ข้ามไปเนื้อหา

พระราชกฤษฎีกากำหนดการแบ่งที่ดินในตำบลโคกโพธิ์หักให้แก่ราษฎร

จาก วิกิซอร์ซ
วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๔๗๐
เล่ม ๔๔หน้า ๒๙๔
ราชกิจจานุเบกษา

ตราราชโองการ
ตราราชโองการ
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดการแบ่งที่ดินในตำบลโคกโพธิ์หักให้แก่ราษฎร

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า

โดยที่การสงวนที่ดินในตำบลโคกโพธิ์หักไว้เปนที่สำหรับเลี้ยงปศุสัตว์นั้นไม่มีความจำเปนต่อไปในเวลานี้ สมควรจะใช้ที่ดินซึ่งกล่าวนี้เพื่อการเพาะปลูกเปนการบำรุงกสิกรรมส่งเสริมชาวนาผู้มีกำลังน้อยให้มีอุตสาหะตั้งตนเปนหลักแหล่งในที่ดิน

และโดยที่วิธีอันสะดวกที่สุดซึ่งจะให้พระราชประสงค์นี้ถึงซึ่งความสำเร็จได้ก็คือจัดแบ่งที่ดินดั่งกล่าวมาข้างต้นนั้นให้แก่ราษฎรผู้สามารถทำการเพาะปลูกได้เอง

จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศพระราชกฤษฎีกาไว้ดั่งต่อไปนี้

มาตราพระราชกฤษฎีกานี้ให้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดการแบ่งที่ดินในตำบลโคกโพธิ์หักให้แก่ราษฎร

มาตราให้ใช้พระราชกฤษฎีกานี้ตั้งแต่วันที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนต้นไป

มาตราประกาศให้ที่ตำบลโคกโพธิ์หักเปนที่สำรับเลี้ยงและผะสมโค ลงวันที่ ๒๑ เมษายน ร.ศ. ๑๒๓ นั้น ให้ยกเลิกโดยพระราชกฤษฎีกานี้

มาตราที่ดินซึ่งสงวนไว้ในตำบลโคกโพธิ์หักนั้น ให้แบ่งให้แก่บุคคลผู้ขอ ตามที่ข้าหลวงพิเศษซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโดยพระราชกฤษฎีกานี้จะเห็นสมควร แต่ว่าในการแบ่งที่ดินนั้น ให้ข้าหลวงพิเศษแบ่งให้ฉะเพาะแก่ผู้ขอซึ่งสามารถและรับจะทำการเพาะปลูกเองในที่ดินนั้น แต่ในครัวหนึ่งจำนวนที่ดินซึ่งจะแบ่งให้นั้น ไม่ให้เกิน ๕๐ ไร่

มาตราให้ผู้ขอยื่นเรื่องราวขอแบ่งที่ดินต่อข้าหลวงพิเศษ ในเรื่องราวนั้นต้องระบุชื่อ สำนักที่อยู่ จำนวนคนในครอบครัว และถ้ามีที่ดินของตนทำการเพาะปลูกอยู่แล้วเท่าใด ก็ให้แสดงจำนวนเนื้อที่มาด้วย เมื่อข้าหลวงพิเศษได้ไต่สวนข้อความที่กล่าวไว้ในเรื่องราวนั้นแล้ว เห็นว่าเปนผู้ที่มีกำลังสมควรจะได้รับแบ่งที่ดินไปทำการเพาะปลูกตามความมุ่งหมายของพระราชกฤษฎีกานี้ ก็ให้กำหนดเนื้อที่ให้พอสมควร

มาตราการจัดแบ่งที่ดินนั้น ถ้าได้มีผู้เข้ามาตั้งอยู่แล้วโดยละเมิดต่อประกาศปี ร.ศ. ๑๒๓ ท่านว่ามิต้องคำนึงถึงการที่ได้เข้ามาตั้งอยู่ก่อนนั้น แต่ว่าถ้าผู้ที่ได้เข้ามาตั้งอยู่แล้วแสดงให้เปนที่พอใจข้าหลวงพิเศษว่าสามารถทำการเพาะปลูกในที่ดินนั้นได้ไซร้ ท่านว่าข้อที่ได้เข้ามาตั้งอยู่โดยละเมิดนั้นไม่เปนเหตุตัดสิทธิที่จะได้แบ่งรับที่ดิน

มาตราที่ดินที่ได้จัดแบ่งให้แก่ราษฎรตามพระราชกฤษฎีกานี้ ท่านว่าภายในสามปีนับแต่ได้รับการแบ่งนั้น ห้ามมิให้โอนให้แก่ผู้อื่นในทางใด ๆ นอกจากในทางสืบมฤดกหรือในทางพินัยกรรม์

มาตราให้ข้าราชการผู้มีนามต่อไปนี้เปนข้าหลวงพิเศษตามพระราชกฤษฎีกานี้ คือ

(๑)มหาอำมาตย์ตรี พระยาสุรเกษตรโศภน อธิบดีกรมทะเบียนที่ดิน

(๒)อำมาตย์เอก พระยาราชเสนา เจ้ากรมการปกครอง

(๓)อำมาตย์เอก พระยาวิภาคภูวดล เจ้ากรมรังวัดที่ดิน

มาตราให้ข้าหลวงพิเศษมีอำนาจและหน้าที่ดั่งจะกล่าวต่อไปนี้ คือ

(๑)รับเรื่องราวขอแบ่งที่ดินดั่งกล่าวมาในมาตรา ๔

(๒)หมายเรียกผู้ยื่นเรื่องราวและผู้อื่นมาเปนพะยานเพื่อสอบข้อความที่กล่าวในเรื่องราว เพื่อให้ข้าหลวงพิเศษเห็นเปนที่พอใจว่าผู้นั้นสามารถทำการเพาะปลูกในที่ดินได้ และเพื่อจะให้การในข้ออื่น ๆ อันจะยังให้การจัดแบ่งที่ดินนั้นเปนไปโดยยุติธรรมภายในความมุ่งหมายแห่งพระราชกฤษฎีกานี้

ในการใช้อำนาจและปฏิบัติหน้าที่ดั่งกล่าวมานี้ ท่านให้ใช้กฎหมายลักษณะวิธีพิจารณาความแพ่งและกฎหมายลักษณะพะยานบังคับโดยอนุโลม

คำตัดสินแบ่งที่ดินตามพระราชกฤษฎีกานี้ ท่านว่าให้ใช้ได้ต่อเมื่อข้าหลวงพิเศษเห็นชอบพร้อมกันและลงชื่อทั้งสามนาย

ประกาศมาณวันที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๐ เปนปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"

Public domainPublic domainfalsefalse