ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๔๑

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๔๑ เรื่อง จดหมายเหตุของคณะพ่อค้าฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามาตั้งครั้งกรุงศรีอยุธยา ตอนแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ภาคที่ ๒

พิมพ์ในงานศพ นายประยูร อมาตยกุล เมื่อปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๗๐

พิมพ์ที่โรงพิมพ์อักษรนิติ บางขุนพรหม

[MS1]คำนำ คำแปลจดหมายเหตุของ คณะพ่อค้าฝรั่งเศสซึ่งเข้ามาตั้งครั้งกรุงศรีอยุธยาภาค ๒ นี้ นับเป็นประชุมพงศาวดารภาคที่ ๔๑ ได้ขอคัดภาษาฝรั่งเศสมาจากประเทศฝรั่งเศสใน พ.ศ. ๒๔๖๓ หนังสือเหล่านี้ปรากฎว่ามีอยู่ ๔ แห่ง คือ ที่กระทรวงการเมืองขึ้นแห่ง ๑ เปนรายการแลจดหมายต่าง ๆ ที่รัฐบาลฝรั่งเศสได้รับจากประเทศสยาม ที่กระทรวงทหารเรือแห่ง ๑ เปนสำเนาจดหมายแลคำสั่งต่าง ๆ ที่ได้ส่งมายังประเทศสยาม ที่กระทรวงต่างประเทศแห่ง ๑ เปนสำเนาหนังสือสัญญาและรายงานสำคัญที่คณะทูตานุทูตฝรั่งเศสซึ่งเข้ามาเมืองไทยในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทำเสนอเสนาบดีกระทรวงต่างประเทศไว้ ที่หอสมุดสำหรับนครแห่ง ๑ เปนเรื่องเบ็ดเตล็ดที่เกี่ยวกับเมืองไทยในเวลานั้น มีทั้งต้นฉบับแลสำเนาจดหมายเหตุที่เก็บอยู่ตามกระทรวงต่าง ๆ การขอคัดในคราวนั้นได้มา ๓ แห่ง, ที่กระทรวงทหารเรือยังไม่ได้มา หวังใจว่าคงจะได้มาในภายน่า จดหมายเหตุคณะพ่อค้าฝรั่งเศส ที่เข้ามาตั้งครั้งกรุงศรีอยุธยา นี้ ว่าโดยรูปเรื่องที่เกี่ยวกับพงศาวดารก็คล้ายกับจดหมายเหตุคณะบาดหลวงฝรั่งเศส ผิดกันแต่ความมุ่งหมายของคณะ คือ พวกบาดหลวงมุ่งหมายในการสอนสาสนามาก มีเหตุการณ์อันใด



ข เกี่ยวแก่การสาสนาก็จดลงโดยพิสดาร พวกพ่อค้าผู้มุ่งมากอยู่ในการค้าขายก็จดรายละเอียดไปในทางค้าขาย ส่วนประวัติของบ้านเมืองใครรู้เห็นอย่างไรก็จดอย่างนั้นข้อความจึงตรงกันบ้าง แผกเพี้ยนกันบ้าง เพราะเปนธรรมดาของคนภายนอกจะล่วงรู้การบ้านเมืองภายในให้ละเอียดนั้นยาก จดหมายเหตุที่คนในสมัยนั้นจดไว้ถึงแม้จะไม่แจ่มแจ้งทีเดียวก็ยังเปนหนังสือที่ช่วยความรู้ในพงศาวดารสมัยนั้น เพราะเปนเรื่องที่ได้ยินแก่หูรู้เห็นด้วยตาใกล้ความจริงโดยมาก. ราชบัณฑิตยสภา วันที่ ๒๗ ธันวาคม พระพุทธศักราช ๒๔๗๐ อุปนายก.






จดหมายเหตุของคณะพ่อค้าฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามาตั้งครั้งกรุงศรีอยุธยา ตอนแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ต่อจากภาค ๑ ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๔๐)

ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) เรื่องมองซิเออร์ เดอโชมอง ไป เจรจาการในเมืองไทย

พอข้าพเจ้าได้ไปถึงปากน้ำเมืองไทย ข้าพเจ้าก็ได้จัดให้มอง ซิเออร์เลอวาเชขึ้นไปหาท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ และให้มองซิเออร์วาเชบอกท่านสังฆราชว่า ถ้าท่านสังฆราชสบายดีอยู่และว่าง ก็ขอเชิญให้ท่านสังฆราชลงมาหาข้าพเจ้าที่เรือ เพื่อสังฆราชจะได้ชี้แจงให้ข้าพเจ้าฟัง ในเรื่องที่ข้าพเจ้าได้เปนราชทูตมาในคราวนี้ ครั้นภายหลังอีก ๕ วัน ท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศได้ลงมาหาข้าพเจ้าพร้อมกับบาดหลวงเดอลียอน เมื่อได้ทักทายปราสัยกันตามธรรมเนียมแล้ว ข้าพเจ้าบอกกับสังฆราชว่าเหตุที่ข้าพเจ้าได้เปนราชทูตมาในคราวนี้ ก็เพราะได้มีคนกราบทูลพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ว่าสมเด็จพระนารายณ์มีพระราชประสงค์จะถือสาสนาคริศเตียน เพราะฉนั้นเมื่อพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ได้


๒ แต่งทูตมา และได้แสดงความรักใคร่นับถือ สมเด็จพระนารายณ์ เช่นนี้แล้วก็เชื่อได้แน่ว่าสมเด็จพระนารายณ์ คงจะตกลงพระทัยถือสาสนา คริสเตียนต่อไป เพราะฉนั้นการที่พระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ได้แต่งทูตมาคราวนี้ ก็มุ่งหมายในข้อนี้เปนที่ตั้ง และทรงหวังพระทัยว่าพระราชดำริห์สำคัญอันนี้ คงจะเปนการสำเร็จเปนแน่ สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศได้ฟังข้าพเจ้าชี้แจงดังนี้ก็มีความประหลาดใจเปนอันมากที่มีคนเข้าใจว่าการที่จะเชิญสมเด็จพระนารายณ์ ให้เข้ารีต จะเปนการง่ายได้ถึงเพียงนี้ สังฆราชจึงได้บอกข้าพเจ้าว่าเรื่องนี้จะเอากันรวดเร็วดังคาดนี้ไม่ได้ แต่ก็จริงอยู่สมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงตั้งพระทัยดีต่อสาสนาคริสเตียน และได้ทรงแสดงให้เห็นทุก ๆ วัน โดยทรงสร้างวัดพระราชทานให้เปนต้น เพราะจะทรงแสดงความโปรดปรานที่ทรงมีแก่คณะบาดหลวง จนที่สุดเมื่อสังฆราชกราบทูลอย่างไร ก็โปรดพระราชทานให้ทุกอย่าง สังฆราชจึงเห็นว่าราชทูต ควรจะพยายามให้การเรื่องนี้ได้เปนผลสำเร็จไปแต่จะต้องระวังจัดการให้ดี ข้าพเจ้าจึงได้เอาคำที่ข้าพเจ้าจะกราบทูลสมเด็จพระนารายณ์อ่านให้ฟัง สังฆราชจึงได้บอกข้าพเจ้าว่าคำกราบบังคมทูลนั้นใช้ถ้อยคำแรงมาก และไม่ได้พูดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องสาสนาอย่างเดียว ถ้าจะฟังออกจะเปนหนังสือเทศน์มากกว่าคำยอพระเกียรดิ์ ข้าพเจ้าจึงได้ตอบสังฆราชว่า การที่ข้าพเจ้าได้เปนทูตมาในคราวนี้ ก็มีความมุ่งหมายมาแต่ฉเพาะใน


๓ เรื่องนี้ และพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ก็ได้รับสั่งให้ข้าพเจ้ามาจัดการในเรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น จึงจำเป็นที่ข้าพเจ้าต้องกราบทูลสม เด็จพระนารายณ์โดยตรงมิต้องอ้อมค้อมเลย ท่านสังฆราชกับข้าพเจ้าจึงได้ปรึกษาหารือกันว่า ถ้าจะให้การเรื่องนี้เปนการสำเร็จจะควรจัดการอย่างไรดี สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศจึงได้ชี้แจงให้ข้าพเจ้าฟังว่า มอง ซิเออร์คอนซตันซ์ เปนคนโปรดของสมเด็จพระนารายณ์ และเปนคนถือสาสนาคอธอลิกอย่างเคร่ง เปนคนดี ทั้งเปนคนที่รักษาชื่อของตัวด้วย เพราะฉนั้นในการที่คิดจะเชิญสมเด็จพระนารายณ์ให้เข้ารีตถือสาสนาคริศเตียนนั้น จะต้องเดิรทางมองซิเออร์คอนซ ตันซ์ จึงจะเปนการสำเร็จได้ จึงควรจะพูดจากับมองซิเออร์คอนซตันซ์และบอกให้เขาทราบในความคิดของเราทุกอย่าง แต่ข้าพเจ้าฟังสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศยกย่อง มองซิเออร์ คอนซตันซ์ มากนักจนเกิด ความสงสัยขึ้นจึงได้ถามว่า การที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ดีต่าง ๆ เช่นนี้โดยหมายหาประโยชน์อย่างใดหรือไม่ สังฆราชก็ตอบว่ามิได้คิดหาประโยชน์อย่างใดเปนแต่ต้องการจะหาชื่อเท่านั้น ในเวลาที่สนทนากันอยู่นั้น บาดหลวงเดอลียอนก็อยู่ในที่นั้นด้วย จึงรับรองตามคำของสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศว่า ถ้าจะใช้มองซิเออร์คอนซตันซ์แล้วก็ต้องยอให้มาก ๆ บาดหลวงเดอลียอนได้เห็นว่า


๔ ถ้ายิ่งให้เกียรติยศฝรั่งแก่มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ก็ยิ่งดี เช่นให้ยศเปนเชอวาเลียเดอแซนต์มิเชล หรือจะให้สายสพายสีน้ำเงินได้ก็ยิ่งดีนัก แต่ในข้อนี้ข้าพเจ้าได้คัดค้านไว้เพราะไม่ทราบว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะพระราชทานให้มองซิเออร์คอนซตันซ์หรือไม่ บาดหลวงเดอลียอนได้ยืนยันว่า ถ้าได้ให้เกียรติยศแก่มองซิเออร์คอนซตันซ์เช่นนี้แล้ว ก็จะทำให้การที่จะเชิญพระเจ้ากรุงสยามให้เข้ารีตนั้น ใกล้กับการสำเร็จมาก ข้าพเจ้าจึงได้ตกลงในใจบอกให้บาดหลวงเดอลียอนไปบอกแก่มองซิเออร์คอนซตันซ์ว่า ถ้าพระเจ้ากรุงสยามได้เข้ารีตทรงนับถือสาสนาคริศเตียนแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส คงจะได้พระราชทานเกียรติยศดังว่านี้ให้แก่มองซิเออร์คอนซตันซ์ บาดหลวงเดอลียอนก็ได้ไปหามองซิเออร์คอนซตันซ์ และได้ บอกเล่าตามที่ข้าพเจ้าได้พูดไว้นั้น มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงได้ตอบว่าถ้าเปนเช่นนั้นก็จะได้เกียรติยศแก่ตัวมากเกินไป แต่มอง ซิเออร์ คอนซตันซ์ได้พยายามกราบทูลพระเจ้ากรุงสยามให้การเรื่องนี้ได้สำเร็จจนได้ และที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ จะจัดการเรื่องนี้นั้นก็เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของการศาสนาอย่างเดียวเท่านั้น ในตอนที่พูดกันนี้ข้าพเจ้ายังไม่ได้พบปะกับมองซิเออร์คอนซตันซ์เลย


๕ ครั้นภายหลังอีก ๓ - ๔ วัน ม องซิเออร์คอนซตันซ์ ก็ลงมาหาข้าพเจ้าที่ด่านภาษี ซึ่งเปนหนทางห่างจากกรุงศรีอยุธยาระยะประมาณ ๒ ไมล์ ข้าพเจ้าได้สนทนากับมองซิเออร์คอนซตันซ์โดยยืดยาวมาก สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศก็ได้สนทนาอยู่ในที่นั้นด้วย ข้าพเจ้าได้พูดจายกย่องสรรเสริญมองซิเออร์คอนซตันซ์เปนอันมาก แล้วข้าพเจ้าจึงได้พูดขึ้นว่า ได้มีคนมาเล่าให้ข้าพเจ้าฟังถึงความซื่อสัตย์และความตั้งใจดีต่อสาสนา ของมองซิเออร์คอนซ ตันซ์มาก เพราะฉนั้นข้าพเจ้าจะได้พูดกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ล้วนแต่ความจริงในใจทั้งนั้นและจะไม่ปิดบังอะไรเลยจนสิ่งเดียว และข้าพเจ้าก็ทราบอยู่ว่า มองซิเออร์คอนซ์ตันซ์ เปนคนโปรดของพระเจ้ากรุงสยาม เพราะฉนั้นการที่ข้าพเจ้าเปนทูตมาครั้งนี้จะเปนการสำเร็จได้ก็เพราะมองซิเออร์คอนซตันซ์ คนเดียวเท่านั้น ข้าพเจ้า จึงได้เล่าให้ฟังว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ให้ข้าพเจ้ามาเปนทูตเพื่อจะมาทำพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงสยาม แต่การที่จะให้พระราชไมตรีแน่นหนาได้นั้น ก็จะต้องนับถือสาสนาร่วมกันทั้งสองพระองค์ ข้อนี้เปนสิ่งที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ตั้งพระทัยมากเพราะได้มีผู้กราบทูลว่า ถ้าได้ทรงแต่งราชทูตให้ไปเฝ้าพระเจ้ากรุงสยามแล้ว พระเจ้ากรุงสยามคงจะเข้ารีตนับถือสาสนาคริศเตียนเปนแน่


๖ มองซิเออร์คอนซตันซ์ จึงได้ตอบว่าไม่ทราบเลยว่าผู้ใดจะไปกราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเช่นนี้ เพราะตามเสียงที่กราบทูลนั้นดูเหมือนการที่จะเชิญให้พระเจ้ากรุงสยาม เข้ารีตนั้นเปนการง่าย เหลือเกิน ฝ่ายมองซิเอออร์คอนซตันซ์เองไม่เชื่อเลยว่าจะเปนไปได้โดยง่าย เพราะฉนั้นในเรื่องนี้จะต้องทำการอย่างระวังที่สุด นี่และการเรื่องจะเชิญพระเจ้ากรุงสยามให้เข้ารีตนั้น ได้พูดจาตกลงกันเช่นนี้ ในเวลาที่ข้าพเจ้าแรกไปถึงเมืองไทย ท่านสังฆราชได้เอาคำกราบบังคมทูลของข้าพเจ้าอ่านให้มอง ซิเออร์คอนซตันซ์ฟัง มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงได้บอกสังฆราชว่า ข้อความในคำกราบบังคมทูลนั้นเปนความคาดคั้นมากนักไม่มีคำอ่อนหวานเลย ควรจะตัดความออกเสียบ้างบางข้อ ท่านสังฆราชได้นำความนี้มาเล่าให้ข้าพเจ้าฟัง เพราะมองซิเออร์คอนซตันซ์พูดภาษาฝรั่งเศสไม่เปน ข้าพเจ้าจึงได้ตอบว่าข้าพเจ้าไม่ยอมตัดทอนข้อความจนข้อเดียว แล้วมองซิเออร์คอนซตันซ์ จึงได้เอาคำกราบบังคมทูลของข้าพเจ้าไปแปลเปนภาษาปอตุเกต และได้บอกข้าพเจ้าว่าในเวลาแปลนั้นมองซิเออร์คอนซ์ตันซ์ได้ตัดข้อความออกบ้างเล็กน้อยซึ่งไม่เปนข้อความสำคัญอย่างใด ข้าพเจ้าจึงตอบว่าถ้าฉนั้นก็ตามใจ ท่านสังฆราชได้มาบอกข้าพเจ้าว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์ ขอร้องจะเปนล่ามในเวลาที่ข้าพเจ้าเข้าเฝ้า ข้าพเจ้าจึงตอบว่าถ้า


๗ สังฆราชเปนล่ามเสียเองได้จะดีกว่า แต่มองซิเออร์ คอนซตันซ์ ได้พูดว่าการที่ มองซิเออร์ คอนซตันช์ จะต้องการเปนล่ามนั้นคงไม่มีข้อขัดข้อง เพราะพระเจ้ากรุงสยามได้ทรงมอบให้มองซิเออร์คอนซตันซ์เปนธุระในการที่เกี่ยวด้วยราชทูตทุกอย่างแล้ว ข้าพเจ้าก็ยอม ในวันที่ข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าครั้งแรก เมื่อข้าพเจ้าได้กราบทูลยอพระเกียรดิ์ และมองซิเออร์คอนซตันซ์ ได้แปลถวายตามคำที่ข้าพเจ้ากราบทูลเสร็จแล้ว พระเจ้ากรุงสยามจึงได้รับสั่งถามข้าพเจ้าว่า เมื่อข้าพเจ้าได้ออกจากเมืองฝรั่งเศสนั้น พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสและพระราชวงศ์ฝรั่งเศสทรงสบายกันดีทุกพระองค์หรืออย่างไร และรับสั่งว่าในหมู่นี้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ไม่ได้มีชัยชนะในการสงครามบ้างหรืออย่างไร ข้าพเจ้าจึงได้กราบทูลว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้มีชัยชนะตีเมืองลูกเซมเบิกได้แห่งเดียวเท่านั้น แต่ประเทศทั้งหลายในทวีปยุโรปได้ขอร้อง ให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสสงบการ สงคราม และพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็ได้เลิกการสงครามโดยทรงนำกองทัพด้วยพระองค์เอง พระเจ้ากรุงสยามจึงรับสั่งว่าได้ทรงแต่งทูตให้ออกไปเฝ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส แต่ราชทูตนั้นได้สูญหายไปเสียแล้ว เพราะฉนั้นการที่ข้าพเจ้าไม่ได้ถูกอัปปางเหมือนราชทูตสยามและได้มาถึงเมืองไทยโดยสุขสบายนั้น จึงกระ ทำให้ทรงยินดีมาก ข้าพเจ้าจึงได้กราบทูลว่าการที่ราชทูตสยาม


๘ ได้สูญหายไปนั้น ได้ทำให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเสียพระทัยเปนอันมาก และที่เมืองฝรั่งเศสก็มีเสียงลือกันว่า พวกฮอลันดาเปนผู้ที่ได้ทำลายราชทูตสยาม เพราะฉนั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงได้มีรับสั่งให้ราชทูตฝรั่งเศสในเมืองฮอลันดาสืบสวนว่า ข่าวที่ลือนั้นจะมีความจริงเพียงไร แต่ราชทูตฝรั่งเศสได้สืบแล้วก็หาได้ความอย่างใดไม่ พระเจ้ากรุงสยามจึงได้รับสั่งถามว่า ในเรื่องเมืองบันตำนั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงจัดการให้เปนที่พอพระทัยแล้วหรืออย่างไร ข้าพ เจ้าจึงได้กราบทูลว่าข้าพเจ้าเชื่อได้แน่ว่าในเรื่องนี้ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคงจะได้รับความพอพระทัยทุกอย่าง แต่ในเวลาที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นนั้น ข้าพเจ้าได้ออกจากประเทศฝรั่งเศสเสียแล้ว และสังเกตดูพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงกริ้วพวกฮอลันดามาก พอกราบทูลเท่านั้นสมเด็จพระนารายณ์ก็เสด็จขึ้น ข้าพเจ้าก็ได้ออกจากที่เฝ้ากลับมา ยังที่พัก ครั้นเวลาค่ำ มองซิเออร์คอนซตันซ์ ได้มาหา บอกข้าพเจ้าว่าสมเด็จพระนารายณ์พอพระทัย ในการที่ข้าพเจ้าได้เฝ้าในคราวแรกนี้เปนอันมาก และเล่าต่อไปว่าไทยมีข้อวิตกถึงพวกฮอลันดานักและอยากจะทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสในข้อนี้ด้วย แต่ในเรื่องนี้ข้าพเจ้าหาได้โต้ตอบกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ประการใดไม่ แล้วมองซิเออร์คอนซตันซ์จึงได้บอกข้าพเจ้าว่าอีกสองวันสมเด็จพระนารายณ์ จะโปรดให้ข้าพเจ้าเฝ้าเปนพิเศษอีกครั้ง ๑


๙ ครั้นอีกสองวันข้าพเจ้าก็ได้ไปเฝ้า แต่ในคราวนี้เฝ้าในห้องหนึ่งต่างหาก หาใช่ท้องพระโรงที่เฝ้าคราวก่อนไม่ เมื่อข้าพเจ้าได้ถวาย คำนับและได้นั่งลงแล้ว พระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่งถามว่า ข้าพเจ้ากับคนที่มากับข้าพเจ้าได้เดิรทางไกลเช่นนี้ ยังมีความสุขสบายดีด้วยกันทุกคนหรืออย่างไร ข้าพเจ้าได้กราบทูลว่าข้าพเจ้าและคนที่มากับข้าพเจ้ามีความสุขสบายดีด้วยกันทุกคน เพราะเหตุที่ทรงพระกรุณาให้เจ้าพนักงารมาคอยปฏิบัติอยู่ แล้วจึงรับสั่งว่าได้ทรงทราบว่า พวกฮอลันดาคิดจะรบกับเมืองไทยและได้ทรงสังเกตว่าการที่ทรงทำพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนั้น เปนการทำให้พวกฮอลันดาริษยามาก และทรงเชื่อพระทัยว่าพวกฮอลันดาคงจะทำการขัดขวางต่าง ๆ เพื่อจะไม่ให้บริษัทฝรั่งเศสได้มาค้าขายในพระราชอาณาเขตสยามได้ ข้าพเจ้าจึงได้กราบทูลว่า ถ้าพวกฮอลันดาได้ทราบว่าฝรั่งเศสกับไทยได้เปนไมตรี และทำการติดต่อกันแล้ว พวกฮอลันดาก็คงจะเกรงเพราะพวกฮอลันดามีความเกรงพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมาก พระเจ้ากรุงสยามจึงรับสั่งตอบว่า พวกฮอลันดาเปนพวกที่ฉลาดมาก คงจะคิดอ่านขัดขวางในการค้าขายของบริษัทฝรั่งเศสเปนแน่ เพราะฉนั้นจะต้องคิดอ่านหาทางป้องกันอย่า ให้พวกฮอลันดา ทำการสำเร็จได้ และรับสั่งต่อไปว่าในเวลานี้บริษัทฝรั่งเศสไม่ใคร่เอาใจใส่ในเรื่องการค้าขาย ในพระราชอาณาจักร์สยาม


๑๐ เลย ข้าพเจ้าจึงได้กราบทูลว่า บริษัทฝรั่งเศสได้ทำการค้าขายที่อื่นเพราะยังไม่ใคร่จะมีทุนมาก แต่มาบัดนี้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้อุดหนุนบำรุงบริษัททุกอย่างแล้ว จึงรับสั่งตอบว่าในตอนแรกที่เปนเวลาเริ่มตั้งต้นเปนเวลาที่จะต้องคอยระวังพวกฮอลันดาอย่างกวดขันมาก ข้าพเจ้า ได้กราบทูลว่า ในเรื่องนี้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคงจะได้ทรงพระราชดำริห์อย่างรอบคอบ และคงจะจัดการป้องกันทุกอย่าง มิให้พวกฮอลันดากล้ามาขัดขวางได้ เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้เองพวกฮอลันดาก็ได้ทำสงครามกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงมีชัยชนะทำพวกฮอลันดาเสียจนขยาด เพราะฉนั้นยังอีกนานนักกว่าพวกฮอลันดาจะอยากรบกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสอีก สมเด็จพระนารายณ์จึงรับสั่งถามว่า นอกจากเรื่องที่จะมาชักชวนให้พระองค์ได้เรียนการสาสนาคริศเตียนจากพวกสังฆราช ข้าพเจ้าไม่มีข้อความอย่างอื่นจะกราบทูลหรืออย่างไร ข้าพเจ้าก็ได้กราบทูลอะไรต่ออะไรต่าง ๆ และก็คงย้อนกราบทูลในเรื่องจะเชิญเสด็จให้เข้ารีตต่อท้ายทุกเรื่องไป แล้วสมเด็จพระนารายณ์ก็เสด็จขึ้นมองซิเออร์คอนซตันซ์ จึงได้พาข้าพเจ้าไปที่พระราชอุทยานแห่ง ๑ เจ้าพนักงารก็เอาของว่างมาเลี้ยง รุ่งขึ้นมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้มาหาข้าพเจ้าอีก ท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศก็อยู่ด้วย มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้พูดเรื่องพวกฮอลันดาโดยยืดยาว และข้าพเจ้าฟังเสียงก็รู้สึกได้ว่ามองซิเออร์


๑๑ คอนซตันซ์มีความกลัวพวกฮอลันดาเปนอันมาก มองซิเออร์คอนซตันซ์ จึงได้ถามว่า พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้พระราชทานอำนาจให้ข้าพเจ้าเต็มที่หรือไม่ ข้าพเจ้าได้ตอบว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์ ก็คงจะทราบว่าอำนาจของราชทูตจะมีเพียงไร มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงชี้แจงให้ข้าพเจ้าฟังว่า สมเด็จพระนารายณ์มีพระราชประสงค์จะทำสัญญาสู้และรบ (Offensive & Defensif Alliance) สำหรับจะต่อสู้กับพวกฮอลันดา ข้าพเจ้าจึงได้ตอบมองซิเออร์คอนซตันซ์ว่า ข้าพเจ้าเชื่อได้แน่ว่าพระเจ้าหลุย ที่ ๑๔ คงจะทรงเปนพระธุระช่วยสมเด็จพระนารายณ์หลายอย่าง แต่การที่ข้าพเจ้าเปนทูตมาในครั้งนี้หาได้มาสำหรับเกี่ยวแก่การสงครามหรือไม่ คงได้รับคำสั่งมาแต่อย่างเดียวให้กราบทูลสมเด็จพระนารายณ์ว่า พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้าทรงตั้งพระทัย อยากจะให้สมเด็จพระนารายณ์ ได้ถือสาสนาคริศเตียน และหน้าที่ของข้าพเจ้าที่มาเปนราชทูตนั้นก็มีแต่ในข้อนี้ข้อเดียวเท่านั้น ข้าพเจ้าจึงขอให้มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้เอาใจใส่ช่วยจัดการในเรื่องนี้ให้สำเร็จ เพราะการที่จะให้พระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ได้เปนพระธุระช่วยการของสมเด็จพระนารายณ์ก็ไม่มีทางอย่างอื่น นอกจากสมเด็จพระนารายณ์จะได้ทรงถือสาสนา คริศเตียนแล้วเท่านั้น มองซิเออร์คอนซตันซ์ จึงได้ตอบข้าพเจ้าว่า การที่จะเชิญให้สมเด็จพระนารายณ์เข้ารีตนั้น จะต้องจัดการหลายอย่างเสียก่อน และหากว่าสมเด็จพระนารายณ์จะทรงยอมเข้ารีตมอง


๑๒ ซิเออร์คอนซตันซ์เอง ก็ยังสงสัยอยู่ว่าจะควรกราบทูลคัดค้านไว้หรือ ไม่ เพราะการที่สมเด็จพระนารายณ์จะเข้ารีตนั้น อาจจะทำให้เกิดเปนขบถขึ้นทั่วพระราชอารณาจักร์ก็ได้ เพราะสมเด็จพระนารายณ์มีพระอนุชาอยู่องค์ ๑ ซึ่งคอยพาลหาเหตุที่จะเปนขบถอยู่แล้ว ภายหลังอีกสามวันสี่วันสมเด็จพระนารายณ์ ได้โปรดให้ข้าพเจ้า ได้เฝ้าครั้ง ๑ จึงรับสั่งถามว่า ข้าพเจ้าจะมีอะไรกราบทูลที่เกี่ยวด้วยการค้าขายหรือไม่ ข้าพเจ้าจึงได้กราบทูลว่าในเรื่องการค้าขายนั้นเปนเรื่องที่จะต้องอธิบายกันโดยยืดยาวมาก ถ้าข้าพเจ้าจะกราบทูลโดยละเอียดแล้วก็จะเปนเครื่องรำคาญพระทัย เพราะฉะนั้นถ้าโปรดให้เสนาบดีคนใดคน ๑ ไปหาข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะได้อธิบายชี้แจงในเรื่องการทั้งปวงให้เสนาบดีเข้าใจต่อไป สมเด็จพระนารายณ์ จึงได้รับสั่งให้มองซิเออร์คอนซตันซ์ไปหาข้าพเจ้าเพื่อฟังข้าพเจ้าอธิบายในเรื่องต่าง ๆ ต่อไป แล้วข้าพเจ้าได้กราบทูลว่าข้าพเจ้าจะได้ทำเปนจดหมายบันทึกถวาย และจะได้จดข้อความในเรื่อง สาสนาและการค้าขายไว้เปนข้อ ๆ พระเจ้ากรุงสยามจึงได้รับสั่งว่าเมื่อ ได้ทรงเห็นจดหมายบันทึกของข้าพเจ้า แล้วก็จะได้ทรงตอบเปนข้อ ๆ แล้วรับสั่งต่อไปว่า ทรงทราบได้ดีทีเดียวว่า การที่พระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ได้มาเปนพระราชไมตรีด้วยนั้น มิได้คิดหาประโยชน์ในส่วนพระองค์เลย และเจ้าแผ่นดินทั้งหลายอันอยู่ใกล้เคียงกับ


๑๓ ประเทศฝรั่งเศส ก็อยากเปนไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสยิ่งนัก แต่การที่เจ้าแผ่นดินเหล่านั้น อยากเปนไมตรีกับพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ นั้น ก็เพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเปนที่ตั้ง ส่วนพระองค์สมเด็จพระนารายณ์นั้นทรงเห็นเจ้าแผ่นดินเหล่านี้ เหมือนอยู่ไกลกับพระองค์เต็มที แต่ทรงถือว่าพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ นั้น เท่ากับอยู่ใกล้กันหรือจะว่าเปนเพื่อนบ้านกับพระองค์ก็ว่าได้ เพราะฉนั้นจึงทรงหวังจะเปนพระราชไมตรีอันไม่มีเวลาขาดได้ กับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสต่อไป ต่อนั้นไปก็ได้รับสั่งถึงการที่เกี่ยวด้วยพวกฮอลันดาจนเสด็จขึ้น ครั้นข้าพเจ้าได้กลับมาถึงที่พัก ข้าพเจ้าก็ได้จัดการเขียนจดหมาย บันทึกดังได้กราบทูลไว้ ในจดหมายบันทึกฉบับนี้ข้าพเจ้าได้พูดแต่เรื่องการสาสนาโดยมาก เพื่อให้สมเด็จพระนารายณ์เข้าพระทัยว่าการที่พระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ได้แต่งให้ข้าพเจ้ามาเปนทูตนั้น ก็ ฉเพาะสำหรับเรื่องสาสนาเท่านั้น





จดหมายบันทึกซึ่งเชอวาเลีย เดอโชมอง เอกอรรคราชทูตฝรั่งเศส ได้ทูลเกล้า ฯ ถวายต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม

ขอเดชะ ด้วยพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้า ได้ทรงทราบถึงพระเดชานุภาพของพระองค์ จึงได้ทรงแต่งตั้งให้ข้าพเจ้ามาเฝ้า เพื่อขอพระราชทานพระราชไมตรีของพระองค์ และเพื่อถวายพระราชไมตรีของ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสต่อพระองค์ และเพื่อจะให้ประเทศฝรั่งเศสและประเทศสยามได้เปนไมตรีอันหนทางถึงจะห่างไกลถึง ๕๐๐๐ ไมล์ จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย แต่การที่เปนไมตรีกันนั้น ถ้าไมตรีนั้น ๆ มีหลักแต่เพียงต่างฝ่ายต่างยกย่องสรรเสริญยอพระเกียรดิ์กัน และถือเอาประโยชน์ของตนเปนหลักเท่านั้นแล้ว ไมตรีนั้นจะสนิธแน่นหนาไม่ได้เลย และในเรื่องนี้เสนาบดีของพระองค์ก็ได้มีจดหมายไปยังเสนาบดีฝรั่งเศสชี้แจงเหตุการณ์ทั้งปวง ไปแต่ปี กลายโดยละเอียดแล้ว วิธีที่จะให้พระราชไมตรีอันนี้ได้แน่นหนาสนิธสนม เปนอันหนึ่งอันเดียวกันตลอดถึงผู้ที่ครองราชสมบัติต่อพระองค์ต่อไป และไม่มีเวลาขาดไมตรีกันได้จนกว่าโลกจะดับสูญไปนั้น ก็มีทางอย่างเดียวซึ่งพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้า ได้ทรงพระราชดำริห์


๑๕ ไว้ กล่าวคือ พระองค์จะต้องถือสาสนาร่วมกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส พระราชไมตรีนั้นจึงจะดับสูญไปไม่ได้ เพราะฉนั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงได้จัดให้ข้าพเจ้ามาเฝ้า เพื่อมากราบทูลวิงวอนขอให้พระองค์ได้ทรงนับถือสาสนาคริศเตียน ซึ่งเปนทางอันแน่สำหรับให้พระราชไมตรีได้สนิธกันได้ชั่วกาลนาน และพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงเห็นว่า พระองค์คงจะได้เปนพระราชไมตรีโดยทรงปฏิบัติตามที่กราบทูลมานี้ จึงได้มีรับสั่งให้ข้าพเจ้ากราบทูลถวายกำลังพาหนะทุกอย่าง คือกำลังทหารทั้งบกและเรือ กองทัพบก กองทัพเรือและการทั้งปวง ซึ่งจะประกอบสำหรับรักษาพระเกียรติยศของพระองค์และสำหรับความเจริญของพระราชอาณาเขตสยามทั่วไปด้วย อีกประ การ ๑ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสตั้งพระทัยอย่างยิ่งที่จะให้พระองค์ได้ถือสาสนาคริศเตียน เพราะฉนั้นถ้าพระองค์ทรงเห็นควรอย่างใดที่จะทำให้พระราชไมตรีได้แน่นหนาชั่วกาลนานแล้ว ฝ่ายพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็ทรงเต็มพระทัยที่จะปฏิบัติตาม พระราชประสงค์ทุกประการเหมือนกัน แต่ถึงแม้ว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้รับสั่งแก่ข้าพเจ้าแต่ในเรื่องนี้เรื่องเดียวก็จริงอยู่ แต่ได้โปรดให้เสนาบดีมาสั่งให้ข้าพเจ้าจัดการทุกอย่าง เพื่อช่วยอุดหนุนให้การของบริษัทฝรั่งเศสได้เจริญในพระราชอาณาจักร์สยามต่อไปด้วย


๑๖ จดหมายบันทึกฉบับนี้ข้าพเจ้าได้ส่งให้แก่ มองซิเออร์คอนซตันซ์ เพื่อนำถวายพระเจ้ากรุงสยาม ภายหลังอีกสองวันมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้มาหาข้าพเจ้า แต่สังเกตดูกิริยาวางท่าไม่สนิธเหมือนกับมีอะไรในใจอย่าง ๑ มองซิเออร์คอนซตันซ์ จึงได้อธิบายให้ข้าพเจ้าฟังว่า ตามข้อความในจดหมายบันทึกที่ข้าพเจ้าขอให้พระเจ้ากรุงสยามได้เข้ารีตถือสาสนาคริศเตียนนั้นคง จะไม่ได้ผลดังความคาดหมายของข้าพเจ้าเปนแน่ เพราะในเรื่องนี้มองซิเออร์ คอนซตันซ์ ได้เฝ้าพระเจ้ากรุงสยามแล้วและได้มีรับสั่งยกเหตุผลโดยยืดยาวมาก มองซิเออร์คอนซตันซ์ จึงได้กราบทูลว่าเหตุที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงแต่งทูตมาเพื่อมาเชิญเสด็จให้เข้ารีตนั้น เปนเรื่องที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ ได้ปิดมาช้านานแล้ว หาได้กราบทูลให้ทรงทราบไม่ เมื่อสมเด็จพระนารายณ์ได้ทรงฟังมองซิเออร์คอนซตันซ์ กราบทูลแล้วก็ทรงประหลาดพระทัยมาก จึงได้รับสั่งว่า พระเจ้าหลุยที่ ๑๔ จะให้เราเข้ารีตดังนั้นหรือ เรื่องนี้เปนเรื่องใหญ่มาก เพราะในราชวงศ์ของเราก็ได้นับถือพุทธสาสนามาช้านานแล้ว จะให้เราเปลี่ยนสาสนาอย่างนี้เปนการยากอยู่ และถ้าพระเจ้าผู้สร้างฟ้าสร้างดินจะต้องการให้คนทั่วโลก ได้นับถือสาสนาอันเดียวกันแล้ว พระเจ้ามิจัดการให้เปนเช่นนั้นเสียแล้วหรือ แล้วจึงรับสั่งต่อไปว่า ทรงเห็นแล้วการที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงแนะนำมาเช่นนี้ก็ด้วยความรัก แต่ในเรื่องนี้ซึ่งเปนการใหญ่จะ


๑๗ ตรึกตรองดูเสียก่อน แล้วจึงจะทรงตอบจดหมายบันทึกฉบับนี้ต่อไป เมื่อข้าพเจ้าได้ทราบจาก มองซิเออร์คอนซตันซ์ว่าคราวนี้เปนครั้งแรกที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ ได้กราบทูลถึงข้อที่ข้าพเจ้าจะมาเชิญเสด็จให้เข้ารีตนั้นได้ทำให้ข้าพเจ้าประหลาดใจเปนอันมาก และได้ ทราบต่อไปว่า เมื่อมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้แปลคำกราบบังคมทูลของข้าพเจ้าถวายนั้น คำใดที่ข้าพเจ้าได้กราบทูลในเรื่องสาสนามองซิเออร์คอนซตันซ์หาได้แปลถวายจนคำเดียวไม่ และในเวลาที่ข้าพเจ้าได้เฝ้าในตอนหลัง ๆ และที่ข้าพเจ้าได้กราบทูลเรื่องการสาสนานั้น มองซิเออร์คอนซตันซ์ ก็หาได้แปลถวายจนครั้งเดียวไม่ โดยมองซิเออร์คอนซตันซ์ อ้างเหตุว่า เวลานี้ยังไม่สมควรที่จะกราบทูลให้ทรงทราบ การที่เปนเช่นนี้ได้ทำให้ข้าพเจ้าขัดเคืองเปนอันมาก และข้าพเจ้าก็ได้แสดงให้มองซิเออร์คอนซตันซ์เห็นว่าข้าพเจ้าไม่พอใจ แล้วมองซิเออร์คอนซตันซ์ จึงส่งคำตอบของพระเจ้ากรุงสยามซึ่งตอบจดหมายบันทึกของข้าพเจ้า และมอง ซิเออร์คอนซตันซ์ได้ยกเหตุผลต่าง ๆ มาอ้างซึ่งจะกล่าวในที่นี้ก็จะยืดยาวมากนัก แต่ในใจความที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ชี้แจงนั้น ก็คือว่าในชั้นต้นข้าพเจ้าควรจะต้องคบกับข้าราชการไทยและทำความคุ้นเคยกับคนไทยให้มาก ๆ เสียก่อนการที่ข้าพเจ้ามาจัด


๑๘ การจึงจะสำเร็จได้ และการที่ข้าพเจ้าจะคบค้าสมาคมกับคนไทยนั้น มองซิเออร์ คอนซตันซ์ ทราบแน่ว่าคงจะเปนการพอพระทัยพระเจ้า กรุงสยาม อีกประการ ๑ พระเจ้ากรุงสยามก็โปรดท่านสังฆราชมาก เพราะฉนั้นคงจะได้พระราชทานอำนาจพิเศษแก่สังฆราชซึ่งจะเปนประโยชน์แก่สาสนาเปนแน่ ข้าพเจ้ายังไม่ทราบเลยว่าการที่ มองซิเออร์คอนซตันซ์ไม่ยอมกราบทูลพระเจ้ากรุงสยามในเรื่องสาสนานั้นจะประสงค์อันใด บางที มองซิเออร์คอนซตันซ์ จะเข้าใจว่าข้าพเจ้ายังจะมีความอื่น ๆ ที่จะกราบทูลอีก และที่ข้าพเจ้าได้กราบทูลฉเพาะเรื่องสาสนา ก็เพราะข้าพเจ้าจะลองพระทัยพระเจ้ากรุงสยามก็จะเปนได้ แต่มองซิเออร์คอนซตันซ์ก็คิดจะให้ข้าพเจ้าหมดหวังในเรื่องนี้ เพราะเขาได้บอกกับข้าพเจ้าว่า ทำอย่างไรพระเจ้ากรุงสยามก็จะไม่ทรงเข้ารีต และก็ไม่มีวี่แววในการที่พระเจ้ากรุงสยามจะเข้ารีตเลย ข้าพเจ้าเชื่อว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์ คงคิดพยายามจะให้ข้าพเจ้างดในการที่ข้าพเจ้าจะมาเชิญให้สมเด็จพระนารายณ์เข้ารีต แต่ในข้อนี้ทำอย่างไรข้าพเจ้าก็จะได้พยายามจัดการตามหน้าที่ ของข้าพเจ้าให้จงได้ ข้าพเจ้าได้บอกมองซิเออร์คอนซตันซ์ ว่าการที่ข้าพเจ้าได้มาเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์ในครั้งนี้ ก็สำหรับมาจัดการในเรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น


คำตอบจดหมายบันทึก ซึ่งเชอวาเลียเดอโชมอง เอกอัคราชทูตของพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ได้ถวายสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อวันที่ ๒๘ เดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ พ.ศ. ๒๒๒๘ ด้วยพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า ได้มีพระราชโองการให้ข้าพเจ้าแจ้งมายังท่านว่า พระองค์ทรงมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ทรงทราบจากจดหมายบันทึกของท่านและจากทางอื่นว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมีความรักใคร่พระองค์มากถึงเพียงนี้ ซึ่งเปนการกระทำให้ชนชาวตวันออกทั่วไปแลเห็นในพระทัยกว้างขวางของพระเจ้า แผ่นดินพระองค์นี้ และพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าทรงยินดียิ่งนัก จนจะหาถ้อยคำที่จะแสดงความยินดีนั้นไม่ได้แล้ว แต่ทรงเสียพระทัยว่า การที่จะได้เปนพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส พระองค์ก็จะต้องปฏิบัติการตามพระราชดำริห์ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสดังที่ท่านได้กราบทูลในจดหมายบันทึก กล่าวคือต้องให้พระองค์เข้ารีตถือสาสนาคริศเตียนนั้น เปนการยากนักยากหนาเพราะการที่จะเปลี่ยนสาสนาอันได้นับถือและเชื่อถือกันมาถึง ๒๒๒๙ ปี มาแล้วนั้นเปนการยากอย่างยิ่ง จึงทรงขอให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสวินิจฉัยดูว่าการที่จะเปลี่ยนสาสนาเช่นนี้ เป็นการง่ายหรืออย่างไร



๒๐ และขอให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงดำริห์ด้วยว่า ถ้าพระเจ้าผู้สร้างฟ้าสร้างดินและสร้างสิงสาราสัตว์อันมีรูปพรรณสัณฐาน และนิสัยต่าง ๆ กัน จะประสงค์ให้มนุษย์ทั้งหลายได้นับถือสาสนาอย่างเดียวกันทุกคน และให้มนุษย์ทั้งหลายอยู่ในกฎหมายอันเดียวกันหมดแล้ว พระเจ้าก็คงจะทำให้เป็นเช่นนั้นได้ง่ายที่สุด แต่สิงสา ราสัตว์ต้นหมากรากไม้และของทั้งปวง พระเจ้าก็ได้สร้างให้มีรูปพรรณและลักษณะต่างกันทั้งสิ้น จึงเป็นพยานให้เห็นได้ว่าการที่เกี่ยวด้วยสาสนานั้น พระเจ้าก็คงต้องการให้ถือต่างกันเหมือนกัน เพราะเหตุฉนั้นพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าทรงยอมให้พระเปนเจ้าได้ตัดสินในเรื่องนี้ กล่าวคือทรงยอมพระองค์และพระราชอาณาจักร์ให้อยู่ในโอวาทของพระเปนเจ้า แล้วแต่พระเปนเจ้าจะเห็นควรอย่างไร เพราะฉนั้นพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าจึงตั้งพระทัยอยากจะทราบความจริงในเรื่องนี้ แต่เพื่อจะให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงเห็นในพระราชไมตรี อันเที่ยงตรงของพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้านั้น ถึงแม้ว่าพระองค์จะไม่ทรงรับปฏิบัติตามพระราชดำริห์ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็จริงอยู่ แต่พระองค์ขอให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้เชื่อพระทัยว่า ถ้าพระเปนเจ้าได้ให้พระเจ้ากรุงสยามคงมีพระชนม์อยู่ตราบใด พระราชไมตรีที่พระองค์ได้มีต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนั้น จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอยู่ตราบนั้นและจะได้ทรงเปนพระราชธุระจัดการให้พระเจ้าแผ่นดิน อันจะได้ครอบครองราชสมบัติต่อไปในภายหน้านั้น ได้รักษาพระราชไมตรีนี้ไว้

๒๑ ดุจพระองค์เหมือนกัน และเพื่อจะได้ให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสและชนทั่วโลกเห็นว่า พระวาจาของพระองค์เปนวาจาที่มั่นคง ถ้าหากว่าต่อไปภายภาคหน้า พระเจ้าแผ่นดินผู้ได้ครองราชสมบัติต่อไปจะมิได้ปฏิบัติตามพระราชประสงค์อันได้กล่าวมาแล้วนั้น พระเจ้ากรุงสยามจึงพระราชทานอำนาจและสิทธิแก่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ให้ทรงถือว่าพระเจ้าแผ่นดินเหล่านั้นเปนศัตรูต่อพระองค์ และทรงอนุญาตให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมายึดราชสมบัติไว้ต่อไป อีกประการ ๑ พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าได้มีพระราชโองการดำรัสสั่งให้ข้าพเจ้าบอกให้ท่านทราบว่า พระองค์พร้อมอยู่ทุกเมื่อที่จะได้รับสั่งกับท่าน หรือเสนาบดีคนใดที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสโปรดให้มาเฝ้า เพื่อทำสัญญามัดพระเจ้าแผ่นดินหลัง ๆ ให้ปฏิบัติการดังได้กล่าวมาแล้วทุกประการ และในข้อที่เสนาบดีฝรั่งเศสได้รับรับสั่งพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส สั่งให้ท่านมาเปนธุระจัดการช่วยเหลือบริษัทฝรั่งเศสนั้น พระเจ้ากรุงสยามก็ได้มีรับสั่งให้ข้าพเจ้าแจ้งให้ท่านทราบว่า เมื่อบริษัทฝรั่งเศสได้ยื่นเรื่องราวบอกความประสงค์เมื่อใด จะได้ทรงตั้งเสนาบดีให้เปนธุระจัดการในข้อเหล่านี้ และจะได้พระราชทานสิทธิแก่บริษัทฝรั่งเศสตามที่ควรจะพระราชทานได้ เขียนที่พระราชวังเมืองลพบุรี ณ วันที่ ๒๖ เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) โดยรับพระราชโองการ (เซน) ซีฟอลคอน

๒๒ ที่ปรึกษาของพระเจ้ากรุงสยาม และผู้แทนพระเจ้ากรุงสยามสำหรับเจรจาการกับท่านเอกอัคราชทูตฝรั่งเศส ในเวลานั้นพระเจ้ากรุงสยามประทับอยู่ที่เมืองลพบุรี ภายหลังอีก ๘ วันข้าพเจ้าก็ได้ขึ้นไปเมืองลพบุรีเหมือนกัน พอข้าพเจ้าได้ไปถึงเมืองลพบุรี มองซิเออร์คอนซตันซ์ก็ได้มาหาและได้ต้อนรับอย่างดี ข้าพเจ้าสังเกตกิริยามองซิเออร์คอนซตันซ์ดูในเวลานั้นกำลังสบายใจมาก จึงได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังถึงการที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ ได้เฝ้าพระเจ้ากรุงสยาม ได้กราบทูลรับสั่งในเรื่องสาสนาโดยยืดยาวมาก มองซิเออร์คอนซตันซ์ เล่าว่า พระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่งถึงการสาสนา ดูออกจะโปรดยิ่งกว่าที่มองซิเออร์คอนซตันซ์คาดเสียอีก และในเรื่องที่จะเชิญเสด็จเข้ารีตนั้นก็อาจจะสำเร็จได้ แต่ต้องรอแล้วแต่พระเจ้าจะเห็นควร และต้องรอให้ช้า ๆ สักหน่อย ภายหลังอีกสองสามวัน มองซิเออร์คอนซตันซ์ ได้กลับมาหา ข้าพเจ้าอีกและบอกว่าการทั้งหลายยังดำเนิรดีอยู่ ข้าพเจ้าจึงได้ส่งจดหมายบันทึกให้แก่มองซิเออร์คอนซตันซ์ เพื่อขอให้นำขึ้นถวายพระเจ้ากรุงสยาม ในจดหมายบันทึกนั้น มีใจความขอพระราชา นุญาตต่อพระเจ้ากรุงสยาม ให้สังฆราชและมิชันนารีทั้งหลายได้เทศนาสั่งสอนสาสนาคริศเตียน ทั่วพระราชอาณาเขตได้โดยสดวก


จดหมายที่พระเจ้ากรุงสยามได้มีรับสั่ง ให้เขียนมายัง เชอวาเลีย เดอ โชมอง เอกอัคราชทูตฝรั่งเศส ด้วยพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า ไม่มีคำใดที่จะใช้สำหรับแสดงความยินดีที่พระองค์ได้รู้สึกในพระราชไมตรี ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสดังท่านก็คงจะได้เห็นมาแล้ว ตั้งแต่ต้นตลอดมาจนทุกวันนี้และต่อไปจนที่สุด ถ้าท่านจะมีข้อความสิ่งใดที่จะกราบทูลแล้ว พระองค์ก็คงจะทรงรับธุระดังได้ทรงปฏิบัติมาแล้ว เพราะพระองค์ทรงเชื่อว่าท่านคงจะไม่กราบทูล แนะนำสิ่งใดซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศทั้งสองเปนแน่ อนึ่งการที่พระองค์ได้ทรงพระเมตตาแก่ตัวท่านนั้น เปนสิ่งที่คนทั้งหลายทั่วไปเกิดความสงสัยอยู่แล้ว แต่พระองค์ก็หาทรงพระวิตกอย่างใดไม่ แต่เพื่อจะมิให้จดหมายฉบับนี้ยืดยาวเกินไปนักนั้น พระเจ้ากรุงสยามจึงได้มีพระราชโองการ ดำรัสสั่งให้ข้าพเจ้าบอกให้ท่านทราบ ว่า ในเวลานี้เกิดมีเสียงลือขึ้นตลอดประเทศอินเดียว่า พวกฮอลันดาได้ตั้งใจจะมารบกวนพระราชอาณาจักร์ของพระองค์ และพระองค์ก็ทรงทราบอยู่เต็มพระทัย ว่าส่วนพระองค์เองก็ดี หรือเสนาบดีข้าราชการคนใดก็ดี มิได้กระทำการอย่างใด ๆ ให้เปน



๒๔ ที่ขัดเคืองแก่พวกฮอลันดาเลย เช่นพวกฮอลันดาได้มีสิทธิอย่างใด ก็หามีผู้ใดลบล้างสิทธินั้น ๆ ไม่ หรือจะมีใครไปดูหมิ่นผู้แทนของฮอลันดาก็ไม่มี เพราะพระองค์ทรงระวังตั้งอยู่ในคลองยุติธรรม ถ้ามีคดีหรือเรื่องใดเกิดขึ้น พระองค์ก็ทรงชั่งน้ำหนักของคดีนั้น ๆ ด้วยความยุติธรรมและด้วยพระปรีชาญาณ เพราะฉนั้นการที่พวกฮอลันดาคิดจะมาเบียดเบียฬพระราชอาณาจักร์เช่นนี้ จึงทรงพระราชดำริห์เห็นว่า คงจะไม่มีสาเหตุอย่างอื่นนอกจากการที่ทรงแสดงไมตรีแก่พวกฝรั่งเศส ซึ่งทำให้พวกฮอลันดาเกรงไปว่าในวันหน้าต่อไป จะเกิดเปนการเสียหายแก่พวกฮอลันดาขึ้น พระราชดำริห์อันนี้มีหลักที่ได้ทรงทราบต่าง ๆ มาในทางลับ เพราะฉนั้นเมื่อได้ทรงพิเคราะห์ ถึงเรื่องที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงทำไมตรีกับพวกฮอลันดานั้น ถ้าแม้ว่าพวกฮอลันดายังคงกระทำการร้ายดังคิดไว้นั้น พระเจ้ากรุงสยามก็ทรงหนักพระทัยไม่ทรงทราบว่าจะควรทำประการใด เพราะยังมีพระราชประสงค์จะเป็นพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสอยู่ จึงเป็นการยากที่พระองค์จะทำสงครามกับพวกฮอลันดา ในเวลาที่พวกฮอลันดายังเปนไมตรีอยู่กับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเช่นนี้ จึงมีรับสั่งให้ข้าพเจ้าถามท่านว่าในเรื่องนี้จะควรทำอย่างไร และขอให้ท่านตอบมาให้ทราบด้วย


๒๕ อนึ่งพระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่งให้ข้าพเจ้าถามท่าน ว่าการที่บริษัทจะคิดตั้งการค้าขายนั้น บริษัทจะต้องการสิทธิอย่างใดต่อไปบ้างหรือไม่ เพราะเมื่อบริษัทฝรั่งเศส จะต้องการอย่างไรแล้วพระเจ้ากรุงสยามก็จะโปรดพระราชทานให้ โดยเหตุที่ในเวลานี้พวกฮอลันดาได้ตั้งความพยายามคอยกีดกันมิให้บริษัทใด ๆ มาตั้งการค้าขายเพิ่มขึ้นในฝ่ายอินเดียได้อีก พระเจ้ากรุงสยามก็ทรงเห็นว่า การที่จะทำให้พวกฮอลันดาพอใจนั้นเปนการง่ายอย่างที่สุด แต่ทรงเห็นว่าพวกฮอลันดาเกลียดประเทศฝรั่งเศสนัก และพลอยเกลียดประเทศอื่น ๆ ซึ่งรับรองฝรั่งเศสด้วย เพราะฉนั้นจึงมีรับสั่งให้ข้าพเจ้าถามท่านว่า จะควรทำประการใดดี จึงจะจัดการให้สมพระทัยที่ได้ทรงตั้งไว้ว่า จะทรงทำการทุกอย่าง สำหรับรักษาเกียรติยศและประโยชน์ของประเทศฝรั่งเศสในพระราชอาณาเขต และในฝ่ายทิศตวันออกทั่วไป ถ้าท่านได้ตอบในข้อนี้แล้ว พระเจ้ากรุงสยามจะทรงยินดียิ่งนัก เพราะในเวลาที่ท่านได้เฝ้าเปนพิเศษนั้น ก็เกือบไม่ได้รับสั่งถึงเรื่องอื่นเลย และในเรื่องนี้พระเจ้ากรุงสยาม ก็ไม่ได้มีพระราชประสงค์อย่างอื่นนอกจากจะให้ประเทศฝรั่งเศส ได้มีชื่อเสียงและให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้รับประโยชน์เท่านั้น และทรงหวังว่าการที่ทรงพระกรุณาแก่ชาวเมืองฝรั่งเศสนั้น คงจะทำให้ผลประโยชน์ของชาวฝรั่งเศสได้เพิ่มพูลทวีขึ้น


๒๖ อนึ่งการที่พระเจ้ากรุงสยาม นายของข้าพเจ้าได้ให้สร้างป้อมในที่ต่าง ๆ ซึ่งได้ทำกันโดยไม่มีช่างอันชำนาญวิชาสร้างป้อม แต่ถึงกระนั้นบรรดาศัตรูหมู่ปัจจามิตร์ก็ยังตีป้อมเหล่านั้นไม่แตกนั้น ก็เพื่อประสงค์สำหรับ จะให้พวกฝรั่งเศสได้เข้ามาในพระราชอาณาเขตได้โดยสดวก มิได้สร้างป้อมไว้สำหรับป้องกันพระราชอาณาเขตหามิได้ เพราะฉนั้นถ้าพระราชไมตรีที่ทรงมีไว้กับประเทศฝรั่งเศสเปนสิ่งที่ควรยืดยาวไปแล้ว ก็จะได้โปรดให้ทำลายป้อมเหล่านั้นเสีย และจะได้ทรงคุมรี้พลสกลโยธาช้างม้ายกกองทัพออกต่อสู้พวกฮอลันดาหรือชาติอื่น ๆ อันจะมาเปนศัตรูต่อพระองค์ ดุจที่เคยยกทัพออกปราบข้าศึกที่ใกล้เคียงเช่นเจ้าแผ่นดินมอญ ลาว เขมร อันได้ยกรี้พลสกลโยธามาต่อสู้กับพระองค์ แต่สู้พระเดชานุภาพของพระองค์ไม่ได้จนรายเดียว เพราะฉนั้นจึงทรงเชื่อว่า ถ้าพระองค์จะต้องทำศึกสงคราม กับบรรดาบุคคลที่เปนพ่อค้าอันมิรู้จักพระเดชพระคุณของพระองค์แล้ว พระองค์ก็คงจะทรงมีไชยชนะเปนแน่ พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า จึงมีรับสั่งให้ข้าพเจ้าชี้เหตุผลเหล่านี้ให้ท่านฟัง เพราะเปนข้อที่สำคัญมาก และการเรื่องนี้ก็เกี่ยวในทางได้ ทางเสียของประเทศฝรั่งเศสมากกว่าประเทศสยาม เพราะฉนั้นที่ทรงเปนพระราชธุระเช่นนี้ ก็เพราะทรงรักใคร่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมาก


คำตอบของเชอวาเลียเดอโชมอง ตอบจดหมายที่พระเจ้ากรุงสยาม ได้โปรดให้เขียนมา ถ้าแม้ว่าการที่ข้าพเจ้าได้รับความต้อนรับในประเทศอย่าง ๑ การที่เจ้านายและข้าราชการผู้ใหญ่ได้ให้เกียรติยศแก่ข้าพเจ้าอย่าง ๑ และการที่พระเจ้ากรุงสยาม ได้ทรงพระกรุณาโปรดให้ข้าพเจ้าเฝ้าเปนพิเศษอีกอย่าง ๑ ไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้าเห็นว่าพระเจ้ากรุงสยามได้ทรงรักใคร่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าก็จะต้องสารภาพว่า เมื่อได้อ่านจดหมายฉบับนี้จบแล้ว ก็ได้ทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจว่า การที่พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงมีพระราชไมตรีกับประเทศฝรั่งเศสนั้น ก็โดยมิใช่ทรงหวังจะหาประโยชน์ในส่วนพระองค์เลย แต่การที่ทรงพระราชดำริห์ต่าง ๆ นั้น ก็เพื่อจะพระราชทานเกียรติยศให้แก่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส นายของข้าพเจ้าและเพื่อจะทรงหาประโยชน์ แก่ชาวประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น เมื่อข้าพเจ้ามาพิเคราะห์ถึงความเจริญ และถึงพระเดชานุภาพของพระเจ้ากรุงสยามอย่าง ๑ เมื่อมาพิเคราะห์ถึงพระอภินิหารและความสง่าผ่าเผยของพระราชสำนักอย่าง ๑ เมื่อพิเคราะห์ถึงความมั่งคั่งบริบูรณ์ของพระคลังหลวงอย่าง ๑ เมื่อพิเคราะห์ถึงจำนวนไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินอันมีจำนวนมากมายก่ายกอง ซึ่งล้วน



