พระราชบัญญัติใช้ตราแผ่นดิน

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ดำรัสสั่งว่า ด้วยทรงพระราชดำริห์ว่า พระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดินมีอยู่หลายชนิด แต่ที่คงใช้อยู่นั้นคือพระราชลัญจกรไอยราพตแลพระครุธพาห แลมีพระราชลัญจกรพิเศษเปนที่หมายสำหรับพระบรมราชวงษ์ปัตยุบันนี้เปนรูปจักรรูปตรี แลพระราชลัญจกรประจำรัชกาลซึ่งผลัดเปลี่ยนทุกรัชกาลมีปรากฎที่ใช้ในเงินพดด้วงบาท คือมีรูปจักรดวงหนึ่ง ตราประจำรัชกาลอีกดวงหนึ่ง ตราประจำรัชกาลที่ ๑ เปนรูปประทุมอุณณาโลม รัชกาลที่ ๒ เปนรูปครุธ รัชกาลที่ ๓ เปนรูปปราสาท รัชกาลที่ ๔ เปนรูปมงกุฎ แต่ตรารูปจักรนั้นหาได้เปลี่ยนตามรัชกาลไม่ คงใช้ในเงินตราเสมอมา ด้วยเปนพระราชลัญจกรสำหรับพระบรมราชวงษ์ซึ่งปกครองรัฐสิมามณฑลอยู่ แลเมื่อในรัชกาลที่ ๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงกษาปณ์สิทธิการขึ้นทำเงินเหรียญบาทแทนเงินพดด้วง พระราชลัญจกรที่หมายใช้ในเงินเหรียญนั้น หน้าหนึ่งก็ยังมีรูปจักรอยู่เหมือนกัน เติมขึ้นแต่รูปช้างเผือกที่ตรงกลาง อีกหน้าหนึ่งเปนรูปพระมหามงกุฎ มีเครื่องสูงสองข้าง หมายประจำรัชกาลใช้มาจนตลอดรัชกาลนั้น รูปที่หมายเปนพระราชลัญจกร สำหรับแผ่นดินก็ดี สำหรับพระบรมราชวงษ์ในปัตยุบันนี้ก็ดี สำหรับประจำรัชกาลทุกรัชกาลมาก็ดี ก็ย่อมเปนที่เคารพนับถือว่าเปนของสูง ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดจะบังอาจทำใช้เทียมได้ ในรัชกาลที่ ๔ นั้น เมื่อได้ตั้งตำแหน่งทูตแลกงสุลสยาม รักษาผลประโยชน์ราชการฝ่ายสยาม ประจำอยู่ในมหานครฝ่ายตะวันตกก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานแกะดวงตราตำแหน่งราชทูต แลกงสุลซึ่งประจำราชการอยู่ในมหานครที่มีทางพระราชไมตรีพระราชทานให้ถือตามตำแหน่งราชการทูต แลกงสุลนั้นเปนรูปช้างเผือก หลังช้างมีรูปพระมหามงกุฎ พานพระมหากฐินรอง มีเครื่องสูงสองข้างบ้าง มีธงสองข้างบ้าง ที่เปนกงสุลซึ่งอยู่ประจำเมืองท่าที่ขึ้นในมหานครนั้น ไม่สู้จะสำคัญ ก็ยกรูปพระมหามงกุฎออกเสีย คงอยู่แต่รูปช้างเผือก แลมีอักษรจารึกบอกตามตำแหน่งทูตฤๅกงสุลซึ่งตั้งประจำ ณ สถานที่นั้น พระราชทานพระบรมราชานุญาตเปนแบบลงที่เจ้าพนักงานในตำแหน่งราชการ ได้ใช้รูปพระมหามงกุฎในดวงตราตำแหน่งได้ ด้วยรูปพระมหามงกุฎนั้น มิใช่จำเพาะแต่เปนที่หมายประจำรัชกาลที่ ๔ อย่างเดียวเปนเครื่องหมายสูงสุดของประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน ผ่านพิภพเปนเอกราชด้วย ฝ่ายกรมทหารบกทหารเรือซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเปนเจ้าพนักงานสำหรับราชการเหมือนกันจึงได้รับพระบรมราชานุญาต ให้เครื่องหมายซึ่งเปนพระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดิน สำหรับพระบรมราชวงษ์ สำหรับประจำรัชกาลมาทำเปนเครื่องประดับยศ มีหน้าหมวกพู่หมวกดุมกระบี่ สีสะเข็มขัดเปนต้น ฝ่ายเจ้าพนักงานพลเรือนนั้นเล่า จะใช้ที่หมายพระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดินเปนเครื่องประดับได้ก็จำเพาะแต่สิ่งที่ได้รับพระราชทาน มีเครื่องอิสริยาภรณ์แลมาลาเปนต้น แลมีชนอีกจำพวกหนึ่ง ซึ่งตั้งการเปนช่างฝีมือต่าง ๆ เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งเปนช่างหลวงแล้ว