค์จะเปนพระราชไมตรีด้วยจริงนั้น พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงได้ทรงบแต่งราชทูตมา ซึ่งเดี๋ยวนี้พักรออยู่ที่สันดอนแม่น้ำเมืองไทยแล้ว เพื่อรอพระราชโองการที่จะให้ขึ้นมาเฝ้า เมื่อได้มาเฝ้าแล้ว ราชทูตจะได้กราบทูลถึงพระราชดำริห์ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสต่อไป พอพระเจ้ากรุงสยามได้ทรงสดับข้าพเจ้ากราบทูล ทรงปิติยินดีอย่างยิ่งเหลือที่ข้าพเจ้าจะอธิบายได้ แลอยู่ดี ๆ ก็ทรงทำพระพักตรเฉย ๆ แล้วยกพระหัตถ์แลเหลือบพระเนตร์ขึ้นไปหาสวรรค์ จึงรับสั่ง


๒๒๕ กับข้าพเจ้าว่าดังนี้ "ท่านวาเช ตามเรื่องราวที่ท่านได้เล่ามานี้ อย่าถือใจว่าท่านเปนผู้ได้กระทำความดีแลอย่าอวดอ้างในเรื่องนี้เลย เพราะการต่าง ๆ ที่ได้สำเร็จมานี้ก็โดยพระเปนเจ้าซึ่งเปนใหญ่ในดินฟ้าอากาศได้บันดาลให้เปนไปแต่พระองค์เดียวเท่านั้น จริงอยู่พระเปนเจ้าได้เอาตัวท่านเปนผู้ทำการแทนพระองค์ แลกุศลก็จะได้แก่ตัวท่าน แต่ถึงกระนั้นฉันจะต้องรับรองว่าท่านได้ทำการอันเปนที่พอใจฉันมากแลฉันจะได้รางวัลท่านต่อไป แต่ที่ทำให้ฉันรำคาญใจนั้นก็โดยรู้สึกว่าเท่าที่ท่านได้ทำการมาครั้งนี้ก็โดยไม่ได้หวังประโยชน์อย่างใด เพราะฉันทราบได้ดีว่าท่านไม่มีความพอใจในเงินแลทองซึ่งมีอยู่ในท้องพระคลังเลย ส่วนยศแลตำแหน่งอย่างสูงในสำนักของฉันก็ต่ำไปสำหรับตัวท่าน แต่ในใจฉันคิดว่าเช่นนี้ คือ เพราะท่านได้พาราชทูตของพระเจ้าแผ่นดินซึ่งเปนน้องแลเพื่อนรักอย่างสนิทของฉันมา ฉันจะให้ท่านพาราชทูตของฉันไปบ้างแลถ้าพระเจ้าบนสวรรค์ซึ่งเปนพยานของฉันโปรดให้ท่ารไปมาโดย สวัสดิภาพแล้ว เมื่อท่านกลับมาถึงเมื่อใด ฉันจะอนุญาตให้ท่านเลือกชนชาติประเทศใดประเทศหนึ่ง ในบรรดาชาวประเทศทั้งหลายซึ่งอยู่ในความปกครองของฉัน ให้อยู่ในบังคับบัญชาของท่าน แลจะไม่ให้ใครเปนใหญ่เหนือท่านเลย แลท่านจะเลือกเอาเมืองหนึ่งเมืองใดในพระราชอาณาเขตตามพอใจของท่าน สำหรับท่านจะได้ไปตั้งอยู่ต่อไปก็ได้ บรรดาผู้ที่อยู่ในบังคับของท่านจะได้รับความยกเว้นจากส่วยสาอากร ๒๙


๒๒๖ ต่าง ๆ ที่เขาได้เคยเสียให้ฉัน ในเมืองที่ท่านจะได้ตั้งขึ้นนี้ ฉันจะได้ให้สร้างโบสถ์แลบ้านอย่างงามที่สุด แลที่หน้าโบสถ์แลหน้าบ้านจะได้ให้สลักตัวหนังสือใหญ่ ๆ เปนตัวทองว่า "ที่นี่เปนรางวัลซึ่งพระเจ้ากรุงสยามองค์นั้น ๆ ได้พระราชทานให้ผู้นั้น ๆ แลผู้แทน" แลฉันจะให้ท่านได้รับผลประโยชน์ให้สมกับความดีที่ท่านได้ทำให้ฉัน" การที่ได้รับสั่งเช่นนี้ ได้รับสั่งต่อหน้าขุนนางข้าราชการที่เฝ้าอยู่ในเวลานั้น แลมองซิเออร์คอนซตันซ์ อัคมหาเสนาบดี เปนล่ามแปลพระราชโองการ(๑) ( ๑ ) ในจดหมาย มองเซนเยอร์ลาโน มีถึงมองซิเออร์เมโกร ( Maigrot ) ฉบับหนึ่ง มีข้อความชมเชยสติปัญญาของมองซิเออร์วาเช การที่ชมเชยเช่นนี้มีน้ำหนักมาก เพราะสังฆราชาลาโนเองก็รับรองว่าประหลาทใจ จดหมายมีใจความว่าดังนี้ " ข้าพเจ้าไม่ได้คาดเลยว่ามองซิเออร์วาเชจะทำการสำเร็จได้ดีเท่านี้ ข้าพเจ้าเชื่อว่าถ้ามองซิเออร์วาเชไม่มีท่าทหารติดตัวอยู่ ก็ยังจะทำการได้ดียิ่งกว่านี้อีก เพราะท่าทหารของมองซิเออร์วาเชนี้ บางคนก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบ ที่ประเทศอังกฤษนั้นพระเจ้ากรุงอังกฤษแลข้าราชการอังกฤษก็ได้รับรองอย่างดี แลที่กรุงฝรั่งเศสก็กลับรับรองดียิ่งกว่าที่อังกฤษ มองซิเออร์วาเชได้เฝ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสหลายครั้ง แลได้กราบทูลข้อความเปนอย่างดี ทั้งได้ไปเจรจากับพวกเสนาบดีจนผลที่สุดก็ได้มีการแต่งทูตสมประสงค์ เพราะมองซิเออร์วาเชมีนิสัยพูดจาทำ



๒๒๗ ให้คนเชื่อง่าย จริงอยู่ในการบางอย่างมองซิเออร์วาเชได้ทำการเกิน กว่าที่ควร แลได้ทำการจนบาดหลวงเดอลาเชซ ( Chaise ) ได้มี ความรักใคร่ จนถึงกับได้สัญญากันลับ ๆ ว่า บาดหลวงเดอลาเชซ จะทำอะไรให้มองซิเออร์วาเชอย่าง ๑ แต่จะเปนการอะไรนั้นข้าพเจ้าจะบอกยังไม่ได้มองซิเออร์วาเชได้ทำการมีชื่อเสียงจนที่สุดสภาปาลีเมนท์ เมืองเรน ( Rennes ) ได้สัญญาว่า ถ้ามองซิเออร์วาเชได้จัดการให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสกลับไปประทับที่เมืองเรนได้อีกแล้ว สภาปาลีเมนท์ เมืองเรนจะให้เงินสำหรับคณะบาดหลวงแสนเหรียญ แต่ข้อนี้ไม่สำเร็จ เพราะในเรื่องนี้ได้มีพระเจ้าแผ่นดินบางองค์มาทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแล้ว พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็หายอมไม่ มองซิเออร์วาเชจึงไม่กล้าที่จะจัดการต่อไป แต่อย่างไรก็ดี มองซิเออร์วาเชได้ทำการเร็วเกินตัว แลได้ใช้จ่ายมาก เพราะฉนั้นเมื่อกลับมาถึงเมืองไทย การรับรอง มองซิเออร์วาเชจึงซาลงไป แต่ก็เปนความจริงว่าการบางอย่างที่ข้าพเจ้า เองไม่กล้าสั่งให้ทำ มองซิเออร์วาเชก็ได้ทำสำเร็จไปได้





๒๒๘ ว่าด้วยสำเนาพระราชสาส์นแลสำเนาจดหมาย ที่มาแต่ประเทศฝรั่งเศส แลข้อความที่มองซิเออร์เดอโชมองกราบทูลพระเจ้ากรุงสยาม

พระราชสาส์นพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ถวาย สมเด็จพระนารายณ์ ทูลพระองค์ผู้สูงสุด ผู้ทรงไว้ซึ่งอำนาจ แลผู้เปนพระเจ้าแผ่นดินที่มีพระทัยโอบอ้อมอารี พระสหายที่รักของหม่อมฉัน ขอให้พระเปนเจ้าได้เพิ่มพระเกียรติยศของพระองค์ให้ยิ่งใหญ่จนตลอดกาลนาน หม่อมฉันมีความเสียใจเปนอันมากที่ได้ทราบข่าวว่าราชทูตที่พระองค์ได้แต่งมายังสำนักของหม่อมฉันเมอปี ค.ศ.๑๖๘๑ (พ.ศ.๒๒๒๔) นั้นได้หายสูญไป หม่อมฉันได้ทราบจากพวกนักพรตมิซชันนารี ซึ่งได้กลับมาจากประเทศสยาม แลได้ทราบจากจดหมายที่เสนาบดีของหม่อมฉันได้รับจากผู้ที่พระองค์ได้มอบหมายการงารต่าง ๆ นั้น ว่าพระองค์มีพระราชประสงค์จะรับราชไมตรีของหม่อมฉัน เพราะเหตุว่าหม่อมฉันมีความประสงค์จะตอบแทนโดยยากได้รับราชไมตรีของพระองค์ หม่อมฉันจึงได้แต่งให้เชอวาเลียเดอโชมอง เปนราชทูตไปเฝ้าพระองค์ ราชทูต



๒๒๙ ผู้นี้จะได้กราบทูลให้พระองค์ทรงทราบในความมุ่งหมายของหม่อมฉันสำหรับจะทำให้พระราชไมตรีอันนี้ ได้สนิธสนมในระหว่างพระองค์แลหม่อมฉันชั่วกาลนาน แต่อย่างไรก็ดี หม่อมฉันจะมีความยินดีหาโอกาศขอบพระคุณที่ได้ทราบว่าพระองค์ยังคงปกครองรักษาพวกสังฆราชแลนักพรตมิซชันนารีซึ่งไปทำการสอนสาสนาคริสเตียนแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของพระองค์ แลการที่หม่อมฉันมีความนิยมนับถือพระองค์โดยฉเพาะจึงกระทำให้หม่อมฉันมีความประสงค์อย่างยิ่งที่จะขอให้พระองค์ได้ทรงสดับคำสั่งสอนของพวกนักพรตเหล่านั้นด้วย เพื่อจะได้ทรงทราบถึงความจริงแท้ของสาสนาอันดี ซึ่งยอมรับว่ามีแต่พระเปนเจ้าที่จริงแท้แต่พระองค์เดียวเท่านั้น แลมีแต่พระเปนเจ้าองค์นี้องค์เดียว ที่อาจจะทำให้พระองค์ได้ปกครองรักษาพระราชอาณาเขตโดยยืดยาวแลโดยมีพระเกียรติยศอันสูง แลต่อนั้นไปอาจจะให้พระองค์ทรงพระสำราญชั่วกัลปาวสานได้ หม่อมฉันได้มอบของต่าง ๆ อันเปนสิ่งที่แปลกแลน่าดูที่สุดในเมืองของหม่อมฉัน ให้ราชทูตนำไปถวายพระองค์ เพื่อเปนการแสดงความนับถือของหม่อฉัน แลราชทูตจะได้กราบทูลให้ทรงทราบในความประสงค์ของหม่อมฉันสำหรับให้พระองค์ได้ช่วยให้การค้าขายของข้าแผ่นดินของหม่อมฉันได้เจริญด้วย ในที่สุดหม่อมฉันได้อ้อนวอนพระเปนเจ้าขอให้เพิ่มพระเกียรติยศของพระองค์ให้ใหญ่ยิ่ง แลให้ได้คงมีเกียรติยศอันดีจนตลอด


๒๓๐ เขียนที่พระราชวังเวอซายของหม่อฉัน เมื่อวันที่ ๒๑ เดือน มกราคม ค.ศ.๑๐๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘) พระสหายที่รักของพระองค์ ( เซ็น ) หลุย

สำเนาจดหมายมองซิเอร์เดอครัวซีถึงเจ้าพระยาพระคลัง ท่านผู้มีชื่อเสียงอันโด่งดังแลประกอบด้วยความโอบอ้อมอารี ในการที่พระเจ้ากรุงสยามได้แต่งราชทูตมายังพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้านั้น น่าจะหวังว่าพระเปนเจ้าจะได้บันดาลให้ราชทูตได้เดิรทางมาโดยสวัสดิภาพ ในส่วนตัวข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจเปนอันมากที่ราชทูตได้สูญหายไป ทั้งพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็ทรงเสียพระทัยในการที่เรือได้ไปอับปางเสียเช่นนี้ ข้าพเจ้าจะขอบอกให้ท่านทราบว่า ชื่อเสียงแลเกียรติยศซึ่งมีแต่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสโดยเหตุที่พระองค์ไปทรงชนะศึกสงครามอันนับครั้งไม่ถ้วนซึ่งกระทำให้ราชอาณาเขตแผ่ใหญ่โตออกไป ทั้งพระอัธยาศัยยิ่งกว่ามนุษย์สามัญชนนั้นได้กระทำให้ข้าแผ่นดินได้อยู่เย็นเปนสุขแลกระทำให้ทวีปยุโรปชมเชยทั้งทวีปนั้น เมื่อชื่อเสียงแลพระเกียรติยศอันนี้ได้ล่ำลือไปจนถึงประเทศสยามจนพระเจ้าแผ่นดินอันใหญ่ยิ่งผู้เปนนายของท่านได้เกิดมีพระราชประสงค์จะทำพระราชไมตรีอันสนิธเช่นนี้แล้ว ฝ่ายพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็มีพระราชประสงค์จะทำการทุกอย่างที่จะแสดงว่าพระองค์มีความนับถือ


๒๓๑ พระเจ้ากรุงสยามอย่างสูงเหมือนกัน เพราะเหตุฉนั้นถึงแม้ว่าจะมีมหาสมุทร์อันกว้างใหญ่กีดขวางอยู่ก็ตาม แต่ถึงกระนั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงจัดให้เชอวาเลียเดอโชมองเปนเอกอัคราชทูตมาเจริญทางพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงสยาม เพื่อจะแสดงว่าพระราชไมตรีของพระเจ้ากรุงสยามจะเปนสิ่งที่ต้องพระทัยของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสอย่างยิ่งแลเพื่อจะกราบทูลขอให้พระเจ้ากรุงสยามได้รีบนับถือสาสนาของพระเปนเจ้าที่แท้จริง เพราะเหตุว่าได้รู้สึกพระองค์ว่า การที่ได้ทรงครองราชสมบัติโดยเจริญเช่นนี้ ก็เพราะได้รับพรของพระเปนเจ้า แลการที่พระเจ้ากรุงสยามจะได้เชื่อถือในสานาคริสเตียนนั้น ก็เท่ากับเปนรากของพระราชไมตรีซึ่งจะมีติดต่อกันอย่างแน่หนาต่อไป พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงปีติมากที่พระเจ้ากรุงสยามทรงยินดีในการที่พระนัดดาของพระองค์ คือ ท่านดุกเดอบูรกอยน์ได้ประสูติแล้วนั้นจึงมีรับสั่งให้ข้าพเจ้าบอกมายังท่านว่าพระองค์จะได้เปนพระธุระสั่งสอนพระโอรสแลพระธิดาให้รักษาพระราชไมตรีซึ่งจะทรงมีกับพระเจ้ากรุงสยามต่อไป ของที่ท่านได้ฝากมายังข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าได้รับจากขุนพิไชยวาทิต (Quon Pitchai Vatic) ขุนพิไชยธรรมไมตรี (Quon Pitchai Tramaitri) แลบาดหลวงวาเชโดยเรียบร้อยแล้ว ของเหล่านี้งามมาก แลข้าพเจ้าหวังใจว่าของที่เชอวาเลียเดอโชมองรับไปส่งให้ท่านนั้น คงจะเปนที่พอใจท่านเหมือนกัน แลข้าพเจ้าหวังว่าท่านแลข้าพเจ้าจะได้ช่วยกันพยายามทำให้พระราชไมตรีในระหว่างพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนาย


๒๓๒ ของข้าพเจ้า แลพระเจ้ากรุงสยามผู้มีอำนาจแลทรงอยู่ในทางโอบอ้อมอารีได้เปนที่แน่นหนามั่นคงต่อไป เขียนที่พระราชวังเวอซาย เมื่อวันที่ ๑๘ เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.๑๖๘๕ ( พ.ศ.๒๒๒๘ ) ( เซ็น ) คอลแบเดอครัวซี

คำมองซิเออร์เดอโชมองกราบบังคมทูลสมเด็จพระนารายณ์ ขอเดชะฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้า ฯ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้า ซึ่งในเวลานี้มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วทั้งโลกโดยเหตุที่ได้ทรงมีไชยชนะสงคราม แลโดยที่ได้ทรงทำให้ราชศัตรูได้รับความสุขเพราะทรงนำกองทัพไปด้วยพระองค์เองนั้น ได้รับสั่งให้ข้าพเจ้ามาเฝ้าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทเพื่อกราบทูลให้ทรงทราบถึงความนับถือซึ่งพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้มีต่อพระองค์ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงทราบได้ดีถึงพระอัธยาศัยอันดีของพระองค์ ถึงการปกครองอย่างสุขุมซึ่งรัฐบาลของพระองค์ดำเนิรการอยู่ ถึงการงดงามโอฬารของพระราชสำนัก ถึงความกว้างขวางใหญ่โตของพระราชอาณาเขตทั้งได้ทรงทราบในพระราชประสงค์ที่ได้ทรงมีรับสั่งไว้แก่ราชทูต คือ ความนับถือที่พระองค์ได้มีต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ซึ่งยังมีพยานให้แลเห็นโดยชัดเจนในการที่พระองค์ทรงปกครองข้าแผ่นดินฝรั่งเศส ทั้งทรงปกครองพวกสังฆราช ซึ่งล้อมตัวข้าพเจ้าอยู่ในเวลานี้ แลซึ่งเปนผู้แทนของพระเปนเจ้าด้วย

