พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกองทัพบกในกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2491
ตอนที่ ๕๓เล่ม ๖๕
๑๔ กันยายน ๒๔๙๑
ราชกิจจานุเบกษา

คณะอภิรัฐมนตรี ในหน้าที่คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
อลงกฏ
มานวราชเสวี
อดุลเดชจรัส
เป็นปีที่ ๓ ในรัชชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรจัดวางระเบียบราชการกองทัพบกในกระทรวงกลาโหมให้เหมาะสมแก่กาลสมัย
พระมหากษัตริย์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉะบับชั่วคราว) กับมาตรา ๑๕ และ ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๔๙๑ จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา๑พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกองทัพบกในกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๔๙๑”
มาตรา๒พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา๓หน้าที่ราชการในกองทัพบกแยกเป็น
ก.ส่วนกลาง
๑.กรมเสนาธิการทหารบก
๒.กรมจเรทหารบก
๓.โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ
๔.กรมพลาธิการทหารบก
๕.กรมสรรพาวุธทหารบก
๖.กรมแผนที่ทหารบก
๗.กรมแพทย์ทหารบก
๘.กรมการเงินทหารบก
๙.กรมพาหนะทหารบก
๑๐.กรมสวัสดิการทหารบก
ข.ส่วนภูมิภาค
๑.มณฑลทหารบกที่ ๑
๒.มณฑลทหารบกที่ ๒
๓.มณฑลทหารบกที่ ๓
๔.มณฑลทหารบกที่ ๔
๕.มณฑลทหารบกที่ ๕
ค.ส่วนกำลังรบ
๑.กองทัพที่ ๑
๒.กองทัพที่ ๒
๓.กองพลที่ ๕
๔.กรมต่อสู้อากาศยาน
๕.กรมรถรบ
มาตรา๔กรมเสนาธิการทหารบก ซึ่งเสนาธิการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการของทหารบกในการเตรียมการเพื่อป้องกันราชอาณาจักร ตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทั้งปวงให้ดำเนินไปตามระเบียบและแผนการที่กำหนด และแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑.แผนกกลาง มีหน้าที่ปฏิบัติในทางธุระการ การกฎหมาย
๒.แผนกที่ ๑ มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดและกำหนดกำลัง การระดมกำลัง การบรรจุ เลื่อน ปลด ย้ายตำแหน่ง และการบำเหน็จ กับวิทยาการของสัสดี
๓.แผนกที่ ๒ มีหน้าที่เกี่ยวกับการข่าว การระหัส และกิจการอันเกี่ยวกับการทหารบกต่างประเทศ
๔.แผนกที่ ๓ มีหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาและวางแผนการยุทธการ วางหลักการยุทธ การฝึกฝนผสมเหล่าหรือกองทหารขนาดใหญ่
๕.แผนกที่ ๔ มีหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาและวางแผนการฝ่ายบำรุงทั้งปวง วางแผนการคมนาคม การส่งกำลัง และการส่งกลับ
๖.แผนกตำรา มีหน้าที่เกี่ยวกับการค้นคว้า การเรียบเรียงตำรา สำหรับใช้ในกองทัพบก กับการประวัติศาสตร์ทหาร
๗.โรงเรียนเสนาธิการทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับการอำนวยการศึกษาให้นายทหารสัญญาบัตรมีความรู้ในเสนาธิการกิจและวิชาทหารชั้นสูง
มาตรา๕กรมจเรทหารบก ซึ่งจเรทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการของทหารพลรบเหล่าต่าง ๆ การกำหนดและการจัดกำลังทางเท็ฆนิคของอาวุธยุทโธปกรณ์ การศึกษา การฝึกอบรม การบรรจุ เลื่อน และย้ายตำแหน่งของแต่ละเหล่า และแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑.กรมจเรทหารราบ มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและกิจการของเหล่าทหารราบ
๒.กรมจเรทหารม้า มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและกิจการของเหล่าทหารม้าและรถรบ
๓.กรมจเรทหารปืนใหญ่ มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและกิจการของเหล่าทหารปืนใหญ่
๔.กรมจเรทหารช่าง มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและกิจการของเหล่าทหารช่าง
๕.กรมจเรทหารสื่อสาร มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและกิจการของเหล่าทหารสื่อสาร
มาตรา๖โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ซึ่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ เป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่อำนวยการศึกษาแก่นักเรียนนายร้อยที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตร และแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑.กองนักเรียนนายร้อย มีหน้าที่ปกครองและฝึกนักเรียนนายร้อยที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตร
๒.แผนกศึกษา มีหน้าที่อำนวยการศึกษา และอบรมนักเรียนนายร้อยที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตร
