พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอสิรินธร พ.ศ. ๒๕๓๔

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แม่แบบผิดพลาด: มีการลบช่องที่ไม่ได้ใช้ออก โปรดเติมกลับเข้าไป (โปรดดูเอกสารกำกับแม่แบบ)


Seal of the Royal Command of Thailand


พระราชกฤษฎีกา


ตั้งอำเภอสิรินธร


พ.ศ. ๒๕๓๔




ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.


ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔


เป็นปีที่ ๔๖ ในรัชกาลปัจจุบัน



พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรตั้งอำเภอสิรินธรขึ้นในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อประโยชน์แก่การปกครองและความสะดวกของประชาชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕ ของธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๓๔ และมาตรา ๖๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้



มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้ เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอสิรินธร พ.ศ. ๒๕๓๔”


มาตรา ๒

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[1]


มาตรา ๓

ให้แยกตำบลคำเขื่อนแก้ว ของอำเภอโขงเจียม และตำบลคันไร่ ตำบลช่องเม็ก ตำบลนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย ตำบลโนนก่อ ตำบลฝางคำ ของอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี จัดตั้งขึ้นเป็นอำเภอมีชื่อว่า “อำเภอสิรินธร” โดยให้ตั้งที่ว่าการอำเภอที่ตำบลนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย


มาตรา ๔

ให้อำเภอสิรินธรมีเขตการปกครองตามเขตตำบลเดิมแยกออกจากเขตอำเภอที่ตำบลนั้นเคยอยู่ในเขตปกครอง และให้อำเภอสิรินธรขึ้นอยู่ในความปกครองของจังหวัดอุบลราชธานี


มาตรา ๕

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้



ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี



หมายเหตุ

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ตำบลคำเขื่อนแก้ว ของอำเภอโขงเจียม และตำบลคันไร่ ตำบลช่องเม็ก ตำบลนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย ตำบลโนนก่อ ตำบลฝางคำ ของอำเภอพิบูลมังสาหาร มีท้องที่กว้างขวาง มีชุมชนและชุมชนการค้าหนาแน่น มีสภาพเจริญขึ้นกว่าเดิมมาก สมควรแยกตำบลดังกล่าวออกจากอำเภอโขงเจียมและอำเภอพิบูลมังสาหาร จัดตั้งขึ้นเป็นอำเภอมีชื่อว่า “อำเภอสิรินธร” เพื่อประโยชน์แก่การปกครอง การให้บริการของรัฐ ความสะดวกของประชาชน และส่งเสริมให้ท้องที่มีความเจริญยิ่งขึ้นตลอดจนเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสที่ทรงมีพระชันษาครบ ๓ รอบ ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้



เชิงอรรถ[แก้ไข]

  1. ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๒๑๑/ฉบับพิเศษ/หน้า ๒๙/๔ ธันวาคม ๒๕๓๔




ขึ้น

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะมีลักษณะตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น"