๒๓๓ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงรู้สึกถึงพระคุณที่ทรงนับถือพระองค์ท่านเพราะฉนั้นพระเจ้ากรุงฝรรั่งเศสจึงตั้งพระทัยที่จะนับถือพระองค์ตอบแทนเหมือนกัน แลจะทรงปฏิบัติทุกอย่างที่จะให้เปนผลสำเร็จ เพราะฉนั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงพร้อมที่จะทำไมตรีกับพระองค์ แลพร้อมที่จะส่งข้าแผ่นดินฝรั่งเศสมายังเมืองไทย เพื่อทำให้การค้าขายได้เจริญขึ้น แลพร้อมที่จะแสดงไมตรีอันจริงใจ ทั้งตั้งต้นให้แผ่นดินทั้งสองได้เปนพระราชไมตรีอันจะมีชื่อเสียงต่อไปชั่วกาลนาน แลประเทศทั้งสองนี้ห่างไกลกันด้วยมีมหาสมุทร์อันกว้างขวางคั่นอยู่ฉันใด ก็ให้ชื่อของไมตรีอันนี้ได้โด่งดังฉันนั้น แต่เรื่องนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสตั้งพระทัยยิ่งขึ้นแลไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้พระราชไมตรีนี้สนิธแน่นหนาเท่ากับพระองค์ได้นับถือสาสนาอันเดียวกัน ข้อนี้แหละพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้า ผู้เปนเจ้าที่ฉลาดแลรอบรู้การงารดี แลเปนผู้ที่ไม่เคยแนะนำต่อพระเจ้าแผ่นดินผู้เปนราชไมตรีในสิ่งที่ไม่ดีได้รับสั่งโดยฉเพาะให้ข้าพเจ้านำความมากราบทูลโดยเหตุที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงตั้งพระทัยดีต่อพระองค์ ทั้งเปนพระสหายอันแท้ของพระองค์แลทรงตั้งพระทัยให้พระองค์ได้มีพระเกียรติยศจริง ๆ จึงทรงขอร้องให้พระองค์ใคร่ครวญดู ว่าพระเกียรติยศพระเกียรติคุณซึ่งพระองค์มีอยู่ในโลกนี้ จะมาจากใครไม่ได้เลยนอกจาก ๓๐


๒๓๔ มาจากพระเปนเจ้าที่เปนพระอันจริงแท้ กล่าวคือ พระเปนเจ้าซึ่งมีอำนาจอันใหญ่ยิ่ง แลมีอำนาจอันไม่มีที่สิ้นสุดซึ่งเปนที่นับถือของคริสตสาสนิกชน แลซึ่งเปนผู้ที่จะบันดาลให้พระเจ้าแผ่นดินผื้รงเลื่อมใสได้ครอบครองราชสมบัติยืนนาน แลเปนผู้ที่จะบันดาลความดีแลความชั่วของมนุษย์ทั่วไป ถ้าพระองค์ได้มอบพระเกียรติยศพระเกียรติคุณอันนี้ไว้แก่พระเปนเจ้าซึ่งเปนผู้ปกครองดินฟ้าแลอากาศนั้นแล้ว จะดีกว่าที่พระองค์จะทรงมอบไว้แก่พระอื่น ๆ ที่ชนฝ่ายทิศตวันออกได้นับถือกัน แลซึ่งพระองค์ผู้ทรงไว้ซึ่งความไหวพริบแลฉลาดเฉลียวอย่างยิ่ง คงจะได้ทรงเห็นแล้วว่าพระเหล่านั้นไม่มีอำนาจอย่างใด แต่ในข้อนี้ถ้าหากว่าพระองค์จะทรงพยายามฟังคำสั่งสอนของพวกสังฆราชแลพวกมิซชันนารีซึ่งอยู่ในที่นี้แล้ว ก็จะได้ทรงเห็นความจริงแจ่มกระจ่างขึ้นอีก ข่าวที่ข้าพเจ้าจะได้นำไปกราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้านั้น จะไม่มีข่าวอันใดที่จะกระทำให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงยินดียิ่งกว่าข่าวที่พระองค์ได้ทรงรู้สึกถึงความจริงจึงทรงยอมเรียนสาสนาคริสเตียนแล้ว ข่าวนี้จะทำให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้เพิ่มความนับถือต่อพระองค์มากขึ้น แลจะเปนสิ่งที่กระทำให้ข้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้รีบร้อนเข้ามาในพระราชอาณาเขตของพระองค์โดยมีความเชื่อใจยิ่งขึ้น แลผลที่สุดของการนี้ก็จะกระทำให้พระองค์มีพระเกียรติยศยิ่งใหญ่ กล่าวคือเมื่อ


๒๓๕ พระองค์ได้ครองราชสมบัติในโลกนี้โดยสุขสำราญแล้ว ยังจะได้รับความสุขบนสวรรค์ชั่วกัลปาวสานต่อไปอีกด้วย

หัวข้อเจรจาในเรื่องการสาสนา ของมองซิเออร์เดอโชมองราชทูต บาดหลวงเดอชัวซี เชียนบนเรืออัวโซ วันที่ ๑ เดือนมกราคม ค.ศ.๑๖๘๖ (พ.ศ.๒๒๒๙) ว่าด้วยเหตุที่ต้องเขียนจดหมายเหตุนี้ ตั้งแต่ข้าพเจ้าออกเรือมาข้าพเจ้าได้บรรทึกจดหมาย กล่าวถึงข้อความแลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ได้มีขึ้น แลข้าพเจ้าก็ได้ตั้งใจจะจดข้อความต่าง ๆ ไว้จนตลอด จึงมาคิดเห็นว่าเปนการสมควรที่จะเล่าเรื่องพิเศษซึ่งข้าพเจ้าจะไม่เล่าให้ใครฟังเลย แลในเรื่องนี้จะได้กล่าวถึงการที่ราชทูตได้ไปเจรจาในประเทศสยามด้วย เพราะมีเรื่องสำคัญ ๆ หลายเรื่องซึ่งควรจะปิดบังไว้ไม่ให้แพร่หลายได้ จริงอยู่ข้าพเจ้าหาได้รับตำแหน่งราชทูตไม่ แต่ข้าพเจ้าได้ทราบถึงการเปนไปของการเจรจา เพราะฉนั้นเมื่อข้าพเจ้ากลับไปถึงเมืองฝรั่งเศสแล้ว ถ้าผู้ใดจะถามถึงความประพฤติของข้าพเจ้า ๆ ก็จะมีความเบาใจพอบอกให้ทราบได้โดยตลอด



๒๓๖ ว่าด้วยพระราชดำริห์ของพระเจ้ากรุงสยามถึงการสาสนาคาธอลิก โดยเหตุที่ข้าพเจ้าได้มาถึงเมืองไทยแล้ว แลท่านราชทูตหาได้พูดกับข้าพเจ้าจนคำเดียวไม่ว่าท่านราชทูตจะไปทำอะไรที่เมืองไทยบ้างนั้นข้าพเจ้าจึงเชื่อว่าท่านราชทูตคงจะไม่บอกอะไรให้ข้าพเจ้าทราบเสียเลยข้าพเจ้าจึงได้ตั้งใจไว้ว่าจะไปอยู่ที่โรงเรียนสามเณรจนกว่าจะถึงเวลาจะต้องกลับลงเรือ ข้าพเจ้าได้ตั้งใจไว้ดังนี้แล้ว มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศกับบาดหลวงเดอลียอนจึงได้มาเรือ ท่านสังฆราชได้เข้าไปในห้องท่านราชทูต ท่านบาดหลวงได้เข้ามาในห้องข้าพเจ้า ในชั้นต้นข้าพเจ้าได้เล่าให้บาดหลวงฟังว่า ท่านราชทูตจะมากราบทูลพระเจ้ากรุงสยามในพระนามของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสขอแนะนำให้พระเจ้ากรุงสยามได้เข้าถือสาสนาคริสเตียนบาดหลวงเดอลียอนได้ฟังก็ประหลาทใจมากแลได้บอกข้าพเจ้าโดยตรงว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเปนเช่นนั้นได้ จริงอยู่พระเจ้ากรุงสยามทรงพระเมตตาแก่สาสนาคริสเตียนทุกอย่าง ได้ทรงสร้างโบสถ์ได้พระราชทานเงินให้แก่พวกมิซชันนารีได้ทรงเปนพระธุระให้มองซิเออร์เดลีโอโปลิศได้ไปยังเมืองจีนทั้งนี้เปนเรื่องจริงทั้งสิ้น แต่ในการที่จะให้พระองค์เปลี่ยนสาสนานั้น บาดหลวงเดอลียอนเชื่อว่าพระเจ้ากรุงสยามไม่ได้นึกถึงเลย แลการที่จะกราบทูลแนะนำเช่นนี้บางทีจะไม่เปนเรื่องเล็กน้อย ข้าพเจ้าจึงได้บอกแก่บาดหลวงเดอลียอนว่า การที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้แต่งราชทูตมาในครั้งนี้ ก็โดยทรงเชื่อว่าการจวนจะเปนผลสำเร็จอยู่แล้ว เพราะได้มีผู้ทูลว่าพระเจ้ากรุงสยามทรงเชื่อ


๒๓๗ เปนแน่แล้วว่า สาสนาของไทยเปนสาสนาที่ไม่จริง จนที่สุดถึงกับไม่เสด็จไปยังวัดวาอารามแล้ว แลการต่าง ๆ ที่เคยถือกันนั้นพระเจ้ากรุงสยามก็หาได้ทรงถือไม่แล้ว เพราะฉนั้นถ้ามีใครหนุนบ้างเล็กน้อยก็คงจะทรงทิ้งสาสนาเดิมเปลี่ยนมาถือสาสนาคริสเตียนซึ่งเปนสาสนา ที่แท้จริง มองซิเออร์เดอลียอนจึงตอบข้าพเจ้าว่า พระเจ้ากรุงสยามดูไม่สู้จะฝักใฝ่ในเรื่องพระพุทธรูปเท่าไรนักก็จริงอยู่ แต่การที่ไม่ฝักใฝ่ในพระพุทธรูปแลการที่จะทรงรับน้ำมนต์เข้าถือสาสนาคริสเตียนนั้นยังไกลมากนัก ในขณะนี้ท่านราชทูตได้ขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ บาดหลวงเดอลียอนจึงออกไปคำนับท่านราชทูต แลพูดขึ้นทันทีต่อหน้าข้าพเจ้าว่าบาดหลวงเดอลียอนมีความประหลาทใจมากที่ได้ฟังข้าพเจ้าเล่า แล้วบาดหลวงเดอลียอนก็ได้เล่าโดยย่อตามที่ได้สนทนากับข้าพเจ้า บังเอิญท่านสังฆราชก็ได้พูดกับท่านราชทูตอย่างเดียวกันแต่ได้พูดเปนการลับเพราะ ฉนั้นการสนทนาในครั้งนี้จงสนทนาได้พร้อมกัน แลครั้งนี้เปนครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้พูดกับท่านราชทูตถึงกิจการของทูต แต่ก่อน ๆ นั้นท่านราชทูตก็ได้แสดงกิริยาอันสุภาพเรียบร้อยต่อข้าพเจ้า แลพูดแต่เรื่องการธรรมดาทั่วไป ไม่เคยพูดถึงกิจการอย่างใดเลย ฝ่ายท่านสังฆราชนั้นได้แสดงไมตรีอันดีต่อข้าพเจ้าแลโดยเชื่อว่าไม่ควรจะปิดบังอะไรต่อข้าพเจ้า จึงได้เล่ากิจการต่าง ๆ ให้ข้าพเจ้าฟังทุกอย่าง เพราะท่านสังฆราชได้รับจดหมายจากคณะโรงเรียนสามเณรที่กรุงปารีสซึ่งขอให้ท่านสังฆราชได้มีความไว้ใจในตัวข้าพเจ้า ตกลง


๒๓๘ ข้าพเจ้าต้องเข้าไปเกี่ยวในกิจการทั้งปวงด้วยแล้วท่านราชทูตจงได้เรียกประชุมปรึกษาหารือกันว่าต่อไปจะควรจัดการอย่างไร ในการประชุมคราวนี้หาได้เรียกมองซิเออร์วาเชมาประชุมไม่ เพราะมองซิเออร์วาเชได้เข้าไปยังกรุงสยามเสียแล้ว เพื่อไปบอกข่าวว่าราชทูตได้มาถึงแล้ว ท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศได้เล่าฝห้เราฟังว่า พระเจ้ากรุงสยามทรงไว้วางพระทัยในกิจการทั้งปวงให้แก่มองซิเออร์คอนซตันซ์ซึ่งเปนผู้ทำการงานทั้งปวงแลมีอำนาจมาก แลเล่าต่อไปว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์เปนคนที่มีไหวพริบ ถ้าจะคิดทำการอย่างใดก็จะต้องทำกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ เพราะฉนั้นจะต้องพยายามเอามองซิเออรคอนซตันซ์ไว้เปนพวกเรา แลท่านผู้นี้ไม่ได้คิดถึงเงินแลทรัพย์อย่างใดเลย แต่ถ้ายอแลยกย่องให้เกียรติยศอยู่เสมอแล้ว อาจจะให้มองซิเออรคอนซตันซ์ทำสิ่งที่จะทำไม่ได้ก็ได้ การที่สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ ได้ชี้แจงดังนี้ ก็ดูน่าจะทำได้ เพราะฉนั้นจึงตกลงกันไว้ว่าจะทำตามคำแนะนำของท่านสังฆราชต่อไป

ว่าด้วยคอนซตันซ์ตินฟอลคอน ท่านราชทูตได้เดิรทางเข้าไปยังเมืองไทยโดยมีการประดับเกียรติยศทุกอย่างที่จะทำได้ แลได้พักอยู่ที่ด่านภาษี ๘ วัน ซึ่งห่างจากเมืองหนทาง ๑ ไมล์ เพื่อจะจัดการแลทำความตกลงถึงเรื่องการที่จะเข้าเมืองแลการที่จะเข้าเฝ้า มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้มาหาท่านราชทูตแทน


๒๓๙ พระเจ้ากรุงสยาม แลได้กระทำความตกลงทุกอย่าง ท่านบาดหลวงเดอลียอนได้รับหน้าที่ให้ไปทำเปนเพื่อนสนิธกับมองซิเออร์คอนซตันซ์แลให้บอกกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ว่าท่านราชทูตยอมทำตามคำแนะนำของมองซิเออร์คอนซตันซ์ทุกอย่าง แลท่านราชทูตได้เดิรทางมาจนสุดโลกเพื่อประโยชน์ของการสาสนา เพราะฉนั้นที่ได้มาพบแลได้ทำการติดต่อกับเสนาบดีที่ถือสาสนาคริสเตียนแลทำการกับคนฉลาด เช่นมอง ซิเออร์คอนซตันซ์นี้ ท่านราชทูตจึงมีความยินดียิ่งนัก อีกประการ ๑ ถ้าการต่างๆได้ดำเนิรไปสมพระราชประสงค์จองพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแล้วมองซิเออร์คอนซตันซ์คงจะได้รับการตอบคุณอย่างสำคัญการที่ยอเช่นนี้มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้รับอย่างดี แลยอมรับเปนธุระทุกอย่าง การที่มองซิเออร์คอนซตันซ์พอใจนั้นปรากฎโดยชัดเจน เพราะได้ตั้งต้นแนะนำท่านราชทูตในข้อต่าง ๆ เปนต้นว่าให้ราชทูตเรียกบรรดาข้าราชการไทยที่จะมีหน้าที่นำราชทูต แลให้ราชทูตยกเหตุขัดข้องต่าง ๆ ในการที่จะเฝ้าเพื่อพระเจ้ากรุงสยามจะได้รับสั่งให้เสนาบดีคนหนึ่งคนใดมากระทำความตกลงกับท่านราชทูต การที่แนะนำเช่นนี้ก็โดยคาดว่าพระเจ้ากรุงสยามคงจะรับสั่งใช้ให้มองซิเออร์คอนซตันซ์มาทำความตกลงกับราชทูตเปนแน่ ซึ่งผลที่สุดก็เปนจริงดังคาด ในตอนนี้ข้าพเจ้าหาได้เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไรด้วยไม่ การที่ปรึกษาหารือกันต่าง ๆ นั้นมีแต่ท่านราชทูต ท่านสังฆราชกับมองซิเออร์คอนซตันซ์เท่านั้น แลเมื่อมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้กลับไปแล้ว ท่าน


๒๔๐ ราชทูตหรือท่านสังฆราช หรือทั้งสองคนพร้อมกันคงมาเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่าได้พูดกันอย่างไรแลได้ตกลงกันอย่างไร

ว่าด้วยความฉลาดผันแปรของบาดหลวงเดอชัวซี เมื่อราชทูตได้เข้าเมืองแลได้เข้าเฝ้า ซึ่งมีข้อความกล่าวไว้ในจดหมายเหตุของข้าพเจ้าแล้วนั้นจึงได้ลงมือพูดถึงการงารต่าง ๆ มอง ซิเออร์คอนซตันซ์ได้มาหาท่านราชทูตหลายครั้ง แลบางทีก็ได้นั่งสนทนาพร้อมกับท่านสังฆราชซึ่งรับหน้าที่เปนล่ามเปนเวลาถึง ๓ ชั่วโมง แลเมื่อออกจากห้องเลิกการสนทนาแล้ว ท่านเหล่านี้เปนแต่บอกข้าพเจ้าว่า "เรียบร้อยดี" วันหนึ่งท่านสังฆราชได้บอกกับข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้าคงจะต้องอยู่เมืองไทยต่อไป ท่านราชทูตก็ดูเหมือนจะรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน แต่หาได้พูดออกมาเด็ดขาดไม่ ยังมีมิซชันนารีคนหนึ่งชื่อมองซิเออร์โปมา (Paumard) ซึ่งเปนคนไว้ใจของมองซิเออร์คอนซตันซ์ ในวันนั้นเองมองซิเออร์โปมาได้มาบอกข้าพเจ้าว่า มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้พูดว่าถ้าข้าพเจ้าไม่อยู่ในเมืองไทยแล้วมองซิเออร์คอนซคตันซ์จะยอมให้ตัดคอเมื่อทราบเช่นนี้ ข้าพเจ้าก็รู้สึกยินดีเปนอันมาก เพราะทราบอยู่ว่า ถ้าพระเจ้ากรุงสยามไม่มีพระราชประสงค์จะศึกษาการสาสนาแล้วข้าพเจ้าคงจะอยู่ในเมืองไทยเปนอาจารย์ไม่ได้เปนแน่ แลเมื่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้พูดว่าข้าพเจ้าจะต้องอยู่ในเมืองไทยเช่นนี้ ก็ต้องคาดว่าการต่าง ๆ ที่เกี่ยวด้วยสาสนาคงดำเนิรสู่ทางดีแล้ว ข้าพเจ้าจึงพักนึก