มาตรา๗กรมพลาธิการทหารบก ซึ่งพลาธิการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและพลาธิการกิจของกองทัพบก และแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑.กรมยกกระบัตรทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหา เก็บรักษา และจ่ายยุทธภัณฑ์และสันติภัณฑ์ที่ใช้ในกองทัพบก
๒.กรมเกียกกายทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเลี้ยงดูทหาร การเสบียง และการปศุสัตว์ของกองทัพบก
๓.กรมยุทธโยธาทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับการซ่อม สร้าง อาคาร การประปาการไฟฟ้า และถนนที่ใช้ในกองทัพบก
๔.กรมการสัตว์พาหนะทหารบก มีหน้าที่ในการศึกษาและจัดหาสัตว์พาหนะ การสัตวรักษ์ และการเสบียงสัตว์
๕.โรงเรียนพลาธิการทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับอำนวยการศึกษาเกี่ยวกับพลาธิการกิจ
มาตรา๘กรมสรรพาวุธทหารบก ซึ่งเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการและการศึกษาสรรพาวุธและอุปกรณ์ รวมทั้งการสงครามเคมี และแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑.กรมช่างแสงทหารบก มีหน้าที่จัดหา ซ่อม สร้างสรรพาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ ที่ใช้ในกองทัพบก
๒.กรมคลังแสงทหารบก มีหน้าที่เก็บรักษาและจ่ายสรรพาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในกองทัพบก รวมทั้งเครื่องอุปกรณ์การสงครามเคมี
๓.กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับการค้นคว้า ตรวจทดลองทางวิทยาศาสตร์และสงครามเคมี รวมทั้งการจัดหา ซ่อม สร้าง เครื่องอุปกรณ์การสงครามเคมี
มาตรา๙กรมแผนที่ทหารบก ซึ่งเจ้ากรมแผนที่ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการแผนที่ของทหารบก และแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑.แผนกที่ ๑ มีหน้าที่วางหมุดหลักฐาน เพื่อทราบลักษณะของดวงพิภพ และเพื่อการสำรวจพื้นภูมิประเทศ กับการวัดระดับ
๒.แผนกที่ ๒ มีหน้าที่สำรวจรายละเอียดภูมิประเทศเขียนแผนที่และแก้แผนที่
๓.แผนกที่ ๓ มีหน้าที่พิมพ์แผนที่ พิมพ์หนังสือ ถ่ายรูป พิมพ์ภาพ
๔.แผนกที่ ๔ มีหน้าที่กำหนดตำแหน่งของจุดต่าง ๆ โดยทางดาราศาสตร์ สำรวจสภาพของแม่เหล็กและสำรวจความดูดของพิภพ กับทำแผนที่จากรูปถ่าย
๕.โรงเรียนแผนที่ทหารบก มีหน้าที่เกี่ยวกับอำนวยการศึกษาให้นายทหาร และนักเรียนแผนที่มีความรู้ในวิชาแผนที่
มาตรา๑๐กรมแพทย์ทหารบก ซึ่งนายแพทย์ใหญ่ทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการแพทย์ของทหารบก และแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑.แผนกที่ ๑ มีหน้าที่เกี่ยวกับตรวจหาสมุฏฐานของโรคโดยการทดลองและค้นคว้า ตรวจวิเคราะห์ทางชีวะเคมี วิเคราะห์ยา และเคมีสารต่าง ๆ ประดิษฐ์ยาจำพวกชีวะเคมี ทำวัคซินเซรุ่ม ตรวจและให้คำแนะนำในเรื่องการสุขาภิบาล อนามัย ทำสถิติในด้านสุขาภิบาล
๒.แผนกที่ ๒ มีหน้าที่เกี่ยวกับควบคุมกิจการทางวิทยาการทั่วไป และรวบรวมสถิติการเสนารักษ์ทั้งสิ้น เผยแพร่วิชาแพทย์ วางระเบียบ และออกคำแนะนำ การรักษาพยาบาลในยามปกติและยามสงคราม กำหนดอัตราเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ อัตรายา และเวชชภัณฑ์ ตรวจการรักษาพยาบาล และการใช้ยา ประมวลข่าวการแพทย์ และแนะนำวิทยาการซึ่งเกิดขึ้นใหม่
๓.แผนกที่ ๓ มีหน้าที่เกี่ยวกับ จัดหา เก็บ รักษา และจ่ายยาเวชชภัณฑ์ทั้งปกติและสนาม
๔.แผนกศึกษา มีหน้าที่เกี่ยวกับอำนวยการศึกษาวิชาการแพทย์
๕.โรงพยาบาลทหารบก มีหน้าที่รักษาพยาบาล
๖.โรงพยาบาลอานันทมหิดล มีหน้าที่รักษาพยาบาล
มาตรา๑๑กรมการเงินทหารบก ซึ่งเจ้ากรมการเงินทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน การบัญชีเงิน การงบประมาณ และการตรวจเงินของกองทัพบก และแบ่งส่วนราชการดังนี้
๑.แผนกที่ ๑ มีหน้าที่รับ-จ่าย เก็บรักษา และทำบัญชีเงิน
๒.แผนกที่ ๒ มีหน้าที่เกี่ยวกับการงบประมาณ
๓.แผนกที่ ๓ มีหน้าที่ตรวจเงิน
มาตรา๑๒กรมพาหนะทหารบก ซึ่งเจ้ากรมพาหนะทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับวิทยาการของเหล่าทหารพาหนะ และการจัดหา เตรียม สะสมยานพาหนะของกองทัพบก และค้นคว้า ตรวจ ทดลองในสิ่งที่เกี่ยวแก่ยานพาหนะ และซ่อมสร้างยานพาหนะทุกชนิดทั้งทางบกและทางน้ำ ตลอดจนรักษาเบิกจ่ายสิ่งอุปกรณ์เกี่ยวกับยานพาหนะทั้งทางบกและทางน้ำ และการลำเลียงขนส่งด้วยพาหนะ
มาตรา๑๓กรมสวัสดิการทหารบก ซึ่งเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิภาพของทหารบก และการฌาปนกิจ