๒๘ แต่เปนคนที่มีรูปร่างแข็งแรงสมควรจับอาวุธได้ทุกคนอย่าง ๑ เมื่อข้าพเจ้ามาพิเคราะห์ว่าชายแดนของพระองค์ ล้วนแต่มีการพิทักษ์รักษาอย่างแข็งแรงอย่าง ๑ เมื่อพิเคราะห์ว่าพระองค์มีช้างถึงสองหมื่นเชือกอย่าง ๑ เมื่อพิเคราะห์ถึงป้อมคูประตูหอรบอันมีอยู่ในพระราชอาณาเขตจะจัดให้เปนที่มั่นคงแข็งแรง ได้ในไม่ช้าวันอย่าง ๑ และเมื่อพิเคราะห์เห็นว่า ตามลำแม่น้ำก็มีปืนใหญ่จุกช่องอยู่ตลอดลำแม่น้ำอีกอย่าง ๑ นั้น เมื่อมาพิเคราะห์เห็นข้อทั้งปวงตามที่กล่าวมาแล้วนั้น จึงทำให้ข้าพเจ้าเชื่อในข่าวลือว่าพวกฮอลันดาจะมาคิดทำร้ายในพระราชอาณาเขต และยากที่ข้าพเจ้าจะเชื่อว่าพวกฮอลันดา จะไร้สติจนถึงกับจะมาทำสงครามกับพระเจ้ากรุงสยาม เพราะเหตุว่าถ้าพวกฮอลันดาได้กล้าถึงเพียงนั้นแล้ว ไม่ช้าพระเจ้ากรุงสยามก็คงจะทำให้พวกฮอลันดาเสียใจที่ตัวได้กล้าเช่นนี้ อีกประการ ๑ ข้อที่จะทำให้ข้าพเจ้าได้มั่นใจขึ้นอีกว่าพวกฮอลันดาคงจะไม่กล้ามารบกวนไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของพระเจ้ากรุงสยาม นั้น ก็โดยในจดหมายฉบับนั้นมีความอยู่ว่าทั้งพระเจ้ากรุงสยามหรือเสนาบดีก็มิได้ทำให้พวกฮอลันดาขัดเคืองอย่างใดเลย และการที่เชื่อว่าเหตุที่ทำให้เกิดศัตรูขึ้นเช่นนี้ ก็เพราะเหตุที่พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงพระเมตตา กรุณา แก่ชาติฝรั่งเศสหลายปีมาแล้วนั้นเห็นจะเป็นการที่เข้าใจผิด เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่าแต่เพียงออก


๒๙ พระนามพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้า ก็อาจทำให้พวกกศัตรูเหล่านั้นครั่นคร้ามเสียแล้ว และข้าพเจ้าอาจรับรองได้ว่าเมื่อพวกฮอลันดาได้ทราบว่าประเทศทั้งสองได้เปนพระราชไมตรี อย่างสนิธแน่น หนาแล้ว พวกฮอลันดาก็คงไม่กล้าทำการในสิ่งที่ผิดไปได้ และในเรื่องนี้ข้าพเจ้าขอรับรองต่อพระเจ้ากรุงสยาม ว่าข้าพเจ้าจะได้เปนธุระจัดการให้พวกฮอลันดาได้รู้สึกในพระราชไมตรีนี้ และให้พวกฮอลันดาเข้าใจว่า การที่จะมารบกวนพระเจ้ากรุงสยามนั้น เท่ากับเปนการทำให้ขัดพระทัยพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้า ถ้าจะตรวจดูในพงศาวดารก็อาจจะเห็นความจริงดังที่ข้าพเจ้ายกมาอ้างนี้ได้ ในข้อที่รับสั่งถามข้าพเจ้าว่า ถ้าหากว่าเปนการจำเปนที่จะต้องทำศึกสงครามกับพวกฮอลันดาแล้ว พระเจ้ากรุงสยามจะควรปฏิบัติประการใดนั้น ข้อนี้ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าจะกราบทูลตอบได้อย่างไร ถ้าข้าพเจ้ามีกองทัพบกและกองทัพเรืออยู่ในที่นี้แล้ว ข้าพเจ้าก็จะได้ถวายโดยทันที และการที่ข้าพเจ้าจะถวายกองทัพบกกองทัพเรือนั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส นายของข้าพเจ้าก็คงจะทรงเห็นชอบด้วยเปนแน่ แต่เมื่อข้าพเจ้ามีแต่คนมาด้วยซึ่งจำเปนจะต้องกลับไปพร้อมกับข้าพเจ้าด้วยนั้น ข้าพเจ้าก็หารู้ที่จะทำอะไรได้ไม่ นอกจากจะเอาใจช่วยให้พรขอให้พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงมีไชยชนะแก่หมู่ปัจจามิตร์เท่านั้น แต่ข้าพเจ้าจะกราบทูลรับรองได้ว่า ถ้าพระเจ้ากรุงสยามจะต้องทำสงครามแล้ว พระเจ้ากรุง


๓๐ ฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้าคงจะทรงเปนธุระจัดการ ให้ศัตรูของพระองค์ได้เลิกการสงคราม เพื่อพระองค์จะได้อยู่เปนสุขสมกับความดีที่ได้ทรงทำมาแล้ว แต่บริษัทฝรั่งเศสนั้น ตามจริงก็ยังหาได้มาตั้งในประเทศสยามไม่ แต่เมื่อบริษัทได้เห็นพระเมตตาของพระเจ้ากรุงสยามแล้ว ก็เปนอันเชื่อได้ว่าบริษัทคงจะได้มาตั้งการค้าขาย เปนหลักฐานและคงจะทำการค้าขายอย่างใหญ่โตมาก และยิ่งพระเจ้ากรุงสยามได้ทรงพระกรุณาพระราชทานเมืองสงขลาให้เช่นนี้ บริษัทก็คงจะได้รีบมาจัดทำป้อมและป้องกันบ้านเมืองอย่างแข็งแรง และถ้าพระเจ้ากรุงสยามมีพระราชประสงค์ จะให้บริษัทได้รับเอาเมืองสงขลาแต่บัดนี้แล้ว บริษัทจะได้ส่งธงขาวมาเปนเครื่องหมายทีเดียว ในข้อที่พระเจ้ากรุงสยาม มีพระราชประสงค์จะให้ข้าพเจ้าแนะนำถึงวิธีที่จะจัดการให้พระราชไมตรี ในระหว่างพระเจ้าแผ่นดินทั้งสองได้เปนไมตรีอันสนิธแน่นหนาชั่วกาลนานนั้น ข้าพเจ้าจะต้องกราบทูลตามความจริงในใจว่า เมื่อข้าพเจ้าได้ออกจาก ประเทศฝรั่งเศสนั้น พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้ายังหาทรงทราบไม่ว่าการในประเทศสยามความจริงจะเปนอย่างไร และไม่ได้ทรงทราบในพระราชประสงค์ของพระเจ้ากรุงสยามเลย เพราะ ฉนั้นข้าพเจ้าจึงไม่ได้รับคำสั่งแต่ฉเพาะอย่างใด ๆ เปนแต่รับคำสั่งเปนสามัญทั่วไปเท่านั้น แต่ถ้าพระเจ้ากรุงสยามจะทรงพระกรุณารับ


๓๑ สั่งให้ข้าพเจ้าทราบถึงพระราชประสงค์และพระราชดำริห์แล้ว ข้าพเจ้า เชื่อว่าเมื่อราชทูตไทยได้กลับมาเมื่อใด ก็คงจะได้รับความพอพระทัยทุกอย่าง และข้าพเจ้าไม่มีความสงสัยเลยว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคงจะได้ตอบข้อพระราชไมตรี สมกับที่พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงพระกรุณาเอื้อเฟื้อแก่สาสนาคริศเตียน ชึ่งเปนสิ่งที่จะทำให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสพอพระทัยยิ่งกว่าอย่างอื่นทั้งหมด และซึ่งจะทำให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมีพระทัยช่วยพระเจ้ากรุงสยามด้วย

หนังสือสัญญาที่ได้ทำกันในระหว่างเชอวาเลียเดอโชมองเอกอัคราชทูตของพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส กับ มองซิเออร์คอนซตันซ์ฟอลคอน ผู้แทนสมเด็จพระนารายณ์พระเจ้ากรุงสยาม พระราชทานพระราชานุญาตให้บริษัทฝรั่งเศสส่งพ่อค้าฝรั่งเศสมาทำการค้าขายในอินเดียตวันออก ๑ ด้วยเอกอัคราชทูตฝรั่งเศสขอพระทานพระราชานุญาต ให้บริษัทฝรั่งเศสได้มาตั้งห้างในพระราชอาณาจักร์สยาม พระเจ้ากรุงสยามทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระ ราชานุญาตให้บริษัทฝรั่งเศสตั้งห้างได้ตามความประสงค์ ๒ เอกอัคราชทูตฝรั่งเศขอพระราชทานพระราชานุญาตให้บริษัทฝรั่งเศสได้ทำการค้าขาย ในพระราชอาณาจักร์สยามโดยไม่มีข้อขีดขั้น และขอพระราชทานได้รับความยกเว้นภาษีอากรทั้งปวงทั้งขาเข้าแลขาออกด้วย

๓๒ พระเจ้ากรุงสยามทรงโปรดปราน รักใคร่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส มาก จึงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระราชานุญาต ให้บริษัทฝรั่งเศส ได้ทำการค้าขายในพระราชอาณาเขต โดยไม่มีข้อขีดขั้นอย่างใด และไม่ต้องเสียภาษีทั้งขาเข้าขาออก แต่บริษัทจะต้องยอมให้เจ้าพนักงารด่านภาษีตรวจค้นของได้ ตามแบบธรรมเนียมในพระราชอาณาเขตนี้ เจ้าพนักงารและคนใช้ของบริษัท จะเอาสินค้าของบริษัทหรือบุคคลอื่น ๆ เข้าออกโดยอ้างนามของบริษัทฝรั่งเศสไม่ได้ ถ้าเจ้าพนักงารหรือคนใช้ของบริษัทคนหนึ่งคนใด ได้ทำผิดข้อสัญญานี้แล้วสิทธิต่าง ๆ ซึ่งได้พระราชทานให้แก่บริษัทนั้นต้องเปนอันงดเลิก จนกว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ผู้ทรงพระปรีชาญาณจะได้ตัดสินในเรื่องนี้ต่อไป ในส่วนที่ว่าบริษัทจะทำการค้าขายโดยไม่มีข้อขีดขั้นได้นั้น ต้องเปนที่เข้าใจกันว่า บริษัทจะซื้อขายสินค้าได้ทุก ๆ อย่างเว้นแต่สินค้าที่ผิดกฎหมายเท่านั้น สินค้าที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ บริษัทจะซื้อได้ก็แต่ฉเพาะจากคลังหลวง หรือจากพ่อค้าที่ได้รับสินค้านั้น ๆ มาจากเจ้าพนักงาร คลังหลวง บริษัทมีสิทธิที่จะซื้อหรือขายสรรพสินค้าต่าง ๆ ได้ตามชอบใจ อันเปนสินค้าที่ชาวต่างประเทศได้พาเข้ามาในพระราชอาณาเขตหรือสินค้าซึ่งพลเมืองในพื้นบ้านเมืองเอามาซื้อขาย หรือเปนสินค้าซึ่งบริษัทจะได้นำเข้ามาเองได้ทั้งสิ้น ถ้าหากพระเจ้ากรุงสยาม


๓๓ จะมีพระราชประสงค์ในสินค้าเหล่านี้ บางสิ่งบางอย่างสำหรับใช้ในราชการแล้ว พระเจ้ากรุงสยามจะต้องเลือกสินค้านั้น ๆ ไว้ก่อน อนึ่งเปนที่ตกลงกันอีกข้อ ๑ ว่า เจ้าพนักงารหรือคนใช้ของบริษัท จะซื้อสินค้าไว้ได้แต่ฉะเพาะสำหรับบริษัทฝรั่งเศสเท่านั้นถ้าเจ้าพนักงารหรือคนใช้ของบริษัทไม่ปฏิบัติตามความข้อนี้ แต่กลับไปเข้าหุ้นหรือทำการค้าขายกับพ่อค้าอื่น ๆ ซึ่งอาจจะทำให้การค้าขายของประเทศสยามติดขัดไปแล้วเช่นนี้ สิทธิต่าง ๆ อันได้พระราชทานให้บริษัทนั้นต้องเปนอันงดเลิก จนกว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสผู้ทรงพระปรีชาญาณจะได้ทรงตัดสินต่อไป ๓ เอกอัคราชทูตฝรั่งเศสขอพระราชทานพระราชานุญาตต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ให้บริษัทได้บันทุกสินค้าของบริษัทลงเรือต่างประเทศเพื่อนำส่งไปในที่ต่าง ๆ ได้ และขอพระราชทานยกเว้นมิต้องให้สินค้า อันได้บันทุกลงเรือต่างประเทศต้องเสียภาษีอย่างใด แต่สินค้าเหล่านั้นทั้งขาไปและขามาจะต้องอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัททุกเมื่อ ถ้าแม้ว่าสินค้าเหล่านี้อยู่ในความรับผิดชอบของพ่อค้าต่างประเทศแล้ว จึงต้องให้สินค้านั้น ๆ ได้เสียภาษีตามธรรมเนียม พระเจ้ากรุงสยามโปรดพระราชทานพระราชานุญาต ให้บริษัทได้บันทุกสินค้าต่าง ๆ ลงเรือต่างประเทศได้ทุกลำ โดยไม่ต้องเสียภาษีทั้งขาเข้าและขาออก แต่ถ้าบริษัทได้ขายสินค้า


๓๔ เหล่านั้นโดยราคายืนตัว ซึ่งไม่มีทางจะขาดทุนนอกจากจะขาดทุนด้วยอันตรายของทะเลแล้ว สินค้าเหล่านั้นก็จะต้องเสียภาษีตามธรรมเนียม เจ้าพนักงารหรือคนใช้ของบริษัท จะเอาสินค้าบันทุกลงเรือในนามของตัวเองไม่ได้ จะเอาสินค้าบันทุกลงเรือได้ก็แต่ฉะเพาะสินค้าของบริษัทเท่านั้น ถ้าเจ้าพนักงารหรือคนใช้ของบริษัทคนหนึ่งคนใด ได้ทำผิดในข้อนี้ โดยเอาสินค้าบันทุกลงเรือและอ้างเอานามของบริษัทมาหลอกลวงแล้ว เจ้าพนักงาร จะได้ริบสินค้านั้น ๆ เสีย และจะได้แบ่งออกเปน ๓ ส่วน ริบส่งเข้าท้องพระคลังหลวงเสีย ๒ ส่วน อีกส่วน ๑ นั้น จะได้ยกให้แก่โจทย์ผู้นำความมาแจ้ง ๔ เอกอัคราชทูตขอว่า ถ้าบริษัทจะต้องการส่งสินค้าไปในที่แห่งใด ซึ่งเปนแห่งที่บริษัทยังไม่เคยได้ส่งสินค้าไปเลยนั้นก็ขอพระราชทานพระราชานุญาตให้บริษัทจัดสินค้านั้น ๆ บันทุกเรือลำ ๑ หรือ ๒ ลำ หรือมากกว่า ๒ ลำ แล้วแต่ความต้องการของบริษัทได้ และขอพระราชทานได้รับความยกเว้นตามข้อ ๓ ด้วย สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ทรงพระกรุณาโปรดให้ยกเว้นตามข้อ ๓ ได้


๓๕ ๕ เอกอัคราชทูตฝรั่งเศสขอร้องว่า ถ้าคนฝรั่งเศสซึ่งเปนคนใช้ของบริษัทก็ดี หรือคนฝรั่งเศสอื่น ๆ ซึ่งมิได้รับราชการของพระเจ้ากรุงสยามก็ดี ได้เกิดวิวาทบาดหมางซึ่ง กันและกันแล้ว ขอพระราชทานพระราชานุญาตให้นายเรือของบริษัทรับชาวฝรั่งเศสนั้น ๆ ขึ้นเรือได้ หรือถ้าชาวฝรั่งเศสคนใดเกิดเปนผู้ร้ายลักทรัพย์ขึ้น ก็ขอพระราชานุญาตให้นายเรือนั้น ๆ ทำโทษแก่ผู้กระทำผิด ตามข้อบังคับของบริษัทได้ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม โปรดพระราชทานพระราชานุญาตว่า ชาวฝรั่งเศสทุก ๆ คน ซึ่งมิได้รับราชการของพระเจ้ากรุงสยามหรือมิได้ทำราชการกับเสนาบดีข้าราชการแล้ว ถ้าได้ทำความผิดลักทรัพย์ของบริษัทก็ดี หรือลักทรัพย์กันเองก็ดี หรือกระทำความผิดอย่างอื่นก็ดี ให้นายเรือฝรั่งเศสมีอำนาจที่จะลงโทษชาวฝรั่งเศสผู้ที่กระทำผิดได้ แต่ในคดี ใด ๆ ก็ตาม ถ้าโจทย์ก็ดีจำเลยก็ดี ไม่พอใจในคำตัดสินของนายเรือฝรั่งเศส และได้ทำเรื่องราวยื่นคำร้องขอรับความยุติธรรม ต่อเสนาบดีฝ่ายสยามแล้วพระเจ้ากรุงสยามโดยทรงพระเมตตากรุณา แก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส จะทรงงดไม่พระราชทานความยุติธรรมให้แก่ชาวฝรั่งเศสไม่ได้อยู่เอง เพราะฉนั้นเมื่อได้รับเรื่องราวเช่นนี้แล้ว พระเจ้ากรุงสยามจะได้มีรับสั่งงดคำตัดสินของนายเรือฝรั่งเศสเสีย รอไปจนกว่าจะได้นำคดีนั้นกราบทูลพระ


๓๖ เจ้ากรุงฝรั่งเศส และจนกว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะได้มีรับสั่งมาว่าประการใด ถ้าหากว่าจะมีชาวฝรั่งเศสคนใช้ของบริษัทก็ดี หรือชาวฝรั่งเศสคนอื่น ๆ ก็ดี ได้ทำความผิดในฐานอาญาหรือแพ่งก็ตามแต่โจทย์มิได้เปนคนฝรั่งเศสแล้ว คดีนั้นจะต้องพิจารณาในศาลของบ้านเมือง แต่นายเรือฝรั่งเศสจะไปนั่งพิจารณาคดีพร้อมด้วยผู้พิพากษาของพระเจ้ากรุงสยามก็ได้ และคดีนั้นต้องพิพากษาไปตามกฎหมายของบ้านเมือง แต่ในเรื่องนี้พระเจ้ากรุงสยามทรงพระราชดำริห์เห็นว่า ถ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้จัดส่งผู้พิพากษาผู้มีคุณวุฒิสำหรับมาพิจารณาคดีชนิดนี้แล้ว จะเปนการสดวกกว่า นายเรือของบริษัทจะได้ไม่ต้องเสียเวลาขาดประโยชน์ในการค้าขาย ๖ เอกอัคราชทูตฝรั่งเศส ขอพระราชทานพระราชานุญาต ให้บริษัทฝรั่งเศสได้ค้าขายดิบุกที่เมืองภูเก็จ และเมืองขึ้นของภูเก็จได้แต่ฝ่ายเดียว โดยห้ามมิให้ประเทศอื่น ๆ ค้าขายดิบุกในเมืองนั้นได้ และเพื่อบริษัทจะได้ทำการค้าขายดิบุกได้โดยสดวก จึงขอพระราชทานพระราชนุญาต ให้บริษัทได้ปลูกห้างขึ้นในที่แห่งหนึ่งแห่งใดอันสมควร ข้างฝ่ายบริษัทจะต้องส่งเรือมาจากฝั่งคอรอมันเดล บันทุกสินค้าต่าง ๆ มายังเมืองภูเก็จปีละ ๑ ลำ ทุก ๆ ปี


๓๗ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้บริษัทค้าขายดิบุกในเมืองภูเก็จและเมืองขึ้นของภูเก็จได้แต่ฝ่ายเดียว โดยห้ามมิให้ประเทศอื่น ๆ ค้าขายดิบุกในเมืองนั้นได้ และโปรดพระราชทานพระราชานุญาตให้บริษัทสร้างห้างในเมืองภูเก็จได้ แต่บริษัทจะต้องส่งแบบห้างให้เสนาบดีฝ่ายสยามดูเสียก่อน เมื่อเสนาบดีเห็นชอบแล้ว บริษัทจะต้องสร้างห้างตามแบบนั้นทุกประการ จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้เปนอันขาด และฝ่ายบริษัทจะต้องนำสินค้าต่าง ๆ อันจำเปนสำหรับการค้าขายของพลเมืองเมืองภูเก็จและเมืองขึ้นของภูเก็จ เพื่อมิให้ชาวเมืองภูเก็จต้องไปเที่ยวหาสิ่งที่จำเปนจะต้องใช้สอยจากที่อื่น ถ้าแม้ว่าบริษัทมิได้กระทำตามที่ได้กล่าวมาในข้อนี้จงถี่ถ้วนทุกประการแล้ว พลเมืองเมืองภูเก็จและเมืองขึ้นของภูเก็จจะไปทำการค้าขายกับชาวต่างประเทศอื่น ๆ ก็ได้และบริษัทจะหาว่าทำผิดสัญญาข้อนี้ไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นพระเจ้ากรุงสยามจะโปรดให้เก็บภาษีดิบุกในเมืองภูเก็จ และเมืองขึ้นของภูเก็จ ตามธรรมเนียมที่เคยเก็บมาก็ได้ โดยบริษัทจะร้องคัดค้านอย่างใดไม่ได้ ๗ เอกอัคราชทูตฝรั่งเศส ขอพระราชทานพระราชานุญาตให้บริษัทตั้งห้างในที่แห่งใด ๆ ซึ่งบริษัทจะเห็นสมควร สำหรับการค้าขายในพระราชอาณาจักร์สยามได้ และขอให้ห้างนั้น ๆ


๓๘ ได้รับสิทธิเหมือนกับห้างที่ตั้งในกรุงศรีอยุธยาทุกประการ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามพระราชทานพระราชานุญาต ตามคำขอของเอกอัคราชทูตข้อนี้ แต่เมื่อจะตั้งห้างในที่ใดต้องให้เสนาบดีของพระเจ้ากรุงสยามได้เห็นชอบด้วยเสียก่อน และบริษัทจะไปตั้งห้างในที่ใดซึ่งเสนาบดีไม่เห็นชอบด้วยนั้นไม่ได้ ๘ เอกอัคราชทูตฝรั่งเศส กราบทูลขอต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามว่า ถ้าเรือของบริษัทจะเปนเรือเล็กหรือเรือใหญ่ก็ตามได้ถูกอัปปางแตกตามฝั่งชายทะเลในพระราชอาณาเขตแล้ว ก็ขอพระราชทานพระราชานุญาต ให้นายเรือได้ขนของขึ้นจากเรือเท่าที่จะเอาขึ้นได้ โดยเจ้าบ้านเจ้าเมืองหรือผู้ใดจะห้ามปรามขัดขวางไว้ไม่ได้ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทาน พระราชานุญาตตามคำขอของเอกอัคราชทูตฝรั่งเศส และที่พระราชทานพระราชานุญาตเช่นนี้ ก็ตามแบบอย่างและกฎหมายที่เคยปฏิบัติมาแล้ว และเปนแบบสำหรับกรุณาแก่ผู้ที่ถูกเรือแตก ๙ เอกอัคราชทูตฝรั่งเศส ขอพระราชทานพระราชานุญาตให้หัวหน้าห้างฝรั่งเศส ไปตั้งห้างที่เมืองสงขลาทันที ตามที่พระเจ้ากรุงสยามได้พระราชทานไว้ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามยกเมืองสงขลาและเมืองขึ้นของเมืองสงขลา พระราชทานให้แก่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และพระ


๓๙ ราชทานพระราชานุญาตให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส สร้างป้อมหรือจะทำอะไรในเมืองสงขลาได้แล้วแต่พระทัย แต่ในเรื่องนี้ด้วยเหตุผลต่าง ๆ อันได้ชี้แจงให้ท่านราชทูตทราบไว้แล้ว ยังไม่สมควรที่จะเปิดเผยให้เปนการอื้อฉาว จนกว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะได้ทรงทราบในเรื่องนี้ และจนกว่าจะได้ทราบพระกระแสของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสด้วย หนังสือสัญญาฉบับนี้ ได้ทำที่เมืองลพบุรี ณวันที่ ๑๑ เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) (เซน) ฟอลคอน

สมเด็จพระนารายณ์ ได้รับสั่งแก่ข้าพเจ้าในเวลาที่ข้าพเจ้าได้เฝ้าอยู่คราว ๑ นั้นว่า ข้าพเจ้าเปนนักรบผู้หนึ่ง เพราะฉนั้นมีพระราชประสงค์อยากให้ข้าพเจ้าขึ้นไปเมืองลพบุรี เพื่อไปตรวจดูป้อม และให้ข้าพเจ้ากราบทูลว่า ป้อมเหล่านั้นจะควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง และถ้าข้าพเจ้าได้แนะนำอย่างไร ก็จะได้ทรงจัดการตามคำแนะนำของข้าพเจ้าทุกอย่าง ข้าพเจ้าได้ขึ้นไปยังเมืองลพบุรีตามพระราชประสงค์ และเมื่อได้เฝ้าอีกคราว ๑ ก็ได้กราบทูลในเรื่องป้อมทุกประการ แล้วจึงได้มีรับสั่งให้ข้าพเจ้า ไปกะที่สำหรับจะสร้างวัดพระราชทานแก่สังฆราชด้วย ข้าพเจ้าได้เฝ้าคราวใด ก็ได้มีรับสั่งแต่เรื่อง


๔๐ สังฆราชทุกคราวมิได้เว้นเลย และได้ทรงแสดงว่าทรงโปรดปรานสังฆราชมาก เพราะเปนคนตั้งอยู่ในศีลในธรรม ทั้งทรงแสดงยินดีว่า พวกคณะบาดหลวงเยซวิตได้ปรองดองกับท่านสังฆราชแล้ว ในข้อนี้ได้รับสั่งกับข้าพเจ้าถึง ๒ ครั้ง เมื่อคราว ๑ ที่ข้าพเจ้าได้เฝ้า ข้าพเจ้าจึงได้กราบทูลว่า การ ที่ได้ทรงโปรดปรานและทรงพระเมตตาแก่สังฆราชนั้น เปนเรื่องที่ข้าพเจ้าจะได้นำความไปกราบทูล พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะกราบทูลรับรองได้ว่า เรื่องนี้คงจะทำให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงปีติยินดีมาก และคงจะไม่มีเวลาลืมได้เลย คราว ๑ ข้าพเจ้าได้เฝ้าพระเจ้ากรุงสยามในป่าในเวลาที่เสด็จล่าเนื้อ จึงได้รับสั่งให้ข้าพเจ้ากราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ว่าถ้าในประเทศสยามมีขนบธรรมเนียมอย่างใด ที่ไม่ต้องด้วยขนบธรรมเนียมในประเทศฝรั่งเศสแล้ว ก็ขอให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสรับสั่งมาให้ทราบ จะได้ทรงเปลี่ยนแปลงหรือลบล้างธรรมเนียมนั้นเสียทีเดียว แล้วได้รับสั่งให้ข้าพเจ้ากราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ฝากฝังมองซิเออร์คอนซตันซ์ด้วย และขอให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงถือว่า มองซิเออร์คอนซตันซ์เปนคนที่ทำราชการดีมาก และ


๔๑ เปนคนที่พระเจ้ากรุงสยามโปรดมาก ในเวลานี้มองซิเออร์คอนซตันซ์มีศัตรูที่เกลียดชังมาก พระองค์เองก็ทรงพระชราแล้ว ถ้าสวรรคตลงเวลาใด ราชการในแผ่นดินสยามก็คงจะเปลี่ยนแปลงไปหมด เพราะฉนั้นบางทีมองซิเออร์คอนซตันซ์จะต้องออกจากเมืองไทย ไปอาศรัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศสก็จะเปนได้ ข้าพเจ้าจึงกราบทูลว่า ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคงจะทรงชุบเลี้ยงมองซิเออร์คอนซตันซ์ไว้ และขอให้ทรงวางพระทัยว่า ประเทศฝรั่งเศสคงจะเปนที่อาศรัยของมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้แห่ง ๑ และประเทศฝรั่งเศสคงจะรับเลี้ยงตามคุณวุฒิของเขาแล้วก็เลยรับสั่งในเรื่องอื่น ๆ อีกหลายเรื่อง ท่านสังฆราชจึงขอนำบาดหลวงเดอลียอน และบาดหลวงวาเชเฝ้าเพื่อทูลลา แต่สมเด็จพระนารายณ์รับสั่งว่าคนสองคนนี้ เท่ากับเปนคนอยู่ในราชสำนัก และทรงถือว่าเปนเหมือนบุตร์ของพระองค์ เพราะฉนั้นเมื่อจะทูลลา ก็ต้องไปเฝ้าทูลลาในพระราชวัง แล้วพระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่งถึงเรื่องราชทูต ที่จะทรงแต่งไปยังประเทศฝรั่งเศส ได้ทรงมอบหมายฝากฝังกับข้าพเจ้าและรับสั่งว่าราชทูตเหล่านี้เปนคนต่างประเทศ เพราะฉนั้นขอให้ข้าพเจ้าชี้แจงสั่งสอนให้ราชทูต รู้จักขนบธรรมเนียมของ


๔๒ ประเทศฝรั่งเศสให้ด้วย ข้าพเจ้าจึงได้กราบทูลว่า ข้าพเจ้ามีความยินดีและเต็มใจที่จะสั่งสอนชี้แจง ให้ราชทูตได้รู้จักแบบแผนของประเทศฝรั่งเศส และจะได้ลงมือสั่งสอนชี้แจงในเรือในระหว่างเดิรทาง ข้าพเจ้าได้เฝ้าในครั้งสุดท้ายนั้น พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงกำชับให้ข้าพเจ้านำความทุก ๆ อย่าง ไปกราบทูลต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้า และให้ข้าพเจ้าทูล ว่า ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องพระราชประสงค์ ยิ่งกว่าพระราชประสงค์ไมตรีของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และถ้ามีโอกาศคราวใด พระองค์ก็จะทรงแสดงไมตรีต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเสมอไป แล้วรับสั่งขอให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้รับสั่งมาว่า ของแปลก ๆ ในประเทศอินเดียจะมีสิ่งไรที่จะต้องพระราชประสงค์บ้าง จะได้ทรงจัดทำถวายด้วยความยินดี และรับสั่งให้ข้าพเจ้าทำบาญชีของต่าง ๆ ส่งไว้กับมองซิเออร์คอนซตันซ์ ให้ทราบว่าของแปลก ๆ ในประเทศอินเดียจะมี สิ่งไรที่จะเปนของต้องพระทัยของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสบ้าง เมื่อได้ทรงทราบตามบาญชีแล้ว จะได้ทรงจัดคนให้ไปจัดทำในเมืองจีนและยี่ปุ่น เมื่อบาดหลวงเดอลียอนและบาดหลวงเลอวาเชได้เฝ้าทูลลานั้น ได้โปรดพระราชทานไม้กางเขนทองคำคนละอัน ส่วนตัวข้าพเจ้านั้นได้ทรงยกย่องให้เกียรติยศแก่ข้าพเจ้าเปนอันมาก และได้


๔๓ พระราชทานพานทองให้ข้าพเจ้า ๑ พาน ซึ่งเปนสิ่งที่พระราชทานแต่ฉเพาะคนมีศักดิ์สูงเท่านั้น พานทองชนิดนี้มีแต่หลานเจ้าแผ่นดินเขมรที่ได้อยู่คนเดียวเท่านั้น พานทองมีหลายอย่างและพระเจ้าแผ่นดินก็พระราชทานให้ตามเกียรติยศของผู้นั้น เมื่อผู้ใดได้พานทองแล้ว ผู้นั้นก็ได้รับยศเปนออกญา ซึ่งตรงกับยศดุกในประเทศฝรั่งเศส แล้วข้าพเจ้าก็ทูลลาออกมาจากที่เฝ้า ข้าพเจ้าจะต้องยกย่องสรรเสริญท่านสังฆราชซึ่งเปนผู้ที่โอบอ้อมอารี ข้าพเจ้ายังไม่ได้เคยพบใครเลยที่จะอยู่ในศีลในธรรมเคร่งครัดเหมือนกับสังฆราชคนนี้ ในระหว่างเวลาที่ข้าพเจ้ามาเปนราชทูตนั้น เมื่อจะทำการสิ่งใดก็ได้นำความหารือท่านสังฆราชทุกเรื่อง ฝ่ายท่านบาดหลวงเดอชัวซีและบาดหลวงเดอลียอนนั้นก็ได้เข้าเฝ้าพระเจ้ากรุงสยามพร้อมกับข้าพเจ้าทุกคราว คนทั้ง ๒ นี้เปนคนที่มีวุฒิและเปนคนมีสติปัญญาเฉียบแหลมมาก ข้าพ เจ้าเปนที่พอใจทั้งสองคน





จดหมายบันทึกของมองซิเออร์ฟอลคอน อัคมหาเสนาบดีของพระเจ้ากรุงสยาม เรื่องพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแต่งทูตมา เพื่อเชิญให้พระเจ้ากรุงสยามได้เข้ารีต พอท่านเชอวาเลียเดอโชมอง ได้มาถึงสันดอนแม่น้ำเจ้าพระยา มองซิเออร์วาเชกับบาดหลวงเดอลียอน ได้รีบล่วงหน้าไปหามองซิเออร์ ฟอลคอนก่อน เพื่อไปรายงารให้ทราบถึงเรื่องการต่าง ๆ ที่ได้ไปเจรจาที่ประเทศฝรั่งเศส มองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้ถามมองซิเออร์วาเชว่า นอกจากการที่ราชทูตฝรั่งเศสจะมาเฝ้าสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามโดยปรกติแล้ว ราชทูตฝรั่งเศสได้รับสั่งเปนพิเศษให้มากราบทูลสมเด็จพระนารายณ์บ้างหรือไม่ มองซิเออร์วาเชจึงตอบว่า ข้อนั้นมองซิเออร์วาเชหาทราบไม่ และการที่พระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ได้ทรงแต่งทูตมาในคราวนี้ คงจะไม่มีกิจอย่างอื่น นอกจากจะมาขอบพระเดชพระคุณ ในการที่สมเด็จพระนารายณ์ได้ทรงแต่งทูตไปยังประเทศฝรั่งเศส ที่เปนอันตรายสูญหายไปเท่านั้นเอง รุ่งขึ้นท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ ได้ไปยังบ้านมองซิเออร์ ฟอลคอน พอมองซิเออร์ฟอลคอนได้เห็นท่านสังฆราชก็ได้ถามว่าท่านสังฆราชทราบหรือไม่ว่า การที่ราชทูตฝรั่งเศสได้มายัง



๔๕ ประเทศ สยามคราวนี้จะมาด้วยกิจเรื่องอันใด สังฆราชเตอเมเตโลโปลิศจึงได้ตอบว่า ทราบแต่ว่าราชทูตมาคราวนี้ได้รับอำนาจมาเต็มที่ที่จะจัดการใหญ่ ๆ ได้ทุกอย่าง และได้รับ ๆ สั่งมาจากพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ โดยฉเพาะ ให้ถวายสาสนาคริศเตียนต่อสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อมองซิเออร์ฟอลคอนได้ทราบดังนี้ก็มีความตกใจ จึงพูดว่า " เอ๊ะ ใครเปนผู้ไปกราบทูลหลอกพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส เช่นนี้ " ท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ จึงได้ยกหัวไหล่ตอบว่าไม่ทราบมองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้บอกกับสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศว่า ในเรื่องนี้ต้องระวังให้มาก และอย่าให้สังฆราชรับธุระในเรื่องนี้เพราะเปนเรื่องที่อุปมาเหมือนกับบ้านที่จวนจะล้มอยู่แล้ว ถ้าบ้านนั้นล้มลงเมื่อใดก็อาจจะทำอันตรายแก่สังฆราชได้ การเรื่องนี้เปนเรื่องสำคัญที่สุด และถ้าเปนเรื่องไม่สำเร็จแล้ว ท่านสังฆราชจะต้องเปนผู้รับผิดชอบต่อพระเปนเจ้า แล้วมองซิเออร์ ฟอลคอนจึงถามสังฆราชว่า " ตั้งแต่ท่านสังฆราชได้มาอยู่ในเมืองไทยนี้ ท่านสังฆราชได้เห็นร่องรอยแม้แต่เล็กน้อยว่า พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าจะได้เข้ารีตหรือไม่ แต่การต่าง ๆ ที่ได้ทรงพระกรุณาเอื้อเฟื้อแก่สาสนานั้นต้องยกเว้น นอกจากนั้น


๔๖ มีเหตุผลอย่างใด ที่ท่านสังฆราชจะเชื่อว่า จะทรงเข้ารีตหรือไม่ ? " สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศจึงตอบว่า " ข้าพเจ้าไม่เห็นมีเหตุผลอย่างใดเลย และข้าพเจ้าก็ประหลาดใจมาก ที่ได้มีบุคคลบางจำพวกอาจสามารถไปกราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้เช่นนี้ " เมื่อสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ ได้ลามองซิเออร์ฟอลคอนมาแล้ว ก็ได้เลยลงเรือไปเยี่ยมท่านราชทูตฝรั่งเศส และได้ไปอยู่ที่ราชทูต ๗ วัน จึงได้กลับขึ้นมาที่กรุงศรีอยุธยา พอกลับมาถึงกรุงศรีอยุธยาแล้ว สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศจึงได้รีบไปหามองซิเออร์ ฟอลคอน และได้บอกว่า ท่านราชทูตฝรั่งเศสได้รับสั่งจากพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจริง ให้มาถวายสาสนาคริศเตียนพ่อพระเจ้ากรุงสยาม ท่านสังฆราชจึงได้ชี้แจงว่า ในเรื่องนี้ท่านสังฆราชเห็นเปนแน่แล้วว่าคงจะเปนเรื่องที่จะลำบากมาก แต่ก็หวังใจว่ามองซิเออร์ฟอลคอนคง จะได้ช่วยเหลือโดยให้คำแนะนำอย่างดีเปนแน่ มองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้ตอบว่า พระเปนเจ้าได้ตั้งให้มองซิเออร์ ฟอลคอนอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ซึ่งจะทำการ สำหรับเพิ่มพูลพระเกียรติยศของพระเปนเจ้าได้ง่าย และมองซิเออร์ฟอลคอนก็ตั้งใจยิ่งนัก อยากจะให้พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงเข้ารีต และตั้งใจ จะทำการฉลองพระเดชพระคุณพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสด้วย แต่


๔๗ มองซิเออร์ฟอลคอนเห็นว่า การที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงแต่งราชทูตมาเชิญให้พระเจ้ากรุงสยามเข้ารีตนั้น จะไม่เปนประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่จะกลับเปนการบาดหมางขึ้นด้วยกันทั้งฝ่ายพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสและพระเจ้ากรุงสยาม เพราะการที่จะมาแนะนำให้บุคคลได้เข้ารีต โดยผู้นั้นยังไม่เข้าใจในข้อสาสนานั้น ๆ และยังไม่รู้สึกว่าการเข้ารีตจะเปนผลดีและร้ายอย่างไรนั้น เปนการสำคัญยิ่งนักซึ่งยังไม่สมควรจะมาพูดเลย เพราะฉนั้นถ้าบุคคลผู้นั้นเปนพระมหากษัตร์ด้วยแล้ว ก็กลับจะไม่สมควรยิ่งขึ้นไปอีก มองซิเออร์ฟอลคอนจึงเห็นต่อไปว่า ถ้าพระมหากษัตร์นั้น เปนองค์สมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งทรงนับถือรักใคร่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนัก และมีคนมาทูลให้เข้ารีตง่าย ๆ เช่นนี้ ก็น่ากลัวจะต้องทรงขัดเคือง เพราะเปนเรื่องที่ไม่รู้พระองค์เลยและเปนเรื่องที่เกี่ยวทั่วไปทั้งพระราชอาณาจักร์ เพราะการที่จะให้เมืองไทยได้ถือสาสนาคริศเตียนนั้น เปนเรื่องที่น่าจะให้เปนเช่นนั้นได้ จริงอยู่ แต่เมื่อผู้ที่จะนับถือสาสนามิได้เข้าใจในสาสนานั้น ก็กลับกลายเปนข้อที่น่ากลัวอยู่บ้าง เพราะฉนั้นการที่มองซิเออร์ฟอลคอนได้แนะนำหนทางไว้ สำหรับให้สาสนาคริศเตียนได้แพร่หลายโดยไม่ให้อื้อฉาว และให้โอนเอาหัวใจของคนไทยเข้าไปอยู่ในความปกครอง พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทีละเล็กละน้อยนั้น เมื่อแต่งราชทูตมาดังนี้ ก็อาจจะทำให้เสียหนทางได้ทีเดียว


๔๘ สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ จึงได้ตอบมองซิเออร์ฟอลคอนว่า " ตามที่ท่านอธิบายมานี้เปนความจริงทุกอย่าง แต่ เราก็หมดหนทางที่เราจะแก้ไขได้แล้ว เพราะฉนั้นเมื่อการเปนดังนี้แล้ว ขอให้ท่านได้โปรดบอกให้ทราบว่าจะควรทำอย่างไรต่อไปดี " มองซิเออร์ฟอลคอนจึงตอบว่า " ท่านสังฆราชก็ทราบอยู่เต็มใจแล้ว ว่าพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าทรงนับถือ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเพียงไรและท่านก็ทราบอยู่เต็มใจแล้วว่า วิธีที่จะมาจัดการให้พระเจ้ากรุงสยาม และชนชาวสยามได้นับถือสาสนาคริศเตียนนั้น เปนวิธีที่ใช้ไม่ได้และเปนวิธีที่น่ากลัวจะทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ด้วย แต่ถ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะโปรดให้ข้าพเจ้ากราบทูลแนะนำวิธีดำเนิรการ ให้เรื่องนี้ได้สำเร็จตามพระราชประสงค์อย่างแน่แล้ว ข้าพเจ้ากล้าจะกราบทูลรับรองได้ว่า ในไม่ช้าพระราชดำริห์อันดีนี้ ก็จะได้สมพระราชประสงค์ทุกประการ และการที่ได้ทรงพระราชดำริห์เช่นนี้ เปนเหตุทำให้บุคคลบางจำพวกอาจหาญไปกราบทูลยอให้ถูกพระทัยอันผิดหนทาง" แล้วมองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้ยกตัวอย่างมาอ้างหลายอย่างเพื่อให้เห็นว่า การที่มองซิเออร์ฟอลคอนคิดไว้นั้นเปนหนทางที่


๔๙ ง่าย เปนต้นว่าพวกแขกมัวที่มาตั้งบ้านเรือนอยู่ในพระราชอาณาเขตนั้น เปนคนที่โลภและรีดเอาเลือดเนื้อของราษฎร แต่ถึงดังนั้น ก็ได้พยายามชักชวนให้คนทุกชั้นทุกชนิดได้นับถือสาสนาอันผิดของตัวได้ อีกประการ ๑ เรื่อง ราชทูตฝรั่งเศสจะมาเชิญให้พระเจ้ากรุงสยามเข้ารีตนั้น ถ้าไม่ได้ทำการอย่างระวังแล้ว ท่านรัชทายาทซึ่งทรงคิดร้ายต่อพระเจ้ากรุงสยาม ผู้เปนพระเชษฐาธิราชและทรงคิดร้ายต่อผู้ที่มีความจงรักภักดี ต่อพระเจ้ากรุงสยามอยู่แล้วนั้น ก็คงจะทรงหาโอกาศในเวลาที่พระเชษฐาธิราชได้เสด็จสวรรคตไปแล้วที่จะทำร้ายต่อผู้ที่มีความจงรักภักดี ต่อพระเชษฐาธิราช และคงจะทรงพระดำริห์ที่จะทำลายการทั้งปวง ซึ่งสมเด็จพระเชษฐาธิราชได้ทรงจัดทำไว้ และฝ่ายเสนาบดีข้าราชการตัวโปรดก็คงจะทูลส่งเสริม ว่าสมเด็จพระเชษฐาธิราชได้ทำการไม่ดี โดยได้ทรงทำไมตรีและทรงชุบเลี้ยงผู้ที่ได้มาทำลายพระพุทธสาสนา อันได้นับถือกันในพระราชอาณาจักร์ชั่วกาลนานมาแล้ว และเมื่อผู้ใดได้ยกเหตุนี้มาอ้างก็จะมีมูลแห่งความจริงอยู่บ้าง แต่ถึงจะอย่างไรก็ตาม พวกฮอลันดาก็คงจะคิดหาโอกาศโดยเอากำลังและเงินมาช่วยทำลายพวกฝรั่งเศส และทำลายสาสนาโรมันคาธอลิก เพราะเปนสิ่งที่กีดขวางแก่พวก



๕๐ ฮอลันดานัก แล้วมองซิเออร์ฟอลคอนได้ยกเหตุต่าง ๆ มาอ้างเพื่อ เปนพยาน ให้เห็นว่าเหตุผลที่มองซิเออร์ฟอลคอนได้กล่าวมานั้นเปนเรื่องที่จริงทั้งสิ้น แล้วมองซิเออร์ฟอลคอนจึงกล่าวต่อไปว่า ถ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงปฏิบัติตามหนทางที่มอง ซิเออร์ฟอลคอนได้แนะนำแล้ว พวกฮอลันดาก็ตาม พวกไหน ๆ ก็ตาม หรือจะเกิดขบถขึ้นก็ตาม ก็จะไม่สามารถมากีดขวางในพระราชดำริห์ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ และการที่ทรงพระราชดำริห์ไว้สำหรับประโยชน์ของสาสนาคริศเตียน แลประโยชน์ของประเทศฝรั่งเศส ก็จะต้องสำเร็จสมประสงค์ทุกประการ แล้วมองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้ชี้ให้สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศเห็นว่า ถ้าท่านสังฆราชได้เข้าเกี่ยวในเรื่องนี้ อันตรายจะมาถึงตัวท่านสังฆราชเอง และได้ชี้แจงต่อไปจนท่านสังฆราชรับรองว่าจริงว่าตามเหตุผลต่าง ๆ ที่มองซิเออร์ฟอลคอนยกขึ้นมาอ้างนี้ ถ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงทราบแล้ว ก็คงจะงดการที่ทรงพระราชดำริห์ไว้ และคงจะทรงปฏิบัติตามหนทางที่มองซิเออร์ ฟอลคอนจะได้แนะนำอันเปนหนทางแน่กว่า สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศได้ฟังก็หมดคำตอบเปนแต่พูดว่า สังฆราชมีความเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่มีข้อจะตอบในดำริห์อันสุขุม ของมองซิเออร์ฟอลคอนได้เพราะข้อความทั้งปวง ที่มองซิเออร์ฟอลคอนได้ยกมาอธิบายนั้นเปนความจริงทุกข้อ และต่อไปท่านสังฆราชจะได้คอยทำตามคำแนะนำ


๕๑ ของมองซิเออร์ฟอลคอน และสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ ฉเพาะวันนี้มีเพียงเท่านี้ ครั้นท่านราชทูตได้มาถึงวัดปราสาท (V?at Prasat) ซึ่งจะเปนที่พักของราชทูต จนกว่าจะถึงเวลาที่จะเข้าไปในพระนครนั้นสมเด็จพระนารายณ์ ได้โปรดมีรับสั่งให้มองซิเออร์ฟอลคอนลงไปหาราชทูต เพื่อไปถามไต่ว่าราชทูตจะมาเจรจาด้วยการอย่างใด และเพื่อจะปรึกษาหารือ กระทำความตกลงถึงวิธีที่ราชทูตจะได้เข้าเฝ้า ครั้นได้ทำความตกลงตามความประสงค์ ของราชทูตฝรั่งเศสทุกประการแล้ว มองซิเออร์ฟอลคอนก็เห็นว่า พวกมิชันนารีจะจัดเครื่องราชบรรณการ ซึ่งพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสส่งเข้ามาถวายพระเจ้ากรุงสยามไม่สำเร็จได้ เพราะต้องกังวลในเรื่องที่พักของท่านราชทูต และที่พักของผู้ที่มากับราชทูตด้วย มองซิเออร์ฟอลคอนจึงคิดจะจัดการให้เรื่องทั้งปวงเปนผลสำเร็จดีทุกอย่าง เพื่อเปนพระเกียรติยศแก่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสให้ยิ่งขึ้น จึงไปกราบทูลสมเด็จพระนารายณ์ ขอพระราชานุญาตไปจัดการรับรองข้าราชการต่างประเทศ ซึ่งได้มาจากประเทศยุโรป เพราะเปนประเทศที่เกิดของตัว ครั้นสมเด็จพระนารายณ์ได้พระราชทานพระราชา นุญาตตามความประสงค์แล้ว มองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้ลงมาจัดเครื่องราชบรรณาการของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส เพื่อพระเจ้ากรุงสยามได้ทอดพระเนตร์เห็นจะได้เปนที่พอพระทัยมากขึ้น แล้ว


๕๒ มองซิเออร์ฟอลคอนก็ได้จัดกระบวรให้ท่านราชทูตเดิรทาง เพื่อให้ราษฎรพลเมืองได้เห็นเปนการใหญ่โตงดงาม เมื่อมองซิเออร์ ฟอลคอนได้มาพบกับเชอวาเลียเดอโชมอง ในครั้งแรกได้แสดงตัวว่า มีความปราถนา จะฉลองพระเดชพระคุณพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และ ประสงค์ จะช่วยเหลือเชอวาเลียเดอโชมองทุกอย่าง แล้วมองซิเออร์ ฟอลคอนจึงได้ถามอย่างเปนกันเอง ว่าในเวลาที่เชอวาเลียเดอโชมอง ได้เฝ้าสมเด็จพระนารายณ์นั้น ท่านเชอวาเลียจะกราบทูลข้อความเรื่องใดบ้าง เพราะมองซิเออร์ฟอลคอนเปนผู้ที่เข้าใจขนบธรรมเนียมของบ้านเมือง อาจจะช่วยราชทูตได้ดีทีเดียว ท่านราชทูตไม่ใคร่จะไว้ใจ เพราะได้มีคนบอกให้ราชทูตทราบถึงความมุ่งหมายของมองซิเออร์ฟอลคอนแล้ว จึงได้ตอบว่าท่านราชทูตจะมีความยินดีที่จะ ให้มองซิเออร์ฟอลคอนดูข้อความที่ราชทูตจะได้กราบทูล แต่เมื่อดูแล้วจะแก้ไขข้อความอย่างใดไม่ได้ แล้วท่านราชทูตจึงส่งคำกราบทูลที่เขียนไว้นั้นส่งให้มองซิเออร์ฟอลคอนดู และท่านสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศได้แปลเปนภาษาปอตุเกตุ ให้มองซิเออร์ฟอลคอนฟังเพราะมองซิเออร์ฟอลคอนพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้ ครั้นมองซิเออร์ ฟอลคอนได้ทราบตามคำกราบบังคมทูล ว่าราชทูตฝรั่งเศสมิได้กล่าวในเรื่องอื่นเลยนอกจากเรื่องสาสนา จึงตั้งใจจะปรึกษาหารือและโต้ทานกับราชทูตฝรั่งเศสในที่นั้นเอง แต่สังฆราชเดอเมเตโลโปลิศได้พูดสองต่อสองกับมองซิเออร์ฟอลคอน และได้ชี้แจงว่า


๕๓ เวลานั้นเปนเวลาที่ไม่เหมาะที่จะพูดในเรื่องการเช่นนี้ ควรจะหาโอกาศพูดในเวลาอื่นจะดีกว่า แล้วจะได้มีเวลาปรึกษาหารือกันได้ว่า ถ้าราชทูตฝรั่งเศสได้กราบทูลข้อความเช่นนี้ในเวลาออกแขกเมืองจะมีข้อเสียหายอย่างไร และจะควรแก้ไขอย่างไร ลงท้ายที่สุดมองซิเออร์ฟอลคอน ได้ฟังคำชี้แจงของสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศ ก็ต้องลาราชทูตกลับไป โดยมิได้ทำความตกลงอย่างใดในเรื่องนี้ ในวันที่เชอวาเลียเดอโชมองได้มาถึงวัดปราสาทนั้น ท่านบาดหลวงเดอลียอนได้ไปหามองซิเออร์ฟอลคอน และได้ขอพบมองซิเออร์ฟอลคอนสองต่อสอง บาดหลวงเดอลียอนจึงได้บอกกับมองซิเออร์ ฟอลคอนว่า ท่านราชทูตฝรั่งเศสสั่งให้มาบอกว่า ท่านราชทูตได้เห็นแล้วว่า มองซิเออร์ฟอลคอนบริบูรณ์หมดทุกอย่างทั้งทรัพย์สมบัติ เกียรติยศ และตำแหน่งหน้าที่ ทางราชการก็บริบูรณ์ทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะฉนั้นท่านราชทูตไม่มีสิ่งอันใดที่จะให้สำหรับให้มองซิเออร์ฟอลคอนได้มีเกียรติยศยิ่งกว่านี้ไปได้ แต่ถึงดังนั้นถ้าหากว่ามองซิเออร์ฟอลคอน ได้คิดจัดการให้พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงนับถือสาสนาคริศเตียนแล้ว ราชทูตฝรั่งเศสจะได้จัดการให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสพระราชทานตรา แซนต์เอศปริต์ ให้แก่มองซิเออร์ฟอลคอน มองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้ตอบบาดหลวงเดอลียอนว่า


๕๔ "ข้าพเจ้ารู้สึกถึงพระเดชพระคุณ ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และขอบคุณท่านราชทูตฝรั่งเศส ในการที่ให้เกียรติยศต่อข้าพเจ้า โดยถือว่าข้าพเจ้าสมควรจะได้รับยศสูงเช่นนี้ ซึ่งตัวข้าพเจ้าเองรู้สึกตัวว่ายศสูงอันนี้ไม่สมควรแก่ข้าพเจ้า แต่เมื่อข้าพเจ้าได้มาพิเคราะห์ดูว่าเหตุที่ข้าพเจ้าจะได้รับเกียรติยศสูงเช่นนี้ ก็เพื่อเหตุจะทำให้เกียรติยศของพระเปนเจ้าได้แพร่หลายออกไปนั้น ข้าพเจ้าจึงมิได้ประสงค์จะรับรางวัลอย่างไร เพราะพระเปนเจ้าก็ได้ให้คุณความดีแก่ข้าพเจ้ามากอยู่แล้ว ข้าพเจ้าปราถนาจะขอบคุณพระเปนเจ้า ที่ได้โปรดให้คุณความดีแก่ข้าพเจ้า เพราะฉนั้นถึงการจะยากยิ่งกว่านี้ ข้าพเจ้าก็พร้อมอยู่ที่จะทำเพื่อตอบแทนบุญคุณของพระเปนเจ้า และเพื่อจะแสดงให้ปรากฎแก่คนทั่วโลกว่า ข้าพเจ้ามีความหวังอย่างยิ่งที่จะให้สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามและอาณาประชาราษฎรสยาม ทั่วไปได้นับถือสาสนาคริศเตียนนั้น ข้าพเจ้าพร้อมอยู่ที่จะเอาชีวิตของข้าพเจ้าเข้าแลก เพื่อให้การเรื่องนี้เปนผลสำเร็จ แต่ขอให้ผู้ใดชี้ให้ข้าพเจ้าเห็นเสียก่อน ว่ามีเหตุผลพอจะเชื่อได้ว่าจะเปนเรื่องที่จะสำเร็จได้ เพราะฉนั้นขอท่านจงไปบอกท่านราชทูตแห่งประเทศฝรั่งเศสเถิดว่า เมื่อ จะต้องทำการอย่างใด สำหรับจะให้การเรื่องนี้ได้เปนผล


๕๕ สำเร็จแล้ว ข้าพเจ้าก็จะได้จัดการทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพราะเปนเรื่องที่เกี่ยวด้วยหน้าที่ของข้าพเจ้า ที่จะทำให้แก่พระเปนเจ้า ทั้งเปนหน้าที่ของข้าพเจ้าที่จะจัดการเพื่อเปนประโยชน์แก่พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า และเปนพระเกียรติยศแก่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสด้วย" ภายหลังอีกสองสามวัน เชอวาเลียเดอโชมองราชทูตฝรั่งเศสได้เข้าเฝ้า เมื่อได้อ่านคำกราบทูลอันมีถ้อยความซึ่งราชทูตได้รายงารไปยังพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และเสนาบดีฝรั่งเศสเสร็จแล้ว มองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้แปลข้อความ ถวายต่อพระเจ้ากรุงสยามอันเปนข้อความ ซึ่งได้ตกลงกับสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศไว้แล้ว ว่าจะได้กราบทูลแต่ฉเพาะข้อความ อันจะกระทำให้แลเห็นพระเดชา นุภาพของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และเปนถ้อยคำที่จะพอพระทัยของพระเจ้ากรุงสยามด้วย คือได้กราบทูลว่า การที่สมเด็จพระนารายณ์ได้เปนพระราชไมตรีกับพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ นั้น เปนสิ่งที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ผู้เปนพระมหากษัตร์อันใหญ่ยิ่งในโลกนี้ทรงนิยมยินดีนัก เพราะฉนั้นการที่จะทำให้พระราชไมตรีนี้ได้ติดต่อกันต่อไป ก็ไม่มีอย่างอื่นที่จะดีกว่าทำให้พระหทัยทั้งสองได้เปนพระหทัยอันเดียวกันเสีย และเพื่อจะให้พระราชไมตรีนี้ได้ติดต่อกันเสมอทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ท่านราชทูตจึงได้รับคำสั่งมาโดยมาโดยฉเพาะสำหรับให้มาจัดการในเรื่องนี้ แต่ในเรื่องนี้


๕๖ จะจัดการด้วยวิธีอย่างใดนั้น ท่านราชทูตจะได้หาโอกาศกราบทูลเปนการลับ และถ้าเรื่องนี้ราชทูตฝรั่งเศสได้จัดการเปนผลสำเร็จแล้ว ก็จะเปนการที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะทรงยินดียิ่งนัก การที่มองซิเออร์ฟอลคอน มิได้กราบทูลในเรื่องสาสนาจนคำเดียวนั้น ก็ด้วยเหตุ ๒ ประการ ๆ ที่ ๑ มองซิเออร์ฟอลคอนเห็นว่า การที่จะกราบทูลข้อความอันสำคัญในเวลาเสด็จออกแขกเมืองเช่นนี้ยังไม่เหมาะ เพราะยังไม่ทราบพระราชดำริห์ของสมเด็จพระนารายณ์ในเรื่องนี้เลย ประการที่ ๒ มองซิเออร์ ฟอลคอนตั้งใจไว้ว่าจะพูดกับราชทูตฝรั่งเศสในเรื่องนี้ และจะชี้แจงยกเหตุผลต่าง ๆ ให้ราชทูตฟัง เพื่อราชทูตจะได้เลิกดำริห์ในการที่จะกราบทูลเชื้อเชิญให้สมเด็จพระนารายณ์เข้ารีต แต่หากว่าราชทูตไม่ฟังคำชี้แจงของมองซิเออร์ฟอลคอน จะขืนกราบทูลให้จงได้แล้ว มองซิเออร์ฟอลคอนก็จะเปิดหนทางไว้ให้แล้วโดยได้กราบทูลไว้ว่า พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ดำรัสสั่งให้ราชทูตมา กราบทูลโดยฉเพาะ ในวิธีที่จะทำให้พระราชไมตรีติดต่อกันและราชทูตจะได้หาโอกาศกราบทูลในเวลาอื่นดังนี้ ซึ่งมองซิเออร์ ฟอลคอนได้ทำดังนี้ต้องนับว่า มองซิเออร์ฟอลคอนได้ช่วยในการสาสนาและช่วยพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเปนอันมาก เพราะการที่ได้กราบทูลดังกล่าวมาแล้วนั้น เท่ากับทำหนทางสำหรับให้พระเจ้ากรุงสยามได้เสด็จออกให้ราชทูตฝรั่งเศสได้เฝ้าโดยฉเพาะ ซึ่ง


๕๗ เปนสิ่งที่ไม่เคยมีแบบอย่างในราชสำนักสยามเลย เพราะไม่เคยมีประเพณีที่จะเสด็จออกให้ราชทูตไม่ว่าประเทศใด ๆ ได้เฝ้าโดย ฉเพาะเลย และข้อนี้มองซิเออร์ฟอลคอนก็ได้ชี้แจงให้เชอวาเลียเดอโชมองเข้าใจ เพื่อให้เห็นว่าราชทูตฝรั่งเศสได้รับเกียรติยศเปนพิเศษ ภายหลังอีก สอง สามวัน มองซิเออร์ฟอลคอน ได้ไปเยี่ยมเชอวาเลียเดอโชมอง ท่านทั้งสองนี้จึงได้ปรึกษาหารือกันในเรื่องสาสนา แล้วท่านราชทูตจึงชี้แจงให้มองซิเออร์ฟอลคอนฟังว่าถ้าพระเจ้ากรุงสยามได้ทรงเข้ารีตแล้ว พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงพระราชดำริห์ไว้สำหรับให้ประเทศสยามได้เจริญอย่างไร มอง ซิเออร์ฟอลคอนได้นิ่งฟังท่านราชทูตชี้แจงจนตลอด มิได้คัดค้านหรือพูดจาว่าอย่างไรเลย เมื่อราชทูตฝรั่งเศสได้ชี้แจงอธิบายหมดคำแล้ว มองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้ตอบโดยตรงและโดยจริงใจอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เปนอยู่ในประเทศสยามและชี้แจงว่า ถ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะช่วยประเทศสยามแล้ว จะช่วยอย่างไรจึงจะเปนประโยชน์ดี และได้อธิบายต่อไปว่า ถ้าประเทศฝรั่งเศส