๒๔๑ ถึงข้ออันน่าปลื้มใจสักครู่หนึ่ง ข้าพเจ้าได้ตรองถึงข้อความต่าง ๆ ที่ท่านสังฆราชแลบาดหลวงเดอลียอนได้บอกไว้กับข้าพเจ้าเมื่อแรกมาถึงว่าช่องทางที่จะให้พระเจ้ากรุงสยามได้นับถือสาสนาคริสเตียนนั้นมีน้อยแลข้าพเจ้าก็ยังจำได้ว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์ได้บอกกับข้าพเจ้าหลายครั้งว่าในเรื่องนี้ต้องค่อยเปนค่อยไปจึงมาเกิดสงสัยในใจว่าบางทีมองซิเออร์คอนซตันซ์ท่านราชทูต แลท่านสังฆราชจะเข้าใจผิดเสียกระมัง ท่านทั้งสองนี้ดุจเปนนักบุญคงทำการสวดมนต์วันละ ๔ ชั่วโมงทุกวัน แต่ก็ไม่เคยได้พบเรื่องเจรจาการบ้านเมืองเท่าไรนัก อาจจะถูกเสนาบดีที่ฉลาดหลอกก็ได้แต่อย่างไรก็ดีสำหรับตัวข้าพเจ้าก็เปนเรื่องอันสำคัญอยู่จึงเกิดความมุ่งหมายจะให้ได้ทราบความจริงให้จงได้ข้าพเจ้าได้คิดอ่านจัดการดังนี้ คือ ข้าพเจ้าได้ขอให้ท่านราชทูตอนุญาตให้ข้าพเจ้าคัดคำสั่งที่เสนาบดีได้สั่งไว้ฉเพาะในตอนที่เกี่ยวด้วยตัวข้าพเจ้า แต่ก่อน ๆ มาข้าพเจ้าไม่กล้าที่จะพูดถึงเพราะเกรงว่าท่านราชทูตคงไม่ให้ แต่มาบัดนี้เปนการจำเปนแล้วที่ข้าพเจ้าจะต้องการเพื่อเปนทางที่ข้าพเจ้าจะให้จัดการต่อไป ข้าพเจ้าจึงได้ไปขอเอาตรง ๆ แลท่านราชทูตจะปฏิเสธไม่ยอมให้ก็ไม่ได้ ท่านราชทูตจึงชักคำสั่งออกจากหีบส่งมาให้ข้าพเจ้าแลข้าพเจ้าก็ได้ลงทือคัดค้านคำสั่งต่อหน้าท่านราชทูตเอาแต่ฉเพาะข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวด้วยตัวข้าพเจ้า ในเรื่องชนิดนี้จำต้องพิเคราะห์แลชั่งน้ำหนักของคำทุก ๆ คำ ข้าพเจ้าจึงได้เห็นตระหนักแน่ว่า ถ้าแม้การที่จะให้ ๓๑


๒๔๒ พระเจ้ากรุงสยามได้เข้าถือสาสนาคริสเตียนไม่เปนการแน่แก่ใจของราชทูตแล้ว พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสไม่มีพระประสงค์จะให้ข้าพเจ้าอยู่ในเมืองไทยเลย ข้าพเจ้าจึงได้หาโอกาศพูดกับท่านสังฆราชแลท่านราชทูต แต่พูดกันคนละคราว ท่านทั้งสองจึงได้บอกข้าพเจ้าว่า พระเจ้ากรุงสยามทรงเกรงกลัวพวกฮอลันดามาก แลเพื่อจะได้รับความคุ้มครองป้องกันของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนั้นพระเจ้ากรุงสยามจะยอมทุกอย่างไม่เลือกว่าจะเปนการอย่างใด แต่การที่พระเจ้ากรุงสยามจะทรงนับถือสาสนา คริสเตียนนั้น บางทีก็จะไม่ยอมกราบพระแลสวดมนต์อย่างวิธีของพวกคริสเตียน แต่ก็ช่างเถิด ขอแต่ให้พระองค์ได้เปนคริสเตียนแลให้ข้าขอบขัณฑเสมาได้เปนคริสเตียน ตามพระเจ้าแผ่นดินก็แล้วกัน อีกประการ ๑ เมื่อได้อ่านพระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ นั้น พระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่งต่อหน้าขุนนางข้าราชการทั่วไปว่า "โอ โอ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสต้องการมให้ฉันถือสาสนาอย่างเดียวกับพระองค์หรือ ฉันขอบใจมาก แลฉันเห็นได้ว่าไมตรีของพระองค์เปนกลางแท้ไม่ได้หมายประโยชน์อะไรเลย" ในเวลาที่แนะนำให้ทรงถือสาสนาคริสเตียนนั้นพระเจ้ากรุงสยามดูไม่ได้กริ้วอย่างใดเลย แลได้รับสั่งต่อไปว่า "เอาเถอะไม่ควรจะทำให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเสียพระทัย แต่ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าสาสนาของท่านนั้นเปนอย่างไร ฉันจะต้องเรียนเสียก่อน แลถ้าฉันเห็นความจริง ฉันก็จะยอมนับถือด้วย" ท่านราชทูตแลท่านสังฆราชได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังต่อไปว่า มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้แสดงว่าตัวยินดี


๒๔๓ เต็มใจที่จะให้การเรื่องนี้เปนผลสำเร็จแต่ก็เปนเรื่องใหญ่ ซึ่งจะต้องดำเนิรการอย่างช้า ๆ เพราะฉนั้นท่านราชทูตจำเปนจะต้องกลับไปในเดือนธันวาคมเสียแล้ว จึงตกเปนหน้าที่ของข้าพเจ้าที่จะต้องจัดการให้สำเร็จต่อไป เพราะในพระราชสาส์นของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็ไม่ได้ขอร้องอย่างใด นอกจากขอให้พระเจ้ากรุงสยามได้ร่ำเรียนศึกษาสาสนา คริสเตียนเท่านั้น แลข้อนี้พระเจ้ากรุงสยามก็เตรียมพร้อมที่จะเรียนโดยโปรดให้ท่านสังฆราชเข้าเฝ้าเปนพิเศษ แลพระราชทานอนุญาตให้สังฆราชทูลถึงการสาสนาได้ตามพอใจ เรื่องนี้ฟังดูอย่างไร ๆ อยู่ แต่อย่างไรก็ดีข้าพเจ้าก็เห็นแล้วว่าท่านราชทูตกับท่านสังฆราชเปนคนใจดี ถ้าต้องการอย่างไรก็เชื่อเอาง่าย ๆ ว่าคงจะสำเร็จตามความคิด ข้าพเจ้าจึงได้ตอบว่าถ้าพระเจ้ากรุงสยามกลัวพวกฮอลันดาจริงอย่างว่า ยิ่งกลัวมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ข้อรับสั่งอันน่าฟังเหล่านี้เปนข้อน่าสงสัยมากขึ้น แลบางทีการที่จะทรงเรียนสาสนานั้นก็จะทรงถ่วงเวลาให้ยืดออกไปตั้ง ๑๐ ปี เพื่อรอรับความคุ้มครองของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็จะเปนได้ แต่อย่างไรก็ดีข้าพเจ้าก็ยอมปฏิบัติตามความรอบคอบของท่านราชทูต แลที่จะให้ข้าพเจ้าอยู่ในเมืองไทยนั้น ข้าพเจ้าก็ยินดีอย่างที่สุด เพราะที่ข้าพเจ้าได้มายังเมืองไทยนั้นก็โดยปรารถนาอยากจะอยู่ต่อไป ถ้าท่านราชทูตจะออกคำสั่งเมื่อใด ข้าพเจ้าก็จะได้เเตรียมตัวอยู่ต่อไป นี่แหละเปนคำ ที่ข้าพเจ้าได้พูดกับท่านราชทูตแลท่านสังฆราช แต่ก็ได้ตั้งใจไว้ว่าจะ


๒๔๔ ไม่ทำตามคำที่พูดไว้ ข้าพเจ้าได้เห็นโดยชัดเจนว่ามีแต่มองซิเออร์คอนซตันซ์คนเดียวเท่านั้นที่จะบอกความจริงแก่ข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้าจึงตั้งใจพยายามตีสนิธกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ต่อไปในชั้นแรกข้าพเจ้าได้สนทนากับมองซิเออร์โปมาหลายวันได้ชมเชยสรรเสริญมองซิเออร์คอนซตันซ์ให้มองซิเออร์โปมาฟังข้าพเจ้าได้บอกว่าข้าพเจ้าทราบได้ดีว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์เปนผู้อุปถัมภ์บำรุงการสาสนาในชมพูทวีป โดยข้าพเจ้าได้ไปสืบถึงการต่าง ๆ ที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ทำไว้แล้วจนถึงข้าพเจ้าได้จดไว้เพื่อเชิดชูชื่อเสียงต่อไป ข้าพเจ้าได้ขอให้บอกกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ว่า ถ้ามองซิเออร์คอนซตันซ์ต้องการแล้วข้าพเจ้ายินดีที่จะบอกข่างต่างๆ ที่เกี่ยวถึงราชการในประเทศยุโรปตามที่ข้าพเจ้าได้ทราบมา เพราะข่าวราชการเหล่านี้เปนสิ่งจำเปนแท้สำหรับคนที่รับตำแหน่งเสนาบดี ข้าพเจ้าได้ยกย่องแลสรรเสริญถึงน้ำใจดี ถึงความโอบอ้อมอารี ถึงความหมั่นในราชการของมองซิเออร์คอนซตันซ์แลลงปลายที่สุดข้าพเจ้าได้ขอให้มองซิเออร์โปมาบอกว่า ข้าพเจ้าอยากจะเปนเพื่อด้วยกับมองซิเออร์คอนซตันซ์เพราะข้าพเจ้าทราบอยู่ว่าคำที่ข้าพเต้าพูดทั้งหลายนั้น มองซิเออร์โปมาได้นำไปบอกมองซิเออร์คอนซตันซ์ทุกเรื่อง ในชั้นต้นข้าพเจ้าได้แนะนำในบางอย่างแต่เล็กน้อยเช่นว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์จะควรประพฤติต่อพวกฝรั่งเศสอย่างไร แลควรจะแสดงกิริยากับคนนี้คนนั้นอย่างไร แลข้าพเจ้าได้แนะนำให้มองซิเออร์คอนซตันซ์สอนผู้ที่จะได้เปนราชทูตไปยังประเทศฝรั่งเศสให้รู้


๒๔๕ จักถือตัวบ้าง เมื่อราชทูตออกจากเมืองไทยแล้วให้ละกิริยาอ่อนน้อมอย่างทาส ซึ่งเปนกิริยาของคนทั่วไปตลอดจนข้าราชการผู้ใหญ่ในเมืองนี้ เพราะกิริยาอย่างนี้ที่เมืองฝรั่งเศสไม่พอใจ ซึ่งต้องการแต่คนที่มียศให้ทำกิริยาอย่างสุภาพแลให้รู้สึกตัวว่ามียศอยู่เสมอ การที่ข้าพเจ้าได้แนะนำดังนี้มองซิเออร์คอนซตันซ์เห็นชอบด้วย แลข้าพเจ้าได้สังเกตว่าถ้ามองซิเออร์คอนซตันซ์ออกมาจากท่านราชทูตคราวใด คงจะถามถึงข้าพเจ้าแลแสดงไมตรีด้วยเสมอ จนที่สุดได้เกิดเรื่องขึ้นซึ่งไม่น่าพอใจเท่าไรนัก คือข้าพเจ้าได้ไปหามองซิเออร์คอนซตันซ์ ๆ ก็ได้รับรองข้าพเจ้าอย่างดี แต่ได้เชิญให้ข้าพเจ้านั่งในที่ซึ่งไม่ใคร่จะสมควร แลมีคนสงสัยว่าเขาได้จับมือข้าพเจ้าหรือไม่ อีกประการ ๑ เวลาที่สนทนากันนั้นก็ได้พูดกันเปนภาษาปอตุเกต แลเวลาที่ข้าพเจ้าพูดกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ใช้คำในภาษาปอตุเกตว่า โวซาเซนนีออรา (Vossa Senhoria) เสมอ แต่เวลาที่มองซิเออร์คอนซตันซ์พูดกับข้าพเจ้า หาได้ใช้คำตอบข้าพเจ้าว่า โวซาแมเซ (Vossa merce) ไม่ซึ่งไกลกันลึกซึ่งมาก ข้าพเจ้าได้ลามาโดยไม่พอใจอย่างยิ่ง จึงได้ให้ไปตามมองซิเออร์โปมามาหาเพื่อขอให้ไปบอกกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ว่าต่อไป มองซิเออร์คอนซตันซ์จะประพฤติแลใช้คำพูดต่อข้าพเจ้าอย่างไรข้าพเจ้าก็จะทำเช่นเดียวกัน แลการที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ทำเช่นนี้ เห็นจะเกี่ยวแก่ราชการของแผ่นดินทำให้ลืมคิด การที่ข้าพเจ้าทำขึงขังขึ้นเช่นนี้ กระทำให้มองซิเออร์คอนซตันซ์กลับนับถือข้าพเจ้ามากขึ้น


๒๔๖ แลพอพบกันครั้งแรกก็ได้รีบใช้คำโวซาเซนนีออราต่อข้าพเจ้าตั้งร้อยครั้งแลได้แสดงการอ่อนน้อมต่อข้าพเจ้าทุกประการ

พระราชดำริห์อันแท้จริงของสมเด็จพระนารายณ์ แลความคิดของฟอลคอนในเรื่องที่จะเข้ารีดถือสาสนาคริสเตียน เมื่อข้าพเจ้าคาดว่าได้ทำให้มองซิเออร์คอนซตันซ์พอใจในตัวข้าพเจ้าบ้างแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้ไปหาโดยไม่บอกให้ใครทราบ แลได้พูดเปนภาษาฝรั่งเศสว่าข้าพเจ้าจะต้องการสนทนาด้วยเปนการส่วนตัว มอง ซิเออร์คอนซตันซ์จึงไล่คนออกจากห้องทั้งหมด ข้าพเจ้าจึงพูดขึ้นว่า ข้าพเจ้าจะแสดงให้เห็นว่าข้าพเจ้ามีความไว้ใจในมองซิเออร์คอนซตันซ์มากโดยความประสงค์ของข้าพเจ้าต้องการอยู่ในเมืองไทยยิ่งกว่าอยากได้ของอื่น ๆ ทั้งหมดโลกนี้ ข้าพเจ้าจึงเล่าให้ฟังว่า ข้าพเจ้าได้ทำการอย่างไรบ้างสำหรับที่จะมากับราชทูตในครั้งนี้ แลข้าพเจ้าก็หวังใจว่ามองซิเออร์ฟอลคอนคงจะช่วยจัดการให้ข้าพเจ้าได้อยู่ในเมืองไทยต่อไป มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงเอ่ยขึ้นว่า ตามความในพระราชสาสน์ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนั้น ข้าพเจ้าจะอยู่ในเมืองไทยได้ก็โดยพระเจ้ากรุงสยามจะเรียนการสาสนาเท่านั้น แลในข้อนี้พระเจ้ากรุงสยามก็ยอมที่จะเรียนต่อไป ข้าพเจ้าจึงได้ตอบว่า "แต่การที่จะให้ข้าพเจ้าคงได้อยู่ในเมืองนี้ จะต้องให้ท่านราชทูตได้รับคำที่พอใจ แลจะต้องให้พระ เจ้ากรุงสยามมีพระราชสาส์นรับรองอย่างแขงแรงจึงจะได้" มองซิเออร์


๒๔๗ คอนซตันซ์ตอบว่า "การคงเปนไปดังท่านว่าทั้งหมด" ข้าพเจ้าจึงตอบว่า "ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้าก็พอใจแล้ว เพราะถ้าการได้ดำเนิรไปอย่างที่ว่านี้ข้าพเจ้าก็คงจะต้องอยู่ในเมืองนี้ต่อไป แลในเรื่องนี้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้มีคำสั่งไว้ดังนี้" แล้วข้าพเจ้าก็เอาสำเนาคำสั่งที่ข้าเจ้าได้คัดมาจากฉบับของราชทูตส่งให้มองซิเออร์คอนซตันซ์ดู การที่ข้าพเจ้าแสดงความไว้ใจเช่นนี้กระทำให้มองซิเออร์คอนซตันซ์มีความยินดีเปนอันมาก แล้วภายหลังมองซิเออร์คอนซตันซ์ก็ได้แสดงความไว้ใจข้าพเจ้าเหมือนกันในระหว่างนี้ได้เปลี่ยนพูดกันถึงเร่องอื่น แลได้นั่งสนทนากัน ๒ ชั่วโมงเหมือนกับเปนอันตกลงแน่ว่าข้าพเจ้าจะอยู่ในเมืองไทยต่อไป แล้วข้าพเจ้าจึงพูดขึ้นเปนทีเล่นทีจริงว่า "ความจริง ยากที่ข้าพเจ้าจะเชื่อว่าพระเจ้ากรุงสยามจะกลับถือสาสนาคริสเตียนจริง เพราะในเมืองนี้เต็มแน่นไปด้วยพระสงฆ์ จะหาขุนนางที่เปนคริสเตียนสักคนเดียวก็ไม่ได้ แลถ้าหากว่าพระเจ้ากรุงสยามจะรับสั่งถามความเห็นของข้าพเจ้าในเรื่องนี้แล้วข้าพเจ้าก็เกือบจะไม่ทราบว่าจะควรทูลแนะนำอย่างไร แต่ที่ข้าพเจ้าพูดเช่นนี้ ขออย่าได้บอกให้ท่านราชทูตทราบ มิฉนั้นจะไม่ยอมให้ข้าพเจ้าอยู่ในเมืองนี้" มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงตอบข้าพเจ้าเปนทีเล่นทีจริงเหมือนกันว่า "ท่านพูดถูก พระเจ้ากรุงสยามคงจะไม่ถือสาสนาคริสเตียนเปนแน่ แลที่จริงสำหรับการเจริญของสาสนานั้นก็ยังไม่ควรที่จะกราบทูลในเรื่องนี้เพราะยังเร็วนัก ในชั้นต้นจะต้องจัดการให้ราษฎรบางแห่งในพระราชอาณาเขตได้กลับถือสาสนาคริสเตียนเปนตอนๆไปทำไม