ก็ได้รับพระบรมราชานุญาตใช้พระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดิน แลประจำรัชกาลให้เปนเกียรติยศ มีช่างทองแลช่างถ่ายรูปเปนต้น ตราแผ่นดินซึ่งพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้นายช่างได้ใช้นี้ก็เพื่อเปนเกียรติยศอย่างเดียว หาได้ให้ใช้เปนดวงตราหมายยี่ห้อการค้าขาย สำหรับห้างแลร้านนั้นไม่ แลเครื่องภาชนะทั้งปวงที่มีรูปหมายพระราชลัญจกร สำหรับแผ่นดิน สำหรับพระบรมราชวงษ์ก็ดี สำหรับประจำรัชกาลก็ดี ก็ล้วนเปนของหลวงใช้ในราชการทั้งสิ้น ครั้นมาในแผ่นดินปัตยุบันนี้ พระราชลัญจกรประจำรัชกาลเปนรูปจุลมงกุฎ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมที่หมายเครื่องขัตติยราชอิสริยยศ สำหรับพระมหากษัตริย์ แลพระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดิน แลสำหรับพระบรมราชวงษ์ทั้งตราหลวง สำหรับตำแหน่งราชการรวมประดับร้อยกรองขึ้นเปนตราแผ่นดิน มีรูปพระมหาพิไชยมงกุฎ จักร ตรี โล่ มีรูปช้างไอยราพต ช้างเผือก กฤช พระสังวาลนพรัตนราชวราภรณ์ พระสังวาลเครื่องอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า แลเครื่องสูงเจ็ดชั้นมีราชสีห์คชสีห์ประคอง คาถาภาษิตด้วยเปนสำคัญ รวมเปนตราแผ่นดินอย่างน้อยแลอย่างใหญ่ เติมฉลองพระองค์ครุยแลเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์เข้าอีก สำหรับใช้ในราชการทั่วไป ผิดกันก็แต่มีอักษรบอกตำแหน่งราชการเท่านั้น ตามธรรมเนียมที่เจ้าพนักงานได้ใช้ตราพระมหามงกุฎมาแต่รัชกาลที่ ๔ แล้ว แลโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชลัญจกร พระบรมราชโองการแก้ไขของเก่าขึ้นอีกดวงหนึ่ง มีเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์นพปฎลเศวตฉัตรแลอักษรขอมย่อจารึกว่าพระบรมราชโองการ เปนพระราชลัญจกรสำหรับพระเจ้าแผ่นดินอย่างเดียวพนักงานอื่นจะใช้พระราชลัญจกรนี้ในราชการไม่ได้ แลมีที่หมายเปนอักษรย่อ พระนามาภิไธย ส.พ.ป.ม.จ. ๕ ฤๅ จ.ป.ร.สามอักษรเปนอักษรไขว้กันบ้างลอยตัวบ้าง มีจุลมงกุฎบ้าง ใช้เปนเครื่องประดับในข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือน แลเปนของสำหรับพระราชทานบ้าง ดวงตราที่หมายเปนพระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดิน สำหรับพระบรมราชวงษ์ สำหรับรัชกาลดังกล่าวมาข้างบนนี้ ก็มีแต่ใช้ในราชการฤๅผู้ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตเท่านั้น แต่บัดนี้ได้ทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ว่าลูกค้าทำแลสั่งตราแผ่นดินเข้ามาจำหน่ายซื้อขายใช้สอย ไม่เฉพาะแต่ใช้ในราชการอย่างเดียว ผู้ที่ไม่เปนราชการก็ใช้เฝือทั่วไป ที่สุดจนลงทำตรายี่ห้อการค้าขายสำหรับห้าง สำหรับร้านก็มีที่มิได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ เปนการมิถูกต้องตามพระราชประเพณี ดูไม่สมควรเลย เพราะเปนการฟั่นเฝือเหลือที่จะกำหนดสังเกตได้ว่า ดวงตราที่ใช้ในราชการ แลมิใช่ราชการ แลเปนเหตุให้เสื่อมถอยพระเกียรติคุณแลพระเกียรติยศ ของผู้ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ ในดวงตราแผ่นดินนั้นไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัตินี้ไว้ให้ทราบทั่วกันว่า