๕๘ ได้ช่วยปกปักรักษาประเทศสยามแล้ว ก็จะเปนคุณเปนประโยชน์ต่อประเทศสยาม ต่อสาสนาคริศเตียน และการค้าขายของบริษัทฝรั่งเศสฝ่ายอินเดียจริงอยู่ แต่ก็ไม่เปนประโยชน์เท่าไรนักเพราะเหตุว่าประเทศสยาม และประเทศฝรั่งเศสห่างไกลกันมากนักทั้งการที่เกิดสงครามหรือจะสงบศึกกันเวลาใด ก็เปนสิ่งที่ไม่แน่นอน และยังมีเหตุอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ซึ่งจะกีดกั้นมิให้ฝรั่งเศสมาช่วยได้ทันเวลา เพราะฉนั้นข้อขัดข้องต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เปนสิ่งที่จะชักชวนให้พระเจ้ากรุงสยาม ได้นับถือสาสนาคริศเตียนเลย แล้วมองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้อธิบายต่อไปว่า การที่จะคิดเชิญให้พระเจ้ากรุงสยามเข้ารีตนั้น จะมีข้อขัดข้องอย่างไร เพราะในเวลานี้ยังไม่มีมูลที่จะเชื่อว่า สมเด็จพระนารายณ์ได้ทรงพระราชดำริห์จะเข้ารีตเลย ถ้าแม้ว่าสมเด็จพระนารายณ์จะทรงเข้ารีต เพราะพระเปนเจ้าได้จัดให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเปนผู้นำทางแทนพระองค์แล้ว การจะเปนไปได้ดังนี้ก็ต้องมีเหตุมหาอัศจรรย์เกิดขึ้นจึงจะเปนไปได้ และเหตุมหาอัศจรรย์ในสมัยนี้ก็ไม่ใคร่จะมีกันเสียแล้ว เพราะฉนั้นการที่ราชทูตฝรั่งเศสมุ่งหมายมาในคราวนี้ ก็น่ากลัวจะไม่สมประสงค์นอกจากจะดำเนิรการทางอื่น อีกประการ ๑ ถ้าสมเด็จพระนารายณ์ได้ทรงทราบว่าราชทูตฝรั่งเศสจะกราบทูลข้อความตามที่ได้ดำริห์ไว้นั้น บางที


๕๙ ก็จะไม่ทรงรับรองราชทูตก็จะเปนได้ เพราะมองซิเออร์ฟอลคอนเชื่อแน่ว่า ถ้าได้มีราชทูตคนใดคิดจะไปกราบทูลการเช่นนี้ต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสคงจะไม่ยอมออกรับราชทูตผู้นั้นเปนแน่ แต่มองซิเออร์ฟอลคอนทราบแน่ว่า ถ้าราชทูตฝรั่งเศสได้กราบทูลข้อความตามนี้จริง สมเด็จพระนารายณ์ก็คงจะไม่ทรงกริ้วพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ หรือคงจะไม่ทรงกริ้วราชทูตของพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ เพราะเหตุว่าพระองค์ทรงรักใคร่และนับถือพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมากนัก แต่ก็คงจะทรงกริ้วพวกมิชันนารีนักหนา ซึ่งมีมูลที่ควรจะกริ้วอยู่บ้าง เพราะเหตุที่พวกมิชันนารีได้เอาความมิจริงไปกราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเช่นนี้ และเมื่อได้ทรงกริ้วพวกมิชันนารีแล้ว ก็อาจจะทรงขับไล่ให้พวกมิชันนารีออกจากพระราชอาณาเขตไปทั้งหมดก็ได้ ถึงหากว่าสมเด็จพระนารายณ์จะไม่ทำการร้ายแรง จนถึงกับขับไล่พวกมิชันนารีออกจากพระราชอาณาเขตก็ดี แต่พระองค์ทรงนับถือพระพุทธสาสนาอย่างมั่นคง เพราะฉนั้นเมื่อมีผู้ใดมากราบทูลเชิญให้พระองค์ละทิ้งสาสนาที่พระองค์เคยนับถือมาช้านานแล้ว ก็จะเปนเหตุกระทำให้พระองค์ต้องระวังพระองค์ ทั้งกระทำให้หมดความเชื่อถือในพวกมิชันนารีด้วย และการที่จะต้องระวังตัวและหมดความเชื่อถือพวกมิชันนารีนั้น ไม่ฉเพาะพระเจ้ากรุงสยามพระองค์เดียว แต่คงเปนดังนี้ทั้งอาณาประชาราษฎรทั่วหน้ากัน


๖๐ ไปหมด เมื่อการเปนเช่นนี้แล้ว ถึงพวกมิชันนารีจะทำการพยายามสักเพียงใดก็คงจะไม่ได้รับผลดีอย่างใดได้ แต่ถ้าไม่ได้ทำการให้เอะอะและได้เดิรวิธีอย่างอื่นแล้ว ก็อาจจะทำให้ประเทศสยามได้นับถือพระเยซูทั้งประเทศก็ได้ ความจริงการที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงพยายามจะให้ผลแก่สาสนานั้น เปนสิ่งที่สมควรจะได้ทรงรับรางวัลอย่างสูง แต่การที่ทรงแต่งราชทูตมานั้น ก็มีพระราชประสงค์จะทำการให้แก่พระเปนเจ้า และจะให้สาสนา คริศเตียนได้แพร่หลายเข้ามา ในพระราชอาณาเขตของพระเจ้ากรุงสยาม หาได้มีพระราชประสงค์จะทำลายข้อที่หวังไว้ว่าจะได้เห็นสาสนาได้เจริญในเมืองนี้ไม่ เพราะฉนั้นถ้าท่านราชทูตจะยอมทำตามคำแนะนำของมองซิเออร์ฟอลคอนแล้ว มองซิเออร์ฟอลคอนก็ยินดีที่จะแนะนำหนทางอันแน่นอนที่จะจัดการให้สำเร็จได้ เพราะตัวมองซิเออร์ฟอลคอนเอง ก็เปนคนนับถือสาสนาคริศเตียนอย่างเคร่งครัด ผู้หนึ่ง และมีความปรารถนาจะทำการให้พระเกียรติยศของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้เพิ่มพูลขึ้นด้วย และเมื่อท่านราชทูตได้ฟังคำแนะนำของมองซิเออร์ฟอลคอนแล้ว ก็เชื่อว่าท่านราชทูตก็คงจะยินดีทำตาม ความจริงพระราชดำริห์ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสในเรื่องนี้ก็สมควรยิ่งนัก แต่ที่ได้ทรงพระราชดำริห์เช่นนี้ ก็เพราะได้ทรงฟังผู้ที่นำความไปกราบทูล จึงทรงเชื่อพระทัยตามคำ


๖๑ ที่กราบทูลไว้นั้นว่า พระเจ้ากรุงสยามคงจะทรงเข้ารีตเปนแน่ จึงได้ทรงแต่งให้ท่านราชทูตเข้ามาเชื้อเชิญให้ทรงเข้ารีต " แต่เมื่อเราทราบเปนแน่แล้วว่า ข้อความที่มีผู้นำไปกราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเปนข้อความที่เท็จ และเมื่อท่านได้ฟังเหตุผล ตามที่ข้าพเจ้าได้ยกมาอ้างให้ท่านฟังแล้ว ข้าพเจ้าเห็นว่าในคราวนี้ไม่ควรจะทำให้เสียหนทางแต่ควรจะทำให้ปรากฎว่า การที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงแต่งทูตมาในคราวนี้ก็ไม่มีประสงค์อย่างใด นอกจากจะมาเปนทางไมตรีอย่างเดียวเท่านั้น แล้วจึงค่อยคิดหาหนทางที่จะให้พระเจ้ากรุงสยามตลอดทั้งอาณาประชาราษฎร ทั่วพระราชอาณาเขต ได้ถือสาสนาคริศเตียนต่อไปตามพระราชประสงค์ ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะดีกว่า " แล้วมองซิเออร์ฟอลคอน จึงได้อธิบายหนทางตามที่ได้อธิบายไว้กับสังฆราชเดอเมเตโลโปลิศแล้ว เชอวาเลียเดอโชมองได้ฟังมองซิเออร์ฟอลคอนอธิบายชี้แจงก็เห็นชอบด้วยทุกอย่าง จึงพูดว่า " แต่จะให้ข้าพเจ้าขัดพระราชโองการของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้าอย่างไรได้ เพราะพระราชโองการเปนคำสั่งที่เด็ดขาด " มองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้ตอบว่า


๖๒ " ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าท่านรู้สึกอยู่เต็มใจแล้ว ว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของท่านได้ถูกหลอก เมื่อท่านรู้สึกเช่นนี้แล้ว ข้าพเจ้าไม่เห็นว่าการที่ท่านจะไม่ทำตามพระราชโองการ อันเปนคำสั่งที่เนื่องจากความเท็จจะเปนการขัดข้องหรือเสียหายอย่างใด ข้าพเจ้าจะขอเปรียบความให้ท่านฟัง เปนต้นว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้มีรับสั่งให้ท่านมาเปนราชทูตที่เมืองไทย และได้รับสั่งให้ท่านมาเชิญพระเจ้ากรุงสยามให้เข้ารีต เพราะได้ทรงทราบอยู่ว่าพระเจ้ากรุงสยามรอให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส แต่งทูตให้มาเชื้อเชิญให้ทรงเข้ารีต ก็จะได้ทรงเข้ารีตตามคำอันเชิญนั้น ต่างว่าท่านได้เปนทูตมาถึงสันดอนแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว และได้มีคนมาบอกท่านว่า พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงรับคำสั่งสอนในสาสนาแล้ว ยังรอแต่ให้ท่านมาถึงก็จะได้ทรงเข้ารีต แต่เพอิญได้สวรรคตเสียแล้ว และพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่มิได้ทรงใฝ่ฝันถึงสาสนาคริศเตียน ทั้งไม่เข้าพระทัยในเรื่องสาสนาคริศเตียนเลย เช่นนี้ท่านยังคงจะถือว่าเปนหน้าที่ของท่านที่จะต้องกระทำตามคำสั่งเดิมอยู่หรือ ข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านคงจะไม่นึกเช่นนั้นเลย ข้อที่ข้าพเจ้ายกมาเปรียบนี้ ก็ตรงกันกับความเปนจริงในเวลานี้ เพราะพระเจ้ากรุงสยาม ผู้เปนนายของข้าพเจ้าถึงยังจะมีพระชนม์


๖๓ อยู่ก็จริง แต่ต้องนับว่าได้สวรรคตสำหรับการที่จะเชื้อเชิญให้เข้ารีตแล้ว เพราะไม่ได้ทรงนึกที่จะนับถือสาสนาคริศเตียนเลยจนนิดเดียว แต่ความรู้ของพระองค์ในเรื่องสาสนา คริศเตียนก็ไม่มีเลยเสียซ้ำไป และก็ไม่มีใครที่จะได้เคยสั่งสอนพระองค์ในเรื่องสาสนาด้วย เมื่อการเปนดังนี้ข้าพเจ้าเห็นว่า ท่านจำเป็นจะต้องจัดการให้เปนไปตามพระราชดำริห์ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส หาจำเปนที่จะต้องทำตามพระราชโองการไม่ กล่าวคือท่านจะต้องคิดอ่านให้พระเจ้ากรุงสยามและอาณาประชาราษฎรสยาม ได้เห็นชอบในสาสนาคริศเตียนเสียก่อน คือให้ได้รู้ในพระเปนเจ้าองค์ที่แท้จริง แต่จะอย่างไรก็ตามในเวลานี้สมเด็จพระนารายณ์ ก็ทรงนับถือสาสนาเก่าของพระองค์อยู่มากนัก และถ้าการที่ได้เคยทรงถือลัทธิต่าง ๆ ได้คลายลงไปบ้าง ก็จะต้องเชื่อว่า เปนด้วยพระเปนเจ้าได้กรุณาให้พระองค์ได้รับแสงสว่างขึ้นบ้างแล้ว โดยมิได้มีผู้หนึ่งผู้ใดไปสั่งสอนพระองค์เลย เพราะฉนั้นขอให้ราชทูตได้ตรึกตรองดูควรจะจัดการในเรื่องนี้ตามความคิดเดิม ซึ่งแลเห็นหนทางอยู่แล้วว่าจะไม่สำเร็จ หรือจะควรคิดหาหนทางอย่างอื่นอันเปนทางลับแต่แน่ เพื่อให้ความคิดอันสำคัญนี้ ได้เปนผลสำเร็จประการใด "


๖๔ มองซิเออร์ฟอลคอนได้พยายามนักหนาที่จะไม่ให้เชอวาเลียเดอ โชมอง เอาเรื่องสาสนาไปกราบทูลสมเด็จพระนารายณ์โดยยกเหตุต่าง ๆ มาพูดดังได้กล่าวมาข้างบนนี้แล้ว และได้ยกเหตุผลต่าง ๆ อย่างอื่นมาอ้างอีกหลายอย่าง เพื่อจะไม่ให้เชอวาเลียเดอโชมองกราบทูลเรื่องสาสนา จนกว่าจะได้หาหนทางอย่างอื่นเสียก่อน เชอวาเลียเดอโชมองจึงได้ตอบว่า ข้อความตามที่มองซิเออร์ ฟอลคอนยกมาอ้างนี้เปนความสำคัญมาก เชอวาเลียเดอโชมองจะต้องตรึกตรองดูเสียก่อน เพราะจะตกลงใจโดยรวดเร็วยังไม่ได้ถึงแม้ว่าเชอวาเลียเดอโชมองได้รับรองไว้ดังนี้ก็จริง แต่ก็หาได้กระทำตามไม่ เพราะเมื่อต่อมาอีกสองสามวันสมเด็จพระนารายณ์ได้เสด็จออกให้เชอวาเลียเดอโชมองเฝ้าโดยฉเพาะ สมเด็จพระนารายณ์จึงรับสั่งถามว่า เชอวาเลียเดอโชมองได้รับคำสั่งให้มาทูลเรื่องโดยฉเพาะนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง เชอวาเลียเดอโชมองจึงได้กราบทูลโดยทันทีว่า ไม่มีเรื่องอะไรจะมากราบทูลนอกจากเรื่องการสาสนาคริศเตียน โดยจะมาขอเชิญเสด็จให้ได้ทรงนับถือศาสนาคริศเตียน เพราะจะเปนเรื่องกระทำให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของเชอวาเลียเดอโชมอง ได้ทรงโสมนัสยินดียิ่งนัก ทั้งจะเปนการที่กระทำให้คนทั่วโลกได้นับถือพระองค์ขึ้นด้วย คำที่เชอวาเลียเดอโชมองกราบทูลต่อสมเด็จพระนารายณ์นี้ มองซิเออร์


๖๕ ฟอลคอนเปนผู้แปลถวาย แต่มองซิเออร์ฟอลคอนหาได้แปลตรงตามคำของราชทูตไม่ แต่ได้กราบทูลฉเพาะตามที่มองซิเออร์ ฟอลคอนเห็นว่าควรจะกราบทูล เพื่อเปนประโยชน์ต่อพระเปนเจ้าและเพื่อเปนพระเกียรติยศต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเท่านั้น โดยกราบทูลว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงพระราชดำริห์เห็นว่า พระองค์อยู่ห่างไกลประเทศสยามและห่างไกลพระเจ้ากรุงสยามนัก จึงมีพระราชประสงค์จะมากราบทูล หาหนทางที่จะได้ให้พระราชไมตรีได้มีติดต่อกันได้อยู่เนืองนิตย์ และได้ทรงมีรับสั่งให้ราชทูตของพระองค์มากราบทูลข้อความบางอย่าง เพื่อประโยชน์ของประเทศฝรั่งเศสและประเทศสยามด้วย แต่ก่อนที่จะได้กราบทูลข้อความบางอย่างนั้น พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมีพระราชประสงค์ให้ทำความตกลงในเรื่องพระราชไมตรีเสียก่อน แต่ในระหว่างนี้ขอให้สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามได้ทรงวางพระทัย ในพระราชไมตรีของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และขอให้ทรงเชื่อพระทัยว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะได้ทรงช่วยเหลือทุกเมื่อ การที่ราชทูตฝรั่งเศสได้เฝ้าโดยฉเพาะคราวนี้ ก็เปนแต่ทรงทักทายปราสัยราชทูต และราชทูตได้กราบทูลยอพระเกียรติ์ตามธรรมเนียม และได้รับสั่งเรื่องพวกฮอลันดา ถึงพวก



๖๖ มิชันนารี ถึงบริษัทฝรั่งเศสและถึงการค้าขายของประเทศฝรั่งเศสราชทูตได้เฝ้าอยู่จนฝนตกลงมาบ้างเล็กน้อย สมเด็จพระนารายณ์จึงได้เสด็จขึ้น และได้มีรับสั่งเชื้อเชิญให้ราชทูตรับประทานของว่างซึ่งได้โปรดให้จัดมาพระราชทาน ครั้นเสด็จขึ้นแล้วเชอวาเลียเดอโชมองจึงได้ทราบว่า มองซิเออร์ฟอลคอนหาได้แปลข้อความถวายให้ตรงกับคำที่ราชทูตได้กราบทูลไม่ ทั้งในเรื่องสาสนานั้นมอง ซิเออร์ฟอลคอนก็หาได้แปลถวายเลยจนคำเดียวไม่ เชอวาเลียเดอโชมองก็ขัดเคืองมาก มองซิเออร์ฟอลคอนรู้สึกว่าเชอวาเลียเดอโชมองขัดเคือง จึงได้พูดกับราชทูตว่าดังนี้ " ท่านได้รับปากไว้กับข้าพเจ้าหรือไม่ ว่าท่านจะได้ไปตรึกตรองถึงข้อความต่าง ๆ ที่ข้าพเจ้าได้ชี้แจงให้ท่านฟัง และเมื่อท่านได้ตรึกตรองเห็นอย่างไรแล้วท่านจะได้บอกให้ข้าพเจ้าทราบต่อไป ถ้าท่านได้คงปฏิบัติตามวาจาที่ท่านได้รับรองกับข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าก็คงจะได้แปลถ้อยคำของท่าน ตรงตามที่ท่านกราบทูลพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า ให้ทรงทราบถึงเรื่องสาสนาตามที่ท่านได้กราบทูลทุกอย่าง แต่เพราะเหตุว่าท่านหาได้ปฏิบัติตามวาจาของท่านไม่ ข้าพเจ้าจึงเห็นว่า ความตั้งใจดีของท่านอันเกินกว่าเหตุได้ทำให้ท่านได้กล่าวถ้อยคำอันไพเราะเมื่อเช้านี้ เพื่อจะเชิญเสด็จสมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ให้ทรงนับถือสาสนาคริศเตียนต่อไป


๖๗ แต่อย่างไรก็ตามขอให้ท่านเชื่อใจเถิดว่า ตัวข้าพเจ้าเองเปนผู้ถือสาสนาคริศเตียนผู้ ๑ ยากนักเหมือนกันที่จะให้สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามได้ทรงนับถือสาสนาของเรา แต่ข้าพเจ้าก็เปนเสนาบดีของสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า ทั้งเปนเพื่อนของท่านโดยฉเพาะ เพราะฉนั้นข้าพเจ้าจึงเห็นว่าไม่เปนการสมควรที่จะกราบทูลความต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามอย่างง่าย ๆ ทั้งข้าพเจ้าก็ทราบอยู่เต็มใจว่าความคิด และความประสงค์ของท่านมีอย่างไร ข้าพเจ้าจึงอาจจะบอกให้ท่านทราบได้ทีเดียวว่า ในเวลาที่สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามยังไม่มีความรู้อย่างใดในสานาคริศเตียน แต่ถึงดังนั้นก็จะทรงเข้ารีต โดยไม่ทรงคิดป้องกันข้างหน้าข้างหลังให้สมกับพระสติปัญญาอันเฉียบแหลมแล้ว ข้าพเจ้าเองเปนผู้เปนคริศเตียนที่เคร่งคน ๑ จะคอยพยายามกราบทูลคัดค้านมิให้พระองค์ได้ทรงเข้ารีตเปนอันขาด จนกว่าจะได้ทรงทราบและเข้าพระทัยการของสาสนาคริศเตียนเสียก่อน ขอให้ท่านตรึกตรองดูเถิดว่าการสำคัญใหญ่โตเช่นนี้จะควรจัดการโดยรีบด่วนแล้วหรือ และขอให้ท่านใคร่ครวญดูว่า การที่จะรีบร้อนเช่นนี้โดยได้ทราบข้อขัดข้องต่าง ๆ ดังข้าพเจ้าได้บรรยายให้ท่านฟังมาแล้วจะเปนผลดีต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของท่าน และเปนผลดีต่อพระเปนเจ้าแล้วหรือ แต่เอาเถิด ถ้าท่านต้องการให้กราบทูลจริง ๆ แล้วถึงจะเกิดเรื่องเกิดเหตุอย่างไรก็ไม่ว่า ข้าพเจ้ารับรองว่าจะได้นำความกราบทูล


๖๘ ต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม นายของข้าพเจ้าตามความต้องการของท่านทุกประการ แต่ขอให้ท่านระฦกไว้ในใจเสมอว่า ต่อไปในภายหน้าถ้าจะเกิดเหตุขึ้นอย่างใดอันเนื่องมาจากเรื่องนี้แล้ว ท่านเองจะต้องเปนผู้รับผิดรับชอบแต่คนเดียว เพราะข้าพเจ้าเชื่อใจแน่ว่าในรัชกาลปัจจุบันนี้ คงจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเพราะพระเจ้ากรุงสยาม นายของข้าพเจ้ามีพระทัยดีนัก แต่ต่อไปภายหน้าจะเปนอย่างไรเปนเรื่องที่ทราบไม่ได้" เมื่อมองซิเออร์ฟอลคอนได้พูดจบลงแล้วเชอวาเลียเดอโชมองจึง ได้ตอบว่า "ข้าพเจ้าเชื่อใจได้ว่าท่านได้ตั้งใจดีสำหรับพระเปนเจ้า และสำหรับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้า แต่เมี่อได้เดิรทางมาหนทางถึง ๕๐๐๐ ไมล์ สำหรับจัดการฉเพาะเรื่องนี้ตามคำสั่งของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส แต่ก็จัดการไม่สำเร็จและก็ไม่มีข้อความอย่างใดที่จะกลับไปกราบทูลได้เช่นนี้ ก็เปนการน่าเสียใจอยู่บ้างแต่อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าจะได้ไปตรึกตรองอีกครั้ง ๑ ถึงข้อความ ต่าง ๆ ที่ท่านได้อธิบายให้ข้าพเจ้าฟังมาแล้ว" เมื่อพูดกันเท่านี้แล้วก็ต่างไปนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหาร มิได้พูดถึงเรื่องนี้อีก เปนแต่ต่างคนต่างคิดจะหาความเพลิดเพลินในเวลารับประทานอาหารเท่านั้น


๖๙ ตามที่มองซิเออร์ฟอลคอนได้ยกเหตุผลต่าง ๆ มาอ้างเพื่อให้เชอวาเลียเดอโชมองเปลี่ยนความคิด ดังเราได้บรรยายมาแล้วนั้น มองซิเออร์ฟอลคอนยังไม่วางใจจึงอุตส่าห์ย้อนมาหาราชทูตฝรั่งเศสอีก ครั้ง ๑ เพื่อขอร้องอย่าให้ราชทูตกราบทูลพระเจ้ากรุงสยามในเรื่องที่จะเชิญเสด็จให้เขารีต เชอวาเลียเดอโชมองจึงรับรองว่าในวันนั้นเองเชอวาเลียเดอโชมองจะได้ตอบให้มองซิเออร์ฟอลคอนทราบเปนเด็ดขาดว่าจะตกลงอย่างไร ครั้นเวลาค่ำมองซิเออร์ฟอลคอนได้ไปยังที่พักของเชอวาเลียเชอร์โดมอง เพื่อไปฟังว่าจะตกลงอย่างไรแน่ เชอวาเลียเดอโช มองจึงได้บอกกับมองซิเออร์ฟอลคอนว่า ได้ตรึกตรองทุกอย่างแล้วจึงเห็นว่า เปนที่จะต้องกราบทูลให้พระเจ้ากรุงสยามทรงทราบในพระราชดำริห์ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทุกประการ มองซิเออร์ฟอลคอนได้ฟัง ก็ตกใจจนพูดไม่ออกอยู่เปนนาน ครั้นค่อยคลายความตกใจขึ้นบ้าง แล้วจึงได้พูดกับท่านราชทูตว่า " ข้าพเจ้ามีความเสียใจ ที่ได้เปลืองเวลาพูดกับท่านโดยไม่มีประโยชน์อันใด ข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านคิดการดังนี้ก็คงจะมีเหตุผลอันสมควร เพราะข้าพเจ้าทราบไม่ได้ว่าจะมีความลับลี้กันอย่างไร แต่ข้าพเจ้าจะบอกท่านได้อย่าง ๑ ว่า พอได้กราบทูลในเรื่องนี้ พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าก็คงจะรับสั่งถามดัง


๗๐ ข้าพเจ้าได้เคยถามท่านสังฆราชมาแล้วว่า ใครเป็นผู้ไปกราบทูลหลอกพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเช่นนี้ เมื่อรับสั่งถามเช่นนี้จะให้ข้าพเจ้ากราบทูลว่าอย่างไรเล่า ข้าพเจ้าก็จะต้องกราบทูลว่า พวกมิชชันนารีเปนผู้ไปกราบทูลหลอกพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส เมื่อเปนเช่นนี้จะเปนการเหมาะ สำหรับให้พระเจ้ากรุงสยาม นายของข้าพเจ้าได้นับถือพวกนักพรตและนักบุญผู้ซึ่งจะมีหน้าที่สำหรับรับพระองค์ให้เข้ารีตหรือ เพราะยังไม่ทันอะไรพวกนักพรตก็ได้ทำการตลบตะแลงถึงเพียงนี้แล้ว แต่ก็ช่างเถิดพระเปนเจ้าคงจะรักษาสาสนาของพระองค์เอง เพราะฉนั้น ข้าพเจ้าจะรับรองต่อท่านว่าข้าพเจ้าจะได้กราบทูลให้พระเจ้ากรุงสยาม ได้ทรงทราบในเรื่องนี้ตามข้อความที่ท่านจะต้องการ ให้กราบทูลทุกอย่าง และข้าพเจ้าก็จะต้องกราบทูลต่อไปว่าการที่ข้าพเจ้ามิได้กล้ากราบทูลเสียแต่เดิมนั้นก็เพราะเหตุว่า ข้าพเจ้าได้เล็งเห็นถึงอันตรายซึ่งจะบังเกิดแก่สาสนาและไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อพระองค์ แต่เมื่อข้าพเจ้าพูดจาอ้อนวอนท่านราชทูตขอให้เลิกความคิดอันนี้เสียไม่เปนการสำเร็จได้นั้น จึงจำเปนที่ข้าพเจ้าต้องการกราบทูลขอพระราชทานให้ยกโทษแก่ข้าพเจ้าในการที่ข้าพเจ้าได้กราบทูลชักช้าไปเช่นนี้ แล้วข้าพเจ้าจะได้นำพระราชดำริห์ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสกราบทูลให้ทรงทราบ และจะได้กราบทูลแต่สิ่งที่จะได้เปนประโยชน์ต่อสาสนาเท่านั้น เพราะฉะนั้นขอให้ท่านเขียน


๗๑ จดหมายบันทึกข้อความตามพระราชดำริห์ ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสไว้เพื่อข้าพเจ้าจะได้นำถวายต่อ พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าต่อไป ในวันนั้นเองเชอวาเลียเดอโชมองราชทูตฝรั่งเศสได้เขียนจดหมาย บันทึกและได้ส่งไว้ต่อมองซิเออร์ฟอลคอน ในจดหมายบันทึกนั้นมีใจความว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ขอถวายสาสนาคริศเตียนต่อพระเจ้ากรุงสยาม และมีคำอธิบายว่าถ้าพระเจ้ากรุงสยามได้ทรงนับถือสาสนาคริศเตียนแล้ว ก็จะเปนประโยชน์ต่อพระองค์และเปนประโยชน์แก่ประเทศสยามเปนอันมาก และถ้าได้ทรงเข้ารีตแล้วพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะทรงโสมนัสยินดีอย่างยิ่ง พอมองซิเออร์ ฟอลคอนได้รับจดหมายบันทึก จากเชอวาเลียเดอโชมองแล้วก็ได้เข้าในพระราชวังทันที ขอพระราชานุญาตเฝ้าโดยฉเพาะ ครั้นสมเด็จพระนารายณ์พระราชทานพระราชานุญาต ให้มองซิเออร์ฟอลคอนเฝ้า โดยฉเพาะแล้ว มองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้คลานไปกราบที่พระบาทกราบทูลว่า ตัวมีความผิดที่จะต้องมาขอรับพระราชทานโทษ และเชื่อว่าคงจะทรงพระกรุณาพระราชทานโทษให้ เมื่อได้ทรงฟังข้อแก้ตัวของมองซิเออร์ฟอลคอนแล้ว มองซิเออร์ฟอลคอนได้กราบทูลดังข้าพเจ้าจะได้นำมากล่าว ตามความที่มองซิเออร์ฟอลคอนได้กราบทูลโดยมิได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงถ้อยคำเลย ด้วยราชทูตฝรั่งเศส


๗๒ ได้ส่งจดหมายบันทึกมายังข้าพระพุทธเจ้าฉบับ ๑ อันมีข้อความต่าง ๆ ซึ่งราชทูตจะต้องนำความกลับไปกราบทูลต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส แต่ก่อนที่ข้าพระพุทธเจ้าจะอ่านจดหมายบันทึกของราชทูตฝรั่งเศสถวายนั้น ข้าพระพุทธเจ้าต้องขอพระราชทานโอกาศกราบทูลให้ทรงทราบว่า เหตุ ใดพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงได้แต่งราชทูตให้เข้ามาเฝ้าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทในครั้งนี้ คือพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงทราบถึงพระทัยอันกว้างขวางของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท เพราะเหตุที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดแต่งทูตและส่งเครื่องราชบรรณาการออกไปถวาย โดยมิได้มีพระราชประสงค์อย่างใด นอกจากจะโปรดให้ทำพระราชไมตรีกับพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงอานุภาพอันใหญ่ยิ่ง แล้วภายหลังพระเจ้ากรุง ฝรั่งเศสก็ได้ทรงทราบว่าเสนาบดีของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทได้จัดให้ข้าราชการ ๒ นายนำของต่าง ๆ เปนอันมากไปฝากเสนาบดีฝรั่งเศส เพื่อให้ไปแสดงความยินดีในการที่พระนัดดาของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ประสูติ และเพื่อไปแสดงให้ประเทศฝรั่งเคสได้ทราบถึงพระเดชานุภาพ ของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทด้วย เมื่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงทราบว่าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทได้แต่งข้าราชการออกไปเช่นนี้ อันนับว่าไม่เปนประโยชน์ฉเพาะพระองค์ของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทเลยนั้น พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็ทรงนึก ปลาดพระทัย จึงตั้งพระทัยที่จะตอบแทนให้สมกับน้ำพระทัยอันดีของ


๗๓ ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท แต่ที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงพระราชดำริห์เช่นนี้ ในชั้นแรกก็เกิดขัดข้องในพระทัยอยู่บ้าง เพราะไม่ทรงเห็นว่าจะทำประการใด จึงจะจัดการให้สมพระเกียรติยศของพระองค์และจะให้เปนที่พอพระทัยของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทด้วย ถ้าจะถวายทรัพย์ศฤงคารเล่า ในพระราชอาณาจักร์ของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทก็มีบริบูรณ์อยู่แล้ว จนถึงกับชาวต่างประเทศต้องออกมาขวนขวายหาทรัพย์ในพระราชอาณาเขตอยู่แล้ว ครั้นจะถวายกำลังทหารเล่า พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็ทรงทราบอยู่แล้วว่า ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทมีกำลังทะแกล้วทหาร จนบ้านใกล้เมืองเคียงก็เกรงพระเดชานุภาพทั่วไป ถ้าบ้านใดเมืองใดจะกำเริบขึ้น ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทก็ทรงปราบปรามลงพระราชอาชญาแก่ผู้ที่กำเริบ จนเมืองเหล่านั้นก็ต้องมาอ่อนน้อมยอมขึ้น ต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทหากล้าที่จะมาต่อสู้พระเดชานุภาพ ของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทไม่ ครั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะถวายที่ดินและบ้านเมืองเล่า ก็ทรงทราบอยู่ว่าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทมีเมืองประเทศราช ได้พึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่เปนอันมาก และใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทก็ทรงปกครองบ้านเมืองเกือบส่วน ๑ ของทวีปอาเซียอยู่แล้ว ครั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะส่งชาวฝรั่งเศส ให้ออกมาทำการค้าขายในพระราชอาณาเขตก็ไม่ได้ เพราะเปนประโยชน์ฉเพาะตัวพลเมือง


๗๔ ฝรั่งเศส และเปนประโยชน์ฉเพาะไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท เพราะฉนั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงทรงขัดข้องไม่ทรงทราบว่าจะควรทำประการใด ครั้นทรงใคร่ครวญถึงข้อนี้จึงเกิดมีพระราชดำริห์ขึ้นว่า มีของอยู่สิ่ง ๑ อันเปนสิ่งวิเศษล้ำเลิศยิ่งกว่าสิ่งทั้งปวง ควรจะถวายต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทได้ เพราะของสิ่งนี้สมกับพระเกียรติยศ ของพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงอานุภาพอันใหญ่ยิ่งทั้งสองพระองค์ คือพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงใคร่ครวญดูว่า การที่พระองค์ได้มีพระเดชานุภาพมากถึงเพียงนี้จนถึงกับทำให้พระองค์ได้ตีบ้านเมืองใหญ่ได้มากมาย ทั้งไปทำศึกสงครามก็มีไชยชนะทุกคราว จนราษฎรพลเมืองฝรั่งเศสได้มีความผาสุกทั่วหน้ากันนั้นจะเปนเพราะเหตุใด และทรงใคร่ครวญต่อไปว่า การที่มีราชทูตไปเจริญทางพระราชไมตรีอยู่เนืองนิตย์เจ้าแผ่นดินใหญ่ ๆ และเจ้านายซึ่งอยู่ถึงสุดโลกก็อยากจะเปนไมตรีกับพระองค์จนที่สุดใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ก็ได้ทรงแต่งราชทูตให้ไปเจริญทางพระราชไมตรีเช่นนี้ จะเปนด้วยเหตุใด จึงทรงพระราชดำริห์เห็นด้วยพระปรีชาญาณว่า การที่เปนดังนี้ก็ด้วยความกรุณาของพระเปนเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้น โดยพระเปนเจ้าได้บันดาลให้เปน และพระเปนเจ้าองค์นี้ทั้งพระมารดาของพระเยซูเจ้าผู้ซึ่งได้ลงมาช่วยกู้โลกนั้น เปนสิ่งที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงนับถือนัก จึงทรงยกพระองค์และประเทศฝั่งเศสให้


๗๕ ขึ้นอยู่ในพระเปนเจ้าทั้งสิ้น เมื่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงพระราชดำริห์เห็นเช่นนี้แล้ว จึงมีพระราชประสงค์จะกราบทูลให้ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาททรงทราบ เพื่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทจะได้ทรงหันเข้าหาทางที่จะทำให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้มีพระเดชา นุภาพเท่าเทียมกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสบ้าง หนทางอันนี้ก็คือต้องทรงรู้จักและทรงนับถือพระเปนเจ้าองค์ที่แท้เท่านั้น และพระเปนเจ้าองค์นี้ จะหาที่ใดไม่ได้นอกจากจะหาในสาสนาคริศเตียนสาสนาเดียวเท่านั้น เพราะเหตุฉนี้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงได้ทรงแต่งราชทูตให้ออกมาถวาย สาสนาคริศเตียนนี้ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และทรงขอร้องให้ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทได้โปรดรับสาสนานี้ไว้สำหรับเปนที่นับถือ ตลอดทั้งอาณาประชาราษฎรทั่วพระราชอาณาจักร์ด้วย พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสพระองค์นี้ทรงพระปรีชาญาณอย่างลึกซึ้ง ทั้งพระนามก็โด่งดังโดยที่ทรงมีไชยชนะในการสงคราม ถ้าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทได้ทรงทราบในน้ำพระทัยอันดีของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแล้ว ก็คงจะทรงรับตามคำขอร้องของพระองค์ไว้เปนแน่ เพราะพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเปนพระราชมิตร์ของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทจริง ๆ ส่วนตัวข้าพระพุทธเจ้าเองนั้น ถ้าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทได้ทรงนับถือพระเปนเจ้าที่แท้แล้ว ข้าพระพุทธเจ้าก็จะมีความยินดีเปนล้นเกล้า ฯ และถึงจะมีชีวิตที่จะสละถวายได้ตั้ง ๑๐๐๐ ชีวิต ข้าพระพุทธเจ้าก็จะ


๗๖ ยอมสละถวายด้วยความยินดี ขอใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทได้ทรงพระราชดำริห์เถิด ว่าถ้าได้ทรงนับถือพระเปนเจ้าแล้ว การทั้งปวงที่ได้ทรงปฏิบัติมาแล้ว ก็จะปรากฎโด่งดังขึ้นยิ่งกว่าเก่าพระเกียรติยศก็จะเลื่องลือตลอดไปถึงชาติหน้า เพราะฉนั้นข้าพระพุทธเจ้าขอพระมหากรุณา อย่าให้ราชทูตฝรั่งเศสต้องกลับไปโดยมีข้อขัดเคืองเลย เพราะการที่ราชทูตจะได้มาเชิญเสด็จให้นับถือสาสนาคริศเตียนนั้น ก็เพื่อประสงค์จะให้พระราชไมตรีในระหว่างใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้เปนสิ่งที่ถาวรมั่นคงอันจะขาดไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดีถ้าแม้ว่าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ได้มีพระราชดำริห์ในเรื่องนี้บ้างแม้แต่เล็กน้อยหรือทรงเชื่อถือในสาสนาคริศเตียนแม้แต่เล็กน้อย ก็ขอได้ทรงพระกรุณารั่บสั่งให้ทราบเสีย เพราะข่าวอันนี้จะเปนข่าวอันดีที่สุดที่ราชทูตจะได้นำไปกราบทูล ต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ถ้าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ได้ตั้งพระทัยที่จะไม่ทรงปฏิบัติตามข้อความที่ข้าพระพุทธเจ้าได้กราบทูลมาแล้วนั้น หรือจะรับสั่งอย่างใดให้เปนที่หวังของราชทูตฝรั่งเศสไม่ได้แล้ว ก็ขอได้ทรงพระกรุณาอย่าให้ข้าพระพุทธเจ้าต้องเชิญกระแสรับสั่ง ไปบอกกับราชทูตฝรั่งเศสเลย เพราะจะเปนสิ่งที่ไม่พอพระทัยของพระเปนเจ้า ซึ่งข้าพระพุทธเจ้าได้บูชานับถืออยู่นั้น การที่ข้าพระพุทธเจ้ากล้ากราบทูลเช่นนี้ ไม่ควรเปนสิ่งที่จะทำให้ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทประหลาด


๗๗ พระทัย เพราะถ้าผู้ใดไม่จริงต่อพระเปนเจ้าของตัว ก็ไม่จริงต่อเจ้านายของตัวเหมือนกัน เพราะฉนั้นถ้าข้าพระพุทธเจ้าไม่ซื่อสัตย์สุจริตจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทแล้ว ก็ไม่ควรจะชุบเลี้ยงข้าพระพุทเจ้าอีกต่อไป ข้อความตามที่ข้าพระพุทธเจ้าได้กราบบังคมทูลมานี้ เปนข้อความที่ราชทูตได้กราบทูล โดยยืดยาวเมื่อคราวราชทูตได้เข้าเฝ้าในครั้งแรก และเมื่อโปรดเกล้า ฯ ให้ราชทูตฝรั่งเศสเฝ้าในครั้งที่ ๒ นั้น ราชทูตก็ได้กราบทูลความอย่างนี้อีกเหมือนกัน หาได้มีข้อความอย่างอื่นมากราบทูลไม่ แต่ข้าพระพุทธเจ้าไม่กล้า แปลถวายตามถ้อยคำของราชทูต เพราะเห็นด้วยเกล้า ฯ ว่าถ้าจะกราบบังคมทูล โดยเปิดเผยต่อหน้าขุนนางข้าราชการซึ่งบางคนไม่มีใจสุจริต ดังได้มีรับสั่งแก่ข้าพระพุทธเจ้าบ่อย ๆ นั้น ก็อาจจะทำให้เกิดเรื่องร้ายต่าง ๆ ขึ้นได้ ซึ่งใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทคงจะทรงพระราชดำริห์เห็นดีกว่าข้าพระพุทธเจ้าเสียอีก แต่ข้าพระพุทธเจ้าก็ได้ชี้แจงเหตุขัดข้องต่าง ๆ ให้ราชทูตฝรั่งเศสฟังแล้ว แต่ราชทูตก็หาพอใจไม่กลับจะโกรธข้าพระพุทธเจ้าเสียอีกซ้ำไป ข้าพระพุทธเจ้าจึงจำเปนต้องบอกราชทูตว่า ถ้าราชทูตจำจะต้องกราบบังคมทูลในข้อเหล่านี้แล้ว ก็ต้องทำเปนรายงารทูลเกล้า ฯ ถวายจึงจะได้ ที่จะกราบบังคมทูลในเวลาเสด็จออกแขกเมืองนั้นไม่ได้


๗๘ ในเวลาที่มองซิเออร์ฟอลคอนได้กราบทูลยืดยาวนี้ สมเด็จพระนารายณ์ได้ทรงนิ่งฟัง หาได้ทรงโต้ตอบจนครั้งเดียวไม่ ครั้นมองซิเออร์ฟอลคอนได้กราบทูลจบลงแล้ว สมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงพระสรวลแล้วรับสั่งว่า " เอาเถอะ เราไม่ต้องการให้เจ้านึกบาปในใจดอก แต่ใครเปนผู้ไปกราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเพื่อนรักของเรา ว่าเรามีน้ำใจโอนเข้าหาสาสนาคริศเตียนเช่นนี้ " มองซิเออร์ฟอลคอนจึงกราบทูลว่า " ข้าพระพุทธเจ้าไม่ทราบเกล้า ฯ เลยว่าผู้ใดจะได้ไปกราบทูลดังนี้ แต่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็คงจะทรงเชื่อว่าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ได้มีพระทัยโอนเข้าหาสาสนาคริศเตียน โดยทรงเห็นใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาททรงปกครองพวกมิชันนารี ทรงทำไทยธรรมพระราชทานไปยังบาดหลวงที่เมืองจีน ทั้งทรงพระกรุณาให้สร้างวัดเข้ารีตสำหรับเปนที่สักการะบูชาพระเปนเจ้าที่แท้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงทรงพระราชดำริห์เห็นว่าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท คงจะทรงเข้าหาสาสนาคริศเตียนอยู่บ้าง " สมเด็จพระนารายณ์จึงรับสั่งว่า " ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว แต่เมื่อเจ้าได้ยกเหตุผลต่าง ๆ ชี้แจงต่อราชทูตตามความที่เจ้าได้อธิบายให้เราฟังนี้ ราชทูตได้ตอบว่ากระไรเล่า "


๗๙ มองซิเออร์ฟอลคอนจึงกราบทูลว่า " ท่านราชทูตได้เห็นว่า เหตุผลตามที่ข้าพระพุทธเจ้ายกมากล่าวนี้ มีน้ำหนักมาก แต่การที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้รับสั่งให้ราชทูตมาถวายสาสนาคริศเตียนต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทนั้น ก็โดยหวังจะให้เปนคุณเปนประโยชน์ ต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทอย่างเดียวเท่านั้น ราชทูตฝรั่งเศสจึงเห็นว่า เหตุผลต่าง ๆ ที่ข้าพระพุทธเจ้ายกขึ้นมาอ้างนั้นไม่เพียงพอที่จะให้ราชทูตงดปฏิบัติตามคำสั่งได้ อีกประการ ๑ ราชทูตฝรั่งเศสได้ทราบว่าพระเจ้ากรุงเปอเซียได้แต่งทูตเข้ามาถึงเมืองไทยแล้ว และทูตเปอเซียจะได้ถวายคัมภีร์โครานเพื่อเชิญเสด็จให้เข้าสาสนามหะหมัด ราชทูตฝรั่งเศสเชื่อว่า ราชทูตเปอเซียคงจะได้ถวายคัมภีร์โครานเปนแน่แล้ว ราชทูตฝรั่งเศสจึงเห็นว่าเปนการจำเปน ที่จะต้องถวายสาสนาคริศเตียนต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทบ้าง และจะกราบทูลขอให้ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทได้ทรงนับถือสาสนาคริศเตียนต่อไป เพราะการที่ราชทูตฝรั่งเศส มาเฝ้าในคราวนี้ก็ไม่มีความมุ่งหมายอย่างอื่น นอกจากจะถวายสาสนาต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทเท่านั้น " สมเด็จพระนารายณ์จึงรับสั่งถามว่า ที่ว่าราชทูตเปอเซียจะมาถวายคัมภีร์โครานนั้นเปนความจริงหรืออย่างไร มองซิเออร์ ฟอลคอนจึงกราบทูลตอบว่า เขาพูดกันว่าอย่างนั้น สมเด็จพระนารายณ์จึงรับสั่งว่า


๘๐ " เราอยากนักหนาที่จะให้ราชทูตฝรั่งเศสอยู่ในที่นี้ เพื่อจะได้เห็นว่าเราจะตอบราชทูตเปอเซียอย่างไร แต่ข้อนี้เปนความจริงว่า ถ้าเราเปนผู้ที่ไม่ได้นับถือสาสนาอย่างใดแล้ว ทำอย่างไร ๆ เราก็คงจะไม่เลือกเอาสาสนามหะหมัดเปนแน่ แต่ในข้อที่จะตอบราชทูตฝรั่งเศสนั้น เจ้าจงไปบอกราชทูตแทนเรา ว่าเรามีความขอบพระทัยพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสอย่างยิ่ง ทิได้ทรงแสดงไมตรีต่อตัวเราดังนี้ และการที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงแสดงไมตรีต่อเรานั้น เปนการที่ได้ทราบกันแพร่หลายในฝ่ายทิศตวันออกแล้วเพราะฉนั้นเราจึงขอบพระคุณยิ่งนัก แต่การที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเพื่อนรักของเรามาแนะนำการอันยากเช่นนี้ และเปนเรื่องที่เราไม่มีความรู้เลยนั้น เปนเรื่องที่กระทำให้เราเสียใจเปนอันมากแต่ขอให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ผู้ทรงพระปริชาญาณอย่างล้ำเลิศได้ทรงตรึกตรองดูว่า การที่จะเปลี่ยนสาสนาซึ่งได้เคยนับถือต่อ ๆ กันมาถึง ๒๒๒๙ ปีแล้ว จะเปนการสำคัญและลำบากสักเพียงไรอิกประการ ๑ เราก็มีความประหลาดใจมากว่า พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเพื่อนรักของเราได้มาเปนพระธุระ ในการอันเปนกิจของพระเปนเจ้า เพราะเราก็เห็นว่าพระเปนเจ้าเองก็หาได้ฝักฝ่ายในเรื่องนี้ไม่ เพราะการที่มนุษย์เรามีร่างกาย มีวิญญาณ มีธรรมชาติอย่างเดียวกัน ไม่ใช่พระเปนเจ้าเปนผู้ทำให้เปนเช่นนั้นดอกหรือถ้าพระเปนเจ้าจะโปรดให้มนุษย์ทั้งปวง ได้มีความนับถือสาสนาอัน


๘๑ เดียวกันแล้ว พระเปนเจ้ามิทำให้มนุษย์ทั้งหลายเกิดมาร่วมสาสนาเดียวกันหรือ แต่นี่พระเปนเจ้าก็ไม่ต้องการให้เปนเช่นนั้น กลับปล่อยให้มีสาสนาต่าง ๆ กันทั่วโลกตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เมื่อเปนเช่นนี้เราจะไม่ควรเชื่อหรือว่า พระเปนเจ้ามีความประสงค์จะให้มนุษย์เราได้นับถือและบูชาพระองค์ด้วยวิธีและลัทธิต่าง ๆ กันดังเราได้เห็นอยู่แล้ว ว่าต่างพวกก็ต่างนับถือและบูชาพระเปนเจ้าตามลัทธิของตัว แต่อย่างไรก็ดีเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าการทั้งปวงจะเปนอย่างไรก็ต้องสุดแล้วแต่พระเปนเจ้าจะสั่งให้เปน เพราะ ฉนั้นเราจึงขอมอบกายของเราและแผ่นดินของเรา ให้อยู่ในความปกครองของพระเปนเจ้า การต่อไปข้างหน้าจะดีร้ายประการใดก็แล้วแต่พระเปนเจ้าจะโปรดเถิด แล้วเจ้าจงบอกราชทูตให้ไปกราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสด้วย ว่าเพื่อจะแสดงให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเห็นว่า เรามีความพอใจในพระราชไมตรีของพระองค์เพียงไร และเรามีความประสงค์ที่จะยึดพระราชไมตรีนั้นไว้เพียงไรเราจึงจะได้จัดการให้ตัวเราก็ดี ผู้ที่เปนพระเจ้าแผ่นดินแทนเราก็ดี ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของเราก็ดี ต้องนับถือและคิดถึงพระคุณของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสอยู่เนืองนิตย์ ถ้าแม้ว่าต่อไปภายหน้าผู้ที่จะเปนพระเจ้าแผ่นดินแทนเรา จะไม่ปฏิบัติตามความประสงค์ของเราดังว่ามานี้แล้ว ก็ขอให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้


๘๒ ลงโทษต่อพระเจ้าแผ่นดินองค์นั้น หรือจะทรงขับไล่พระเจ้าแผ่นดินองค์นั้นให้ออกไปเสียให้พ้นพระราชอาณาเขตก็ได้ เพราะเราจะได้ยกอำนาจให้แก่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส สำหรับที่จะลงโทษแก่ผู้ที่จะขัดพระราชโองการของเราต่อไป แต่นั่นแหละข้อต่าง ๆ ที่เรายกขึ้นมาอ้างนี้ ราชทูตฝรั่งเศสจะว่ากระไรบ้าง" มองซิเออร์ฟอลคอนจึงกราบทูลตอบว่า " ราชทูตฝรั่งเศสก็คงจะไม่ทราบที่จะพูดว่ากระไรได้ เพราะตามที่ใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทได้รับสั่งมาทั้งนี้ ก็ล้วนแล้วแต่เปนข้อที่สำคัญ ๆ ทั้งนั้น แต่ราชทูตฝรั่งเศสก็คงจะอดนึกไม่ได้ว่าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาททรงพระปรีชาสามารถเหลือล้น บางทีราชทูตฝรั่งเศสจะได้ตอบว่า มนุษย์และสัตว์ที่เราเห็นในโลกนี้ต่างกันด้วยพระเปนเจ้าได้สร้างสัตว์ให้มีธรรมชาติต่างกันสองอย่าง สำหรับให้สัตว์ได้รู้จักสิ่งที่ดี โดยไม่ต้องไปขวนขวายหาหรือต้องคิดตรึกตรองอย่างไร และให้รู้จักสิ่งที่ควรกลัวและให้หนีสิ่งนั้นด้วยปัญญาของตัวเอง เช่นกวางต้องหนีสิงห์โตและหนีเสือ ลูกไก่พอออกจากฟองไข่ก็รู้จักกลัวนกเหยี่ยว จึงต้องหนีเข้าไปส้อนใต้ปีกแม่ไก่ดังนี้เปนต้น การที่เปนเช่นนี้มิใช่กวางหรือลูกไก่จะได้รับคำสั่งสอนอย่างไรเมื่อไร แต่เกิดจากความคิดของตัวอันเปนธรรมชาตินั้นเอง แต่ส่วนมนุษย์นั้น พระเปนเจ้าได้สร้างมนุษย์ให้มีสติปัญญาความคิด ให้รู้จักสิ่งที่ผิดและชอบ และพระเปนเจ้า


๘๓ มีความประสงค์จะให้มนุษย์ค้นหาและชอบสิ่งที่ดี และให้หนีสิ่งที่ชั่ว เพราะฉนั้นเมื่อมนุษย์คนใดรู้จักค้นหาสิ่งที่ดี คือรู้จักและมีความรักใคร่นับถือพระเปนเจ้าแล้ว ผู้นั้นก็จะได้รับรางวัลอันเปนผลความดีชั่วกัลปาวสาน อีกประการ ๑ มนุษย์เราจะทำดีหรือทำชั่วก็ต้องใช้มือใช้ตาใช้เท้าเหมือนกัน แต่หากว่าพระเปนเจ้าผู้ฉลาดล้นเหลือได้ บังคับให้มนุษย์ใช้มือใช้ตาใช้เท้าสำหรับหาหนทางที่ดี ซึ่งจะหาที่อื่นไม่ได้นอกจากจะหาในทางสาสนาคริศเตียนอันเปนสาสนาที่แท้เท่านั้น แต่มนุษย์เราก็หาดำเนิรสู่แสงสว่างอันดีทุกคนไม่ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนข้าทูลลอองธุลีของใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท มิใช่พวกนี้จะมีความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาททุกคนเมื่อไร ดังทรงทราบอยู่เต็มพระทัยแล้ว แต่ปากก็คงพูดว่ามีความจงรักภักดีทุกคน ความจริงมนุษย์ทั่วหน้าก็ต้องการนับถือพระเปนเจ้าด้วยกันทุกคน แต่ก็นับถือด้วยลัทธิต่าง ๆ กัน บางคนก็ประพฤติตัวเหมือนสัตว์เดรฉาน กล่าวคือ ไม่ ต้องแสวงหาความดีแต่ทำการเอาความพอใจของตัวเปนใหญ่ มิได้ตรึกตรองว่าสิ่งใดดีสิ่งใดชั่ว บางคนรู้สึกตัวว่าตัวดีกว่าสัตว์เดรฉาน ก็ประพฤติตัวดีกว่าสัตว์ โดยแสวงหาพระเจ้าผู้ที่สร้างมนุษย์และแสวงหาสาสนาที่แท้ และสาสนานี้ก็ไม่ต้องการอะไรนอกจากจะต้องทำการให้เปนที่พอใจของพระเปนเจ้า และกระทำตามโอวาทของพระเปนเจ้าเท่านั้น "


๘๔ สมเด็จพระนารายณ์จึงรับสั่งว่า " เออ ดีแล้ว เจ้าจงไปพูดกับราชทูตฝรั่งเศสตามคำพูดของเราก็แล้วกัน " มองซิเออร์ฟอลคอน ก็ได้นำพระราชดำรัสของสมเด็จพระนารายณ์มาเล่าให้ราชทูตฝรั่งเศสฟัง ท่านราชทูตได้ฟังก็เห็นว่าพระราชดำรัสนี้ไพเราะมาก ภายหลังมองซิเออร์ฟอลคอนได้เขียนพระราชดำรัสลงเปนตัวหนังสือ และได้ไปอ่านถวายในเวลาเสด็จออกอย่างเงียบ ๆ ซึ่งมีแต่ข้าราชการเฝ้าอยู่ ๕ นายเท่านั้น สมเด็จพระนารายณ์ได้ทรงฟังเปนที่พอพระทัย มองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้คัดสำเนาพระราชดำรัสส่งมาให้เชอร์วาเลียเดอโชมองฉบับ ๑ ข้อความที่กล่าวมาข้างบนนี้ เปนเรื่องที่ได้เจรจากันตลอดจนถึงต้นเดือนธันวาคม ค.ศ.๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘) เชอวาเลียเดอโชมองราชทูตฝรั่งเศสได้ตั้งต้นขอสิทธิต่าง ๆ ให้แก่พวกมิชันนารีและขอสิทธิต่าง ๆ สำหรับคนไทยซึ่งจะได้เข้ารีตต่อไปในภายภาคหน้า มองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้ชี้แจงต่อท่านราชทูตว่า พวกมิชันนารีและคนไทยที่จะเข้ารีตนั้น ไม่จำเปนจะต้องมีสิทธิอย่างใดเพราะพวกมิชันนารี ก็ทำการสอนสาสนาได้ตามชอบใจทุกอย่างอยู่แล้ว หามีข้อกีดขวางขัดข้องอย่างใดไม่ และที่ทำการอยู่ในทุกวันนี้ก็มิได้มีสิทธิอย่างใดเลย การที่พวกมิชันนารีปฎิบัติอยู่ในทุกวันนี้ ก็มีน้ำหนักยิ่งกว่าสิทธิอย่างใดที่จะให้ได้เสียอีก


๘๕ เพราะในประเทศสยามนี้ เมื่อใครได้ทำการอย่างใดเปนแบบธรรม-เนียมอยู่แล้ว ก็มีน้ำหนักเท่ากับเปนกฎหมายอยู่ในตัว เพราะ ฉนั้นมองซิเออร์ฟอลคอนเห็นว่า ควรจะคิดหาหนทางที่จะจัดการให้สาสนาคริศเตียนได้แพร่หลายและคงอยู่ต่อไป ดีกว่าที่จะขอร้องหาสิทธิต่าง ๆ ให้แก่คนข้างหน้า แล้วมองซิเออร์ฟอลคอนได้ชี้แจงให้เห็นว่า ถ้าพวกมิชันนารีได้รับสิทธิอย่างว่า และได้ประกาศสิทธิเหล่านั้น ถ้าหากว่าสมเด็จพระนารายณ์ได้เสด็จสวรรคตลงเมื่อใด ก็น่ากลัวจะมีอันตรายเกิดขึ้นแก่สาสนาเปนแน่ แต่ถึงมองซิเออร์ฟอลคอนจะอธิบายชี้แจงสักเท่าไร เชอวาเลียเดอโชมองก็หาฟังไม่ เพราะฉนั้นมองซิเออร์ฟอลคอนจึงได้บอกให้ร่างข้อความยกสิทธิต่าง ๆ แก่ผู้ที่จะได้เข้ารีตต่อไปในภายภาคหน้า ร่างอันนี้ บาดหลวงเดอชัวซีได้เขียนด้วยมือของตัวเอง เมื่อได้ร่างเสร็จแล้วเชอวาเลียเดอโชมองและชาวฝรั่งเศสอื่น ๆ ก็พอใจมาก รุ่งขึ้นมองซิเออร์ฟอลคอนได้นำร่างอันนี้ ไปถวายสมเด็จพระนารายณ์ให้ทอดพระเนตร์ สมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงเห็นชอบด้วยเปนแต่ทรงแก้ไขบางข้อบ้างเล็กน้อย ในการที่เกี่ยวด้วยเรื่องสาสนาเปนอันที่ได้ตกลงกันดังที่กล่าวมาแล้ว แต่ความจริงในเรื่องนี้ ถ้าพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ไม่ทรงรีบพระราชทานกำลังมาช่วยโดยเร็วแล้วการสาสนาคงจะตกอยู่ในที่ลำบากยิ่งกว่าเก่า ก่อนที่ราชทูตฝรั่งเศสขอสิทธิต่าง ๆ สัก ๒ เท่า


๘๖ การที่ข้าพเจ้าได้กล่าวข้อความต่าง ๆ ในที่นี้ ก็ไม่ได้มุ่งหมายจะใส่ร้ายแก่ผู้ใด และข้าพเจ้าหวังใจว่าคงจะไม่มีใครถือโทษแก่ข้าพเจ้า เพราะเหตุว่าที่ข้าพเจ้าได้ทำจดหมายบันทึกไว้นี้มิได้มีเจตนาจะกล่าวโทษผู้ใด เจตนาอย่างเดียวแต่จะกราบทูลให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงทราบว่า ที่ข้าพเจ้าประพฤติเช่นนี้เพราะเหตุใดเท่านั้น และเพื่อจะได้เปนหนทางที่จะได้ทรงพระดำริห์ว่าต่อไปจะควรจัดการอย่างไร จึงจะเปนประโยชน์ดีต่อสาสนา ในพระราชอาณาจักร์สยาม แต่อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้รับกระแสรับสั่งของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ข้าพเจ้าจะได้พยายามจัดการโดยเต็มกำลัง ให้เกียรติยศของพระเปนเจ้าได้แพร่หลายทวีขึ้น ให้สมกับหน้าที่ซึ่งผู้ที่นับถือสาสนาคริศเตียนควรจะต้องทำ