๒๔๘ ไม่เคยมีตัวอย่างหรือที่เจ้าแผ่นดินได้เปลี่ยนสาสนาโดยมีพวกเดียวอยู่มากแล้ว อีกประการหนึ่งพระเจ้ากรุงสยามก็ทรงพระชรา แลมีพระโรคติดพระองค์อยู่แล้ว ถ้าสวรรคตลงเวลาใด การทั้งหลายคงจะเปลี่ยนแปลงหมด แลบางทีสาสนาคริสเตียนจะถูกบีบคั้นกดขี่ต่าง ๆ โดยเหตุที่จะมีคนหาว่าการทั้งหลายที่ไม่เรียบร้อยนั้นก็เกิดจากสาสนาคริสเตียนรนี้เอง" ข้าพเจ้าจึงได้ขอบใจมองซิเออร์คอนซตันซ์ที่ได้ไว้ใจข้าพเจ้าบอกความจริงเช่นนี้ มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงเล่าให้ข้าพเจ้าฟังต่อไปว่า เมื่อราชทูตได้เข้าเฝ้าในครั้งแรก มองซิเออร์คอนซตันซ์ไม่กล้ากราบทูลทั้งหมดในข้อที่ราชทูตพูดถึงการสาสนาเพราะมีข้าราชการอยู่ในที่นั้นมาก ต่อได้อ่านพระราชสาส์นของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแล้ว พระเจ้ากรุงสยามจึงได้ทรงทราบว่า ที่ได้แต่งราชทูตมาใหญ่โตในครั้งนี้ไม่มีความประสงค์อย่างใดนอกจากจะต้องการให้พระเจ้ากรุงสยามได้กลับนับถือสาสนาคริสเตียนเท่านั้น แลในเรื่องนี้พระเจ้ากรุงสยามก็ได้แสดงความในพระทัยให้มองซิเออร์คอนซตันซ์ทราบโดยรับสั่งว่า ทรงเชื่อว่าสาสนาทั้งปวงเปนสาสนาที่ดีทั้งนั้น แลที่สุดได้รับสั่งกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ว่า "เจ้าเปนคริสเตียน ถ้าเจ้าจะกลับมาถือสาสนาของฉันเมื่อใด ฉันจะถือว่าเจ้าเปนคนโกงคบไม่ได้ที่เดียว" อีกประการ ๑ พระเจ้ากรุงสยามทรงรู้สึกถึงบุญคุณของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสซึ่งเนื่องจากการที่ทรงรักใคร่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส เพราะฉนั้นพระเจ้ากรุงสยามจึงไม่อยากจะขัดพระทัยพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส โดยเหตุนี้จึงได้บอกกับราชทูต


๒๔๙ ว่าอะไร ๆ คงจะดำเนิรโดยเรียบร้อย เมื่อราชทูตกลับไปถึงประเทศฝรั่งเศสแล้ว พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคงจะพอพระทัยในการที่ราชทูตได้จัดไป แลราชทูตจะได้รับหนังสือ ซึ่งจะกระทำให้มีความหวังได้ว่าพระเจ้ากรุงสยามจะได้ทรงถือสาสนาคริสเตียนเปนแน่นอน แต่ความจริงในเรื่องนี้พระเปนเจ้าก็เปนนาย แต่เหลือที่จะทราบได้ว่าผลที่สุดจะเปนอย่างไร ข้าพเจ้าได้ปล่อยให้มองซิเออร์คอนซตันซ์พูดตามพอใจ ซึ่งล้วนแต่เปนความจริงไหลมาดังพายุแลข้าพเจ้าก็ระวังที่จะไม่กีดขวางเพื่อจะได้ทราบความจริงต่อไปอีก แต่เมื่อมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้พูดหมดเรื่องแล้ว ข้าพเจ้าก็ลงมือยอแลชมเชยว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์เปนคนที่ซื่อตรงมาก แลถ้าซื่อตรงต่อพระเจ้ากรุงสยามเช่นนี้ก็คงจะกระทำให้โปรดมากแต่จะอย่างไรก็ตามควรจะต้องนึกถึงประโยชน์ของสาสนาบ้างแลควรจะจัดการตามทางที่ควรจะจัดได้ต่อไปบ้าง ในส่วนที่เกี่ยวด้วยพระเจ้ากรุงสยามนั้นก็เห็นแล้วว่าการที่จะทรงถือสาสนาคริสเตียนเปนการที่เลื่อนลอยดูจะเปนการไม่สำเร็จเพราะฉนั้นจึงควรคิดจัดการโอนราษฎรในพระราชอาณาเขตนี้ให้เข้าถือสาสนาคริสเตียนเสียก่อน แลควรจะหาหนทางให้สาสนาคริสเตียนได้รับผลประโยชน์พิเศษสำหรับได้ทำการสั่งสอนให้สดวกต่อไป ในชั้นต้นควรจะคิดจัดการให้พวกข้าราชการได้เปนคริสเตียนเสียก่อน ส่วนพระเจ้ากรุงสยามนั้นต้องแล้วแต่พระเปนเจ้าจะโปรดต่อไป มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงตอบว่า ตามที่ข้าพเจ้าพูดนี้ถูก ๓๒


๒๕๐ ต้องดี แลก็เปนความคิดของมองซิเออร์คอนซตันซ์เหมือนกัน เพราะในเรื่องที่เกี่ยวด้วยสาสนานั้นมองซิเออร์คอนซตันซ์ไม่อยากกราบทูลรบกวนเลย แต่ท่านราชทูตต้องการให้กราบทูลนัก ข้าพเจ้าเห็นเปนช่องเหมาะจึงได้พูดขึ้นว่า "ถ้าท่านเห็นด้วยแล้ว ข้าพเจ้าคิดเห็นว่าควรจะให้ท่านราชทูตจัดการอย่างอื่นดีกว่า การที่จะให้ราชทูตจัดการอย่างอื่นนั้นก็ไม่ยากอะไร ถ้าข้าพเจ้าได้เล่าให้ท่านราชทูตฟังตามที่ท่านได้สนทนากับข้าพเจ้านี้ ท่านราชทูตก็จะเห็นได้ว่าจะทำอย่างอื่นไม่ได้นอกจากทำตามคำแนะนำของท่าน เพราะท่านราชทูตก็เปนคนที่มีสติปัญญาอยู่"มองซิเออร์คอนซตันซ์ก็ยอมให้ข้าพเจ้านำความไปเล่าให้ราชทูตฟัง โดยหวังใจว่าต่อไปมองซิเออร์คอนซตันซ์จะพูดจาว่ากล่าวกับราชทูตอย่างไรก็ได้ตามชอบใจ การที่มองซิเออร์คอนซตันซ์อนุญาตให้ข้าพเจ้านำความไปเล่าให้ราชทูตฟังได้นั้น ทำให้ข้าพเจ้าเบาใจเปนอันมาก เพราะการเรื่องนี้เปนสิ่งที่ราชทูตควรจะต้องทราบอย่างยิ่ง เมื่อได้นั่งสนทนากันถึง ๔ ชั่วโมงแล้วต่างคนก็พอใจซึ่งกันแลกันข้าพเจ้าจึงกลับมายังที่พัก ขอบพระเดชพระคุณพระเปนเจ้าที่ได้ทำให้ข้าพเจ้าได้ทราบความจริง ตั้งแต่นั้นมาข้าพเจ้าก็ได้เห็นชัดเจนว่าข้าพเจ้าจะอยู่ในเมืองไทยไม่ได้เปนอันขาด แลข้าพเจ้าได้นึกตั้ง ๑๐๐ ครั้งว่าถ้าข้าพเจ้าขืนอยู่ในเมืองไทยต่อไปก็จะมีแต่คนเห็นข้าพเจ้าเท่ากับเปนคนเสียจริตเท่านั้น ฝ่ายท่านราชทูตก็คงจะกลับไปยังประเทศฝรั่งเศส ทำท่าทางวางโตแลอวดอ้างต่าง ๆ แลคงจะไปกราบทูลต่อพระเจ้าแผ่นดินว่า "ขอเดชะ ข้าพเจ้าได้ปล่อยท่านบาดหลวงเดอชัวซีไว้ยังเมืองไทย เพื่อ

๒๕๑ ช่วยในการรับพระเจ้ากรุงสยามเข้าในสาสนาคริสเตียน" ฝ่ายท่านสังฆราชกับตัวข้าพเจ้าก็คงจะเขียนจดหมายบอกข่าวไปเช่นเดียวกัน พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแลชาวฝรั่งเศสทั่วไปก็คงจะร้อนใจคอยฟังข่าวอันสำคัญเช่นนี้ แลคงจะคอยฟังตั้ง ๒ ปี ๔ ปี ๖ ปี ก็คงไม่ได้ข่าวว่าอย่างไร การที่ข้าพเจ้าประพฤติไม่ดีเช่นนี้จะทำให้คนนึกหรือไม่ ว่าข้าพเจ้าได้ทำให้เสียการของเชอวาเลียเดอโชมอง ซึ่งได้ตั้งต้นดีนักหนาแล้ว รุ่งขึ้นข้าพเจ้าได้เล่าให้ท่านราชทูตแลท่านสังฆราชฟังตั้งแต่ต้นจนปลาย ท่านทั้งสองไม่ใคร่จะเชอได้ให้ข้าพเจ้าเล่าทวนอีกถึงสองครั้งข้าพเจ้าจึงบอกว่าถ้าถามมองซิเออร์คอนซตันซ์ ๆ ก็คงจะพูดอย่างเดียวกับที่ข้าพเจ้าได้เล่ามานี้ แต่ต้องขอให้ท่านทั้งสองยอมองซิเออร์คอนซตันซ์เสียก่อนว่าเปนคนซื่อตรงจริง ในวันนั้นเองมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้มาหาท่านราชทูต แลได้พูดตรงกับที่ข้าพเจ้าเล่าทุกประการ พอมองซิเออร์คอนซตันซ์กลับไปแล้ว พวกเราได้ปรึกษาแลตกลงกันว่า ดังนี้ คือ ๑ การที่ข้าพเจ้าจะอยู่ในเมืองไทยนั้นเปนอันงด ในเรื่องนี้ท่านราชทูตได้สารภาพว่า โดยที่คาดหมายว่าพระเจ้ากรุงสยามคงจะกลับถือสาสนาคริสเตียนเปนแน่ ท่านราชทูตจึงได้บอกกับท่านสังฆราชให้ปล่อยข้าพเจ้าไว้ในเมืองไทย แต่ยังหาได้บอกให้ข้าพเจ้ารู้ตัวไม่ แลไม่ได้บอกให้บาดหลวงเดอลียอนทราบ ๒ จะต้องพยายามให้พวกคริสเตียนที่จะเปนขึ้นใหม่ได้รับผลแลความชอบธรรมพิเศษ ๓ จะต้องพยายามให้บริษัทฝรั่งเศสได้รับความชอบธรรมแลผลพิเศษเช่นเดียวกัน


๒๕๒ ว่าด้วยการเริ่มจะทำสัญญา ที่เกี่ยวด้วยสาสนาแลเกี่ยวด้วยการแผ่นดิน มองซิเออร์คอนซตันซ์เชื่อใจว่า ได้ปลดเปลื้องความลำบากทั้งปวงหมดแล้ว แลเชื่อว่าเมื่อท่านราชทูตได้เห็นแน่แล้วว่า จะทำให้พระเจ้ากรุงสยามกลับถือสาสนาคริสเตียนเปนการเปนไปไม่ได้แล้วท่านราชทูตคงจะงดการเรื่องนี้แลคงจะคิดถึงการอื่น ๆ ต่อไป แต่เปนการตรงกันข้าม เพราะพวกเราได้แนะนำราชทูตให้จัดการในเรื่องนี้ต่อไปท่านราชทูตจึงได้ทำจดหมายกราบทูลพระเจ้ากรุงสยาม กล่าวถึงการสาสนาอย่างแรง มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงได้รู้สึกตัวว่าตนได้ขยายความจริงมากเกินไป แลได้มาพูดหลายครั้งว่า จดหมายกราบบังคมทูลนี้อาจจะทำให้เปนผลร้าย แลบางทีพระเจ้ากรุงสยามจะรับสั่งตอบอย่างไม่น่าฟัง ข้อนี้พวกเราหารู้สึกแปลกไม่ เพราะได้รับสั่งไว้แล้วว่าจะไม่ทรงขัดพระทัยพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส อีกประการหนึ่ง ถ้าจะมีรับสั่งตอบประการใดก็ตาม พวกเราคอยจะจัยคำรับสั่งนั้นคล้ายเปนคำสัญญา คำตอบของพระเจ้ากรุงสยามนั้นเราได้รออยู่เดือน ๑ จึงได้รับตอบ ในระหว่างที่คอยคำตอบอยู่นั้น มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้เชิญท่านราชทูตให้ไปดูเสือกัดกัน เชิญไปเที่ยวแลเชิญไปไล่เนื้อยิงนกส่วนตัวข้าพเจ้ามีธุระวุ่นเรื่องเลือกหาของงาม ๆ ดี ๆ ในท้องพระคลังหลวงสำหรับจะส่งไปเปนเครื่องราชบรรณาการ แลส่งไปพระราชทานยังประเทศฝรั่งเศส ข้าพเจ้าแลบาดหลวงเดอลียอนได้พูดอยู่เสมอ ๆ ว่า


๒๕๓ "ควรจะคิดถึงการงารบ้าง เวลาที่จะลงเรือกลับจวนจะมาถึงอยู่แล้วแลอะไร ๆ ก็คงจะทำไม่แล้ว" ก็ได้รับแต่คำตอบว่า "อะไร ๆ คงแล้วหมด" ในระหว่างนี้พวกเราได้จดหัวข้อต่าง ๆ ที่จะขอความชอบธรรมให้แก่สาสนาคริสเตียน แลมองซิเออร์เวเรหัวหน้าของบริษัทฝรั่งเศสก็ได้รับคำสั่งให้จดหัวข้อที่ต้องการขอร้องไว้ด้วย เมื่อท่านราชทูตได้ไปเฝ้าพระเจ้ากรุงสยามเปนการพิเศษก็ได้กราบทูลในเรื่องนี้พระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่งว่าจะพระราชทานตามที่ขอร้องทุกอย่าง แลทรงมอบธุระให้มองซิเออร์คอนซตันซ์จัดการต่อไป มองซิเออร์คอนซตันซ์ขอผัดเพื่อหาเวลาจดข้อความไว้เปนลายลักษณ์อักษรให้เปนหลักฐานครั้นมาวันหนึ่งมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้มาหาท่านราชทูตบอกว่า ในวันรุ่งขึ้นเวลาเช้าพระเจ้ากรุงสยามจะโปรดให้ราชทูตเข้าเฝ้า เพราะฉนั้นมองซิเออร์คอนซตันซ์จึงมาหาท่านราชทูตเพื่อนัดแนะกันว่าจะกราบทูลอย่างไรสำหรับให้การทั้งปวงได้ดำเนิรไปให้เปนที่พอใจทั้งสองฝ่าย ผู้ที่ประชุมปรึกษากันในคราวนี้มี มองซิเออร์คอนซตันซ์ ๑ ท่านราชทูต ๑ พระสังฆราช ๑ ท่านบาดหลวงเดอลียอน ๑ ข้าพเจ้า ๑ ส่วนมองซิเออร์วาเชซึ่งไม่มีความชำนาญเกินพวกเราเท่าไรนักหาได้ถูกเรียกมาประชุมไม่ เพราะในครั้งแรกก็ไม่ได้มาประชุม ทั้งไม่ต้องการเพิ่มคนที่จะหารือกันให้มากนักด้วย มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ตั้งต้นพูดขึ้นว่า การที่พระเจ้ากรุงสยามทรงโปรดปรานรักใคร่ชาวฝรั่งเศสนั้น ก็โดยไม่ได้ทรงหมายประโยชน์อย่างใดเลย แลสำหรับการบ้านเมืองนั้นหาได้ทรงพระวิตก


๒๕๔ อย่างใดไม่ แต่ถ้าหากว่าท่านราชทูตอยากจะทำให้พอพระทัยแล้ว ก็ขอให้ท่านราชทูตจัดการให้ลือว่า ท่านราชทูตได้เซ็นสัญญาสู้แลรบ (Offensive & Defensive) ในระหว่างพระเจ้ากรุงสยามแลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเสร็จแล้ว เพราะถ้าข่าวอันนี้ได้ลือออกไปเซงแซ่แล้ว ก็พอจะทำให้พวกฮอลันดาชงักได้ถ้าพวกฮอลันดาได้คิดร้ายต่อกรุงสยามจริงแลถ้าจะให้ดีแล้วในเวลาที่เฝ้าพรุ่งนี้ก็ขอให้ราชทูตได้กราบทูลเช่นนี้ด้วยท่านราชทูตได้พูดขึ้นทันทีโดยไม่ได้พักตรึกตรองอย่างใด ว่าราชทูต จะได้กระทำดังว่า แลเมื่อพบใครไม่ว่าที่ไหนราชทูตก็จะเที่ยวพูดว่าพระเจ้าแผ่นดินทั้งสองได้ทำสัญญารบแลสู้กันแล้ว การที่พูดกันนี้มองซิเออร์คอนซตันซ์พูดภาษาปอตุเกต ท่านสังฆราชกับข้าพเจ้าเปนผู้แปล แต่ที่ท่านราชทูตได้รีบร้อนรับรองเช่นนี้ทำให้ข้าพเจ้าประหลาทใจมาก จึงอดไม่ได้ที่จะพูดเสียงเบา ๆ เปนภาษาฝรั่งเศสว่า "ที่จริงท่านสัญญามากนักแลเรื่องนี้ก็เปนเรื่องสำคัญ พอที่จะต้องพักตรึกตรองบ้างเล็กน้อย" ท่านราชทูตหาได้ตอบว่าอย่างไรไม่ แต่ได้ทำหน้าให้เห็นว่าไม่พอใจในการที่ข้าพเจ้ากล้าแนะนำเช่นนี้แล้วจึงพูดอีกดูยิ่งแขงแรงกว่าเก่าว่า "ได้ พรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะได้กราบทูล ว่าข้าพเจ้าจะเที่ยวพูดว่าได้มีสัญญาสู้แลรบ ในระหว่างพระเจ้ากรุงสยามแลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้าแล้วแลเวลาขากลับข้าพเจ้าจะแวะบอกเจ้าเมืองบาตาเวียให้ทราบด้วยถ้าข้าพเจ้าไม่แวะก็จะเขียนหนังสือบอกให้ทราบ" ข้าพเจ้าเลยนิ่งไม่พูดเลยจนคำเดียว ท่านสังฆราชแลท่านบาดหลวงเดอลียอน