ข้อ๑ให้เสนาบดีว่าการกรมวังเปนเจ้าพนักงานรักษาการ ที่จะใช้ดวงตราแผ่นดินสืบไปเปนผู้ที่จะรับการ ขอพระบรมราชานุญาตใช้ตราแผ่นดิน แลเปนผู้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว เปนผู้ที่จะออกอนุญาตให้ใช้ตราแผ่นดิน แก่ผู้ที่ขอใช้แลจดทะเบียนบัญชีชื่อผู้ที่ขออนุญาต แลรูปดวงตราแผ่นดินที่จะใช้ชนิดนั้น อย่างนั้นไว้ให้ถูกต้องเปนแบบแผนสืบไป
ข้อ๒ให้บรรดากรมแลกระทรวงต่าง ๆ ที่ประสงค์จะใช้ตราแผ่นดินในตำแหน่งราชการก็ดี ฤๅจะใช้เปนเครื่องประดับยศเปนที่หมายสำหรับบอกหมู่คณะในราชการ ดังเครื่องยศทหาร ฤๅพลเรือนก็ดี ที่มีอยู่แล้วฤๅจะทำขึ้นใหม่ก็ให้เขียนรูปลวดลาย ฤๅตัวอย่างส่งมายังกรมวัง เพื่อจะได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ในราชการตำแหน่งนั้นกรมนั้นสืบไป แลผู้ที่ได้รับตราตั้งเปนนายช่างหลวง ที่ปรารถนาจะใช้ดวงตราแผ่นดินให้เปนเกียรติยศ ก็ให้ขออนุญาตต่อเสนาบดีว่าการกรมวัง เมื่อได้รับอนุญาตคำสั่งเปนสำคัญแล้ว จึงให้ใช้ตราแผ่นดินนั้นได้
ข้อ๓ดวงตราซึ่งเปนรูปหมายพระราชลัญจกรพระบรมราชโองการนั้น เปนของห้ามขาดมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดเอาไปใช้เปนเครื่องหมาย แลเกียรติยศ ฤๅอย่างหนึ่งอย่างใดเปนอันขาด พระราชลัญจกรสำหรับพระบรมราชวงษ์ ซึ่งเปนรูปดวงจักรเปล่าก็ดี จักรกับตรีศูลไขว้กันก็ดี แลพระราชลัญจกรประจำรัชกาลทั้ง ๕ รัชกาลก็ดี พระราชลัญจกรเหล่านี้ ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดใช้เว้นไว้แต่พระบรมวงศานุวงษ์ ที่เนื่องอยู่ในรัชกาลนั้น ๆ จึงจะใช้ในดวงตราสำหรับพระองค์ได้แต่ให้ขอพระบรมราชานุญาตเสียก่อน
ข้อ๔ตราแผ่นดินอย่างน้อย ซึ่งมีรูปพระมหาพิไชยมงกุฎ จักร ตรี โล่ กลางมีรูปช้างไอยราพตสามเศียร ช้างเผือก กฤช พระสังวาลนพรัตนราชวราภรณ์ แลพระสังวาลเครื่องอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้า แลเครื่องสูง ๗ ชั้น มีราชสีห์ คชสีห์ ประคองแลคาถาภาษิตด้วยเปนสำคัญก็ดี แลตราแผ่นดินอย่างใหญ่ ซึ่งเติมฉลองพระองค์ครุย แลเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ก็ดี จะใช้ได้ก็แต่ในราชการ ฤๅผู้ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตเปนการพิเศษอย่างเดียว ที่ไม่ใช่ราชการแลไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว ห้ามไม่ให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่เปนเอกชนใช้เปนอันขาด
ข้อ๕ดวงตราแผ่นดินที่เปนรูปไอยราพต มีบุษบกแลเครื่องสูงด้วยก็ดี มีแต่รูปไอยราพต ช้างสามเศียรเปล่าก็ดี โล่เปล่ามีแต่รูปไอยราพตอยู่กลางช้างเผือกอยู่ข้างหนึ่ง กฤชข้างหนึ่งก็ดี แลดวงตราแผ่นดินซึ่งไปใช้เปนเครื่องหมายในเครื่องอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้า ช้างเผือก แลมงกุฎสยาม พร้อมทั้งสังวาลด้วยนี้ ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดเอาไปทำลวดลายใช้ในเครื่องภาชนะ ฤๅหมายเปนตรายี่ห้อการค้าขายสิ่งหนึ่งสิ่งใดเปนอันขาด ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องอิสริยาภรณ์ทั้งสามอย่างดังกล่าวมานี้ ปรารถนาจะใช้ดวงตราเครื่องอิสริยาภรณ์ ที่ตัวได้รับพระราชทานใช้ในตราสำหรับตัวแล้ว ก็ต้องขออนุญาตต่อเสนาบดีว่าการกรมวังก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงให้ใช้ในดวงตราสำหรับตนได้