เชอวาเลียเดอโชมอง

สำเนาจดหมายซึ่งเชอวาเลียเดอโชมอง เอกอัคราชทูตฝรั่งเศสได้ถวายต่อสมเด็จพระนารายณ์ พระเจ้ากรุงสยาม ขอเดชะ ฯลฯ ด้วยพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้า ได้ทรงทราบถึงพระเดชานุภาพของพระองค์ จึงได้จัดให้ข้าพเจ้าออกมาเฝ้า เพื่อขอรับพระราชทานไมตรีของพระองค์ และเพื่อนำพระราชไมตรีของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมาถวายต่อพระองค์ เพื่อประเทศทั้งสองจะได้เปนสัมพันธมิตร์ อันหนทางไกลตั้ง ๕๐๐๐ ไมล์ จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้เปนอันขาด แต่เพราะเหตุว่าพระราชไมตรีอันได้มีต่อกัน โดยมีหลักแต่ฉเพาะการยอพระเกียรติซึ่งกันและกันและเปนประโยชน์ฉเพาะส่วนตัวบุคคลในโลกนี้ มักจะเปนไมตรีซึ่งไม่ใคร่จะมั่นคงอย่างหนึ่ง กับอีกประการ ๑ เมื่อปีกลายนี้ท่านเสนาบดีของพระองค์ ก็ได้มีจดหมายไปยังเสนาบดีฝรั่งเศส ขอให้คิดหาหนทางที่จะให้พระราชไมตรี ได้ติดต่อสืบเนื่องไปจนถึงผู้ที่จะได้เปนพระเจ้าแผ่นดินแทนพระองค์ต่อไปในภายภาคหน้า และอย่าให้พระราชไมตรีนี้ได้ขาดสูญไปได้จนกว่าจะสิ้นโลกนี้ ดังนี้



๘๘ เพราะฉนั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้าจึงทรงเห็นว่า พระราชไมตรีที่จะติดต่อกันได้อย่างมั่นคง ก็มีหลักอยู่อย่างเดียวเท่านั้น คือหลักของสาสนาที่ได้นับถือร่วมกัน พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงได้ใช้ให้ข้าพเจ้ามาเฝ้าพระองค์ เพื่อมากราบทูลอ้อนวอนขอให้พระองค์ได้โปรดยึดหลักนี้ไว้ ซึ่งเปนหลักอย่างดีจะเอาสิ่งอย่างอื่นมาเปรียบไม่ได้ โดยเหตุนี้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจึงรับสั่งให้ข้าพเจ้ามาถวายกำลังทั้งทางบกและทางทะเล คือกองทหารบกกองทัพเรือ และถวายสิ่งทั้งปวงอันจะเปนเครื่องเชิดชูพระเกียรติยศของพระองค์ และเปนสิ่งที่จะให้ความเจริญแก่พระราชอาณาจักร์ของพระองค์ด้วย อีกประการ ๑ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของข้าพเจ้ามีพระราชประสงค์ยิ่งนัก ที่จะให้พระองค์ได้ทรงรับหลักนี้ไว้ดังได้กราบทูลมาแล้ว เพราะฉะนั้นข้างฝ่ายพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็พร้อมอยู่ที่จะทำการทุกอย่าง ซึ่งพระองค์จะเห็นสมควร สำหรับให้พระราชไมตรีนี้ได้คงติดต่อชั่วกัลปาวสาน ถึงแม้ว่าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้มีรับสั่งกับข้าพเจ้าแต่ในข้อนี้ข้อเดียวก็จริงอยู่ แต่ก็ได้มีรับสั่งให้เสนาบดีมาสั่งข้าพเจ้าให้คิดอ่านจัดการทุกอย่าง สำหรับความเจริญของบริษัทฝรั่งเศสด้วย



สำเนาจดหมาย (มองซิเออร์เดอลูแวง)

กรุงศรีอยุธยา วันที่ ๒๐ เดือน พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘) ข้าพเจ้ามีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้พบกับมองซิเออร์เดอบีลีในเวลาที่เชอวาเลียเดอโชมอง ราชทูตของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้เข้ามาเจริญทางพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงสยาม ข้าพเจ้าได้ลงไปที่เรือเพื่อไปคำนับท่านราชทูต เพราะถือว่าท่านราชทูตเปนหัวหน้าของห้างฝรั่งเศสแล้วมองซิเออร์เดอบีลี จึงได้ส่งหนังสือที่ท่านได้ฝากมาให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องขอแสดงความยินดีที่ได้ทราบจากมองซิเออร์เดอบีลี ว่าตัวท่านและครอบครัวของท่านมีความสุขสบายดีอยู่ด้วยกันทุกคน และข้าพเจ้ามีความยินดีที่ท่านได้รับรองมองซิเออร์เดอบีลีอย่างดี เพราะท่านเห็นแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ซักถามมองซิเออร์เดอบีลีถึงอากาศหนาวที่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อจะได้ทราบว่าข้าพเจ้าจะควรกลับไปประเทศฝรั่งเศส เพื่อไปคำนับท่านอีกครั้ง ๑ จะได้หรือไม่ได้ แต่ก็เปนเคราะห์กรรมของข้าพเจ้าได้ทราบจากมองซิเออร์เดอบีลีว่า ข้าพเจ้าคงจะไปทนความหนาวไม่ได้ ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าเสียใจเปนอันมาก



๙๐ ข้าพเจ้าจะต้องบอกให้ท่านทราบว่า มองซิเออร์มาแตงและที่ประชุมเมืองสุหรัต ได้จัดให้ข้าพเจ้าไปยังฝั่งคอรอมันเดลเมื่อวันที่ ๖ เดือนเมษายนปีก่อนนี้ เพื่อให้เปนหัวหน้าพ่อค้า และข้าพเจ้าจะต้องอยู่ในหน้าที่นี้ ๓ ปี คือจนถึงเดือนเมษายน ค.ศ.๑๖๘๘ (พ.ศ. ๒๒๓๑) จึงจะหมดเขต แล้วจึงได้รับคำสั่งให้กลับมายังเมืองไทยให้รับหน้าที่เปนหัวหน้าของห้างฝรั่งเศส ดังข้าพเจ้าได้เคยเปนมาแต่ปีกลายนี้แล้ว ข้าพเจ้าได้เดิรทางอยู่ ๒ เดือน จึงได้มาถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ แต่เมื่อแรกจะลงเรือก็กำลังป่วยอยู่ เมื่อเชอวาเลียเดอโชมองได้มาถึงเมืองไทยนั้น ได้มีคนผู้ ๑ เดิรสานเรือมาด้วย คน ๆ นี้ชื่อมองซิเออร์เตเรเปนพ่อค้าเมืองฝรั่งเศส ซึ่งผู้อำนวยการบริษัทฝรั่งเศสได้ส่งให้มาเปนหัวหน้าของห้างฝรั่งเศสในเมืองนี้แทนข้าพเจ้า การที่ข้าพเจ้าได้เปนหัวหน้าของห้างนั้น มิใช่เพราะบริษัทได้ยกย่องข้าพเจ้าเมื่อไร แต่เปนเพราะเหตุที่ข้าพเจ้าได้ทำการของบริษัทมาช้านานแล้ว ทั้งข้าพเจ้าได้มีความซื่อสัตย์ต่อบริษัท และได้มีความชำนาญในการงารต่าง ๆ ที่ข้าพเจ้าได้ทำให้แก่บริษัทถึง ๒๒ ปีมาแล้ว ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าข้าพเจ้าก็ได้มาเปนหัวหน้าของห้าง ในเมืองไทยถึง ๒ ครั้งแล้ว จะมาเปนผู้น้อยอยู่ใต้บังคับคนใหม่ซึ่งพึ่งออกมาจากประเทศฝรั่งเศส ก็ดูจะไม่เปนการทำให้ข้าพเจ้าได้มีชื่อเสียงอย่างใด เพราะคนใหม่นี้ ถึงจะเปนคนซื่อสัตย์สุจริตสักปานใด


๙๑ ก็หามีความคุ้นเคยกับบ้านเมืองเหล่านี้ไม่ และท่านผู้อำนวยการของบริษัทที่ประเทศฝรั่งเศสก็คงจะไม่ทราบว่า ที่ปรึกษาการของบริษัทที่เมืองสุหรัตได้เลือกให้ข้าพเจ้าอยู่ที่เมืองนี้แล้ว จึงได้ส่งคนใหม่มาเช่นนี้ มองซิเออร์เตเรคนใหม่นี้ คงจะต้องอยู่ไปอีกนานจึงจะได้ทำการให้แก่บริษัท เท่ากับที่ข้าพเจ้าได้เคยทำมาแล้ว และถ้าบริษัทต้องเกิดการเสียหายขึ้นจะโทษข้าพเจ้าไม่ได้ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้ทำการให้แก่บริษัท ข้าพเจ้าก็ได้เปนธุระจัดหาเลือกซื้อแต่สินค้าอย่างดี ๆ ภาษาต่าง ๆ ข้าพเจ้าก็พูดได้หลายภาษา ถ้าข้าพเจ้าพูดไม่เปนหลายภาษาแล้ว เวลาที่ซื้อขายสินค้าก็คงจะถูกหลอกเสียหลายครั้งแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้ชี้แจงให้มองซิเออร์เตเรเข้าใจแล้ว เพราะฉนั้นพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะได้กลับลงเรือลำที่ข้าพเจ้าเดิรสานมานั้นเอง เพื่อกลับไปยังเมืองสุหรัตหรือเมืองปอนดีเชรีต่อไป ข้าพเจ้าต้องขอบพระคุณพระเปนเจ้าที่รู้สึกว่า เมื่อข้าพเจ้ากลับถึงประเทศฝรั่งเศสแล้ว ก็ยังมีขนมปังรับประทานอยู่ ถ้าไม่ฉนั้นข้าพเจ้าจะลำบากมาก เพราะข้าพเจ้าไม่ได้เก็บหอมรอมริบทรัพย์ไว้เลย ด้วยมัวแต่กังวลในการซื้อขายสินค้าให้แก่บริษัท ข้าพเจ้า ไม่เข้าใจเลยว่าพวกที่มาอยู่ในเมืองไทยได้ ๖ - ๗ ปีแล้ว ได้ทำอย่างไรจึงได้เก็บทรัพย์ไว้ได้ เพราะความจริงข้าพเจ้าไม่ได้เกี่ยวข้องในการค้าขายส่วนตัวเลย แต่ได้ซื้อขายสินค้าฉเพาะให้แก่


๙๒ บริษัทเท่านั้น ซึ่งเปนการกระทำให้คนริษยาข้าพเจ้ามาก และตั้งแต่บริษัทได้เลื่อนให้ข้าพเจ้ารับตำแหน่งสูงขึ้น ข้าพเจ้าก็ต้องคอยระวังพวกบริษัทเหล่านี้อยู่เปนนิตย์ เมื่อข้าพเจ้าต้องมอบตำแหน่งหัวหน้าของห้างให้แก่มองซิเออร์เตเรแล้ว ข้าพเจ้าจะได้กลับไปหามองซิเออร์มาแตงที่เมืองสุหรัต เพื่อไปจัดการที่จะไปยังฝั่งคอรอมันเดลหรือไปเมืองเบงกอลต่อไป ในระหว่าง ๒๐ เดือนนี้ข้าพเจ้าต้องเดิรทางกลับไปกลับมาถึง ๔ เที่ยวแล้ว ข้าพเจ้าขอท่านได้โปรดเปนธุระไปรับเงินของข้าพเจ้าที่ยังค้างอยู่จากผู้อำนวยการบริษัทฝรั่งเศส ดังมีปรากฎอยู่ในบาญชีเมืองสุหรัต ซึ่งได้ส่งไปไว้ยังกรุงปารีศแล้ว และขอได้โปรดเก็บเงินรายนี้ไว้ให้แก่ข้าพเจ้าด้วย กับขอให้ท่านได้อนุเคราะห์ส่งของเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ มายังข้าพเจ้า ดังข้าพเจ้าจะได้บอกรายสิ่งของมาให้ด้วย เพื่อข้าพเจ้าจะได้เอาไว้ใช้ตามทาง คือถุงเท้าสั้น ๔ คู่ ปลอกข้อมือทำด้วยลูกไม้โปร่งอย่างงาม ๔ คู่ หวีทำด้วยไม้และทำด้วยเขาหลาย ๆ หวี ฝักสำหรับใส่มีดและใส่กรรไกรหลาย ๆ ฝัก ผ้าริบินสำหรับทำผ้า ผูกคอ เข็มเพ็ชร์สำหรับกลัดรองเท้าหลาย ๆ อัน ถ้วยแก้วบ้างกระปุกหมึกบ้าง กระจกเงาสำหรับส่องหน้าขนาดกลาง รูปภาพและรูปโลกทั้ง ๔ ทวีปสำหรับประดับห้อง น้ำหอมอย่างชนิดชื่อเรนดอกรี ๑๒ ขวด ของเหล่านี้ขอได้โปรดฝากมากับกัปตันเลอโน


๙๓ หรือจะฝากมาทางมองซิเออร์ซายโยต์ก็ได้ ข้าพเจ้าจะมีความขอบใจท่านเปนอันมาก เมื่อข้าพเจ้าได้ไปถึงฝั่งคอรอมันเดลแล้ว ข้าพเจ้าจะได้ฝากผ้าสี และผ้าขาวไปให้ครอบครัวของท่านบ้าง ข้าพเจ้ามีความขอบใจท่านอย่างยิ่ง ที่ท่านได้ไปจัดการขอหนังสือจากท่านผู้อำนวยการของบริษัท อันเปนหนังสือเลื่อนตำแหน่งหน้าที่ของข้าพเจ้า แต่การที่ท่านผู้อำนวยการที่เมืองสุหรัตได้จัดให้ข้าพเจ้ามาเปนหัวหน้าของห้างในเมืองไทยถึง ๒ ครั้งนั้น ก็หาได้รอหนังสือฉบับนี้ไม่ แต่ถึงอย่างนั้นข้าพเจ้าก็ยังรู้สึกขอบคุณท่านผู้อำนวยการอยู่นั่นเอง มองซิเออร์เดอลาบรอซกับมองซิเออร์ชาปันเตีย ซึ่งจะกลับไปยังประเทศฝรั่งเศสนั้น คงจะไปเล่าให้ท่านฟัง ถึงเรื่องที่ข้าพเจ้าได้เปนปากเสียงกับมองซิเออร์คอนซตันซ์เสนาบดีของพระเจ้ากรุงสยาม ในเรื่องที่ข้าพเจ้าเอาใจใส่ในการงารของบริษัท มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ขู่ว่าจะได้กล่าวโทษข้าพเจ้าต่อท่านราชทูตฝรั่งเศส และท่านราชทูตก็คงจะกล่าวโทษข้าพเจ้าไปยังผู้อำนวยการของบริษัทที่ประเทศฝรั่งเศสเปนแน่ เพราะราชทูตและคนเหล่านี้ล้วนแต่บูชานับถือ มองซิเออร์คอนซตันซ์ด้วยกันทุกคน การที่มีคนบูชามองซิเออร์คอนซ์ตันซ์ก็เปนด้วยอุบายของพวกบาดหลวงและมิชันนารี แต่เขาจะประสงค์อย่างไรข้าพเจ้าก็หาทราบไม่ เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นก็เกิดจากมิชันนารีผู้ ๑ ซึ่งยื่นมือเข้ามาเกี่ยวในการซื้อขาย ซึ่งข้าพเจ้ากำลังจัดการซื้อ


๙๔ ขายอยู่กับคนญวนคน ๑ คือข้าพเจ้าได้ซื้อของกับญวนคนนี้แล้วแต่ญวนยังหาได้ส่งของมาให้ข้าพเจ้าไม่ และราคาของนั้นก็ได้พูดจาตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แต่ญวนคนนี้ต้องการจะโกงและจะไม่ยอมส่งสินค้าดังได้ตกลงกับข้าพเจ้าไว้แล้ว ญวนผู้นี้จึงได้หามิชันนารีผู้นั้น และเอาเรื่องเท็จต่าง ๆ ไปเล่าให้มิชันนารีผู้นั้นฟังตั้ง ๒๐ เรื่อง เพื่อประสงค์จะหลีกเลี่ยงไม่ต้องส่งสินค้ามาให้ข้าพเจ้า และกลับหาว่าข้าพเจ้าเปนคนโกงด้วย ข้าพเจ้าจึงได้พูดกับญวนว่า มิชันนารีผู้นั้นเปนคนที่อยู่ในความปกครองของมองซิเออร์คอนซตันซ์ แต่เหตุใดจึงได้ไปขึ้นอยู่ในมองซิเออร์คอนซ์ตันซ์ก็ทราบไม่ได้ แต่ข้าพเจ้าคาดคะเนว่าเพราะมิชันนารีผู้นั้นจะต้องการเลือกเอาของดี ๆ ของข้าพเจ้าเสียก่อน เพราะ ฉนั้นถ้าญวนคนนี้ขืนไม่ส่งสิ่งของ ที่เขาได้ขายให้ข้าพเจ้าแล้วนั้นข้าพเจ้าจะได้จัดการให้เอาตัวญวนคนนี้ไปจำตรวนเสีย และที่ข้าพเจ้าพูดเช่นนี้ก็ประสงค์จะให้ญวนผู้นั้นตกใจ เพื่อเขาจะได้เอาของที่ข้าพเจ้าได้ซื้อไว้ส่งมาให้ข้าพเจ้าเท่านั้น พอความเรื่องนี้ทราบไปถึงมิชันนารีผู้นั้น มิชันนารีก็โกรธเปนอันมากและได้มาท้าทายข้าพเจ้าต่าง ๆ นา ๆ ข้าพเจ้าจึงได้พูดกับมิชันนารีผู้นั้นว่าไม่ควรจะโมโหโทโสเช่นนี้ เพราะข้าพเจ้าไม่ต้องการอย่างใดนอกจากความยุติธรรมเท่านั้น แล้วมิชันนารีผู้นั้นก็ไปเที่ยวป่าวร้องทั่วไป ว่าข้าพเจ้าได้กล้าขู่กรรโชกผู้ที่เปนคนนับถือของมิชันนารีผู้นั้น

๙๕ ข้าพเจ้าขอบอกให้ท่านทราบว่า ท่านมิชันนารีพวกนี้เปนคนที่จะทำการร่วมด้วยยาก เพราะเขาต้องการยื่นมือเข้าไปยุ่งด้วยการทุก ๆ อย่าง และต้องการให้คนทั้งหลายได้ทำการค้าขายตามความพอใจของเขา เพราะเขาคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัวเขาฝ่ายเดียวเท่านั้น มิได้คิดถึงประโยชน์ของบริษัทว่าจะได้กำไรหรือจะขาดทุนอย่างไร ถ้าหัวหน้าของห้างอย่างตัวข้าพเจ้าได้จัดการอย่างใดอันไม่ถูกใจพวกมิชันนารีแล้ว พวกมิชันนารีก็คงจะคิดอ่านหาว่าคนนั้นเปนคนโกง แต่ถ้าคนใดได้ทำการเอาอกเอาใจพวกมิชันนารีแล้วถึงคนนั้นจะเปนคนโกง พวกมิชันนารีก็คงรับรองว่าคนนั้นเปนคนดี เพราะฉนั้นขอท่านได้บอกให้บริษัทรู้ตัวด้วยว่า ถ้าบริษัทจะยอมให้การค้าขายในเมืองไทยอยู่ในบังคับบัญชาของพวกมิชันนารีแล้ว ไม่ช้าการค้าขายซึ่งเคยได้กำไรก็ต้องเปลี่ยนรูปไปหมด ข้อนี้ข้าพเจ้าได้รู้สึกมาตั้งแต่ข้าพเจ้าได้มาเมืองไทยเมื่อปีกลายอยู่แล้ว หน้าที่อันนี้ข้าพเจ้าจะได้มอบให้มองซิเออร์เตเรทำต่อไป และมองซิเออร์เตเรจะจัดการอย่างไรได้ก็แล้วแต่เขา แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่ามองซิเออร์เตเร คงจะรับความหนักใจเปนอันมากเพราะเขาเปนคนใหม่ไม่รู้จักพื้นภูมิ์ประเทศ ทั้งไม่รู้จักในความตลบตแลงของพวกพ่อค้าเก่า ๆ ด้วย และพวกพ่อค้าเก่า ๆ เห็นว่าเขาเป็นคนมาใหม่ก็คงจะคิดโกงเอา ดังญวนผู้นี้ได้คิดโกงข้าพเจ้าเปนตัวอย่างอยู่แล้ว


๙๖ ในเรื่องที่ข้าพเจ้าได้เล่าให้ท่านฟัง ที่เกี่ยวด้วยมองซิเออร์คอนซตันซ์และเกี่ยวด้วยมิชันนารีผู้นั้น ขอท่านอย่าได้ไปเล่าให้ใครฟังเลย เว้นแต่ถ้าท่านได้ยินเขาพูดกันที่สถานทำการของบริษัทขึ้นก่อนท่านจึงค่อยพูดก็ได้ ถ้าฉนั้นขอท่านได้บอกกับผู้อำนวยการของบริษัทด้วยว่า ข้อความที่ข้าพเจ้าได้รายงารไปให้บริษัททราบและข้อความที่ข้าพเจ้าได้เล่ามาในจดหมายฉบับนี้ เปนความจริงทั้งสิ้น และถ้าท่านผู้อำนวยการยังมีความสงสัยอยู่ จะถามมองซิเออร์เดอลาบรอซ และมองซิเออร์ชาปันเตียก็จะได้ทราบความจริงได้ เพราะท่านทั้งสองนี้ก็ได้ช่วยข้าพเจ้าทำบาญชีสินค้าเหล่านี้ และก็คงจะทราบได้ว่าญวนผู้นี้ได้พยายามเอาสินค้าเลวมาส่งแทนสินค้าอย่างดีที่ข้าพเจ้าได้ซื้อไว้ ข้าพเจ้าได้ทำการงารมาด้วยความซื่อตรงสุจริตอยู่เสมอ และข้าพเจ้าเชื่อใจว่าคงจะไม่มีใครติเตียนข้าพเจ้าได้ เพระฉนั้นในเรื่องนี้ข้าพเจ้าไม่วิตกอย่างใดเลย พรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะได้ลงเรือไปเมืองสุหรัตจากเมืองสุหรัตข้าพเจ้า จะได้เลยไปเมืองปอนดีเชรี ขอให้ท่านคิดดูเถิดว่าตั้งแต่ข้าพเจ้าได้ออกจากประเทศฝรั่งเศส ข้าพเจ้าได้เดิรทางกลับไปกลับมาถึง ๑๕ เที่ยวแล้ว การเดิรทางเช่นนี้จะทำให้ข้าพเจ้าหมดกำลังลงไปสักเพียงไร ถ้าท่านได้เห็นข้าพเจ้าแล้ว ท่านก็คงจะคาดว่าข้าพเจ้าอายุกว่า ๔๐ ปี เพราะศีร์ษะข้าพเจ้าหงอกไปหมดแล้ว


๙๗ ในที่สุดนี้ข้าพเจ้าขอกอดจูบท่านและครอบครัวของท่าน และข้าพเจ้าได้อ้อนวอนพระเปนเจ้าอยู่ทุก ๆ วัน ขอให้ท่านได้มีความเจริญและอยู่สุขสบายต่อไป (เซน) เดอลูแวง










๙๘ ข้าพเจ้าขอบใจเปนอันมาก ที่ท่านได้แสดงวาจาอย่างดีมายังข้าพเจ้า และข้าพเจ้าได้อ้อนวอนพระเปนเจ้า ขอให้เปนผลสำเร็จสำหรับตัวข้าพเจ้าด้วยเถิด ข้าพเจ้าได้ไปลาท่านราชทูต (ฝรั่งเศส) แล้ว และท่าน ราชทูตได้สัญญาว่าจะได้ไปพบกับข้าพเจ้า ที่ประเทศฝรั่งเศสอีกครั้ง ๑ เพราะฉนั้นเมื่อท่านราชทูตได้กลับไปถึงกรุงปารีศ ขอท่านได้โปรดคำนบท่านราชทูตแทนข้าพเจ้าด้วย หนังสือของท่านที่ฝากมาจากฝั่งคอรอมันเดลนั้น ข้าพเจ้าได้รับไว้แล้ว หนังสือเหล่านี้ได้ส่งไปยังเมืองตะนาวศรีโดยเรือโวตูร์แล้วจึงได้ส่งมาจากเมืองตะนาวศรีทางบกถึงเมืองนี้ การที่ข้าพเจ้าได้มายังเมืองไทยเที่ยวแรกเมื่อปีก่อนนั้น ได้ทำประโยชน์ให้แก่บริษัทเปนอันมาก เพราะข้าพเจ้าได้จัดการซื้อขายสินค้ามีผลดี จนที่สุดข้าพเจ้าได้ทำการดีจึงได้รับความชมเชยของบริษัทฝรั่งเศสที่เมืองสุหรัต เพราะเหตุฉนั้นมองซิเออร์มาแตงและที่ปฤกษาของบริษัทที่เมืองสุหรัต จึงได้มีคำสั่งให้ข้าพเจ้ากลับไปอยู่เมืองไทยเปนครั้งที่ ๒ และเมื่อข้าพเจ้าได้ไปถึงฝั่งคอรอมันเดล คำสั่งอันนี้ก็คอยข้าพเจ้าอยู่แล้ว เพราะฉนั้นถึงแม้ว่าข้าพเจ้ายังกำลังเหน็จเหนื่อยอยุ่มากก็ต้องออกเรือไปโดยทันที ต่อมาท่านก็ได้เห็นอยู่แล้วว่า ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงกันขึ้นและข้าพเจ้าเชื่อว่าที่ปฤกษาของบริษัท ที่เมืองสุหรัตคงจะมีความ


๙๙ ปลาดใจที่ได้เกิดเปลี่ยนแปลงกันเช่นนี้ และคงจะมีหนังสือต่อว่าไปยังผู้อำนวยการที่ประเทศฝรั่งเศส ในการที่เอาข้าพเจ้าออกจากตำแหน่งหน้าที่ซึ่งข้าพเจ้าได้ทำการดีอยู่ และเอาคนใหม่ส่งมาจาก ฝรั่งเศสมาแทนข้าพเจ้าเช่นนี้ เพราะคนใหม่นี้ยังไม่เข้าใจการงาร อย่างใดเลย ข้าพเจ้าขอบอกให้ท่านทราบ ว่าข้าพเจ้าได้ทำการให้บริษัทมาถึง ๒๒ ปีแล้ว ในระหว่างนั้นข้าพเจ้าได้ทำการโดยเต็มอกเต็มใจ คิดหาแต่สินค้าอย่างดี คอยบันทุกเรือซึ่งมาจากเมืองยี่ปุ่นและเมืองจีน เมื่อการมาเปนเช่นนี้จึงทำให้ข้าพเจ้าเบื่อหน่ายในงารการของบริษัท และจำเปนที่ข้าพเจ้าจะต้องกลับไปเสียดีกว่าที่จะต้องทำการอยู่ในบังคับของคนที่มาใหม่ ขอให้ท่านคิดดูเถิดว่าถ้าตัวท่านเองเปนเหมือนข้าพเจ้าแล้ว ท่านจะทำประการใด ข้าพเจ้าได้ส่งของต่าง ๆ มายังท่านฝากมากับมองซิเออร์เดอลาบรอซ เลขานุการของท่านราชทูต คือ หีบไม้ยี่ปุ่น ๑ หีบ เสื้อยี่ปุ่น ๑ เสื้อ พัด ๑๒ เล่ม รองเท้าแตะ ๒ คู่ ๆ ๑ ปักทอง คู่ ๑ ปักเงิน (จดหมายของมองซิเออร์เดอลูแวง พลเมืองกรุงปารีศ อยู่ที่บ้านของเขาที่ถนนรูเดบาร์ กรุงปารีศ) วันที่ ๒๖ เดือน พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘)


คำตอบจดหมายที่เชอวาเลียเดอโชมอง เอกอัคราชทูตของพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ ได้ถวายสมเด็จพระนารายณ์พระเจ้ากรุงสยาม เมื่อวันที่ ๒๘ เดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘)

ด้วยสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามได้มีพระราชดำรัสรับสั่งให้ข้าพเจ้า แจ้งมายังท่านว่า พระองค์ทรงพระโสมนัสยินดีที่ได้ทรงทราบจากจดหมายของท่าน และทรงทราบจากทางอื่นว่าสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงรักใคร่พระองค์ ซึ่งเปนการกระทำให้ฝ่ายทิศตวันออกได้เห็นในพระเดชานุภาพของราชสำนักฝรั่งเศส และพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าได้ทรงทราบเช่นนี้ ก็ทรงพระโสมนัสยินดียิ่งนักจนไม่มีถ้อยคำอย่างใดที่จะแสดงความยินดีอันนี้ได้ แต่สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าทรงเสียพระทัยว่า วิธีดำเนิรการที่จะให้พระราชไมตรีได้คงยั่งยืนอยู่ ดังท่านได้กราบทูลในจดหมายของท่านนั้น เปนวิธีอันยากอย่างยิ่ง เพราะการที่จะเปลี่ยนสาสนาอันได้เคยนับถือกันมาถึง ๒๒๒๙ ปี มิได้มีเวลาเว้นเลยนั้น ไม่ใช่เปนการง่ายเลย เพราะฉนั้นขอให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงวินิจฉัยดูว่าการที่จะเปลี่ยนสาสนาเช่นนี้ เปนการง่ายอยู่หรืออย่างไรจึงมีรับสั่งต่อไปว่า พระเปนเจ้าซึ่งเปนผู้สร้างดินฟ้าอากาศและ



๑๐๑ สร้างสิงสาราสัตว์อันมีรูปร่างลักษณะต่าง ๆ กัน ถ้าจะมีประสงค์ให้มนุษย์ทั้งหลายได้นับถือสาสนาอย่างเดียวกัน และให้มนุษย์ทั้งปวงได้อยู่ใต้กฎหมายอันเดียวกันแล้ว ก็คงจะบันดาลให้เปนไปเช่นนั้นได้โดยง่าย แต่พระเปนเจ้าก็ได้สร้างธรรมชาติทั้งปวงให้มีลักษณะต่าง ๆ กัน เพราะฉนั้นในเรื่องสาสนานี้พระเปนเจ้าก็คงมีประสงค์ให้นับถือต่าง ๆ กันเหมือนกัน แต่ถึงจะอย่างไรก็ตามสมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ก็ทรงยอมอยู่ในความปกครองของพระเปนเจ้า แล้วแต่พระเปนเจ้าจะโปรดบันดาลมาประการใดในส่วนพระองค์และส่วนพระราชอาณาจักร์ทั่วไปด้วย และตามข้อความที่สมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงแนะนำมานั้น สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามก็ทรงรู้สึกอยู่เสมอว่า เปนคำแนะนำที่ดีอย่างล้ำเลิศเพราะเปนคำแนะนำซึ่งเกิดมาจากความรักใคร่ซึ่งกันและกัน เพราะ ฉนั้นขอให้สมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงเชื่อพระทัย ว่าข้างฝ่ายสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามก็ทรงรักใคร่ ในสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสอันจะไม่มีเวลาเสื่อมคลายหรือเปลี่ยนแปลงได้เลย และเพื่อจะช่วยให้วิธีที่ได้ทรงแนะนำมานี้ได้เปนผลสำเร็จ ถึงแม้ว่าสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามจะยังไม่ทรงรับรองว่า จะได้ปฏิบัติตามนี้ก็จริงอยู่แต่ขอให้สมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้ทรงวางพระทัยเสียเถิดว่า ถ้าพระเปนเจ้ายังคงให้สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม มีพระชนม์อยู่ตราบใดก็คงจะทรงมีพระราชไมตรี ติดต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสอยู่


๑๐๒ ตราบนั้น และจะได้ทรงจัดการมิให้ผู้ที่จะได้เปนพระเจ้าแผ่นดินต่อ ๆ ไป ตัดรอนพระราชไมตรีนี้ได้ และเพื่อจะทรงแสดงให้สมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และคนทั่วโลกเห็นในความจริงแห่งพระราชดำรัสนี้ และถ้าหากว่าผู้ที่จะได้เปนพระเจ้าแผ่นดินต่อ ๆ ไปจะไปหลงเชื่อถ้อยคำอันแนะนำไม่ดี ไปปฏิบัติให้ผิดไปกับพระราชประสงค์ดังได้อธิบายมาแล้วนั้น พระเจ้ากรุงสยามจะขอถวายอำนาจไว้แก่สมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสให้ถือว่า ประเทศสยามนี้เท่ากับเปนศัตรูของพระองค์ และให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมายึดพระราชอาณาจักร์ไว้เสียด้วยก็ได้ อีกประการ ๑ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามได้มีพระราชดำรัสสั่งให้ข้าพเจ้าบอกแก่ท่านว่า พระองค์ทรงพร้อมอยู่เสมอที่จะได้จัดการกับท่านหรือเสนาบดีคนใด ๆ ซึ่งพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะได้จัดให้มายังพระราชสำนักนี้โดยมีอำนาจเต็มที่ สำหรับทำสัญญาที่จะบังคับให้ผู้ที่จะได้เปนพระเจ้าแผ่นดินต่อ ๆ ไปได้ปฏิบัติตามพระราชดำริห์ซึ่งได้อธิบายมาข้างตอนต้นนี้แล้ว ในข้อที่เสนาบดีฝรั่งเศส ได้รับรับสั่งพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมาสั่งท่านให้ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อแก่บริษัทฝรั่งเศสนั้น สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามได้มีพระราชดำรัสสั่งให้ข้าพเจ้าบอกแก่ท่านว่า ถ้าท่านได้จดหัวข้อถวายให้ทรงทราบความประสงค์ของบริษัทแล้ว ก็จะได้โปรดจัดตั้งเสนาบดีให้มาพูดจาว่ากล่าวกัน ในเรื่องนี้เพื่อให้บริษัทฝรั่งเศสได้รับผลความดีตามความประสงค์ อันสมควรทุกประการ

๑๐๓ เขียนที่เมืองลพบุรี ณ วันที่ ๒๖ เดือนพฤศจิกายน ค.ศ.๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) โดยคำสั่งของฟอลคอน ที่ปรึกษาของพระเจ้ากรุงสยาม และภายหลังได้เปนผู้ทำความตกลงกับเอกอัคราชทูตฝรั่งเศส


เรื่องระยะทางเรือ ๖ ลำ ตั้งแต่ออกจากเมืองเบรสต์ ถึงแหลมเคปออฟกูดโฮป

เมื่อวันที่ ๑ เดือนมีนาคม เรือทั้ง ๖ ลำได้ชักใบขึ้นเสาแล่นออกจากท่าเรือเมืองเบรสต์ และได้ไปทอดสมอที่คามาเรล วันที่ ๒ เดือนมีนาคม เรือได้กางใบแล่นต่อไป วันที่ ๘ เดือนมีนาคม ได้เลี้ยวแหลมเคปฟีนนิศแตร์ วันที่ ๙ เดือนมีนาคม ได้ถูกลมพายุจนเรือชื่อเลอลัวได้พลัด ไป ๑ ลำ ไม่ทราบว่าพลัดไปทางไหน ต่อพวกเราได้ไปถึงแหลมเคปออฟกูดโฮป จึงได้พบเรือเลอลัวจอดอยู่ที่ท่าเรือนั้น ด้วยเรือลำนี้ได้ไปถึงแหลมเคปออฟกูดโฮปก่อนเรือ ๕ ลำถึง ๓ วน วันที่ ๑๔ เดือนมีนาคม ได้ผ่านเกาะปอตซาเน็ต วันที่ ๑๔ เดือนมีนาคม ได้ผ่านเกาะมาเดรา วันที่ ๑๘ เดือนมีนาคม ได้ผ่านเกาะโซวาส


๑๐๔ วันที่ ๒๐ เดือนมีนาคม ได้ผ่านเกาะแกแนรี เกาะกวานา เกาะปาม วันที่ ๒๒ เดือนมีนาคม ได้ผ่านเส้นของโลกที่เรียกว่าเส้น ตรอปิก วันที่ ๑๘ เดือนเมษายน เรือได้ผ่านเส้นสูญกลางโลก (อีเคอเตอร์) ตั้งแต่วันที่ ๙ ถึงวันที่ ๒๐ เดือนเมษายน ไม่ใคร่มีลมพัดเลย บางทีก็มีพัดบ้างเล็กน้อย และได้ถูกฝนอยู่หลายวัน ในระหว่างวันที่ ๗ และ ที่ ๘ เดือนพฤษภาคม ได้ผ่านเกาะมาตีนาซ วันที่ ๑๑ เดือนพฤษภาคม เวลาเช้าประมาณ ๓ โมง (๙ ก.ท.) ได้เห็นสุริยุปราคา ในวันเดียวกันนี้เองเรือได้ผ่านเส้นที่เรียกว่า ตรอปิกออฟเคปรีคอน วันที่ ๑๑ เดือนมิถุนายน เรือได้ทอดสมอที่อ่าวแหลม เคปออฟกูดโฮป ซึ่งเปนอ่าวที่งามมาก ทั้งที่สำหรับจอดเรือก็เปนที่ดีพ้นภัยอันตรายทั้งปวง ป้อมนั้นไม่มีชานถมดิน ไม่เปนข้างนอกข้างในและไม่มีคู ประตูมีประตูเดียวทำรูปคล้ายประตูโรงนาใหญ่ ๆ ผู้ที่จะป้องกันป้อมนี้มีที่สำหรับรักษาป้อมได้อยู่ ๓ แห่ง แต่การที่จะตีแหกป้อมนั้นเข้าได้เกือบทุกด้าน


๑๐๕ ผู้รักษาเมืองแหลมเคปออฟกูดโฮปนั้น เปนคนซื่อและเปนคนใจอารีอารอบมากพวกเราได้ขออย่างไร ก็ยอมอนุญาตให้หมดทุกอย่างและได้อนุญาตให้พลทหารและกลาสีที่ป่วยประมาณ ๕๓๕ คน ขึ้นไปพักบนบกได้ ในจำนวนทหารและกลาสีที่ป่วยอยู่นั้น ได้กลับลงเรือหายเปนปรกติโดยมาก เว้นแต่พลทหาร ๓๕ คน ยังป่วยอยู่และในระหว่างที่เดิรทางมาจากเมืองเบรสต์ ก็ได้มีพลทหารตายเสีย ๔๕ คนแล้ว ขอย้อนกลับมากล่าวถึงผู้รักษาเมืองอีกครั้ง ๑ ท่านผู้นี้ได้ทำการเอื้อเฟื้อตั้งแต่ต้นจนปลาย เมื่อวานนี้ท่านผู้รักษาเมืองได้ส่งพลทหารกลับลงเรือมาให้มองซิเออร์เดฟาซ ๒ คน พลทหาร ๒ คนนี้ได้หนีไม่ลงเรือ ผู้รักษาเมืองจึงได้ส่งตัวมาและขอความกรุณาให้แก่คนทั้งสองนี้ แล้วผู้รักษาเมืองได้ส่งของมาให้มองซิเออร์เดฟาซ ให้ท่านราชทูตผู้แทนพระเจ้าแผ่นดิน และให้นายเรือคือ โค คนละ ๑ ตัว แกะคนละ ๖ ตัว และยังมีเนื้อกวาง ผลไม้ต่าง ๆ และของรับประทานอย่างอื่นอีกหลายอย่าง ซึ่งเปนของเก็บมาจากสวนของบริษัทฮอลันดา อันเปนสวนใหญ่งดงามมาก ตำบลแหลมเคปออฟกูดโฮปมีบ้านอยู่ประมาณ ๕๐ หลัง ภูมิ์ประเทศเปนที่งดงามน่าดูมาก และข้างทิศใต้เต็มไปด้วยสัตว์กวางและสัตว์ต่าง ๆ ทุกอย่าง


๑๐๖ ในที่ทุ่งนั้นก็มีนกกระจอกเทศ แต่ไม่มีใครจะเข้าใกล้ได้ สัตว์ไลออนนั้นก็มีพบอยู่บ่อย ๆ แต่สัตว์ไลออนเหล่านี้มักจะคอยทำอันตรายต่อโคและแกะไม่ใคร่จะทำอันตราย ต่อมนุษย์เท่าไรนัก พื้นที่บางแห่งเปนที่ดีมาก และถ้าได้ถากถางทำการเพาะปลูกก็จะเปนที่ดีที่สุด แต่เวลานี้ที่เหล่านี้มิได้ทำการเพาะปลูกอย่างใดเพราะไม่มีคนจะทำ ที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาทั้งนี้ก็เพราะได้เห็นเองด้วยได้ไปเที่ยวดูภูมิ์พื้นที่ประมาณหนทาง ๕ ไมล์ และที่ซึ่งพวกฮอลันดาปลูกบ้านเรือนอยู่นั้น กินที่อยู่ราว ๑๐ หรือ ๑๒ ไมล์


จดหมายมองซิเออร์เวเรต์ ถึงผู้อำนวยการบริษัทฝรั่งเศส กรุงศรีอยุธยาวันที่ ๑๒ เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘) ข้าพเจ้าเสียใจอย่างที่สุด ที่มีเวลาไม่พอจะรายงารให้ท่านทราบถึงการทั้งปวงที่ข้าพเจ้าได้รับหน้าที่มาทำในเมืองนี้ แต่ข้อนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของข้าพเจ้า และคงจะมีคนอื่นที่จะเปนพยานได้ว่า ข้าพเจ้าได้ทำการทุกอย่างโดยเต็มกำลัง และไม่ได้ยอมเสียเวลาจนนาทีเดียว สำหรับจัดให้การของบริษัทได้เจริญรับผลอย่างดีที่สุดที่ควรจะได้

๑๐๗ ข้าพเจ้าต้องทำธุระกับคนผู้ ๑ ซึ่งเอาการของตัวเปนใหญ่กว่าการของบริษัท และเมื่อจะพูดถึงการงารกันแล้ว พอข้าพเจ้าขอร้องหรือแนะนำขึ้นอย่างใด ซึ่งจะเปนประโยชน์แก่เราท่านผู้นั้นก็ร้องขึ้นดุจถูกตัดแขนหรือตัดขาทีเดียว ความจริงข้าพเจ้าได้รับความลำบากมาก เพราะมองซิเออร์คอนซตันซ์ เปนคนโมโหร้ายและจะพูดจาด้วยก็ยาก ข้าพเจ้าต้องใช้วาจาอย่างอ่อนหวานและใช้คำปลอบโยนจึงจะดับโทโสของมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ เมื่อเวลาข้าพเจ้าได้ไปพบกับมองซิเออร์นั้น ท่านบาดหลวงเดอชัวซีก็อยู่ในที่นั้นด้วย แต่บาดหลวงเดอชัวซีกลับไปเข้ากับมองซิเออร์คอนซตันซ์ แต่ข้าพเจ้ารู้สึกว่าบาดหลวงเดอชัวซีก็มีความลำบากใจอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าความตั้งใจของบาดหลวงผู้นี้จะตั้งใจดีก็จริงอยู่ แต่ก็จะทำให้ข้าพเจ้าได้รับความเสียใจเปนอันมาก เมื่อพูดกันไปพูดกันมาแล้วมองซิเออร์คอนซตันซ์เองก็เกิดเสียใจขึ้น และได้มองดูข้าพเจ้าเปนทีเหมือนเกิดความสงสัยในใจ แต่ฝ่ายข้าพเจ้าก็คงแสดงความนบนอบ ต่อมองซิเออร์คอนซตันซ์อยู่เสมอ จนต่อมาภายหลังอีก ๕ หรือ ๖ วัน มองซิเออร์คอนซตันซ์ก็ได้ให้คนมาเรียกข้าพเจ้า เพื่อไปพูดถึงการงารกันต่อไป เมื่อข้าพเจ้าได้พบปะ และปรึกษาหารือกับมองซิเออร์คอนซ์ตันซ์หลายครั้ง จึงเปนอันตกลงมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ยอมในข้อต่าง ๆ ดังท่านจะได้เห็นตามข้อความในหนังสือสัญญา ซึ่งข้าพเจ้าได้ส่งมา


๑๐๘ พร้อมกับจดหมายฉบับนี้ด้วยแล้ว การที่ตกลงได้เช่นนี้ไม่ใช่ด้วยตัวข้าพเจ้าคนเดียว แต่ข้าพเจ้าต้องหาคนอื่นมาช่วยด้วยคือ ท่านราชทูต ๑ ท่านสังฆราช ๑ ท่านบาดหลวงเดอชัวซี ๑ ท่านบาดหลวงเดอลียอน ๑ ท่านเหล่านี้ได้ช่วยข้าพเจ้าทุกคน แต่ยังมีอยู่อีกคน ๑ ซึ่งได้ช่วยข้าพเจ้ายิ่งกว่าใคร ๆ หมด คือ มองซิเออร์วาเซต์ ได้ช่วยข้าพเจ้ายิ่งกว่าท่านที่ได้ออกนามมาแล้วเสียอีก ในผลที่สุดนี้การทั้งปวงก็ได้ลงรูปอย่างเรียบร้อยและต่างคนต่างปรองดองกันดีด้วยกันทุกคน ถ้าแม้ว่าข้าพเจ้าได้มีเวลามากว่านี้ ข้าพเจ้าจะได้ทำรายงารการเดิรทางอย่างเลอียด และจะได้รายงารให้ท่านทราบถึงการทั้งปวงที่ข้าพเจ้าได้มาสืบสวนในเมืองนี้ แต่เพอิญท่านราชทูตก็จะลงเรือกลับไปพรุ่งนี้เสียแล้ว และข้อความที่ได้ตกลงกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ก็พึ่งเสร็จเมื่อคืนนี้เอง มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้เคยทำเช่นนี้แก่ข้าพเจ้าครั้ง ๑ แล้ว คือเมื่อคราวส่งเรือไปเมืองสุหรัต มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ให้ข้าพเจ้ามีเวลาเพียงแต่เขียนรายงารส่งไปยังมองซิเออร์มาแตงเท่านั้น ความจริงการที่เปนเช่นนี้กระทำให้บุคคลผู้ที่ตั้งใจทำการในหน้าที่ของตัวให้ดี ได้รับความเสียใจเปนอันมาก เพราะเหตุฉนี้ถ้าข้าพเจ้าได้ทำการบกพร่องไม่พอใจท่านทุกอย่างแล้ว ก็ขอท่านได้โปรดให้อภัยแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด


๑๐๙ แต่จะอย่างไรก็ตามข้าพเจ้าขอโอกาศเล่าให้ท่านฟังอย่างสั้น ๆ ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ได้มีขึ้นนับตั้งแต่วันที่ ๓ เดือนมีนาคม ซึ่งเปนวันที่เราได้ออกเรือจากเมืองเบรสต์เปนต้นไป ในระหว่างที่เดิรทางไปแหลมเคปออฟกูดโฮปนั้น คลื่นลมสงบอากาศดีมาก จึงได้เดิรทางอย่างสดวก และได้ไปถึงแหลมเคปออฟกูดโฮปในปลายเดือนพฤษภาคม โดยเดิรทางไม่ถึง ๓ เดือน เมื่อถึงแหลมเคปออฟกูดโฮปแล้ว พวกฮอลันดาในเมืองนั้นได้รับรองเราอย่างดีมาก เมื่อเราได้รับเสบียงอาหารขึ้นเรือแล้ว ก็ได้ออกเรือจากเมืองนั้นเมื่อวันที่ ๗ เดือนมิถุนายน ต่อไปการเดิรเรือตั้งแต่แหลมเคปออฟกูดโฮปนั้นไม่ใคร่จะสดวกนัก ด้วยได้ถูกพายุอย่างแรงและบางทีลมก็พัดมาผิดทาง แต่ถึงดังนั้นเราก็ได้มาถึงหน้าเมืองบันตำเมื่อวันที่ ๑๕ เดือนสิงหาคม พวกในเรือมีความเหนื่อยล้าทุกคน และพวกกลาสีก็อ่อนเพลียจนถึงกับจะทำการไม่ได้จนคนเดียว พอเรือได้ไปถึงเมืองบันตำท่านราชทูตจึงได้ให้คนขึ้นไปหาผู้รักษาเมืองบันตำ เพื่อขอให้ผู้รักษาเมืองได้อนุเคราะห์จัดส่งเสบียงอาหารเพราะเสบียงในเรือขาดมือลงแล้ว แต่ท่านผู้รักษาเมืองเปนคนใจแข็งมาก ไม่ยอมส่งอะไรให้จนอย่างเดียวจนที่สุดน้ำก็ไม่ยอมให้ และผู้รักษาเมืองบันตำก็ได้ไล่ให้เราไปยังเมืองบาตาเวีย โดยรับรองว่าเมื่อเราไปถึงเมืองบาตาเวียแล้วผู้รักษาเมืองบาตาเวียคงจะได้จัดการต้อนรับอย่างดี เราอยู่ในที่อัป


๑๑๐ จนแล้วจึงจำเปนต้องรีบออกจากเรือจากเมืองบันตำไปเมืองบาตาเวียต่อไป ระยะทางตั้งแต่เมืองบันตำไปเมืองบาตาเวียนั้นเปนหนทาง ๑๔ ไมล์เท่านั้น แต่เราก็ต้องเดิรทางอยู่ ๓ วัน ๓ คืนจึงได้ถึงเพราะหนทางนั้นเปนทางลำบากมาก และคนนำร่องที่เคยเดิรเรือทางนี้ก็ไม่มีด้วย ครั้นได้ไปถึงเมืองบาตาเวีย พวกฮอลันดาก็ได้ต้อนรับเราอย่างดี ดังผู้รักษาเมืองบันตำได้คาดไว้ และพวกฮอลันดาได้ทำการทุกอย่าง ให้แก่ท่านราชทูตเพื่อแสดงความเคารพและความนับถือต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส แต่การที่เรามาคราวนี้ก็ทำให้พวกฮอลันดาร้อนใจเปนอันมาก เมืองบาตาเวียนี้เปนเมืองที่งามที่สุดในโลกนี้ พวกชาวเมืองที่เปนคนแก่เฒ่าใช้เครื่องภาชนะทำด้วยทองคำและเงินทั้งสิ้น พวกนี้มีทาสเปนอันมากและมีสิ่งทั้งปวง ที่จะทำให้มนุษย์อยู่ได้อย่างสุขสบาย ทั้งสินค้าต่าง ๆ ในเมืองนี้ก็มีมากด้วย เมื่อวันที่ ๒๗ เดือน สิงหาคมเวลาเช้ามืดเรือได้ถอนสมอแล่นใบต่อไป และในวันนั้นเองเวลากลางคืนประมาณ ๔ ทุ่ม(๑๐ ล.ท.) มีเรือฮอลันดาลำ ๑ คิดจะเอาเรือมาเทียบกับเรือของเราเพื่อให้ทหารเรือขึ้นมาตีเรือเรา แต่มองซิเออร์โวดรีคูร์ผู้บังคับการเรือเปนคนที่ฉลาดมาก ได้ป้องกันมิให้พวกฮอลันดาปีนป่ายขึ้นเรือได้โดยหันเรือหนีเสีย ตกลงเรือฮอลันดาทำการไม่สำเร็จถ้าจะปีนเรือเราก็จะต้องปีนข้างท้ายเรือ เพราะฉนั้นเปนแต่


๑๑๑ เสาชี้ของเรือฮอลันดามาตำท้ายเรือเราเท่านั้น เราจึงได้เอาปืนเล็กยิงเรือฮอลันดาสองสามนัด และพวกฮอลันดากล่าวว่าเราได้ยิงถูกพวกฮอลันดาตาย ๔ คน พวกเราก็พร้อมอยู่ที่จะต่อสู้เรือฮอลันดา แต่เราก็ไม่ทราบว่าการที่เรือฮอลันดามารบเราเช่นนี้จะหมายความว่าอย่างไร และในเวลานั้นเราก็ไม่ทราบเสียซ้ำไปว่าเรือลำนั้นจะเปนเรือชาติใด ต่อเราได้มาถึงเมืองไทยแล้วจึงได้ทราบว่าเรือนั้นเปนเรือฮอลันดา ครั้นได้เห็นเรือฮอลันดาคิดจะหนีแล้วเราจึงได้แล่นเรือต่อไป พวกในเรือรบของเรารายงารว่าเขาได้เห็นแสงไฟอีกหลายแห่งคือคงมีเรืออื่น ๆ อีกหลายลำ แต่จะเอาเปนแน่นักไม่ได้ เพราะเปนเวลาที่มืดมองอะไรก็ไม่เห็น เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ได้ทรงทราบในเรื่องนี้ก็มิได้ทรงปลาดพระทัยเลย เพราะทรงรู้จักนิสัยของพวกฮอลันดาได้ดี ด้วยพวกนี้ต่อหน้าทำดีแต่ลับหลังร้ายมาก และการทั้งปวงที่พวกฮอลันดาทำนั้นก็โดยใช้วิธีทุจริตทั้งสิ้น เพราะฉนั้นในเมืองนี้จึงถือกันว่าพวกฮอลันดาเท่ากับยักษ์ แต่ในเรื่องนี้พวกฮอลันดาก็ได้มาลุแก่โทษตัวต่อท่านราชทูต และรับรองว่าในการที่เกิดเหตุคราวนี้พวกฮอลันดาจะได้ทำการให้เปนที่พอใจท่านราชทูตทุกอย่าง แต่ข้าพเจ้าเองไม่เข้าใจเลยว่า การที่พวกฮอลันดามาทำการรบพุ่งเช่นนี้จะมีข้อแก้ตัวว่าอย่างไร ตั้งแต่ได้รบกับเรือฮอลันดาแล้วการเดิรทางก็สดวกเรียบร้อยตลอดมา และเราก็ได้มาถึงท่า


๑๑๒ จอดเรือที่เมืองไทยเมื่อวันที่ ๒๘ เดือน กันยายน พอเรือได้ทอดสมอแล้ว ข้าพเจ้าได้รีบลงเรือขึ้นไปยังกรุงศรีอยุธยา ครั้นข้าพเจ้าไปถึงกรุงศรีอยุธยาแล้ว ก็ได้ทราบว่าผู้อำนวยการที่เมืองสุหรัตได้ส่งเรือชื่อ แซนต์หลุยมาที่เมืองนี้ เรือลำนี้เปนเรือเล็กมีระวางเพียง ๒๐๐ ตันเท่านั้น มองซิเออร์เดอลูแวงได้เดิรสานเรือลำนี้มาเพื่อเปนหัวหน้าของห้างที่กรุงศรีอยุธยา พร้อมด้วยมองซิเออร์เดอราเกม ซึ่งจะมาเปนหัวหน้าเสมียนด้วย แต่มองซิเออร์เดอลูแวงไม่เปนที่พอใจของมองซิเออร์คอนซตันซ์ ซึ่งเปนเสนาบดีจัดการทั้งปวงทุก ๆ อย่างแต่ผู้เดียว เพราะมองซิเออร์เดอลูแวงเปนคนที่เอาใจใส่ต่อการงารของบริษัทจริง ๆ ในเวลานั้นข้าพเจ้าก็ยังทำอะไรไม่ได้นอกจากจะรับรอง กับมองซิเออร์คอนซตันซ์ว่าข้าพเจ้าจะได้พยายามจัดการ ให้เปนที่พอใจของมองซิเออร์คอนซตันซ์ทุกอย่าง ภายหลังเมื่อเชอวาเลียเดอโชมอง ราชทูตฝรั่งเศสได้ขึ้นมาถึงกรุงศรีอยุธยาแล้ว มองซิเออร์คอนซตันซ์ ก็คิดการจะให้มอง ซิเออร์เดอลูแวงเสียคนให้จงได้ และถ้าข้าพเจ้าไม่ได้ชี้แจงให้ท่านราชทูตทราบความจริงในเรื่องนี้แล้ว ท่านราชทูตก็คงจะลงโทษมองซิเออร์เดอลูแวงเปนแน่ ความจริงข้าพเจ้าเห็นเปนการจำเปนที่จะต้องบอกให้ท่านทราบ ว่าข้าพเจ้าได้คอยสังเกตความประพฤติของมองซิเออร์เดอลูแวงแล้วได้เห็นว่ามองซิเออร์เดอลูแวง มิได้กระทำการอย่างใดให้เปนการ

๑๑๓ เสียหายเลย แต่เปนคนที่ทำการอย่างซื่อสัตย์สุจริตและฝักฝ่ายเอาใจใส่ในประโยชน์ของนายเปนอันมาก และมิได้มีข้อบกพร่องอย่างใด เว้นแต่เปนคนที่พูดอะไรก็พูดอย่างตรง ๆ ไม่รู้จักปิดความในใจ และเปนคนไม่รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว อนุโลมตามการเท่านั้นผลที่สุดของการเรื่องนี้ ก็เปนอันตกลงว่ามองซิเออร์เดอลูแวงจะต้องกลับไปเมืองสุหรัต ส่วนสินค้าต่าง ๆ ที่ได้เตรียมไว้จะบันทุกลงเรือนั้น ก็ได้ขายให้แก่มองซิเออร์คอนซตันซ์เปนเงินประมาณ ๓๗๐๐ รูเปีย ซึ่งได้กำไรแต่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ถึงดังนั้นมองซิเออร์คอนซตันซ์ ก็ได้ขู่กันโชกมองซิเออร์เดอลูแวงอย่างร้ายแรงจนที่สุดไม้ฝางซึ่งควรบริษัทจะได้กำไรตั้ง ๖ เท่าตัว ก็ต้องทิ้งไว้แต่ข้อนี้มองซิเออร์เดอลูแวง ก็คงจะไม่ยอมหากว่าข้าพเจ้าได้ชี้แจงให้มอง ซิเออร์เดอลูแวงฟังว่า ข้าพเจ้ายังจะมีกิจอย่างสำคัญ ๆ ที่จะต้องทำธุระกับมองซิเออร์คอนซตันซ์ต่อไป เพราะฉนั้นในเวลานี้ไม่ควรจะกระทำการให้เขาขัดใจ แต่ถึงมองซิเออร์เดอลูแวงจะตามใจทุกอย่าง มองซิเออร์คอนซตันซ์ก็ยังหาพอใจไม่ ยังกลับทำให้มองซิเออร์เดอลูแวงต้องคอยอยู่อีกเดือนเศษ เพราะรอเรืออังกฤษให้ออกไปเสียก่อน แต่ที่จริงเรืออังกฤษลำนี้ก็ได้มาถึงเมืองไทยก่อนเรือแซนต์หลุยเสียซ้ำไป แต่ข้อนี้ก็ไม่น่าพิศวงอย่างใด เพราะสินค้าที่จะบันทุกลงเรืออังกฤษนั้นเปนสินค้าที่


๑๑๔ มองซิเออร์คอนซตันซ์มีประโยชน์อยู่ด้วย ทั้งมองซิเออร์คอนซตันซ์ก็ชอบพวกอังกฤษเปนอันมาก การที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ ชอบพวกอังกฤษนั้นเปนด้วยเหตุ ๒ ประการ ๆ ๑ มองซิเออร์คอนตันซ์กลัวพวกอังกฤษ ประการที่ ๒ ถ้ามองซิเออร์คอนซตันซ์ค้าขายกับพวกอังกฤษก็คงจะหากำไรได้ครึ่งตัว ไทยได้จัดการรับรอง ท่านราชทูตโดยเติมเกียรติยศสมความ ปราถนาของท่านราชทูตทุกประการ และสังเกตดูท่านราชทูตก็เปนที่พอใจมาก ในส่วนการงารที่เกี่ยวด้วยบริษัทนั้นไทยได้ยกเมืองให้ท่านราชทูตเมือง ๑ เมืองนั้นคือเมืองสงขลาใกล้กับเมืองนครศรีธรรมราช เมืองสงขลานี้มีท่าเรือซึ่งดูจะเปนท่าเรือที่ดีมากแต่เรือใหญ่ ๆ จะต้องเข้าออกได้จึงจะเปนท่าเรือที่ดี แต่ได้มีคนบอกกับข้าพเจ้าว่าเรือที่มีระวางเพียง ๕๐๐-๖๐๐ ตันได้เคยเข้าออกแล้ว แต่ก่อนนี้เมืองสงขลาเปนบ้านเมืองมีป้อมคูประตูหอรบแต่พระเจ้ากรุงสยามได้โปรดให้ทำลายเสียประมาณ ๓ หรือ ๔ ปีมาแล้ว เพราะเหตุว่าได้เกิดมีพวกขบถไปยึดเมืองสงขลาไว้และพระเจ้ากรุงสยามก็ต้องทำศึกปราบพวกขบถเหล่านี้มากว่า ๓๐ ปีแล้ว และถ้าพระเจ้ากรุงสยามไม่ได้ทรงใช้กลศึกแล้ว พวกขบถก็คงจะยังอยู่ในเมืองสงขลาจนเท่าทุกวันนี้เปนแน่ เขาพูดกันว่าที่เมืองนี้พอจะทำค่ายคูอย่างแน่นหนามั่นคงได้ดี ท่านราชทูตได้สั่?ข้าพเจ้าไว้ว่า ถ้าท่านราชทูตได้กลับจากเมืองไทยไปเมื่อใด ก็ให้ข้าพเจ้ารีบไปรับเมืองสงขลาจากไทยที