๒๕๕ ก็ไม่ว่ากระไรเหมือนกัน แต่สีหน้าเห็นได้ว่าท่านทั้งสองไม่พอใจในการที่ราชทูต?รับรองรวดเร็วเช่นนี้ ฝ่ายมองซิเออร์คอนซตันซ์เข้าใจฟังภาษาฝรั่งเศสก็ได้ยินที่ข้าพเจ้าคัค้านท่านราชทูต จึงขอบใจราชทูตแลบ่นเสียใจที่ได้เห็นคนทั้งหลายทั้งตัวข้าพเจ้าด้วย มีความเห็นแตกต่างกันไปเช่นนี้ เหลือแต่ท่านราชทูตคนเดียวที่พูดจาตกลงได้ง่าย มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ถามต่อไปว่า ราชทูตจะให้เจ้าพนักงารฝรั่งเศสคงอยู่ในเมืองไทยสักสองสามคนได้หรือไม่ เวลานั้นท่านราชทูตกำลังใจดีจึงได้รับคำของมองซิเออร์คอนซตันซ์ว่าได้ รุ่งขึ้นเปนวันเข้าเฝ้า ท่านราชทูตก็คงยืนคำตามที่สัญญาไว้ แลกลับทูลเพิ่มออกไปอีกว่า ราชทูตจะได้ไปพูดกับหัวหน้าของบริษัทฮอลันดาในเมืองไทย ถึงเรื่องสัญญาอันไม่มีตัวจริง พระเจ้ากรุงสยามจึงรับสั่งว่าไม่ควร เพราะจะทำให้เกิดการสงสัยขึ้น ทั้งจะดูว่าเปนเรื่องที่ได้ซ้อมกันไว้ เมื่อได้ออกจากเฝ้าแล้ว ข้าพเจ้าได้ชมเชยสรรเสริญท่านราชทูตมาก ในการที่ราชทูตได้กราบทูลข้อความต่าง ๆ เพราะเรื่องนี้ก็เปนเรื่องที่แล้วไปแล้ว จะแก้ไขอย่างไรก็ไม่ได้ ข้าพเจ้าก็ไม่ต้องการที่จะบาดหมางกับท่าน เพราะท่านก็ออกจะตึง ๆ อยู่แล้วข้าพเจ้าได้ทำการแก้ตัวได้โดยง่าย แลได้ลบล้างความหยิ่งเย่อของข้าพเจ้าในวันวานนี้ได้ทั้งหมด ในตอนกลางคืนมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ใช้ให้มองซิเออร์โปมามาหาข้าพเจ้าบอกว่า มองซิเออร์คอนซตันซ์ไม่ได้คาดเลยว่าข้าพเจ้าจะ


๒๕๖ คัดค้านความเห็นมองซิเออร์คอนซตันซ์เช่นนี้ แลถ้าท่านราชทูตจะไม่ยอมในข้อต่าง ๆ ที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ต้องการแล้ว ก็จะต้องลงเนื้อเห็นว่า เปนด้วยข้าพเจ้าคนเดียวเปนต้นเหตุ แลในการต่าง ๆ เหล่านี้ข้าพเจ้าได้สัญญาไว้แล้วว่า จะได้ช่วยทุกอย่างไม่ควรเลยที่ข้าพเจ้าจะทำเช่นนี้ ข้าพเจ้าจึงตอบว่า ถ้าการของพระเปนเจ้าแลถ้าราชการของพระเจ้าแผ่นดินบังคับให้ข้าพเจ้าต้องปฏิบัติอย่างใดแล้ว ข้าพเจ้าจะไม่เอาความรักชอบกันส่วนตัวมากีดขวางเลย ถ้าแม้ท่านราชทูตเชื่อข้าพเจ้าแล้ว ท่านราชทูตคงจะไม่ยอมตกลงโดยง่ายเช่นนี้ ถึงที่สุดก่อนที่จะยอมก็ควรจะให้พระเจ้ากรุงสยามรับสั่งถึงเรื่อการสาสนาเสียก่อน แลสิทธิที่ได้สัญญาไว้ว่าจะพระราชทานให้นั้น ควรจะเขียนให้เปนลายลักษณ์อักษรเสียก่อน แลควรจะทำสัญญาให้เปนประโยชน์แก่บริษัทฝรั่งเศสเสียก่อนด้วย การที่ข้าพเจ้าได้คัดค้านแลได้ทำไปนั้นก็โดยเชื่อว่าข้าพเจ้าได้กระทำตามหน้าที่ ๆ ควรทำ แลถ้าจะเกิดมีเรื่องชนิดนี้ขึ้นอีกข้าพเจ้าก็จะปฏิบัติเช่นเดียวกัน แต่ถึงดังนั้นถ้ามีโอกาศขึ้นเมื่อใด ข้าพเจ้าก็ยินดีที่จะช่วยเหลือมองซิเออร์คอนซตันซ์ อีกประการหนึ่งมองซิเออร์คอนซตันซ์ก็เปนคนซื่อตรงที่ไหนจะมาถือโกรธข้าพเจ้าในเรื่องนี้ มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้พูดกับมองซิเออร์โปมาว่าเปนการดีแล้ว แต่ถึงกระนั้น ตั้งแต่นั้นมามองซิเออร์คอนซตันซ์มิได้ไว้ใจข้าพเจ้าอีกต่อไปเลย เมื่อเวลาเข้าเฝ้าคราวหนึ่ง พระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่งว่าจะโปรดให้ข้าพเจ้ารับของไปพระราชทานแก่สังตปาปา แต่มองซิเออร์คอนซตันซ์

๒๕๗ ได้ขัดขวางไว้โดยแก้ตัวว่าไม่มีของงามพอ แลเมื่อมองซิเออร์คอน ซตันซ์ได้นำข้อสัญญาที่ยกความชอบธรรมให้แก่สาสนา แลข้อสัญญาที่เกี่ยวด้วยบริษัทฝรั่งเศสมาให้ราชทูตดูนั้น ก็หาได้เรียกข้าพเจ้าไปไม่ แลการที่ไม่เรียกข้าพเจ้านั้นก็เปนความคิดที่ถูก เพราะถ้าข้าพเจ้าไปข้าพเจ้าคงจะไม่ยอมให้ตกลงกันตามข้อความที่จดมานั้นเปนแน่ ฝ่ายพระเจ้ากรุงสยามนั้นได้พระราชทานตามที่ขอร้องทุกข้อ แต่มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้เพิ่มเติมข้อยกเว้นทุกข้อ ซึ่งทำให้น้ำหนักของข้อสัญญาเหล่านี้น้อยลงไปมาก เมือการเปนเช่นนี้ท่านราชทูตไม่ควรจะยอมรับข้อสัญญาเหล่านี้ ที่ไหนมองซิเออร์คอนซตันซ์จะกล้าส่งกลับไปถวายพระเจ้ากรุงสยามอีก แต่ควรสังเกตว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ดำเนิรการอย่างไร คือการที่จะส่งข้อสัญญาให้แก่ราชทูตนั้น มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ผัดอย่เสมอเปนนิจ โดยอ้างว่ายังกำลังให้คัดสำเนาอยู่ ถ้าท่านราชทูตจะลงเรือเมื่อใด มองซิเออร์คอนซตันซ์ก็จะส่งสัญญา ไปให้โดยเรียบร้อย ฝ่ายท่านราชทูตก็เชื่อ แลเมื่อได้เฝ้าพระเจ้ากรุงสยามเพื่อถวายบังคมลาก็ได้กราบทูลว่าท่านราชทูตเปนที่พอใจในบรรดาหัวหน้าข้าราชการทุกคน แลการที่พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงพระเมตตาพระราชทานความชอบธรรมให้แก่สาสนาคริสเตียนแลที่ได้โปรดกรุณาแก่บริษัทฝรั่งเศสนั้น เปนเรื่องที่ราชทูตรู้สึกถึงพระมหากรุณา แลขอบพระเดชพระคุณอย่างยิ่ง แต่ที่น่าขันในเวลานั้นท่านราชทูต ๓๓


๒๕๘ จะยึดอะไรเปนหลักสักอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต่อเมื่อเรือให้ถอนสมอแลเตรียมจะกางใบ ซึ่งหมดเวลาแลโอกาศที่ท่านราชทูตจะพูดจาโต้เถียงได้แล้ว นั้นแหละจึงได้รับหนังสือจดข้อสัญญา แลข้อที่สัญญานั้นจะดีร้ายประการใด ท่านราชทูตก็ต้องรับไว้สุดแล้วแต่เขาจะทำมาเท่านั้นการที่ท่านราชทูตได้กระทำการให้เปนที่พอพระทัยพระเจ้ากรุงสยามบ้างเล็กน้อยนั้น ไม่ใช่เปนเรื่องที่ข้าพเจ้าจะคัดค้านว่าไม่ควรจะทำ แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าท่านราชทูตควรจะปฏิบัติการให้ตัวมีราคาขึ้นบ้าง แลถ้าหากว่าเสนาบดีไม่ยอมอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ควรจะกราบทูลพระเจ้าแผ่นดินโดยตรง เพราะคงจะโปรดพระราชทานตามความต้องการของราชทูตทุกอย่าง แลฝ่ายพระเจ้ากรุงสยามซึ่งเปนพระเจ้าแผ่นดินที่ดีก็ทรงนึกว่าพระองค์ได้ทรงจัดการตามแต่ที่จะทำได้ทุกอย่างแล้ว แต่ก็คงจะมีบุคคลบางคนตั้งปัญหาถามขึ้นว่า มองซิเออร์คอนซตันซ์เองก็เปนคริสเตียน ทั้งเปนคริสเตียนที่ดีด้วย เหตุใดจึงไม่ยอมให้รบกวนพระเจ้ากรุงสยามในข้อที่เกี่ยวด้วยสาสนาเล่า จะเปนด้วยกลัวพระเจ้ากรุงสยามจะยอมมากไปอย่างนั้นหรือ ข้อนี้จะต้องตอบว่า บางทีจะเปนด้วยเหตุที่ผู้นี้เปนชาวต่างประเทศแลเปนเสนาบดีด้วยซึ่งขุนนางข้าราชการทั้งหลายเกลียดนัก ถ้าแม้ว่าพระเจ้าแผ่นดินได้ทรงเปลี่ยนสาสนา แลพวกราษฎรไม่เห็นชอบด้วย พวกราษฎรจะไม่โทษเสนาบดีผู้ถือสาสนาคริสเตียน แลจะไม่คิดร้ายต่อผู้นี้หรือ ใครเลยจะทราบได้ว่าความตั้งใจอันดีของเขาจะพอที่จะยอมตายสำหรับความ


๒๕๙ เจริญของสาสนา หรืออีกประการหนึ่ง บางทีเขาก็จะทำตามความคิดสติปัญญาของเขา ซึ่งเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาหรือคราวจำเปนที่จะให้พระ เจ้ากรุงสยามเปนคริสเตียน ส่วนที่เกี่ยวด้วยการต่าง ๆ นอกจากการสาสนานั้นก็เปนธรรมดาอยู่เอง ที่ผู้เปนเสนาบดีจะต้องคิดตัดทอนอำนาจอันชอบธรรมซึ่งพระเจ้าแผ่นดินจะพระราชทานให้แก่ชาวต่างประเทศให้น้อยลงไปเสียบ้าง เพื่อเปนหนทางให้พระเจ้าแผ่นดินผู้เปนนายได้มีโอกาศ พระราชทานความชอบธรรมจริง ๆ เปนครั้งที่สอง ในฉเพาะสิ่งที่ได้รับสั่งไว้โดยพระโอษฐ์ว่าจะพระราชทานแต่ก่อนนั้นแล้ว นี่แหละเปนข้อความสำคัญที่เกี่ยวด้วยการแต่งทูตมาในเมืองไทยครั้งนี้ บางทีผลที่ได้เพียงเท่านี้ก็จะต้องเปนที่พอใจแล้ว เพราะจะให้ได้ผลยิ่งกว่านี้จะเปนสิ่งที่ทำไม่ได้ก็เปนได้ แต่อย่างไรก็ดีถ้าจะดูเหตุผลแต่เผิน ๆ แล้วก็คงจะต้องคาดหมายได้เปนแน่นอน ว่าการที่กระทำไปนั้นเปนผลดีสำหรับที่จะให้พระเจ้าแผ่นดินปฏิบัติตามความต้องการได้เกือบทุกอย่าง

ข้อสัญญาเกี่ยวด้วยการสาสนา ข้อสัญญาในระหว่างท่านเชอวาเลียเดอโชมอง ราชทูตของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสฝ่าย ๑ กับท่านคอนซตันซ์ตินฟอลคอนหรือพระฤทธิ์กำแหงภักดีศรีสุเรนทรเสนา (Pra Rete Commeng Pac De Si Surenta Sena) แทนพระเจ้ากรุงสยามอีกฝ่าย ๑ ทั้งสองฝ่ายได้รับ


๒๖๐ อำนาจแล้ว เพื่อทำสัญญาในข้อที่พระราชทานอำนาจให้แก่บาดหลวงสอนสาสนา (Missionnaires Apostoliques) ในพระราชอาณาเขตสยาม(๑) ดังจะได้กล่าวต่อไปนี้ ข้อ ๑ ท่านราชทูตแห่งประเทศฝรั่งเศส ได้กราบทูลขอต่อพระเจ้ากรุงสยามโดยจิตต์อ่อนน้อม ให้ทรงประกาศตามบรรดาหัวเมืองในพระราชอาณาเขต ตั้งแต่เมืองชั้น ๑ ตลอดถึงเมืองชั้น ๖ พระราชทานพระราชานุญาตให้พวกสอนสาสนาได้ไปสอนสาสนาคริสเตียนได้มั่วไป แลขอพระราชทานพระราชานุญาตให้ราษฎรชาวเมืองได้ฟังคำสั่งสอนนั้น ๆ โดยมิให้ผู้ว่าราชการเมืองนั้น ๆ กระทำการกีดขวางอย่างใด ๆ พระเจ้ากรุงสยามจะได้ประกาศตามเมืองต่างๆ ในพระราชอาณา เขต ตั้งแต่เมืองขึ้น ๑ ตลอดจนเมืองชั้น ๖ พระราชทานพระราชา นุญาตให้พวกบาดหลวงสอนสาสนาเที่ยวสอนสาสนาคริสเตียนได้ แลพระราชทานพระราชานุญาตให้บรรดาราษฎรชาวเมืองเหล่านั้นฟังคำสั่งสอนได้ตามความพอใจ ห้ามมิให้ผู้ว่าราชการเมืองก็ดี เจ้าพนักงารรอง ๆ ไม่ว่าชั้นสูงชั้นต่ำก็ดี กระทำการกดขี่ข่มเหงพวกสอนสาสนาอย่างใดทั้งโดยทางตรงแลทางอ้อม แต่ให้พวกมิซชันนารีสอนแต่ฉเพาะกฎหมายของพระเปนเจ้าเท่านั้น จะมีข้อแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งจะเปนทางทำให้หัวใจของราษฎรเปลี่ยนแปลงแขงต่อรัฐบาลแลกฎหมายบ้านเมืองไม่ ( ๑ ) สำเนาสัญญาฉบับนี้ลงวันที่ ๒ เดือนธันวาคม หาใช่ลงวันที่ ๑๐ ไม่


๒๖๑ ได้เปนอันขาด ถ้าแม้ว่ามิซชันนารีคนหนึ่งคนใดทำการฝ่าฝืนในข้อนี้โปรดเกล้า ฯ ให้งดอำนาจข้อนี้เสียเปนอันใช้ไม่ได้ แลให้เนรเทศมิซชันนารีคนนั้รส่งกลับไปยังประเทศฝรั่งเศสเสีย ห้ามมิให้มิซชันนารีคนนั้นกลับเข้ามาในพระราชอาณาเขตอีกต่อไป ถ้าขืนฝ่าฝืนกลับเข้ามาให้ประหารชีวิตเสีย ข้อ ๒ ท่านราชทูตแห่งประเทศฝรั่งเศสขอให้พวกมิซชันนารี แลท่านสังฆราชได้มีอำนาจสอนชาวเมืองซึ่งเกิดในแผ่นดินไทย เพื่อให้ชาวเมืองได้มีความรู้พอที่จะทำราชการของพระเจ้ากรุงสยามได้ เพื่อจะได้ทำการสั่งสอนให้สดวกนั้น ขอให้พวกมิซชันนารีแลสังฆราชมีอำนาจรับคนเหล่านั้นเข้าไว้ยังวัดแลบ้านได้ เช่นเดียวกับที่คนไทยไปอยู่ตามวัดไทยเช่นนั้น แลอย่าให้ผู้ใดมารบกวนได้ ถ้าแม้ว่าคนเหล่านี้จะถูกกล่าวหาอย่างใด ๆ ขอให้พระเจ้ากรุงสยามตั้งข้าราชการผู้หนึ่งผู้ใดเปนผู้พิจารณาโดยฉเพาะ พระเจ้ากรุงสยามพระราชทานพระราชานุญาตให้บาดหลวงสอนสาสนา ได้ทำการสั่งสอนพลเมืองซึ่งเกิดในเมืองนี้ แลซึ่งเปนผู้เต็มใจเล่าเรียนวิชาต่าง ๆ แลพระราชทานพระราชานุญาตให้ไปเรียนในวัด โรงเรียน แลบ้านของพวกบาดหลวงได้เหมือนกับพวกที่เคยไปเล่าเรียนตามวัดไทยเช่นเดียวกันโดยไม่ให้ผู้หนึ่งผู้ใดขัดขวางอย่างใดฝ่ายพวกมิซชันนารีจะต้องสอนวิชาสอนกฎหมายแลสอนการอย่างอนซงไม่ขัดแก่การของรัฐบาลแลกฎหมายของบ้านเมืองอย่างใด ถ้าแม้ว่า