มาตรา๑๔มณฑลทหารบก ซึ่งผู้บัญชาการมณฑลทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อย การวินัยภายนอกโรงทหาร การรักษาการณ์ การคดี การศาล การระดมกำลัง และการสัสดีในเขตต์มณฑลทหารบก แต่ละมณฑลมีเขตต์ดังต่อไปนี้
เชตต์มณฑลทหารบกที่ ๑ คือเขตต์จังหวัดพระนคร จังหวัดธนบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดอ่างทอง
เขตต์มณฑลทหารบกที่ ๒ คือเขตต์จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี
เขตต์มณฑลทหารบกที่ ๓ คือเขตต์จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดหนองคาย จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเลย จังหวัดศรีษะเกษ จังหวัดสกลนคร จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี
เขตต์มณฑลทหารบกที่ ๔ คือเขตต์จังหวัดกำแพงเพ็ชร์ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดตาก จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดน่าน จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพ็ชรบูรณ์ จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอุตตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี
เขตต์มณฑลทหารบกที่ ๕ คือเขตต์จังหวัดกระบี่ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดชุมพร จังหวัดตรัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนราธิวาส จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดปัตตานี จังหวัดพังงา จังหวัดพัทลุง จังหวัดเพ็ชรบุรี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดยะลา จังหวัดระนอง จังหวัดราชบุรี จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
มาตรา๑๕กองทัพและกองพลซึ่งแม่ทัพและผู้บัญชาการกองพลเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการปกครองบังคับบัญชา เตรียมกำลัง อำนวยการฝึก และอบรมหน่วยทหารซึ่งขึ้นอยู่ในบังคับบัญชา
๑.กองทัพที่ ๑ แยกเป็น
๑.กองพลที่ ๑
๒.กองพลที่ ๔
๒.กองทัพที่ ๒ แยกเป็น
๑.กองพลที่ ๒
๑.กองพลที่ ๒
มาตรา๑๖กรมต่อสู้อากาศยาน ซึ่งผู้บังคับการกรมต่อสู้อากาศยานเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการต่อสู้อากาศยานทางพื้นดิน การเตรียมกำลัง การฝึก และอบรมหน่วยทหารต่อสู้อากาศยาน
มาตรา๑๗กรมรถรบ ซึ่งผู้บังคับการกรมรถรบเป็นผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่เกี่ยวกับการเตรียมกำลัง การฝึกและอบรมหน่วยทหารรถรบ
มาตรา๑๘สภากองทัพบกเป็นที่ปรึกษาหารือของผู้บัญชาการทหารบกในเรื่องต่อไปนี้
๑.การจัดโครงการส่วนใหญ่ของกองทัพบก
๒.หลักการเกี่ยวแก่การฝึก การศึกษาอบรม การบำรุงหน่วยทหารบก และฝ่ายบริการต่าง ๆ
๓.หลักการใช้กำลังทหารบก
๔.หลักการระดมสรรพกำลัง
๕.การคมนาคมทั้งปวงซึ่งมีผลต่อเนื่องถึงแผนการทัพบก
๖.การจัดหา แก้ไข และปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์
๗.กระบวนการทั้งปวงเกี่ยวกับการป้องกันชายแดน ชายฝั่ง และการป้องกันภัยทางอากาศ เท่าที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบก
๘.หลักการที่เกี่ยวกับการเตรียมกำลังกองทัพบกเพื่อป้องกันราชอาณาจักร
๙.การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ร่างพระราชกำหนด ร่างพระราชกฤษฎีกา และร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการทหารบก
๑๐.กรณีที่ผู้บัญชาการทหารบกปรึกษาหารือ
มาตรา๑๙สภากองทัพบกประกอบด้วย
๑.ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน
๒.รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นรองประธาน
๓.ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
๔.เสนาธิการทหารบก
๕.จเรทหารบก
๖.ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ
๗.พลาธิการทหารบก
๘.นายแพทย์ใหญ่ทหารบก
๙.เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก
๑๐.เจ้ากรมแผนที่ทหารบก
๑๑.เจ้ากรมการเงินทหารบก
๑๒.แม่ทัพที่ ๑
๑๓.แม่ทัพที่ ๒
๑๔.ผู้บัญชาการกองพลที่ ๕
๑๕.หัวหน้าแผนกกลาง กรมเสนาธิการทหารบก เป็นเลขาธิการ
มาตรา๒๐ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า
- "มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
- (1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
- (2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
- (3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
- (4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
- (5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"
Public domainPublic domainfalsefalse