๑๑๕ เดียว และในการที่ข้าพเจ้าจะไปรับเมืองสงขลานั้นพระเจ้ากรุงสยามจะได้โปรดพระราชทานเรือให้ข้าพเจ้าไปลำ ๑ และท่านราชทูตได้สั่งต่อไปว่า เมื่อข้าพเจ้าได้ถึงเมืองสงขลาแล้วก็ให้ลงมือสร้างป้อมทีเดียว แต่การสร้างป้อมนี้ข้าพเจ้าจะได้ค่อยทำค่อยไปอย่างช้าที่สุด เพื่อคอยรับคำสั่งของท่านก่อน เมื่อข้าพเจ้าจะไปเมืองสงขลานั้นข้าพเจ้าจะได้พาเอนยินเนียนายช่างไปด้วยคน ๑ เอนยินเนียผู้นี้ท่านราชทูตได้ถวายตัวไว้ต่อพระเจ้ากรุงสยามแล้ว และเปนคนที่ฉลาดมาก ในการก่อสร้างต่าง ๆ นั้นข้าพเจ้าจะได้กระ ทำตามคำแนะนำของเอนยินเนียคนนี้ทุกอย่าง แต่ในเรื่องนี้ข้าพเจ้าเชื่อว่าคงจะไม่จำเปน ที่จะวางแบบสำหรับสร้างบ้านเมืองให้ใหญ่โตงดงามเกินไปนัก เพราะข้าพเจ้าเชื่อใจว่าในไม่ช้าท่านก็คงจะได้มีบ้านเมืองใหญ่โตพอสู้เมืองบาตาเวียได้ และคงจะทำให้ท่านได้ประโยชน์คุ้มกับโสหุ้ยสองเท่า เพราะไม่ช้าพวกจีนและชาวเมืองอื่น ๆ ในทวีปอินเดียก็คงจะมาตั้งบ้านสร้างเรือน ในเมืองนี้เพื่อจะได้ทำการค้าขายโดยสดวก และในข้อนี้เมืองนี้ก็คงจะเปนประโยชน์ต่อบริษัทเปนอันมาก เพราะถึงแม้ว่าเราจะมีอำนาจทำการค้าขายโดยไม่มีใครจะมากีดขวางได้ก็จริงอยู่ แต่อย่างไร ๆ ก็คงจะได้รับความรำคาญจาก เจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยามเพราะคนจำพวกนี้ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเลย ทั้งเปนคนไม่รู้จักผิดและชอบดังข้าพเจ้าได้อธิบาย ชี้แจงให้ท่านราชทูตทราบหลายครั้งแล้ว


๑๑๖ ถ้าเราจะไปตั้งอยู่ที่เมืองสงขลานี้ก็คงจะจัดการต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าเกาะมาดากาศกามาก เพราะที่เกาะมาดากาศกานั้นเจ้าพนักงารของพระเจ้าแผ่นดิน (ฝรั่งเศส) ได้ทำให้บริษัทฉิบหาย อีกประการ ๑ การที่จะตั้งอยู่ที่เมืองสงขลาจะเจริญต่อไปหรือประการใดนั้น ก็ต้องแล้วแต่ท่านจะส่งคนชนิดใดมาเพราะไม่ต้องสงสัยเลยว่า ที่ได้เกิดการเสียหายที่เกาะมาดากาศกานั้นก็เปนเพราะเหตุที่เจ้าพนักงาร ของพระเจ้าแผ่นดิน (ฝรั่งเศส) และคนของบริษัทไม่ลงรอยกัน ในข้อที่จะให้คิดจัดการ ในเรื่องสินค้าในเมืองไทยตามที่ท่านได้จดหัวข้อมาให้ข้าพเจ้านั้น เกือบจะไม่เปนประโยชน์อันใดเพราะในเวลานี้จะหาคนที่มีเงินถึง ๕๐ เหรียญเกือบจะไม่ได้แล้วจริงอยู่แต่ก่อนนี้เคยมีพวกจีนและพวกแขกมัว ซึ่งเปนคนมั่งมีเปนอันมากทั้งเปนคนที่มีอำนาจด้วย แต่ในระหว่าง ๒ ปีมานี้ไทยได้กดขี่ข่มเหงต่าง ๆ และได้ทำการขัดขวางต่อการค้าขายของพวกนี้ จนพวกจีนและแขกมัวเหล่านี้ต้องกลับไปหมด ยังเหลืออยู่แต่พวกที่ไม่มีทุนรอนจะค้าขายได้เท่านั้น ที่สุดพวกชาวฝรั่งเศสซึ่งอยู่ในเมืองไทย ๓ - ๔ คนนั้น ก็จวนจะต้องกลับไปอย่างพวกจีนและแขกมัวอยู่แล้วเหมือนกัน การค้าขายในเมืองไทยเปนอันทำไม่ได้เปนอันขาด ถึงแม้ว่าพระเจ้ากรุงสยามเปนเจ้าที่ดีก็จริงอยู่ แต่ข้าราชการของพระองค์ซึ่งเปนผู้ปกครองบ้านเมือง เปนคนที่เอาประโยชน์ของตัวเปนใหญ่ ทั้งทำการกดขี่

๑๑๗ ข่มเหงอย่างร้ายกาจ จนการค้าขายทั้งปวงเปนอันทำกันไม่ได้เพราะสินค้าที่มาจากต่างประเทศมากน้อยเท่าใด พวกข้าราชการก็รับเอาเสียหมด และตั้งราคาเอาเองตามชอบใจ เวลาจะชำระเงินค่าสินค้านั้นก็มิได้เอาเงินมาชำระ แต่เอาสินค้าอย่างอื่นมาแลกเปลี่ยน และสินค้าที่เอามาแลกเปลี่ยนนั้นก็ตั้งราคาเอาแพงอย่างที่สุด มิต้องนึกเลยว่าราคาที่ตั้งมานั้นจะสมควรหรือไม่ พวกพ่อค้าก็จำเปนจำใจต้องรับสินค้าเหล่านั้นไว้ มิฉนั้นก็จะต้องกลับไปโดยขาดทุนเปล่า ในข้อที่ท่านได้สั่งให้ข้าพเจ้าเข้าไปดู ในพระคลังของพระเจ้ากรุงสยามนั้น การที่จะเข้าไปดูนั้นเปนเรื่องที่ยากอย่างที่สุดแต่ถึงดังนั้นข้าพเจ้าก็ได้พยายามเข้าไปดูจนได้ ในพระคลังนี้ก็ไม่เห็นมีสิ่งไรที่จะเปนชิ้นเปนอันเลย ข้าพเจ้าเห็นแต่หีบอยู่หลายหีบอันกองไว้เกะกะ มีผ้าใบอย่างหยาบมาจากฝั่งคอรอมันเดลและยังมีหีบอีกหลายใบแต่อะไรจะอยู่ในหีบนั้นทราบไม่ได้ แต่ก็คงจะไม่ใช่เปนของดีอะไรเพราะเหตุว่า เจ้าพนักงารไม่ยอมให้ข้าพเจ้าดู และเจ้าพนักงารเหล่านี้ก็ได้รับคำสั่งไว้แล้วด้วย ว่าถ้าข้าพเจ้าจะต้องการอะไรก็อนุญาตให้ข้าพเจ้าเอาไปได้ ในคลังหลังอื่นข้าพเจ้าได้ไปพบเครื่องลายคราม ข้าพเจ้าได้เอาไว้บางอย่างซึ่งได้ส่งมายังท่านด้วยแล้ว เครื่องลายครามที่ข้าพเจ้าได้ส่งมาให้ท่านนั้น ถ้าจะว่าไปก็เปนของไม่สมควรสำหรับประเทศฝรั่งเศสดังตัวอย่างที่ข้าพเจ้าได้เคยเห็นมาแล้ว แต่ข้าพเจ้าเห็นว่า

๑๑๘ การที่ส่งของเหล่านี้ไปก็ไม่ต้องเสียค่าระวางเรือ ทั้งอย่างไร ๆ ก็พอจะมีกำไรบ้างเล็กน้อย ข้าพเจ้าจึงได้รับซื้อไว้ พวกไทยได้พยายามที่สุด ที่จะให้พวกเราเห็นความมั่งคั่งบริบูรณ์ ของเมืองไทยโดยพาให้เราไปดูวัดวาอาราม อันตั้งอยู่ในพระราชวังของพระเจ้ากรุงสยาม ในวัดนั้นมีพระพุทธรูปทั้งใหญ่และสูงอันน่าประหลาดมาก บางองค์ที่สูงกว่า ๔๐ ฟิตก็มี ไทยได้บอกเราว่าพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำตันทั้งองค์ และได้หล่อในที่นั้นเองถ้าพิเคราะห์ดูพระพุทธรูปเหล่านี้คล้าย ๆ กับภูเขา เพราะฉนั้นข้าพเจ้าจึงสงสัยว่าจะไม่ใช่ทองคำแท้เสียกระมัง และเจ้าพนักงารก็ไม่ยอมให้เราเข้าไปดูใกล้ ๆ ได้แต่มองลอดลูกกรงไม้อันอยู่ห่างไกลมาก แล้วข้าพเจ้าได้ไปดูที่วัดอื่นซึ่งเปนวัดใหญ่กว่าวัดที่ดูแล้วขึ้นไปอีก แต่พระพุทธรูปในวัดนี้ไม่ใหญ่เท่ากับวัดเดิม และที่นิ้วพระพุทธรูปก็มีแหวนเพ็ชร์งามพอดูได้ เพราะฉนั้นข้าพเจ้าจึงสันนิษฐานว่า พระพุทธรูปเหล่านี้คงจะไม่ได้หล่อด้วยทองคำ แต่คงจะหล่อด้วยทองแดงปิดทองและทองนั้นก็คงจะเปนทองอย่างดี ส่วนตัวข้าพเจ้านั้นถึงแม้ว่าจะไม่เชื่อว่า พระพุทธรูปเหล่านี้ทำด้วยทองคำแท้ ก็จริง แต่ข้าพเจ้าก็มิได้คัดค้านอย่างใด และก็ได้พลอยชมเชยอย่างคนอื่น ๆ ซึ่งเขาได้แต่งเรื่องความสมบูรณ์ของพระเจ้ากรุงสยามไว้แล้ว อนึ่งมีคนเล่าว่าในพระคลังหลวงเต็มไปด้วยทรัพย์สิ่งของเงินทองเปนอันมาก ข้อนี้ก็น่าจะเปนจริง เพราะพระเจ้า


๑๑๙ กรุงสยามไม่มีโสหุ้ยที่จะต้องจ่ายพระราชทรัพย์เลย เพราะบรรดาไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทุกคนต้องทำงารให้พระเจ้ากรุงสยามปีละ ๖ เดือน โดยไม่ได้รับผลประโยชน์อย่างใดเลย จนที่สุดเข้าของหลวงก็ไม่ได้รับประทาน และรางวัลที่พระราชทานให้แก่ข้าราชการที่เปนคนโปรดปรานนั้น ก็เพียงแต่พระราชทานบ่าวคนใช้ และคนใช้เหล่านี้เพื่อจะหลีกเลี่ยงที่จะไม่ต้องทำการงาร ให้แก่นายก็ต้องเอาของต่าง ๆ มากำนัลให้นาย ซึ่งเปนผลประโยชน์รายไดของข้าราชการอีกส่วน ๑ ของทั้งหลายทั้งปวงอันมี อยู่ในแผ่นสยามเปนของพระเจ้าแผ่นดินทั้งสิ้น และเมื่อพระเจ้าแผ่นดินจะต้องพระประสงค์สิ่งใดต้องเปนได้ทั้งหมด ไม่มีใครที่จะคัดค้านว่า กล่าวได้เลย ถึงสิ่งที่พระเจ้าแผ่นดินจะต้องพระราชประสงค์เปนสิ่งที่ผิดทางยุติธรรมก็ไม่มีใครอาจพูดได้ ส่วนผลประโยชน์รายได้ของพระเจ้าแผ่นดินนั้น ได้จากการเก็บภาษี ดีบุก งาช้าง ไม้ฝาง สุรา และเก็บภาษีบ้างเล็กน้อยจากเรือที่เข้ามาค้าขายในเมืองนี้ ภาษีอากรทั้งหมดซึ่งเปนผลประโยชน์รายได้ของพระเจ้าแผ่นดินนั้น รวมทั้งสิ้นอยู่ในราวปีละ ๑๒๐๐๐ หรือ ๑๓๐๐๐ ปอนด์ (ฝรั่งเศส) ในส่วนสินค้าที่จะค้าขายได้ในเมืองเหล่านี้นั้น สินค้าเหล่านี้เปนของต่าง ๆ กันทั้งสิ้น ข้าพเจ้าได้สืบถามตามผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ คงได้ความว่า สินค้าในเมืองเหล่านี้พอจะค้าขายได้กว่าสามหรือสี่ล้าน ซึ่งนับว่าจะเปนประโยชน์ต่อ

๑๒๐ บริษัทเปนอันมาก เพราะได้ความแน่ว่าในไม่ช้าก็คงจะค้าขายเพิ่มทุนได้อีกเท่าตัว ดังท่านจะเห็นได้ตามบาญชีที่ข้าพเจ้าได้ส่งมาให้ท่านดูด้วยแล้ว อนึ่งที่ท่านถามมาว่า ถ้าจะส่งสินค้ามายังเมืองนี้จะมีกำไรสักเท่าไรนั้น ขอบอกให้ท่านทราบว่าถ้าได้ส่งสินค้ามาจากยุโรปและเมืองสุหรัตแล้วคงจะได้กำไรราว ๒๕ หรือ ๓๐ เปอร์เซนแต่ถ้าสินค้าเหล่านี้ได้ส่งไปให้เหมาะกับภูมิ์พื้นประเทศแล้ว ก็คงจะได้กำไรมากกว่านี้อีกเท่า ๑ ข้อนี้พอจะเห็นได้ง่ายว่าคงเปนจริง เพราะเหตุว่าถ้าพวกอังกฤษและฮอลันดาไม่ได้กำไรมากแล้ว เหตุใดเขาจะพยายามส่งสินค้ามาในแถบเหล่านี้เล่า พวกอังกฤษและฮอลันดาเห็นหนทางได้กำไรแน่แล้ว จึงได้ส่งเรือมาในแถบเหล่านี้ปีละหลาย ๆ ลำ ลำ ๑ บันทุกสินค้ามาอย่างน้อยกว่าสามหรือสี่แสนแฟรง บาญชีสินค้าที่ควรจะต้องส่งไปในที่ต่าง ๆ กับบาญชีสินค้าที่จะได้รับมาจากที่ต่าง ๆ และกำไรที่ควรจะได้จากสินค้าเหล่านี้สินค้าที่จะส่งไปเมืองตังเกี๋ยนั้น ควรจะส่งเท่าครึ่งหรือเศษ ๑ ส่วน ๓ ของต้นทุน สินค้าที่ควรส่งไปเมืองตังเกี๋ย ๑ ผ้าแดงและผ้าสักหลาดดำ กับผ้าอย่างอื่น ๆ สีม่วงบ้างดำบ้าง ๒ ผ้าขาวทุกชนิด ผ้าเหล่านี้ต้องส่งจากฝั่งคอรอมันเดล ๓ กัลปังหา ทั้งกิ่งและช่อ กับกัลปังหาที่เปนผงแล้ว ๑๒๑ ๔ ชาด และสีต่าง ๆ ทุกชนิดสำหรับเขียนสี ๕ ดีบุก ๖ พริกไทย ๗ ดินประสิว ๘ หมวก ๙ ไม้ฝาง ๑๐ เครื่องแก้วทุกอย่างที่เปนของแปลก ๆ สินค้าที่จะรับจากเมืองตังเกี๋ย ๑ ชมดเชียงอย่างดีที่สุด จะหาชมดเชียงในโลกนี้ดีเท่า ชมดเชียงเมืองนี้ไม่ได้ ๒ ผ้าปักไหมทองและไหมเงิน และไหมอย่างงามที่สุด ๓ ไหมดิบสีเหลือง ๔ ผ้าขนสัตว์ ๕ ผ้าแพรทุก ๆ ชนิดอย่างงาม ๆ ๖ เครื่องเรือนต่าง ๆ ซึ่งทาน้ำมันเงา จนที่สุดเตียงนอน ก็มี ซึ่งเปนของน่าใช้มาก ๗ เครื่องลายครามชนใหญ่ เครื่องลายครามเหล่านี้เปน ของควรส่งไปจำหน่ายที่เมืองอินเดียได้ ๘ ทองคำและเงิน สินค้าเหล่านี้ปี ๑ พอจะซื้อขายได้เปนราคาสามหรือสี่แสนแฟรง และคงจะมีกำไรราว ๗๐ ถึง ๘๐ เปอร์เซน

๑๒๒ สำหรับเมืองมาเก๊านั้น สินค้าทั้งปวงที่ควรส่งไปยังเมืองจีนก็ใช้ได้ทั้งสิ้น นอกจากของที่จะส่งไปยังเมืองจีนนั้น จะส่งของเหล่านี้ไปเมืองมาเก๊าอีกก็ได้ คือ ๑ หมวกทุก ๆ ชนิด แต่ต้องส่งหมวกอย่างฝีมือหยาบมากกว่าอย่างเลอียด ๒ เครื่องกระจุกกระจิกต่าง ๆ ทุกอย่าง ๓ ผ้าแพรอย่างบางสำหรับตัดเสื้อกางเกงผู้ชาย พวก ปอตุเกศมักจะตัดเสื้อกางเกงด้วยแพรดำ ๔ ผ้าลูกไม้โปร่ง ถักด้วยไหมทองบ้าง ไหมเงินบ้าง ไหมธรรมดาบ้าง แต่ผ้าลูกไม้เหล่านี้ต้องทำอย่างบางและเบาที่สุดที่จะทำได้ ๕ ถุงเท้าแพร ๖ รองเท้าสำหรับผู้ชายและผู้หญิง แต่รองเท้าผู้หญิงจะขายได้ดีกว่ารองเท้าผู้ชาย ๗ ดาบและกระบี่ ๘ ปืนเล็กและปืนสั้น และปืนพกด้วย ๙ ศิลาสำหรับปืน ๑๐ สุรา ต่าง ๆ และเหล้าบรั่นบันจุขวด ถ้าส่งสินค้าเหล่านี้ไปเปนต้นทุนสามหรือสี่หมื่นปอนด์ (ฝรั่งเศส) ไม่ช้าก็จะจำหน่ายได้หมด และกำไรก็คงจะได้กว่าเท่าตัว คือกว่า ๑๐๐ ต่อ ๑๐๐

๑๒๓ สินค้าที่จะได้รับจากเมืองจีนนั้น คือ ๑ ไหมสามชนิด จะซื้อได้อย่างละมาก ๆ ๒ ผ้าปักไหมทองและเงิน และปักไหมธรรมดาอย่างงามมาก ๓ ผ้าแพรอย่างงาม ๔ ใบชาอย่างดี ๕ โกฎน้ำเต้า แต่ของสิ่งนี้ไม่สู้เปนประโยชน์เท่าไรนัก ๖ ชมดเชียงอย่างดี แต่พวกจีนเปนคนโกงมากมักปน เสียเสมอ ๗ เครื่องลายครามอย่างงาม จะหาที่ไหนในโลกนี้งาม เท่าเมืองจีนเปนไม่มี ๘ เครื่องเรือนทาน้ำมันเงา แต่ของที่ทำในเมืองจีนนั้น สู้ของทางเมืองตังเกี๋ยไม่ได้ ๙ เครื่องทำครัวทุก ๆ อย่าง ซึ่งจะจำหน่ายที่เมืองอินเดีย ได้โดยมีกำไรอย่างงาม ๑๐ ทองคำ ๑๑ พลอยทับทิม ๑๒ น้ำตาล ๑๓ เปลือกไม้สำหรับทำยาควีนีน ๑๔ รากไม้ต่าง ๆ หลายอย่างสำหรับทำยา ๑๕ แร่เหล็ก (ซัลเฟตออฟไอรอน)

๑๒๔ สินค้าที่จะส่งไปเมืองจีนนั้น คือ ๑ ผ้าอย่างบางและลเอียด ผ้านี้ต้องเนื้อบางและลเอียดกว่าที่จะส่งไปแห่งอื่น ๆ ทุกแห่ง และเปนผ้าแดงมากกว่าผ้าอย่างอื่น ผ้าสักหลาดนั้นต้องเปนสักหลาดสีดำสีม่วงและสีขาว ๒ ผ้าเซิช สีอย่างเดียวกันกับที่กล่าวมาแล้ว แต่ให้ ส่งผ้าอย่างเนื้อหยาบมากกว่าผ้าอย่างเนื้อลเอียด ๓ กัลปังหาเปนเมล็ดเปนก้อน ที่เปนกิ่งเปนต้นจะส่งบ้างก็ได้เล็กน้อย ๔ อำพันดิบ ก้อนใหญ่ ๆ ดีกว่าก้อนเล็ก แต่อำพันนั้น ต้องเปนสีเหลืองมะนาว อย่างสีแดง ๆ ใช้ไม่ได้ ๕ เครื่องแก้วต่าง ๆ ทุกอย่างซึ่งเปนของแปลก ๆ ๖ ลูกปัดทำด้วยแก้วขนาดเล็กสำหรับร้อยทำสายสร้อยข้อมือ ๗ สุราต่าง ๆ และเหล้าบรั่นดังได้อธิบายมาแล้ว ๘ ผ้าต่าง ๆ ทุกชนิด ซึ่งส่งมาจากเมืองสุหรัตและ ฝั่งคอรอมันเดล ๙ ไม้ฝาง ๑๐ หมาก ๑๑ ดีบุก ๑๒ งาช้าง ๑๓ ทองแดงอันมาจากเมืองยี่ปุ่น


๑๒๕ สินค้าที่ส่งไปเมืองจีนนั้นควรส่งเปนราคาเศษ ๑ ส่วน ๓ ของต้นทุนแต่คิดเปนเงินเหรียญ และปี ๑ คงจะค้าได้เปนเงินกว่า ๔๐๐๐ - ๕๐๐๐ แฟรง ในเงินที่ลงทุนไปนี้คงจะได้กำไร ๑๐๐ ต่อ ๑๐๐ สำหรับการค้าขายในเมืองยี่ปุ่นนั้นไม่จำเปน จะต้องลงทุนอย่างใดเพราะสินค้าทุก ๆ อย่างไม่ว่าสินค้าชนิดใด ขายได้ดีทุกอย่างแต่สินค้านั้นต้องเปนของที่ราคาถูกที่สุด สินค้าทั้งปวงที่จำหน่ายได้ดีที่เมืองตังเกี๋ยและเมืองจีนนั้น เปนใช้ได้สำหรับเมืองยี่ปุ่นทุกอย่าง ของที่จะได้แลกเปลี่ยนกับสินค้าต่าง ๆ ที่ส่งไปเมืองยี่ปุ่นนั้น มี ๑ ทองคำ ๒ เงิน ๓ ทองแดง ๔ เครื่องกระจุกกระจิกทำด้วยเงินและทอง ๕ หีบไม้เล็ก ๆ ๖ ฉาก ทาน้ำมันเงา ๗ เครื่องลายคราม ซึ่งจะจำหน่ายที่เมืองอินเดียได้ดี ๘ การบูร ๙ ใบชา


๑๒๖ สินค้าต่าง ๆ ที่จะรับมาจากยี่ปุ่นนั้น ไม่ได้กำไรมากเท่ากับสินค้าที่จะส่งเข้าไปจำหน่ายในเมือง แต่จะค้าขายมากน้อยเท่าใดก็ได้แล้วแต่ใจ และคงมีกำไร ว่าด้วยการค้าขายกับเมืองลาว ๑ จะต้องมีเงินสยามเปนทุนไปด้วยบ้างเล็กน้อย ๒ ผ้าสีแดงและสีเขียว เปนผ้าหยาบ ๓ ผ้าเซิช สีอย่างเดียวกับที่ได้กล่าวมาข้างบนนี้แล้ว ๔ ผ้าทุก ๆ ชนิดที่มาจากเมืองสุหรัต และฝั่งคอรอมันเดล สินค้าที่จะได้รับจากเมืองลาวนั้น มี ๑ พลอยทับทิมอย่างดี ๒ ชมดเชียงอย่างดีที่สุดในโลกนี้ ๓ รง ๔ งาช้าง ๕ การบูร ๖ นอแรด ๗ หนังโคและหนังกวางซึ่งจะส่งไปจำหน่ายเมืองยี่ปุ่นได้ดี ๘ กำยาน การค้าขายกับเมืองลาวคงจะได้กำไรกว่า ๒๐๐ เปอร์เซน ตามที่ท่านผู้อำนวยการของบริษัทที่เมืองสุหรัตได้สั่งมองซิเออร์เดอลูแวงไว้ ให้ขึ้นไปสำรวจพริกไทยซึ่งเพาะปลูกกันในเมืองไทยฝ่ายเหนือและติดกับแดนเมืองลาวนั้น เมื่อข้าพเจ้าได้กลับมา

๑๒๗ จากเมืองสงขลาแล้ว จะได้ขึ้นไปสำรวจพริกไทยตามคำสั่งของท่านผู้อำนวยการ และข้าพเจ้าจะได้ไปพิเคราะห์ว่าจะจัดการทำการค้าขายติดต่อกับพวกลาวจะได้หรือไม่ ได้มีคนบอกกับข้าพเจ้าว่าพวกลาวเปนคนที่ซื่อสัตย์มาก และนานมาแล้วพระเจ้ากรุงสยามมิได้ไปทำสงครามกับพวกลาวเลย ว่าด้วยการค้าขายในเมืองไทย สินค้าที่จะได้รับจากเมืองไทยนั้น มี ๑ ดีบุก ๒ ไม้ฝาง ๓ งาช้าง ๔ พริกไทย ซึ่งไทยได้ยกให้เราแล้ว ๕ หนังโคและหนังกวาง ซึ่งได้ยกให้พวกฮอลันดาเสียแล้ว พวกไทยไม่ได้ใช้เครื่องแต่งตัวอย่างใด นอกจากเอาผ้าสีผืนยาวพันกายทั้งผู้หญิงผู้ชาย พอบังกายเท่านั้น ว่าด้วยการค้าขายกับเมืองเขมร สินค้าที่จะส่งไปยังเมืองเขมรนั้น มี ๑ ผ้าแดง ๒ ผ้าแดงมาจากเมืองสุหรัต ๓ ผ้าขาวมาจากฝั่งคอรอมัลเดล ๔ เครื่องทำครัวต่าง ๆ ซึ่งส่งมาจากเมืองจีน ๕ เข้าเปลือก ๖ เกลือ ๑๒๘ สินค้าเหล่านี้เปนสินค้าเล็กน้อย ข้าพเจ้าได้ส่งสินค้าไปเปนราคา ๕๐๐ แฟรงสำหรับทดลองดูแล้ว สินค้าที่จะรับจากเมืองเขมรนั้น มี ๑ งาช้าง ๒ กำยาน มีอยู่ ๓ อย่าง ๓ รง ๔ รังนก ส่งไปจำหน่ายที่เมืองจีนได้ดี ๕ เอ็นกวาง ๖ หนังโคและหนังกวาง ถ้าจะไปค้าขายที่เมืองเขมรแล้ว ปี ๑ คงไปได้ใน ๓ เที่ยว ว่าด้วยการค้าขายกับเมืองญวน สินค้าที่จะส่งไปจำหน่ายเมืองญวนได้นั้น มี ๑ ผ้าดำและผ้าแดง ๒ ผ้าขาวซึ่งส่งมาจากเมืองสุหรัต และฝั่งคอรอมันเดล ๓ เข้าเปลือก ๔ เครื่องทำครัว ๕ เกลือ สินค้าที่จะซื้อได้จากเมืองญวนนั้น มี ๑ ดีบุก ๒ หมาก ๓ ไม้ฝาง

๑๒๙ ๔ งาช้าง ๕ ไหมดิบ ๖ หนังโคและหนังกวาง ๗ ทองคำ แต่ถ้าจะค้าขายกับพวกญวนแล้วจะต้องระวังมาก เพราะในฝ่ายทวีปอินเดียไม่มีชาติใดจะโกงเท่าพวกญวนเลย ปี ๑ พอจะทำการค้าขายในเมืองญวนได้ราว ๒๐,๐๐๐ หรือ ๓๐,๐๐๐ ปอนด์ (ฝรั่งเศส) ว่าด้วยการค้าขายกับเมืองตีมอร์ ถ้าจะทำการค้าขายกับเมืองนี้จะต้องมีทุน สินค้าที่จะส่งไปเมืองนี้ได้ มี ๑ ผ้าทุก ๆ ชนิดที่ส่งมาจากเมืองสุหรัตและฝั่งคอรอมันเดล ๒ ตะกั่ว ๓ ดินปืน สินค้าที่จะซื้อจากเมืองนี้ มี ๑ ทองคำ ๒ ไม้จันทน์ ๓ รังนก ๔ ครั่ง ๕ คนที่เปนทาส


๑๓๐ ในเมืองนี้จะทำการค้าขายได้กว่าปีละแสนแฟรง และคงจะได้กำไรกว่า ๖๐ เปอร์เซน ว่าด้วยการค้าขายกับเมืองมานีลา สินค้าที่จะต้องส่งไปจำหน่ายเมืองนี้ คือ ๑ เครื่องกระจุกกระจิกต่าง ๆ ทุกอย่างที่ทำขึ้นในเมืองฝรั่งเศส ๒ หมวกต่าง ๆ ๓ ผ้าไหมทองไหมเงินและผ้าไหม ๔ ไหมดิบ และสิ่งทำเปนรูปพรรณด้วยไหมแล้ว ๕ ผ้าแพรสีต่าง ๆ ๖ แพรดอกสีต่าง ๆ ๗ ผ้าขาวต่าง ๆ ซึ่งส่งมาจากเมืองสุหรัตและฝั่งคอรอมันเดล ๘ ผ้า ต่าง ๆ ซึ่งส่งมาจากเมืองตังเกี๋ย ๙ กำยาน ๑๐ งาช้าง ๑๑ เข้าเปลือก ๑๒ ชมดเชียง สินค้าที่จะซื้อจากเมืองนี้ คือ ๑ เหรียญเงิน ๒ น้ำตาล ๓ หอย ซึ่งใช้ต่างเบี้ยในเมืองไทย


๑๓๑ ในเมืองนี้จะค้าขายได้ปี ๑ กว่าสี่แสนหรือห้าแสนแฟรง และเอากำไรที่จะได้จากเมืองนี้ ไปทำทุนในเมืองอื่นได้โดยไม่จำเปนต้องเอาเงินออกจากประเทศฝรั่งเศส ในเมืองยำปีนั้นยังจะทำการค้าขายได้อย่างใหญ่โตอีกแห่ง ๑ เพราะเมืองนี้บริบูรณ์ไปด้วยพริกไทยและดีบุก แต่พลเมืองนี้เปนคนที่โกงอย่างที่สุด ถ้าแม้ว่าเราได้ไปตั้งอยู่ที่เมืองสงขลาแล้ว ก็พอจะทำการค้าขายกับเมืองยำปีได้ง่าย เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้กัน ว่าด้วยสินค้าเกาะบอนิโอ ในเมืองนี้จะใช้เงินสดแต่ครึ่งเดียว สินค้าที่จะต้องส่งไปจำหน่ายในเมืองนี้ คือ ๑ ผ้าแดงและผ้าเขียวบ้างเล็กน้อย ๒ ผ้าขาวซึ่งส่งมาจากเมืองสุหรัตและฝั่งคอรอมันเดล ผ้า น ต้องส่งเปนจำนวนมาก สินค้าที่จะซื้อได้จากเมืองนี้ คือ ๑ ทองคำ ๒ พริกไทย ๓ การบูร ๔ ครั่ง ปี ๑ จะค้าขายในเมืองนี้ได้ประมาณสองแสนหรือสามแสนแฟรง และคงจะมีกำไรกว่า ๖๐ เปอร์เซนต์

๑๓๒ ตามข้อความและบาญชี ที่ข้าพเจ้ากล่าวมานี้เปนสินค้าที่จะทำได้ในเมืองแถบเหล่านี้ และถ้าได้จัดการโดยให้เปลืองโสหุ้ยน้อยที่สุดได้ ก็จะทำให้บริษัทมีกำไรเปนอันมาก แต่ก่อนที่จะตั้งต้นค้าขายในเมืองเหล่านี้ ต้องคิดหาที่ใกล้ ๆ กับแหลมเคปออฟกูดโฮบสักแห่ง ๑ ก่อน เพื่อเปนที่เก็บรักษาของต่าง ๆ อันจำเปนสำหรับใช้และซ่อมแซมเรือ ทั้งสำหรับเปนที่เก็บเสบียงอาหารและน้ำสำหรับคนเรือด้วย เพราะเรือจะเดิรในทางไกลเช่นนี้โดยไม่มีที่พักไม่ได้ อนึ่งที่เกาะปรินซ์ซึ่งตั้งอยู่ในช่องทะเลซอนดาอีกแห่ง ๑ ก็จำเปนจะต้องจัดไว้เปนที่พักเรือเหมือนกัน เกาะนี้ไม่มีผู้คนพลเมืองอย่างใด และข้าพเจ้าเชื่อว่าพวกฮอลันดาก็คงจะไม่ต้องการเกาะนี้ แต่จะอย่างไรก็ดีถ้าบริษัทจะคิดทำการค้าขายในแถบเหล่านี้แล้ว ก็จะต้องตั้งต้นโดยหาที่ให้เรือพักได้เสียก่อน ข้าพเจ้าหวังใจว่าการที่ข้าพเจ้า ได้กล้าออกความเห็นมาดังนี้ท่านคงจะไม่ถือโทษ แต่ข้าพเจ้าเปนผู้ที่ได้มาเห็นและรู้จักภูมิ์พื้นประเทศเหล่านี้ด้วยตนเองแล้ว ข้าพเจ้าจึงสามารถจะชี้แจงในเรื่องเหล่านี้ได้ จนที่สุดในเวลาที่ข้าพเจ้าไปพักอยู่ที่เมืองบาตาเวีย ข้าพเจ้า ก็รู้สึกต้องการหาประโยชน์อันดีให้แก่บริษัท ข้าพเจ้าจึงไปเที่ยวสืบสวนตามชาวเมืองนั้น เพื่อจะทราบความในใจของเขาว่า ในเรื่องเจ้าแผ่นดินเมืองบันตำนั้น เขาจะมีความคิดความเห็นว่าอย่างไร


๑๓๓ ข้าพเจ้าจึงรู้สึกแน่ใจตามความที่ได้สนทนากับชาวเมือง ว่าพวกนี้จะต้องการอยู่ในเมืองบันตำโดยไม่ให้ใครมารบกวน จนที่สุดถึงกับจะยอมให้เงินแก่บริษัทเพื่อป้องกันมิให้ใครมารบกวนเขาได้ เพราะเหตุฉนี้ ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าในเวลานี้พวกชาวเมืองบันตำยังกำลังวิตกและมีความกลวต่าง ๆ อยู่ ควรจะฉวยโอกาสนี้มายึดเกาะบันตำนี้ไว้เสียทีเดียว เพราะเกาะนี้ยังไม่ได้เปนของใครเลย ทั้งเปนเกาะที่ดีและเหมาะด้วย มีทั้งน้ำฟืนทั้งทั้งไม้และศิลาและมีของต่าง ๆ ทุกอย่างตามความต้องการ อีกประการ ๑ ถ้าเราได้ไปเปนเจ้าของเกาะนี้ แล้วก็เท่ากับเปนผู้ที่จะปกครองบังคับการทั้งปวงในช่องทะเลนี้ได้ และถ้าได้เกิดสงครามขึ้นกับพวกชาวเกาะนี้แล้วเราก็จะได้มีที่ตั้งมั่นอยู่ได้ แม้ที่สุดถ้าจะเกิดเหตุจำเปนขึ้นอย่างใด ๆ เราก็พอจะมีที่อาศรัยได้ ก่อนที่จะเขียนจดหมายฉบับนี้ให้จบลงนั้น ข้าพเจ้าอดไม่ได้ที่จะบอกอะไรกับท่านสักอย่าง ๑ เรื่องที่ข้าพเจ้าจะกล่าวนี้ก็ดูเปนเรื่องเล็กน้อยหยุมหยิม แต่ถ้าหากว่าท่านผู้อำนวยการคน ๑ คนใดจะต้องมายังเมืองไทย ซึ่งข้าพเจ้าเห็นเปนการจำเปนเพื่อมาจัดการงารต่าง ๆ ให้ลงรูปเรียบร้อยแล้ว ก็เปนการที่ท่านจะต้องรู้ไว้ มิฉนั้นจะต้องรับความลำบากเปนอันมากข้อที่ข้าพเจ้าจะต้องการบอกให้ท่านทราบไว้นั้น ก็คือถ้าท่านจะมาในเมืองไทยแล้ว ท่านจะต้องกระทำเจ้าข้า (Choca) ขอให้


๑๓๔ ท่านเข้าใจเถิดว่าการทำเจ้าข้านั้น ก็คือเวลาที่เข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินก็ดี หรือไปพบกับพระเจ้าแผ่นดินก็ดี พอแลเห็นพระเจ้าแผ่นดินแต่ไกลท่านจะต้องลงคลาน ๔ เท้าโดยทันที และถึงจะไกลต่อไกลสักเท่าไร ท่านก็จะต้องกราบลงโดยเอาหน้าซบลงกับดิน และมือต้องประสานไว้เหนือศีร์ษะ เมื่อจะคลานต่อไปช้า ๆ นาน ๆ ก็ต้องเอาหน้าซบกับดินมือประสานชูขึ้นบนศีร์ษะเรื่อยไป ในเวลาที่พูดกับพระเจ้าแผ่นดินนั้นต้องพนมมือไว้ ข้อศอกต้องลงยันกับดินและหน้าก็ต้องซบลงกับดินเหมือนกัน จึงจะกล่าววาจากราบทูลพระเจ้าแผ่นดินได้ กิริยาที่ต้องทำเช่นนี้เปนสิ่งที่ขัดกับสาสนาของเรา และเปนการเสียเกียรติยศต่อชาติของเรา พระเจ้าแผ่นดินของเราก็มิได้ทำแก่เราดังนี้ และพระเจ้าแผ่นดินของเรากับตัวเราเกียรติยศก็ต่างกันมากนัก ความประพฤติของพระเจ้าหลุยที่ ๑๔ แม้แต่เปนสิ่งที่เล็กน้อย ก็ยังมีราคามากกว่าความประพฤติของพระเจ้าแผ่นดินสยามทั้งหมด และข้าพเจ้าจะกล่าวได้โดยไม่ปดเลยว่า ชาวบ้านนอกที่เลวทรามที่สุดของเรา ก็ยังมีที่อยู่ดีกว่า และอาหารการรับประทานก็ยังดีกว่าพวกเจ้านายและพระสงฆ์ในเมืองไทยหลายเท่า ท่านคงจะนึกว่าการที่ต้องคลาน และไหว้กราบเช่นนี้จะทำให้ข้าพเจ้าตกใจ ขอให้ท่านเชื่อใจเถิด ถ้าสิ่งใดที่จะทำให้เปน


๑๓๕ ประโยชน์แก่ตัวท่านแล้ว ข้าพเจ้าก็จะยอมทำทุกอย่าง แต่ที่จะต้องไหว้กราบพระเจ้าแผ่นดินนั้น มิใช่ข้าพเจ้าจะไหว้กราบด้วยน้ำใสใจจริงเมื่อไร และถ้าข้าพเจ้าจำเปนจะต้องไหว้กราบแล้วข้าพเจ้าก็ทำเพื่อประโยชน์ของท่านเท่านั้น แต่ถึงจะอย่างไรก็ตามข้าพเจ้าก็คงจะคิดหลีกเลี่ยงเสียก่อน จนกว่าจะได้รับคำสั่งของท่านต่อไป พระเจ้ากรุงสยามก็ได้มีพระราชดำรัสถามถึงข้าพเจ้าแล้ว แต่เชอวาเลียเดอโชมอง ราชทูตได้เห็นว่า ยังไม่สมควรที่ข้าพเจ้าจะเข้าไปเฝ้าโดยต้องหมอบต้องคลานเข้าไปเช่นนี้ ส่วนมองซิเออร์เดอฟอแบงซึ่งจะอยู่ในเมืองนี้ เพื่อรับราชการของพระเจ้ากรุงสยามต่อไปนั้นก็หมอบคลานไหว้กราบเต็มที่ อันเปนกิริยาซึ่งเพื่อนฝูงของเขาไม่เห็นชอบด้วยเลย เพราะเท่ากับทำให้เสียพระเกียรติยศของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และเสียเกียรติยศของชาติฝรั่งเศสด้วย แต่มองซิเออร์เดอฟอแบงเปนคนที่มีนิสัย จะเอาประโยชน์ของตัวเปนใหญ่ ถึงการอื่น ๆ จะเสียหายอย่างใดก็ตามและเขาก็แก้ตัวว่า เวลานี้เขาไม่ได้เปนคนฝรั่งเศสแต่เปนคนของพระเจ้ากรุงสยามแล้ว ขอให้ท่านวางใจเสียเถิดว่า ส่วนตัวข้าพเจ้านั้นถึงจะต้องหมอบต้องคลาน หรือจะต้องทำการอย่างใด ๆ แล้ว ข้าพเจ้าก็คงปฏิบัติตามความประสงค์ของท่านทุกประการ บุคคลที่


๑๓๖ เคยมาค้าขายหรือทำธุระต่าง ๆ ในเมืองนี้มาแล้วนั้น เปนคนที่อ่อนเกินไปและได้ยอมให้คนไทยจูงดุจตัวเปนเด็กทารก เพราะ ฉนั้นคนเหล่านี้จึงมิได้รับสิ่งที่พอใจตามความปราถนาของตัว ข้าพเจ้า ได้ขอให้ไทยจัดหาบ้านให้ข้าพเจ้าอยู่อีกบ้าน ๑ เพราะบ้านที่อยู่ในเวลานี้เล็กเกินไป และที่สำหรับเก็บสินค้าก็ไม่มีจนหลังเดียวฝ่ายไทยก็จะยอมให้ที่ดินแก่บริษัทแห่ง ๑ และอนุญาตให้เราทำการก่อสร้างในที่นั้นได้ตามชอบใจ แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าเราควรจะเอาที่ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่เสร็จแล้วจะดีกว่า เพราะจะได้ทุ่นโสหุ้ยที่จะต้องก่อสร้างใหมได้กว่าครึ่ง ๑ แต่ถึงจะอย่างไรก็ดีข้าพเจ้าเข้าใจว่าไทยคงจะให้ข้าพเจ้าสร้างบ้านขึ้นให้จงได้ เพราะเปนวิธีดำเนิรทางราชการ (ปอลิติก) ของเมืองนี้ ข้าพเจ้าจะได้คิด จัดการอย่างดีที่สุดที่จะทำได้ และจะได้คิดประหยัดทรัพย์ให้มากที่สุดที่จะประหยัดได้ ท่านผู้อำนวยการที่เมืองสุหรัต ได้ไล่มองซิเออร์คอมบาต์ออกเสียแล้ว เพราะฉนั้นในเวลานี้ผู้ที่จะทำการให้แก่ท่านก็เหลือแต่มองซิเออร์คอชคน ๑ มองซิเออร์รากีเอมคน ๑ กับตัวข้าพเจ้าคน ๑ เท่านั้น มองซิเออร์คอชนั้นได้ผู้หญิงชาวปอตุเกตเปนภรรยาและได้แต่งงารกันในระหว่างเวลา ที่ข้าพเจ้ามาอยู่ในเมืองนี้นั้นเองมองซิเออร์คอชได้ไปพักอาศรัยอยู่กับพ่อตา มองซิเออร์รากีเอมนั้นเปนคนหนุ่มมีสติปัญญาเฉียบแหลม และข้าพเจ้าเชื่อว่าต่อไปคง


๑๓๗ จะใช้การได้ดีมากเพราะเปนคนที่ทำการอะไรได้ทุกอย่าง ยังมีอยู่อีกคน ๑ ชื่อมองซิเออร์ชาปันเตีย แต่ท่านผู้อำนวยการบริษัทที่เมืองสุหรัตได้ให้ออกจากหน้าที่เสียแล้ว เพราะฉนั้นมองซิเออร์ชาปันเตียจะได้กลับไปประเทศฝรั่งเศส พร้อมกับท่านราชทูต ท่านคงจะทราบจากมองซิเออร์ชาปันเตีย ว่าความจริงในเรื่องต่าง ๆ นั้นเปนอย่างไร เพราะคนนี้ไม่มีเจตนาที่จะทำบาปเลย และข้าพเจ้าขอบอกให้ท่านทราบด้วยว่า ถ้ามองซิเออร์ชาปันเตียได้อยู่ในเมืองนี้ก็จะทำประโยชน์ให้แก่ท่านเปนอันมาก ตัวอย่างผ้าต่าง ๆ ที่ท่านได้ส่งมานั้น ได้มีคนมาว่าขอซื้อโดยให้กำไร ๓๐ เปอร์เซนแล้ว แต่พอข้าพเจ้าจะจัดการขายผู้ซื้อก็กล่าวว่าผ้าสักหลาดดำไม่มีก็เลยเลิก ผ้าอื่น ๆ ก็ไม่ซื้อด้วย เพราะเขาบอกว่าพวกแขกชอบผ้าชนิดนี้นัก และบางทีก็เอาผ้าสักหลาดดำคลุมปะเสื้อของเขาด้วย สินค้าต่าง ๆ ที่เปนของราคาถูก เปนสินค้าที่จะได้กำไรมากกว่าอย่างอื่น แต่ของเหล่านั้นก็ต้องเปนของที่ดีและงามเหมือนกัน ในส่วนกัลปังหาของมองซิเออร์เดอวิตรีลาวีลนั้น ข้าพเจ้ายังไม่ได้จัดการอย่างไรเพราะมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ทำการขัดขวางมากนัก แต่อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าเชื่อว่าเราพอจะทำการค้าขายโดยมีทุนประมาณ ๑๐,๐๐๐ ปอนด์ (ฝรั่งเศส) ได้ ในข้อนี้ข้าพเจ้าจะได้ทำการ


๑๓๘ ตามหน้าที่ทุกอย่าง เพื่อจะได้ชักทุนของเราที่มีอยู่ในเมืองนี้กลับคืนมาให้ได้ ท่านคงจะทราบจากผู้อื่นแล้วว่าในเมืองนี้จะหาอะไรสักอย่างเดียวก็ไม่ได้ จนที่สุดในท้องพระคลังหลวงก็ไม่มีอะไรดังที่ข้าพเจ้าได้ชี้แจงมาในตอนต้นนั้นแล้ว ผ้าอย่างเนื้อหยาบซึ่งมาจากเมืองสุหรัตและฝั่งคอรอมันเดลที่อยู่ในพระคลังหลวงนั้น ผู้ที่นำมาขายคงจะได้กำไรอยู่ในราว ๒๕ หรือ ๓๐ เปอร์เซน แต่ผ้าเหล่านี้ ไม่เปนสินค้าที่สมควรจะส่งไปจำหน่ายในประเทศฝรั่งเศสได้ ส่วนของแปลก ๆ ในเมืองนี้ก็ไม่มีอะไรนัก จนที่สุดเมื่อเรือฝรั่งเศสมาถึงไทยก็หาของแปลก ๆ สำหรับแจกก็เกือบจะไม่พอ สำหรับปีหน้านั้น ข้าพเจ้าจะได้เลือกหาแต่ของที่สมควรจะไปจำหน่ายในประเทศฝรั่งเศสได้ และข้าพเจ้าจะได้พยายามจำหน่ายสินค้าที่ยังตกค้างอยู่ให้หมดจงได้ ข้าพเจ้าขออนุญาตชี้แจงให้ท่านเข้าใจว่า ถ้าต่อไปท่านจะส่งคนให้มาอยู่ที่เมืองนี้ และถ้าท่านมีความปราถนาจะทำการค้าขายอย่างใหญ่โตแล้ว ท่านจะต้องเลือกส่งคนที่ได้เคยเห็นการงารในประเทศฝรั่งเศสมาแล้ว ทั้งต้องเปนคนที่ฉลาดและมีความคิดความอ่านบ้าง เพราะของต่าง ๆ ที่ข้าพเจ้าได้มาเห็นในเมืองนี้แล้ว เปนของตรงกันข้ามกับของที่สมควรกับประเทศฝรั่งเศส และของเหล่านี้ก็ไม่เปนราคาอะไร และจะ


๑๓๙ ต้องการของชนิดไรก็แล้วแต่ผู้ซื้อจะต้องการ แต่ของเหล่านี้ก็ล้วนแต่เปนสิ่งที่จะจำหน่ายได้โดยมีกำไรเท่าตัวทั้งนั้น คนในพื้นเมืองนี้ไม่โง่นักพอทำอะไรทำได้ เช่นท่านจะสั่งให้เขาทำเครื่องลายครามก็ดี หรือให้ทอผ้าก็ดี หรือจะสั่งให้ทำของต่าง ๆ อย่างแปลก ๆ ก็ดี เขาก็ทำได้ตามความต้องการของท่านได้อย่างดีทีเดียว จนที่สุดมีบางคนต้องการแสวงหาวิชาได้มาขอแบบจากข้าพเจ้า และได้รับรองว่าเมื่อเขาได้ทำขึ้นเสร็จแล้ว ถ้าข้าพเจ้าไม่ชอบใจจะไม่ซื้อก็ได้ ต่อไปข้าพเจ้าจะได้จัดการหาแบบส่งให้คนเหล่านี้ ทำในเวลาที่ข้าพเจ้าว่างการงารขึ้นบ้าง แล้วข้าพเจ้าจะได้เอาขี้ผึ้งปั้นรูปต่าง ๆ ขึ้นให้เปนตัวอย่างและคิดปั้นเปนรูปหีบ หรือชั้นซึ่งแปลกกว่าที่มีอยู่แล้วสำหรับจะได้ตั้งประดับห้อง ในส่วนเครื่องลายครามและผ้าต่าง ๆ นั้น ข้าพเจ้า ก็จะได้ให้แบบและลวดลายให้แปลก ๆ เหมือนกัน ท่านราชทูตได้มาเรียกเงินจากข้าพเจ้าเปนเงิน ๓๔๗๐ ปอนด์ (ฝรั่งเศส) กับ ๑๐ อัฐ (ฝรั่งเศส) ค่าโสหุ้ยใช้จ่ายในเรือชึ่งข้าพเจ้าจะขัดไม่ได้จำเปนต้องให้ เพราะเหตุว่าท่านราชทูตได้ให้เอาเงินรายของมาดำรูยีมามอบให้แก่เรา เงินรายนี้เปนเงินค่ากัลปังหาอย่างงามซึ่งมาดำรูยี ได้ฝากมองซิเออร์เดอฟอแบงมาขายและมองซิเออร์เดอฟอแบงได้ขายเปนน้ำหนัก หนักออนซ์ ๑ ได้ขายเปนเงิน ๑๘ แฟรง เพราะฉนั้นกัลปังหาของเราจะต้องขายกว่า ๑๐ แฟรง จึงจะได้เงินคุ้มกับที่มองซิเออร์เดอมาเธเดอวิตรีลาวีล เปนหนี้อยู่ซึ่งเปนเงินถึงหมื่นปอนด์ แต่อย่างไรก็ดีข้าพเจ้าหวังใจ ๑๔๐ ว่าคงจะจัดการให้สำเร็จให้จงได้ กัลปังหานี้ถ้าเปนกัลปังหาก้อน ที่งาม ๆ เปนราคา ๓ หนักเงิน คิดเปนเงินประมาณออนซ์ละ ๑๐ ปอนด์ ๑๐ อัฐ (ฝรั่งเศส) การที่ท่านไม่ได้มีจดหมายมาถึง มองซิเออร์คอนซตันซ์นั้นได้กระทำให้มองซิเออร์คอนซตันซ์ขัดเคืองมาก แต่ข้อที่ทำให้มองซิเออร์คอนซตันซ์ขัดเคืองมากที่สุดนั้น ก็คือที่ท่านหาได้ส่งของมาฝากเขาไม่ เพราะมองซิเออร์คอนซตันซ์นี้เปนคนมักได้ และหาประโยชน์ส่วนตัวมาก เขาได้เอาจดหมายเขียนเปนภาษาอังกฤษมาให้ข้าพเจ้าดูฉบับ ๑ และได้แปลใจความให้ข้าพเจ้าฟังด้วย จดหมายฉบับนี้ เปนจดหมายของท่านผู้อำนวยการบริษัทอังกฤษยกย่องชมเชยมองซิเออร์คอนซตันซ์อย่างสูงที่สุด และได้ส่งของต่าง ๆ อย่างดีฝากมาให้ด้วยเปนอันมาก ทั้งมีความประสงค์อยากจะเอามองซิเออร์คอนตันซ์ไว้เปนพวกของตัวด้วย ตามความในจดหมายฉบับนี้ ต้องเข้าใจว่าเปนเรื่องที่ยอกันทั้งสิ้น เพราะข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าพวกอังกฤษ คงจะคิดให้ร้ายแก่มองซิเออร์คอนซตันซ์โดยเหตุที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ ได้เอาหัวหน้าของห้างอังกฤษผู้ ๑ ไปใส่ขื่ออันเปนสิ่งที่ร้ายกาจยิ่งกว่าปลอกคอเหล็ก ซึ่งใช้สำหรับนักโทษกันในประเทศฝรั่งเศสเสียอีก ข้าพเจ้าเชื่อว่าพวกอังกฤษที่มาอยู่ในเมืองนี้ ก็มาสำหรับจัดการในเรื่องนี้เท่านั้น เพราะข้าพเจ้าได้เห็นเขาประชุมอยู่ด้วยกันเสมอ และพวกอังกฤษก็มิได้สมาคมกับผู้ใดเลย ทั้งที่กรุงศรีอยุธยาก็ไม่สมาคมกับใครและที่บริษัทฝรั่งเศสก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันด้วยเลย ๑๔๑ เขียนบนเรือลัวโซทอดสมออยู่ที่ท่าจอดเรือเมืองไทย วันที่ ๒๑ เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) ด้วยข้าพเจ้าได้วุ่นในเรื่องต่าง ๆ อันได้เกิดขึ้นในเมืองนี้ เพราะมองซิเออร์คอนซตันซ์ได้พยายามทุกอย่าง ที่จะทำให้การทั้งหลายเสีย และไม่ยอมทำความตกลงกับท่านราชทูตเลยจนหมดเวลา จะเบี่ยงบ่ายอย่างอื่นไม่ได้แล้ว จึงได้รีบเร่งจัดการเหล่านั้นต่อไป ส่วนตัวข้าพเจ้ากับมองซิเออร์วาเชต์และมองซิเออร์เดอลาบรอซนั้นได้ถูกเคราะห์ร้ายมาก ด้วยเข้าใจว่าจะต้องตายเสียแน่แล้วโดยเหตุที่ไปลอยอยู่กลางทะเลถึง ๕ วัน อาหารหรือน้ำจะรับประทานก็ไม่มี เหตุที่เปนเช่นนี้ก็เพราะพระเจ้ากรุงสยามได้พระราชทานเรือสำหรับไปส่งเราที่เรือฝรั่งเศส แต่เรือที่พระราชทานมานั้นเปนเรือเล็ก และคนเรือก็เปนคนเลวทรามไม่มีความรู้อะไร ใบเรือก็ไม่มีจนที่สุดสมอก็ไม่มี และคนเรือที่เรียกว่ากะลาสีนั้นทำอะไรไม่ได้สักอย่างเดียว ถ้าเอาพวกกะลาสีเหล่านี้ถ่วงน้ำเสียจะดีกว่า ข้าพเจ้าขอบอกกล่าวให้ท่านทราบว่า ในโลกนี้จะหาเมืองใดที่จะมีคนโกงเหมือนในเมืองนี้เปนหาไม่ได้ และใครจะเปนยอดยิ่งกว่าเจ้าแผ่นดินเมืองนี้เปนไม่มี ข้าพเจ้าไม่เชื่อเลยว่าพระเจ้ากรุงสยามจะมีพระทัยรักใคร่ ชาติฝรั่งเศสจริงอย่างว่าแต่ต้องทำเปนรักไปอย่างนั้นเอง เพราะทรงเกรงพวกฮอลันดามาก จนที่สุดมองซิเออร์คอนซตันซ์ก็คิดจะทำการต่าง ๆ โดย

๑๔๒ ไม่ให้ข้าพเจ้ารู้ตัว ดังข้าพเจ้าได้ชี้แจงให้ท่านราชทูตทราบไว้แล้วข้าพเจ้าก็ได้รู้ตัวมานานแล้ว ว่ามองซิเออร์คอนซตันซ์จะคิดทำกับข้าพเจ้าอย่างไร คือคิดจะไม่พูดกับข้าพเจ้าในเรื่องการงารทั้งปวงเลย แต่จะพูดกับท่านราชทูตแต่ผู้เดียวเท่านั้น หรืออีกนัย ๑ ถ้าข้าพเจ้าไม่อยู่เมื่อใด มองซิเออร์คอนซตันซ์จึงจะพูดการงารกับท่านราชทูต ตามที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้อุบายถ่ายเทต่าง ๆ นั้นก็ได้สมประสงค์ทุกประการ ดังท่านจะเห็นได้ตามข้อความในหนังสือสัญญาที่เขาได้ทำกันไว้กับท่านราชทูต เพราะเวลาที่ทำหนังสือสัญญากันนี้ เปนเวลาที่มองซิเออร์คอนซตันซ์เข้าใจว่าข้าพเจ้าไปสูญอยู่กลางทะเลแล้ว แต่ในเวลาที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ทำสัญญากับข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าได้จัดการให้บริษัทได้เปรียบมากกว่าที่ราชทูตได้ทำไว้หลายเท่า ส่วนสัญญาเรื่องพริกไทยและสินค้าอย่างอื่นนั้นข้าพเจ้าก็ได้จัดการให้แรติไฟเสร็จแล้ว และสัญญาฉบับนี้ก็ได้ทำกันอย่างบริสุทธิ์ ถ้าข้าพเจ้าได้อยู่ที่กรุงศรีอยุธยา หรือบรรดาหนังสือต่าง ๆ ของข้าพเจ้าได้อยู่ในมือข้าพเจ้าแล้วข้าพเจ้าก็จะได้ส่งสำเนาหนังสือสัญญาฉบับนี้มาให้ท่านดู และสัญญาฉบับนี้ก็ได้เขียนด้วยฝีมือของเลขานุการ ถ้าจะย่อใจความของหนังสือสัญญาฉบับนี้แล้วก็คือ ถ้าท่านจะต้องการมาตั้งอยู่ในเมืองนี้ ถึงไทยจะคิดการอย่างไรก็คงจะเสียปรียบท่าน และท่านคงจะเปนนายอยู่ทุกเมื่อ หัวหน้าของบริษัทฮอลันดาจะได้ออกจากกรุงศรีอยุธยาเพื่อไปเมืองบาตาเวียในสองสามวันนี้ เพราะ

๑๔๓ เขาจะไปรายงารให้ที่ปรึกษาราชการ เมืองบาตาเวียทราบถึงเหตุการณ์ทั้งปวงอันได้เกิดขึ้นในเมืองนี้ และข้าพเจ้าไม่สงสัยเลยว่าพวกฮอลันดาคงจะพยายามทำการทุกอย่าง สำหรับป้องกันมิให้การต่าง ๆ ของเราสำเร็จไปได้ แต่ในเรื่องเมืองสงขลานั้นก็ได้ปิดความอย่างเงียบไม่ให้แพร่หลายออกไปได้เลย แต่ถึงดังนั้นพวกฮอลันดาก็ทราบเรื่องแล้ว เพราะฉนั้นถ้าพวกฮอลันดาได้จัดการป้องกันไม่ให้เรื่องของเราสำเร็จได้แล้ว พวกฮอลันดาก็คงจะเปนนายหรือเจ้าของสินค้าในแถบเหล่านี้ทั้งสิ้น และในโลกนี้ก็จะไม่มีใครค้าขายพริกไทยและสินค้าต่าง ๆ อันมาจากเมืองยี่ปุ่น เมืองตังเกี๋ยเมืองจีนและเมืองอื่น ๆ อันอยู่ในแถบเหล่านี้ ถ้าเปนเช่นนี้จริงพวกฮอลันดาก็จะมีทรัพย์มั่งมี และเปนผู้มีอำนาจยิ่งกว่าที่มีอยู่ในเวลานี้อีกหลายเท่า ตั้งแต่พวกฮอลันดาได้มาเปนเจ้าของเกาะบันตำ ก็ได้ทำให้เครื่องเทศต่าง ๆ ในอินเดียขึ้นราคาแพงขึ้นมากแล้ว ข้าพเจ้าขอส่งใบเบิกเงินจากท่าน เปนเงินแสนกับร้อยปอนด์ (ฝรั่งเศส) ซึ่งมองซิเออร์เดอฟอแบงจะได้ชำระทางนี้ กับข้าพเจ้าได้ส่งบาญชีรายจ่าย ซึ่งท่านราชทูตได้สั่งให้ข้าพเจ้าจ่ายเงินสำหรับโสหุ้ยค่าใช้จ่ายของเรือลัวโซด้วย ในส่วนการงารต่าง ๆ ของท่านนั้น ข้าพเจ้าขอรับรองว่า ข้าพเจ้าจะได้ทำตามหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตทุกอย่าง