๒๖๒ ได้มีพยานสองคนเปนหลักฐานว่าผู้ใดได้ทำผิดสัญญาข้อนี้แล้ว(๑) ครูโรงเรียนแลศิษย์จะต้องได้รับโทษดังกล่าวมาในข้อ ๑ นั้น ถ้าพวกมิซชันนารีสอนสาสนาได้ใช้อำนาจอันนี้ในทางที่ถูกต้องแล้ว ถ้าจะมีการร้องฟ้องกล่าวโทษในเรื่องนี้อย่างใด ก็จะได้โปรดให้ข้าราชการผู้หนึ่งซึ่งสังฆราชจะได้ชี้ตัวแลซึ่งพระเจ้ากรุงสยามจะได้ทรงตั้งสำหรับพิจารณาคดีเช่นนี้สืบไป แต่ข้าราชการผู้นี้จะต้องเปนผู้มีคุณวุฒิสมควรจะทำการอย่างนี้ได้ ข้อ ๓ ท่านราชทูตขอพระราชทานพระราชานุญาตให้คนไทยที่ถือสาสนา คริสเตียนแล้ว ได้หยุดการงารต่าง ๆ ซึ่งเคยทำให้นายฉเพาะในวันอาทิตย์แลวันนักขัตฤกษ์ของสาสนาคริสเตียน เว้นไว้แต่จะมีการจำเปนจริง ๆ จึงให้ทำ พระเจ้ากรุงสยามพระราชทานพระราชานุญาตให้คนไทย ซึ่งจะเปนคริสเตียนด้วยความเต็มใจ ได้รับหยุดงารต่าง ๆ ตามคำขอร้องของท่านราชทูต แต่เพื่อจะกันความเข้าใจผิดในภายหลังนั้น ควรจะอธิบายว่า การจำเปนนั้น จะหมายความว่าอย่างไร เพราะฉนั้นพระ เจ้ากรุงสยามจะได้ทรงตั้งข้าราชการผู้หนึ่ง แลสังฆราชจะได้ทรงตั้ง ( ๑ ) ในสำเนาสัญญาฉบับนี้ที่มีปรากฎอยู่ใจจดหมายเหตุของ บาดหลวงเดอชัวซี ( Journal du voyage Siam par l'albe de Choisy ) มีข้อความเพิ่มเติว่า " อำนาจอันนี้เปนอันงด "


๒๖๓ คนอีกคนหนึ่ง เพื่อทั้งสองคนนี้จะได้ทำความตกลงในข้อนี้ เมื่อคนทั้งสองนี้ได้ตกลงประการใดจะได้เปรียบข้างคนที่ถือสาสนาคริสเตียนหรือจะได้เปรียบข้างนายผู้จะใช้การงารนั้นก็ตาม ให้การนั้นได้ดำเนิรไปตามความตกลงของคนทั้งสองนี้ ข้อ ๔ ท่านราชทูตขอพระราชทานพระราชานุญาตให้คนไทยที่ถือสาสนา คริสเตียน เมื่อแก่ชราหรือป่วยเจ็บอย่างใด ได้รับความยกเว้นจากงารหลวง แลให้คนที่ชราหรือป่วยเจ็บนั้นได้ไปรายงารตัวต่อข้าราชการผู้หนึ่ง ซึ่งพระเจ้ากรุงสยามจะได้ตั้งแต่งขึ้นสำหรับหน้าที่นี้ พระเจ้ากรุงสยามจะได้มีพระราชโองการว่า ถ้าคนในบังคับสยามที่เปนคริสเตียนได้แก่ชราลงหรือเจ็บป่วยอย่างใด จะทำการงารไม่ได้จริง ๆ ก็โปรดเกล้า ฯ ให้ยกเว้นจากการงารนั้น ๆ จนกว่าจะหายเจ็บป่วย ข้อ ๕ ท่านราชทูตขอร้องว่า เพื่อให้พวกที่เข้าถือสาสนาคริสเตียนใหม่ ๆ ได้รับความยุติธรรมนั้น ขอให้พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงตั้งข้าราชการไทยคนใดคนหนึ่ง ซึ่งเปนคนดีแลเปนคนมียุติธรรมในใจ สำหรับเปนผู้พิจารณาแลพิพากษาในคดีต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยข้าราชการที่จะทำการหน้าที่นี้ไม่ต้องได้รับผลประโยชน์อย่างใด ๆ แลถ้าจะมีการปรับปรุงแล้ว ถึงสิ้นปีก็ให้เอาเงินค่าปรับเหล่านี้ แบ่งให้ผู้พิพากษาแลเจ้าพนักงารรอง ๆ บ้าง แบ่งให้คนอนาถาบ้าง เพื่อป้องกันมิให้ข้าราชการที่จะเปนผู้พิพากษาทำการยุติธรรมเพราะความโลภได้

๒๖๔ พระเจ้ากรุงสยามมีพระราชโองการให้ข้าราชการที่จะตั้งให้เปนผู้พิจารณาคดีตามข้อ ๒ ได้เปนผู้พิพากษาตามคำขอร้องของราชทูต แต่เพื่อจะกันความโต้เถียงแลการฟ้องร้องกล่าวโทษกันอย่างใด ๆ ให้ข้าราชการที่กล่าวนี้ไต่สวนพิจารณาคดีโดยตลอด แล้วให้นำสำนวนไปหารือผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่งเสียก่อนจึงจะพิพากษาตัดสินคดีนั้น ๆ ได้ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้มีการอุทธรณ์ต่อไป พระเจ้ากรุงสยามจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศข้อสัญญาต่าง ๆ เหล่านี้ทั่วพระราชอาณาเขต เพื่อให้ราษฎรพลเมืองได้ทราบอำนาจตามที่พระราชทานให้แก่บาดหลวงสอนสาสนาทั่วไป สัญญานี้ทำที่เมืองละโว้ เมื่อณวันที่ ๒ เดือนธันวาคม ค.ศ.๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘) ( เซ็น ) เชอวาเลียเดอโชมอง ตามคำสั่งที่ได้รับมา ( เซ็น ) ซี ฟอลคอน

ความเห็นเรื่องสัญญา (ไม่มีชื่อผู้แต่ง) ความเห็นในสัญญาข้อ ๑ สัญญาข้อ ๑ ตามที่ได้ทำกันที่เมืองละโว้ เมื่อวันที่ ๒ เดือน ธันวาคม ค.ศ.๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๘๘) นั้น เปนข้อความไม่น่าฟังเลย เข้าใจว่าเปนข้อความที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้เติมเอาเอง


๒๖๕ ข้อนี้ถ้าจะดูจดหมายเหตุที่มองซิเออร์เดอโชมองได้ถวายต่อพระเจ้ากรุงสยามก็จะเห็นได้โดยง่าย ถ้าแม้ว่าหนังสือสัญญานี้ ข้าราชการคนอื่นไม่ใช่มองซิเออร์คอนซตันซ์ทำแล้ว ถึงใคร ๆ จะเห็นอย่างไรก็ตาม แต่ข้อยกเว้นเหล่นี้คงจะไม่ได้แทรกลงไปเปนแน่ เพราะเหตุว่าบรรดาข้าราชการผู้ใหญ่ทั้งพระราชอาณาเขตตลอดจนถึงองค์พระเจ้าแผ่นดินมีความนับถือพระสงฆ์มากนัก ไหนเลยจะอาจกล่าวถึงการที่จะลงโทษอย่างหนักถึงประหารชีวิต หรือเนรเทศพวกนักพรตเช่นนี้ อย่างต่ำที่สุดก็คงจะยกย่องพวกนักพรตเท่ากับยกย่องพระสงฆ์ ถ้ามองซิเออร์คอนซตันซ์ได้มอบสัญญาให้แก่ท่านราชทูตเร็วสักหน่อยแล้วมองซิเออร์เดอโชมองก็คงจะมีเวลาพอที่โต้เถียงแลคัดค้านข้อความเหล่านั้นไดบ้าง แต่สัญญานี้ได้มอบให้ในเวลาที่ราชทูตจะออกเรือ แลท่านราชทูตก็คงเกรงว่าการที่มาในครั้งนี้จะไม่ได้ผลอย่างใดเสียเลย จึงจำใจต้องรับสัญญาตามที่เขาเขียนมาให้นั้น ใช่แต่เท่านั้น สัญญานี้ได้เขียนเบลอะเทอะมาก ทั้งมีการขูดแก้เต็มไปหมด จนเวลาเกือบจะไม่พอที่จะคัดสำเนาใหม่เปนตัวดีขึ้นได้ ความเห็นในสัญญาข้อ ๒ สัญญาข้อ ๒ การที่กล่าวว่าอำนาจเหล่านี้ไม่เปนประโยชน์อย่างใดนั้นไม่จริง มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ยกเหตุว่า การต่าง ๆ ที่ให้อำนาจแก่พวกบาดหลวงไม่เปนประโยชน์อย่างใดนั้นว่าดังนี้ "การที่จะประกาศ ๓๔ ๒๖๖ เปิดอำนาจให้สอนสาสนาคริสเตียนนั้นจะเปนประโยชน์อะไรอีก คนไทยที่ได้ถือสาสนาคริสเตียนโดยไม่มีใครประกาศหรือบังคับอย่างใดก็มีหลายคนอยู่แล้ว พระเจ้ากรุงสยามก็ได้ทรงพระกรุณาให้สร้างโบสถ์ขึ้น ใคร ๆ ก็รู้ทั่วโลกว่าตัวข้าพเจ้าเปนคริสเตียนแลว่าพระเจ้ากรุงสยามโปรดปรานข้าพเจ้ามาก" ถึงแม้ว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์จะพูดเช่นนี้ก็ตาม แต่ก็ควรที่จะประกาศสิทธิอันนี้ เพราะได้ยินอยู่ทุก ๆ วันว่าพวกที่มาฟังการสอนสาสนาก็เห็นว่าสาสนานี้ดี แต่ครั้นชักชวนให้พวกนี้ถือสาสนา คริสเตียน พวกนี้ก็ตอบว่ากลัวพระเจ้าแผ่นดินบ้าง กลัวนายข้อมือภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่า กัปตัน (Copitaine) บ้าง ถ้าแม้ว่าประกาศสิทธินี้แล้ว การที่พวกนี้กลัวเกรงต่าง ๆ ก็จะสงบไป เมื่อหลายปีมาแล้ว ท่านสังฆราชเดอเบรีธซึ่งล่วงลับไปแล้วนั้น ได้ทำเรื่องราวถวายพระเจ้ากรุงสยาม ขอหนังสือสำคัญพระราชทานพระราชานุญาตให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเข้าถือสาสนาคริสเตียนได้ พระเจ้ากรุงสยามได้ทอดพระเนตรเรื่องราวแล้วก็ทรงพระสรวลแล้วรับสั่งว่า มองซิเออร์เดอเบรีธจะต้องการให้พระองค์เปรคริสเตียนเสียแล้วแต่ถ้าพระราชทานพระราชานุญาตตามที่ขอแล้ว คนทั้งหลายก็จะกลายเปนคริสเตียนไปหมด พระเจ้ากรุงสยามจึงคืนเรื่องราวให้แก่ข้าราชการแลรับสั่งว่าสังฆราชฝรั่งเศสจะน้อยใจได้ เพราะฉนั้นให้เจ้าพนักงารบอกแก่สังฆราชว่าไม่กล้าจะนำเรื่องราวขึ้นถวาย การที่รับสั่งเช่นนี้เราก็ได้ทราบตลอดเรื่อง ตามข่าวที่ได้ทราบมาจากมองซิเออร์คอนซตันซ์ก็เห็น


๒๖๗ ได้ว่าพระเจ้ากรุงสยามโปรดพวกชาวยุโรปที่เปนคริสเตียน แต่การที่โปรดพวกชาวยุโรปนี้จะหมายความถึงว่าจะพอพระทัยให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเปนคริสเตียนด้วยไม่ได้ ในบรรดาขุนนางผู้ใหญ่ทั้งหมดจะหาคนใดที่นับถือสาสนาคริสเตียนก็ไม่ได้ แลในบรรดาผู้ที่มีหน้าที่ปกครองบ้านเมืองจะหาสัก ๖ คนที่นับถือคริสเตียนก็มิได้ เมื่อปีก่อนนี้ภรรยามองซิเออร์คอนซตันซ์ได้มาขอให้สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศไปสนทนาด้วยการสาสนากับข้าราชการหญิงฝ่ายใน ซึ่งเปนคนที่มีคนนับถือมากทั้งเปนคนสนิธของเจ้าหญิงด้วย สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศก็ได้ไปหาข้าราชการหญิงฝ่ายในแลได้สนทนาด้วยการสาสนาต่อหน้าภรรยามองซิเออร์คอนซตันซ์ข้าราชการหญิงผู้นั้นได้รับรองว่าสาสนาไทยเปนสาสนาที่ไม่จริง แลสาสนาคริสเตียนเปนสาสนาที่งามมาก แต่ได้พูดต่อไปว่า ครั้นจะเข้าถือสาสนาคริสเตียนก็เกรงจะต้องถูกติ การทั้งปวงเหล่านี้กระทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าถ้าพระเจ้ากรุงสยามได้ประกาศพระราชทานพระราชานุญาตให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเปนคริสเตียนได้แล้ว จะเปนประโยชน์สักปานใดแต่ก็ยังมีข้อที่ควรจะวินิจฉัยว่า ถ้าขุนนางข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้เปน คริสเตียนบ้างแล้ว การที่โปรดปรานแลอำนาจของมองซิเออร์คอนซตันซ์ก็คงจะถอยน้อยลงไปบ้างเพราะเหตุว่าในเวลานี้ที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ทรงตัวอยู่ได้ ก็เพราะเปนข้าราชการที่จะพูดแทนชาวฝรั่งเศสแลชาวต่างประเทศได้แต่คนเดียว แลโดยมากก็เข้าใจกันว่า มองซิเออร์คอนซตันซ์จะทำการอย่างใดก็ต้องเอาหัวหน้าของสาสนาเปนหลักถ้าแม้


๒๖๘ ว่าข้าราชการอื่น ๆ ได้เปนคริสเตียนแล้ว ข้าราชการเหล่านี้ก็คงจะมาสนทนากับพวกบาดหลวง แลคงจะได้ทราบการต่าง ๆ ซึ่งอาจจะทรงทราบถึงพระเจ้าแผ่นดินได้แลคงจะทราบแน่ว่าสาสนาคริสเตียนห้ามนักห้ามหนามิให้กระทำการโดยโมโหแลโดยอยุติธรรม ต้องการแต่ให้มีความเมตตาปราณีแก่ผู้น้อย ในส่วนสิทธิที่ได้ตามข้อ ๒ นั้น มองซิเออร์คอนซตันซ์พูดว่าอย่างเข้าใจเลยว่าจะเอาไทยหนุ่ม ๆ ไว้เล่าเรียนในโรงเรียนได้ ถึงพระสงฆ์ก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะพระเจ้าแผ่นดินเรียกคนเหล่านี้ออกจากวัดวันละหลาย ๆ คน ส่งไปให้อยู่กับนายข้อมือเพ่อใช้ทำการโยธาต่อไป แต่ข้อนี้เปนข้อที่สำคัญยิ่งกว่าข้ออื่น ๆ มาก เพระาฉนั้นข้าพเจ้าจึงต้องคัดค้านในเหตุผลที่มองวิเออร์คอนซตันซ์ยกมาอ้างนั้นว่า ๑ ในเวลาที่พระเจ้ากรุงสยามได้พระราชทานสิทธิอันนี้ หาใช่เวลาที่เรียกให้พระสงฆ์ออกจากวัดไม่ แลต้องเอาการที่เปนไปในเวลานั้นเปนหลักจึงจะได้ ไม่ควรนึกถึงการที่ทำในภายหลังซึ่งเปนการผิดประเพณี ๒ ถึงแม้ว่าพระเจ้าแผ่นดินจะบังคับให้พระสงฆ์ที่โง่สึกจากวัดก็จริงอยู่ แต่ก็คงยังมีพระสงฆ์เหลืออยู่บ้าง ส่วนพวกเราไม่มีความแน่ใจอย่างใดว่าจะหาเด็กไทยสำหรับมาสั่งสอนได้หรือไม่ อย่างดีที่สุดเราก็จะได้เด็กบางคนซึ่งเปนลูกของทาสที่มีค่าตัว หรือบางทีจะได้เด็กที่บิดามารดามายกให้เท่านั้น แต่ถ้าไม่พระราชทานสิทธิข้อนี้แล้ว จะหา

๒๖๙ เด็กที่จะมาอยู่ด้วยโดยเปิดเผยไม่ได้เลยจนคนเดียว เมื่อปีก่อนนี้มีเด็กอยู่คนหนึ่งซึ่งมารดาได้พามาจากวัดเพราะมารดานั้นได้เปนคริสเตียนแล้วแลให้เด็กนั้รรดน้ำมนต์เข้าถือสาสนาคริสเตียน ภายหลังนายข้อมือของเด็กคนนั้นได้เรียกเอาเด็กไป ถึงเด็กนั้นจะอายุเพียง ๑๐ หรือ ๑๑ ขวบก็ตาม ถึงจะเอาสิทธิอย่างใด ๆ มาอ้างก็ตาม ถึงจะยกเหตุว่าเด็กนั้นยังกำลังเล่าเรียนอยู่ในโรงเรียนก็ตาม ก็จำเปนต้องคืนเด็กให้ไปตามคำสั่งของมองซิเออร์คอนซตันซ์ ๓ พระสงฆ์ตามวัดไทยได้ถูกบังคับให้สึกเปนอันมาก แต่พวกพระมอญหาได้ถูกบังคับอย่างใดไม่ แลพระมอญก็มีจำนวนไม่น้อยกว่าพระสงฆ์ไทยเท่าไรนัก แต่จะอย่างไรก็ตามสิทธิข้อนี้จะสำคัญเพียงใดก็เหลือที่จะอธิบายได้เมื่อต้นปีนี้มีวัดบางวัดเต็มไปด้วยพระมอญซึ่งไม่มีความนับถือสาสนาของเขาเลย แลเหตุที่พวกพระมอญเหล่านี้ไม่ยอมเข้าสาสนาคริสเตียนก็เพราะเหตุว่า พระมอญเหล่านี้อยู่ตามวัดได้รับความสุขสบายไม่มีใครข่มเหงอย่างใด ถ้าพวกนี้จะกลับเปนคริสเตียนแล้ว นายข้อมือก็คงจะมาเอาตัวไปขุดดินหรือเอาไปทำการโยธาอย่างอื่น ในเวลานั้นมีความหวังอยู่แล้วว่าจะได้พระราชทานสิทธิอันนี้ เพราะฉนั้นพวกบาดหลวงจึงได้บอกกับพวกพระมอญว่าในไม่ช้านักจะรับรองให้พวกนี้ได้รับความสุขในเวลาอยู่กับท่านสังฆราชเท่ากับที่เขาได้รับความสุขออยู่ตามวัดเหมือนกันข้อนี้กระทำให้พวกมอญมีความมุ่งหมายจะเปนคริสเตียนต่อไป แต่ก็