ข้อ๖ดวงตราที่เปนเครื่องหมายพระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดินก็ดี สำหรับพระบรมราชวงษ์ปัตยุบันนี้ก็ดี สำหรับพระราชลัญจกรประจำรัชกาลทั้ง ๕ รัชกาลก็ดี อักษร ส.พ.ป.ม.จ.๕ ฤๅ จ.ป.ร. ซึ่งเปนที่หมายพระนามาภิไธยก็ดี ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดเอาไปใช้ติดประดับเปนที่หมายในเครื่องภาชนะใช้สอยสำหรับตัวเปนอันขาด ใช้ได้ก็เปนของหลวงสำหรับราชการ ฤๅเปนของที่ได้รับพระราชทานอย่างเดียว
ข้อ๗ให้เจ้าพนักงานกรมศุลกากรทั้งในกรุงเทพฯ แลหัวเมือง ระวังตรวจตรารักษาการ บรรดาลูกค้าที่บรรทุกสิ่งของเข้ามาจำหน่ายซื้อขายที่ในกรุงเทพฯ แลหัวเมือง ถ้าเห็นสินค้าสิ่งใดใช้ตราแผ่นดินดังที่กล่าวมาในข้อข้างบนนั้นเปนยี่ห้อหมายการค้าขายแลเปนสิ่งของมิใช่สั่งเข้ามาใช้ในราชการ เปนสินค้าขายในท้องตลาดแล้วก็ให้ยึดของสิ่งนั้น ซึ่งมีตราแผ่นดินไว้ให้เจ้าของผู้บรรทุกเข้ามา ทำลายตราแผ่นดินที่เปนยี่ห้อเครื่องหมายการค้าขายเสียให้สิ้นลวดลายก่อนแล้ว จึงอนุญาตให้รับไปฤๅมิฉะนั้นก็ให้บรรทุกกลับออกไปเสีย อย่ายอมปล่อยให้ไปจำหน่ายซื้อขายได้ต่อไป เว้นไว้แต่เจ้าของผู้ส่งมาได้รับพระบรมราชานุญาตเปนการพิเศษ มีสิ่งสำคัญอย่างเดียวจึงให้อนุญาตได้
ข้อ๘ลูกค้าวานิชซึ่งตั้งห้างร้านทำการค้าขายปรารถนาจะใช้ตราแผ่นดิน ปิดสิ่งของที่ตนสั่งเข้ามาขาย เพื่อการเคารพนับถือฤๅเปนเกียรติยศก็ดี ให้บอกขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานกรมศุลกากรก่อน ส่งตัวอย่างตราแผ่นดินที่จะใช้ไว้ด้วย ให้เจ้าพนักงานกรมศุลกากรแจ้งความมายังเจ้าพนักงาน กรมวังให้ทราบตามลูกค้าที่ปรารถนาจะขอใช้ตราแผ่นดินนั้น เมื่อได้รับอนุญาต สั่งจากเจ้าพนักงานกรมวังแล้ว จึงให้อนุญาตยอมให้ลูกค้าที่ขอนั้นใช้ตราแผ่นดินได้ตามประสงค์
ข้อ๙ให้เจ้ากรมกองตระเวนซ้ายขวาในกรมพระนครบาล แลกรมการผู้ใหญ่ในหัวเมือง คอยระวังตรวจตราตามท้องตลาดแลห้างร้านทั้งปวง ห้ามอย่าให้ลูกค้าซื้อขายใช้สอยสิ่งของซึ่งมีตราแผ่นดิน ที่มิใช้เปนของสำหรับใช้ราชการฤๅที่เจ้าพนักงานอนุญาตให้ทำฤๅสั่งตั้งเปนร้านสำหรับกระทรวงนั้น ถ้าพบปะสิ่งของที่มีตราแผ่นดินซึ่งซื้อขายใช้สอยตามห้างตามร้านตามบ้านตามเรือน ที่มิได้รับอนุญาต ฤๅเปนของใช้ราชการฤๅของที่ได้รับพระราชทานแล้ว ก็ให้บอกให้เจ้าของทำลายดวงตราแผ่นดินนั้นเสีย แลห้ามอย่าให้ซื้อขายใช้สอยสืบไป
ข้อ๑๐พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ ๑ เดือนกันยายน รัตนโกสินทรศ๒ก๒ ๑๐๘ สืบไป ให้เจ้าพนักงานผู้รักษาหน้าที่แลผู้ที่ประสงค์จะใช้รูปหมายลายแผ่นดิน ประพฤติตามประกาศนี้จงทุกประการ
ประกาศไปแต่พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท วันที่ ๒๐ เมษายน รัตนโกสินทรศ๒ก๒ ๑๐๘ เปนปีที่ ๒๒
ฤๅวันที่ ๗๔๖๗ ในรัชกาลปัตยุบันนี้
งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า
- "มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
- (1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
- (2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
- (3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
- (4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
- (5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"
Public domainPublic domainfalsefalse