๑๔๔ ท่านราชทูตได้สั่งให้ออกเรือแล้ว เปนอันหมดเวลาที่ข้าพเจ้าจะเขียนรายงารต่อไปได้นอกจากจะกล่าวอีกคำเดียว เพื่อแสดงความนับถือของข้าพเจ้าต่อท่านเท่านั้น ( เซน) เวเรต์ ข้าพเจ้าขอส่งบาญชีไม้ฝาง กับเครื่องลายครามมายังท่าน ๑ ฉบับ จะหาของอื่น ๆ ในเมืองไทยที่ดีกว่านี้ไม่ได้ (สำเนานำจดหมายมองซิเออร์เวเรต์ ) กรุงศรีอยุธยา วันที่ ๑๒ เดือน ธันวาคม ค.ศ.๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) ท่านคงจะได้ทราบจากจดหมายที่ข้าพเจ้าได้เขียนไปถึงบริษัทว่าการงารในเมืองนี้เปนอย่างไร ข้าพเจ้าขอบอกให้ท่านทราบว่าข้อความตามที่ข้าพเจ้าได้เขียนไปนั้นเปนความจริงทั้งสิ้น และได้เล่าความทั้งสองฝ่ายพอให้วินิจฉัยได้ แต่ถึงดังนั้นข้าพเจ้าก็เชื่อใจว่าในเมืองนี้ยังมีหนทางที่จะทำการค้าขายได้เปนอันมาก เพราะถ้าพวกอังกฤษและพวกฮอลันดาไม่ได้เห็นกำไรงามแล้ว ไหนเลยพวกนี้จะเพียรมาในเมืองเหล่านี้เล่า และพวกอังกฤษกับพวกฮอลันดาได้เคยมายังเมืองนี้ทุก ๆ ปี มิได้เว้นเลย และเมื่อมาคราว ๑ ก็ได้บันทุกสินค้ามาด้วยเปนอันมากทุกคราว ท่านราชทูต จะออกเรืออยู่แล้ว และการงารของข้าพเจ้าก็ยังทำไม่เสร็จ เพราะ ฉนั้นข้าพเจ้าต้องขอโทษท่าน การที่เปนเช่นนี้ก็เพราะมองซิเออร์คอนซตันซ์แกล้งเพื่อให้การงารยุ่งหมด (เซน) เวเรต์ ๑๔๕ (สำเนาจดหมายมองซิเออร์เวเรต์ ) กรุงศรีอยุธยา วันที่ ๑๒ ธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) ด้วยตามที่ท่านได้กรุณาอนุญาตให้ข้าพเจ้ามีจดหมายมายังท่าน เพื่อรายงารให้ท่านทราบถึงการงารในเมืองนี้นั้น ถ้าท่านเห็นว่ายังจะไม่สมควร ที่จะทำการค้าขายติดต่อกับเมืองจีนเมืองยี่ปุ่นและเมืองอื่น ๆ ซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวในรายงารของข้าพเจ้าถึงบริษัทนั้นแล้ว ข้าพเจ้าก็จะต้องบอกให้ท่านทราบว่าฉเพาะเมืองนี้ไม่มีอะไรค้าขายเลยทั้งคนไทยก็เปนคนที่ไม่ซื่อตรงด้วย ความจริงการที่จะคิดออกมาค้าขายในเมืองเหล่านี้ เปนความคิดอันใหญ่โต แต่ข้าพเจ้าก็เชื่อว่าถ้าได้มาค้าขายจริงก็จะเปนประโยชน์แก่บริษัทเปนอันมาก และข้าพเจ้าเข้าใจว่าการค้าขายทางฝั่งคอรอมันเดล และทางเมืองสุหรัตคงจะสู้การค้าขายในแถบเหล่านี้ไม่ได้เปนแน่ อีกประการ ๑ ข้อความที่ข้าพเจ้าได้กล่าวในรายงารนั้น เปนความที่ข้าพเจ้าได้สืบถามไม่ฉเพาะแต่คน ๆ เดียว แต่ได้สืบถามคนตั้ง ๒๐ คน และพยานที่จะทำให้เห็นปรากฎว่าการค้าขายในเมืองเหล่านี้มีประโยชน์ดีนั้น ก็อยู่ในข้อที่พวกอังกฤษและฮอลันดาได้ส่งเรือมาปีละหลาย ๆ ลำ ลำ ๑ ได้บันทุกสินค้ามาเปนอันมาก อีกประการ ๑ ในส่วนฉเพาะเรานั้น เราก็จะได้ซื้อขายพริกไทยซึ่งมีจำนวนมาก และข้าพเจ้าจะอวดต่อไปได้ว่า


๑๔๖ นอกจากสินค้าพริกไทยแล้ว บางทีเราจะค้ากานพลูอีกอย่าง ๑ ก็ได้และถ้าเรามีที่สำหรับปลูกกานพลูเช่นที่เมืองบาตาเวียแล้ว สินค้ากานพลูก็จะเกิดขึ้นอีกอย่าง ๑ ได้มีคน ๆ ๑ เอาต้นกานพลูมาขายให้ข้าพเจ้าปลูก แต่ข้าพเจ้าไม่ได้รับซื้อไว้ เพราะเกรงว่าจะเปนโสหุ้ยอันไม่จำเปนเพราะไม่มีที่ดินจะปลูกได้ แต่คนที่เอากานพลูมาขายนั้นก็ได้บอกกับข้าพเจ้า ว่าถ้าข้าพเจ้าได้ซื้อต้นกานพลูไว้แล้วก็เท่ากับไม่ต้องลงทุนอะไร เพราะเหตุว่าพอต้นกานพลูได้ออกดอกแล้วก็จะจำหน่ายคุ้มทุนได้โดยทันที แต่ถึงข้าพเจ้าจะไม่ได้รับซื้อต้นกานพลูไว้ก็ไม่เปนการเสียหายอะไร เพราะเมื่อจะต้องการทำกานพลูเมื่อใด ข้าพเจ้าก็จะได้ไปเที่ยวซื้อหาโดย ฉเพาะ และคงจะจัดการให้สำเร็จจนได้ ในข้อต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านจะต้องตกลงใจเสียให้เด็ดขาดเพราะถ้าจะต้องเลิกถอนการเหล่านี้แล้ว ก็จะเปนการเสียหายต่อชาติของเราเปนอันมาก ส่วนตัวข้าพเจ้านั้น ซึ่งเปนผู้ที่ได้เห็นการต่าง ๆ ด้วยตาของตัวเอง ทั้งได้มาอยู่ในพื้นที่นี้แล้วด้วยนั้นท่านจะต้องการให้ข้าพเจ้าออกความเห็นหรือไม่ เมื่อท่านต้อง การแล้วข้าพเจ้าจะต้องออกความเห็น ว่าควรจะรีบจัดการทำการค้าขายทุก ๆ อย่างทีเดียว ในเวลาที่ข้าพเจ้ายังกำลังจัดการของบริษัทอยู่และเปนเวลาที่จวนได้จวนเสียอยู่นั้น บาดหลวงเดอชัวซี ก ได้พูดเปนทีเยาะเย้ยข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้าเปนคนที่กล้าที่สุดในโลกนี้ และกล้ายิ่งกว่ามองซิเออร์เดอตูเรนเสียอีก แต่ความจริง

๑๔๗ ในเรื่องนี้ถ้าจะพูดกันตรง ๆ แล้ว เมื่อเห็นจะได้ประโยชน์ทางใดก็ต้องซุกศีร์ษะไปหาประโยชน์อันนั้นให้จงได้ และในเรื่องนี้มิใช่ไม่มีตัวอย่างเมื่อไรเล่า จริงอยู่ที่จะทำการต่าง ๆ เหล่านี้จะทำโดยมักง่ายไม่ได้ แต่ต้องระวังให้รอบตัว และเราก็เห็นเพื่อนบ้านของเราทำการค้าขายทุก ๆ วัน จนได้ทรัพย์นับตั้งล้าน ๆ ขึ้นไป แต่ส่วนเราซึ่งต้องนับว่าเปนคนที่ฉลาดทำการได้ดีกว่าพวกนั้น ก็มิได้หาโอกาศที่จะทำอย่างเขาบ้างเลย การที่เปนเช่นนี้ข้าพเจ้าก็พอเข้าใจได้ว่าจะเปนเพราะเหตุใด ก็คือพวกเราเห็นเสียว่า การที่จะส่งเรือส่งคนออกมาทำการค้าขายนั้น เท่ากับเดิรอยู่ปากเหวอันลึกฉนั้น จริงอยู่เมื่อทำการไปแล้วก็อาจจะเกิดเคราะห์ร้ายขึ้นได้ แต่ถ้าได้ทำการโดยระวังอย่างที่ข้าพเจ้าได้เห็นเขาทำกันบนเรือรบ (ฝรั่งเศส) แล้ว ข้าพเจ้าก็เชื่อว่าเกือบจะมีเหตุร้ายไม่ได้เลยทีเดียว เมื่อได้มาถึงเมืองไทยแล้วข้าพเจ้าได้พบกับมองซิเออเดอร์เบนวีล แต่ในระหว่างที่เดิรทางอยู่นั้นหาได้พบปะกันไม่ เพราะมองซิเออร์เดอเบนวีลกับข้าพเจ้าอยู่เรือคนละลำ มองซิเออร์เดอเบนวีล คิดจะอยู่ในเมืองนี้ต่อไป เพราะฉนั้นจึงเปนเหตุทำให้ข้าพเจ้าเสียใจนักที่ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ในเมืองนี้เหมือนมองซิเออร์เดอเบนวีลบ้าง (เซน) เวเรต์


สำเนาจดหมายมองซิเออร์คอนซตันซ์ ถึงมาควิศเดอเซเนเล ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) จดหมาย ออกพระฤทธิกำจรภักดีศรีสุเรนทรเสนา (Rit thi cam hong pasdi sri sourenta sena) มายังท่าน มาควิศเดอเซเนเลเสนาบดีของสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ผู้ทรงอำนาจอันใหญ่ยิ่งอันมนุษย์จะหาสิ่งที่จะเปรียบมิได้ ด้วยราชทูตของสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้มาถึงพระราชธานีกรุงศรีอยุธยา เมื่อ ณ วันศุกร์ เดือน ๑๑ แรม ๖ ค่ำ ปีฉลู สัปตศก จึงได้ทราบถึงพระเดชานุภาพและพระเกียรติยศของสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และได้ทราบถึงสติปัญญาอันเฉียบแหลมของท่านเสนาบดีผู้ที่ได้จัดการในเรื่องนี้ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ผู้ทรงพระเดชานุภาพอันใหญ่ยิ่งนายของข้าพเจ้า ได้ทรงทราบถึงการที่ราชทูตฝรั่งเศสได้มาถึงนั้น ก็ได้ทรงพระโสมนัสยินดียิ่งนัก และพวกข้าพเจ้าทั้งเจ้านายและข้าราชการก็มีความปีติยินดี อันเหลือวิสัยที่จะอธิบายได้ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามทรงยินดีนักที่ได้เปนพระราชไมตรีกับสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส จึงได้ทรงจัดราชทูตเปนพิเศษเพื่อเชิญพระราชสาสนและเครื่องราชบรรณาการไปถวายต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และเพื่อจะกราบทูลถวายพระพรขอให้พระองค์ได้ทรงพระเจริญทุกประการ


๑๔๙ ถ้าแม้ว่าพระเปนเจ้าได้โปรดนำเรือซึ่งจะพาราชทูตไป ให้ได้ไปถึงประเทศฝรั่งเศสโดยสวัสดิภาพแล้ว ก็ขอท่านเสนาบดีได้โปรดอนุเคราะห์ช่วยเหลือให้ราชทูตสยาม และข้าราชการที่ไปกับราชทูตนั้นได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และขอได้โปรดจัดการให้การทั้งปวงได้ดำเนิรอย่างสดวก ให้สมพระเกียรติยศของพระเจ้าแผ่นดินทั้งสองด้วย อนึ่งข้าพเจ้าหวังใจว่า ราชทูตของสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าคงจะได้กลับมายังเมืองไทยโดยเร็ว และท่านคงจะไม่ปล่อยโอกาสอันเปนเวลาเหมาะ สำหรับจะเดิรเรือให้สดวกเพราะสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า ทรงคอยฟังข่าวทุกข์สุขของสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสอยู่เสมอ อนึ่งข้าพเจ้าได้เปนธุระอยู่เสมอ ที่จะคอยช่วยเหลืออุดหนุนบริษัท ฝรั่งเศสทุกอย่างตามกำลังที่ข้าพเจ้าจะทำได้ และต่อไปข้าพเจ้าจะได้ช่วยเหลือทุกอย่างให้ บริษัทได้ทำการค้าขายให้มีกำไรมาก ๆ และข้าพเจ้าขอให้ท่านเสนาบดีเชื่อในถ้อยคำของข้าพเจ้าเถิดว่า ถ้าบริษัทจะคอยหาโอกาสที่จะทำการค้าขายในประเทศสยามแล้ว บริษัท คงจะมีกำไรมากกว่าแห่งอื่น ๆ ในทวีปอินเดียทั้งหมด เพราะประเทศสยามเปนที่ชุมนุมของพวกพ่อค้า ซึ่งมาจากเมืองจีนเมืองยี่ปุ่นและเมืองอื่น ๆ และพ่อค้าก็มาจากเมืองเหล่านี้นับเปนจำนวนมากอย่างที่สุด อีกประการ ๑ พ่อค้าเหล่านี้ก็พาสินค้าต่าง ๆ มา จำหน่ายเปนจำนวนพอกับที่เขาคาดว่าจะจำหน่ายได้ แต่นอกจาก

๑๕๐ สินค้าที่เขาพามาตามจำนวนที่เขาเชื่อใจว่า จะจำหน่ายได้เปนแน่นั้น ถ้าจะมีคนต้องการสินค้าให้มากกว่าจำนวนนี้สักเท่าไรพวกพ่อค้าก็ยินดีที่จะนำมาจำหน่ายที่ประเทศสยามเหมือนกัน นอกจากสินค้าแล้วก็ยังมีบ่อแร่ต่าง ๆ และเครื่องยาต่าง ๆ อันจะหาในเมืองอื่นในทวีปอินเดียให้มากกว่าประเทศสยามไม่ได้ แต่เปนการน่าเสียใจที่มีคนไปเที่ยวหาเครื่องยาน้อยที่สุด และถึงแม้ว่าเวลานี้จะมีคนไปเที่ยวหา เครื่องยาและทำยามากกว่าแต่ก่อนก็จริงอยู่ แต่ข้อสำคัญอยู่ที่ไม่มีที่จะจำหน่ายเครื่องยาเหล่านี้พวกที่หาเครื่องยา และทำยาจึงเห็นว่าเปนการที่เหนื่อยเสียแรงเปล่า ๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีคนที่รับซื้อเครื่องยาเหล่านี้แล้ว พวกนี้ก็คงจะพยายามหาเครื่องยาและทำยามากขึ้นเป็นแน่ ท่านเสนาบดีย่อมทราบอยู่เต็มใจแล้วว่า การซื้อการขายต้องเป็นเช่นนี้อยู่เอง เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านเสนาบดี ได้โปรดจัดการในเรื่องนี้ด้วย และถ้าได้จัดการสำเร็จแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบริษัทคงจะมีกำไรเปนอันมาก ซึ่งจะเปนการกระทำให้สมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนายของท่านได้มีพระเกียรติยศ และประโยชน์ขึ้นเปนอันมาก การทั้งปวงจะดีร้ายประการใด ข้าพเจ้าขอมอบธุระไว้แก่พระเปนเจ้าและมอบไว้ในความปรีชาสามารถ ของท่านเสนาบดีต่อไป จดหมายฉะบับนี้ได้เขียนเมื่อณวันพุธ เดือน ๑ แรม ๙ ค่ำ ปีฉลู สัปตศก ศักราช ๒๒๒๙


สำเนาจดหมายพระยาพระคลัง ถึงมาควิศเดอเซเนเล ค.ศ.๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) จดหมายออกพระศิริรัตน์อำมาตยานุชิตพิพิธรัตนราชโกษาธิบดี (Sriatraat ammoatayaanout chit pipit taratinarat cousaathibodi) มายังท่านมาควิศเดอเซเนเล เสนาบดีของสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ด้วยท่านเสนาบดีได้มีหนังสือและฝากของต่าง ๆ มาให้ข้าพเจ้าเพื่อเปนพยานแสดงไมตรีนั้น ข้าพเจ้าได้รับหนังสือและของด้วยความยินดีไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้นำความกราบทูลสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า ให้ทรงทราบถึงการที่สมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงพระกรุณาแก่ขุนพิไชยและขุนพิชิตไมตรี สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า ได้ทรงทราบก็ทรงพระโสมนัสยินดีเปนอันมาก เพราะทรงเห็นว่าที่สมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงพระกรุณาแก่ข้าราชการไทยเช่นนี้ เปนการแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงพอพระทัยในพระราชไมตรี ของสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามในข้อที่ท่านเสนาบดีบอกมายังข้าพเจ้าว่า ราชทูตซึ่งสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าได้แต่งไป เจริญทางพระราชไมตรีกับสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสเมื่อปี (พ.ศ.๒๒๒๕) ได้ถูกอับปางตายในทะเลเสียแล้วนั้น ข้อนี้ข้าพเจ้าก็ได้นำความกราบทูลสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าแล้วเหมือนกัน เมื่อได้ทรงทราบข่าวอันนี้ก็ได้เสียพระทัยยิ่งนัก เพราะได้มีพระราชประสงค์จะให้คน


๑๕๒ ทั่วโลกทราบว่าการที่ได้ทรงแต่งราชทูต ให้ไปเฝ้าสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนั้น ก็เพราะทรงพอพระทัยในพระราชไมตรีของสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสยิ่งนัก ในข้อที่ท่านเสนาบดีได้บอกมาว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงพอพระทัยในพระราชไมตรีของสมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม จึงทรงแต่งให้เชอวาเลียเดอโชมองเปนราชทูตมาแทนพระองค์ เพื่อจะได้มาจัดการให้พระราชไมตรีนี้ได้คงสืบเนื่องตลอดไป โดยยืดยาวนั้นข้าพเจ้า จะขอตอบให้ท่านเสนาบดีทราบว่า เชอวาเลียเดอโชมองได้มาถึงพระราชธานีนี้เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ แรม ๖ ค่ำ ปีฉลู สัปตศกแล้ว ซึ่งเปนการกระทำให้สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามทรงปีติยินดียิ่งนัก จนข้าพเจ้าไม่มีคำใดที่จะแสดงให้เห็นความที่ทรงยินดีนั้นได้ ในข้อที่ท่านเสนาบดีได้กรุณากราบทูลชมเชยข้าพเจ้าต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนั้น ขอให้ท่านเสนาบดีเชื่อเถิดว่าข้าพเจ้ามีความยินดีในไมตรีของท่านเสนาบดียิ่งนัก และที่ท่านเสนาบดีขอร้องให้ข้าพเจ้าช่วยในการของสาสนาคริศเตียน และขอให้ข้าพเจ้าช่วยในเรื่องการค้าขายนั้น ข้าพเจ้าขอบอกให้ท่านเสนาบดีทราบว่าสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า ได้พระราชทานสิทธิต่าง ๆ ให้แก่เชอวาเลียเดอโชมอง สำหรับของสาสนาและการค้าขายเปนอันมากแล้ว ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่าเชอวาเลียเดอโชมองคงจะนำความไปเล่าให้ท่านเสนาบดีฟังเปนแน่


๑๕๓ บัดนี้สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม นายของข้าพเจ้าได้โปรดให้จัดราชทูตอุปทูต คือ ให้พระนาสุนต (Pra nasount) เปนราชทูตให้หลวงกัลยานราชไมตรี (Lung Calaya Naraatchamatin) เปนอุปทูต ให้ขุนศรีรักษาราชกิจ (Counstrirasaaraakiaa) เปนตรีทูตออกไปเฝ้าสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส เพื่อไปถวายพระพรขอให้ทรงมีความสุขและทรงพระเจริญทุกประการ และเพื่อจะให้ชนทั่วโลกได้ทราบว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามทรงพอพระราชหฤทัยในพระราชไมตรีของสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสยิ่งนัก แต่เพราะเหตุว่าราชทูตอุปทูตตรีทูตเหล่านี้ เปนคนชาวต่างประเทศไม่เข้าใจในขนบธรรมเนียมของทวีปยุโรป เพราะฉนั้นเมื่อราชทูตอุปทูตตรีทูตได้มาถึงทวีปยุโรปเวลาไร ข้าพเจ้าขอท่านได้โปรดจัดการทุกอย่างให้ราชทูตอุปทูต ตรีทูตได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ให้เปนการสมพระเกียรติยศ ของสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินทั้งสองทุกประการ ข้าพเจ้าขอมอบธุระให้แก่พระเปนเจ้า และหวังในความปรีชาสามารถของท่านเสนาบดี ที่จะให้ข้าพเจ้าทราบว่าจะควรจัดการอย่างไรดี พระราชไมตรีในระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินของเราทั้งสองพระองค์จึงจะเปนการมั่นคงถาวรชั่วกาลนาน และจะทำประการใดดีไมตรีระหว่างเราทั้งสอง จึงจะได้เพิ่มพูลถาวรชั่วกัลปาวสานได้ จดหมายฉบับนี้เขียนเมื่อณวันพุธ เดือนอ้าย แรม ๙ ค่ำ ปีฉลู สัปตศก ศักราช ๒๒๒๙

ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) จดหมายจากกรุงศรีอยุธยาถึง มองเซนเยอร์คอลแบต์ มองซิเออร์ฟอลคอน จดหมายออกญาศรีธรรมราชเดโช ชาติอำมาตยานุชิตพิพิธรัตนราชโกษาธิบดีพิริยพาหุ ออกพระยาคลัง (Ookya Sri tharr ama Raatcha Decha chatdi Ammatra ya nou tchitrapipitra ta na Raatcha cousa tibodi piripo) เขียนด้วยความเสน่หารักใคร่มายังมองซิเออร์ยังบับติศต์คอลแบต์ เสนาบดีของสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสผู้ทรงพระเดชานุภาพอันใหญ่ยิ่ง ณ กรุงปารีศ ด้วยสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามผู้ทรงพระเดชานุภาพ และทรง ทศพิธราชธรรม และสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสผู้ทรงทศพิธราชธรรม และมีพระเดชานุภาพอันใหญ่ยิ่ง มีพระราชประสงค์ทั้งสองพระองค์ จะเปนพระราชไมตรีอันสืบเนื่องติดต่อกันชั่วกาลนานนั้น เพราะเหตุฉนี้สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามผู้ทรงทศพิธราชธรรมและทรงมีพระเดชานุภาพ จึงได้ทรงแต่งราชทูตให้ออกไปเฝ้าสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส คือ ให้พระพิทักษ์ราชไมตรี (Pra pi- tat raatchmaitri) เปนราชทูต ให้หลวงศรีวิสารสุนทร (Louang Sri Visara Sountora ) เปนอุปทูต ให้ขุนนครวิไชย (Quoun nacora vitchai) เปนตรีทูต และให้บาดหลวงเกมไปพร้อมกับ


๑๕๕ ราชทูต เชิญพระราชสาสนและเครื่องราชบรรณาการไปถวายต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส เพื่อเปนเครื่องหมายแห่งความรักและความพอพระทัยซึ่งทรงมีต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส เพราะมีพระราชประสงค์จะให้ทรงพระเจริญยิ่งขึ้นทุก ๆ วัน ทั้งจะให้พระราชไมตรีอันได้มีติดต่อ ในระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินทั้งสองได้ทวีขึ้นทุก ๆ วันด้วย เมื่อดอมฟรังซิซโก สังฆราชเดลีโอโปลิศได้เชิญศุภอักษรของสังตปาปา และเชิญพระราชสาสนของสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส มาถึงกรุงศรีอยุธยาเมื่อปีระกาตรีศกนั้น สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามได้โปรดให้จัดการรับรอง ท่านสังฆราชเดลีโอโปลิศอย่างใหญ่โตงด งาม สมพระเกียรติยศของสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทุกประการ ครั้นสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามได้ทางทราบข่าวว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงพระเจริญอยู่ ก็ทรงพระโสมนัสยินดีอันจะหาสิ่งใดมาเปรียบไม่ได้เลย อีกประการ ๑ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าได้ทรงทราบมาเมื่อเร็ว ๆ นี้เองว่ามกุฎราชกุมารได้ทรงแต่งงาร มีหม่อมห้าม แล้วภายหลังได้ประสูติพระโอรสนั้น จึงทรงพระโสมนัสยินดีเพิ่มพูลขึ้นอีก เพราะทรงเห็นว่าการที่พระโอรสของมกุฎราชกุมารได้ประสูติเช่นนี้ ก็เปนอันดีสำหรับจะได้สืบพระราชวงศต่อไป จึงได้ทรงอ้อนวอนขอให้พระเปนเจ้าได้โปรดพิทักษ์ รักษาราชกุมารองค์นี้ให้ได้มีพระชนม์ยืนยาวและให้ทรงพระเจริญ เพื่อ

๑๕๖ วัน ๑ จะได้ครองราชสมบัติสืบราชตระกูลต่อไป และทรงหวังพระราชหฤทัยว่า ราชตระกูลของพระเจ้าแผ่นดินอันใหญ่ยิ่งเช่นนี้จะไม่มีเวลาดับสูญเลย เมื่อได้ทรงแต่งราชทูต ไปเจริญทางพระราชไมตรีกับประเทศฝรั่งเศสเช่นนี้แล้ว ข้าพเจ้าจึงหวังใจว่าราชทูตอุปทูตและตรีทูตเหล่านี้คงจะได้กลับมาถึงกรุงศรีอยุธยาในปีจอจัตวาศก และเมื่อราชทูตได้ไปเจริญทางพระราชไมตรี เปนผลสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าจะได้นำความกราบบังคมทูล ให้สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เพื่อจะได้ทรงพระโสมนัสยิน ดีเพิ่มขึ้นอีก ครั้นถึงเวลาที่ควรจะได้ข่าวเรื่องราชทูตนี้ก็ได้ทราบข่าวมาว่า เรือซึ่งได้พาราชทูตไปนั้นยังหาได้ไปถึงประเทศฝรั่งเศสไม่ ซึ่งเปนการกระทำให้เรามีความเสียใจเปนอันมาก ข้าพเจ้าจึงได้ไปกราบถวายบังคม แทบฝ่าพระบาทสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า เพื่อกราบบังคมทูลข่าวอันนี้ให้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ มีพระราชดำรัสแก่ข้าพเจ้าว่าดังนี้ "พระราชไมตรีอันได้มีติดต่อ ในระหว่างพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสและประเทศสยามนั้น เปนพระราชไมตรีที่มั่นคงและจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะฉนั้นให้จัดข้าราชการออกไปสืบข่าวถึงเรื่องราชทูตให้แน่"


๑๕๗ เมื่อข้าพเจ้าได้รับพระราชโองการใส่เกล้า ฯ เช่นนี้แล้ว ข้าพเจ้า จึงได้จัดให้ขุนพิไชยวาทิต ขุนพิชิตไมตรี และบาดหลวงวาเชต์กับบาดหลวงปาศโกต์ พร้อมกันออกไปสืบข่าวทูต และข้าพเจ้าได้ฝากของต่าง ๆ มายังท่านดังมีแจ้งอยู่ในบาญชีนั้นแล้ว เพื่อเปนพยานแห่งความรักใคร่และนับถือของข้าพเจ้า และเพื่อเปนทางให้ท่านและตัวข้าพเจ้าได้เปนไมตรีกันอันสนิธสนมมั่นคง ดุจตัวอย่างที่สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินของเราทั้งสองพระองค์ ได้ทรงปฏิบัติมาแล้ว ข้าพเจ้าขอท่านได้โปรดบอกให้ข้าพเจ้าทราบว่า ราชทูตของสมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม นายของข้าพเจ้าได้ไปเปนอย่างไรบ้าง เมื่อได้ทราบข่าวแน่มาประการใด จะได้คิดอ่านตรึกตรองว่าจะควรทำอย่างไรต่อไป เพื่อจะให้พระราชไมตรีในระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินของเราทั้งสองได้สนิธสนมเพิ่มพูล มิได้มีเวลาขาดได้เลย ข้าพเจ้าขอมอบธุระในความปรีชาสามารถของท่านที่จะบอกให้ข้าพเจ้าทราบว่าจะควรจัดการอย่างไร สำหรับให้พระราชไมตรีนี้ได้เปนการมั่นคงถาวรต่อไปได้ จดหมายฉบับนี้เขียนเมื่อ ณ วันอาทิตย์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปี กุญ ศักราช ๑๐๔๕ (พ.ศ. ๒๒๒๖) โดยคำสั่ง (เซน) ฟอลคอน


วันที่ ๑๘ เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) จดหมายบันทึกซึ่งได้เขียน และเซ็นด้วยลายมือของมองซิเออร์คอนซตันซ์ ซึ่งมอบไว้แก่บาดหลวงตาชา สำหรับให้ไปพูดจาและจัดการกับบาดหลวงเดอลาเชซ และเพื่อไปรายงารกราบทูลพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสด้วย ท่านคงจะทราบอยู่แล้วว่า การที่เชอวาเลียเดอโชมองได้มายังประเทศสยามนั้นก็โดยมุ่งหมายจะกราบทูลเชื้อเชิญให้พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงเข้ารีต และท่านก็คงจะทราบอยู่แล้วว่าข้าพเจ้าได้จัดการอย่างไรที่จะให้เชอวาเลียเดอโชมองเห็นว่า เวลานี้ยังจะจัดการตามความประสงค์ของเชอวาเลียเดอโชมองไม่ได้ แต่จะต้องหาที่ปกครองให้มั่นคงเสียก่อน จึงจะจัดการอันใหญ่โตเช่นนี้ได้เพราะเหตุว่า ถ้าจะเกิดการขบถจลาจลขึ้นแล้ว จะได้มีที่ยึดเหนี่ยวได้ เพราะฉนั้นข้าพเจ้าจะต้องชี้แจงให้ท่านเข้าใจ ว่าวิธีที่จะจัดการให้เรื่องนี้ได้เปนผลสำเร็จนั้น จะต้องทำอย่างไรบ้าง คือ ข้อ ๑ ท่านจะต้องเปนธุระจัดการให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ส่งคนมายังเมืองไทยสัก ๖๐ หรือ ๗๐ คน คนเหล่านี้จะต้องเปนผู้ฉลาดเข้าใจในวิธีปกครองทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน ทั้งเปนคนไม่เย่อหยิ่ง เปนคนซื่อสัตย์สุจริตและรู้จักรักษาความลับ



๑๕๙ ไว้ด้วย เมื่อคนเหล่านี้ได้มาถึงเมืองไทยแล้ว ต้องให้เปนทีเหมือนประหนึ่งพวกนี้มีหนทางหาเลี้ยงชีพของตัวเองได้ และในชั้นต้นไม่ต้องรบกวนพระเจ้ากรุงสยามอย่างใด เพราะเมื่อเปนเช่นนี้แล้วก็ดูเหมือนพวกนี้มิได้หาประโยชน์ส่วนตัวอย่างไร ซึ่งจะเปนการกระ ทำให้พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงพระเมตตาโปรดปราน และกระทำให้พวกราษฎรพลเมืองหมดความรังเกียจด้วย แต่ในเรื่องนี้เปนหน้าที่ของข้าพเจ้าที่จะเปนธุระมิ ให้พวกนี้ต้องอดอยากขัดสนอย่างใดเลย ข้อ ๒ วิธีดำเนิรการของข้าพเจ้าซึ่งจะเปนตัวอย่างกับเขาและความชำนาญในการงารของข้าพเจ้า ก็เปนหลักสำหรับที่จะให้พวกนี้ได้ร่ำรวยต่อไปในภายหน้า อีกประการ ๑ ในคนจำพวกนี้ควรจะมีบาดหลวงเยซวิตบางคน ซึ่งแต่งตัวปลอมมาอย่าให้ใครรู้ได้ว่าคนเหล่านี้เปนนักพรต ถึงที่สุดถ้าปิดความไม่ให้พวกที่มาด้วยกันรู้ได้ก็ยิ่งจะดี ข้อ ๓ ในจำพวกคน ๖๐ คน ที่จะมาในเมืองไทยนั้น จะต้องเลือกแต่ฉเพาะคนที่เอาใจใส่ต่องารการ เปนคนรอบคอบ และเปนคนที่รู้จักผิดและชอบ เพื่อจะได้ให้คนพวกนี้ทำราชการใน ประเทศสยามได้ทุกอย่าง เพราะเมื่อพวกนี้ได้มาถึงเมืองไทยและมีความรู้ในการงารบ้างแล้ว ข้าพเจ้าก็จะได้จัดให้พวกนี้ทำราชการของพระเจ้ากรุงสยามตามวุฒิของตัว คือจะได้ให้ทำราชการในหน้าที่ทหารบ้างหน้าที่คลังบ้างหน้าที่กรมต่าง ๆ บ้างหน้าที่ปกครองหัวเมืองบ้าง หนาที่เรือต่าง ๆ บ้าง ถ้าจะรวม

๑๖๐ ความแล้วก็ คือ ข้าพเจ้าจะได้จัดให้พวกนี้ได้รับหน้าที่สำคัญ ๆ ในเมืองนี้ทุกอย่าง ข้อ ๔ ทุกคนจะต้องรู้สึกว่าตัวจะต้องปฏิบัติการอย่างไรและตัวจะต้องทำตามคำสั่งทุก ๆ อย่างโดยไม่ต้องพูดแพร่งพรายให้ผู้ใดรู้เรื่องดังข้าพเจ้าได้อธิบายให้ท่านเข้าใจไว้แล้ว ข้อ ๕ เพื่อเปนการอุดหนุนให้พวกนี้ได้ทำราชการในหน้าที่สำคัญ ๆ นั้น ควรพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะพระราชทานพระราชา นุญาตให้ราษฎรพลเมืองฝรั่งเศสพาครอบครัวมายังเมืองไทย เพื่อจะได้ไปตั้งบ้านสร้างเรือนในเมืองสำคัญ ๆ ในประเทศนี้ และราษฎรพลเมืองเหล่านี้จะอพยพครอบครัวมา โดยมาในเรือของตัวเอง หรือมากับเรือของบริษัทฝ่ายอินเดียก็ได้แล้วแต่จะสดวก เมื่อราษฎรพลเมืองฝรั่งเศสได้มาถึงเมืองไทยแล้ว ข้าพเจ้าจะได้เปนธุระจัดการให้เขาปลูกบ้านเรือนให้เขาพัก และจะได้จัดการให้พวกนี้ได้มีนา มีสวน มีโคกระบือเพื่อทำการเพาะปลูกต่อไปจะได้ทำมาหาเลี้ยงครอบครัวของตัวได้ ทั้งจะได้เปนหนทางทำมาค้าขายร่ำรวย ดังข้าพเจ้าได้อธิบายให้ท่านเข้าใจไว้แล้ว เมื่อเปนเช่นนี้แล้วคน ๖๐ หรือ ๗๐ คนซึ่งจะได้ทำราชการในหน้าที่ต่าง ๆ นั้นจะได้มีโอกาสปกครองรักษาและเอื้อเฟื้อพวกชาวต่างประเทศที่เข้ารีตได้ และยังไม่ใช่แต่เท่านี้ แต่ยังจะได้มีโอกาสชักชวนให้พวกมิจฉาทิษฐิ ได้นับถือสาสนาคริศเตียนของเราต่อไปได้ และข้าพเจ้าเชื่อว่าเมื่อคนไทยได้เห็นว่าการเข้ารีตได้รับ

๑๖๑ ความร่มเย็น ดังพวกแขกมัวซึ่งมาตั้งภูมิลำเนาในประเทศสยามได้ทำตัวอย่างไว้แล้วนั้น คนไทยก็คงจะหันเข้าหาสาสนาคริศเตียนเปนอันมาก ข้อ ๖ เพื่อจะจัดการต่าง ๆ ให้สดวกและเพื่อจะป้องกันในเวลาที่จะเกิดขบถขึ้นนั้น พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะต้องส่งทหารและปืนใหญ่มารักษาเมืองสงขลาโดยเร็ว และจะต้องมีเรือรบและของทั้งปวงอันจำเปนสำหรับที่จะตั้งให้เปนบ้านเมืองใหญ่โตได้ เมื่อได้จัดการเช่นนี้แล้วภายหลังก็จะได้รับผลอันดี ดังข้าพเจ้าได้ชี้แจงให้ท่านเข้าใจแล้ว และพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสก็จะได้เปรียบเปนอันมากทั้งพระราชอาณาจักร์สยามก็จะได้รับผลดีขึ้นด้วย และเปนหนทางสำหรับให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้จัดตั้งคอลอนีขึ้น ในทะเลแถบนี้ถึง ๒ แห่ง ถ้าแม้ว่าฝรั่งเศสได้จัดการตามช่องโอกาส ที่ข้าพเจ้าเปิดให้ดังนี้แล้ว พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะได้มีโอกาสอันดีที่จะให้พวกเข้ารีตในเมืองญวน เมืองตังเกี๋ย เมืองยี่ปุ่นและเมืองจีนได้รับความร่มเย็นและจะเปนการเท่ากับบังคับ ให้ชนชาวตวันออกได้ทำการค้าขายติดต่อกับชนชาวฝรั่งเศส อันจะทำให้ชนชาวฝรั่งเศสได้ร่ำรวยมากจนถึงกับจะคุ้มกับโสหุ้ยที่ได้จ่ายไปในชั้นแรก และในการที่จะค้าขายกันนั้น ก็ไม่จำเปนจะต้องต่อเรือมาจากทวีปยุโรป เพราะจะเปนการเปลืองโสหุ้ยมากนัก เพราะในเมืองนี้ถ้าจะต่อเรือขึ้นแล้ว


๑๖๒ ก็คงจะทำได้โดยถูกกว่าทำที่ยุโรปตั้ง ๔ เท่าหรือ ๑๐ เท่า แต่จะต้องมีคนที่เข้าใจต่อเรือจึงจะได้เพราะในเมืองนี้มีทั้งเหล็ก และทองแดงสำหรับหล่อปืนใหญ่ มีดินประสิวสำหรับตำดินปืน และมีเชือกปอสำหรับทำผ้าและทำเชือกป่านด้วย ข้าพเจ้าเชื่อว่าถ้าได้จัดการดังข้าพเจ้าได้กล่าวมานี้แล้ว พระเจ้า กรุงฝรั่งเศสคงจะทรงจัดการให้สาสนาคริศเตียน ได้แพร่หลายในประเทศสยามนี้ได้ และคงจะทำให้ประเทศนี้และประเทศอื่น ๆ ได้ถือสาสนาคริศเตียนทั่วกันหมด เมื่อมาตรึกตรองดูแล้วข้าพเจ้าเห็นว่าเหตุผลทั้งปวงดังที่ได้แลเห็นนั้น อาจจะกระทำให้พระราชดำริห์ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสในเรื่องสาสนานั้น ได้สำเร็จสมพระราชประสงค์ทุกประการ ข้อ ๗ เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามจะเสด็จสวรรคตลงเวลาใด (แต่ข้าพเจ้าขออ้อนวอน พระเปนเจ้าให้โปรดให้คงทรงมีพระชนม์ยืนยาวต่อไปเถิด) ข้าพเจ้าอาจจะกราบทูลต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ว่า ถ้าได้ทรงจัดการทั้งปวงดังข้าพเจ้าได้อธิบายมานั้นแล้ว การที่จะเชื้อเชิญให้พระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ และจัดการให้พลเมืองชาวสยามทั่วไปได้ถือสาสนาคริศเตียนนั้น จะเปนการง่ายอย่างที่สุด เพราะฉนั้น ข้าพเจ้าขอให้ท่านช่วยเปนธุระจัดการให้บาดหลวงเดอลาเชซได้นำความทั้งปวง ซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวมาในจดหมายบันทึกนี้ และข้อความอื่น ๆ ซึ่งข้าพเจ้าได้ชี้แจงให้ท่านฟังแล้วนั้น ขึ้นกราบทูลต่อพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และขอท่านได้จัดการในเรื่องนี้

๑๖๓ กับโบ๊ปด้วย การทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวมาแล้วนั้น จะควรสถานใดก็แล้วแต่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส จะได้ทรงปรึกษาหารือกับหัวหน้าคณะบาดหลวงคณะของท่านเถิด เพราะการทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สำหรับเกียรติยศของพระเปนเจ้า และเพื่อประโยชน์ของสาสนาในเมืองนี้เท่านั้น ทั้งนี้ต้องเปนเรื่องที่ลับที่สุด และข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านจัดการในนามของท่าน ที่เปนนักพรตของคณะพระเยซู ข้าพเจ้าอ้อนวอนพระเยซูขอให้ท่านได้รีบกลับมาโดยเร็วที่สุด เขียนบนเรือของข้าพเจ้าที่สันดอนแม่น้ำเจ้าพระยา ณ วันที่ ๑๘ เดือน ธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) (เซน) ซี ฟอลคอน






ข้อความย่อจากจดหมาย มองซิเออร์เวเรต์ เขียนที่กรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๑๒ และวันที่ ๒๑ เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ ( พ.ศ.๒๒๒๘ ) ในข้อต่าง ๆ ที่จะเปนประโยชน์แก่บริษัท พูด กับ มองซิเออร์คอนซตันซ์ยากนัก บาดหลวงเดอชัวซีตั้งใจดีก็จริงอยู่ แต่กลับไปมีความเห็นเข้ากับมองซิเออร์คอนซตันซ์ แต่ถึงมองซิเออร์คอนซตันซ์จะทำอย่างไรก็ตาม มองซิเออร์เวเรต์ก็คงยังนบนอบเคารพอยู่เสมอ จนที่สุดได้ตกลงทำสัญญากับมองซิเออร์คอนซตันซ์ ซึ่งท่านราชทูตและบาดหลวงหลายคนทั้งมองซิเออร์วาเซต์ได้ช่วยเหลือจึ่งได้เปนการสำเร็จ มองซิเออร์คอนซตันซ์คอยหาช่องโอกาส ที่จะถอนคำอยู่เสมอซึ่งเปนการทำให้ลำบากเปนอันมาก ได้ออกจากเมืองเบรสต์เมื่อวันที่ ๓ เดือนมีนาคม ได้มาถึงแหลมเคปออฟกูดโฮปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม และได้ออกจากแหลมเคปออฟ กูดโฮป เมื่อวันที่ ๗ เดือนมิถุนายน ได้มาถึงเมืองบันตำเมื่อวันที่ ๑๕ เดือนสิงหาคม พวกเรือได้ล้มป่วยกันหมด ผู้รักษาเมืองบันตำไม่ยอมให้เสบียงอาหารจนอย่างเดียว จนที่สุดน้ำก็ไม่ยอมให้


๑๖๕ ได้เดิรทาง ๓ วันจึงถึงเมืองบาตาเวีย ผู้รักษาเมืองบาตาเวีย ได้อุดหนุนช่วยเหลือทุกอย่าง และแสดงความเคารพนับถือฝรั่งเศสทุกประการ เมืองบาตาเวียเปนเมืองงามที่สุดในโลกนี้ ราษฎรพลเมืองที่ยากจนที่สุดก็ใช้ภาชนะอันทำด้วยเงินและทองคำ ทั้งมีทาสและสินค้าเปนอันมาก ได้ออกจากเมืองบาตาเวียเมื่อวันที่ ๒๗ เดือนสิงหาคม ได้มีเรือรบฮอลันดา ลำ ๑ คิดจะมาเทียบเรือเพื่อให้ทหารขึ้นปืนเรือเรา มองซิเออร์โวดรีคูร์ได้แก้ไข ไม่ให้พวกฮอลันดามาเทียบเรือได้ พวกฮอลันดาจึงได้เข้าทางท้ายเรือ และได้เอาเสาชี้ตำท้ายเรือเรา เรือรบฝรั่งเศสได้เอาปืนเล็กยิงเรือฮอลันดา ๒-๓ นัดเรือฮอลันดา จึงได้แล่นใบหนีไปทางท้ายเรือ ในเรื่องนี้พระเจ้ากรุงสยามไม่ได้ทรงปลาดพระทัยเลย เพราะทรงทราบอยู่ว่าพวกฮอลันดามีนิสสัยจะทำการอย่างใด ก็ต้องใช้วิธีทุจจริตเสมอ พวกฮอลันดารับรองว่าจะได้จัดการให้เปนที่พอใจ (ของฝรั่งเศส) ได้มาถึงท่าจอดเรือเมืองไทย เมื่อวันที่ ๒๘ เดือนกันยายน ไทยได้จัดรับท่านราชทูตโดยเต็มเกียรติยศทุกอย่าง ไทยได้ยกเมืองสงขลาและเมืองนครศรีธรรมราชให้แก่ราชทูตฝรั่งเศส ท่าเรือเมืองสงขลา ดูเปนท่าเรือที่เหมาะ และได้ทราบว่าเรือขนาด ๕๐๐ ถึง ๖๐๐ ตันก็เข้าได้ ๑๖๖ พระเจ้ากรุงสยามได้ให้ทำลายป้อมเมืองสงขลาเสีย เพราะต้องทำสงครามปราบพวกขบถในเมืองนี้ มองซิเออร์เดอโชมองได้สั่งให้มองซิเออร์เวเรต์ไปรับเมืองสงขลาจากไทย และให้ลงมือทำการก่อสร้างขึ้นโดยเร็ว แต่มองซิเออร์เวเรต์จะได้ทำช้า ๆ ค่อยทำค่อยไปเพื่อรอรับคำสั่งของบริษัทเสียก่อน และมองซิเออร์เวเรต์จะได้พาอินยินเนียไปด้วยคน ๑ อินยินเนียคนนี้ มองซิเออร์เดอโชมองได้ถวายตัวไว้ต่อพระเจ้ากรุงสยาม มองซิเออร์เวเรต์คิดเห็นว่าจะต้องทำแผนที่สำหรับก่อสร้างบ้านเมืองให้ใหญ่โต และเชื่อว่าในไม่ช้าก็คงจะจัดเมืองสงขลาให้เปนเมืองใหญ่เท่ากับเมืองบาตาเวียได้ และพวกจีนและชาวเมือง อื่น ๆ ในแถบอินเดียคงจะมาตั้งทำมาค้าขายในเมืองสงขลา เพื่อจะได้รับความสดวกในการค้าขาย การที่จะค้าขายให้สดวกนั้น เปนเรื่องที่ข้าราชการของพระเจ้ากรุงสยามคอยขัดขวางในกรุงศรีอยุธยาอยู่เสมอ เพราะข้าราชการไทยเปนคนที่ไม่มีความซื่อตรงเลย การที่จะไปตั้งอยู่ที่เมืองสงขลาตั้งได้หรือไม่ได้ ก็แล้วแต่เจ้าพนักงารที่บริษัทจะส่งมาจะประพฤติอย่างไร ในส่วนเมืองไทยนั้นไม่มีสินค้าอย่างใดที่จะค้าขายได้เลย และจะหาคนที่มีต้นทุนถึง ๕๐ เหรียญก็ไม่มี พวกจีนและแขกมัว ซึ่งเคยไปค้าขายอยู่ในเมืองไทยนั้นก็ต้องกลับไปหมดเพราะเหตุได้รับความกดขี่ข่มเหงต่าง ๆ

๑๖๗ พวกฝรั่งเศสเองซึ่งยังอยู่ในเมืองไทย ในเวลานี้ก็เตรียมตัวจะกลับไปแล้วเหมือนกัน ถ้าจะค้าขายก็ต้องค้าขายกับพระเจ้ากรุงสยาม พระองค์เปนเจ้าที่ดีก็จริงอยู่ แต่ทรงปฏิบัติตามแต่ข้าราชการจะกราบทูล และข้าราชการเหล่านี้ ก็เปนคนที่เอาประโยชน์ของตัวเปนใหญ่ทั้งเปนคนโมโหร้ายด้วย สินค้าที่มาจากต่างประเทศนั้น พวกข้าราชการเหล่านี้ก็เอาเสียหมดและคิดราคาให้ตามชอบใจ เวลาจะชำระเงินนั้นก็หาได้ให้เงินไม่ แต่เอาสินค้าอย่างอื่นซึ่งตีราคาแพง ๆ มาแลกเปลี่ยนแทนเงิน มองซิเออร์เวเรต์ได้เข้าไปดูในพระคลังหลวงแล้ว มีแต่หีบสองสามหีบวางอยู่ระเกะระกะบรรจุผ้าใบเนื้อหยาบมาจากฝั่งคอรอมันเดล มีหีบอื่น ๆ อีกแต่จะมีอะไรรู้ไม่ได้เพราะเจ้าพนักงารไทยไม่ยอมให้มองซิเออร์เวเรต์ดู ในคลังอื่น ๆ นั้นมีเครื่องลายครามและมองซิเออร์เวเรต์ก็ได้ซื้อลายครามไว้ซึ่งได้ส่งมา (ฝรั่งเศส) แล้ว เครื่องลายครามเหล่านี้ไม่มีที่จะดีพอ สำหรับจะจำหน่ายในประเทศฝรั่งเศสได้ เจ้าพนักงารได้พามองซิเออร์เวเรต์ไปดูพระพุทธรูปในพระราชวังซึ่งใหญ่และสูงมากที่สุด เจ้าพนักงารจะให้มองซิเออร์เวเรต์เชื่อว่า พระพุทธรูปนี้หล่อด้วยทองคำตันทั้งองค์ แต่เจ้าพนักงารไม่ยอม

๑๖๘ ให้มองซิเออร์เวเรต์เข้าไปดูใกล้ ได้แต่ดูลอดลูกกรงไม้อันอยู่ห่างไกลมาก มองซิเออร์เวเรต์ได้ไปดูที่วัดอื่น ๆ ซึ่งมีพระพุทธรูปทำด้วยแผ่นทองแดงปิดทอง และเจ้าพนักงารก็จะให้มองซิเออร์เวเรต์เชื่อว่าพระพุทธรูปนี้ทำด้วยทองคำ มีคนพูดเล่ากันว่าในท้องพระคลังหลวง มีทรัพย์สิ่งของเปนอันมาก ข้อนี้มองซิเออร์เวเรต์เชื่อว่าคงจะจริง เพราะพระเจ้ากรุงสยาม ไม่มีโสหุ้ยอย่างใดเลย ด้วยไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของพระองค์ต้องมาทำงารหลวงปีละ ๖ เดือน โดยไม่มีค่าจ้างอย่างใดจนที่สุดอาหารก็ต้องหาของตัวเอง ข้าราชการที่เปนคนโปรดของพระเจ้าแผ่นดินนั้น ได้รับพระราชทานบ่าวคนใช้ และบ่าวเหล่านี้ก็ต้องเอาเงินมาให้แก่นายเพื่อตัวจะได้ไม่ต้องทำงารการ ของทั้งปวงเปนของพระเจ้าแผ่นดินทุกอย่าง ผลประโยชน์รายได้ของพระเจ้ากรุงสยามปี ๑ อยู่ในราว ๑๒,๐๐๐ ถึง ๑๓,๐๐๐ ปอนด์ (ฝรั่งเศส) ถ้าจะมาทำการค้าขายในเมืองนี้ พอจะค้าขายได้โดยมีทุนกว่า ๓ หรือ ๔ ล้าน และในเรื่องการค้าขายนี้มองซิเออร์เวเรต์ก็ได้สืบสวนรู้อย่างลเอียดแล้ว ถ้าบริษัทได้มาทำการค้าขายแล้ว ในไม่ช้าก็คงจะเพิ่มทุนได้อีก ๒ เท่า ๑๖๙ ในเวลาที่มีพ่อค้าทำการค้าขายอยู่นั้น คงมีกำไรในสินค้าที่มาจากประเทศยุโรปและเมือง สุหรัต ราว ๒๕ ถึง ๓๐ เปอร์เซนต์และถ้าได้ส่งสินค้าเหล่านี้ไปเหมาะกับภูมิ์ประเทศแล้ว ก็คงจะได้กำไรเท่านี้เหมือนกัน ข้อซึ่งทำให้มองซิเออร์เวเรต์เชื่อดังนี้ ก็เพราะเห็นว่าถ้าไม่มีกำไรแล้วพวกอังกฤษและฮอลันดา คงจะไม่พยายามส่งเรือมาค้าขายเปนแน่ เพราะพวกอังกฤษและฮอลันดาส่งเรือมาหลาย ๆ ลำ ลำ ๑ บันทุกสินค้าอย่างน้อยก็อยู่ในราวสามแสนหรือสี่แสนแฟรง สำหรับเมืองตังเกี๋ย จะต้องใช้เงินราวครึ่ง ๑ หรือเศษ ๑ ส่วน ๓ ของต้นทุน ผ้าสักหลาดที่ส่งมานั้นจะต้องเปนผ้าสักหลาดดำ ของที่จะรับไปจากเมืองตังเกี๋ยนั้นมีชมดเชียง ในเมืองนี้ในปี ๑ จะค้าขายได้ประมาณ ๓๐๐๐ หรือ ๔๐๐๐ แฟรง และคงได้กำไรราว ๗๐ หรือ ๘๐ เปอร์เซนต์ เมืองมาเก๊า สินค้าอันสมควรจะจำหน่ายในเมืองมาเก๊าได้นั้น ที่กล่าวว่าเครื่องกระจุกกระจิกนั้นมองซิเออร์เวเรต์ควรจะจำแนกว่าเปนสิ่งอะไรบ้าง ส่วนหมวกนั้นก็ควรจะอธิบายว่าจะต้องการโตเท่าไร และจะต้องการหมวกรูปอย่างไร


๑๗๐ ส่วนกระบี่และดาบต่าง ๆ นั้นก็ควรจะอธิบายว่า ดาบนั้นจะต้องมีด้ามรูปพรรณอย่างไร ตัวกระบี่และดาบนั้นจะต้องการยาวและหนาเท่าไร ในชั้นต้นจะต้องลงทุนก่อนเพียง ๓ หมื่นปอนด์ (ฝรั่งเศส) และคงจะได้กำไรราว ๑๐๐ ต่อ ๑๐๐ เปอร์เซนต์ เมืองจีน สินค้าที่จะส่งไปจำหน่ายเมืองจีนนั้นคือ ผ้าอย่างเนื้อดี และผ้าสักหลาดสีดำ สีม่วงและสีขาว ที่กล่าวว่าเครื่องกระจุกกระจิกนั้นควรจะต้องอธิบายว่าจะเปนของชนิดไรบ้าง จะต้องลงทุนเศษ ๑ ส่วน ๓ ของต้นทุนคิดเปนเงินเหรียญ และ จะต้องลงทุนประมาณ ๔ แสนหรือ ๕ แสนแฟรง กำไรที่จะได้อยู่ในราว ๑๐๐ ต่อ ๑๐๐ เมืองยี่ปุ่น สำหรับทำการค้าขายในเมืองนี้ไม่จำเปนต้องลงทุนด้วยเงินสด สินค้าทุก ๆ อย่างเปนอันใช้ได้สำหรับเมืองนี้ แต่ต้องหาสินค้าที่มีราคาถูกที่สุด สินค้าต่าง ๆ ที่จำหน่ายในเมืองตังเกี๋ยและเมืองจีนได้ดี ก็จำหน่ายในเมืองยี่ปุ่นได้ดีเหมือนกัน สินค้าที่รับมาจากเมืองยี่ปุ่น มีกำไรไม่เท่าสินค้าที่ส่งเข้าไปจำหน่ายในเมือง ส่วนการที่จะต้องลงทุนนั้นจะลงทุนสักเท่าไรก็ได้ และกำไรคงจะได้ในราว ๗๐ ถึง ๘๐ เปอร์เซนต์

๑๗๑ เมืองลาว ต้องมีทุนเปนเงินตราสยามไป จึงจะได้กำไรที่จะได้ในเมืองลาวนี้กว่า ๒๐๐ เปอร์เซนต์ พริกไทยที่เพาะปลูกกันในประเทศสยามนั้น ก็เพาะปลูกกันใกล้ ๆ กับเมืองลาว มองซิเออร์เวเรต์จะได้ตรวจตราดูว่า จะทำการค้าขายติดต่อกับเมืองลาวได้หรือไม่ เวลานี้พระเจ้ากรุงสยามกำลังทำสงคราวอยู่กับพวกลาว ประเทศสยาม เมืองญวณ พลเมืองเมืองญวนเปนคนที่ไม่ซื่อสัตย์ ในเมืองนี้จะค้าขายได้โดยมีทุนราว ๒๕,๐๐๐ ถึง ๓๐,๐๐๐ แฟรง เมืองตีมอร์ เมืองนี้จะต้องมีทุน ถ้าจะค้าขายก็ต้องมีทุนกว่าสามแสนปอนด์ (ฝรั่งเศส) เมืองมนิลา ที่ว่าเครื่องกระจุกกระจิกนั้น ควรจะต้องอธิบายว่าเปนสิ่งอะไรบ้าง สินค้าที่จะจำหน่ายได้นั้น มีผ้าไหมทองไหมเงินและผ้าแพรต่าง ๆ


๑๗๒ ทุนที่จะต้องมีราว ๔ แสนถึง ๕ แสนแฟรง และไม่จำเปนจะต้องเอาเงินมาจากประเทศฝรั่งเศส เมืองยำบี ในเมืองนี้จะทำการค้าขายอย่างใหญ่โตได้มาก แต่ชาวเมืองเปนคนโกงทั้งสิ้น ถ้าได้ไปตั้งอยู่ที่เมืองสงขลาแล้ว ก็จะค้าขายกับเมืองยำบีได้ง่าย เมืองบอนิโอ ในเมืองนี้จะค้าขายได้ปี ๑ ราว ๒ แสนถึง ๓ แสนแฟรงและจะได้กำไรกว่า ๖๐ เปอร์เซนต์ ถ้าได้จัดการดีก็จะมีกำไรเปนอันมาก แต่ในชั้นต้นต้องหาเมืองสำหรับเปนที่พักใกล้ ๆ กับแหลมเคปออฟกูดโฮปสักแห่ง ๑ ก่อน ที่เมืองนี้จะต้องมีเครื่องมืออันจำเปนทุกอย่างสำหรับซ่อมเรือได้ และจะต้องมีที่พักอีกแห่ง ๑ ที่เกาะปรินซ์ในช่องทะเลซอนดา อันเปนเกาะซึ่งไม่มีผู้คนอยู่เลย แต่เกาะนี้น่ากลัวพวกฮอลันดาจะมาขัดขวางไว้ มองซิเออร์เวเรต์ไปสืบได้ความมาจากเมืองบันตำว่า พวกชาวเมืองยอมที่จะออกเงินให้แก่บริษัท แต่ขออย่าให้บริษัทไปรบกวนอย่างใด เพราะเหตุฉนี้และเพราะเหตุว่า พวกเมืองบันตำยังกำลังกลัวอยู่ มองซิเออร์เวเรต์ จึงเห็นว่าควรจะไปยึดเกาะปรินซ์ไว้ เพราะ

๑๗๓ เปนเกาะอันทำเลเหมาะ มีทั้งน้ำทั้งฟืนและมีหินด้วย ถ้าได้ไปตั้งอยู่ที่เกาะนี้แล้วก็จะเปนใหญ่ในช่องทะเลนี้ได้ และถ้าเกิดการสงครามขึ้นก็จะได้อาศรัยเกาะนี้เปนที่พักได้ เรื่องการหมอบคลาน พอเห็นพระเจ้าแผ่นดินแต่ไกลก็ต้องหมอบลงทันที แล้วคลาน ๔ เท้า จึงเอามือประสานขึ้นเหนือศีร์ษะ ถ้าจะพูดกับพระเจ้าแผ่นดินก็ต้องพนมมือ และต้องเอาข้อศอกและหน้าซบลงติดกับดิน การประพฤติเช่นนี้ผิดด้วยทางสาสนา และเปนการเสียเกียรติยศต่อชาติฝรั่งเศส พวกชาวบ้านนอกอย่างเลวในประเทศฝรั่งเศส ก็ยังมีบ้านอยู่ดีกว่าเจ้านายใหญ่โตในประเทศสยาม ถ้าเปนการจำเปนสำหรับประโยชน์ของบริษัทแล้ว มองซิเออร์เวเรต์ก็จะยอมกราบถวายบังคมเหมือนกัน แต่ในเวลานี้ก็จะคอยหลีกเลี่ยงไปก่อนจนกว่าจะได้รับคำสั่งของบริษัท ท่านราชทูตฝรั่งเศส เห็นว่าไม่เปนการสมควรที่มองซิเออร์เวเรต์จะต้องลงหมอบกราบเช่นนี้ มองซิเออร์ฟอแบงได้ลงหมอบกราบแล้ว เพราะเขาพูดว่าเขาไม่ได้เปนคนฝรั่งเศสแต่เปนคนของพระเจ้ากรุงสยามแล้ว พวกชาวต่างประเทศที่ได้มาพูดถึงการงารต่าง ๆ นั้นอ่อน เกินไป ๑๗๔ บ้านที่มองซิเออร์เวเรต์พักอยู่ในเวลานี้เล็กเกินไปและไม่มีโรงเก็บสินค้า มองซิเออร์เวเรต์ จึงขอบ้านอยู่ใหม่อีกบ้าน ๑ ไทยจะให้ที่ดินแก่บริษัทแห่ง ๑ แต่บริษัทจะต้องลงทุนก่อสร้างเอาเอง แต่มองซิเออร์เวเรต์เห็นว่าถ้าซื้อบ้านใหม่เสียทีเดียวก็จะทำให้โสหุ้ยน้อยลงไปได้ครึ่ง ๑ มองซิเออร์เวเรต์ วิตกว่าไทยจะบังคับให้บริษัททำการก่อสร้างให้จงได้ แต่มองซิเออร์เวเรต์จะได้คิดจัดการอย่างดีที่สุดที่จะทำได้และจะคิดให้เปลืองเงินให้น้อยที่สุด ท่านผู้อำนวยการของบริษัทที่เมืองสุหรัตได้ไล่มองซิเออร์คอมบาต์ ออกเสียแล้ว ในเวลานี้ที่กรุงศรีอยุธยาเหลือแต่มองซิเออร์คอช มองซิเออร์ ราเคม และตัวมองซิเออร์เวเรต์เท่านั้น มองซิเออร์คอชนั้นได้หญิงชาวปอตุเกตเปนภรรยา มองซิเออร์ราเคมเปนคนฉลาดไหวพริบทำอะไรทำได้ มองซิเออร์ชาปันเตียก็ถูกไล่ออกแล้วเหมือนกัน และหมดหนทางที่จะทำมาหากินได้ในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวด้วยการค้าขายในเมืองไทยนั้น มองซิเออร์ชาปันเตียเปนผู้ที่จะชี้แจงอย่างลเอียดได้คน ๑ ได้มีคนมาว่าซื้อผ้าต่าง ๆ โดยให้กำไร ๓๐ เปอร์เซนต์ แต่ภายหลังไม่ได้ซื้อไปเพราะเหตุว่าผ้าสักหลาดไม่ใช่สีดำ พวกแขกอินเดียชอบผ้าสักหลาดดำมาก ด้วยเอาผ้าสักหลาดดำนั้นเย็บเสื้อ และเอาผ้าสักหลาดนั้นเย็บติดกับเสื้อต่างลูกไม้โปร่ง