๒๗๐ เห็นได้แล้วว่ามีผู้คอยขัดอยู่เสมอ ยังมีผู้หญิงอีกเปนอันมากซึ่งเอาลูกไปเที่ยวฝากไว้ตามวัด เมื่อเด็กอยู่ตามวัดแล้วก็ได้รับความยกเว้นจากการต่าง ๆ ถ้าผู้หญิงเหล่านี้จะเปนคริสเตียนก็จะต้องถอนเอาลูกออกจากวัด แลผู้หญิงเหล่านี้ก็ไม่กล้าที่จะถอนเด็กออกจากวัด เพราะกลัวนายข้อมือจะเอาตัวไปทำการงารต่าง ๆ ถ้าแม้ว่าสิทธิอันนี้ได้พระราชทานให้จริง ๆ แล้ว ก็จะได้เห็นคนเปนคริสเตียนนับด้วยจำนวนล้านแลจะได้มีนักเรียนจำนวนมากมายในบรรดานักเรียนเหล่านี้ก็อาจจะเลือกหาคนดีเพื่อจะสอนวิชาต่าง ๆ แลดัดสันดานให้โอนเข้าหาทางสาสนาได้การที่ประเทศสยามมีพระสงฆ์เต็มบ้านเต็มเมืองนั้นไม่เปนการประหลาทอย่างใด เพราะประเทศนี้เต็มไปด้วยวัดวาอาราม แลยังมีผู้กล่าวอีกว่า บรรดาชายทั้งหมดในพระราชอาณาเขตนี้ เปนพระสงฆ์เสียส่วนหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าท่านสังฆราชจะเลี้ยงแลสั่งสอนเด็กในทางสาสนาสัก ๑๐๐ คน เหมือนอย่างที่พระสงฆ์ทำอยู่ทุกวันนี้นั้นจะเปนการทำให้เสียหายต่อแผ่นดินทีเดียวหรือ ๔ มองซิเออร์คอนซตันซ์พูดว่า ถ้าจะประกาศพระราชทานสิทธิอันนี้แล้ว น่ากลัวจะเกิดการวุ่นวายขึ้น แลว่าเมื่อเวลาพวกแขกมากาซา (Macassars) ได้เกิดจลาจลขึ้น ท่านสังฆราชก็ได้ขอบใจมอง ซิเออร์คอนซตันซ์ที่ไม่ได้ออกประกาศอย่างว่า แต่ความจริงท่านสังฆราชก็หาได้ขอบใจไม่ หรือถ้าได้ขอบใจจริงท่านสังฆราชก็นึกไม่ออก ท่านสังฆราชเปนแต่เพียงพูดว่า ตามที่มองซิเออร์คอนซตันซ์สัญญาว่า


๒๗๑ จะได้ออกประกาศนั้น การที่ไม่ได้ประกาศนั้นก็นับว่าเปนเคราะห์ดี ไม่ ฉนั้นก็จะมีคนโทษว่าการที่เกิดจลาจลนั้นก็เพราะเหตุที่ยกสิทธินี้ให้แก่พวกบาดหลวง อีกประการหนึ่ง การที่จะยกสิทธิอันนี้ให้แก่บาดหลวงนั้นก็จะไม่เปนการกระทำให้พวกไทยไม่พอใจ เพราะพวกไทยกลับจะได้ประโยชน์เปนอันมาก โดยเหตุว่าเมื่อคนไทยได้เข้าถือสาสนาคริสเตียนแล้วก็เปนอันแน่ใจว่าคงจะวิ่งมาพึ่งพวกบาดหลวงได้ แลพวกไทยก็มีความนับถือพวกเราเท่ากับนับถือพระสงฆ์อยู่แล้ว ถ้าจะว่าไปที่จริงจะนับถือพวกเรามากกว่าเสียซ้ำไป เพราะฉนั้นถ้าหากว่าได้ยกสิทธิให้แก่เราเท่ากับพระสงฆ์แล้ว พวกไทยก็จะไม่เห็นเปนการประหลาทอะไรเลย อีกประการหนึ่ง พระเจ้าแผ่นดินสยามก็ได้ทรงปฏิบัติการบางอย่างซึ่งน่ากลัวจะทำให้เกิดการลำบากยิ่งกว่าที่จะยกสิทธิให้เราอันจะทำให้เกิดการลำบากขึ้นนั้นหลายเท่าเสียอีก เช่นว่าให้พระสงฆ์สึกตั้ง ๕๐ หรือ ๖๐๐ องค์เปนต้น มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้เล่าว่า เคยเห็นพระเจ้าแผ่นดินให้พระสงฆ์สึกในวันเดียวตั้ง ๗๐๐ องค์ แลให้ลูกศิษย์ออกจากวัดตั้ง ๑๐๐๐๐ คนก็มี แต่ถึงดังนั้นพวกไทยก็หาได้บ่นอย่างใดไม่ ถ้าหากว่าได้รู้สึกเสียแล้วว่านิสัยของคนไทยไม่ใคร่เอาใจใส่ในการสาสนาเท่าไรนัก ก็จะเห็นได้โดยง่ายว่าการที่จะอนุเคราะห์แก่สาสนาคริสเตียนคงจะไม่เปนการที่จะต้องกลัวอย่างใดเลย ๕ มองซิเออร์คอนซตันซ์พูดว่า ไม่จำเปนอะไรที่จะขอข้าราชการสำหรับมาเกี่ยวในการของพวกคริสเตียนเพราะตัวมองซิเออร์คอนซตันซ์


๒๗๒ เองก็เปนข้าราชการอยู่แล้ว แต่จะอย่างไรก็ตามมองซิเออร์คอนซตันซ์เปนขุนนางที่มียศแลตำแหน่งโตเกินไป จะถ่อมตัวลงมาเปนธุระกับคนยากจนไม่ได้ แลตามปรกติถ้าคนเหล่านี้ต้องไปเปนความที่ศาลซึ่งมีผู้พิพากษาธรรมดาแล้วก็มักจะสิ้นเนื้อประดาตัวเอาทีเดียว เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีเรื่องขึ้นเรื่องหนึ่งที่กระทำให้เห็นได้ว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์ไม่ใช่เปนคนที่จะช่วยคนคริสเตียนได้เท่าไรนัก คือมีพระสงฆ์องค์หนึ่งได้โอนมาถือสาสนาคริสเตียน ได้มาขอให้พวกบาดหลวงคณะเยซวิตช่วยพูดกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ให้ช่วยในคดีเรื่องหนึ่ง พวกบาดหลวงก็ไปพูด แลมองซิเออร์คอนซตันซ์ก็ได้ช่วยจัดการให้ตามขอร้อง ครั้นภายหลังมีไทยคนหนึ่งพูดขึ้นว่าคนที่เปนคริสเตียนใหม่คนนี้หาได้เปนญาติที่ควรขอความกรุณาต่อมองซิเออร์คอนซตันซ์ไม่ แต่คนที่เปนคริสเตียนใหม่ได้อ้างว่าตัวเปนญาติ แลกฎหมายไทยบังคับมิให้คนอื่นมาเกี่ยวในคดีนอกจากญาติ มองซิเออร์คอนซตันซ์ก็โกรธมากหาว่าคริสเตียนคนนี้พูดปด ถึงพวกบาดหลวงจะขอร้องอย่างไรก็ไม่ฟัง มองซิเออร์คอนซตันซ์ ก็จับตัวคริสเตียนคนใหม่ไปใส่ขื่อเสีย แลกลับอวดด้วยว่าได้ทำโทษพระสงฆ์ที่สึกออกไปถือสาสนาคริสเตียน ความเห็นในสัญญาข้อ ๓ สัญญาข้อ ๓ ที่มีคนพูดว่าพวกบาดหลวงมีสิทธิต่าง ๆ นั้นเปนความไม่จริง เพราะพวกไทยมีความกลัวไม่กล้านับถือสาสนาคริสเตียนโรงเรียนแลบ้านของท่านสังฆราชก็ไม่เปนที่ลับอะไร ใครจะออกจะเข้า


๒๗๓ ก็ได้ตามชอบใจ ขุนนางที่มีหน้าที่ประจำสำหรับดูแลการของพวก คริสเตียนก็ไม่มี ความเห็นในสัญญาข้อ ๔ สัญญาข้อ ๔ บาดหลวงตาชาได้บอกกับพวกทูตว่า พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงเห็นชอบในการที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ไม่ได้ประกาศยกสิทธิเหล่านี้ให้แก่บาดหลวง เพราะฉนั้นก่อนที่บาดหลวงตาชาจะออกจากเมืองไทย มองซิเออร์คอนซตันซ์คงจะได้พูดไว้แล้ว ว่าจะคอยขัดมิให้ออกประกาศได้ ความเห็นในสัญญาข้อ ๕ สัญญาข้อ ๕ การที่จะให้สิทธิแก่เราเช่นนี้ จะให้ดีก็ได้ ให้ร้ายก็ได้ ให้ดีคือให้จริง ๆ แล้วก็จะเปนประโยชน์อย่างยิ่ง ให้ร้ายคือให้แล้วลบล้างเสียจะเปนประโยชน์อะไร น่ากลัวว่าจะให้มากกว่าร้าย เพราะอะไรจะง่ายเท่ากับออกประกาศเสียก่อน แล้วมีคำสั่งลับลบล้างเสียในภายหลัง หรือจะหาความผิดใส่ตามข้อความที่เพิ่มเติมลงก็ได้ ความเห็นในสัญญาข้อ ๗ สัญญาข้อ ๗ ถ้าจะให้เปนประโยชน์จริงแล้ว ผู่ที่จะมีหน้าที่ตรวจตราให้การเปนไปโดยเรียบร้อยนั้น จะต้องพูดว่าพระเจ้ากรุงสยามจะทรงปฏิบัติให้ตรงตามที่ได้ทรงสัญญาไว้ ถ้าจะประกาศจริงแล้วก็ควรจะออกประกาศในตำบลที่จะทำการได้มากกว่าที่อื่นเช่น เมืองไทย เมือง ๓๕


๒๗๔ ละโว้ บางกอก มฤท พิษณุโลก ภูเก็ต เปนต้น ผู้ที่จะทำการแทนพระเจ้าแผ่นดิน จะสืบทางลับกับท่านสังฆราชว่าการต่าง ๆ ได้เปนไปตามประกาศหรือไม่ก็ได้ แลถ้าการไม่ได้ดำเนิรตามประกาศก็ควรจะจัดการบังคับให้เปนไปให้จงได้ แลไม่ต้องรอให้ท่านสังฆราชพูดจาขอร้องอย่างใด

ความเห็นมองซิเออร์เดอลียอน เรื่องสัญญาที่เกี่ยวด้วยการสาสนา(๑) ข้าพเจ้าจะรับรองไม่ได้ว่าสัญญายกสิทธิเหล่านี้ ได้มอบให้แก่ราชทูตฝรั่งเศสตามวันแลเวลาที่กล่าวไว้ในจดหมายเหตุของบาดหลวงเดอชัวซี ซึ่งว่าลงวันที่ ๑๐ เดือนธันวาคม แลข้าพเจ้าก็เปนพยานได้ด้วยได้เห็นแก่ตาว่าสัญญานี้มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้เศ็นแลได้มอบให้แก่มองซิเออร์เดอโชมอง ในเวลาที่ท่านผู้นี้ได้ลงเรือแลเรือจะชักใบออกอยู่แล้ว มีคนพูดกันว่าบาดหลวงตาชาเมื่อได้ลงเรือซึ่งจอดอยู่ในน่านน้ำสยามแล้ว ได้ลงคุกเข่าต่อหน้าท่านราชทูต อ้อนวอนขอให้ราชทูตยอมในการที่จะไม่ต้องประกาศข้อความในสัญญาฉบับนี้ แต่ความข้อนี้จะจริงหรือเท็จประการใดก็ตาม สิ่งที่จริงนั้นก็คือบาดหลวงตาชาได้ทำความตกลงลับ ๆ กับมองซิเออร์คอนซตันซ์ว่าจะไม่เอาสัญญานี้ออก ( ๑ ) ได้ส่งไปให้มองซิเออร์มาตีโน


๒๗๕ ประกาศ แลบาดหลวงตาชารับเปนหน้าที่จะไปทำความตกลงในข้อนี้ที่เมืองฝรั่งเศส เพราะการที่ได้ทราบกันในเมืองฝรั่งเศสว่าจะไม่ได้ประกาศนั้น ก็จะทราบจากใครไม่ได้นอกจากทราบความจากบาดหลวงตาชา เพราะมองวิเออร์เดอโชมองไม่เชื่อเลยว่า การที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้รับปากจะทำแล้ว มองซิเออร์คอนซตันซ์จะกล้าที่จะไม่ทำตามที่ได้สัญญาไว้ แต่ส่วนตัวข้าพเจ้ารู้จักมองซิเออร์คอนซตันซ์ดีทีเดียว จึงเชื่อได้แน่ว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์คงจะไม่กราบทูลแนะนำให้พระเจ้ากรุงสยามพระราชทานสิทธิเหล่านี้ให้แก่พวกบาดหลวง หรืออย่างต่ำมองซิเออร์คอนซตันซ์ก็คงจะเชื่อใจว่าพระเจ้ากรุงสยามคงจะไม่พระราชทานสิทธิตามที่ว่านี้เปนแน่ แลบางทีมองซิเออร์คอนซตันซ์ซึ่งมีจิตต์คิดถึงสมบัติแลชื่อเสียงของตัวมากกว่าคิดถึงการสาสนาจะรู้กันกับพระเจ้ากรุงสยามก็จะเปนได้ แลจะอุบายหลอกมองซิเออร์เดอโชมองโดยแสดงความเอื้อเฟื้อทุกอย่าง แต่ก็หาได้ยกสิทธิหรือควมชอบธรรมให้อย่างใดไม่ มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้อวดอ้างว่า ตัวได้รับอำนาจจากพระเจ้ากรุงสยามที่จะยกสิทธิต่าง ๆ ให้แก่พวกบาดหลวง ในนามของตัวเองได้ แลในข้อที่พระเจ้ากรุงสยามทรงเชื่อถือมองซิเออร์คอนซตันซ์มากนั้นก็เปนความจริงซึ่งไม่น่าสงสัยเลย แต่จะอย่างไรก็ตาม การที่ว่าพระเจ้ากรุงสยามได้พระราชทานอำนาจดังว่านี้ มองซิเออร์คอนซตันซ์ก็ไม่มีหลักฐานที่จะยกมาอ้างอย่างใดเลย การทำสัญญาคราวนี้ มองซิเออร์


๒๗๖ คอนซตันซ์เปนผู้เช็นชื่อแต่ผู้เดียว แลหนังสือนั้นเปนภาษาปอตุเกตเสียซ้ำ เวลาที่เซ็นนั้นก็เซ็นในเรือซึ่งทอดสมออยู่ในน่านน้ำสยาม แลเปนเวลาที่มองซิเออร์เดอโชมองหมดโอกาศที่จะโต้เถียงหรือคัดค้านอย่างใดได้แล้ว ทั้งจะขอหนังสือสัญญาเปนตัวอักษรไทยที่เปนหลักฐานสำหรับทำให้ชาวเมืองเชื่อถือก็ไม่ได้ ทั้งมองซิเออร์คอนซตันซ์ทราบอยู่เต็มใจแล้วว่าผลที่สุดของการเรื่องนี้ก็คือจะไม่ออกประกาศข้อสัญญาอย่างว่าเพราะฉนั้นการต่าง ๆ ตามที่ได้ทำมาแล้วนั้น จะต้องเปนความคิดเกิดขึ้นเอง สำหรับหลอกมองซิเออร์เดอโชมองอย่าง ๑ หรือสำหรับจะหาความดีความชอบในเมืองฝรั่งเศสอย่าง ๑ หรือจะมีความประสงค์อย่างอื่นก็ทราบไม่ได้ แต่ในใจจริงก็คงตั้งใจแล้วว่าจะไม่ยอมยกสิทธิเหล่านี้ให้แก่บาดหลวง จึงไม่ยอมออกประกาศในเรื่องนี้เลย คนชนิดอย่างมองซิเออร์คอนซตันซ์อาจจะทำอย่างข้าพเจ้ากล่าวมานี้ได้ดีทีเดียว แต่จะอย่างไรก็ตามสัญญาฉบับนี้ก็มีแต่มองซิเออร์คอนซตันซ์เซ็นชื่อแต่ผู้เดียว แลเปนภาษาปอตุเกตด้วย ทั้งมองซิเออร์คอนซตันซ์ก็หาได้มีหลักฐานอย่างใดว่าพระเจ้ากรุงสยามได้พระราชทานอำนาจให้ทำสญญาไม่ เพราะฉนั้นถึงแม้จะประกาศข้อความในสัญญานี้ ประกาศนั้นก็จะไม่มีราคาอะไรแลจะต้องถือว่าหนังสือสัญญาฉบับนี้เปนแผ่นกระดาดหาประโยชน์ไม่ได้แผ่นหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้เปนเครื่องทำให้เห็นชัดว่า ในเรื่องนี้ก็ตามในเรื่องอื่น ๆ ก็ตาม เปนการที่ไม่ควรจะหลับตาเชื่อมอง ซิเออร์คอนซตันซ์ โดยไม่หาหลักฐานอย่างอื่นนอกจากคอยเชื่อแต่วาจาของเขาอย่างเดียวเท่านั้น

๒๗๗ การที่ข้าพเจ้าได้กล่าวถึงหนังสือสัญญาโดยยืดยาวนั้น ก็เพราะข้าพเจ้ารู้สึกว่ามีบุคคลบางจำพวกไดพยายามให้คนที่กรุงฝรั่งเศสแลกรุงโรมเข้าใจความที่ผิด แลเปนเรื่องสำหรับให้เห็นหนทางว่าต่อไปจะควรปฏิบัติกับมองซิเออร์คอนซตันซ์อย่างไร