๑๗๕ สินค้าที่มีราคาถูกที่สุดเปนสินค้าที่จะได้กำไรมากกว่าอย่างอื่น แต่สินค้าเหล่านี้ต้องมีอย่างดี ๆ งาม ๆ บ้างเหมือนกัน มองซิเออร์เดอวิตรีมีกัลปังหาจะจำหน่ายเปนราคากว่า ๓ หมื่น ปอนด์ (ฝรั่งเศส) ส่วนสินค้าต่าง ๆ ในเมืองไทยนั้น ไม่มีอะไรที่จะรับซื้อให้คุ้มทุนที่ได้ลงไปได้ ในท้องพระคลังหลวงไม่มีอะไรเลย จนที่สุดของแปลก ๆ ที่จะแจกในเวลาเรือมาถึงก็มีไม่พอ มองซิเออร์เวเรต์จะได้รายงารให้ทราบว่า สำหรับปีหน้าจะมีสินค้าอย่างใด ที่สมควรจะรับเอาไปจำหน่ายที่ประเทศฝรั่งเศสได้บ้าง ส่วนสินค้าที่ยังตกค้างอยู่นั้นมองซิเออร์เวเรต์จะได้พยายามจำหน่ายให้หมดให้ได้ ถ้าบริษัทจะคิดทำการค้าขายให้เปนการใหญ่แล้ว ก็จำเปนต้องส่งคนที่มีวุฒิดีจริง ๆ มาจึงจะได สินค้าต่าง ๆ เท่าที่มองซิเอร์เวเรต์ได้เห็นมาแล้ว เปนสิ่งที่ตรงกันข้ามกับของที่ชอบใช้กันในประเทศฝรั่งเศส แต่ในเมืองนี้ถ้าจะให้ทำของรูปพรรณอย่างใด ๆ ก็ได้ทั้งสิ้น เพราะฉนั้นเมื่อได้ทำแล้วฝีมือก็ผิดแปลกกว่าที่เคยทำกันมา จึงเปนสิ่งที่คงจะจำหน่ายในประเทศฝรั่งเศสโดยมีราคาแพงขึ้นอีก ๒ เท่า พวกช่างต่าง ๆ ในเมืองไทยทำการได้ดีทุกอย่างแต่ต้องให้ตัวอย่างจึงจะทำได้ ๑๗๖ มองซิเออร์เวเรต์จะได้จัดหาตัวอย่างเครื่องลายคราม ตัวอย่างตู้ และตัวอย่างผ้าต่าง ๆ ให้ช่างทำต่อไป ท่านราชทูต (ฝรั่งเศส) ได้เรียกเงินจากมองซิเออร์เวเรต์ ๓๔๗๖ ปอนด์ กับ ๑๐ อัฐ (ฝรั่งเศส) เปนค่าโสหุ้ยสำหรับใช้จ่าย ในเรือ มองซิเออร์เวเรต์จึงได้เอาเงินรายที่ขายกัลปังหาของมาดำรูยเยจ่ายให้ไป กัลปังหานี้ได้ขายไปเปนราคาออนซ์ละ ๑๘ ปอนด์ และยังจะต้องเอากัลปังหาของมองซิเออร์เดอวิตรีลาวีลขายเปนราคาออนซ์ละ ๓๐ ปอนด์ จึงจะคุ้มกับเงิน ๑๐,๐๐๐ ปอนด์ ที่ยังเปนหนี้เขาอยู่ กัลปังหาที่เป็นเมล็ดเล็ก ๆ นั้นถ้าเปนกัลปังหาที่ดีขายกันตามน้ำหนัก ๓ หนัก คิดเปนออนซ์ประมาณออนซ์ละ ๑๐ ปอนด์ ๑๐ อัฐ (ฝรั่งเศส) มองซิเออร์คอนซตันซ์ขัดเคืองใจในการที่บริษัทหาได้มีจดหมายมาถึงไม่ และได้เอาหนังสือให้มองซิเออร์เวเรต์ดูฉบับ ๑ ซึ่งเปนจดหมาย มาจากผู้อำนวยการบริษัทอังกฤษ ผู้อำนวยการบริษัทอังกฤษได้ฝากของมากำนันมองซิเออร์คอนซตันซ์เปนอันมาก และได้ขอร้องจะเอามองซิเออร์คอนซตันซ์ไว้เปนพรรคพวกด้วย แต่มองซิเออร์เวเรต์ เชื่อว่าการที่มีพวกอังกฤษมาอยู่ในเมืองไทยนั้น ก็เพื่อจะมาหาเรื่องในการที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้เอาชาวอังกฤษคน ๑ ใส่ขื่อ ๑๗๗ การใส่ขื่อกันนี้เจ็บปวดร้ายแรงยิ่งกว่า ปลอกคอเหล็กที่ทำโทษกันในประเทศฝรั่งเศสมาก มองซิเออร์คอนซตันซ์ได้ทำการชักช้า รอให้จวนถึงเวลาที่ราชทูตฝรั่งเศสจะลงเรือ เพราะฉนั้นการทั้งปวงจึงต้องทำกันอย่างรีบร้อนที่สุด พระเจ้ากรุงสยามได้รับสั่ง ให้จัดเรือส่งมองซิเออร์เวเรต์และมองซิเออร์วาเซต์ไปที่เรือฝรั่งเศส แต่เจ้าพนักงารได้จัดเรือเล็กอย่างเลวทราม เพราะฉนั้นเรือจึงได้ไปลอยสูญอยู่กลางทะเลถึง ๕ วัน และในเรือนั้นเสบียงอาหารก็ไม่มี จนที่สุดใบที่จะแล่นเรือและสมอก็ไม่มี คนเมืองไทยนี้เปนคนที่คดโกงมาก แต่มองซิเออร์เวเรต์เชื่อว่าส่วนพระองค์สมเด็จพระนารายณ์นั้น ทรงตั้งพระทัยดีจริงเพราะทรงพระวิตกถึงเรื่องพวกฮอลันดา มองซิเออร์คอนซตันซ์คิดจะทำการต่าง ๆ โดยไม่ให้มองซิเออร์เวเรต์รู้ตัว เพราะฉนั้นจึงคิดจะตกลงในเรื่องต่าง ๆ กับท่านราชทูตแต่ผู้เดียว มิฉนั้นก็จะพูดจาเรื่องการงารต่าง ๆ กับท่านราชทูตในเวลาที่มองซิเออร์เวเรต์ไม่อยู่ ตามที่มองซิเออร์คอนซตันซ์ พยายามจะตกลงเรื่องการของบริษัทโดยไม่ให้มองซิเออร์เวเรต์รู้ตัวนั้น ก็เปนผลสำเร็จตามความปราถนาของมองซิเออร์คอนซตันซ์ทุกประการ และตามสัญญาที่ทำกันใหม่กับท่านราชทูตนั้น ก็เปนการที่บริษัทเสีย

๑๗๘ เปรียบ ไม่เหมือนกับสัญญาฉบับก่อน ข้อนี้เมื่อจะเทียบสัญญาที่ทำกับมองซิเออร์เวเรต์และสัญญาที่ทำกับท่านราชทูต ก็พอจะเห็นได้ทันที แต่มองซิเออร์เวเรต์เชื่อว่าถ้าบริษัทจะต้องการมาตั้งการค้าขายในเมืองไทยจริงแล้ว ก็ควรจะเอาพนักงารชุดเก่าจึงจะดี หัวหน้าของบริษัทฮอลันดา จะออกจากกรุงศรีอยุธยาไปเมืองบาตาเวีย เพื่อไปชี้แจงให้เจ้าเมืองบาตาเวียทราบ ถึงข้อความที่มองซิเออร์เดอโชมองได้มาทำความตกลง มองซิเออร์เวเรต์เชื่อว่าพวกฮอลันดาคงจะพยายามขัดขวาง ไม่ให้พวกฝรั่งเศสไปตั้งการค้าขายในเมืองไทยได้ ในเรื่องที่ไทยยกเมืองสงขลาให้แก่ฝรั่งเศสนั้น ก็ได้ปิดความไม่ให้แพร่หลายเลย แต่ถึงดังนั้นพวกฮอลันดาก็ทราบเรื่องแล้วเหมือนกัน ถ้าพวกฮอลันดาทำการขัดขวาง ไม่ให้พวกฝรั่งเศสมาได้แล้ว พวกฮอลันดาก็เท่ากับเปนนายในแถบเหล่านี้ สินค้าพริกไทยและสินค้าที่มาจากเมืองยี่ปุ่น ก็จะตกอยู่ในมือพวกฮอลันดาฝ่ายเดียวเท่านั้น ในเวลานี้พวกฮอลันดาได้ทำให้ราคาพริกไทย และเครื่องเทศแพงขึ้นแล้ว และพวกฮอลันดาก็เปนใหญ่อยู่ในเมืองบันตำด้วย

๑๗๙ มองซิเออร์ มอเรลได้ถึงกรุงปารีศเมื่อวันที่ ๑๙ เดือน ตุลาคม ค.ศ. ๑๖๘๗ (พ.ศ.๒๒๒๘) มองซิเออร์โปเกอแลง ๑ มองซิเออร์วิตรีลาวีล ๑ มอง ซิเออร์ชูเล ๑ ได้กระทำตามคำสั่งของท่านสังฆราช ท่านทั้งสามนี้มีความโกรธแค้นมากซึ่งกระทำให้มองซิเออร์มอเรลเสียใจอย่างที่สุดท่านทั้งสามนี้ เข้าใจว่ามองซิเออร์มอเรลเปนพวกของตัว เวลานี้กำลังคิดบาญชีอยู่ว่าโสหุ้ยที่ท่านทั้งสามนี้ได้จ่ายในนามของบริษัทเทียบกับส่วนค้าขายที่ทำได้ จะเปนเงินสักเท่าใด เรื่องนี้เปนเรื่องที่ลำบากมาก กระทำให้บริษัทหนักใจอยู่บ้าง พวกที่มีหุ้นส่วนในบริษัท คงจะยอมขาดทุนดีกว่าที่จะยอมให้ท่านทั้งสามล้มละลาย และถ้าไม่รีบจัดการเสียก็น่ากลัวจะเปนเช่นนั้น มองซิเออร์มอเรลจะได้พยายามทำบาญชีให้แล้ว ภายในวันที่ ๓๐ และจะได้บังคับท่านเหล่านี้ ให้จัดการงารทั้งปวงเสียให้เรียบร้อย มองซิเออร์มอเรลได้ทำการอย่าง ๑ ซึ่งกระทำให้ส่งของไปในปีนี้ได้โดยยาก และในเรื่องนี้มองซิเออร์มอเรลจะได้รายงารชี้แจงโดยลเอียด ในเวลาที่ได้เซ็นชื่อในข้อตกลงกันเสร็จแล้ว มองซิเออร์มอเรลได้ส่งข่าวเรื่องเมืองไทย ซึ่งได้รับมาทางกรุงลอนดอน กับได้ส่งสำเนาจดหมาย ซึ่งมองซิเออร์เดอเปรอซักได้เขียนถึงบริษัท เพื่อรายงารในการที่ได้จับเรือลำ ๑ ซึ่งกำลังเดิรทางจะไปเมืองอังกฤษ มองซิเออร์มอเรลได้ส่งข่าวเรื่องการค้าขายมาด้วย ๑๘๐ เมืองเบรสต์ วันที่ ๒๒ เดือน ตุลาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘) สำเนาจดหมายของมองซิเออร์เดอเปรซาต์ มีไปถึงผู้อำนวยการบริษัทอินเดียฝ่ายตวันออก ด้วยข้าพเจ้าได้มีจดหมายมายังท่านฉบับ ๑ แล้ว เล่าถึงเรื่องที่ข้าพเจ้าต้องแวะที่เมืองอังกฤษ เพราะเหตุที่ได้ถูกลมพายุมาทางทิศใต้ในเวลาที่ออกจากประเทศฝรั่งเศสแล้ว ลมพายุแรงเหลือเกินจนเสากระโดงในเรือรบได้หักกลางเสา ข้าพเจ้าได้ออกจากเมือง วันมัต เมื่อวันที่ ๑๕ เดือนนี้ และเมื่อวันที่ ๑๙ ก็ได้มาถึงท่าเรือเมืองคามาเรต์โดยถูกคลื่นและพายุตามทางอีกครั้ง ๑ เรือยังไม่ทันทอดสมอดีก็มีคนมาบอกข้าพเจ้า ว่ามีเรือลำ ๑ บันทุกพวกนักพรตจะไปยังอังกฤษ ข้าพเจ้าจึงได้รีบไปจับพวกนักพรตเหล่านี้ และข้าพเจ้าเห็นว่าข้าพเจ้าจะยังออกเรือเดิรทางต่อไปไม่ได้ ข้าพเจ้าจึงได้เอาคนเรือไปด้วย ๖ คน และได้ไปลงเรือที่บันทุกพวกนักพรตนั้นเองพาพวกนักพรตไปยังเมืองเบรสต์และได้มอบตัวพวกนั้นไว้กับผู้รักษาเมือง ผู้รักษาเมืองได้แสดงความพอใจเปนอันมาก และได้แนะนำให้ข้าพเจ้าเขียนจดหมายรายงารไปให้ท่านมาควิศเดอเซเนเลทราบ แต่ข้าพเจ้าไม่กล้าที่จะรายงารตรงไปยังท่านมาควิศ เพราะเห็นว่าเมื่อรายงารมายังท่านก็พอแล้ว

๑๘๑ เวลานี้ข้าพเจ้ากำลังรอให้ลมพัดให้ถูกทาง เพื่อจะได้รีบไปเมืองปอตหลุยโดยเร็ว และเมื่อไปถึงแล้วข้าพเจ้าจะได้รอรับคำสั่งของท่านต่อไป ข้าพเจ้าขอท่านได้โปรดมีความระฦกถึงข้าพเจ้าอยู่เสมอ และเวลาที่ท่านจะเตรียมเรือก็ขออย่าลืมข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าตั้งใจทำการให้ท่านด้วยความเต็มใจจริง ๆ ตามแต่ท่านจะใช้ข้าพเจ้าตามวุฒิของข้าพเจ้าเถิด (เซน) เดอเปรซาต์ ข้าพเจ้าได้จัดการให้นายช่างตรวจเสาเรือรบที่หักแล้ว ช่างบอก ว่าถ้าจัดการให้ดามเสียแล้ว ก็ยังจะใช้ต่อไปอีกได้ มองซิเออร์เดอเปรซาต์อยู่ที่เมืองเบรสต์เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘) รายงารมาว่าเมื่อวันที่ ๑๙ ได้ทอดสมออยู่ที่ท่าเรือเมืองคามาเรต์ จึงได้ทราบว่ามีเรือลำ ๑ บันทุกพวกนักพรตจะไปยังประเทศอังกฤษ มองซิเออร์เดอเปรซาต์จึงได้ไปจับพวกนักพรตพาไปยังเมืองเบรสต์ และได้ไปมอบไว้กับผู้รักษาเมืองแล้ว



๑๘๒ เมืองเบรสต์ วัน ๒๙ เดือน ตุลาคม ค.ศ.๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘) คำสั่งตามจดหมายของท่านได้สำเร็จแล้วท่านเหล่านี้ได้มาถึงแล้ว ข้าพเจ้าได้พิเคราะห์ดูเห็นว่าท่านเหล่านี้ค่อยอ่อนลงบ้างแล้ว แต่การที่เขาจะเกรงใจข้าพเจ้า กับการที่เขาควรจะนับถือท่านนั้นผิดไกลกันมากนัก เพราะฉนั้นเขาจึงมักจะโกรธซึ่งทำให้ข้าพเจ้าได้รับความลำบากใจเปนอันมาก และเขาเข้าใจเสียว่าข้าพเจ้าเปนพวกเดียวกับเขาด้วย แต่ตามที่ท่านได้สั่งให้คิดบาญชีดูว่า ท่านเหล่านี้จะต้องจ่ายค่าโสหุ้ยของบริษัท เทียบกับการที่เขาค้าขายได้จะเปนเงินมากน้อยเท่าไรนั้น เวลานี้ข้าพเจ้ากำลังคิดบาญชีตามคำสั่งของท่านอยู่ การเรื่องนี้เปนเรื่องที่ลำบากมาก และเปนเรื่องหนักใจของบริษัท เพราะ ฉนั้นพวกที่มีหุ้นของบริษัทโดยมากคงจะยอมให้ขาดทุน ดีกว่าที่จะยอมให้ท่านเหล่านี้ล้มละลาย และถ้าไม่รีบจัดการเสียก็น่ากลัวจะเปนเช่นนั้นจริง ๆ ข้าพเจ้าจะได้พยายามคิดบาญชีให้แล้วในพรุ่ง นี้ และจะได้คิดอ่านให้ท่านเหล่านี้ได้จัดการงารทั้งปวงให้เรียบร้อยต่อไป อนึ่งข้าพเจ้าได้จัดการอย่าง ๑ ซึ่งกระทำให้เกิดข้อลำบากต่าง ๆ สำหรับส่งของในปีนี้ แต่ในเรื่องนี้เมื่อได้ตกลงกันอย่างไรและได้เซ็นชื่อกันเปนที่เรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าจึงจะรายงารให้ท่านทราบต่อไป

๑๘๓ ข้าพเจ้าขอส่งข่าวต่าง ๆ เรื่องเมืองไทยมายังท่านอันเปนข่าวที่ข้าพเจ้าได้รับมาทางกรุงลอนดอน กับได้ส่งสำเนาจดหมายมองซิเออร์เดอเปรซาต์ ซึ่งได้เขียนจากเมืองเบรสต์ถึงบริษัทด้วยฉบับ ๑ มองซิเออร์เดอเปรซาต์ได้จับเรือซึ่งบันทุกพวกนักพรตจะไปประเทศอังกฤษได้ลำ ๑ และได้พาพวกนักพรตไปมอบไว้กับมองซิเออร์เดคลูโซแล้ว ข้าพเจ้าได้ส่งข่าวเรื่องการค้าขายมาด้วย (เซน) มอเรล






๑๘๔ จดหมายบันทึกซึ่งหัวหน้าเสมียนของห้างฝรั่งเศสในกรุง ศรีอยุธยาได้ทำขึ้นไว้ กล่าวถึงข้อความต่าง ๆ ซึ่งควรจะทำสัญญากับพระเจ้าแผ่นดินสยาม และได้ยื่นไว้กับเชอวาเลียเดอโชมอง ข้อสัญญาซึ่งท่านเชอวาเลียเดอโชมองควรจะทำกับพระเจ้ากรุงสยามสำหรับการค้าขายของบริษัทในพระราชอาณาจักร์ สยาม ข้อ ๑ บรรดาพริกไทยชึ่งจะเก็บเกี่ยวได้ทั่วพระราชอาญาจักร์สยาม ทั้งในเมืองขึ้นของเมืองนครศรีธรรมราชตลอดขึ้นมาจนถึงกรุงศรีอยุธยานั้น ควรจะยกขาดให้บริษัทโดยห้ามหวงมิให้ชาติใด ๆ ซึ่งจะมาขอร้องได้ซื้อพริกไทยนี้ได้ ถึงแม้ว่าชาติใด ๆ จะมาให้ประโยชน์มากน้อยเท่าใดก็ไม่ควรให้ แต่จะต้องให้แก่บริษัทฝรั่งเศสแต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น พริกไทยนี้จะต้องส่งให้แก่บริษัทภายใน ๒ ปี เปนต้นไป โดย มีข้อสัญญาว่าบริษัทจะได้รับซื้อเปนราคา ๑๖ ปาดากเงินสะเปน ถ้าคิดเปนเงินสยามก็เปนเงินบาหาละ ๖ ตำลึง ๒ บาท บาหานั้นมีน้ำหนัก ๓ หาบ ข้อ ๒ พระเจ้ากรุงสยามจะต้องบังคับให้เจ้าพนักงารทั้งหลายได้ส่งพริกไทยให้แก่บริษัทโดยเต็มจำนวนที่เก็บได้ เพื่อบริษัทจะได้รับซื้อไว้ ถ้าแม้ว่าในพวกพ่อค้าจะขึ้นราคาพริกไทยก็ตามหรือจะลดราคาพริกไทยให้ต่ำลงก็ตาม บริษัทจะไม่ถือเอาราคาของพวกพ่อค้าเปนใหญ่ แต่จะยืนตามราคาที่กล่าวไว้ในข้อบนนั้นแล้ว กล่าวคือ ๑๖ ปาดากเงินสะเปน และข้างฝ่ายไทยหรือฝ่ายบริษัทจะเปลี่ยนราคานี้ไม่ได้เปนอันขาด ๑๘๕ ข้อ ๓ จะต้องห้ามขาดมิให้บรรดาพ่อค้าต่างประเทศทั่วไปได้ซื้อและขนพริกไทยจากที่ ต่าง ๆ อันเก็บเกี่ยวพริกไทยดังได้กล่าวมาแล้ว ถ้าแม้ว่าพ่อค้าคน ๑ คนใดได้ซื้อพริกไทยหรือลักลอบเอาพริกไทยไปจากตำบลต่าง ๆ ที่ได้ยกไว้ให้แก่บริษัทถ้าจับได้และไต่สวนเปนสัตย์แล้ว ให้ริบพริกไทยจากผู้กระทำผิดทั้งหมดยกให้แก่บริษัท และให้ปรับผู้กระทำผิดเปนเงินพินัยหลวง ๑๖ ปาดาก ข้อ ๔ ผู้เปนหัวหน้าของบริษัทจะต้องทำบาญชีอย่างลเอียดบอกจำนวนพริกไทยที่ได้ซื้อไว้ภายในปี ๑ และในจำนวนพริกไทยที่บริษัทได้ซื้อไว้ ๑๐๐ บาหานั้นให้ยกไว้สำหรับใช้ในราชการของพระเจ้ากรุงสยาม ๑๐ บาหา แต่ต้องคิดหักเงินให้แก่บริษัทตามราคาบาหาละ ๑๖ ปาดาก ถ้าแม้ว่าพระเจ้ากรุงสยามจะมีพระราชประสงค์พริกไทยมากกว่าจำนวนนี้แล้ว และถ้าพริกไทยของบริษัทยังมีเหลืออยู่ในโรงเก็บของ และถ้าบริษัทเห็นสมควรแล้วก็ให้จำหน่ายพริกไทยถวายตาม ประราชประสงค์ได้ การที่พระเจ้ากรุงสยามจะต้องพระราชประสงค์พริกไทยเพิ่มเติมขึ้นนั้น จะเอาได้ก็แต่ฉเพาะตามสญญาข้อนี้ และเวลาจะชำระเงินค่าพริกไทยก็จะต้องเอาพริกไทยมาชำระให้แทนเงิน ข้อ ๕ ถ้าหากว่าเจ้าพนักงารของเจ้าคลังจะไม่ต้องการพริก ไทยรายนี้แล้วบริษัทจะได้รับเอาพริกไทยไว้ทั้งหมด ในส่วนเงิน

๑๘๖ ค่าพริกไทยนั้น บริษัทจะต้องชำระเปนเงินปาดากเมืองสะเปนเพราะเงินชนิดนี้มีเนื้อเงินบริสุทธิ์กว่าเงินอย่างอื่น ถ้าแม้ว่าเวลาที่จะชำระเงินบริษัทไม่มีเงินชนิดนี้จะจ่าย และบริษัทจะต้องการจ่ายเปนเงินชนิดอย่างอื่นแล้ว ก็ต้องคิดเพิ่มตามจำนวนเนื้อเงินที่ขาดไปตามแบบธรรมเนียม ที่เคยทำกันมาในเวลาแลกเปลี่ยนเงินปาดากนั้น ถ้าหากว่าบริษัทจะได้ชำระเปนเงินลิ่มอันมีเนื้อเงินบริสุทธิ์กว่าเงินปาดากสะเปนแล้ว ข้างฝ่ายไทยก็จะต้องคิดหักจำนวนเนื้อเงินที่ผิดกันดุจเดียวกัน ข้อ ๖ ในส่วนที่เมืองนครศรีธรรมราชนั้น บริษัทจะได้ไปตั้งห้างเพื่อไปคอยรับซื้อพริกไทยซึ่งจะได้เก็บเกี่ยวในเมืองนั้นและเมืองใกล้เคียง ซึ่งขึ้นอยู่แก่รัฐบาลสยามตามข้อสัญญาที่ได้กล่าวมาข้างตอนต้นนั้น กล่าวคือ พ่อค้าชาวต่างประเทศก็ดี คนพื้นเมืองก็ดี จะนำพริกไทยไปขายให้แก่คนอื่นนอกจากขายให้แก่บริษัทไม่ได้ หรือผู้ใดจะรับซื้อพริกไทยไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทไม่ได้ ถ้าผู้ใดขัดขืนในข้อนี้แล้วก็ให้ริบพริกไทยไว้เปนสมบัติของบริษัท และให้ปรับผู้ที่ซื้อพริกไทยไว้นั้นเปนพินัยหลวง ๑๖ ปาดาก บริษัทจะได้ทำบาญชียื่นต่อเจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยาม บอกจำนวนพริกไทยที่ได้ซื้อไว้ในปี ๑ เจ้าพนักงารจะได้ส่งบาญชีนั้นไปยังเจ้าคลัง เพื่อจะได้ชักพริกไทยไว้ ๑๐๐ บาหา ต่อ ๑๐ บาหา ดังได้กล่าวมาในข้อ ๔ นั้นแล้ว

๑๘๗ ข้อ ๗ ถ้าหากว่าพริกไทยอันได้เพาะปลูกไว้ในพระราชอาณาจักร์สยามตลอดถึงเมืองนครศรีธรรมราช จะเปนจำนวนพริกไทยมากมาย และบริษัทจะไม่ต้องการรับซื้อไว้ทั้งหมดแล้ว บริษัทจะได้ซื้อพริกไทยไว้แต่ฉเพาะเท่าจำนวนที่ต้องการเท่านั้น และบริษัทจะได้ทำรายงาร ยื่นให้เจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยามทราบล่วงหน้าปี ๑ ว่าบริษัทจะต้องการพริกไทยมากน้อยเท่าใด เมื่อได้ทราบจำนวนแล้ว พระเจ้ากรุงสยามจะได้บังคับให้เจ้าพนักงารส่งพริกไทยเท่าจำนวนที่บริษัทจะต้องการเท่านั้น ข้อ ๘ มองซิเออร์เดลานด์ ได้ส่งสำเนาหนังสือสัญญาไปยังบริษัทฉบับ ๑ เปนหนังสือสัญญาที่มองซิเออร์เดลานด์ได้ทำไว้กับเสนาบดีของพระเจ้ากรุงสยาม ตกลงรับซื้อพริกไทยทั้งหมดอันได้เพาะปลูกในพระราชอาณาจักร์สยาม โดยตัดตอนมิให้ชาวต่างประเทศชาติอื่น ๆ ซื้อได้เปนอันขาด กับได้ส่งสำเนาในหนังสือสัญญาอีกฉบับ ๑ ซึ่งเสนาบดีของพระเจ้ากรุงสยามได้ร่างส่งมาให้ เราได้ตรวจดูข้อความในหนังสือสัญญาทั้งสองฉบับนี้แล้ว เห็น ว่า หนังสือสัญญาฉบับที่เสนาบดีไทยได้ร่างส่งมานั้น มีข้อความผิดกันกับความต้องการของมองซิเออร์เดลานด์ เพราะขาดข้อที่สำคัญ ๆ ทุกข้อ เราจึงได้แก้ไขข้อความดังได้กล่าวมาในข้อต้น ๆ นี้แล้ว เพราะฉนั้นเราจึงต้องขอพระมหากรุณาของพระเจ้ากรุงสยาม ขอให้โปรดจัดการให้ได้ทำสัญญา ตามความต้องการของเราทุก ๆ ข้อ และฝ่ายเราก็จะรับสัญญาว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาทุกประการ ๑๘๘ ข้อ ๙ พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงพระกรุณาโปรดยกสินค้าอันมาจากเมืองยี่ปุ่นและเมืองจีนให้แก่บริษัทแล้ว คือ จะได้พระราชทานสินค้าเหล่านี้แลกเปลี่ยนกับเงินสดและสินค้าต่าง ๆ ซึ่งบริษัทจะได้ส่งมาจากประเทศฝรั่งเศส ถ้าได้เปนเช่นนี้ได้จริงแล้วก็จะเปนประโยชน์ต่อบริษัทมาก แต่สินค้าที่พระเจ้ากรุงสยามจะพระราชทานมาแลกเปลี่ยนกับบริษัทนั้น จะต้องเปนสินค้าอันจะสมควรไปจำหน่ายที่ประเทศฝรั่งเศสได้ และราคาสินค้าเหล่านั้นจะต้องเปนราคาที่สมควร เมื่อได้ตกลงกันตามข้อนี้แล้ว พระเจ้ากรุงสยามควรจะพระราชทานบาญชีมาให้เราทราบว่า สินค้าที่จะมีพระราชประสงค์ให้ส่งมาจากยุโรปนั้น จะเปนสินค้าชนิดใดและจำนวนมากน้อยเท่าใด และฝ่ายเราก็จะได้ทำบาญชีถวายให้ทรงทราบว่า เราจะต้องการสินค้าอย่างใดจำนวนเท่าใด อันจะเปนสินค้าเหมาะสำหรับ ส่งไปจำหน่ายยังประเทศฝรั่งเศสได้ ข้อ ๑๐ ถ้าแม้ว่าการที่พระเจ้ากรุงสยาม มีพระราชประสงค์จะทำการค้าขายกับบริษัท จะไม่เปนประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่ายแล้ว ก็ขอให้ทำความตกลงในข้อเหล่านี้ต่อไป คือ ข้อ ๑๑ ขอให้เรามีอำนาจทำการค้าขายโดยสดวกทุกอย่าง ดังเราได้เคยทำการค้าขายกับเจ้าแผ่นดิน และเจ้านายในฝ่ายอินเดียมาแล้ว การที่เราขออำนาจทำการค้าขายโดยสดวกนั้นก็คือ ให้เรามีอำนาจขายสินค้า ของเราให้ผู้ที่จะรับซื้อโดยไม่เลือกหน้า ว่าจะ

๑๘๙ เปนใครได้ทุกเมื่อ โดยเจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยามไม่ว่าชั้นสูงหรือชั้นต่ำ จะมาห้ามปรามกีดขวางทั้งทางตรงหรือทางอ้อมไม่ได้เปนอันขาด ถ้าเจ้าพนักงารคนใดมาทำการขัดขวางของเราแล้ว ก็ขอให้เรามีอำนาจที่จะกราบทูลฟ้องร้องต่อพระเจ้ากรุงสยามได้ และขอให้พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงบังคับให้เราได้รับความชอบธรรมของเราทุกประการ ข้อ ๑๒ ในเวลาที่เรือซึ่งมาจากเมืองยี่ปุ่นเมืองจีนเมืองเขมรและเมืองอื่น ๆ ในทวีปอินเดียได้มาถึงแล้ว ก็ขอให้เจ้าพนักงารของบริษัทมีอำนาจที่จะซื้อสินค้าทั้งปวงได้ทุกชนิด และตามจำนวนมากและน้อยแล้วแต่จะต้องการ โดยเจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยามไม่ว่าเจ้าพนักงารชนิดใดชั้นสูงหรือชั้นต่ำ จะมากีดขวางกั้นกางไม่ได้ หรือเจ้าพนักงารของพระเจากรุงสยามจะไปห้ามปรามไม่ให้พ่อค้าเหล่านี้ขายสินค้าให้แก่บริษัทก็ไม่ได้ หรือเจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยามจะไปทำโทษพ่อค้าเหล่านี้อย่างใด ๆ ก็ไม่ได้ ถ้าเจ้าพนักงารคนใดกระทำการอันผิดดังว่ามานี้แล้ว ก็ขอให้บริษัทมีอำนาจที่จะกราบทูลกล่าวโทษต่อพระเจ้ากรุงสยามได้ ดังกล่าวมาในข้อบนนี้แล้ว ข้อ ๑๓ ถ้าหากว่าบริษัทจะจัดให้ผู้ใดไปหาซื้อสินค้าจากเมืองเขมรและเมืองอื่น ๆ ในประเทศอินเดียโดยฉเพาะก็ดี หรือบริษัทจะสั่งให้พ่อค้าคนใดไม่ว่าชาติใด ๆ จัดส่งสินค้าจากเมืองเหล่านี้ก็ดี สินค้าเหล่านี้จะต้องเปนของบริษัททั้งสิ้น จะชักเอาภาคหลวงไม่ได้ ๑๙๐ ข้อ ๑๔ ถ้าบริษัทมีความประสงค์จะส่งสินค้าเข้าไปเมืองยี่ปุ่นและเมืองจีน ก็ขอให้พระเจ้ากรุงสยามได้พระราชทานพระราชานุญาตให้บริษัทได้บันทุกสินค้าลงเรือ และอนุญาตให้พ่อค้าลงเรือด้วยตามจำนวนมากและน้อยแล้วแต่บริษัทจะเห็นสมควร และเมื่อจะบันทุกสินค้ากลับมาจากเมืองจีนและเมืองยี่ปุ่น ก็ขอให้ได้บันทุกกลับมาในเรือลำที่ไปนั้นได้ ถ้าพระเจ้ากรุงสยามทรงมีสิทธิอย่างใดในเมืองนี้ เช่นยกเว้นไม่ต้องเสียค่าระวางเรือ ก็ขอให้บริษัทได้รับสิทธิยกเว้นค่าระวางเรือในสินค้าทั้งปวงทั้งไปและมาด้วย แต่ถ้าพระเจ้ากรุงสยามไม่ยอมพระราชทานสิทธิให้แก่เราเช่นนี้ เราก็จะยอมเสียค่าภาษี และค่าระวางเรือตามอัตราและธรรมเนียมที่เคยทำกันมาแล้ว ข้อ ๑๕ ถ้าบริษัทจะส่งเรือมาจาก ฝั่งเมืองเบงกอลลำเดียวก็ตาม หรือหลายลำก็ตาม และได้บันทุกของต่าง ๆ อันเปนของ ๆ บริษัทก็ดีหรือเปนของ ๆ คนที่ประจำในเรืออันเปนคนมาจากอินเดียก็ดี ก็ขอให้ได้รับความยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอย่างใด ๆ และขอให้ถือว่าเรือเหล่านี้เหมือนกับเรือที่จะมาจากประเทศฝรั่งเศสหรือจะมาจากเมืองสุหรัต อันเปนเรือของบริษัททั้งสิ้น และให้ได้รับความยกเว้นดุจเดียวกัน ข้อ ๑๖ ถ้าพ่อค้าต่างประเทศไม่ว่าชนชาติใดประเทศใด จะ บันทุกสินค้าลงเรือของบริษัทซึ่งออกจากเมืองสุหรัตก็ดี จากฝั่งคอรอมันเดลก็ดี จากเมืองเบงกอลก็ดี ก็ขอให้พ่อค้าเหล่านี้ ๑๙๑ ได้รับความยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอย่างใด ๆ ถ้าชาวฝรั่งเศสคนใดที่เปนพ่อค้าแต่มิได้เกี่ยวข้องกับบริษัทแล้ว ก็ขอให้ได้รับอำนาจที่จะซื้อขายสินค้าต่าง ๆ ได้ดุจเดียวกับบริษัท และขอให้บริษัทมีสิทธิที่จะซื้อจะขายสินค้า จากบุคคลชาวฝรั่งเศสได้ทุกเมื่อ ข้อ ๑๗ บรรดาชาวฝรั่งเศสทุก ๆ คนซึ่งอยู่ในประเทศไทยนั้น จะมีครอบครัวก็ตามหรือเปนโสดก็ตาม เมื่อจะออกจากเมืองไทยไปในที่ใด ๆ ก็ขอให้พวกฝรั่งเศสเหล่านี้ไปได้โดยสดวกและโดยไม่มีใครจะขัดขวางห้ามปรามไว้ได้ เว้นแต่คนฝรั่งเศสเหล่านี้จะเปนหนี้สินอยู่ หรือกระทำความผิดอย่างใดอันจะเปนข้อขัดขวางที่จะอนุญาตให้ออกไปนอกเมืองไม่ได้แล้ว ถ้าเช่นนั้นให้เจ้าพนักงารจับชาวฝรั่งเศสเหล่านั้นส่งต่อหัวหน้าของพวกฝรั่งเศส หัวหน้าจะได้ไต่สวนและพิจารณาคดีนั้น ๆ ให้เด็ดขาดต่อไป ข้อ ๑๘ ถ้าบุคคลผู้ใดซึ่งทำการของบริษัทก็ดี หรือเปนคนใช้ของบริษัทก็ดี จะไปเปนถ้อยเปนความกับพวกแขกมัวหรือชนชาติใดก็ตาม ก็ให้เจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยามผู้เปนนายของชนชาตินั้น ๆ ได้ไต่สวนพิจารณาคดีเหล่านั้นโดยยุติธรรม ข้อ ๑๙ ขอให้พระเจ้ากรุงสยามได้โปรดพระราชทานบ้านให้เราอยู่อีกแห่ง ๑ เพราะบ้านที่เราอาศรัยอยู่เวลานี้เล็กคับแคบนักทั้งไกลกับทำเลค้าขายด้วย ถ้าได้บ้านของพระซีมอราช (Pra Simorat) ทั้งเรือนโรงอันใกล้เคียงด้วย ก็จะเปนที่เหมาะดีมาก

๑๙๒ ข้อ ๒๐ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามได้โปรดมีรับสั่งกับมองซิเออร์เดลานด์ ว่าจะได้พระราชทานสินค้าในเมืองภูเก็จให้แก่บริษัททั้งหมดเพราะฉนั้น เราจึงต้องขอพระมหากรุณาได้พระราชทานพระราชา นุญาตให้บริษัทได้เปนผู้จำหน่ายสินค้าในเมืองภูเก็จได้แต่ฝ่ายเดียว ทั้ง ขอให้ได้ค้าขายดีบุกด้วย ข้างฝ่ายบริษัทจะได้ไปตั้งห้างที่เมืองภูเก็จ และจะได้ส่งเรืออันบันทุกสินค้าต่าง ๆ จากฝั่งคอรอมันเดลมาที่เมืองภูเก็จปีละ ๑ ลำ ทุก ๆ ปีไป ข้อ ๒๑ ถ้าหากว่าพ่อค้าคนใดหรือบุคคลใด ได้ไปรับซื้อสินค้าจากบริษัท หรือซื้อสินค้าจากคนของบริษัท และเมื่อถึงกำหนดที่จะต้องชำระเงิน แต่ผู้นั้นหาชำระไม่แล้ว ก็ขอให้พระเจ้ากรุงสยามได้โปรดมีรับสั่งให้เจ้าพนักงาร เที่ยวสืบจับผู้ที่เปนหนี้บริษัทหรือคนของบริษัท และให้เจ้าพนักงารได้บังคับให้ลูกหนี้ได้ใช้หนี้จงครบ ข้อ ๒๒ บรรดาคนชาติฝรั่งเศสทุกคนตลอดทั้งคนของชาวฝรั่งเศสเหล่านั้นมีอำนาจที่จะไปมาได้ทั่วทั้งพระราชอาณาจักร์ โดยเจ้าพนักงารด่านภาษีหรือเจ้าพนักงานคน ๑ คนใด จะห้ามปรามหรือเรียกไปถามปากคำอย่างใดไม่ได้เปนอันขาด แต่ถ้าเรือจะออกจากเมืองไทยแล้ว เจ้าพนักงารด่านภาษีจะขึ้นไปตรวจบนเรือก็ได้ เพื่อไปตรวจค้นว่าจะมีคนหนีไปซุกซ่อนในเรือ หรือจะมีคนที่เปนหนี้หนีไปในเรือนั้น ตามธรรมเนียมที่เคยทำกันมาแล้วก็ได้ แต่การที่เจ้าพนักงารด่านภาษี จะขึ้นไปตรวจบนเรือนั้นจะต้องทำการโดยรีบด่วนจะชักช้าไม่ได้ และฝ่ายเรือลำนั้นก็ไม่จำเปนต้องรอเจ้าพนักงารด่านภาษี เพื่อกันมิให้เสียเวลาของเรือ ๑๙๓ ข้อ ๒๓ ถ้าคนใด คน ๑ ซึ่งทำการของบริษัทได้เปนผู้ร้ายลักของหรือกระทำความผิดอย่างอื่น ถ้าคนนั้นเปนคนของชาติฝรั่งเศสแล้ว เจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยามจะต้องมีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิด เมื่อได้ตัวมาแล้วก็ให้นำตัวไปมอบไว้กับหัวหน้าของบริษัท ถ้าผู้กระทำผิดเปนชนชาติอินเดียหรือชาติอื่น ๆ จะเปนชาติใดก็ตาม เมื่อเจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยามสืบสวนจับตัวได้แล้ว ก็ให้เจ้าพนักงารนำความแจ้งให้หัวหน้าของบริษัททราบ เพื่อหัวหน้าของบริษัทจะได้ฟ้องร้องกล่าวโทษ ตามกระบิลเมืองต่อไป ถ้าคนอื่น ๆ ซึ่งมิได้เปนพนักงารของบริษัท ได้เปนผู้ร้ายลักของในห้างของบริษัทแล้ว ก็ให้ปฏิบัติการดุจเดียวกับที่กล่าวมาข้างบนนี้แล้ว ข้อ ๒๔ บรรดาเรือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปนเรือชนิดใดอันเปนเรือของชนชาติฝรั่งเศส ถ้าจะถูกอัปปางจำเปนต้องแวะเข้ามาอาศรัยหรือมาแตกตามฝั่งชายทะเลในพระราชอาณาเขตแล้ว พระเจ้า กรุงสยามจะเก็บริบเรือที่แตกนั้นไม่ได้เปนอันขาด แต่บริษัทมีอำนาจที่จะไปเก็บขนเอาเรือที่ถูกอัปปางและของต่าง ๆ ในเรือได้ทุกอย่าง โดยไม่มีใครจะขัดขวางห้ามปรามได้ ข้อ ๒๕ เมื่อบริษัทเห็นว่าที่ใดเปนที่จำเปนสำหรับเปนการสดวก แก่การค้าขายแล้ว ก็ให้บริษัทมีอำนาจไปตั้งห้างและร้านโรงตามเมืองต่าง ๆ หรือตำบลต่าง ๆ ในพระราชอาณาเขตได้ตามแต่

๑๙๔ จะเห็นควร เมื่อบริษัทได้ไปตั้งห้างในที่เหล่านั้นแล้ว ก็ให้บริษัทได้รับพระราชทานสิทธิต่าง ๆ ดังได้กล่าวมาข้างบนนี้แล้วทุกประการ

วันที่ ๑๖ เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ.๒๒๒๘) คัดย่อความจากจดหมายที่มองซิเออร์เวเรต์ ผู้อำนวยการของบริษัท ได้เขียนจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๑๖ เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) สินค้าที่จะค้าขายได้ในเมืองแถบเหล่านี้มีต่าง ๆ กันหลายอย่าง และข้าพเจ้าได้สืบทราบเปนแน่ว่า การค้าขายเหล่านี้พอทำได้โดยมีทุนกว่าสามหรือสี่ล้าน เพราะข้าพเจ้าได้สืบจากคนหลายคนซึ่งมีความรู้ และความชำนาญถึงการค้าขายในเมืองเหล่านี้ ถ้าบริษัทได้มาค้าขายแล้วก็จะเปนประโยชน์ต่อบริษัทมาก และข้าพเจ้าเชื่อใจแน่ว่าในไม่ช้าทุนที่ได้ลงไปนั้น ก็คงจะเพิ่มอีกเท่า ๑ ดังท่านจะเห็นได้ตามบาญชีที่ข้าพเจ้าได้ส่งมาให้ท่านดูด้วยแล้ว ตามที่ท่านถามข้าพเจ้าว่า ถ้าจะส่งสินค้ามาจำหน่ายในเมืองนี้จะได้กำไรเท่าไรนั้น ในเรื่องนี้ข้าพเจ้าสืบได้ความว่า แต่เดิมมาเมื่อยังมีพ่อค้าใหญ่ ๆ ทำการค้าขายอยู่ พ่อค้าเหล่านี้ได้กำไรจากสินค้าที่ส่งมาจากทวีปยุโรป และเมืองสุหรัตราว ๒๕ ถึง ๓๐ เปอร์เซนต์ และถ้าสินค้า เหล่านี้ได้ส่งไปให้ถูกและเหมาะกับภูมิประเทศแล้ว ก็อาจจะได้กำไรอีกเท่านี้

๑๙๕ ในข้อนี้เปนการน่าเชื่อว่าเปนจริง เพราะเหตุว่าถ้าพวกอังกฤษและฮอลันดาไม่ได้กำไรมาก ๆ แล้ว ไหนเลยพวกนี้จะพยายามมาค้าขายในเมืองเหล่านี้เล่า และพวกอังกฤษกับฮอลันดาก็ส่งเรือมาค้าขายในเมืองเหล่านี้ปีละหลาย ๆ ลำ ลำ ๑ บันทุกสินค้าอย่างน้อย เปนราคากว่า ๓ หรือ ๔ แสนแฟรง บาญชีสินค้าที่จะต้องส่งชนิดใดไปเมืองใด และบาญชีสินค้าที่จะได้จากเมืองใดชนิดใด ทั้งกำไรที่จะได้ด้วย ที่เมืองตังเกี๋ยนั้นจะต้องส่งสินค้าไปในราวครึ่ง ๑ หรืออย่างต่ำก็เศษ ๑ ส่วน ๓ ของต้นทุน ๑ ผ้าแดงและผ้าสักหลาดดำ และผ้าอย่างอื่น ๆ สีม่วงบ้าง สีดำบ้าง ๒ ผ้าขาวทุก ๆ ชนิด ที่ส่งมาจากฝั่งคอรอมันเดล ๓ กัลปังหา ทั้งกิ่งและเปนเมล็ด ๔ ชาด และสีต่าง ๆ สำหรับระบายสี ๕ ดีบุก ๖ งาช้าง ๗ พริกไทย ๘ ดินประสิว ๙ หมาก ๑๐ ไม้ฝาง ๑๑ เครื่องแก้วต่าง ๆ อันเปนของแปลก ๆ ๑๙๖ สินค้าที่จะรับมาจากเมืองตังเกี๋ยนั้น คือ ๑ ชมดเชียงอย่างดีที่สุดอันจะหาดีกว่านี้ทั้งโลกเปนไม่ได้ ๒ ผ้าไหมทองไหมเงิน และผ้าไหมอย่างดี ๓ ไหมดิบสีเหลือง ๔ ผ้าขนสัตว์ ๕ แพรทุก ๆ ชนิดอย่างงาม ๖ เครื่องเรือนต่าง ๆ ซึ่งทาน้ำมันเงา จนที่สุดเตียงนอนก็มี ซึ่งเปนของดีน่าใช้อย่างที่สุด ๗ เครื่องลายครามชิ้นใหญ่ ๆ อันเปนของที่ควรจะส่งไปจำหน่ายที่เมืองอินเดียได้ ๘ ทองคำและเงิน สินค้าเหล่านี้พอจะซื้อขายได้เปนราคา ๓ หรือ ๔ แสนแฟรง ต่อปี และคงจะมีกำไรกว่า ๗๐ ถึง ๘๐ เปอร์เซนต์ สำหรับเมืองมาเก๊า สินค้าทั้งหลายที่ควรส่งเมืองจีนก็จะส่งเมืองมาเก๊าได้เหมือนกัน นอกจากนี้จะส่งของอื่น ๆ ไปอีกก็ได้ คือ ๑ หมวกทุก ๆ ชนิด แต่ต้องส่งอย่างฝีมือหยาบมากกว่าอย่างลเอียด ๒ เครื่องกระจุกกระจิกต่าง ๆ ทุก ๆ อย่าง ๓ ผ้าแพรอย่างบางเนื้อลเอียดสำหรับตัดเสื้อผู้ชาย พวกปอตุเกตชอบเอาแพรสีดำตัดเสื้อกางเกงใช้

๑๙๗ ๔ ผ้าลูกไม้โปร่ง ถักด้วยไหมทองบ้าง ไหมเงินบ้าง ไหมธรรมดาบ้าง แต่ผ้าลูกไม้เหล่านี้ต้องทำอย่างบางและเบาที่สุดที่จะทำได้ ๕ ถุงเท้าแพร ๖ ดาบและกระบี่ ๗ ปืนเล็กและปืนสั้นและปืนพกต้องการมากกว่าปืนอย่างอื่น ๘ ศิลาสำหรับปืน ๙ สุรา ต่าง ๆ และเหล้าบรั่นบันจุขวด ถ้ามีสินค้าเหล่านี้ไปจำหน่ายโดยราคาต้นทุน ๓ หมื่น หรือ ๔ หมื่นปอนด์ (ฝรั่งเศส) ไม่ช้าก็คงจะจำหน่ายได้หมด และคงจะได้กำไรกว่า ๑๐๐ ต่อ ๑๐๐ สินค้าที่จะได้รับจากเมืองจีนนั้น มี ๑ ไหมมีจำนวนมาก และมีไหมอยู่ ๓ ชนิด ๒ ผ้าปักไหมทองไหมเงินและปักไหมธรรมดา อย่างงามมาก ๓ ผ้าแพรอย่างดี ๔ ใบชาอย่างดี ๕ โกฎน้ำเต้า แต่ของสิ่งนี้ไม่ใคร่เปนประโยชน์เท่าไรนัก ๖ ชมดเชียงอย่างดี แต่พวกจีนเปนคนโกงมากมักเปนเสียเสมอ ๗ เครื่องลายครามอย่างดี จะหาที่ไหนในโลกนี้สู้ไม่ได้ ๘ เครื่องเรือนทาน้ำมันเงา แต่ของเหล่านี้สู้ทางเมืองตังเกี๋ยไม่ได้ ๑๙๘ ๙ เครื่องสำหรับทำครัวทุกอย่าง ของเหล่านี้ถ้าไปจำหน่ายในเมืองอินเดียจะได้กำไรมาก ๑๐ ทองคำ ๑๑ พลอยทับทิม ๑๒ น้ำตาล ๑๓ เปลือกไม้สำหรับทำยาควีนีน ๑๔ รากไม้หลายอย่างสำหรับทำยา ๑๕ แร่เหล็ก (ซัลเฟตออฟไอรอน) สินค้าที่จะส่งไปเมืองจีน คือ ๑ ผ้าอย่างบางและเนื้อลเอียด ผ้านี้ต้องเปนผ้าเนื้อบางยิ่งกว่าที่จะส่งไปแห่งอื่น ๆ ทุกแห่ง และเปนผ้าแดงมากกว่าผ้าอย่างอื่น ผ้าสักหลาดนั้นต้องเปนสักหลาดสีดำสีม่วงและสีขาว ๒ ผ้าเซีช สีอย่างเดียวกันกับที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ให้ส่งผ้าอย่างเนื้อหยาบมากกว่าอย่างเนื้อลเอียด ๓ กัลปังหาเปนเมล็ดเปนก้อน ถ้าจะส่งกัลปังหาที่เปนกิ่งบ้างก็ได้เล็กน้อย ๔ อำพันดิบ ยิ่งเปนก้อนใหญ่ ๆ ยิ่งดีกว่าก้อนเล็ก ๆ และต้องเปนอำพันสีเหลืองมะนาว สีแดงใช้ไม่ได้ ๕ เครื่องแก้วต่าง ๆ ทุก ๆ อย่างที่เปนของแปลก ๆ ๖ ลูกปัดทำด้วยแก้วขนาดเล็ก สำหรับมาร้อยทำเปนสร้อยข้อมือ

๑๙๙ ๗ เครื่องกระจุกกระจิกต่าง ๆ ทุกอย่าง ๘ สุราต่าง ๆ และเหล้าบรั่น ดังได้กล่าวมาแล้ว ๙ ผ้าต่าง ๆ ทุกชนิด ซึ่งส่งมาจากเมืองสุหรัตและฝั่งคอรอมันเดล ๑๐ ไม้ฝาง ๑๑ หมาก ๑๒ ดีบุก ๑๓ งาช้าง ๑๔ ทองแดงมาจากยี่ปุ่น สินค้าที่จะส่งไปยังเมืองจีนนั้น ควรคิดเปนทุนเศษ ๑ ส่วน ๓ ของต้นทุนแต่ต้องคิดเปนเงินเหรียญสะเปน ปี ๑ คงจะค้าได้เปนเงินกว่า ๔ แสนถึง ๕ แสนแฟรง และ คงจะได้กำไร ๑๐๐ ต่อ ๑๐๐ เมืองยี่ปุ่น การที่จะค้าขายกับเมืองยี่ปุ่นนั้นไม่จำเปนจะต้องลงทุนอย่างใดด้วยสินค้าทุก ๆ อย่าง จำหน่ายได้ดีทั้งนั้น แต่สินค้าที่จะเอาไปจำหน่ายนั้น ต้องเปนของราคาถูกที่สุด สินค้าทั้งปวงที่จำหน่ายได้ในเมืองจีนและเมืองตังเกี๋ย ก็จำหน่ายในเมืองยี่ปุ่นได้ดีเหมือนกัน ของที่จะได้รับแลกเปลี่ยนกับสินค้าที่ส่งเข้าไปจำหน่ายนั้น มี ๑ ทองคำ ๒ เงิน

๒๐๐ ๓ ทองแดง ๔ เครื่องกระจุกกระจิกต่าง ๆ ทำด้วยทองและเงิน ๕ หีบไม้เล็ก ๆ ๖ ฉากทาน้ำมันเงา ๗ เครื่องลายคราม เปนของเหมาะสำหรับเอาไปจำหน่ายในอินเดีย ๘ การบูร ๙ ใบชา สินค้าต่างๆ ที่จะรับมาจากยี่ปุ่นนั้น คงไม่ได้กำไรมากเท่ากับสินค้าที่จะส่งเข้าไปจำหน่ายในเมืองนั้น แต่เราจะค้าขายมากก็ได้น้อยก็ได้ตามชอบใจ และกำไรที่จะได้นั้นก็อยู่ในราว ๗๐ ถึง ๘๐ เปอร์เซนต์ สินค้ากับเมืองลาว จะต้องมีเงินสยามไปเปนทุนบ้างเล็กน้อย ของที่จะส่งไปจำหน่ายในเมืองลาวนั้น มี ๑ ผ้าสีแดงและสีเขียว แต่ต้องการผ้าเนื้อหยาบ ๒ ผ้าเซีช สีอย่างเดียวกับที่ได้กล่าวมาแล้ว ๓ ผ้าทุก ๆ ชนิดที่มาจากเมืองสุหรัต และฝั่งคอรอมันเดล สินค้าที่จะได้รับจากเมืองลาวนั้น มี ๑ พลอยทับทิมอย่างดี ๒ ชมดเชียงอย่างดี ๓ รง ๒๐๑ ๔ งาช้าง ๕ การบูร ๖ นอแรด ๗ หนังโคและหนังกวาง เปนของที่จำหน่ายเมืองยี่ปุ่นได้ดี ๘ กำยาน การค้าขายกับเมืองลาวคงจะได้กำไรกว่า ๒๐ เปอร์เซนต์ ตามที่ท่านผู้อำนวยการของบริษัทที่เมืองสุหรัต ได้สั่งให้มองซิเออร์เดอลูแวง ขึ้นไปตรวจพริกไทยซึ่งเพาะปลูกกันในเมืองไทยฝ่ายเหนือ และติดกับเขตแดนเมืองลาวนั้น เมื่อข้าพเจ้าได้กลับมาจากเมืองสงขลา แล้วจะได้ขึ้นไปตรวจดูพริกไทยตามคำสั่งของท่านผู้อำนวยการ และข้าพเจ้าจะได้พยายามหาหนทางที่จะทำการค้าขายกับพวกลาวต่อไปได้ มีคนมารับรองกับข้าพเจ้าว่าพวกลาวเปนคนที่ซื่อตรงมาก พระเจ้ากรุงสยามได้ทำสงครามกับพวกลาวมาช้านานแล้ว สินค้าเมืองไทย สินค้าที่จะรับจากเมืองไทยนั้น มี ๑ ดีบุก ๒ ไม้ฝาง ๓ งาช้าง ๔ พริกไทย ซึ่งได้ยกให้เราแล้ว ๕ หนังโคและหนังกวาง ซึ่งได้ยกให้พวกฮอลันดาเสียแล้ว

๒๐๒ พวกไทยไม่มีเครื่องแต่งตัวอย่างไร นอกจากเอาผ้าสีผืนยาว ๆ พันกาย ทั้งผู้หญิงผู้ชาย พอบังกายเท่านั้น สินค้าเมืองเขมร สินค้าที่จะต้องส่งไปยังเมืองเขมรนั้น มี ๑ ผ้าแดง ๒ ผ้าแดงมาจากเมืองสุหรัต ๓ ผ้าขาวมาจากฝั่งคอรอมัลเดล ๔ เครื่องทำครัวต่าง ๆ ซึ่งส่งมาจากเมืองจีน ๕ เข้าเปลือก ๖ เกลือ สินค้าเหล่านี้เปนสินค้าเล็กน้อย ข้าพเจ้าได้ส่งสินค้าไปเปนราคา ๕๐๐ แฟรงเพื่อทดลองดูแล้ว สินค้าที่จะได้รับจากเมืองเขมรนั้นมี ๑ งาช้าง ๒ กำยาน มี ๓ ชนิด ๓ รง ๔ รังนก เปนของที่จะส่งไปจำหน่ายที่เมืองจีนได้ดี ๕ เอ็นกวาง ๖ หนังโคและหนังกวาง ถ้าจะค้าขายกับเมืองเขมรปี ๑ ก็พอจะไปได้อยู่ในราว ๓ เที่ยว


๒๐๓ สินค้าเมืองญวน สินค้าที่จะส่งไปจำหน่ายเมืองญวนนั้นมี ๑ ผ้าแดงและผ้าดำ ๒ ผ้าต่าง ๆ ซึ่งส่งมาจากเมืองสุหรัตและฝั่งคอรอมันเดล ๓ เข้าเปลือก ๔ เครื่องภาชนะสำหรับทำครัว ๕ เกลือ สินค้าที่จะได้รับมาจากเมืองญวนนั้นมี ๑ ดีบุก ๒ หมาก ๓ ไม้ฝาง ๔ งาช้าง ๕ ไหมดิบ ๖ หนังโคและหนังกวาง ๗ ทองคำ ถ้าจะค้าขายกับพวกญวนแล้วจะต้องระวังให้มาก เพราะในฝ่ายประเทศอินเดียไม่มีชนชาติใดจะโกงเท่ากับพวกญวนเลย ปี ๑ พอจะทำการค้าขายกับเมืองญวนได้โดยมีทุนราว ๒ หมื่น ถึง ๓ หมื่นปอนด์ (ฝรั่งเศส) สินค้าเมืองตีมอร์ ถ้าจะทำการค้าขายกับเมืองตีมอร์ จะต้องมีทุน

๒๐๔ สินค้าที่จะส่งไปจำหน่ายเมืองตีมอร์ ได้นั้นคือ ๑ ผ้าทุก ๆ ชนิดที่ส่งมาจากเมืองสุหรัตและฝั่งคอรอมันเดล ๒ ตะกั่ว ๓ ดินปืน สินค้าที่จะได้รับจากเมืองตีมอรนั้น มี ๑ ทองคำ ๒ ไม้จันทน์ ๓ รังนก ๔ ครั่ง ๕ ทาส ปี ๑ จะค้าขายได้ในเมืองนี้มีทุนกว่า แสนแฟรง และคงจะได้กำไรกว่า ๖๐ เปอร์เซนต์ สินค้าเมืองมะนิลา สินค้าที่จะส่งไปจำหน่ายในเมืองมะนิลาได้นั้น คือ ๑ เครื่องกระจุกกระจิกทุกอย่างที่ทำในประเทศฝรั่งเศส ๒ หมวกต่าง ๆ ๓ ผ้าไหมทองไหมเงินและผ้าไหม ๔ ไหมดิบ และสิ่งต่าง ๆ ที่ทอด้วยไหม ๕ ผ้าแพรสีต่าง ๆ ๖ แพรดอกสีต่าง ๆ ๗ ผ้าทุก ๆ อย่างที่ส่งมาจากเมืองสุหรัตและฝั่งคอรอมันเดล

๒๐๕ ๘ ผ้าต่าง ๆ ซึ่งส่งมาจากเมืองตังเกี๋ย ๙ กำยาน ๑๐ งาช้าง ๑๑ ดีบุก ๑๒ พริกไทย ๑๓ เข้าเปลือก ๑๔ ชมดเชียง สินค้าที่จะได้รับจากเมืองมะนิลานั้นมี ๑ เงินเหรียญ ๒ น้ำตาล ๓ หอย ซึ่งใช้กันต่างเงินในเมืองไทย ในเมืองมะนิลานี้จะค้าขายได้ปี ๑ กว่า ๔ แสน หรือ ๕ แสนแฟรง และเอากำไรที่จะได้จากเมืองนี้ไปทำทุนที่เมืองอื่นโดยไม่ต้องชักเนื้อเงินออกจากประเทศฝรั่งเศสก็ได้ ยังมีการที่จะค้าขายได้ในเมืองอีกแห่ง ๑ ซึ่งนับว่าเปนการค้าขายใหญ่โตได้ คือในเมืองยำบี เพราะในเมืองนี้มีพริกไทยและดีบุกมาก แต่คนพื้นเมืองยำบีก็เปนคนโกงที่สุดเหมือนกัน ถ้าเราได้ไปตั้งอยู่ที่เมืองสงขลาแล้ว ก็พอจะค้าขายกับเมืองยำบีได้ง่าย เพราะเปนเมืองที่ใกล้เคียงกัน สินค้าเมืองบอนิโอ ถ้าจะค้าขายในเมืองนี้จะต้องใช้ทุนราวครึ่ง ๑

๒๐๖ ของที่จะส่งไปจำหน่ายเมืองบอนิโอได้นั้นมี ๑ ผ้าแดงผ้าเขียว แต่จำนวนเล็กน้อยเท่านั้น ๒ ผ้าต่าง ๆ ที่มาจากเมืองสุหรัตและฝั่งคอรอมันเดล สินค้าที่จะได้รับจากเมืองบอนิโอนั้น มี ๑ ทองคำ ๒ เพ็ชร์ ๓ พริกไทย ๔ การบูร ๕ ครั่ง ปี ๑ จะค้าขายในเมืองนี้ได้ประมาณ ๒ แสน หรือ ๓ แสนแฟรง และคงจะมีกำไรกว่า ๖๐ เปอร์เซนต์






๒๐๗ หัวข้อสำหรับ ให้มองซิเออร์เดอ ลาลูแบร์และมองซิเออร์เซเบเรต์ เอกอัคราชทูต ของพระเจ้ากรุง ฝรั่งเศส ไปจัดการทำสัญญาค้า ขาย ซึ่งพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ มีรับสั่ง ให้ไปทำกับพระเจ้ากรุง สยาม


๑ หนังสือสัญญา ซึ่งมองซิเออร์เดอ โชมองได้ทำไว้ โดยเทียบตาม ความต้องการ ของมองซิเออร์เดอ โชมอง กับข้อตกลงที่พระเจ้า กรุงสยามได้พระราชทานนั้น มี ความบกพร่องมาก ผู้อำนวย การของบริษัทฝ่ายอินเดียตวันออก จึงได้นำความ กราบทูลต่อพระ เจ้ากรุงฝรั่งเศส ว่าตาม ข้อความที่ได้ตกลง ตามหนังสือ

หนังสือสัญญาซึ่งได้ทำในระหว่าง เชอวาเลียเดอโชมอง ราชทูต ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส กับ มองซิเออร์คอนซตันซ์ฟอลคอนผู้ แทนของสมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดพระ ราชทานสิทธิต่าง ๆ ให้แก่บริษัท พ่อค้าฝรั่งเศส ซึ่งไปทำการค้า ขายในอินเดียฝ่ายตวันออก มี ข้อความดังต่อไปนี้ ๑ ท่านราชทูตฝรั่งเศสขอให้สมเด็จ พระเจ้ากรุงสยาม ได้โปรด พระราชทานพระราชานุญาต ให้ บริษัทได้ตั้งห้างในพระราชอาณา จักร์สยามได้ ๒๐๘ สัญญานั้น บริษัทจะรับทำการ ค้าขาย ให้เปนประโยชน์ไม่ได้ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้ทรงทราบ ดังนี้ จึงมีรับสั่งให้มองซิเออร์ เดอลาลูแบร์ กับมองซิเออร์เซเบ เรต์ ไปคิดทำสัญญากับพระเจ้า กรุงสยาม ให้มีข้อความอันเปน หลักฐานมั่นคง และให้ได้เปรียบ ยิ่งกว่านี้ เพราะพระเจ้ากรุง ฝรั่งเศสทรงเชื่อพระทัยว่าเมื่อได้ ทรงแสดงพระราชไมตรี ต่อพระ เจ้ากรุงสยามเช่นนี้แล้ว และเมื่อ พระเจ้ากรุงสยาม ก็ทรงแสดงว่า มีพระราชประสงค์จะเปนพระราช ไมตรี กับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสฉนี้ เมื่อราชทูตขอร้องอย่างใด พระ เจ้ากรุงสยามก็คงจะพระราชทาน ทุกอย่าง อีกประการ ๑ การ ที่จะมีเรื่องติดต่อกัน ในระหว่าง พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และพระเจ้า กรุงสยามนั้น ก็จะมีทางติด


๒๐๙ ต่อกันได้ ด้วยทางค้าขายเท่านั้น เพราะฉนั้น การที่พระเจ้ากรุงสยาม จะทรงพระเมตตาแก่ไพร่ฟ้า ข้า แผ่นดิน ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส นั้นก็จะเปนประโยชน์ต่อพระองค์ เอง และพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ก็จะได้มีโอกาสแผ่พระราชไมตรี ได้อยู่เสมอ ๒ ข้อที่บัญญัติไว้ว่าบริษัทจำเปน จะต้องซื้อสินค้าจากพระคลังหลวง และในข้อที่ พระเจ้ากรุงสยามจะ ทรงเลือกสินค้าต่าง ๆ ที่บริษัท สั่งเข้ามา อันเปนสินค้าที่บริษัท สั่งโดยฉเพาะ ได้ตามพอพระทัย ทุกอย่างนั้น เปนการลบล้าง สิทธิ อันยอมให้บริษัทได้ทำการ ค้าขายได้โดยสดวก ทุกอย่าง เพราะบริษัทได้ขออำนาจที่จะทำ การค้าขายได้โดยสดวกทุกอย่าง






๒ ท่านราชทูตแห่งประเทศฝรั่งเศส ขอให้บริษัทได้ทำการค้าขายโดย สะดวก ได้ทั่วพระราชอาณาจักร์ สยาม และขอให้ได้รับความ ยกเว้นจากภาษีต่าง ๆ ทั้งขาเข้า และขาออก สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามทรง นิยมในพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส จึง พระราชทานพระราชานุญาตให้ บริษัทฝรั่งเศสได้ทำการค้าขายโดย สดวกได้ตลอดทั่วพระราชอาณา

๒๑๐ โดยไม่มีข้อขีดขั้นอย่างใด และ ไทยก็ยอมให้แล้ว เมื่อเปนเช่นนี้ ก็เท่ากับบริษัทจะต้องอยู่ในบังคับ บัญชาของเจ้าพนักงารของพระเจ้า กรุงสยามอยู่ทุกเมื่อ เพราะ เจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยาม จะต้องมีหน้าที่คอยตรวจตราและ เลือกสินค้า ซึ่งบริษัทจะได้ส่งมา จากเมืองอื่นในฝ่ายอินเดียเข้าไป จำหน่ายในเมืองไทย และเจ้า พนักงาร ของพระเจ้ากรุงสยาม ก็คงจะตีราคาสินค้าเหล่านั้นเอา ตามชอบใจ เพราะเหตุฉนี้ ท่านผู้ที่จะไป เปนราชทูตจึงจำเปนต้องคาดคั้น ในข้อนี้ และต้องคิดจัดการให้ บริษัทได้ทำการค้าขายอย่างสดวก โดยไม่มีข้อขีดขั้นอย่างใด ๆ ให้ จงได้ คือว่าเมื่อบริษัทได้บันทุก สินค้าต่าง ๆ มากับเรือของบริษัท ก็ดี หรือบริษัทได้ส่งสินค้าโดย


จักร์โดยไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด ทั้งขาเข้าและขาออก แต่บริษัทจะ ต้องยอมให้ เจ้าพนักงารด่านภาษี ขึ้น ตรวจบนเรือตามธรรมเนียม ของเมืองนี้ พนักงารของบริษัท จะลักลอบเอาสินค้า เข้ามาโดย อ้างนามของบริษัทไม่ได้ ถ้า พนักงารของบริษัท คนใดได้กระทำผิดในข้อนี้ เมื่อพิจารณาเปน สัตย์แล้ว สิทธิของบริษัทข้อนี้ ต้องเปนอันงด จนกว่าพระเจ้า กรุงฝรั่งเศส ผู้ทรงพระปรีชาญาณ จะได้ทรงตัดสินในเรื่องนี้เปนเด็ด ขาด ในข้อที่ว่า ให้บริษัทได้ทำการ ค้าขายโดยสดวกนั้น ต้องเปน ที่เข้าใจว่า บริษัทมีสิทธิที่จะ ซื้อและขายสินค้า ได้ทุกอย่างอัน ไม่ใช่สินค้าที่ ต้องห้ามตามกฎ หมาย สินค้าที่ต้องห้ามนั้น บริษัทจะซื้อได้แต่จากเจ้าพนักงาร ๒๑๑ บันทุกลงเรือต่างประเทศก็ดี เมื่อ เข้าไปถึงเมืองไทยแล้ว ก็ให้ พนักงารของบริษัทได้จำหน่ายสิน ค้าเหล่านั้นได้โดยสดวกทุกอย่าง อย่าให้ใครมากีดขวาง หรือมี ข้อขีดขั้นได้จนอย่างใด และการ ที่จะจำหน่ายสินค้านั้น ต้อง จำหน่ายขายให้ได้ทั้งคนพื้นเมือง หรือคนชาวต่างประเทศก็ได้ จน ที่สุด ถ้าพนักงารของบริษัทจะเห็น ควรเอาสินค้าเหล่านั้น กลับบันทุก ลงเรืออีก เพื่อนำไปจำหน่ายที่อื่น ก็ให้เจ้าพนักงารของบริษัทได้จัดการตามความเห็นได้ โดยไม่ต้องเอาสินค้าเหล่านั้น ขายส่งเข้าไปในพระคลัง ของพระเจ้ากรุงสยาม เว้นแต่การที่จะจำหน่ายสินค้า ให้ แก่พระคลังหลวง จะเปนเรื่อง ที่ได้ตกลงปรองดอง ซึ่งกันและ กันจึงจะได้ ของพระคลังหลวง หรือจากพ่อค้า ซึ่งได้รับมากจากเจ้าพนักงานพระ คลังหลวงเท่านั้น และสินค้าทั้งปวง ซึ่งชนชาวต่างประเทศ ได้พาเข้า มาในพระราชอาณาเขต หรือ สินค้า ซึ่งคนพื้นเมืองนำมาขาย ก็ดี บริษัทจะรับซื้อรับขายได้ ทั้งสิ้น โดยไม่มีข้อห้ามอย่างใด หรือบริษัท จะสั่งสินค้าเข้ามา จำหน่ายเองก็ได้ ถ้าแม้ว่า พระเจ้ากรุงสยาม จะต้องพระราช ประสงค์สินค้าเหล่านี้ แต่อย่างใด อย่างหนึ่งแล้ว ก็จะได้ทรงเอา สินค้า เหล่านี้ไว้ตามพระราช ประสงค์ได้ อีกประการ ๑ พนักงารคนใช้ ของบริษัทจะรับซื้อสินค้าเหล่านี้ ไว้ได้ ก็แต่ฉเพาะสำหรับบริษัท เท่านั้น ถ้าพนักงารของบริษัท คนใดทำการฝ่าฝืนข้อนี้แล้ว แล


๒๑๒ อนึ่ง การที่พนักงารของบริษัท จะซื้อสินค้านั้น ก็ให้เปนเช่น เดียวกัน คือให้พนักงารของ บริษัทมีอำนาจซื้อสินค้าต่าง ๆ ได้ทั้งสินค้าที่มีในเมืองไทยและ สินค้าซึ่งมาจากเมืองอื่น ๆ ใน ฝ่ายอินเดียอันจะมีพ่อค้านำมา ขายให้ก็ได้ และพ่อค้าที่จะนำ มาขายนั้น จะเปนคนชาติฝรั่งเศส หรือชาติใด ๆ ก็ได้ทั้งสิ้น โดย จะมีผู้ใด มาคัดค้านหรือจะยกเหตุ ว่าจะต้องการสินค้าเหล่านั้นสำหรับ ใส่พระคลังหลวง หรือจะอ้างเหตุ อย่างใด ๆ ไม่ได้เปนอันขาด ถ้าราชทูต จะทำความตกลง ในข้อที่จะส่งสินค้า ให้แก่พระเจ้า กรุงสยามก็ได้ คือว่าถ้าพระเจ้า กรุงสยามจะต้องพระราชประสงค์ สินค้าอย่างใด ๆ จากประเทศ ฝรั่งเศสหรือจากเมืองอื่น ๆ บริษัท ก็จะรับหาสินค้านั้น ๆ มาถวาย


กลับไปเข้าเปนพรรคพวก กับพ่อ ค้าอื่น ๆ อันจะเปนเหตุกระทำ ให้การค้าขาย ในประเทศสยามได้ เสียหายไปแล้ว สิทธิต่าง ๆ ของ บริษัทต้องเปนอันงดจ นกว่าพระ เจ้ากรุงฝรั่งเศส ผู้ทรงพระปรีชา ญาณจะได้ตัดสินเปนเด็ดขาดต่อไป


๒๑๓ แต่จะต้องว่าราคา ให้เปนการ ตกลงกันเสียก่อน และพระเจ้า กรุงสยาม จะเอาสินค้าอย่างอื่น ๆ อันเปนสินค้าเมืองไทย หรือ มาจากเมืองจีน เมืองยี่ปุ่นและ เมืองอื่น ๆ มาแลกเปลี่ยนกับ สินค้าของบริษัทก็ได้ หรือพระ เจ้ากรุงสยาม จะทรงชำระเงินสด ทั้งหมดหรือผ่อนใช้ให้ก็ได้ แต่ การที่จะผ่อนใช้เงินนั้นต้องให้เปน การสมควร คือต้องคิดส่วนกำไร และทั้งคิดถึงระยะไกลใกล้ ที่นำ สินค้าเหล่านั้นมา และคิดถึงโสหุ้ย ที่ต้องใช้จ่ายในการนำสินค้านั้น ๆ มาด้วย อีกประการ ๑ บริษัทจะต้องขออำนาจที่จะขน หรือส่งสินค้าได้ ทุกชนิด โดยไม่มีข้อขีดขั้นอย่างใด ตลอดจนถึงสิ่งของ ที่เรียกกันว่า เปนของต้องห้าม ตามกฎหมาย ด้วย ถ้าไทยจะไม่ยอมให้ตาม



๒๑๔ ที่ต้องการนี้แล้ว ก็ขอให้ได้ รับสิทธิเท่ากับ ที่พวกอังกฤษ และ ฮอลันดา ได้เคยรับสิทธิในข้อนี้ มาแล้ว ในข้อที่พวกพนักงารของบริษัท กระทำความผิด หรือฉ้อโกง จะต้องงดสิทธิของบริษัทไว้จนกว่า พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส จะได้ทรงตัด สินในเรื่องนั้น ๆ โดยเด็ดขาดนั้น เปนการกระทำ ให้บริษัทต้องงด การค้าขาย และจะค้าขายให้ เปนการติดต่อ โดยยืดยาวไม่ได้ อยู่เอง เพราะฉนั้นจะต้องเปลี่ยน และแก้ไขความข้อนี้เสีย จะ แก้เปนริบสินค้าเหล่านั้นเสีย หรือ จะแก้ไขเปนปรับตามจำนวนมาก และน้อยแล้วแต่จะตกลงกันก็ได้ ๓ ข้อความในข้อ ๓ นี้ ก็ดูพอ สมควรอยู่แล้ว











๓ ท่านราชทูตแห่งประเทศฝรั่งเศส ขอให้พระเจ้ากรุงสยาม ได้พระ


๒๑๕


ราชทานพระราชานุญาต ให้ บริษัทบันทุกสินค้าทั้งหลายลงเรือ ต่างประเทศส่งไปยังเมืองใด ๆ ก็ ได้ และขอให้สินค้าซึ่งบันทุก ลงเรือต่างประเทศนั้นได้รับความ ยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีอย่างใด ๆ แต่สินค้าเหล่านี้ ในระหว่างที่เดิร ทางอยู่ทั้งไป และมาจะเสียหาย อย่างใดคงอยู่ในความรับผิดชอบ ของบริษัททั้งสิ้น เพราะถ้าพ่อค้า ต่างประเทศ จะต้องเปนผู้รับผิด ชอบในสินค้าเหล่านี้แล้ว สินค้า เหล่านั้นก็จำจะต้องเสียภาษีต่าง ๆ ตามธรรมเนียม สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ทรง พระกรุณาโปรดพระราชทานพระ ราชานุญาตให้บริษัทบันทุกสินค้า ทั้งปวง ลงเรือต่างประเทศ โดยไม่เลือกว่า จะเปนสินค้าชนิด ใดได้ทั้งสิ้น และโปรดพระ ราชทานพระราชานุญาตให้ยกเว้น


๒๑๖











๔ ในข้อนี้พระเจ้ากรุงสยาม ได้ เคยยอมให้มองซิเออร์เดลานด์

มิต้องให้สินค้าเหล่านี้ต้องเสียค่า ภาษีอย่างใด ทั้งขาเข้าและขา ออก แต่ถ้าบริษัทได้จำหน่าย สินค้าเหล่านั้น ตามราคาที่ได้ กำหนดไว้ โดยคิดเอาค่าระวาง เรือแล้ว ถ้าฉนั้นสินค้าเหล่านี้ จะต้องเสียภาษี ตามธรรมเนียม พนักงารของบริษัทจะเอาสินค้า บันทุกลงเรือ ดังว่ามานี้ ได้ แต่ฉเพาะสินค้าของบริษัทเท่านั้น ถ้าหากว่าพนักงารคน ๑ คนใด เอานามของบริษัท มาอ้างเพื่อเอา สินค้าของผู้อื่น อันไม่ใช่สินค้าของ บริษัทบันทุกลงเรือแล้ว ก็ให้ ริบสินค้าเหล่านั้นไว้ และให้ แบ่งสินค้านั้นออกเปน ๓ ส่วน คือเปนของหลวงเสีย ๒ ส่วน อีก ส่วน ๑ นั้นยกให้แก่โจทย์ผู้นำ ความมาแจ้ง ๔ ท่านราชทูตแห่งประเทศฝรั่งเศส ขอว่าถ้าบริษัทมีความประสงค์

๒๑๗ ซึ่งเวลานั้นเป็นหัวหน้าของบริษัท ได้บันทุกสินค้าลงเรือหลวงส่งไป เมืองยี่ปุ่น เมืองจีนและเมือง อื่น ๆ ได้ทั้งสิ้นตามความพอใจ เพื่อนำสินค้าเหล่านั้นไปขายใน นามของบริษัท และเพื่อรับ สินค้าอื่น ๆ กลับมาโดยไม่ต้อง เสียค่าระวางเรือหรือค่าภาษีอย่าง ใดอยู่แล้ว เพราะฉนั้นพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส จึงทรงหวังพระทัยว่า พระเจ้า กรุงสยาม คงจะทรงพระเมตตา แก่บริษัทเช่นนี้อีกครั้ง ๑ เพราะ การที่จะขอร้องเช่นนี้ ก็จะขอร้อง ในพระนามของ พระเจ้ากรุงฝรั่ง เศส จึงเปนหน้าที่ของราชทูต ฝรั่งเศส ที่จะอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อมิให้กำหนดจำนวนเรือ ซึ่ง บริษัทจะได้บันทุกสินค้าให้ตายตว และเมื่อได้ตกลงในเรื่องนี้แล้ว ก็


จะส่งสินค้าไปแห่งใด ซึ่งเปน เมืองที่บริษัท ไม่เคยส่งสินค้าไป เลยนั้น ก็ขอให้พระเจ้ากรุงสยาม ได้โปรดพระราชทาน พระราชา นุญาติ ให้บริษัทได้บันทุกสินค้า ลงเรือหลวงลำ ๑ หรือ ๒ ลำ หรือ หลาย ๆ ลำตามความต้องการ ของบริษัทได้ และขอให้บริษัท ได้รับสิทธิ ดุจเดียวกับที่ได้กล่าว มาในข้อ ๓ นั้นแล้วด้วย พระเจ้ากรุงสยาม โปรดพระ ราชทานสิทธิ ให้แก่บริษัทตาม ความในข้อ ๓ นั้นทุกประการ

๒๑๘ ต้องให้ได้รับความยกเว้น มิ ต้องเสียภาษีทั้งขาเข้าและขาออก อย่างใด ดังกล่าวไว้ในข้าง ต้น ๆ มาแล้ว ๕ คำตัดสินของหัวหน้าบริษัท หรือ ของคนอื่น ซึ่งจะได้รับหน้าที่นี้ ในคดีแพ่ง ระหว่างชาวฝรั่งเศส ต่อชาวฝรั่งเศสนั้น ควรจะเปน คำตัดสินชั่วคราว ถ้าโจทย์ จำเลยจะอุทธรณ์แล้ว ก็ควร จะส่งคดีนั้นๆไปถวายพระเจ้ากรุง ฝรั่งเศสต่อไป ถ้าคดีนั้นเป็นคดีอาญาแล้ว ก็ ควรส่งจำเลย ผู้กระทำผิดพร้อม ทั้งสำนวนไปยังประเทศฝรั่งเศส โดยเรือลำแรกที่จะออก และ ถ้าคดีอาญามีอุทธรณ์ แล้ว ก็ให้ส่งคำอุทธรณ์นั้น ไปถวายพระ เจ้ากรุงฝรั่งเศส เช่นเดียวกับ ความแพ่ง



๕ ท่านราชทูตแห่งประเทศฝรั่งเศส ขอว่า ถ้าชนชาวฝรั่งเศสซึ่ง เปนคนใช้ของบริษัทก็ดี หรือ ชนชาวฝรั่งเศส ซึ่งมิได้เปนคน ของบริษัท และมิได้เปนคนทำ ราชการ ของพระเจ้ากรุงสยาม ก็ดี ถ้าจะเกิดข้อลำบากขึ้น อย่าง ๑ อย่างใดแล้ว ก็ขอให้ หัวหน้าของบริษัท ได้จัดการให้ เรื่อง ๆ นั้นเปนการสำเร็จไปได้ หรือถ้าชาวฝรั่งเศสคน ๑ คนใดได้ เปนผู้ร้ายลักทรัพย์ ก็ให้หัว หน้าของบริษัทลงโทษผู้กระทำผิด ตามข้อบังคับของบริษัทได้ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามโปรด พระราชทานพระราชานุญาตว่า ๒๑๙ ในส่วนความผิดของคนชาติฝรั่ง เศสเปนจำเลย หรือคนชาติ ฝรั่งเศสเปนโจทย์กล่าวโทษคนชาติ ฝรั่งเศสหรือคนชาติอื่น ๆ นั้น หัว หน้าของบริษัทซึ่งจะได้นั่งพิจารณา ความพร้อมกับเจ้าพนักงารของ พระเจ้ากรุงสยามตามความในข้อ นี้นั้น ต้องได้รับเลือกโดยมีเสียง คนเลือกมากจึงจะไปนั่งพิจารณา ความได้ ราชทูตฝรั่งเศสจะต้องทำหมาย ตั้ง ตั้งให้หัวหน้าของบริษัทเปนผู้ พิจารณาความ หรือจะตั้งผู้ ๑ ผู้ใดซึ่งประจำอยู่ในที่นั้นก็ได้แล้ว แต่จะเห็นสมควร


ถ้าชาวฝรั่งเศสคนใดซึ่งไม่ใช่เปน คนที่ทำราชการในพระองค์ หรือ ไม่ได้ทำราชการ ในเสนาบดีคน ใดคน ๑ ได้เปนผู้ร้ายลักทรัพย์ ของบริษัท หรือลักทรัพย์ของ คนอื่น หรือกระทำความผิด อย่างอื่น ๆ แล้ว ก็ให้หัวหน้า ของบริษัทเปนผู้ลงโทษผู้กระทำ ผิดได้ แต่ถ้าฝ่ายโจทย์ก็ดี ฝ่ายจำเลยก็ดี จะไม่พอใจใน คำตัดสินของหัวหน้าบริษัทแล้ว ก็ให้ยื่นคำร้องขอรับความยุติธรรม จากเสนาบดีไทยต่อไป เพราะเหตุว่า พระเจ้ากรุงสยาม ทรงพระเมตตา แก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่น ดิน ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสยิ่งนัก จึงจะทรงงดไม่พระราชทานความ ยุติธรรม แก่ชนชาติฝรั่งเศสไม่ได้ อยู่เอง เพราะฉนั้นเมื่อได้ทรง รับคำร้องเช่นนี้แล้ว ก็จำเปน จะต้องสั่งงดรอคำตัดสินของหัวหน้า

๒๒๐


บริษัทไว้ จนกว่าพระเจ้ากรุง ฝรั่งเศส จะได้มีรับสั่งมาในเรื่อง นี้ว่าประการใด ถ้าแม้ว่า ชนชาติฝรั่งเศสอัน เปนพนักงารคนใช้ของบริษัท หรือ คนอื่น ๆ ซึ่งมิได้เปนคนของบริษัท จะเปนโจทย์กล่าวโทษคนชาติอื่น ซึ่งมิใช่ชาติฝรั่งเศส ในความ แพ่งก็ดี ความอาญาก็ดี ก็ อนุญาตให้หัวหน้าของบริษัทไปนั่ง พิจารณาคดีพร้อมกับผู้พิพากษา ของพระเจ้ากรุงสยามก็ได้ แต่ คดีนั้น ๆ ต้องพิจารณาและตัดสิน ตามกฎหมายของประเทศสยาม ทุกประการ แต่ในข้อนี้ สมเด็จพระเจ้ากรุง สยาม ทรงพระราชดำริห์เห็นว่า ถ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้ทรงตั้ง ผู้พิพากษาสำหรับมาพิจารณาคดี ชนิดนี้ โดยไม่ต้องให้หัวหน้า ของบริษัทมาเกี่ยวข้อง อันจะ

๒๒๑


๖ ท่านราชทูตจะต้องชี้แจงให้ ลเอียดว่า บริษัทจะได้ประโยชน์จาก สินค้าดีบุกในเมืองภูเก็จ ซึ่งไทย ยกให้แก่บริษัท ตามความข้อนี้ อย่างไร และราชทูตควรจะจัดคน ที่มีหลักฐานและเปนคนที่ชำนาญ ไปตรวจดูที่ภูเก็จเสียด้วย และ ควรให้ตรวจดูเสียด้วยว่า สินค้า ที่บริษัท รับจะส่งให้เหมาะแก่คน พื้นเมืองภูเก็จนั้นจะเปนสินค้าชนิด ไร คือว่าถ้าราชทูตไม่แน่ใจ ว่าการที่รับส่งสินค้า ไปยังภูเก็จ นั้นจะไม่เปนการเสียเปรียบ แก่ บริษัทแล้ว ราชทูตไม่ควรจะ สัญญาในเรื่องนี้เลย

เปนเหตุกีดขวางแก่การงารของ บริษัทนั้น จะดีกว่าเปนอันมาก ๖ ท่านราชทูตของประเทศฝรั่งเศส ขอต่อ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ให้ได้โปรดพระราชทาน พระราชา นุญาตให้บริษัทได้ทำการค้าขาย ดีบุก ในเมืองภูเก็จแต่ฝ่ายเดียว โดย ทรงห้ามมิให้ชนชาติใด ๆ ได้ค้าดีบุกในเมืองภูเก็จ หรือ เมืองขึ้นของเมืองภูเก็จได้เปนอัน ขาด และเพื่อบริษัทจะได้ค้าขาย ดีบุกได้เปนการสดวกนั้น ก็ขอ พระราชทาน พระราชานุญาตให้ บริษัท ได้สร้างห้างอันสมควรใน เมืองนั้นได้ และบริษัทจะได้ส่งเรือ มาจากฝั่งคอรอมันเดลปีละ ๑ ลำ ทุก ๆ ปี และเรือนั้นจะได้บันทุก สินค้าต่าง ๆ อันเปนสินค้าที่เหมาะ สำหรับเมืองเหล่านั้นด้วย สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามทรง พระกรุณาโปรดพระราชทานพระ ๒๒๒

ราชานุญาตให้บริษัทได้ ค้าขาย ดีบุกในเมืองภูเก็จ และเมืองขึ้น ของภูเก็จ โดยไม่พระราชทาน ให้ชนชาติอื่น ทำและทรงพระ กรุณาพระราชทานพระราชานุญาต ให้บริษัท ได้สร้างห้างขึ้นที่เมือง ภูเก็จ แต่บริษัทจะต้องทำแบบ ส่งให้เสนาบดี ของพระเจ้ากรุง สยามดูเสียก่อน และเมื่อเสนาบดี ได้เห็นชอบแล้ว ก็จะต้องสร้าง ห้างตามแบบทุก ๆ อย่างจะแก้ ไขอย่างใดไม่ได้ ฝ่ายบริษัท จะต้องส่งสินค้าต่าง ๆ ไปยังเมืองภูเก็จอันเปนสินค้าที่จำเปนสำหรับให้ชาวเมืองภูเก็จและเมืองขึ้นได้ทำการค้าขายได้ กล่าวคือสินค้าที่บริษัทจะส่งไปภูเก็จนั้นจะต้องพอเพียง ทุกอย่าง ไม่ จำเปนที่ชาวเมืองภูเก็จ จะต้องวิ่ง ไปซื้อหาสิ่งที่ต้องการ จากที่อื่น ถ้าแม้ว่าบริษัท มิได้ปฏิบัติให้ถูก ต้อง ตามความข้อนี้ทุกประการ

๒๒๓






๗ สัญญาข้อนี้ไม่มีปัญหาอะไร แล้ว ราษฎรพลเมือง ๆ ภูเก็จ จะไปทำการค้าขาย กับชนชาติ อื่น ๆ ก็ได้ และบริษัทจะร้อง ว่าชาวเมืองภูเก็จได้ทำผิดกับสิทธิ ของบริษัทไม่ได้ และฝ่ายพระเจ้า กรุงสยาม ก็จะได้เก็บภาษีดีบุก* ในเมืองภูเก็จและเมืองขึ้นของภูเก็จ ได้ตามธรรมเนียม ที่เคยเก็บกัน มา และบริษัทจะขัดข้องหรือ ขัดขวางอย่างใดไม่ได้ ๗ ท่านราชทูต แห่งประเทศฝรั่งเศส ขอให้สมเด็จพระเจ้ากรุงสยามได้ โปรดพระราชทาน พระราชานุญาต ให้บริษัทได้ตั้งห้างในพระราชอาณา เขตสยาม แล้วแต่บริษัทจะเห็น ว่าแห่งใด จะเปนที่เหมาะสำหรับ การค้าขายของบริษัทต่อไป และ ขอรับพระราชทานสิทธิต่าง ๆ ให้ เหมือนกับที่พระราชทาน ไว้ใน กรุงศรีอยุธยาด้วย

  • ภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่า " ค่าเช่า "

๒๒๔





๘ สัญญาข้อนี้ไม่มีปัญหาอะไร

สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ทรง โปรดพระราชทานพระราชานุญาต ให้บริษัทตั้งห้างได้ตาม คำขอของ ราชทูต แต่เมืองบริษัทจะไปตั้ง ห้างในที่แห่งใด ต้องให้เสนาบดี ของพระเจ้ากรุงสยาม ได้เห็นชอบ ด้วยเสียก่อน และบริษัทจะ ไปตั้งห้างในที่แห่งใด ก่อนได้รับ อนุญาตของเสนาบดีไม่ได้ ๘ ท่านราชทูตแห่งประเทศฝรั่งเศส ขอร้องต่อสมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ว่า ถ้าเรือของบริษัทลำ ๑ ลำใดจะเปนเรือเล็กก็ตามเรือ ใหญ่ก็ตาม จะถูกอัปปางมา แตกตามฝั่งชายทะเลในพระราช อาณาเขตสยามแล้ว ก็ขอให้ นายเรือของบริษัท ได้รื้อขนของ ต่าง ๆ ขึ้นจากเรือได้ตามแต่จะ ขนได้ โดย อย่าให้ผู้รักษาเมือง และคน ๑ คนใดห้ามปรามกีด ขวางอย่างใดได้

๒๒๕






๙ ในข้อนี้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรง พระราชดำริห์เห็นว่า เพื่อ ประโยชน์แก่ราชการของพระองค์ และเพื่อประโยชน์ของบริษัท ควร จะขอเมืองอื่น ดีกว่าเมืองสงขลา ในส่วนเมืองสงขลานั้น พระเจ้า กรุงฝรั่งเศส มีพระราชประสงค์ แต่เพียงให้ไปตรวจดูเสียก่อนว่า เมืองนี้จะเปนเมืองสำคัญอย่างไร


สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ทรง พระกรุณา โปรดพระราชทานให้ ตามคำขอของราชทูต และที่ โปรดพระราชทานเช่นนี้ ก็โดย ที่ทรงปฏิบัติตามกฎหมาย ที่ใช้ กันอยู่ในพระราชอาณาจักร์สยาม อยู่แล้ว ซึ่งเปนการให้ประโยชน์ แก่ผู้ที่จะมาถูกเรือแตก เปนอัน มาก

๙ ท่านราชทูตแห่งประเทศฝรั่งเศส ขอให้ สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ได้พระราชทาน พระราชานุญาต ให้หัวหน้าของห้างฝรั่งเศสไปตั้ง ห้างที่เมืองสงขลาโดยทันที เพราะ เมืองสงขลานี้ก็มีพระราชประสงค์ จะให้บริษัทไปตั้งห้าง และก็ ได้พระราชทานพระราชานุญาต ไว้แล้วด้วย ๒๒๖ คือว่าจะเปนประโยชน์สำหรับการ ค้าขายของบริษัทเพียงไร และ ถ้าหากว่าชนชาวต่างประเทศได้ ไปตั้งอยู่ที่เมืองสงขลาแล้ว จะ เปนการเสียหายต่อบริษัทอย่างไร บ้าง เพราะฉนั้นให้ราชทูตคิด อ่านทำสัญญาว่าตาม ที่พระเจ้า กรุงสยาม ได้พระราชทานเมือง สงขลาให้แก่ฝรั่งเศสนั้น บริษัท จะได้ไปตั้งห้างตามเวลาที่บริษัท จะเห็นว่าเหมาะ และบริษัท จะไปตั้งเพียงแต่มีห้างหรือจะไป สร้างป้อมด้วย ก็แล้วแต่บริษัท จะเห็นสมควร


สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ขอ ถวายเมืองสงขลาและเมืองขึ้นของ เมืองสงขลา ให้แก่พระเจ้ากรุงฝรั่ง เศส เพื่อให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้สร้างป้อมคูประตูหอรบ หรือ จะทำอย่างไร ในเมืองสงขลาก็ แล้วแต่พระทัย ของพระเจ้ากรุง ฝรั่งเศสทั้งสิ้น แต่ด้วยเหตุผลหลายประการ อันได้ชี้แจง ให้ท่านราชทูตทราบ แล้วนั้น เวลานี้ยังไม่เปนการ สมควร ที่จะให้การเรื่องนี้แพร่ หลายออกไปได้ จนกว่าราชทูต จะได้กลับไปนำความกราบทูลให้ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้ทรงทราบ เสียก่อน และจนกว่าจะได้ ทราบว่า พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสจะ ทรงพระราชดำริห์ ในเรื่องนี้ว่า อย่างไร


๒๒๗


ทำที่เมืองลพบุรี ณ วันที่ ๑๑ เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๖๘๕ (พ.ศ. ๒๒๒๘) (เซน) ฟอลคอน










๒๒๘ อนึ่งราชทูตควรจะจัดคนให้ไปดูพื้นที่ ซึ่งว่าเปนที่ ๆ พระเจ้ากรุงสยามได้สั่งให้ปลูกพริกไทยไว้ เพื่อจะได้ทราบให้แน่นอนว่า พริกไทยจะได้เก็บเกี่ยวเวลาไรและจะส่งให้แก่บริษัทเวลาไร จำนวนพริกไทยมีมากน้อยเท่าไร เปนพริกไทยดีหรือเลวอย่างไร เวลาที่บริษัทจะรับพริกไทยนั้นจะให้รับด้วยวิธีอย่างไร เมื่อรับพริก ไทยไว้แล้วจะขนส่งด้วยพาหนะอะไร และโสหุ้ยค่าขนส่งนั้นจะมากน้อยสักเท่าไร เมื่อได้ทราบข้อความเหล่านี้โดยลเอียดแล้วราชทูตจะได้คิดทำสัญญา ให้บริษัทได้ประโยชน์มากที่สุดที่ควรจะได้ เพราะราคาก็ย่อมทราบกันอยู่แล้วว่า พริกไทยหนักบาหา ๑ เปนเงิน ๑๖ ปาดาก แต่ในสัญญาที่ได้ทำไว้กับพระเจ้ากรุงสยามฉบับแรกนั้น มีข้อความที่เลื่อนลอยหลายข้อ เพราะฉนั้นราชทูตจะต้องทำความตกลงให้เด็ดขาดว่าไทยจะให้อย่างไรแน่ และข้อความหรือถ้อยคำที่เลื่อนลอยหรือไม่เด็ดขาดก็ต้องตัดออกให้หมด และต้องใช้ถ้อยคำอันแน่นอน เพื่อให้ทราบว่าบริษัทจะได้ประโยชน์อย่างไรแน่ กล่าวคือ พริกไทยที่จะขายให้แก่บริษัทนั้นจะต้องตั้งราคาไว้เปนเกณฑ์ตามที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว และราคานี้จะเพิ่มขึ้นไม่ได้เปนอันขาด ฝ่ายพระเจ้ากรุงสยามก็ดี เจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยามก็ดี หรือไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของพระเจ้ากรุงสยามก็ดี จะเอาพริกไทยไปขายให้ผู้ใดไม่ว่าจะเปนคนไทยหรือชาวต่างประเทศไม่ได้เปนอันขาด เว้นแต่เมื่อบริษัทจะได้รับ

๒๒๙ พริกไทยพอความต้องการแล้ว จึงจะขายให้แก่คนอื่นได้ และการที่บริษัทจะไปรับพริกไทยนั้น ก็จะต้องเลือกคำตอบที่เหมาะที่สุดด้วย ถ้าแม้ว่าจำนวนพริกไทยจะมีมากกว่าความต้องการของบริษัทแล้ว พระเจ้ากรุงสยามหรือเจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยามจะเอาพริกไทยที่เหลือจากบริษัทนั้นไปจำหน่ายที่อื่นก็ได้ แต่บริษัทจะต้องได้รับซื้อพริกไทยตามจำนวนที่ต้องการไว้ก่อน เมื่อเหลือจึงจำหน่ายให้คนอื่นได้ ตามข้อความที่ได้สัญญาไว้แล้ว ว่าถ้าพริกไทยได้เก็บเกี่ยวมีจำนวนมากกว่าความต้องการของบริษัท บริษัทจะต้องบอกให้รู้ล่วงหน้า ๒ ปี ว่า จะต้องการจำนวนพริกไทยมากน้อยเท่าไรนั้น ก็เปนการป้องกัน มิให้บริษัทต้องรับซื้อพริกไทยอันจะเก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด จะรับแต่เพียงพอความต้องการเท่านั้นก็จริงอยู่ แต่ในเวลาที่ราชทูตทำสัญญา บางทีก็จะจำเปนต้องกำหนดจำนวนพริกไทยที่บริษัทจะต้องการ เพราะฉนั้นถ้าจะกำหนดว่าบริษัทจะต้องการพริกไทยปีละ ๕ แสนถึง ๖ แสนก็ได้ และถ้าบริษัทจะต้องการพริกไทยจำนวนมากกว่าที่กำหนดไว้นี้ก็ได้ เว้นแต่ถ้าจำนวนที่บริษัทจะต้องการน้อยกว่าที่กำหนดไว้นี้แล้ว จึงจะต้องบอกให้เจ้าพนักงารของพระเจ้ากรุงสยามรู้ตัวล่วงหน้า เพื่อเจ้าพนักงารจะได้ทราบว่าจะต้องส่งพริกไทยให้แก่บริษัทเท่าไร และจะต้องเก็บรักษาไว้เท่าไร


๒๓๐ ในเรื่องยานพาหนะสำหรับขนพริกไทยก็ดี หรือเรื่องโสหุ้ยรายใช้จ่ายอย่างอื่นก็ดี ราชทูตควรจะสืบสวนให้ได้ความแน่แล้วจึงทำสัญญาให้บริษัทได้ประโยชน์และได้เปรียบที่สุดที่ควรจะได้ ในข้อที่จะปรับผู้ที่ได้ลักลอบ ซื้อพริกไทยอันเปนการผิดต่อสัญญาที่ได้ทำไว้กับบริษัทนั้น เงินค่าปรับนั้นตกเปนประโยชน์ของพระเจ้ากรุงสยามแต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น ในข้อนี้ควรจะขอร้องให้แบ่งเงินค่าปรับเปนของพระเจ้ากรุงสยามครึ่งหนึ่ง เปนของบริษัทครึ่งหนึ่งจึงจะดี








๒๓๑

กรุงปารีศ วันที่ ๑๑ เดือนสิงหาคม ค.ศ. ๑๖๘๖ (พ.ศ. ๒๒๒๙) ก่อนที่ข้าพเจ้าจะไปพูดกับชาวนาตามคำสั่งของท่านมองเซนเยอร์ เพื่อให้พวกชาวนามีจดหมาย ไปยังเจ้าพนักงารเมืองแซนต์มาโลนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าเปนหน้าที่ของข้าพเจ้า ที่จะส่งจดหมายบันทึกที่ข้าพเจ้าได้เขียนไว้ไปยังมองเซนเยอร์เสียก่อน เพราะจดหมายบันทึกนั้นมีข้อความที่ข้าพเจ้า ได้คัดจากจดหมายมองซิเออร์เลอวาลเลอแฟร์ซึ่งเปนข้อความที่ได้ตั้งเปนปัญหาถามท่านกาวนาเยเนราล ตั้งแต่ปีกลายมาแล้ว ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่ามีคนเข้าใจผิดในเรื่องที่จะส่งยาสูบไปยังเมืองต่างประเทศ เพราะฉนั้นถ้าท่านมองเซนเยอร์จะส่งสำเนาจดหมายมองซิเออร์เลอวาลเลอแฟร์ ไปยังท่านกาวนาเยเนราลได้ก็จะดี ท่านกาวนาเยเนราลจะได้สั่งพวกชาวนาให้งดในการที่พวกชาวนาหาเหตุที่จะไม่ออกใบอนุญาต จำหน่ายยาสูบตามความต้องการของพวกพ่อค้า และเพื่อจะให้ตกลงกันในเรื่องเกบภาษี ๑๐๐ ชัก ๓ เสียด้วย ในข้อที่พวกชาวเมืองแซนต์มาโลขอร้องให้ส่งยาสูบออกไปนอกได้นั้น ขอท่านมองเซนเยอร์ ได้โปรดตรวจว่าจะควรอย่างไรด้วย ท่านราชทูตสยามได้แสดงความประหลาดใจ ที่ยังไม่ได้พบกับผู้อำนวยการของบริษัทฝรั่งเศสฝ่ายตวันออกเลย เพราะฉนั้นวันนี้ข้าพเจ้าจึงได้พาพวกราชทูตสยามรวม ๖ นายทั้งตัวข้าพเจ้า

๒๓๒ ด้วยไปหาผู้อำนวยการบริษัทฝรั่งเศส พวกราชทูตสยามได้แสดงความยินดีมากที่ได้ไปพบปะกับผู้อำนวยการบริษัท อนึ่งข้าพเจ้าได้ทราบอยู่ว่า ท่านราชทูตสยามมีประสงค์จะไปซื้อของต่าง ๆ และเผอิญมีพ่อค้าบางคนได้มาหา เพื่อจะคิดขายของให้แก่ราชทูตสยาม ข้าพเจ้าจึงได้ถือโอกาสนั้นบอกให้ท่านราชทูตสยามทราบว่า ท่านมองเซนเยอร์ได้สั่งไว้ให้บริษัทได้เปนธุระช่วยเหลือเอื้อเฟื้อแก่ท่านราชทูตสยามทุกอย่าง และการที่ข้าพเจ้าพูดดังนี้ ข้าพเจ้าหวังใจว่าท่านมองเซนเยอร์คงจะไม่ปฏิเสธในคำกล่าวของ ข้าพเจ้าเช่นนี้ ท่านราชทูตสยามได้ทราบตามคำที่ข้าพจ้าบอกดังนี้ ก็ได้แสดงความยินดีและขอบใจ และได้กล่าวด้วยว่าท่านราชทูตมีความชื่นชมยินดีมากที่ได้เห็นว่า เสนาบดีของพระเจ้าแผ่นดินทั้งสองมีความคิดตรงกัน เพราะในส่วนตัวราชทูตก็ได้รับคำสั่งมาจากมองซิเออร์คอนซตันซ์เหมือนกัน ให้ไปปรึกษากับบริษัทว่าการทั้งปวงจะควรทำอย่างไร และให้ราชทูตสยามเชื่อใจบริษัททุกประการด้วย การทั้งปวงได้ดำเนิรไปอย่างปรกติ และท่านราชทูตสยามก็ทราบว่าพวกเราจะต้องพูดถึงเรื่องการค้าขาย แต่ในเรื่องการค้าขายนี้ ข้าพเจ้าจะต้องรอรับคำสั่งของท่านมองเซนเยอร์


๒๓๓ เสียก่อน ข้าพเจ้าเชื่อว่าเราคงจะสืบได้ความจากท่านราชทูตในข้อต่าง ๆ ที่เรายังมีความสงสัยอยู่ เช่นผ้าสี ผ้าสักหลาด เครื่องแก้ว และอาวุธเปนต้น ท่านราชทูตสยามคงจะอธิบายให้เราเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ได้เปนแน่ เวลานี้ยังไม่ได้ข่าวถึงเรือซึ่งคอยให้มาจากฝั่งคอรอมันเดลเลย










ราชการทูต ณะ กรุงสยาม เดือน กันยายน ค.ศ. ๑๖๘๖ (พ.ศ. ๒๒๒๙) ในชั้นต้นข้าพเจ้า จะต้องขอให้พรให้ท่านได้มีความสุขความเจริญเพื่อจะได้มีกำลังทำราชการของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และเพื่อท่านจะได้มีความเมตตากรุณาข้าพเจ้าต่อไป ดังท่านได้เมตตาอยู่ในทุกวันนี้แล้ว การที่ท่านได้เมตตากรุณาและให้เกียรติยศแก่ราชทูต (เอนวอย) ๒ คน ผู้ไปแทนพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าเมื่อปีก่อน ๆ นั้น เปนการจับพระทัยพระเจ้ากรุงสยามยิ่งนัก จึงได้มีพระราชประสงค์จะทรงเปนพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส และพระราชไมตรีนี้ก็มีพระราชประสงค์จะให้คงยืนอยู่ชั่วกาลนาน แต่การที่จะทำพระราชไมตรีกันนี้เปนการใหญ่และสำคัญที่สุด พระเจ้ากรุงสยามจึงทรงพระราชดำริห์เห็นว่า นอกจากตัวท่านแล้วก็ไม่มีใครที่อาจจะจัดการให้เรื่องนี้ได้สมพระราชประสงค์ไปได้ เพราะฉนั้นจึงได้มีพระราชโองการโดยฉะเพาะ ให้ข้าพเจ้าขอให้ท่านช่วยจัดการอันสำคัญเรื่องนี้ โดยทรงเห็นท่านเปนผู้ที่มีคนเชื่อถือมาก อาจจะจัดการให้สำเร็จได้ดียิ่งกว่าคนอื่น ท่านคงจะทราบอยู่แล้วว่า พระนามอันโด่งดังของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ซึ่งได้ทรงมีไชยชนะในการสงครามนั้น ได้เปนการกระทำให้พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า มีพระราชประสงค์


๒๓๕ จะเปนพระราชไมตรีอันยืดยาวถาวรกับประเทศฝรั่งเศส และพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าก็ทรงพระราชดำริห์เห็นอยู่ว่า การที่จะเดิรเรือค้าขายอยู่เสมอ ๆ นั้นก็เปนหนทางติดต่ออันดีสำหรับให้พระราชไมตรีนั้นได้ยืดยาวถาวรต่อไปได้ จึงทรงมีพระราชประสงค์จะให้ประเทศฝรั่งเศส ได้มาตั้งบ้านเมืองให้เปนหลักฐานในพระราชอาณาเขตของพระองค์ต่อไป โดยทรงเห็นว่าถ้าพวกฝรั่งเศสได้มาตั้งบ้านเรือนเปนหลักฐานเช่นนี้แล้ว อำนาจของประเทศฝรั่งเศสและอำนาจของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส คงจะได้แผ่ออกไปในประเทศอินเดียทั่วไปดุจได้แผ่อยู่ในทวีปยุโรปอยู่แล้วฉนั้น และคงจะได้แผ่อำนาจในประเทศสยามยิ่งกว่าเมืองอื่น ๆ ทั้งหมด อีกประการ ๑ ที่ทรงพระราชดำริห์เช่นนี้ ก็เพราะเหตุว่าทรงเห็นว่าประเทศที่ได้มาพบทวีปอินเดียในชั้นแรก อันเปนทวีปที่ไม่มีใครรู้จักแต่ก่อน ๆ เลยนั้น ก็ได้มาตั้งตัวอยู่ในแถบนี้มีคนรู้จักทั่วไปแล้ว ส่วนประเทศฝรั่งเศสนั้น ไม่ใคร่จะมีใครรู้จักว่าเปนประเทศที่ดีอย่างไร พึ่งจะมารู้จักกันขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง และที่รู้จักประเทศฝรั่งเศสนั้นก็ฉะเพาะแต่ประเทศสยามและเมืองอื่น ๆ ในประเทศอินเดียอันเปนแหล่งซึ่งพวกฝรั่งเศสพึ่งจะมาตั้งอยู่เท่านั้น เพราะเหตุฉนี้สมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม นายของข้าพเจ้าทรงตั้งพระราชหฤทัยจะพระราชทานความเจริญ ให้แก่ประเทศฝรั่งเศส ทั้งทรงโปรดปรานรักใคร่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสยิ่งนัก จึงมีพระราชประสงค์จะให้พระนามของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้ส่องแสงไปทั่วโลก

๒๓๖ ดุจรัศมีพระอาทิตย์ในเวลาเที่ยงวัน จึงขอถวายที่แห่ง ๑ ในพระราชอาณาเขตสยาม เพื่อให้พวกฝรั่งเศสได้มาตั้งบ้านสร้างเรือน เหมือนกับที่พวกฮอลันดาได้ไปตั้งบ้านสร้างเรือนที่เมืองบาตาเวีย เช่นนั้น แต่ทรงพระราชดำริห์เห็นว่า ถ้าพวกฝรั่งเศสได้มาตั้งบ้านเรือนเช่นนี้แล้ว ก็คงจะมีกำไรและได้ประโยชน์มากกว่าที่พวกฮอลันดาได้จากเมืองบาตาเวียเปนแน่ และเพื่อจะให้พวกฝรั่งเศสได้รับประโยชน์ดังว่านี้ พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าจึงทรงรับเปนพระราชธุระ ที่จะช่วยเหลืออุดหนุนและบำรุงพวกฝรั่งเศส ที่สุดที่จะทรงช่วยได้ เพราะทรงทำธุระติดต่อกับประเทศอินเดียทั่วไปอยู่แล้ว อีกประการ ๑ บรรดาการค้าขายของพวกฮอลันดาในเมืองบาตาเวียนั้น ก็ต้องรับสินค้ามาจากนอกเมืองทั้งสิ้นและการที่พวกฮอลันดาต้องไปรับสินค้าเช่นนี้ ก็โดยได้รับความลำบากเปนอันมาก ส่วนที่ที่พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าจะถวายแก่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนั้นได้มีเปรียบอยู่ข้อ ๑ เพราะในพื้นเมืองนั้นเองก็มีสินค้าต่าง ๆ หลายอย่างอยู่แล้ว และเพื่อจะให้พวกฝรั่งเศสได้มีกำไรและมีประโยชน์ให้ยิ่งขึ้นไป พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าจะได้ทรงเปนพระราชธุระ ชักชวนให้พ่อค้าต่างประเทศได้นำสินค้าไป ซื้อขายแลกเปลี่ยนในที่นั้นต่อไป การที่พวกฝรั่งเศส จะได้รับความลำบากบ้างเล็กน้อยในชั้นต้น และการที่จะต้องจ่ายโสหุ้ยบ้างเล็กน้อยสำหรับไปตั้งอยู่ในที่นั้น ไม่ควรจะกระทำให้พวกฝรั่งเศสท้อถอยเลย เพราะเหตุว่าเมื่อพวก

๒๓๗ ฝรั่งเศสได้ไปตั้งอยู่เปนหลักฐานแล้ว ข้าพเจ้าไม่สงสัยเลยว่ากำไรที่พวกฝรั่งเศสจะได้ คงจะท่วมกับโสหุ้ยที่จ่ายไปในครั้งแรกกว่าสองเท่า เพราะเมื่อบรรดาพ่อค้าทั้งหลายอันได้รับความกดขี่บีบคั้นของพวกฮอลันดา จนพ่อค้าเหล่านี้ไม่พอใจในพวกฮอลันดาเลย ได้ทราบว่าพวกฝรั่งเศสได้ไปตั้งอยู่ในประเทศอินเดียและจะมาค้าขายกับพวกฝรั่งเศสได้แล้วเช่นนี้ ข้าพเจ้าเชื่อใจว่าพ่อค้าเหล่านี้คงจะชักห่างจากพวกฮอลันดา และคงจะมารวบรวมกันทำการค้าขายกับพวกฝรั่งเศสเปนแน่ เพราะฉนั้นถ้าพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ได้ทรงรับตามที่พระเจ้ากรุงสยามได้ถวายนี้แล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบริษัทฮอลันดาคงจะได้รับความเสียหายเปนอันมาก ถ้าแม้ว่าพวกฮอลันดาได้รับความเสียหายเช่นนี้แล้ว กำลังและความหยิ่งจองหองของพวกฮอลันดาก็คงจะลดน้อยถอยลงไป เพราะท่านก็ย่อมทราบอยู่ดีแล้วว่า กำลังของพวกฮอลันดาก็อยู่ในการค้าขายของเขาในอินเดียเท่านั้น เพราะฉนั้นถ้าการค้าขายของพวกฮอลันดาในอินเดียลดน้อยถอยลงไปแล้ว กำลังของพวกฮอลันดาในทวีปยุโรปก็ต้องลดน้อยถอยลงไปเหมือนกัน เมื่อเปนเช่นนี้จริงแล้วเราก็จะได้มีความยินดีที่จะได้เห็นพระเกียรติยศ ของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้เพิ่มพูลขึ้น ในข้อนี้พวกฮอลันดาก็รู้สึกอยู่เต็มใจแล้ว เพราะฉนั้นพวกฮอลันดา คงจะพยายามจนสุดกำลังที่จะคอยป้องกันมิให้ฝรั่งเศส มาตั้งเปนหลักฐานมั่นคงในแถบเหล่านี้ได้ และถ้าพวกฮอลันดา

๒๓๘ จะต้องเสียเงินเพื่อป้องกัน ไม่ให้พระเจ้ากรุงสยามได้เปนพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่าพวกฮอลันดาก็คงจะยอมเสียเงินด้วยความยินดี เพื่อจะให้พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้าได้เปนพระราชไมตรี กับพวกฮอลันดาแต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น ตามเหตุผลที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมานี้ท่านก็คงจะเห็นได้ ว่าการที่ไทยคิดจะหาประโยชน์ให้แก่ประเทศฝรั่งเศส และทำให้พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้เพิ่มพูลพระเกียรติยศขึ้นนั้น ก็ไม่มีเหตุอย่างอื่น นอกจากเหตุที่ไทยมีความรักใคร่พวกฝรั่งเศสเท่านั้น จึงได้คิดจะให้ประเทศฝรั่งเศสได้ประโยชน์ดียิ่งกว่าชาติทั้งปวง ในข้อนี้ก็ยังมีพยานปรากฎให้เห็นชัดขึ้นอีก คือในเรื่องการค้าขายในเมืองภูเก็จนั้นเอง เพราะพวกฮอลันดาได้มากราบทูลขอให้พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า ได้พระราชทานให้พวกฮอลันดาได้ผูกขาดทำการค้าขาย ที่เมืองภูเก็จแต่ฝ่ายเดียวมาช้านานแล้ว และได้ขอร้องอยู่เสมอ ๆ มิได้เว้นเลย แต่พระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า ก็มิได้ทรงยอมพระราชทานให้พวกฮอลันดา ทำการค้าขายในเมืองภูเก็จเลย เพราะทรงตั้งพระทัยไว้จะห้ามหวงให้กับพวกฝรั่งเศส ดังปรากฎที่ได้พระราชทานให้กับบริษัทฝรั่งเศสไว้นั้นแล้ว ด้วยเหตุทั้งปวงดังกล่าวมาแล้ว ข้าพเจ้าจึงหวังใจว่าการเรื่องนี้คงจะเปนผลสำเร็จสมความปราถนาทุกประการ และท่านคงจะได้ช่วยให้การที่ข้าพเจ้าได้แต่งราชทูตไปนั้น ได้เปนการ


๒๓๙ สำเร็จทุกประการ เพื่อข้าพเจ้าจะได้นำความกราบทูลพระเจ้ากรุงสยามนายของข้าพเจ้า ให้ทรงทราบในข่าวอันดี ว่าที่มีพระราชประสงค์จะเปนพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสนั้น ได้เปนผลสำเร็จแล้ว นอกจากนี้ ขอพระเปนเจ้าได้โปรดให้ท่านมีอายุยืนยาวและขอให้ท่านมีความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วย เดือนกันยายน ค.ศ. ๑๖๘๖ (พ.ศ.๒๒๒๙) เพื่อนอันซื่อตรงของท่าน


งานนี้เป็นสาธารณสมบัติ เนื่องจากต้องด้วยหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

  • (๑) เป็นภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับห้าสิบปี นับแต่วันสร้างสรรค์ขึ้นครั้งแรก (หรือวันที่มีการเผยแพร่งานครั้งแรก) แล้วแต่ว่ากรณีใดปรากฏก่อน
  • (๒) เป็นงานศิลปประยุกต์ ที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับยี่สิบห้าปี นับแต่วันสร้างสรรค์หรือเผยแพร่ครั้งแรก
  • (๓) เป็นงานโดยผู้ไม่เปิดเผยชื่อหรือผู้ใช้นามแฝง ที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับห้าสิบปี นับแต่วันสร้างสรรค์หรือเผยแพร่ครั้งแรก
  • (๔) เป็นงานในหมวดหมู่อื่น ๆ ที่ไม่เข้าเกณฑ์ข้างต้น และผู้สร้างสรรค์คนสุดท้ายถึงแก่ความตายมากว่าห้าสิบปีแล้ว
  • (๕) เป็นกรณีที่ผู้สร้างสรรค์งานนี้ไม่ปรากฏ ผู้สร้างสรรค์งานนี้เป็นนิติบุคคล หรือตายก่อนการเผยแพร่งาน ประกอบกับงานนี้มีอายุอย่างน้อยห้าสิบปี นับแต่วันเผยแพร่งานครั้งแรก