ความเห็นเรื่องทำสัญญาของบาดหลวงวาเช ถ้าไม่ระวังให้ดีแล้ว สิทธิต่าง ๆ อันใหญ่โตที่ได้ให้แก่สาสนาแลให้สำหรับการค้าขายนั้น จะไม่มีผลอย่างใดเลย เพราะมีข้อติดท้ายอันตลบแตลง ซึ่งจะลบล้างข้อความเหล่านั้นทั้งหมด การที่เปนดังนี้จะโทษพระเจ้ากรุงสยามไม่ได้ เพราะพระองค์คงจะโปรดพระราชทานสิทธิทั้งหมดโดยไม่ต้องมีข้อเว้นอย่างใด แต่มองซิเออร์คอนซตันซ์โดยมีน้ำใจอยากจะครอบการงารทั้งหมด มีประสงค์จะทรงไว้ซึ่งอำนาจที่จะให้หรือไม่ให้ตามความพอใจของตัว จึงได้คิดข้อต่าง ๆ ซึ่งพระเจ้ากรุงสยามคงจะไม่ได้นึกถึงเลยแทรกลงไป เพราะพระองค์มีพระราชประสงค์แต่จะให้ราชทูตได้ทำการสำเร็จ แลจะให้เปนที่พอพระทัยของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสอย่างเดียวเท่านั้น ข้าพเจ้าทราบได้ดีว่าไม่มีใครอยากฟังเสียงข้าพเจ้าเพราะข้าพเจ้าได้ชี้ทางขัดข้องของการเรื่องนี้ ความเห็นของข้าพเจ้าจะมีสักเท่าใดก็ไม่มีใครเชื่อฟังเลย แลไม่มีใครยอมฟังข้าพเจ้าชี้แจงเลย ความซื่อของคนพวกเราได้ถูกหลอกมาแล้ว ผู้ที่มีไชยชนะก็มีคนเดียว คือ มองซิเออร์คอนซตันซ์เท่านั้น

๒๗๘ จดหมายมองเซนเยอร์ลาโน ถึงผู้อำนวยการคณะการต่างประเทศ วันที่ ๑๔ ธันวาคม ค.ศ.๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘) เปนการจำเปนที่พระเปนเจ้า ซึ่งกำหัวใจของพระเจ้าแผ่นดินทั้งหลายอยู่ในมือ ต้องดลใจพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสให้แต่งราชทูตที่อยู่ในศีลในธรรมแลเปนทูตที่สุภาพเฉลียวฉลาดให้มายังประเทศนี้ จะต้องสารภาพว่าพระเปนเจ้าซึ่งบังคับการทั่วไป จะทำการอย่างใดก็ต้องทำตามเวลาตามสมัย แลจะต้องสารภาพต่อไปว่าการที่เลือกเวลาส่งทูตมาฉเพาะในเวลานี้ เปนการดีอย่างยิ่งสำหรับสาสนาคริสเตียนทั้งในเมืองนี้แลเมืองอื่น ๆ ด้วย การต่าง ๆ ได้ดำเนิรไปจนถึงจำเปนอยู่แล้วที่พระเปนเจ้าจะต้องให้พระนามของ หลุย มหาราช (Louis le Grand) สำหรับห้ามความประพฤติของผู้ที่เปนศัตรูแก่สาสนาคริสเตียนในประเทศเหล่านี้ คนทั้งหลายได้ทราบกันมาช้านานแล้วว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมีเกียรติยศแลมีอำนาจเพียงไร แต่การทพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงเลือกมองซิเออร์เดอโชมองให้เปนราชทูตมาคราวนี้นั้น กลับกระทำให้ชนทั้งหลายเห็นในความพยายามของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสที่จะให้ความเจริญแก่สาสนามากขนอีก ท่านผู้ดีที่มาในงบท่านราชทูตกับทั้งเจ้าพนักงารแลคนใช้ที่มาด้วยนั้น ได้ประพฤติตัวอย่างดีเรียบร้อยมากจนที่สุดพอข้าพเจ้าได้ไปพบในเรือก็กลับมาบ้านโดยเบาใจ เพราะแต่ก่อนก็วิตกอยู่บ้าง ว่าท่านเหล่านี้จะมาทำให้เกิดเสียชื่อเหมือนที่ชาวยุโรปบางคนได้เคยทำมาแล้วหลายคน

๒๗๙ ข้าพเจ้าไม่มีคำที่จะใช้สำหรับแสดงความที่ข้าพเจ้านับถือราชทูตผู้นี้ด้วยท่านเปนคนอยู่ในศีลในธรรม เปนคนไม่หนักไม่เบา แลมีอัธยาศัยดีอย่างอื่น ซึงจับพระทัยของพระเจ้ากรุงสยามแลจับใจชนทั้งหลายทั่วไปแลถ้าท่านจะมีโอกาศแล้ว ขอได้โปรดบอกแก่ท่านราชทูตว่าข้าพเจ้า แลบาดหลวงกับนักพรตทั้งหลายขอบพระเดชพระคุณท่านราชทูตเปนอันมาก การที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงเลือกคนชนิดนี้ให้เปนราชทูตนั้นคงเปนพระเปนเจ้าดลพระทัยเปนแน่แท้ อีกประการหนึ่งถ้าท่านได้พบกับข้าราชการที่ได้มากับราชทูตแลขอได้โปรดบอกให้เขาทราบด้วยว่าพวกข้าพเจ้าขอบคุณท่านเหล่านี้มาก ที่ได้มาประพฤติตัวสุภาพอย่างดีในเมืองนี้ ในระหว่างที่ราชทูตมาอยู่ในเมืองไทยนั้น ไม่เคยได้ยินว่าผู้ใดได้ไปทำการวิวาท หรือไปเมาหรือไปเสียชื่อทางผู้หญิงอย่างไรเลยแลข้าพเจ้าหวังใจว่าความประพฤติอย่างดีของท่านเหล่านี้ คงจะเปนตัวอย่างอันดีสำหรับการเจริญของสาสนาต่อไป เพราะการที่ข้าราชการผู้มีบันดาศักดิ์อายุน้อย ๆ ได้ประพฤติตัวดีเช่นนี้ไม่ใคร่จะได้เคยเห็นในชมพูทวีปเลย จึงเปนอันต้องคาดได้ว่า การที่ราชทูตฝรั่งเศสมาเจริญทางพระราชไมตรีคราวนี้ คงจะตัดความคิดที่พวกฮอลันดาได้คิดไว้เปนแน่ ข้าพเจ้ายังเห็นอีกชั้นหนึ่ง ว่ามองเซนเยอร์เดลิโอโปลิศ ซึ่งพวกเรามีความเศร้าโศกอาลัยนักนั้น ยังไม่ตายสำหรับการที่เกี่ยวด้วยสาสนา แต่คงจะไปทำการติดต่อกับพระเปนเจ้าให้ได้ผลดียิ่งกว่าเมื่อยังมีชีวิตอยู่ แลวิญญาณของท่านผู้ที่ล่วงลับไปแล้วได้ทำให้เรา


๒๘๐ มีมานะมากขึ้นอีก โดยตั้งใจจะทำการของพระเปนเจ้าให้มากแลแขงแรงยิ่งกว่าเก่า ข้าพเจ้ารับสารภาพว่าที่ข้าพเจ้ามาทำการในแห่งที่พระเปนเจ้าต้องการความระวังมากเช่นนี้ กระทำให้ข้าพเจ้านึกละอายใจมาก ในส่วนการที่เกี่ยวด้วยทูตนั้น ข้าพเจ้าจะเล่าให้ท่านฟังแต่สั้น ๆ เพียงว่า เมื่อข้าพเจ้าทรายพระราชดำริห์ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส แลความมุ่งหมายของข้าราชการฝรั่งเศสที่จะดำเนิรการให้พระเจ้ากรุงสยามได้นับถือสาสนาคริสเตียนนั้น ข้าพเจ้าก็ได้มีความประหลาทใจอยู่บ้างข้าพเจ้าสงสัยว่ามองซิเออร์วาเชจะได้ไปพูดมากเกินกว่าความที่เปนจริงกระมัง จึงอยากจะดูจดหมายเหตุที่มองซิเออร์วาเชได้ทำยื่นต่อเสนาบดีฝรั่งเศส ครั้นอ่านแล้วก็ไม่เห็นมีข้อความอย่างใดที่จะเกินความจริงไปเว้นแต่ข้อความที่พระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่งเมื่อเวลามองซิเออร์วาเชไปทูลลานั้น จะเปนใจความที่แปลข้อรับสั่งนั้นผิดไปบ้างเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นก็เปนแต่เพียงเรื่องเล็กน้อยไม่พอที่จะทำให้พระทัยของพระเจ้าแผ่นดินซึ่งอยู่ในคลองยุติธรรมวกวนไปได้ เพราะความจริงถึงแม้ว่าพระเจ้ากรุงสยามจะลำเอียงเข้าข้างสาสนาคริสเตียนสักปานใดก็ตามแต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระองค์ไม่ได้ทรงนึกถึงการที่จะทรงถือสาสนาคริสเตียนเลย แต่เมื่อได้ทรงรับคำเชื้อเชิญจากพระเจ้าแผ่นดินอันใหญ่ยิ่ง เช่นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเช่นนี้ จึงกระทำให้พระเจ้ากรุงสยามได้ตรึกตรองมากขึ้น แลพระราชหัตถ์ที่ได้ทรงตอบไปยังราชทูตนั้น ก็กระทำให้หวังใจในทางที่ดีได้ แต่อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าเชื่อว่าในเรื่องนี้ไม่ควรจะกล่าวคำอย่างใดที่


๒๘๑ แน่นอนนัก เพราะการข้างหน้าจะเปนอย่างไรต่อไปไม่มีใครอาจจะรับประกันได้ และถ้าได้รับรองในสิ่งสำคัญเช่นนี้ แลไม่เปนผลสำเร็จแล้วก็จะเปนเครื่องเสียใจได้ภายหลัง ข้อความเลอียดเรื่องพวกบาดหลวงแลพวกนักพรต ในระหว่างที่มองซิเออร์เดอโชมองเปนราชทูตมาในเมืองไทย

จดหมายเหตุระยะทางมาเมืองไทย บาดหลวงเดอชัวซีเปนผู้แต่ง วันที่ ๑๔ ตุลาคม พวกบาดหลวงแลนักพรตที่อยู่เมืองไทยแลที่อยู่โรงเรียนมหาพรามซึ่งไกลจากเมืองไทยออกไปเปนระยะทาง ๑ ไมล์ได้มาพร้อมกันเปนหมู่ใหญ่เพื่อคำนับท่านราชทูต ซึ่งไม่มีครั้งไหนน่าจับใจเหมือนครั้งนี้ ในแถวหน้ามีนักพรตผู้เฒ่าประมาณ ๑๒ คนซึ่งน่านมัสการด้วยหนวดยาวแลด้วยกิริยาท่าทางอันสุภาพ ต่อนั้นมามีพวกนักพรตหนุ่ม ๆ ประมาณ ๔๐ คน อายุตั้งแต่ ๑๒ ปีถึง ๒๐ ปีล้วนแต่ต่างชาติกันทั้งนั้น จีนก็มี ยี่ปุ่นก็มี ชาวตังเกี๋ยก็มี ญวนก็มี มอญก็มี ไทยก็มี ล้วนแต่สวมเสื้อยาวทุกคน เมื่อข้าพเจ้าเห็นพวกนี้ทำให้นึกเหมือนเมื่ออยู่ที่โรงเรียนสามเณรแซงาซา (Saint Lazare) มีญวนคนหนึ่งได้กล่าวคำรับรองเปนภาษาลาตินดีมาก แลชาวตังเกี๋ยคนหนึ่งก็ได้เปนผู้พูดภาษาลาตินดีหนักขึ้นไปอีก โรงเรียนสามเณรนี้ดี ๓๖


๒๘๒ เรียบร้อยมาก นักพรตเหล่านี้ต่อไปคงเปนสงฆ์หมด พวกนี้เรียนการต่าง ๆ เหมือนอย่างที่กรุงปารีส แลเมื่อมีความรู้พอแล้วก็จะได้จัดให้ไปตามภาษาตามเมืองของตัวเพื่อไปสอนการสาสนาต่อไป พวกนี้ทำการมีผลดียิ่งกว่าพวกมิซชันนารีที่มาจากยุโรปเสียอีก วันที่ ๑๖ ตุลาคม พวกญวนที่ถือสาสนาคริสเตียนได้มากันเปนหมู่ใหญ่ สำหรับคำนับท่านราชทูต มองซิเออร์วาเชเปนหัวหน้านำพวกนี้มา เพราะเขานับถือแลรักใคร่มองซิเออร์วาเช โดยถือว่ามองซิเออร์วาเชได้ม่ทำความดีในเมืองของเขา วันที่ ๒๐ ตุลาคม ค่ำวันนี้พวกข้าพเจ้าได้ไปเยี่ยมท่านสังฆราชโรงเรียนสามเณรอยู่ไกลจากที่นี่ระยะทางครึ่งไมล์ ไปทางเรือได้สดวกแลสบายมาก บ้านท่านสังฆราชเปนบ้านงดงาม แลมีเรือนหลังเล็ก ๆ หลายหลัง พระเจ้ากรุงสยามโปรดให้สร้างโบสถ์ในที่นี้ ซึ่งจะเปนโบสถ์อันสวยงามที่สุด วันที่ ๒๑ ตุลาคม วันนี้เปนวันรื่นเริงของโรงเรียนสามเณร ด้วยท่านสังตปาปาได้ส่งของที่ระฦกของพวกที่ตายแทนพระเยซู เพราะฉนั้นพวกนักพรตทั้งปวงจึงเลยมีการรื่นเริงอย่างใหญ่โต ท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศได้เปนหัวหน้าในพิธีสวดมนต์ พวกนักพรตที่ห้อมล้อมในพิธีนี้มีถึง ๓๐ คน เปนชาวยุโรป ๙ หรือ ๑๐ คน นอกนั้นเปนชาวประเทศต่าง ๆ ทั้งสิ้น มองซิเออร์เดอครูโตแลง (Courtaulin) เปนผู้เทศน์ แลในระหว่างที่เทศน์นั้นได้กล่าวคำยกย่องสรรเสริญท่านราชทูตเปนการน่าฟังมาก

๒๘๓ วันที่ ๒๘ ธันวาคม พวกข้าพเจ้าได้ไปทำพิธีสวดมนต์ใหญ่ในโรงเรียนสามเณร การที่พวกมิซชันนารีเหล่านี้ไปทำประโยชน์ในเมืองเหล่านี้ ไม่เปนการที่ทำให้ข้าพเจ้าประหลาทใจเสียแล้ว หน้าก็ดี กิริยาวาจาก็ดี เปนสิ่งที่ชวนให้คนผู้ได้เห็นนึกทะเยอทะยานในใจอยากจะเปนสานุศิษย์ของพระเปนเจ้าทุกคน จริงอยู่จนถึงเวลาปัจจุบันนี้ พวกมิซชันนารียังไม่ได้ทำการใหญ่โตในเมืองไทยอย่างใด พวกไทยมีนิสัยอ่อนน้อม ไม่ชอบการโต้เถียง แลโดยมากเชื่อเสียว่าสาสนาทุกสาสนาเปนคำสั่งสอนที่ดีทั้งนั้น เวลานี้พวกมิซชันนารี ๑๕ หรือ ๑๖ คนกระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ ในพระราชอาณาเขต แลพวกนี้ไปอยู่ที่ใดก็มีโบสถ์ทุกแห่ง ใหญ่บ้างเล็กบ้างตามแต่จำนวนของพวกเข้าสาสนาคริสเตียนจะมีมากหรือน้อย วันที่ ๕ พฤศจิกายน ข้าพเจ้าลืมเล่าว่าเมื่อวานซืนนี้มีคนไทยคนหนึ่ง ชื่ออันโตนิโอปินโต (Antonio Pinto) ได้ไปยังที่พักของราชทูตไปโต้เถียงถึงข้อสาสนาที่ได้เขียนขึ้นสำหรับถวายพระเจ้าแผ่นดินท่านผู้นี้ได้โต้เถียงมีหลักดีมาก พวกคณะเยซวิตเถียงตอบ มองซิเออร์บาเซกับมองซิเออร์มานีเอลเปนผู้ค้าน ยงมีญวนคนหนึ่งซึ่งเปนพนักงารของวัดได้เถียงอย่างน่าฟังแลไม่ยอมนิ่งด้วย ผู้ฟังได้ตบมือกันมาก สังฆราช (Archboshop) ของพระสงฆ์ไทยก็มาด้วยแลเปนผู้คัดค้านคนโต้เถียง พวกเราอยากจะโต้เถียงบ้างแต่ไม่กล้า ถ้าขัดข้องไม่ตกลงกันเมื่อใด ท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศก็คอยชี้ขาด


๒๘๔ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พระเจ้ากรุงสยามอยู่ข้างจะผอม พระเนตรใหญ่ดำแลคม เวลารับสั่งติดอ่างแต่ว่าเร็ว พระพักตรดี พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้คงจะไม่ถูกสาปให้ลงนรก เพราะทรงทราบความจริงได้ครึ่งหนึ่งแล้ว พระเปนเจ้าคงจะให้พระองค์มีเวลาที่จะค้นคว้าหาความจริงจนสำเร็จ ได้รับสั่งว่าการที่สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศกับพวกมิซชันนารีไปยังเมืองจีนได้ก็เพราะได้ทรงช่วยซึ่งเปนความจริง เมื่อได้ทรงทราบว่าพวกมิซชันนารีในเมืองอินเดียแลในเมืองจีน ได้ปรองดองรวมเปนคณะเดียวกันแล้วก็ทรงยินดี พระ?เจ้ากรุงสยามโปรดให้สร้างโบสถ์ แลจะโปรดพระราชทานสิทธิพิเศษให้แก่สาสนา ในพระที่นั่งที่ประทับมีไม้กางเขนอัน ๑ แลทรงอ่านคำภีร์ของสาสนาที่มองซิเออร์เดอเมเตโลโปลิศได้แปลถวายเปนภาษาไทย เวลารับสั่งถึงพระเยซูเจ้ากทรงแสดงพระกิริยาอย่างอ่อนน้อม แลต่อไปจะโปรดให้ท่านสังฆราชเฝ้าเพื่อทูลเรื่องการสาสนา การทั้งหมดตามที่ได้กล่าวมานี้ ก็ยังไม่เปนเหตุผลพอสำหรับให้ข้าพเจ้าอยู่ในเมืองไทยเปนพระราชครูของพระเจ้า แผ่นดินได้ แต่ก็เปนเหตุผลพอสำหรับทำให้พวกเรามีความเบาใจขอให้ช่